คุณชายห้าเทพแห่งการรักษา

ตอนที่ 4 : บทที่ 4:“ เริ่มต้นสั่งสอน”

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,542
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 416 ครั้ง
    21 ส.ค. 62

หลี่เฉิงมองไปรอบ ๆ พลางตระหนักได้ว่ามีร้านค้าสัตว์อสูรอยู่แถวนี้ เขาหันมามองซือหม่ายูเยว่พลางยกริมฝีปากขึ้นยิ้มเยาะอย่างดูแคลน

“ซือหม่ายูเยว่ ทำไมเจ้าหน้าด้านหน้าทนเช่นนี้? เจ้าคิดจริง ๆหรือว่าการมอบสัตว์อสูรให้อันมู่หรง จะช่วยยกระดับฐานะของเจ้า? ถ้าข้าเป็นเจ้า ข้าฆ่าตัวตายไปนานแล้ว! จะมีชีวิตอยู่ให้สิ้นเปลืองข้าปลาอาหารไปทำไมกัน!”

“พูดจบหรือยัง?” ซือหม่ายูเยว่เอ่ยอย่างเย็นชา พลางตอกกลับ “ก่อนหน้านี้พวกเจ้ารวมหัวกันเล่นงานข้า ดี ในเมื่อเป็นเช่นนั้น ก็ถือว่าเจ้าโชคร้ายเองที่มาเจอข้าในวันนี้”

“ฮะฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!” หลี่เฉิงรู้สึกขบขัน กับน้ำเสียงเย่อหยิ่งของซือหม่ายูเยว่

 “ฟังสิ! ว้าว! ดูเหมือนว่าเจ้ากำลังจะแก้แค้นข้า? ฮ่าฮ่าฮ่า! ข้าได้ยินผิดไปหรือเปล่า เจ้าต้องการสู้กับข้าเช่นนั้นรึ? เอาล่ะ ในเมื่อวันนั้นข้าฆ่าเจ้าไม่ได้ วันนี้ข้าจะขอแก้มือให้เจ้าได้จดจำใบหน้าของข้าเอาไว้ให้ดี! เขาคำรามออกมาอย่างดูแคลน เขารวบรวมพลังปราณควบแน่นกลายเป็นลูกไฟสีแดงบนมือของเขา

แม้ว่าในตอนแรกซือหม่ายูเยว่จะเดินอยู่บนถนนที่แออัด แต่ผ่านไปไม่นานนางก็เดินเลี่ยงออกไปในซอยเล็ก ๆ ที่เงียบสงบ

การฆ่าซือหม่ายูเยว่ที่นี่จะมิทิ้งร่องรอยใด ๆ ไว้ และมิก่อให้เกิดเรื่องยุ่งยากตามมาแน่นอนตามมา หลี่เฉิงจึงได้ทำการอุกอาจเช่นนี้! เขามิพอใจที่ซือหม่ายูเยว่มีชีวิตอยู่ยืนยาวเกินไป แม้เป็นเพียงแค่ขยะ แต่ซือหม่ายูเยว่ก็ยังคงโดดเด่นเพราะมีสายเลือดของตระกูลแม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่

ไม่ยุติธรรมกับนางเลย! ซือหม่ายูเยว่มองไปยังลูกบอลไฟที่กำลังเปล่งแสงสีแดงเรืองรองบนมือของหลี่เฉิงนางรู้ว่ามันคือขุมพลังงานทางจิตที่แข็งแกร่ง แต่นางในตอนนี้ยังไม่สามารถต่อกรกับมันได้

นางต้องขัดขวางเขาก่อนจะสายเกินแก้! ทันทีที่ตัดสินใจร่างบางวิ่งไปข้างหน้า กริชในมือขวาพุ่งตรงไปยังลำคอเขาอย่างรวดเร็ว

หลี่เฉิงรู้สึกประหลาดใจตัวไร้ค่าไม่วิ่งหนีเขาเช่นเคย แต่กลับพยายามโจมตีเขาก่อน ซือหม่ายูเยว่ตรงหน้ากับก่อนหน้านี้แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง! การกระทำของซือหม่ายูเยว่นั้นเด็ดขาด และว่องไว

นางเข้าถึงตัวเขาในเวลาอันรวดเร็ว เขารู้สึกหนาวสะท้านเมื่อมีดเล่มนั้นพุ่งตรงมายังเขา

ขณะที่ใบมีดกำลังจะเฉือนคอหอยเขา หลี่เฉิงรีบปล่อยลูกบอลสีแดงที่ยังมิสมบูรณ์พุ่งใส่นาง เขาก้าวได้เพียงมิกี่ก้าวก็สะดุดล้มลง

แม้ลูกบอลจะยังมิสมบูรณ์แต่มันก็เป็นพลังที่น่ากลัวสำหรับซือหม่ายูเยว่

พอรู้ตัวว่ามิอาจเอาศีรษะเขาได้ นางรีบบิดตัวหลบไปทางขวาอย่างรวดเร็ว

เนื่องจากระยะห่างใกล้เกินไป อีกทั้งเขายังโยนมันอย่างรวดเร็ว นางจึงไม่สามารถหลบเลี่ยงได้ทัน ทำให้รู้สึกปวดแสบปวดร้อนที่แขนข้างซ้าย

“ตู้มมมมมม!” ทันทีที่ลูกบอลสัมผัสพื้นดินทำให้หลุมขนาดใหญ่

ซือหม่ายูเยว่รู้สึกสั่นกลัวขณะมองดูหลุมขนาดใหญ่

นางรู้สึกตกใจมิน้อยที่ลูกบอลขนาดเล็กจากจิตใจที่ไม่มั่นคง จะสามารถสร้างพลังการระเบิดได้รุนแรงขนาดนี้

มันค่อนข้างคล้ายระเบิดในโลกเก่านาง แต่มันรุนแรงยิ่งกว่า! เพราะมันถูกสร้างขึ้นจากคนเพียงคนเดียว..... ฟู่...นางมองไปที่แขนตัวเอง สูดลมหายใจเข้าอย่างช้า ๆ  

ฮ่า ๆ ๆ ๆ ! ตอนนี้รับรู้ถึงพลังของข้าแล้ว ใช่หรือไม่!” หลี่เฉิงไม่คาดคิดว่าซือหม่ายูเยว่จะหลบมันได้ทัน แต่อย่างไรก็ตาม เขารู้สึกภาคภูมิใจกับการระเบิดของพลังปราณ เพราะมันทำเห็นสีหน้าตกตะลึงของซือหม่ายูเยว่เมื่อได้เห็นอานุภาพของเขา

“การสร้างลูกบอลพลังปราณเช่นนี้ ขยะอย่างเจ้าไม่มีทางทำมันได้สำเร็จอย่างแน่นอน! ข้าจะทำให้เจ้าได้ไปเกิดใหม่เร็วยิ่งขึ้น บางทีเจ้าอาจสามารถฝึกพลังปราณของเจ้าสำเร็จได้ในชาติหน้า” เมื่อซือหม่ายูเยว่เห็นว่าหลี่เฉิงเริ่มรวบรวมพลังขึ้นมาอีกครั้ง นางจะไม่ให้เขามีโอกาสทำมันเป็นครั้งที่สองอีก

หลี่เฉิงไม่คาดคิดว่าซือหม่ายูเยว่จะรวดเร็วถึงเพียงนี้ เขาพึ่งรวบรวมพลังได้เพียงเล็กน้อย

แม้ว่านางจะได้รับบาดเจ็บไม่น้อย แต่กลับเข้าถึงตัวเขาเพียงไม่กี่อึดใจ

คราวนี้นางปรากฏตัวต่อหน้าเขา ยกขาขึ้นเตะไปที่ท้องของเขาอย่างไร้ความปราณี ร่างของเข้าลอยขึ้นก่อนจะร่วงลงกระแทกพื้น

หลี่เฉิงพ่นเลือดออกจากปาก เขาตะลึงมองเลือดสีแดงเข้มบนพื้นดิน

เจ้าขยะนั่น ทำให้เลือดออกได้จริงหรือนี่? เขาคำรามด้วยความโกรธ

“ขยะเช่นเจ้า กล้าทำร้ายข้า! แคก ๆ” ซือหม่ายูเยว่โผล่มายืนอยู่ด้านข้างลงเท้าเตะเขาล้มลงกับพื้นก่อนที่เขาจะสามารถยืนขึ้นได้

พลังปราณของผู้ใช้เกิดจากการฝึกฝนพลังทางจิตวิญญาณ แต่ร่างกายของพวกเขาไม่ต่างจากคนทั่วไป

นางเตะเขาสองครั้งอย่างรุนแรงจนเขาไม่มีเรี่ยวแรงลุกขึ้นยืน เขาทิ้งตัวลงนอนเหยียดยาวอยู่บนพื้นดินครวญครางออกมาด้วยความเจ็บปวด

ซือหม่ายูเยว่ยืนอยู่เบื้องหน้าจ้องมองเขา รีมฝีปากยกยิ้มเยาะเย้ย

“เจ้าไม่ชอบหรือ? ความรู้สึกของการเหยียบย่ำผู้อื่น?” ในชีวิตที่ผ่านมานางคุ้นชินกับกายวิภาคของมนุษย์เป็นอย่างดี นอกจากนี้นางยังรู้จุดอ่อนในร่างกายมนุษย์ดีอีกด้วย

นางยกขาขึ้นเตะอีกครั้ง

“เจ้าบ้าเอ๊ย! รอให้ข้าหายดีก่อนเถอะ ข้าฆ่าเจ้าแน่!” หลี่เฉิงถูกความเจ็บปวดเข้าครอบงำจนแทบสูญเสียสติทั้งหมด เขาตะโกนอย่างบ้าคลั่ง

“ขอบคุณที่เตือนสติข้า หากจะกำจัดวัชพืชก็ควรถอนรากถอนโคนให้สิ้นซาก มิเช่นนั้นมันย้อนกลับมางอกงามในฤดูใบไม้ผลิ ข้าควรให้เจ้าได้มีโอกาสแก้แค้น?” ซือหม่ายูเยว่หัวเราะเบา ๆ และเตะอีกสองสามครั้งเช่นเดียวกับที่เขาทำกับซือหม่ายูเยว่ก่อนหน้านี้ นางเตะเขาอย่างไร้ความปรานีจนเขาหมดสติ

พอคิดย้อนกลับไปเขาลั้นวาจาว่าจะแก้แค้น นางไม่กลัวเลยสักนิด แต่นางมิชอบอะไรที่มันยุ่งยากสักเท่าไหร่

ในเมื่อเจ้าปากเหม็นนี่เรียกนางว่าขยะซ้ำ ๆ ซาก ๆนัก ทำไมไม่ลองให้เขาลิ้มลองมันด้วยตัวเองเล่า? นางเหลือบตาไปมองก้อนหินข้างกำแพง รอยยิ้มเบ่งบานปรากฏบนใบหน้างาม

 

“แม้ว่าเจ้าจะเป็นเพียงสมุนปลายแถว แต่เจ้าต้องการชีวิตข้า เช่นนั้นข้าคงปล่อยเจ้าไปไม่ได้ ในเมื่อเจ้ารังเกียจขยะมากนัก ดี! ข้าจะให้เจ้าได้ลิ้มลองรสชาติมันเป็นคนแรก ไม่จำเป็นต้องขอบคุณข้า”

“อ๊ากกกกกกกก....” เสียงกรีดร้องดังออกมาจากซอยเล็ก ๆ

หลังจากโยนก้อนหินเปื้อนเลือดในมือทิ้งไป นางลุกขึ้นปัดเศษดินออกจากมือและพูดว่า

“ดี ในเมื่อเจ้าต้องการชีวิตข้า ข้าก็จะทำให้เจ้ากลายเป็นคนพิการไปตลอดชีวิต นี่เป็นการแก้แค้นที่ข้ามอบให้ เมื่อเจ้าตื่นขึ้นเจ้าจะเพลิดเพลินกับรสชาติของการถูกเรียกว่าขยะ ~ โอ๊ย เจ็บ” นางกุมแขนข้างที่ได้รับบาดเจ็บ ก้าวเดินออกจากซอยที่เงียบเชียบ นางเดินอ้อมไปยังที่จวนท่านแม่ทัพทำราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น

หลังจากที่นางจากไป ร่างสองร่างปรากฏขึ้น

ผู้หนึ่ง สวมใส่อาภรสีม่วงที่ถูกตัดเย็บอย่างประณีตใบหน้าหล่อเหลาแฝงด้วยความอันตราย ท่าทีเย่อหยิ่งไม่เห็นผู้ใดอยู่ในสายตา

แม้เขาใบหน้าจะเรียบเฉย แต่ดวงตาเขาปรากฏร่องรอยความสนใจ

ข้างกาย ปรากฏร่างผู้ที่มีผมสีแดงคล้ายเปลวเพลิงเขาสวมเสื้อคลุมเพื่อปิดบังมันไว้

ถ้าผู้อื้นพบเห็นเข้าจะรู้ทันทีว่าเขาไม่ใช่มนุษย์ แต่เป็นสัตว์อสูร!

 “ไม่คิดเลยว่าจะพบเห็นภาพที่น่าสนใจเช่นนี้ ผู้มีพลังปราณถูกทำให้พิการโดยหญิงที่ไม่ได้มีพลังปราณ! ช่างกล้าหาญยิ่งนัก!” คิรินไฟยกย่อง

อู่เหรินชวีมองดูร่างที่เต็มไปด้วยเลือดของคนที่นอนอยู่บนพื้น เขานึกไปถึงหญิงสาวที่ไม่แม้แต่ชายตากลับมามองด้วยซ้ำหลังจากทำร้ายเขาจนพิการ

เขายิ้มตอบด้วยรอยยิ้มที่ลึกลับ “ใช่ น่าสนใจมาก”

แม้ว่านางจะใช้แหวนลวงตาเพื่อปิดบังฐานะไว้ แต่เคล็ดลับเล็ก ๆ น้อย ๆเช่นนี้ใช้ไม่ได้กับพวกเขา พวกเขานั้นสามารถมองทะลุภาพลวงตาได้อย่างรวดเร็ว

“นายท่าน โปรดอย่าแสดงท่าทีเช่นนี้! ท่านเป็นถึงบุตรของนักปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่” คิรินไฟกล่าวเตือนอู่เหรินชวีอย่างยำเกรง เมื่อเขาเห็นรอยยิ้มที่เลินเล่อตอนที่มองไปยังซือหม่ายูเยว่

อู่เหรินชวีมองคิรินไฟ ท่าทีของเขาเปลี่ยนกลับไปเป็นปกติเช่นเคย ปราศจากอารมณ์ใด ๆ และพวกเขาทั้งสองก็หายไปอย่างฉับพลันไม่มีร่องรอยว่าพวกเขาเคยอยู่ที่นั่น

 

********************************************

 

อ่าวเห้ยยย รู้ได้ไงว่านางเอกเป็นผู้หญิงอ่า หลี่เฉิงยังไม่รู้เลยยย พวกแกสองคนเป็นใคร? พระเอกรึป่าววว ไม่รู้แหะ ลุ้นต่อไปนะคะ เม้นให้กำลังใจนักเขียนด้วยจะเป็นการดียิ่ง 555+

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 416 ครั้ง

161 ความคิดเห็น

  1. #95 ชอบอ่านนิยาย (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2562 / 12:24

    เหมือนอ่านเรื่องแปล เหมือนอ่านภาษากูเกิล

    #95
    0
  2. #84 Minaon (@Minaon) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2562 / 10:09
    สำนวนเหมือนนิยายแปล

    ติดตามจร้า ^^
    #84
    0
  3. #75 นาน่านะ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2562 / 03:13

    ใช่คนปรุงยาให้ท่านปู่ป่าวหนอ ชื่อ ชวี เหมือนกันนี่นา...พระเอกป่าวเนี่ย

    #75
    0
  4. #9 Nanase33 (@HikariJung8893) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2561 / 20:40
    น่าอ่านค่ะ
    #9
    0