คุณชายห้าเทพแห่งการรักษา

ตอนที่ 22 : บทที่ 22:" ท้าประลอง"

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,733
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 232 ครั้ง
    25 ส.ค. 62

            “ยูเยว่ เจ้าอยู่หรือไม่” หลังจากทำความรู้จักกับซือหม่ายูเยว่เป็นเวลาหนึ่งวันเต็ม ชิงฟางฉีก็เรียกชื่อนางด้วยความสนิทโดยเรียกเพียงชื่อโดยตรง

            ซือหหม่ายูเยว่เปิดประตูมาเห็นมือของชิงฟางฉีค้างกลางอากาศ ในตอนที่กำลังเคาะประตูเรือนนาง

            “เกิดเหตุใดขึ้น?” นางถาม

            “เจ้าอยู่นี่เอง เร็วเข้ารีบไปหาพี่ชายเจ้าเดี๋ยวนี้” ชิงฟางฉีถอนหายใจด้วยความโล่งอกเมื่อเห็นนาง

            “มีอันใดเกิดขึ้น?” ทำไมเขาจึงให้นางไปหาพี่ชาย

            “ข้ากำลังเดินทางกลับจากหอคัมภีร์ ได้ยินว่าเหมยชิงกำลังตามหาเจ้า เพื่อท้าประลอง!” ชิงฟางฉีพูดอย่างรวดเร็วพลางสูดลมหายใจเข้าออกช้า ๆ

            “ตามหาข้า”

            “ใช่ นางโวยวายเสียงดังว่าขยะอย่างเจ้าไม่ควรอยู่กับชนชั้นสูงของเรา นางจึงต้องการท้าประลองกับเจ้าเพื่อเข้ามาอยู่แทนที่เจ้า”

            “เข้าใจแล้ว ขอบคุณเจ้ามาก” ซือหม่ายูเยว่ตอบกลับ

            “หากนางต้องการประลองกับเจ้าจริง ๆ ข้ากลัวว่าจะรับมือนางไม่ไหว เจ้ารีบไปหาพี่ชายของเจ้าจะดีที่สุด” ชิงฟางฉี

            “ทำไมข้าต้องไปหาพี่ชายด้วยเล่า นี่คือปัญหาของข้า ข้าจะรับมือเอง” นางตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบเมินเฉย พลางหันกลับจากประตูด้วยความเกียจคร้าน

            “เจ้าอาจเป็นหลานชายแม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่ แต่กับตระกูลเหมยเจ้าไม่ควรประมาทเป็นอันขาด ตระกูลเหมยเป็นตระกูลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเมืองชินชิง และนางเป็นถึงผู้สืบทอดสายตรง นางจึงพร้อมจะเหยียบย่ำผู้คนที่อยู่ต่ำกว่านาง ในเมื่อนางป่าวประกาศไปแล้วว่าต้องการประลองกับเจ้า ไม่ช้านางคงจะมาถึง”

            “นางมีพลังมากเพียงใด” ซือหม่ายูเยว่ถามชิงฟางฉีผู้มีความกังวลอาบอยู่บนใบหน้า

            “นางอายุเพียงสิบสามก็สามารถบรรลุถึงขั้นพลังปราณนักรบระดับห้าได้แล้ว”

            “แข็งแกร่งมากหรือ” นางถามเขาอีกครั้ง

            “ใช่ สำหรับอายุแค่นี้สามารถบรรลุถึงขั้นนั้นได้ถือว่านางแข็งแกร่งมาก คุณชายห้าข้าคิดว่าเจ้าควรรีบไปหาพี่ชายเจ้าเสียเถิด เพื่อเขาจะได้ปกป้องเจ้า” ชิงฟางฉีไม่อาจรอได้อีกต่อไปเขาจึงเร่งนาง    

            “หากนางต้องการหาเรื่องข้าจริง ๆ แม้ข้าหลีกเลี่ยงนางในวันนี้ได้ นางก็คงกลับมาหาเรื่องข้าอยู่ดี แล้วสำนักศึกษาหลวงไม่มีกฎห้ามต่อสู้หรอกหรือ” นางถามอย่างส่งสัยท่าทีไม่ทุกร้อนอะไรกับเรื่องที่กำลังจะเกิด

            “มีกฎเช่นนี้อยู่ หากแต่ว่าการท้าประลองนั้นต่างออกไป ตราบใดที่สู้กันบนเวทีอย่างถูกต้องก็สามารถทำได้ เมื่อเจ้าก้าวเข้าไปในห้องเรียนนางจะต้องหาทางเล่นงานเจ้าอย่างแน่นอน สิ่งที่สำคัญที่สุดตอนนี้คือเจ้าต้องไปซ่อนตัวเสียก่อน แล้วค่อยมาคิดแผนรับมือนางภายหลัง”

            “ซ่อน?” ซือหม่ายูยว่กอดอกพลางมองดูเขาอย่างไม่เชื่อสายตา “ไม่มีคำนี้ในพจนานุกรมของข้า ข้า ซือหม่ายูเยว่ไม่จดจำคำนี้”

            “แต่....นาง..” ชิงฟางฉีกำลังเกลี่ยกล่อมซือหม่ายูเยว่ ทว่าประตูเรือนถัดไปเปิดออกพร้อมร่างเว่ยซือชวีที่ก้าวมามองดูสองคนกำลังยืนสนทนากันอย่างดุเดือด “เกิดอะไรขึ้น?”

            ชิงฟางฉีมองเว่ยซือชวีอย่างจนปัญญา พลางอธิบาย “เหมยชิงต้องการท้าประลองกับซือหม่ายูเยว่ ข้ากำลังเกลี่ยกล่อมให้เขาไปหาพี่ชาย แต่เขาปฏิเสธ”

            “เหมยชิงต้องการประลองกับเขา?” เว่ยซือชวีรู้สึกปั่นป่วนเมื่อเขาได้ยินประโยคนี้

            “ชิงฟางฉีขอบคุณเจ้ามากที่มาเตือนข้า แต่ดูเหมือนว่าจะสายเกินไปเสียแล้ว” นางเชิดคางเรียวขึ้นมองไปยังหน้าประตูเรือนพัก ที่มีกลุ่มนักเรียนพรรคพวกของเหมยชิงกำลังเดินเข้ามา

            “ซือหม่ายูเยว่! เจ้ากล้าไม่เบาเลย ตอนเห็นชิงฟางฉีวิ่งหนีไปเพื่อส่งข่าว ข้าคิดว่าเจ้าคงหลบซ่อนตัวไปแล้ว ข้าแปลกใจยิ่งนักที่เจ้าไม่ได้วิ่งหนีหางจุกก้น หรือขาเจ้ามีปัญหา” เหมยชิงหัวเราะเยาะเย้ย

            “ไม่จำเป็น เพราะเจ้าเป็นคนที่ข้าชอบ” ซือหม่ายูเยว่มองดูนางตั้งแต่หัวจรดเท้า ริมฝีปากบางยกยิ้มยั่วโทสะ

            “เจ้า!!!!” เหมยชิงขบกรามแน่นข่มความโกรธไว้ ตั้งแต่เด็กนางได้รับความรักมาโดยตลอด ผู้คนต่างประจบประแจงนาง แต่ไม่มีใครพูดกับนางเช่นนี้มาก่อน!!! เขาทำให้นางรู้สึกโกรธจนแทบจะระเบิด ไม่เคยมีใครทำให้นางตกตะลึงเช่นนี้มาก่อน นางไม่คิดว่าขยะไร้ค่าอย่างซือหม่ายูเยว่จะกล้าพูดจาหยาบคาบ และมองนางราวกับดูถูกเช่นนี้ นางตะโกนดังลั่นด้วยความโกรธ “ชิงฟางฉีคงได้บอกจุดประสงค์ของข้าแล้ว ข้าจะไม่ทำให้เจ้าต้องเสียใจ ซือหม่ายูเยว่ข้าขอท้าประลองกับเจ้า หากเจ้าแพ้ เจ้าต้องออกจากสำนักศึกษาหลวงและไม่กลับมาเหยียบที่นี่อีกตลอดชีวิต!

            “เจ้า ผู้มีพลังปราณนักรบระดับห้าแต่กลับต้องการท้าประลองกับข้า ฮ่าฮ่า ได้ข้าตกลง งั้นเจ้าบอกข้ามาซิ ว่าข้าจะได้อะไรหากข้าเป็นผู้ชนะ” ซือหม่ายูเยว่ไม่ได้สนใจมองเหมยชิง นางมองมือตัวเองที่กำลังแคะเล็บเล่น

            ในยามนี้ประตูเรือนของโอวหยางเฟยก็เปิดออก ร่างสูงก้าวออกมาอย่างสง่างาม ท่าทางของเขาเต็มไปด้วยความเย็นชา สายตามองไปยังความวุ่นวายกลางลาน ก่อนจะจากไปโดยไม่เอ่ยอะไรสักคำเดียว

            ต่อมาประตูห้องไป๋กงฉางก็เปิดออก นางมองดูเหมยชิงพลางขมวดคิ้ว “หากเจ้าต้องการสร้างความครึกครืน เชิญออกไปซะ อย่าหาว่าข้าไม่เตือนหากใครก็ตามที่รบกวนการอ่านคัมภีร์ของข้า”

            ซือหม่ายูเยว่มองตามหลังของโอวหยางเฟย และคำพูดของไป๋กงฉาง สองคนนี้ช่างเหมือนกันเหลือเกิน

            เมื่อเหมยชิงได้ฟังคำพูดของไป๋กงฉางดูเหมือนว่าจะเกิดความหวาดกลัวขึ้นภายในใจเพียงชั่วครู่ นางลดเสียงลงหันมางมองซือหม่ายูเยว่อย่างเอาเป็นเอาตาย “ขยะไร้ค่าเช่นเจ้า ที่ไม่อาจฝึกฝนพลังปราณได้ อยากจะเอาชนะข้าช่างตลกยิ่งนัก!

            นางหันกลับไปหัวเราะกับคนอื่น ๆที่ติดตามมาด้วย ทุกคนต่างพากันหัวเราะเยาะเย้ยและแสดงท่าทีดูถูกอย่างชัดเจน

            “ตลกหรือ ตอนนี้เจ้าอาจคิดว่ามันตลก แต่ระวังไว้ให้ดีหลังจากนี้เจ้าอาจไม่สามารถหัวเราะได้เช่นนี้” ริมฝีปากสวยของซือหม่ายูเยว่ยิ้มเยาะ น้ำเสียงใสเจือไปด้วยความรื่นเริง

            “พูดสิ่งที่เจ้าต้องการมา” เหมยชิงเย้ย

            ซือหม่ายูเยว่มองไปทางเรือนของไป๋กงฉาน และกล่าวว่า “ข้าไม่มีเจตนารบกวนเพื่อร่วมเรือนพัก ในเมื่อเจ้ามาท้าประลองเพื่อให้ข้ารับคำท้าจากเจ้า เจ้าต้องให้บางอย่างกับข้าเช่นกัน อืม  เอาเช่นนี้ หากข้าโชคดีเอาชนะเจ้าได้ สิ่งที่เจ้าต้องทำคือทุกครั้งที่เห็นข้าจงหลบหนีไปเสียหลบไปให้พ้นสายตาข้า หากเจ้าไม่มีปัญหาข้าก็พร้อมจะรับคำท้านี้”

            “ดี! หากเจ้าชนะข้าจะไม่อยู่ใกล้เจ้า เมื่อใดก็ตามที่พบเจอเจ้าข้าจะหลบไปให้ไกล และไม่สร้างความเดือนร้อนให้เจ้า แต่ถ้าข้าชนะเจ้าต้องออกจากสำนักศึกษาหลวง!” เหมยชิงประกาศ

            “เอาล่ะ ตกลงตามนี้ เจ้าไปรอข้าที่ลานประลอง เดี๋ยวข้าตามไป” ซือหม่ายูเยว่พูดและปิดประตูเรือนของตน

            “ยูเยว่...” ชิงฟางฉี่ไม่มีโอกาสได้พูดกับนาง เพราะเขายืนอยู่นอกเรือน

            “ไป! เราไปรอที่ลานประลองกันเถอะ!” เหมยชิงเหลือบไปมองประตูเรือนของซือหม่ายูเยว่ นางจากไปด้วยความสุข

            ในที่สุดสวนในเรือนก็กลับมาเงียบสงบตามเดิม ไป๋กงฉางมองภาพสุดท้ายของชิงฟางฉีที่ยืนอยู่หน้าประตูเรือนซือหม่ายูเยว่ก่อนปิดประตูเรือนของตนลง

            ชิงฟางฉีนึกย้อนกลับไปถึงการสนทนากับซือหม่าโยว่เอ๋อร์ คุณชายสี่แห่งจวนท่านแม่ทัพกำราบแคว้นในช่วงเช้าวันนี้ ซือหม่าโยว่เอ๋อร์ขอให้เขาดูแลน้องชายเขาเหมือนกับที่เขาดูแล ทว่าเขาไม่เคยคิดว่าอีกครึ่งวันต่อมาซือหม่ายูเยว่จะพบเจอปัญหาเช่นนี้

            “ไม่ได้การแล้ว ข้าต้องรีบไปแจ้งคุณชายสี่” ดวงตาของชิงฟางฉีประกายแวววาวขณะที่วิ่งออกไป

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

           


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 232 ครั้ง

163 ความคิดเห็น

  1. #97 เผาไฟ. (@sungjong123) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2562 / 17:32
    ขออีก2ตอนได้ไหมค่ะไร5555
    #97
    0
  2. #96 สู้ๆไรเตอร์ (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2562 / 13:43

    ไรต์น่าจะมาแบบสู้ๆ กันให้จบไปเลยค่ะ 555

    #96
    0
  3. #94 Monazeza (@Monazeza) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2562 / 11:19

    ต่ออีกสักตอนนะ
    #94
    0
  4. #93 Nura_Riku (@kanda-02) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2562 / 11:15
    ค้างงงง!!!
    #93
    0
  5. #92 kanyapakub (@kanyapakub) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2562 / 11:10
    มาต่อๆๆ
    #92
    0