ข้าไม่ต้องการศัตรูอีกแล้ว

ตอนที่ 8 : บทที่ ๗ ร้องไห้

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,731
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 211 ครั้ง
    9 ก.ย. 63

 


สายฝนโปรยปรายพรมยอดไม้ ตกกระทบลงบนหลังคาเรือนเกิดเป็นเสียงฝนที่ชวนสงบใจ และบ่งบอกให้ทราบว่าปักษ์อวี๋สุ่ย[1] มาเยือนแล้ว เพื่อมอบความชุ่มฉ่ำให้กับผืนดิน...

"แปะๆ" เสียงสายฝนตกกระทบฝ่ามือเล็กๆ ของเด็กหญิงวัยประมาณเจ็ดขวบปีที่ยื่นมือออกจากชายคาเพื่อสัมผัสสายฝนที่หลั่งรินมอบความเย็นชื่น..

"ฝนตกเสียแล้ว พี่จื่อชิงไปเอาร่มมาเถิด ถึงเวลาต้องไปเรือนท่านย่าแล้ว จะชักช้าไม่ได้" เซิ่งหลัวหลันเอ่ยคำกับสาวใช้คนสนิทของตนที่มีอายุประมาณสิบห้าขวบปี พลางถอนมือออกจากสายฝนที่ร่วงหล่นจากชายคา..

"เจ้าค่ะ คุณหนู" จื่อชิงสาวใช้แก้มกลมอิ่มรับคำผู้เป็นนายอย่างนอบน้อม พลางหมุนกายกลับไปในเรือน ส่วนเซิ่งหลัวหลันก็มองออกไปด้านนอกดังเดิมด้วยริมฝีปากที่ประดับยิ้มบางเบา...

 แต่เมื่อเห็นว่าบริเวณซุ้มระเบียงทางเดินที่เชื่อมกับเรือนของนางมีกลุ่มคนกำลังเดินมา นางก็ขมวดคิ้วลงเล็กน้อย..

 

"พี่สาวว อุ้มๆ" เสียงเล็กๆ ร้องเรียกเซิ่งหลัวหลัน พร้อมเงาร่างกลมป้อมของเด็กชายวัยประมาณสองขวบย่างสามขวบปีคนหนึ่งที่ดิ้นไปมาในอ้อมแขนของหรูอิ๋ง สาวใช้ของหลันหว่านรั่วที่อุ้มเขาอยู่ อย่างต้องการลงไปก้าวเดินด้วยตนเอง จนหรูอิ๋งแทบอุ้มเขาไม่ไหว 

และหรูอี้ที่อยู่ข้างๆ กันนั้นก็มีท่าทีแทบไม่ต่างจากหรูอิ๋ง เมื่อเด็กชายอีกคนในอ้อมแขนของนาง ก็ขยับตัวเคลื่อนไหวทันทีที่มองเห็นเซิ่งหลัวหลัน..

"อุ้ม" เด็กชายในอ้อมแขนหรูอี้อ้าแขนกว้างพลางเอ่ยคำด้วยสีหน้าเรียบนิ่งเมื่อเข้ามาใกล้เซิ่งหลัวหลัน.. 

 "พี่สาว อุ้มๆ" เด็กชายในอ้อมแขนหรูอิ๋งก็เช่นกัน แต่เขาพูดมากกว่าผู้เป็นน้องชาย และดิ้นแรงมากกว่าผู้เป็นน้อง... 

เซิ่งหลัวหลัน "......" นางหรี่ตามองเจ้าก้อนแป้งสองก้อนที่กำลังเข้ามาใกล้ๆ ด้วยเรียวคิ้วที่ขมวดมุ่นเล็กน้อย แต่สุดท้ายก็ได้แต่ถอนหายใจ เปลี่ยนใบหน้าเป็นยิ้มละไม เมื่อสาวใช้ของมารดาตนนำเจ้าก้อนแป้งทั้งสองเข้ามาถึงเรือนของนางแล้ว..

 

"คุณหนูใหญ่" "คุณหนูใหญ่" เหล่าสาวใช้ห้าคนพากันเดินมาย่อกายคารวะเซิ่งหลัวหลันที่ยังคงมีรอยยิ้มประดับใบหน้า.. 

"พี่หรูอี้ พี่หรูอิ๋ง วันนี้พวกเขารบเร้าให้พามาหาข้าอีกแล้วหรือ" หลัวหลันเอ่ยทักทายบ่าวรับใช้คนสนิทของมารดา ทำให้ทั้งสองได้แต่ยิ้มตอบด้วยสีหน้าจนใจ..

"ขออภัยจริงๆ เจ้าค่ะคุณหนู นับตั้งแต่ตื่นนอนคุณชายทั้งสองก็เอาแต่ร่ำร้องว่าจะมาหาท่าน ร้องเสียงดังจนรบกวนฮูหยินน้อย ที่วันนี้ไม่ค่อยสบายนักเพราะถูกไอเย็น ท่านโหวน้อยจึงได้ให้พวกเราพาคุณชายทั้งสองมาเรือนคุณหนู คุณชายจะได้ไม่ติดหวัด และไม่รบกวนฮูหยินเจ้าค่ะ" หรูอี้เอ่ยตอบด้วยสีหน้ากังวล

หลัวหลันเองก็มีสีหน้าเคร่งเครียดในทันที.. เมื่อเป็นเรื่องของมารดานาง หลัวหลันไม่เคยผ่อนคลาย..

 

 "ท่านแม่ป่วยหนักมากหรือไม่ แล้วผู้ใดดูแลท่านอยู่ ในเมื่อพวกเจ้าพากันมาเรือนข้าหมด" น้ำเสียงเคร่งขรึมที่หลัวหลันมักเผลอใช้ออกมายามเอ่ยเรื่องจริงจังดังขึ้น ทำให้บ่าวรับใช้รู้สึกเกรงอย่างประหลาด..

"ไม่มากเท่าใดเจ้าค่ะ ฮูหยินแค่เป็นหวัดเพราะไอเย็นเท่านั้น คุณหนูอย่าได้กังวล ท่านโหวน้อยดูแลฮูหยินอยู่เจ้าค่ะ" หรูอิ๋งเอ่ยตอบ พลางพยายามดึงตัวคุณชายใหญ่ที่ตนอุ้มเอาไว้ให้อยู่ในอ้อมอก 

"อืม หลังจากไปเรือนท่านย่าแล้ว ข้าจะไปเยี่ยมท่านแม่" หลัวหลันพยักหน้ารับรู้ด้วยหัวใจที่เต้นเบาลง  พลางคิดถึงมารดาของตนที่หลังจากคลอดเจ้าน้องชายทั้งสองแล้วกลับมีสุขภาพที่ย่ำแย่กว่าเดิม 

เพราะร่างกายที่ค่อนข้างอ่อนแอ ทำให้ยามคลอด หลันหว่านรั่วต้องคลอดอย่างยากลำบาก สูญเสียพลังกายไปมากมาย หลังคลอดจึงได้อ่อนแอลง เจ็บป่วยง่ายกว่าเดิม ต้องประคบประหงมดูแลด้วยตัวยาล้ำค่าไปมากมายกว่าจะดีขึ้น  

กล่าวได้ว่า ท่านแม่ของนางยามนี้ต้องประคบประหงมดูแลให้ดี ไม่ควรทำให้นางลำบากกายและใจ..

และเพื่อไม่ให้ท่านแม่ลำบากกาย ลำบากใจ ท่านพ่อที่รักใคร่มารดาจนลืมบุตร ก็มักจะโยนเจ้าก้อนแป้งทั้งสองมาให้นางช่วยเลี้ยงดูอยู่บ่อยครั้ง ทำให้พวกเขาชอบเกาะติดนาง ส่วนนางก็ได้แต่จำยอมต้องดูแลพวกเขา เพราะพวกเขาเป็นน้องชายของนาง แม้ใจจริงแล้วนั้น..  

นางไม่อยากจะดูแลพวกเขาแม้สักนิดเพราะนางไม่รู้ว่าควรรับมือกับพวกเขาเช่นไร..

นางมารพันปีที่ไร้ญาติ ขาดมิตรเช่นนาง! ไม่รู้ว่าควรทำตัว หรือรับมือเช่นไรดี กับมนุษย์ตัวเล็กๆ สองคนที่มักจะเกาะติดนาง และมีศักดิ์เป็นน้องชาย!

 

"พี่สาว อุ้มๆ อุ้ม" เซิ่งฉีเหรินแฝดผู้พี่ที่มีนิสัยแสนร่าเริง อ้าแขนกว้างให้หลัวหลันเมื่อเขาเห็นนางมองดูตนเอง..

"อุ้ม!" เซิ่งฉีหลานแฝดผู้น้องที่มีนิสัยนิ่งขรึมแต่เจือความดื้อรั้นเอ่ยคำพร้อมอ้าแขนกว้าง ด้วยสีหน้าเรียบนิ่งและคำพูดสั้นกระชับเมื่อเห็นว่าพี่ชายของตนเอ่ยคำไปก่อนแล้ว..

"พี่สาวว" เซิ่งฉีเหรินดิ้นไปมา "พี่" เซิ่งฉีหลานร้องเรียกซ้ำ..  

เซิ่งหลัวหลัน "........" นางได้แต่กะพริบตาปริบๆ มองน้องชายทั้งสองของตนที่ขนาดตัวไม่น้อยแล้วด้วยสีหน้าอับจนปัญญา..

 

'ข้าในยามนี้มีอายุแค่ไม่กี่ขวบปี จะอุ้มพวกเจ้าที่กินอิ่มนอนหลับจนอ้วนท้วนพร้อมๆ กันได้อย่างไร!' เซิ่งหลัวหลันคิดในใจพลางลอบถลึงตาให้เจ้าน้องชายทั้งสอง แล้วยืนกอดอกอยู่ที่เดิม พลางเอ่ยคำ..

"ปล่อยพวกเขา โตแล้ว ให้ยืนเอง" น้ำเสียงที่แฝงความเฉียบขาดเอ่ยบอกสาวใช้คนสนิทของมารดา ทำให้พวกนางต้องจำใจปล่อยเจ้าก้อนแป้งทั้งสองลง และทันทีที่ถูกปล่อยตัว เด็กชายทั้งสองก็พุ่งเข้าหาผู้เป็นพี่สาว กอดหมับเข้าที่ขาเล็กๆ ของผู้เป็นพี่ทันที..

 

"พี่สาว อุ้ม" "อุ้ม" เจ้าก้อนแป้งทั้งสองกอดขาหลัวหลัน และยังคงร้องเรียกให้นางอุ้มพวกเขา ทำให้เซิ่งหลัวหลันต้องถอนหายใจ ย่อกายลงเพื่อพูดคุยกับพวกเขาด้วยแววตาที่แฝงแววจนใจ..

"โตแล้ว ไม่อุ้ม ต้องเดินเอง" หลัวหลันใช้คำพูดสั้นกระชับเท่าที่เด็กวัยสองขวบกว่าจะเข้าใจ ซึ่งเจ้าก้อนแป้งทั้งสองก็เข้าใจในทันที แต่พวกเขากลับมีท่าทางไม่ยินยอม ส่ายหน้ารัวเร็วพร้อมๆ กัน ทั้งยังส่งสายตาออดอ้อน ที่พวกเขามักใช้ได้ผลกับคนอื่นเสมอมาให้เซิ่งหลัวหลัน..

ทว่าเซิ่งหลัวหลัน นางมารพันปีย่อมไม่ใจอ่อนง่ายๆ

"อย่าดื้อ วันนี้พี่ต้องไปเรือนท่านย่าก่อน พวกเจ้ารออยู่นี่ พี่จะกลับมาเล่นด้วยทีหลัง" 

น้ำเสียงเคร่งขรึมเอ่ยบอกชัดเจน ทำให้เจ้าก้อนแป้งทั้งสองสลดลงในทันที ท่าทางมีแต่ความน้อยอกน้อยใจ จนสาวใช้ทั้งหลายรู้สึกสงสาร ทว่าเซิ่งหลัวหลันย่อมไม่รวมอยู่ในคนเหล่านั้น..

 

"เป็นเด็กดี รอนะ จะกลับมาเล่นด้วยทีหลัง" เซิ่งหลัวหลันเอ่ยคำด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงเล็กน้อย พลางยกมือเล็กๆ ของตนลูบศีรษะเจ้าก้อนแป้งทั้งสอง ทำให้พวกเขามีสีหน้ายินดี ยอมปล่อยมือจากตัวพี่สาวแต่โดยดี

"รอ" เซิ่งฉีหลานยอมปล่อยคนแรก ส่วนเซิ่งฉีเหรินนั้น เขายู่หน้าเล็กน้อยอย่างไม่ชอบใจ แต่ก็ยอมปล่อยแต่โดยดี พร้อมคำพูดกำชับว่า "พี่สาว กลับเร็วๆ"  

"อืม จะกลับมาเร็วๆ แล้วพาพวกเจ้าไปเดินเล่น" หลัวหลันรับคำเจ้าก้อนแป้งทั้งสอง พลางหันไปสั่งบ่าวรับใช้ ให้พาเด็กทั้งสองคนไปรอนางยังห้องข้างๆ ที่นางปรับไว้ให้เป็นห้องสำหรับสองแฝดที่มักมาเล่นอยู่เรือนนางแทบทุกวัน แล้วค่อยออกเดินทางไปยังเรือนของฮูหยินผู้เฒ่า เผชิญหน้ากับท่านย่าเลี้ยงที่มักจะหาวิธีการมากลั่นแกล้ง ให้นางยอมแพ้ หรือเลิกสนใจเรื่องจัดการจวน..

 

"คุณหนูใหญ่ ท่านมาแล้ว ฝนตกเช่นนี้ เหตุใดจึงไม่แจ้งงดสักวันเล่าเจ้าคะ" 

ด้านหน้าเรือนของฮูหยินผู้เฒ่ายังมีฝนตกโปรยปราย จางหมัวมัวที่ได้รับแจ้งจากบ่าวที่เฝ้าด้านนอกเรือน รีบออกมาต้อนรับเซิ่งหลัวหลัน  

"ไม่เป็นไร วันนี้เป็นวันที่เถ้าแก่ร้านค้าทั้งหลายจะมาส่งมอบบัญชี ข้าสมควรมา"  หลัวหลันเอ่ยบอกจางหมัวมัวที่มีสีหน้าแฝงความยินดี มีรอยยิ้มประดับหน้า พลางเอ่ยถามกลับเมื่อเห็นว่าจางหมัวมัวยังยืนนิ่ง สีหน้าแต้มยิ้ม ไม่ตอบกลับคำพูดนางเสียที..

"จางหมัวมัว ไม่ทราบว่าวันนี้พบเจอเรื่องดีอันใดหรือ จึงยิ้มไม่หยุดเลย แล้วฉางซิง ฉางเซิงเล่า วันนี้พวกเขายังจะมาฝึกวรยุทธ์กันหรือไม่" เซิ่งหลัวหลันเอ่ยถามจางหมัวมัว พลางถามเลยไปถึงฉางซิง ฉางเซิง ที่มีตารางเรียนวรยุทธ์กับท่านโหวผู้เฒ่าในตอนบ่าย..

 

"ขออภัยเจ้าค่ะคุณหนูใหญ่ บ่าวเสียมารยาทแล้ว.. เพราะได้ฟังเรื่องน่ายินดีมาเรื่องหนึ่งจึงไม่อาจระงับอารมณ์ได้  ส่วนคุณหนูฉางซิง ฉางเซิง วันนี้ได้ส่งคนมาแจ้ง ว่างดเรียนวรยุทธ์ตั้งแต่เช้ามืดแล้วเจ้าค่ะ" หลังได้ยินคำถามของหลัวหลัน จางหมัวมัวก็รีบยิ้มแย้มตอบกลับ

"ไม่เป็นไร ยินดีกับท่านด้วย มีเรื่องดีก็ควรยินดี แต่ว่าฉางซิง ฉางเซิงไม่มาเพราะเหตุใด พวกเขาป่วย หรือ" หลัวหลันเอ่ยยินดีกับเรื่องดีๆ ของจางหมัวมัว แม้นางจะไม่รู้ว่าเป็นเรื่องใด..

แต่เมื่อเอ่ยถามถึงเฉียนฉางซิง ฉางเซิงที่ไม่มา นางก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย เพราะนึกเป็นห่วงอีกฝ่ายที่กลายมาเป็นพรรคพวกของนาง..   


ด้านจางหมัวมัวเมื่อได้ยินคำถามของหลัวหลัน สีหน้าที่แต้มความยินดีของนางก็มีความอ่อนโยนเพิ่มขึ้น แม้แต่ในดวงตาก็ปรากฏความอ่อนโยนตาม

"ไม่ใช่เจ้าค่ะ คุณหนูทั้งสองไม่ได้ป่วยอันใด แต่เป็นเพราะวันนี้มีเรื่องมงคลเกิดขึ้นที่บ้าน คุณหนูทั้งสองจึงขอยกเลิกการเรียนวรยุทธ์หนึ่งวันเจ้าค่ะ" จางหมัวมัวเอ่ยตอบ สีหน้ายังคงเต็มไปด้วยความยินดี

"เรื่องมงคลหรือ เป็นเรื่องใดกัน ใช่เรื่องเดียวกับที่ทำให้ท่านยิ้มยินดีหรือไม่" หลัวหลันใช้สีหน้าตื่นเต้นไถ่ถาม จางหมัวมัวก็คล้ายตื่นเต้นตาม นางรีบเอ่ยบอกหลัวหลันทันที

 "ใช่แล้วเจ้าค่ะ ท่านอาหญิงของคุณหนูใหญ่ กำลังจะมีญาติผู้น้องให้ท่านเจ้าค่ะ ข่าวดีนี้ทำเอาบ่าวกลั้นความยินดีไว้ไม่ไหว ฮูหยินผู้เฒ่าเองก็เช่นกันเจ้าค่ะ เมื่อได้รับข่าวก็อารมณ์ดีไม่น้อย" จางหมัวมัวเอ่ยคำสีหน้าปลาบปลื้ม ยินดีจากใจจริง ส่วนเซิ่งหลัวหลันก็ยิ้มแย้มยินดีไม่ต่างกัน..

"ดียิ่งนัก หากท่านอาหญิงมีน้อง ข้าก็จะมีเพื่อนเล่นเพิ่ม มีพรรคพวกเยอะๆ ดีที่สุด" น้ำเสียงสดใสของหลัวหลันเอ่ยตอบรับข่าวดีที่ได้ยินจากจางหมัวมัว พร้อมกับยิ้มแย้มดีใจเมื่อนึกถึงอนาคตในวันข้างหน้าที่นางจะมีน้องสาว หรือ น้องชาย มาเป็น 'พรรคพวก' เพิ่มอีกคน..

ใช่แล้ว พรรคพวก.. เวลาผ่านมานานหลายปี เซิ่งหลัวหลันสามารถดึงผู้คนฝั่งฮูหยินผู้เฒ่ามาเป็นพรรคพวกได้มากมาย..

ซึ่งคนแรกก็ไม่ใช่คนอื่นคนไกล แต่กลับเป็นจางหมัวมัวบ่าวรับใช้คนสนิทของฮูหยินผู้เฒ่า ที่เอนเอียงมาเข้าข้างนางแล้วนั่นเอง..


ใช่แล้ว วันเวลาที่ผ่านมานานหลายปี ได้ทำให้จางหมัวมัวที่เคยภักดีต่อฮูหยินผู้เฒ่าเปลี่ยนไปแล้ว..  

นางเปลี่ยนไปเพราะนางรักใคร่เอ็นดูเซิ่งเฉียวดั่งบุตรในอุทร และรักเฉียนฉางเซิง ฉางซิงดั่งแก้วตาดวงใจ..  

ฉะนั้น เมื่อเซิงเฉียวเปลี่ยนเป็นดีต่อพี่ชาย พี่สะใภ้.. และหลัวหลันยังดีต่อฉางซิง ฉางเซิง สนิทสนมกับพวกเขาด้วยใจจริง ทำให้จางหมัวมัวเห็นว่าหลัวหลันเป็นมิตรที่แท้จริงของฉางซิง ฉางเซิง..

จางหมัวมัวก็เปลี่ยนจากร้าย กลายเป็นดีต่อหลัวหลันตามพวกเขาไปด้วย ถึงแม้ยามอยู่ต่อหน้าฉินฮูหยิน จางหมัวมัวจะไม่ได้แสดงออกมากนักว่าเข้าข้างเซิ่งหลัวหลัน แต่ลับหลังฉินฮูหยินผู้เฒ่านั้น จางหมัวมัวกลับลอบช่วยเหลือหลัวหลันยามต้องเผชิญหน้ากับฮูหยินผู้เฒ่าหลายต่อหลายครั้ง

เช่นการแอบบอกกล่าวสภาพอารมณ์ของฉินฮูหยินผู้เฒ่ายามนางอารมณ์เสีย หรือแอบช่วยเหลือเซิ่งหลัวหลันลับหลัง ยามถูกฮูหยินผู้เฒ่ากลั่นแกล้งให้เรียนรู้งานที่ไม่เกี่ยวข้องกับการจัดการจวน..

กล่าวได้ว่า นับตั้งแต่จางหมัวมัวแน่ใจว่าหลัวหลันจริงใจต่อฉางซิง ฉางเซิง นางก็เปลี่ยนข้าง คอยเป็นเบื้องหลังสนับสนุนเซิ่งหลัวหลันอยู่เงียบๆ คอยบอกกล่าวความเคลื่อนไหวของฮูหยินผู้เฒ่าให้หลัวหลันรับรู้ ในเรื่องที่นางเห็นว่าสมควร ทำให้หลัวหลันสามารถรับมือกับฮูหยินผู้เฒ่าที่คิดกลั่นแกล้งเด็กหญิงตัวเล็กๆ เช่นนางได้หลายต่อหลายครั้ง...  

 

ส่วนเซิ่งเฉียว ท่านอาหญิงของเซิ่งหลัวหลันนั้น นับจากเหตุการณ์ยัดเยียดอนุให้พี่ชาย นางก็สำนึกผิดจากใจจริงและค่อยๆ เปลี่ยนแปลงตนเองจนกลายเป็นสตรีที่มีสติ มีความคิดกว้างไกล ใจเย็นมากขึ้น ไม่คิดทำเรื่องเลวร้ายตามการยั่วยุของมารดาอีก..

เพราะนางมีบุตรสาว บุตรชาย คอยรักใคร่ ห่วงใย เติมเต็มความสุข มอบมุมมองที่กว้างไกลให้นาง.. ทำให้เซิ่งเฉียวกลายเป็นสตรีที่สามารถสงบจิตใจ ไม่สนเรื่องการแย่งชิงหลังเรือน เปลี่ยนเป็นฮูหยินเอกผู้เพียบพร้อม คอยจัดการดูแลเหล่าอนุ บุตรอนุ อย่างเหมาะสม จัดการเรือนหลังบ้านได้เป็นอย่างดี ดีจนถึงขั้นทำให้เฉียนส้าวผู้เป็นสามีเกรงใจ ไว้ใจ รักใคร่ ให้เกียรติ กลับมารักใคร่นางตามเดิม..

แต่ว่าสิ่งเหล่านั้นที่เซิ่งเฉียวได้รับจากสามีย่อมไม่ใช่สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับนางอีกต่อไปแล้ว..

 เพราะนางมีบุตรเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด และเพราะมีบุตรเป็นสิ่งสำคัญ เซิ่งเฉียวจึงมีท่าทีต่อหลัวหลันไม่ต่างจากจางหมัวมัว นั่นคือกลายมาเป็นมิตรกับหลัวหลันเพื่อบุตรสาว บุตรชายของตนที่สนิทสนมกับหลัวหลัน..  

และเมื่อจางหมัวมัวเอนเอียง เซิ่งเฉียวเข้าข้างทางหลัวหลัน ในยามนี้ก็นับได้ว่า ฉินฮูหยินผู้เฒ่าเริ่มถูกทิ้งให้โดดเดี่ยวแล้ว..

 และในวันข้างหน้าหากฉินฮูหยินผู้เฒ่า ยังคงดึงดันในเส้นทางครอบครองอำนาจของตนต่อไป นางก็อาจจะถูกทอดทิ้งอย่างแท้จริง ซึ่งนั่นก็ต้องดูจากท่าทีในวันข้างหน้าของฮูหยินผู้เฒ่าแล้ว...

 

"คารวะท่านย่าเจ้าค่ะ" นำเสียงใสของหลัวหลันเอ่ยคำ พลางย่อกายคารวะฮูหยินผู้เฒ่าอย่างนอบน้อม ด้วยใบหน้าแต้มรอยยิ้ม ซึ่งมันสวนทางกับแววตาของฮูหยินผู้เฒ่าที่แปลเปลี่ยนจากความยินดีที่ได้รับข่าวดีของบุตรสาวเป็นแอบแฝงความเอือมระอาต่อหลัวหลันเอาไว้..

"อืม มาแล้วหรือ ในเมื่อมาถึงแล้วก็มานั่งฟังผู้ดูแลร้านค้าสรุปบัญชีเดือนนี้ พอฟังจบแล้วก็ลองคิดกำไรตามที่ข้าเคยสอนเจ้าดู หวังว่าเจ้าจะไม่คิดผิด พ่อบ้านหวังข้าฝากเจ้าช่วยดูแลนางด้วย"

 ฉินฮูหยินผู้เฒ่าพยักหน้ารับการคารวะของหลัวหลัน พลางเอ่ยถ้อยคำด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม สีหน้าเรียบนิ่งอย่างต้องการข่มขู่กลายๆ  แต่แน่นอนว่าสีหน้ากับท่าทางเข้มงวดเหล่านั้นของนาง ล้วนไร้ผลใดๆ ทั้งสิ้นต่อหลัวหลัน..

"เจ้าค่ะ ท่านย่า" เซิ่งหลัวหลันยิ้มละไมตอบคำ ทว่าในใจของนางนั้นกำลังคิดว่า

 ‘วันนี้ท่านย่าคนดี จะกลั่นแกล้งข้าอย่างไรบ้างนะ อยากรู้เสียจริง’ เซิ่งหลัวหลันคิด พลางมองดูท่านย่าเลี้ยงของตนด้วยสีหน้าจริงใจ จากนั้นก็หันหลังให้อีกฝ่ายเดินไปนั่งยังตั่งเตี้ย ซึ่งเป็นโต๊ะเรียนเรื่องการจัดการจวน ที่ฮูหยินผู้เฒ่าต้องจำยอมหามาประจำไว้ เพราะเซิ่งหลัวหลันตอนวัยสี่ขวบปีดึงดันที่จะเรียนรู้เรื่องการจัดการจวน และอาศัยความกระตือรือร้นของเด็กหญิงคนหนึ่งมากดดันฮูหยินผู้เฒ่าแทบทุกวัน จนฮูหยินผู้เฒ่าต้องจำยอมตั้งโต๊ะเรียน และสั่งสอนการจัดการจวนให้นาง โดยแสร้งสอนแบบผิดบ้าง ถูกบ้างอยู่เสมอ...

 

"คุณหนูใหญ่ นี่เป็นค่าใช้จ่ายเดือนนี้ของร้านค้าเล็กๆ ร้านหนึ่งที่จวนโหวดูแลอยู่ คุณหนูลองคำนวณกำไรดูนะขอรับ ข้าจะให้ท่านเริ่มจากการคำนวณเล็กๆ น้อยๆ ก่อน เพราะฮูหยินบอกว่าท่านเพิ่งเรียนเรื่องการคำนวณไปได้ไม่นาน"  หวังตง พ่อบ้านใหญ่คนสนิทของท่านโหวผู้เฒ่าที่ดูแลเรือนของท่านโหวผู้เฒ่า และดูแลภาพรวมเรื่องการค้าขายของจวนโหว นำสมุดบัญชีเล่มหนึ่งมาวางตรงหน้าหลัวหลัน พลางเอ่ยบอกนางให้คำนวณค่าใช้จ่ายด้วยสีหน้าอ่อนโยน  

"อื้ม ท่านลุงหวังข้าจะตั้งใจคำนวณให้ดี" หลังจากรับสมุดบัญชีมาแล้ว เซิ่งหลัวหลันก็เอ่ยรับคำพ่อบ้านหวังที่นางค่อนข้างสนิทสนมด้วย เพราะเขาเป็นคนของท่านโหวผู้เฒ่า ด้วยน้ำเสียงสดใส พลางหยิบพู่กันมาเขียนอย่างตั้งใจโดยมีหวังตงคอยดูแลอยู่..

 

"คุณหนูใหญ่ เหตุใดท่านจึงคำนวณออกมาเช่นนี้เล่าขอรับ ใช่จำวิธีผิดหรือไม่ เหตุใดท่านจึงเอารายรับไปลบผลกำไรเล่าขอรับ" น้ำเสียงที่เจือความเคร่งขรึมของหวังตงเอ่ยถามหลัวหลัน หลังจากเขามองดูนางคำนวณค่าใช้จ่าย และผลกำไรไปพักหนึ่งแล้วพบว่านางคำนวณผิดทั้งหมด..

"ผิดหรือ ผิดได้อย่างไรกัน" เมื่อถูกแย้งว่าตนคำนวณไม่ถูกต้อง หลัวหลันก็ขมวดคิ้วเอ่ยคำ พลางหันไปมองฉินฮูหยินผู้เฒ่าที่ไม่ทันได้เก็บแววตาสาสมใจ..

"ท่านย่า ข้าคำนวณตามที่ท่านสอนจริงๆ นะเจ้าคะ" หลัวหลันเอ่ยคำด้วยคิ้วขมวดมุ่น สีหน้าคล้ายไม่ยินยอมที่ถูกผู้อื่นมาบอกว่าตนเองทำผิด...

 แต่ว่าความคิดแท้จริงในใจของนางนั้น กลับกำลังยิ้มเยาะคนผู้หนึ่งอยู่..

 

"ไหน ให้ข้าดูว่าเจ้าคำนวณอย่างไร" เมื่อได้เห็นท่าทีของหลัวหลันที่เหมือนเด็กเล็กเก็บอารมณ์ไม่อยู่ แววตาของฮูหยินผู้เฒ่าก็วาบประกายสมใจ พร้อมรีบเอ่ยคำเรียกเซิ่งหลัวหลันทันที..

หลัวหลันจึงลุกจากโต๊ะพาร่างเล็กๆ ถือสมุดบัญชีไปยื่นให้ฮูหยินผู้เฒ่า ที่กำลังยืดหลังตรง คล้ายตั้งตารอคอยอย่างยิ่ง..

"หืม ข้าไม่ได้สอนเจ้าเช่นนี้ เจ้าจำผิดไปแล้ว การคำนวณผลกำไรจะเอารายรับไปลบโดยตรงได้อย่างไร เจ้าต้องมีรายจ่ายมาลบรายรับเสียก่อน ถึงจะได้กำไร..”

“เฮ้ออ วันนั้นที่สอนก็ดูเหมือนเจ้าจะเข้าใจ แต่ข้าคงคาดหวังมากเกินไป หลันเอ๋อร์เจ้ายังอายุน้อยเกินที่จะสอนเรื่องจัดการจวน และการคำนวณบัญชีจริงๆ" ฮูหยินผู้เฒ่าเอ่ยคำด้วยสีหน้ากลัดกลุ้ม เจือความผิดหวัง...  

ส่วนหวังตงก็ขมวดคิ้วเช่นกันเมื่อได้ยินคำพูดของฮูหยินผู้เฒ่า แต่เมื่อได้ยินคำพูดและท่าทางที่ตามมาของเซิ่งหลัวหลันแววตาของชายวัยกลางคนก็มีความเข้าใจบางอย่างฉายวาบขึ้นมาทันที...

 

"ไม่ใช่ ข้าไม่ได้จำผิดนะเจ้าคะ" หลัวหลันเอ่ยคำด้วยน้ำเสียงที่คล้ายจะร้องไห้ เหมือนเด็กที่ได้รับความน้อยเนื้อต่ำใจ แล้วจากนั้นนางก็วิ่งกลับไปยังโต๊ะของตน หยิบสมุดเล่มหนึ่งในถุงสิ่งของที่จื่อชิงถือเอาไว้ออกมา จากนั้นก็กลับมายืนต่อหน้าฮูหยินผู้เฒ่า หวังตง ยื่นสมุดให้ดู พลางเอ่ยคำด้วยน้ำตาที่รื้นขึ้นมา..

 "ท่านลุงหวัง ข้าไม่ได้คำนวณผิด ท่านดูสิ หลังจากท่านย่าสอนวันนั้น ข้ายังกลับไปจดไว้ ข้ากลัวลืม จึงจดทุกอย่างที่ท่านย่าสอนไว้ในสมุดนี้ ท่านดูสิ ท่านย่าสอนข้าแบบนี้ ข้าไม่ได้คิดผิดจริงๆนะ"

 หลัวหลันเอ่ยคำเสียงเครือ พลางเปิดหน้าสมุดบันทึกที่จดวันที่ไว้อย่างเรียบร้อย และเห็นว่าน้ำหมึกแห้งดีแล้วอย่างชัดเจน..

 

"นี่ วิธีคำนวณที่จดไว้ มันจดมาหลายวันแล้ว..." หลังจากเห็นสิ่งที่หลัวหลันเขียนเอาไว้ และเห็นได้ชัดเจนว่าสิ่งที่เขียนในสมุดนั้นไม่ได้เพิ่งเขียนขึ้นมา รวมทั้งเป็นลายมือที่ไม่ได้ดีนัก สมกับที่เด็กวัยเจ็ดขวบจะขีดเขียน คัดลอกได้ หวังตงก็อดไม่ได้ต้องส่งเสียงอุทานออกมา พลางหันไปมองฮูหยินผู้เฒ่าที่ใบหน้าแข็งเกร็ง ไม่อาจเอ่ยคำพูดด้วยดวงตาวาววับ..

"ท่านลุง ข้าไม่ได้คำนวณผิดนะ ข้าทำตามที่ท่านย่าสอนจริงๆ" หลัวหลันเอ่ยย้ำอีกครั้งด้วยสองตาที่เริ่มแดง ชวนให้คนสงสารปวดใจ ส่วนหวังตงก็พลิกดูสมุดบันทึกของหลัวหลันเรื่อย ๆ ท่ามกลางความเงียบของผู้คนในห้องโถง...

 

"การสอนพวกนี้ คุณหนูใหญ่ท่านจดตามที่ฮูหยินผู้เฒ่าสอนจริงๆ หรือขอรับ" หลังจากพลิกดูสมุดไปหลายสิบหน้า หวังตงก็เงยหน้าขึ้นมาเอ่ยถามหลัวหลันด้วยแววตาที่ฉายแววเข้าใจเรื่องราวหลายๆ สิ่ง

"อื้ม พอกลับห้อง ข้าก็ให้พี่จื่อชิงเขียนคำพูดท่านย่าเป็นตัวอักษร แล้วข้าก็จะคัดลอกอักษรตามพี่จื่อชิง จดทุกอย่างที่ท่านย่าสอนเอาไว้เอง ไม่กล้าลืมแม้สักอัน" 

หลัวหลันเอ่ยตอบด้วยสีหน้าที่กำลังจะร้องไห้.. ทว่าในใจของนางนั้นกลับเต็มไปด้วยความสาสมใจเมื่อในที่สุด ฮูยินผู้เฒ่าก็เปิดโอกาสให้นางได้เล่นงานอีกฝ่าย แย่งการจัดการจวนคืนมาได้อย่างสบายๆ!

“ลายมือพวกนี้.. จื่อชิงคุณหนูคัดลอกตามเจ้าจริงหรือไม่” หวังตงเบือนหน้าหนีใบหน้าที่กำลังจะร้องไห้ของหลัวหลัน หันไปเอ่ยถามจื่อชิงแทน..

“พ่อบ้านหวัง เป็นความจริงเจ้าค่ะ ในเรือนคุณหนูยังมีกระดาษลายมือของข้าที่จดไว้อยู่ หากท่านไม่เชื่อข้าสามารถไปนำมามอบให้ท่านได้” จื่อชิงเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น หวังตงที่ได้รับคำตอบก็ไม่ได้ถามหาหลักฐานเพิ่มเติม แต่หันไปมองสบตากับฮูหยินผู้เฒ่าที่อ้าปากค้าง จ้องมองสมุดบันทึกตาไม่กะพริบด้วยสีหน้าที่ปั้นยากเต็มทีแทน..


"ฮูหยินหากสิ่งที่ท่านสอนคุณหนูใหญ่ เป็นการสอนตามเนื้อหาที่บันทึกไว้ในสมุดจริงๆ นี่คงไม่ใช่การสั่งสอนที่ดีนัก" หลังจากเห็นท่าทีของฮูหยินผู้เฒ่าที่จนด้วยหลักฐาน หวังตงที่เป็นทั้งพ่อบ้านใหญ่ คนสนิทของท่านโหวผู้เฒ่า และเคยเป็นถึงทหารคนสนิทที่ติดตามท่านโหวผู้เฒ่าออกรบ ก็เอ่ยคำกับฮูหยินผู้เฒ่าด้วยสีหน้าไม่เป็นมิตร  แต่เมื่อหันกลับมาเห็นหลัวหลันที่กำลังจะร้องไห้ สีหน้าของเขาก็อ่อนลงทันที..

"อย่าร้องไห้เลยขอรับ คุณหนูไม่ได้คำนวณผิด แต่ท่านแค่คำนวณไม่ครบเท่านั้น เดี๋ยวข้าจะสอนท่านคำนวณใหม่นะขอรับ" หวังตงเอ่ยคำด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน แววตาเต็มไปด้วยความสงสารหลัวหลัน เด็กหญิงตัวน้อยที่เขาเห็นนางเติบโต ทั้งยังเคยช่วยสอนกระบวนท่าเตรียมฝึกวรยุทธ์ให้ เขาคอยดูแลนางอย่างดี แต่คิดไม่ถึงว่าจะมีคนกล้าเล่นเล่ห์สั่งสอนสิ่งผิดๆ ให้นาง!

ฮูหยินผู้เฒ่าคนนี้ ยิ่งอยู่นาน ยิ่งไร้ความน่าเชื่อถือ!


"ข้าไม่ได้คำนวณผิดจริงหรือ แต่ท่านย่าบอกว่าข้าจำผิด ฮือๆ" เมื่อถูกคนที่รู้จักคุ้นเคยเอ่ยปลอบ เซิ่งหลัวหลันก็เอ่ยคำพร้อมร้องไห้ออกมาเสียงดัง ดั่งว่าไม่อาจอดกลั้นความน้อยเนื้อต่ำใจที่ถูกบอกว่าทำผิด ทั้งๆ ที่ตนทำถูกต้องตามคำสอนทุกคำของผู้เป็นย่าได้อีกต่อไป...

และเมื่อเซิ่งหลัวหลันในวัยเจ็ดขวบปีร้องไห้ ณ โถงรับรองของเรือนฮูหยินผู้เฒ่าที่เอาไว้ใช้สำหรับการจัดการจวนก็วุ่นวายขึ้นมาทันที..

 เหล่าผู้ดูแลร้านค้า ผู้คำนวณบัญชี บ่าวรับใช้มากมายต่างมองดูกันไปมาด้วยสีหน้ากังวล เพราะทุกคนล้วนรู้ดีว่า 

'คุณหนูใหญ่เซิ่งหลัวหลัน คือหลานสาวสุดที่รักของเซิ่งโหวผู้เฒ่า' 

หากทำให้นางที่ไม่ค่อยร้องไห้ ร้องไห้ออกมา นั่นคงเป็นเรื่องใหญ่แล้วจริงๆ และความกริ้วโกรธของเซิ่งโหวผู้เฒ่าที่จะตามมาในภายหลังนั้น.. บ่าวไพร่ตัวเล็กๆ เช่นพวกเขาคงไม่อาจรับไหว!

 

"นะ นี่ หลันเอ๋อร์ อาจเป็นย่าที่จำผิด เจ้าอย่าร้อง อย่าร้องไห้ ย่าสอนเจ้าผิดเอง" เมื่อเสียงร้องไห้ของหลัวหลันดังก้องไปทั่วทั้งเรือน และอาจดังไปเกือบทั่วทั้งจวน..

ฮูหยินผู้เฒ่าก็ได้สติจากความตกใจที่เกิดขึ้นเพราะไม่เคยคาดคิดไปถึงว่าเด็กอายุเจ็ดขวบปี เช่นหลัวหลันจะสามารถจดบันทึกทุกคำสั่งสอนของนางเอาไว้ได้ และทำให้คำพูดที่ตัวนาง ผู้เป็นฮูหยินผู้เฒ่าต้องการกันหลัวหลันออกไปจากการจัดการจวนในวันนี้ไร้ผลโดยสิ้นเชิง..

ซึ่งในทันทีที่ได้สติ และได้ยินเสียงร้องไห้นั้น ฮูหยินผู้เฒ่าก็มีสีหน้าท่าทางลนลานอย่างเห็นได้ชัด ทำสิ่งใดไม่ถูกไปในทันที ได้แต่รีบร้อนเอ่ยคำปลอบโยนเซิ่งหลัวหลัน ด้วยความรู้สึกที่ทั้งโมโหทั้งร้อนใจ แต่ทว่ายิ่งได้ยินคำพูดของนางเซิ่งหลัวหลันกลับยิ่งร้องไห้เสียงดังกว่าเดิม..


"ฮือ ไม่ใช่! ท่านย่าบอกว่าท่านสอนถูกแล้ว แต่เป็นข้าที่ไม่ดี ฮือๆ ข้าไม่ดีที่จำผิด ฮือๆ ข้าไม่เก่ง ช่วยท่านแม่จัดการจวนไม่ได้แล้ว ฮือๆ" เซิ่งหลัวหลันร้องไห้จนสุดเสียง น้ำตาไหลอาบไปทั่วใบหน้า สองตา จมูกแดงก่ำไปหมด จนคนไม่อาจทนมองเพราะความปวดใจ ที่เห็นเด็กหญิงแสนน่ารักคนหนึ่งร้องไห้อย่างเจ็บปวด

"ไม่ร้องนะขอรับคุณหนู ท่านเก่งที่สุดแล้ว อย่าร้องเลยนะขอรับ เป็นฮูหยินผู้เฒ่าที่จำผิด ไม่ใช่ท่านผิดขอรับ อย่าร้องเลย" หวังตงรีบย่อกายลงเอ่ยปลอบหลัวหลัน พลางเอ่ยพาดพิงถึงฮูหยินผู้เฒ่าโดยไม่สนว่านางจะนึกขุ่นเคืองในภายหลัง เพราะตัวหวังตงนั้นขึ้นตรงต่อเซิ่งโหวผู้เฒ่าเพียงผู้เดียว..

 

"อึก ฮึก ขะข้าไม่ได้ทำผิดจริงหรือ ตะ แต่ว่าท่านย่า บอกว่า ฮือๆ" เซิ่งหลัวหลันค่อยๆ หยุดร้องไห้ เมื่อได้ยินคำพูดของหวังตง แต่ก็ยังมีอาการสะอึกสะอื้น และคล้ายจะร่ำไห้อีกรอบ..

"จริงขอรับ คุณหนูไม่ได้ทำผิดเลย แต่ฮูหยินคงสอนท่านผิดไปเพราะไม่ได้จัดการจวนมานาน"

 หวังตงเอ่ยคำด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาเจือความอ่อนโยน ทว่าแววตาของชายวัยกลางคนที่ผ่านทุกข์สุข ร่วมเป็นร่วมตายกลับท่านโหวผู้เฒ่ามามากมาย กลับไม่ได้อ่อนโยนตามเลย เมื่อมันตวัดมองฮูหยินผู้เฒ่า ทำให้ฮูหยินผู้เฒ่าสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อรับรู้ถึงไอสังหารบางเบาของคนที่เคยผ่านสนามรบมา..

 

"จริงหรือ ข้าไม่ผิดจริงๆนะ" หลังจากหวังตงพูดปลอบไปหลายอึดใจ หลัวหลันก็หยุดสะอึกสะอื้นแล้วเอ่ยถามด้วยสองตาที่ยังแดงก่ำ พลางเหลือบมองฮูหยินผู้เฒ่าด้วยสีหน้าน้อยใจ...

 ทว่าในใจของมารน้อยนั้นกลับลอบยิ้มสมใจ.. เมื่อนางคาดเดาได้แล้วว่าการร้องไห้ครั้งนี้ของนางนั้น ก่อให้เกิดผลลัพธ์ที่เกินความคาดหมาย..

อำนาจการจัดการจวนที่ท่านย่าเลี้ยงยึดมาจากมารดาของนางหลายปี.. เห็นทีจะถูกยึดคืนในอีกไม่นานแล้ว..


"ใช่ขอรับ คุณหนูไม่ผิด ความจริงท่านเก่งมาก สมุดบันทึกเล่มนี้น่าทึ่งที่สุด จนข้าคิดไม่ถึงเลยขอรับว่าคุณหนูจะเขียนตัวอักษรได้มากมายถึงเพียงนี้ ทั้งๆ ที่ยังไม่ได้เข้าศึกษากับอาจารย์" หวังตงเอ่ยปลอบ พลางหยิบสมุดบันทึกของหลัวหลันมาถือด้วยแววตาที่ปกปิดความภาคภูมิใจไว้ไม่มิด

ส่วนหลัวหลันที่ได้รับคำปลอบใจก็พยักหน้าหงึกหงัก สีหน้ามีความสดใสมากขึ้น แต่เพียงพริบตา สีหน้านั้นก็มีความง่วงงุนเพิ่มเข้ามา..

 "อื้มม ข้าเชื่อท่านลุง แต่ตอนนี้ข้าง่วงนอนมาก" น้ำเสียงแหบแห้งเพราะร้องไห้ไปมากมายเอ่ยคำออกมา

 

"ถ้าอย่างนั้น คุณหนูกลับเรือนก่อนดีหรือไม่ขอรับ เรื่องการคำนวณบัญชีร้านค้าวันนี้ ให้เหล่าผู้ดูแลคำนวณไปก่อน แล้ววันหน้า รอให้ท่านโหวผู้เฒ่าหาอาจารย์มาสอนคุณหนูได้ คุณหนูค่อยลองมาคำนวณเองอีกครั้ง" หวังตงเอ่ยคำ พลางมองดูหลัวหลันที่อยู่ในสภาพร้องไห้จนเหนื่อยด้วยแววตาสงสาร เอ็นดู

"ได้ ข้าจะเรียนใหม่ จะตั้งใจเรียนให้ดี จะได้ช่วยท่านแม่ ท่านปู่ดูแลจวน" หลัวหลันเอ่ยรับ แต่เพียงพริบตานางก็เริ่มสัปหงกยืนโอนเอนทันที จื่อชิงจึงต้องรีบพุ่งเข้ามารับตัวเอาไว้ และเมื่ออยู่ในอ้อมกอดของสาวใช้ หลัวหลันก็หลับไปในทันที..

"คุณหนูคงเหนื่อยมากจริงๆ เจ้ารีบพาคุณหนูกลับไปนอนพักที่เรือนเถิด" หวังตงเอ่ยบอกจื่อชิงที่มีสีหน้าเคร่งขรึม และมองตามจนจื่อชิงอุ้มหลัวหลันหายลับไปจากเรือนของฮูหยินผู้เฒ่าแล้ว ตัวเขาจึงค่อยหันกลับมาเผชิญหน้ากับฮูหยินผู้เฒ่า..

 

"ฮูหยิน  ข้าคิดว่าเรื่องการจัดการจวนอาจทำให้ท่านเหนื่อยล้าจนสอนคุณหนูใหญ่ผิดไปบ้าง เช่นนั้นข้าจะปรึกษาท่านโหวผู้เฒ่า และฮูหยินน้อยให้นะขอรับ ว่าควรหาคนมาสอนคุณหนู และช่วยแบ่งเบางานจัดการจวนไปจากท่าน ให้ท่านได้อยู่อย่างสงบ"

 เมื่อหลัวหลันหายลับไปแล้ว หวังตงก็หันมาเอ่ยคำกับฮูหยินผู้เฒ่าที่นั่งกำหมัดแน่นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ สีหน้าอ่อนน้อม แต่แววตากลับไร้ความเคารพต่อฮูหยินผู้เฒ่า และพอเอ่ยจบแล้วตัวเขาก็คารวะลา ก้าวเดินออกจากเรือนฮูหยินผู้เฒ่าในทันที โดยไม่แม้แต่จะให้โอกาสฮูหยินผู้เฒ่าได้เอ่ยคำพูดใดๆ เพราะเรื่องราวในวันนี้ มีความชัดเจนมากพอแล้วว่า..

ฉินฮูหยินผู้เฒ่าไม่มีความเหมาะสมที่จะจัดการดูแลจวน สั่งสอนเซิ่งหลัวหลันอีกต่อไป..

และนับแต่นี้ฮูหยินผู้เฒ่าควรอยู่ในเรือนอย่างสงบ ใช้ชีวิตไปตามวัยก็พอ..

 

 [1] อวี๋สุ่ย(雨水) อวี๋สุ่ยแปลว่าน้ำฝน ในช่วงนี้ฝนจะเริ่มตกในประเทศจีน เริ่มประมาณวันที่ 18-20 กุมภาพันธ์ ดวงอาทิตย์ทำมุม 330°

ร้องไห้ครั้งเดียว สะเทือนทั้งจวน : ตอนนี้ยาวจุใจพอไหมคะ ไรท์ลงยาวๆ เพื่อไถ่โทษที่หายไปนานค่ะ

[Note. ขอโทษที่ไรท์หายไปนานนะคะ งานเข้าอีกแล้ว ทำให้แต่งนิยายไม่ค่อยได้เลยค่ะ ดีที่วันหยุดยาวพอได้พัก เลยแต่งตอนยาวๆ ตอนหนึ่งมาให้นักอ่านได้อ่านพอหายคิดถึงค่ะ ขอโทษที่ให้รอนะคะ :) ]

***แต่ถ้าหายไปอีกไรท์ก็คงต้องขออภัยล่วงหน้าจริงๆ และขอให้รีดรู้ไว้เลยนะคะว่าไรท์งานเข้าแบบรัวๆ อีกแล้วแน่นอน ขออภัยไว้ล่วงหน้าค่ะ T^T 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 211 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

97 ความคิดเห็น

  1. #95 munongmu (@munongmu) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 กันยายน 2563 / 13:54
    แก่แล้วก็อยู่ส่วนแก่ไปเนอะ
    #95
    0
  2. #90 coca123456 (@coca123456) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 กันยายน 2563 / 21:01

    ลงช้าอีกนิด มือเริ่มหยิบไฟแชคแล้วนะไรท์555
    #90
    0
  3. #89 230973 (@230973) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 กันยายน 2563 / 17:18
    ร้องดังๆเลยลูก..ท่านปู่จะได้ได้ยิน ฮี่ฮี่
    #89
    0
  4. #88 TukTIkinlove (@TukTIkinlove) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 กันยายน 2563 / 22:23
    น้องน้องชายของหลัวหลันนี้เป็นศัตรูตามมาเกิดหรือเปล่าน้อ ชั้นจำได้เขาบอกจะจดจำนางไม่ว่าจะไปที่ไหนเอ๋?
    #88
    0
  5. #87 Kuroko1922 (@Kuroko1922) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 กันยายน 2563 / 19:59
    ร้ายได้อีกลูก แม่ชอบ😁😁😁😁
    #87
    0
  6. #86 Menota (@chrys) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 กันยายน 2563 / 17:18

    555สะใจมากค่ะ
    #86
    0
  7. #85 comet2522 (@comet2522) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 กันยายน 2563 / 16:08
    โดนนนนน 555 สะใจมากกก
    #85
    0
  8. #84 Sweetsmile2557 (@Sweetsmile2557) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 9 กันยายน 2563 / 23:46

    แฝดน้อยน่ารัก.....รอพี่สาวไปจัดการท่านย่า 5555

    #84
    0
  9. #83 mee_pa (@mee_pa) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 9 กันยายน 2563 / 23:01
    เก่งมากค่ะ

    ส่วนเจ้าแฝดน่าเอ็นดูม้าก
    #83
    0
  10. #82 Poonchanit (@poonchanit) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 9 กันยายน 2563 / 21:45
    สนุกมากค่ะ
    #82
    0
  11. #78 M-Pasita (@M-Pasita) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 9 กันยายน 2563 / 20:02
    บราโว่ หลัวหลันยอดมากลูก
    #78
    0