คุณชายห้าเทพแห่งการรักษา

ตอนที่ 10 : บทที่ 10:“ โลกใหม่ที่น่าสนใจ”

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,282
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 384 ครั้ง
    21 ส.ค. 62

การมาหอคัมภีร์ในครั้งนี้ไม่เหมือนครั้งที่แล้วอย่างแน่นอน นางไม่เดินหลงทางอีกต่อไป เพราะครั้งสุดท้ายที่เข้ามานางได้จดบันทึกเส้นทางเกี่ยวกับตำแหน่งต่างๆ ของคัมภีร์แต่ละประเภทเอาไว้อย่างละเอียด เนื่องจากเตรียมตัวมาอย่างดีเพื่อการนี้นางตรงไปยังชั้นวางคัมภีร์เพื่อค้นหาสิ่งที่ต้องการ นางมองไปยังคัมภีร์ที่มีชื่อว่า “เคล็ดลับการฝึกฝน”

เมื่อคิดย้อนกลับไปแล้วนางมีความประทับใจคัมภีร์เล่มนี้อยู่เช่นเดียวกัน คัมภีร์เล่มนี้เคยถูกมอบให้ซือหม่ายูเยว่ในครั้งแรกที่เข้าเรียนที่สำนักศึกษาหลวง แต่น่าที่เสียดายที่นางไม่เคยสนใจใยดีมันเลยแม้แต่น้อย นางโยนมันไว้มุมหนึ่งของโต๊ะและไม่ได้คิดจะสนใจมันอีกเลย

ซือหม่ายูเยว่เอนตัวลงนั่งบนพื้นข้างชั้นวางคัมภีร์ขณะที่ไล่อ่านเนื้อหาของคัมภีร์อย่างรวดเร็ว ยิ่งอ่านมากเท่าใดก็ไม่สามารถซ่อนความประหลาดใจที่มีอยู่มากมายได้เลย นางถอนหายใจออกมาเบาๆ นางอยู่ในโลกเหนือจินตนาการจริงๆหรือเนี่ย !

ตามคัมภีร์ผู้คนจะสามารถฝึกฝนพลังปราณได้จากการดูดซับพลังวิญญาณที่มีอยู่ในอากาศหรือในสภาพแวดล้อมต่างๆ และเมื่อร่างกายสามารถดูดซับพลังวิญญาณได้จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง อย่างแรกคือทำให้มีพลังปราณที่แข็งแกร่งขึ้น

สิ่งหนึ่งที่ทำให้อำนาจของผู้คนเหล่านั้นแตกต่างกัน พลังปราณจึงถูกแบ่งออกเป็นประเภทต่างๆ ตามลำดับพลังคือ

พลังปราณแห่งนักรบ

พลังปราณแห่งปฐพี

พลังปราณแห่งนักปราชญ์

พลังปราณแห่งนฤเทพ

พลังปราณแห่งนักบุญ

สุดท้ายคือ ยอดแห่งพลังปราณ และจะมีสีของพลังตามลำดับไปคือ แดง ส้ม เหลือง เขียว น้ำเงิน ฟ้า และม่วง ซึ่งแต่ละลำดับของพลังจะแตกย่อยลงมาอีกเป็นอีก 9 ขั้น ซึ่งแต่ละขั้นจะแสดงพลังแตกต่างกันออกไป ดวงดาราคือขั้นรอง และดวงจันทราเป็นลำดับหนึ่ง อย่างเช่น พลังปราณนักรบขั้น 6 เมื่อรวบรวมขุมพลังปราณจะปรากฏดวงดาวดวงเล็กๆล้อมรอบเท้าของเขา ในขณะที่พลังปราณแห่งปฐพีขั้น 6 จะปรากฏดวงจันทร์หนึ่งดวงและดวงดาวอีกหกดวง และถ้าเป็นพลังปราณแห่งนักปราชญ์จะปรากฏดวงจันทร์ขึ้นสองดวงและอื่นๆ ตามลำดับขั้น

ถึงแม้ว่าผู้มีพลังปราณจะครอบโลก แต่ก็มีเพียงไม่กี่คนที่สามารถซึมซับและค้นพบขุมพลังปราณในอากาศได้ เพราะเมื่อบางคนมีพลังปราณพวกเขาก็ได้รับความนับถือ และมีความสุขกับสถานะที่สูงส่งของตัวเองในโลกใบนี้

 นอกจากจอมยุทธ(ผู้มีพลังปราณ)เป็นอาชีพ ที่ได้รับการยกย่องนับถือแล้วในการต่อสู้ยังมีนักดาบ นักดาบหมายถึงผู้คนที่ไม่สามารถฝึกฝนและดูดซับพลังปราณเพื่อเป็นจอมยุทธได้ แต่พวกเขาพัฒนาทักษะที่มีใส่เข้าไปในดาบของตน ซึ่งมีชื่อเรียกว่า รัศมีดาบ นอกจากพัฒนาทักษะดาบของพวกเขาแล้ว  นักดาบทั้งหลายยังต้องฝึกฝนร่างกายให้มีความพร้อม ฝึกซ้อมให้ร่างกายของพวกเขาแข็งแกร่งและแข็งแรงมากขึ้น เพื่อสามารถรองรับพลังของดาบได้

ระดับต่างๆของนักดาบประกอบไปด้วย

พลดาบ

ดาบขุนพล

ดาบนักปราชญ์

ราชันนักดาบ

นักดาบนฤเทพ

ดาบนักพรต

และ ยอดแห่งนักดาบ  รัศมีของดาบสามารถแบ่งออกได้เจ็ดสีด้วยกัน คือ สีแดง สีส้ม สีเหลือง สีเขียว สีน้ำเงิน สีฟ้า และสีม่วง และในแต่ละลำดับจะแยกย่อยออกไปอีกอันดับละ หนึ่ง จนถึง เก้า

แม้ว่าจอมยุทธและนักดาบเป็นอาชีพที่หายากเมื่อเทียบกับอาชีพอื่นๆในโลกนี้ ตัวเลขเหล่านี้ค่อนข้างมากเมื่อเทียบกับอาชีพอื่นๆที่มีจำนวนน้อยลงของการประกอบอาชีพเหล่านี้ อาจจะรวมถึง นักปรุงโอสถทิพย์ ช่างทำอาวุธ ผู้ควบคุมสัตว์อสูร หรือแม้ช่างตัดเย็บ ก็มีจุดเด่นของตัวเองในแต่ละอาชีพ

  จอมยุทธจะสามารถทำพันธสัญญากับสัตว์อสูรได้ หลังจากทำพันธสัญญาจอมยุทธและสัตว์อสูรจะหลอมรวมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ด้วยการใช้เลือดในการทำพันธะสัญญา  ธรรมชาติของสัตว์อสูรนั้นจะมีความป่าเถือนและอำมหิตอยู่มาก ในการทำพันธะกับสัตว์อสูรจึงเต็มไปด้วยอันตราย จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมี ผู้ควบคุมสัตว์อสูร

ผู้ควบคุมสัตว์อสูรจะใช้ความสามารถของพวกเขาในการล่อลวง และกำจัดความป่าเถื่อนของสัตว์อสูร เพื่อให้จอมยุทธสามารถสร้างพันธะได้อย่างปลอดภัย สำหรับสัตว์อสูรหลังจากทำพันธะสัญญาแล้วพวกมันจะมีส่วนช่วยให้พลังในการต่อสู้นั้นแข็งแกร่งขึ้น ขณะที่ต่อสู่เคียงบ่าเคียงไหล่กับเจ้านายของพวกมัน ดังนั้นผู้ควบคุมสัตว์อสูรจึงเป็นที่ยอมรับอย่างแพร่หลาย แต่ก่อนที่จะกลายมาเป็นผู้ควบคุมสัตว์อสูรได้นั้น ต้องเริ่มต้นจากการเป็นจอมยุทธก่อน

นอกจากนี้ ช่างทำอาวุธ และ ช่างตัดเย็บ ยังแยกย่อยออกมาจากจอมยุทธอีกด้วย และข้อเท็จจริงข้อนี้แหละที่ทำให้ซือหม่ายูเยว่ค่อนข้างพูดไม่ออก

“เฮ้อ ดูเหมือนว่าข้าควรเริ่มฝึกได้แล้ว” ซือหม่ายูเยว่ลุกขึ้นจากพื้นหลังจากค้นหาคัมภีร์มาสักพักหนึ่งแล้ว ในที่สุดนางก็เจอคัมภีร์เล่มหนึ่งที่ครอบคลุมเนื้อหาเกี่ยวกับพื้นฐานการฝึกฝนพลังปราณ นางเหงนมองขึ้นไปบนท้องฟ้าและเห็นว่ามันดึกมากแล้ว นางหยิบคัมภีร์มาเก็บไว้ในเรือน หลังจากทานอาหารเย็นนางก็ขังตัวเองไว้ในเรือน นางลุกขึ้นนั่งบนเตียงเพื่ออ่านคัมภีร์และทำตามที่เขียนไว้ในคัมภีร์ พยายามที่จะรู้สึกถึงพลังปราณที่มีอยู่ในอากาศผ่านทางสมาธิ

ในคราแรกนั้นนางไม่ได้รับรู้ถึงพลังอะไรเลยสักนิด แต่เมื่อเวลาผ่านไปนางเหมือนรู้สึกถึงอะไรบางอย่างที่ไม่สามารถพิสูจน์ได้หมุนวนรอบๆตัวนาง มันไม่ได้มีอะไรเกิดขึ้นจนเวลารุ้งอรุณของอีกวันมาถึง นางรับรู้ถึงสิ่งนั้นคล้าย ๆ เป็นจุดแสงหลาย ๆ สี ซือหม่ายูเยว่ลืมตาขึ้นจากสมาธิอย่างยากเย็นด้วยความมึนงง  [ในคัมภีร์บอกไว้ว่ามันจะมีแค่สีเดียวไม่ใช่หรอ ทำไมถึงรู้สึกได้ว่าพวกมันมีหลายสีละ?]

“แปลก!” นางไม่อาจเข้าใจว่าทำไมจุดแสงที่รับรู้มันจึงมีสีสันมากมายเช่นนั้น คัมภีร์เล่มนี้บอกไว้ว่าถึงจะเป็นผู้วิเศษกว่าคนปกติทั่วไป ก็จะสามารถรับรู้ได้เพียงแสงสีเดียวเท่านั้น หรือว่านางทำวิธีผิด?

นางอ่านคัมภีร์เล่มนี้ตั้งแต่เริ่มต้นอีกครั้ง และพบว่านางได้ทำตามที่คัมภีร์กล่าวไว้อย่างถูกต้องครบถ้วน นางไม่ได้ทำผิดขั้นตอนใดๆเลย แล้วปัญหามันเกิดขึ้นจากตรงไหนกัน นางครุ่นคิดกับมันสักพัก แล้วในที่สุดก็ตัดสินใจไปถามซือหม่าลี ซือหม่าลีนั้นได้บรรลุถึงขั้นพลังปราณแห่งนักบุญทั่งยังได้รับการยกย่องอย่างสูง เขาน่าจะตอบคำถามเหล่านี้ให้นางได้

เมื่อนางได้พบซือหม่าลี นางก็จัดการแจกแจงถามความอยากรู้ของนางให้เขาฟัง

“ความเป็นจริงนั้นง่ายมาก” ซือหม่าลีกล่าวขณะที่มองใบหน้าน้อยๆของหลานสาวที่มาหาเขาพร้อมกับคำถาม ใบหน้าเขายังประดับด้วยรอยยิ้มแล้วกล่าวต่อว่า “รัศมีของพลังจะมีสีแตกต่างกันตามคุณสมบัติของธาตุแต่ละบุคคล”

“คุณสมบัติของธาตุหรือขอรับ”

“ถูกต้องหลานรัก คุณสมบัติที่แสดงถึงประเภทของพลังปราณที่สามารถฝึกฝนได้ สีแดงเปรียบเสมือนธาตุไฟ และเมื่อมีการฝึกฝนพลังปราณพวกเขาจะดูดซับเอามวลพลังซึ่งเป็นสีแดงของแสงไว้ สีเขียวคือคุณสมบัติของธาตุไม้เมื่อมีการฝึกฝนก็จะดูดซับมวลพลังซึ่งเป็นสีเขียวเอาไว้ เช่นเดียวกับคุณสมบัติของน้ำที่เป็นสีฟ้า ในขณะที่คุณสมบัติของธาตุโลหะจะเป็นสีทอง คุณสมบัติของธาตุดินจะเป็นสีน้ำตาล คุณสมบัติของแสงจะเป็นสีขาวและความมืดจะเป็นสีดำ โดยปกติทั่วไปสีของแสงที่สามารถรับรู้ได้นั้นหมายถึงประเภทของอำนาจที่แต่ละคนจะฝึกฝนได้”

“เป็นเช่นนี้เอง” ซือหม่ายูเยว่พยักหน้าเข้าใจ เมื่อนางระลึกถึงแสงไฟหลากสีที่ได้เห็นในตอนเช้านางจึงถามต่อ “แล้วจะเกิดสิ่งใดขึ้นถ้าข้ารับรู้ได้ว่าแสงนั้นมีหลายสีขอรับ”

ซือหม่าลีมองดูซือหม่ายูเยว่ที่มีความสงสัยใคร่รู้ในเรื่องการฝึกฝนพลังปราณและการพัฒนาพลัง แต่เขาก็ยังตอบคำถามของหลานด้วยความอดทน “เมื่อผู้ใดก็ตามที่รับรู้ถึงความหลากหลายของสีในพลังปราณ แสดงว่าผู้นั้น จะถูกเรียกว่า เป็นปรมจารย์แห่งพลังปราณ”

“อืม อย่างเช่นถ้าผู้ใดสามารถรู้สึกถึงจุดสีแดงและสีทอง ซึ่งเป็นคุณสมบัติของธาตุไฟและโลหะจะถูกเรียกว่าพลังปราณเหลี่ยมเพชร แต่ถ้าผู้ใดสามารถรับรู้ได้ถึงสามสีจะถูกเรียกว่าพลังปราณตรีเหลี่ยมเพชร แต่ถ้าเป็นปรมจารย์แห่งพลังปราณจะมิค่อยมีให้เห็นมากนัก แต่ถ้าพวกเขาถูกค้นพบก็จะได้รับการยกย่องนับถืออย่างล้นหลาม”

“ถ้าสามารถรู้สึกถึงสีทั้งหมดในคราเดียวกันละขอรับ” ซือหม่ายูเยว่ถามอย่างใสซื่อ นางมองไปยังซือหม่าลีอย่างจริงจัง พลางถามเขาด้วยความตื่นเต้น

 

**********************************************

 

เนื่องจากเป็นนิยายเรื่องแรกที่เกี่ยวกับจีนโบราณ ภาษาในการเล่นจึงแปลกๆ ไรต์ขออภัยอย่างยิ่ง แต่ไรต์จะพยายามปรับปรุงตัว ปรับภาษาการบรรยายให้ดูสมจริงขึ้น (คือบางคำมันนึกไม่ออกว่าควรจะใช้คำจีนโบราณไหนดี รีดเดอร์โปรดแนะนำด้วยนะ)

ไรต์มีเวลาแต่แค่วันธรรมดานะคะ เสาร์อาทิตย์ไม่ว่างเลยจร้า จะพยายามอัพทุกวัน ถ้าว่าง แหะๆ

ปอลิง สุดท้าย เม้นให้กำลังใจไรต์ด้วยน๊า ติชมได้ไม่ว่าจร้า รักรีดเดอร์ทุกคนนะ จุ๊บๆๆ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 384 ครั้ง

163 ความคิดเห็น

  1. #151 kittysmall (@lekwasanaDek-D) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 กันยายน 2562 / 17:22
    สนุกค่ะ เพิ่งอ่าน รอติดตามต่อไปนะคะ
    #151
    0
  2. #85 Minaon (@Minaon) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2562 / 10:48
    แนะนำ ให้ใช้ คำว่า "วัตถุดิบ" แทน "วัสดุ" นะคะ

    จะคุ้นชินกว่า
    #85
    0
  3. #28 swan28 (@swan28) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 22 เมษายน 2562 / 09:40

    สนุกอ่ะ
    #28
    0
  4. วันที่ 4 พฤศจิกายน 2561 / 11:46

    กกลับมาเขียนต่อเถอะคะมันสนุกมากๆๆเลย

    #23
    2
    • #23-1 แอนนาแบล (@phanitnun) (จากตอนที่ 10)
      21 เมษายน 2562 / 00:17
      กลับมาแล้ววววว รีดก็กลับมาอ่านต่อด้วยน๊าาา
      #23-1
    • ความเห็นย่อยนี้ถูกลบแล้ว :(
  5. #22 nokjib02 (@nokjib02) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2561 / 21:58

    กลับมานะค่ะรออยุ่ค่ะสนุกมาก

    #22
    0
  6. #21 Chonthich (@Chonthich) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 22 กันยายน 2561 / 09:23
    รอค่ะรีบๆๆกลับมาเร็วๆๆนะค่ะ
    #21
    0
  7. #18 Ning7269 (@Ning7269) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2561 / 17:03
    😔รอค่ะ สนุกมากๆๆๆ
    #18
    0
  8. #17 aminidecor (@aminidecor) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2561 / 12:41
    สนุกมาก
    #17
    0
  9. #15 nawanoi19 (@nawanoi19) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2561 / 03:43
    สนุกค่ะรออ่าน
    #15
    0
  10. #14 usaonly (@usaonly) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2561 / 00:54

    เยว่เอ๋อร์มีพลังปรมาจารย์ ไม่ธรรมดา นางคงต้องฝึกปรือฝีมือซะแล้ว รออ่านต่อค่ะ ขอบคุณท่ีมาอัพเดทค่ะ

    #14
    0
  11. #13 Nanase33 (@HikariJung8893) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2561 / 20:59
    รออ่านนะคะ สนุกค่ะ แต่คำพูดเยังแปลกๆอยู่ไม่คล้ายจีนสักเท่าไหร่ แลดูปัจจุบันไปนิดค่ะ
    #13
    0
  12. #8 KingStar001 (@KingStar001) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2561 / 19:51
    สนุกคับ. รออ่านนะ
    #8
    0
  13. #7 +Busshetta+ (@night-butter) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2561 / 13:15
    สู้ๆค่ะ แต่งไปเรื่อยๆ ค่อยๆปรับตัวก็จะพัฒนาไปเรื่อยๆ
    #7
    0