คุณชายห้าเทพแห่งการรักษา

ตอนที่ 13 : บทที่ 13:“ กลับไปเรียนอีกครั้ง”

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,913
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 283 ครั้ง
    23 ส.ค. 62

          วันรุ่งขึ้นซือหม่ายูเยว่ก้าวขึ้นรถม้าเพื่อเดินทางไปยังสำนักศึกษา รถม้าคันนี้มีความคล้ายคลึงกับรถม้าแบบโบราณ เพียงแต่สัตว์ที่ใช้ลากรถม้านั้นไม่ใช่ม้า แต่เป็นสัตว์อสูร

            ซือหม่าลีจัดเตรียมการเดินทางในครั้งนี้ให้แก่ซือหม่ายูเยว่ เขายืนอยู่หน้ารถม้า หมาป่าวายุสี่ตัวยืนเด่นเป็นสง่า ทุก ๆ ตัวล้วนเป็นสัตว์อสูรที่มีพลังระดับห้า

            การที่สัตว์อสูรที่มีระดับพลังขั้นห้านั้นค่อนข้างหายากมาก ส่วนมากพวกมันจะอาศัยอยู่ในป่าลึก และยิ่งยากเข้าไปอีกเมื่อเห็นว่าพวกมันกำลังกลายเป็นสัตว์ลากรถม้าให้กับซือหม่ายูเยว่ เรื่องนี้สร้างความประหลาดใจให้แก่ผู้พบเห็น

            “พี่สี่ แล้วพี่สามเล่าเขาอยู่ที่ใด” นางอดไม่ได้จนต้องเอ่ยปากถาม ในยามที่นางมองไปรอบ ๆ รถม้าขนาดใหญ่ ซึ่งไร้เงาพี่ชายคนที่สามของนาง มีเพียงพวกเขาแค่สองคนที่นั่งอยู่ในรถม้าที่กว้างขวางและสะดวกสบายเช่นนี้

            “อ๋อ เขาเดินทางไปตั้งแต่ก่อนย่ำรุ่งเสียอีก บอกว่าจะไปพบสหายเพื่อทำภารกิจบางอย่าง” เขาตอบอย่างตั้งใจ

            “ทำภารกิจอันใดหรือพี่สี่” ซือหม่ายูเยว่ถามด้วยน้ำเสียงประหลาดใจ ขณะที่นางจับจ้องพี่ชายเพื่อขอร้องให้เขาอธิบายขยายความเพิ่มเติม

            ซือหม่าโยว่เอ๋อร์ปิดคัมภีร์ที่กำลังอ่านอยู่เงยหน้าขึ้นมา และอธิบายอย่างอดทน “สำนักศึกษาหลวงไม่เพียงแต่เป็นสถานที่สำหรับศึกษาเฉพาะภาคทฤษฎีเท่านั้น ทั้งยังได้รับประสบการณ์ในการทำงานอีกด้วย สำนักศึกษาหลวงมีการจัดให้ผู้ศึกษาได้ทำภารกิจบางอย่างให้สำเร็จ มีภารกิจต่าง ๆ มากมายส่วนมากภารกิจเหล่านี้จะไม่ยากจนเกินไป เวลาที่ออกไปทำภารกิจภาคสนามต้องใช้เวลาพอสมควรในการทำภารกิจหนึ่ง ๆ ข้าไม่คิดว่าเขาจะกลับมาเร็วนัก”  

            “เป็นเช่นนี้เอง....” ซือหม่ายูเยว่พยักหน้าอย่างพึงพอใจ ดูเหมือนว่าชีวิตที่สำนักศึกษาหลวงจะไม่น่าเบื่อเกินไป!

            “ข้าลืมบอกเจ้าไป คืนที่ผ่านมาสำนักศึกษาหลวงได้มีการจัดการแข่งขันสำหรับผู้ที่ต้องการเข้าศึกษาเป็นเวลาสองวัน เพิ่งเริ่มแข่งขันไปเมื่อวาน ถ้าหากว่าเจ้าสนใจสามารถเข้าไปชมการแข่งขันได้ ช่วงเช้าของวันนี้ทั้งวันท่านอาจารย์ประจำชั้นได้นัดพบข้าไว้ ข้ากลัวว่าจะไม่มีเวลาไปชมเป็นเพื่อนเจ้า หากเจ้าอยากไปรอข้าหลังเวลาอาหารกลางวันได้หรือไม่ ข้าจะไปกับเจ้าเอง” ซือหม่าโยว่เอ๋อร์พูด

            “มิต้องเป็นห่วง ข้าไม่รบกวนท่านดีกว่า หากข้าอยากไปดูข้าไปเองได้” นางส่ายหน้าปฏิเสธ นางรู้ว่าพี่ชายของนางเป็นห่วงนางมากเพียงใด ห่วงว่านางจะเบื่อ ห่วงว่าจะมีคนมารังแก แต่นางไม่ควรพึ่งพาเขาตลอดเวลาเช่นนี้ นางโตพอที่จะดูแลตัวเองได้ และยิ่งไปกว่านั้นวิญญาณของนางก็โตกว่าร่างกายนี้ด้วยซ้ำไป

            “เยว่เอ๋อร์ เจ้าโตขึ้นแล้วจริง ๆ” ซือหม่าโยว่เอ๋อร์อดไม่ได้ที่จะมองนางอย่างอบอุ่นอาบไปด้วยด้วยรอยยิ้มขอบคุณ

            ความคิดของซือหม่าโยว่เอ๋อร์ทำให้นางพูดมิออก เขาอายุมากกว่านางเพียงสามปี แต่เขากลับพูดเหมือนกับว่าเขานั้นแก่กว่านางมากนัก นางรีบหันออกไปมองนอกหน้าต่างจับจ้องบรรยากาศภายนอกรถม้า เพื่อปกปิดความรู้สึกไม่พอใจเอาไว้ ด้านนอกถนนมีการจัดงานแสดงอย่างคึกคักดังที่ซือหม่าโยว่เอ๋อร์กล่าวไว้ ว่าเป็นช่วงการแข่งขันของผู้ที่ต้องการเข้าเรียนในสำนักศึกษาหลวง เมืองหลวงจึงมีชีวิตชีวาเป็นพิเศษในช่วงเวลานี้ของทุกปี

            รถม้าที่ลากโดยยหมาป่าวายุจอดอยู่หน้าประตูทางเข้าสำนักศึกษาหลวง ซือหม่าโยว่เอ๋อร์พานางไปที่ห้องเรียนของนาง ก่อนจากไปเขายังสอบถามนางซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพื่อให้แน่ใจว่านางจะอยู่ได้โดยมิมีปัญหาอันใด

            ห้องทั้งห้องเกิดความเงียบงันขึ้นมาทันทีหลังการปรากฏตัวของนาง การปรากฏตัวของซือหม่ายูเยว่ทำให้ทุกสายตาจับจ้องไปที่นางอย่างตกใจ แต่เพียงแค่ชั่วอึดใจ ก็ได้ยินเสียงหัวเราะ เสียงโห่

            “ห้องเรียนของเราทำไมถึงมีขยะด้วยเล่า”

            “ฮ่าฮ่า บางทีเขามาที่นี่เพื่อดูนักเรียนใหม่หรือเปล่า ได้ยินมาว่าการคัดเลือกผู้เข้าเรียนของปีนี้ มีชายหนุ่มรูปงามเพียงไม่กี่คนเท่านั้น”  เสียงหัวเราะกึกก้องดังสนั่น ทำให้ห้องเรียนเต็มไปด้วยความครึกครึ้น

            “ข้าได้ยินมาว่า เขาตามรังควานมู่หรงไม่หยุด จนลูกน้องของมู่หรงเกือบจะฆ่าเขา!

            “ความจริงแล้วเขาควรฆ่าตัวตายซะ อยู่ไปก็เป็นแค่ขยะไร้ค่าทั้งยังทำให้ตระกูลต้องอับอายขายหน้า!

            ซือหม่ายูเยว่ยืนฟังคำสบประมาท คำดูถูกเหยียดหยามทั้งหมด นางเก็บพวกมันไว้ในใจนางสาบานกับตัวเองเงียบ ๆ ไม่ว่าใครก็ตามที่พูดคำพูดเหล่านี้ออกมา นางจะตอบแทนพวกมันอย่างสาสม ขาเรียวก้าวเดินไปนั่งที่ว่างแถวสุดท้าย ทั้งยังหันออกไปมองนอกหน้าต่างโดยมิให้ความสนใจกับคนโง่เขลาเหล่านั้น

            หากคิดย้อนกลับไปแล้วก็ไม่ควรตำหนิซือหม่ายูเยว่คนก่อนสำหรับการกระทำของนาง เพราะไม่อาจฝึกฝนพลังปราณได้ เมื่อเป็นเช่นนั้นจึงทำให้นางหมดความสนใจในการเรียนรู้ นางจึงมิตั้งใจศึกษาเพราะว่านางนั้นมิสามารถนำมันไปใช้ได้ นางจึงหันไปสนใจชายหนุ่มรูปงามแทนนั่นก็เป็นเพราะว่านางเป็นสตรี นั่นก็พอเข้าใจได้ ถึงแม้ความลุ่มหลงในชายหนุ่มของนางดูเหมือนว่ามันดูมากเกินไปเสียหน่อย หากย้อนกลับไปมองชาติตระกูลที่โดดเด่นของนางแล้ว นางกลับไม่ใช้อำนาจของตระกูลในทางที่ผิด ไม่ใช้มันกลั่นแกล้งผู้อื่น ไม่เหมือนกับขุนนางที่ร่ำรวยคนอื่น ๆ ไปไหนมาไหนก็ต้องมีข้ารับใช้คอยตามเป็นขบวนเช่นที่ผ่านมา

            ผู้คนรอบข้างซือหม่ายูเยว่พากันพูดเสียดสี แกมเหยียดหยามต่อไปเรื่อย ๆ เมื่อพวกเขานั้นเห็นว่าไม่มีการตอบโต้อันใดกลับมา การสนทนาเรื่องดังกล่าวก็ค่อย ๆ จางหายไป ต่อมาก็เริ่มต้นหัวข้อการพูดคุยใหม่เกี่ยวกับการคัดเลือกผู้เข้าศึกษาของปีนี้

            อย่างไรก็ตามบางคนที่สนทนาอยู่ก็ไม่อาจห้ามปากของตัวเองได้ สุดท้ายหัวข้อการสนทนาก็วกกลับมาถึงเรื่อง ขยะไร้ค่าเช่นนั้นสามารถเข้ามาศึกษาในสำนักศึกษาหลวงแห่งนี้ได้อย่างไร ซึ่งซือหม่ายูเยว่เป็นคนแรกที่สามารถทำได้

            ณ ศาลาริมทะเลสาบอันงดงาม กลุ่มนักเรียนกลุ่มหนึ่งกำลังสนทนาเกี่ยวกับการปรากฏตัวของซือหม่ายูเยว่ในสำนักศึกษาหลวง

            “มู่หรง อย่าบอกข้านะ ว่าขยะไร้ค่าเช่นซือหม่ายูเยว่กำลังสะกดรอยตามเจ้าอยู่” เสียงหนึ่งเอ่ยถามอันมู่หรง ผู้ซึ่งล้อมรอบไปด้วยผู้คนที่ให้ความสนใจเป็นอันดับหนึ่ง

            อันมู่หรง มีรูปลักษณ์ที่ดูห้าวหาญสมชายชาตรี หากอยู่ในยุคปัจจุบันเขาคงเป็นดาราภาพยนตร์อันดับต้นๆของประเทศเป็นแน่ เมื่อได้ยินดังนั้นอันมู่หรงอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว

            “ใช่ ข้าก็คิดว่าต้องเป็นเช่นนั้น บางทีขยะไร้ค่าอย่างเขาอาจจะอับจนหนทางแล้วเป็นแน่ เขาถึงได้ตามเจ้ามายังสำนักศึกษาหลวง”

            หญิงสาวข้างกายอันมู่หรงก็เป็นหนึ่งในผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ตอนที่ซือหม่ายูเยว่ถูกทุบตี  เมื่อนางได้ยินว่าซือหม่ายูเยว่กลับไปเรียนอีกครั้ง โดยที่นางไม่สามารถทำอะไรได้ นางจึงเอ่ยถาม “มู่หรง เจ้าจะทำเช่นไรถ้าเขายังตามติดเจ้าเช่นนั้นอีก”

            อันมู่หรงประสานมือกับหญิงสาวข้างกายอย่างหนักแน่น “ไม่ต้องห่วง ข้าไม่ให้เขามีโอกาสได้ทำเช่นนั้น”

            ซือหม่ายูเยว่นั่งอยู่ในห้องเรียนได้ไม่นานก็ถูกเรียกตัวไปที่ห้องของอาจารย์มู่ เมื่อนางเข้ามาในห้องนางพบว่าท่านอาจารย์มู่กำลังนั่งจิบชากับชายหนุ่มที่ดูค่อนข้างสง่างามและเก่งกาจ เขาสวมเสื้อคลุมตัวยาวสีขาว ชายคนนั้นให้ความรู้สึกยากต่อการเข้าถึงได้โดยง่าย

            เมื่ออาจารย์มู่เห็นซือหม่ายูเยว่เข้ามาก็ตกตะลึง ในเวลาไม่นานใบหน้าของเขากลับเต็มไปด้วยรอยยิ้มขณะพูดว่า “ซือหม่ายูเยว่ บุรุษท่านนี้เป็นอาจารย์ที่จะมาสอนนักเรียนใหม่ปีนี้ นามว่า เฟิงจิ๋วซิง

            ซือหม่ายูเยว่ทำความเคารพเฟิงจื้อชิง “ศิษย์คารวะท่านอาจารย์เฟิงขอรับ”

เฟิ่งจิ๋วซิงเงยหน้าขึ้นมองซือหม่ายูเยว่ บนใบหน้าของเขามิมีร่องรอยความรังเกลียด เดียดฉันท์ หรือความมิพึงพอใจอยู่แม้แต่น้อย “เจ้าคือซือหม่ายูเยว่เช่นนั้นรึ ข้าหวังว่าเจ้าจะตั้งใจศึกษาเล่าเรียนอย่างขยันขันแข็ง มิเช่นนั้นอาจารย์อย่างข้าจักต้องมีการลงโทษเจ้าเสียบ้าง”

            ซือหม่ายูเยว่รู้สึกสับสนเล็กน้อยจากคำพูดของเฟิงจิ๋วซิง นางมองเฟิงจิ๋วซิงกับอาจารย์มู่สลับกันไปมาด้วยความสงสัย

            “อะแฮ่ม ๆ .........คืออย่างนี้ เราเห็นพ้องต้องกันว่าเจ้าอาจไม่สามารถเรียนตามนักเรียนคนอื่นๆ ได้ทัน เพราะเจ้าไม่ได้เข้าเรียนมาก่อนเลยแม้แต่วิชาเดียว ช่วงเช้าของวันนี้ข้าได้ปรึกษากับท่านอาจารย์ใหญ่ ได้ความว่าเจ้าต้องไปเรียนร่วมกับนักเรียนใหม่ของปีนี้ นั่นอาจดีสำหรับตัวเจ้าเอง เช่นนั้นแล้วต่อจากนี้ไปเจ้าต้องเป็นนักเรียนของอาจารย์เฟิง” อาจารย์มู่อธิบาย

            ซือหม่ายูเยว่เหลือบมองใบหน้าที่ฉายแววความกังวลของอาจารย์มู่ แม้ว่าเขาจะพยายามซ่อนความปลื้มปิติยินดีเอาไว้อย่างแนบเนียบที่สุด แต่นางก็สามารถจับความรู้สึกเป็นสุขของเขาได้ผ่านแววตา

            นักเรียนคนหนึ่งซึ่งเป็นคนที่ได้ชื่อว่าไร้ค่าที่สุดมาอยู่ในชั้นเรียนของเขา อาจารย์มู่รู้สึกละอายใจกับความเป็นจริงอันแสนน่าอับอายที่สุด สุดท้ายเขาก็สามารถจำจัดเขาออกไปได้ ภายในใจอดไม่ได้จนอยากขับร้องเพลงด้วยความยินดี ไม่มีผู้ใดเข้าใจได้ ว่ามันช่างน่าขายหน้าเพียงใด ที่มีนักเรียนไร้ค่าไร้ประโยชน์เช่นเขา และมีเพียงสวรรค์เท่านั้นที่รู้ว่าอาจารย์ใหญ่อยู่เบื้องหลังการของเรื่องการรับนักเรียนใหม่

            *********************

สวัสดีนักอ่านทุกท่าน การที่เราทำงานมาเหนื่อยๆแล้วมาอ่านคอมเม้นของรีดก็เป็นกำลังใจที่ดีอย่างหนึ่ง ติดตามกันต่อไปเรื่อยๆนะจ๊ะ

            ปอลิง คำไหนเขียนผิดบอกกล่าวกันได้เลยน๊า

            ปอลิง 2 รักนักอ่านทุกคน เม้นให้กำลังใจไรต์ด้วยค้าบบบบบบ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 283 ครั้ง

161 ความคิดเห็น

  1. #89 Kadkhong23 (@Kadkhong23) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2562 / 10:19
    แนะนำว่าควรเปลี่ยนคำบางคำนะค่ะอ่านแล้วรู้สึกว่ามันออกเป็นไทยไป เห็นคำนี้บ่อย อ่านแล้วสะดุด
    เช่น จักมิมีผู้ใดเข้าใจ คือคำ จักมิ....เปลี่ยนเป็นตรงตัวไปเลย จะไม่มีผู้ใดเข้าใจ อ่านสบายกว่าและดูไม่ออกเป็นไทยไปนะค่ะ
    #89
    0
  2. #35 Pheonixy (@pattss) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 23 เมษายน 2562 / 12:20

    เก็บอาการหน่อยอาจารย์มู่

    #35
    0
  3. #34 PORNTHIPJ (@PORNTHIPJ) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 23 เมษายน 2562 / 11:36

    รอตอนต่อไปคะ อัพเร็วๆๆนร้าอิอิ
    #34
    0
  4. #33 Kanchat Passadorn (@kaekai72) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 23 เมษายน 2562 / 03:33

    สนุกค่ะรอออออ
    #33
    0
  5. #32 Demon Scripture (@chonlada757) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 22 เมษายน 2562 / 23:38
    รอๆๆๆๆๆ
    #32
    0
  6. #31 Pitchaya Chaisu (@dak-chiangmai) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 22 เมษายน 2562 / 22:24
    รอค่ะๆ
    #31
    0
  7. #30 Woraphan kanokhong (@0883656151) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 22 เมษายน 2562 / 22:01

    เเงงง รอน๊าาา
    #30
    0
  8. #29 PigSheep (@58184800272) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 22 เมษายน 2562 / 21:49
    ต่อๆเลยค่ะกำลังเพลินเลย
    #29
    0