ข้าไม่ต้องการศัตรูอีกแล้ว

ตอนที่ 6 : บทที่ ๕ ท่านปู่สอนข้า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,396
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 256 ครั้ง
    19 ก.ค. 63

"ทะ ท่านพี่.." ฮูหยินผู้เฒ่ามองสามีตนด้วยแววตาไม่อยากเชื่อว่าเขาจะกักบริเวณนาง..

"ท่านพ่อ ข้าสำนึกผิดแล้วเจ้าค่ะ ข้าจะลงโทษตนเอง กักบริเวณอยู่ในเรือนสามเดือน และคัดบทสวดมนต์สงบจิตใจของตน" เซิ่งเฉียวคุกเข่าลงบนพื้น ยอมรับผิดด้วยสองตาแดงก่ำ ท่าทีค่อนข้างจริงใจ เมื่อนางค่อยๆ สำนึกถึงบางสิ่งบางอย่างได้..  

"พี่ใหญ่ พี่สะใภ้ข้าผิดไปแล้ว ข้าสำนึกผิดจากใจแล้วจริงๆ " เซิ่งเฉียวก้มศีรษะคารวะเซิ่งเหรินฉี กับหลันหว่านรั่วที่นั่งอยู่เงียบๆ มาแต่ต้น

"เฉียวเอ๋อร์ เจ้าทำอะไร" ฮูหยินผู้เฒ่ารีบถลาเข้ามาหาบุตรสาวตน เมื่อเห็นว่านางคุกเข่าขออภัยลูกเลี้ยงกับสะใภ้ที่นางไม่ชอบหน้า

"ท่านแม่ ข้าสมควรทำเช่นนี้.." ท่านเองก็พอเถอะนะเจ้าคะ ถึงท่านจะเสียใจที่ท่านพ่อไม่รักท่าน หวาดกลัวที่จะต้องสูญเสียตำแหน่ง สูญเสียอำนาจที่ตนมี แต่ว่าท่านแม่ ท่านเคยรู้บ้างหรือไม่ว่าในทุกๆ วันความเกลียดชังของท่านได้ทำร้ายข้ามากเพียงใด..

 ตัวข้า ตัวข้าเองเมื่อก่อนก็ไม่เข้าใจ แต่ว่าลูกๆ ของข้า พวกเขาทำให้ข้ารู้แล้วว่าที่ผ่านมาความทุกข์ใจของข้าทำร้ายพวกเขา.. และพวกเขายังทำให้รู้ว่าตัวข้าเองก็มีคนที่รักและห่วงใย คนพวกนั้นคือลูกสาว ลูกชาย เลือดเนื้อของข้า.. 

เซิ่งเฉียวเอ่ยถ้อยคำสุดท้ายในใจ แต่สายตาที่นางใช้มองมารดาตนกลับบ่งบอกทุกความรู้สึกของนาง.. 

 

"เฉียวเอ๋อร์ เจ้า.." ฉินฮูหยิน มองสบตาบุตรสาวตนเนิ่นนาน สุดท้ายก็ส่งเสียงเรียกบุตรสาวด้วยแววตาที่เจือความผิดหวัง.. 

ฮูหยินผู้เฒ่าผิดหวังที่บุตรสาวไม่เข้าใจนาง นางผิดหวังที่บุตรสาวไม่เข้าใจว่าทุกสิ่งที่นางทำไปนั้นก็เพื่อความมั่นคงของบุตรสาวตน เพื่อที่ในวันหน้าหากบุตรสาวของนางประสบเคราะห์ภัยจากครอบครัวสามี บุตรสาวนางจะยังสามารถกลับบ้านเดิมได้แล้วอยู่อย่างสุขสบาย โดยมีนางผู้เป็นมารดาให้พึ่งพิง หรือมีญาติมิตรคอยช่วยเหลือ ไม่ใช่มีพี่สะใภ้ หรือพี่ใหญ่ที่ไม่ใช่ญาติมิตรสายเลือดเดียวกันที่อาจจะทำร้ายนาง..

"ท่านแม่ ปล่อยข้าเถิดนะเจ้าคะ" เซิ่งเฉียวมองสบตามารดาอย่างขอร้อง พร้อมตบมือลงบนมือเหี่ยวย่นของอีกฝ่ายแผ่วเบาจนฮูหยินผู้เฒ่ายอมปล่อยมือด้วยสีหน้าเจ็บปวดหม่นเศร้า เซิ่งเฉียวจึงได้ก้มศีรษะลงคารวะสองสามีภรรยาอีกครั้งอย่างจริงใจ..

 

"สำนึกผิดก็ดีแล้ว.." เซิ่งเหรินฉีเอ่ยคำกับผู้เป็นน้องสาวต่างมารดา เมื่อเห็นแล้วว่านางสำนึกผิดจริงๆ ส่วนหลันหว่านรั่วก็พยักหน้าเล็กน้อย ทว่าสำหรับฮูหยินผู้เฒ่าสองสามีล้วนมองเมินนาง เพราะอีกฝ่ายยังไม่มีท่าทีสำนึกผิดใดๆ..

"ดี! ในเมื่อเฉียวเอ๋อร์สำนึกผิดแล้วก็ดี อย่าได้ทำผิดอีก ส่วนบทลงโทษก็ให้เป็นไปตามนั้น หากมีครั้งหน้าข้าจะไม่ใจดีกับผู้ใด " เมื่อเห็นว่าเรื่องราวคลี่คลายไปบางส่วนแล้ว ท่านโหวผู้เฒ่าที่อารมณ์เย็นลงก็เอ่ยคำด้วยสีหน้าที่ดีขึ้นไม่น้อยเมื่อเห็นบุตรสาวตนสำนึกผิดได้ 

แต่เมื่อมองดูผู้เป็นภรรยาท่านผู้เฒ่าก็มีสีหน้าบึ้งตึงตามเดิม ทำให้บรรยากาศภายในห้องโถงไม่ค่อยดีขึ้นนัก จวบจนเมื่อสายตาของท่านผู้เฒ่าเหลือบเห็นเจ้าก้อนแป้งสามก้อนที่ยืนแอบอยู่ตรงประตู อารมณ์ของท่านผู้เฒ่าจึงได้ดีขึ้นมากโข..

 

"เจ้าสามคนนั้น ยังจะแอบอยู่อีก หลันเอ๋อร์ออกมา มาให้ปู่ดูเสียหน่อยว่าเจ้าบาดเจ็บมากเพียงใด ฉางเซิงกับฉางชิงก็รีบมา ให้ตาได้ดูว่าพวกเจ้ากลายเป็นเด็กดื้อตามหลันเอ๋อร์ไปได้อย่างไร" ท่านโหวผู้เฒ่าเอ่ยอย่างอารมณ์ดีเมื่อได้เห็นหลานสาวสุดรัก กับหลานตาทั้งสอง

"ท่านปู่ ไม่เจ็บแล้ว ไม่ดื้อด้วย หลันเอ๋อร์กำลังสอนให้พี่ชายพี่สาวรู้จักจัดการคนไม่ดี เหมือนที่ท่านปู่เคยบอก" หลัวหลันรีบวิ่งออกจากจุดที่แอบซ่อนอยู่ เพื่อเข้าไปหาท่านปู่ของตน ตามด้วยสองพี่น้องที่ค่อยๆ เดินเข้ามาอย่างมีมารยาทตามประสาเด็กที่นึกเกรงและไม่สนิทสนมกับผู้เป็นตา

"ท่านตา" สองพี่น้องคารวะชายชราพร้อมเพรียงเป็นระเบียบ ในขณะที่หลัวหลันก้มคารวะอย่างรวดเร็ว พลางกะพริบตาปริบๆ ออดอ้อนผู้เป็นปู่อย่างเต็มที่ เป็นเชิงว่านางไม่เคยดื้อเลย ที่นางพาสองพี่น้องไปตีคนก็เพราะคนผู้นั้นเป็นคนไม่ดี..

 

"เซิงเอ๋อร์ ชิงเอ๋อร์เด็กดี.. ส่วนเจ้านี่นะ ยังกล้าบอกว่าไม่ดื้ออีกหรือ ตัวแค่นี้ถึงกับกล้าตีผู้อื่น" ท่านโหวผู้เฒ่ามองฉางชิง ฉางเซิงอย่างเอ็นดู แต่เมื่อหันมาหาหลัวหลันท่านผู้เฒ่ากลับถลึงตาใส่นาง แต่ภายใต้การถลึงตานั้นท่านผู้เฒ่าก็สำรวจดูทั่วร่างของผู้เป็นหลานสาวที่ตนมักจะคอยอุ้ม พาไปเที่ยวเล่นอยู่เสมอว่านางบาดเจ็บตรงจุดใด.. 

เมื่อเห็นว่ามีรอยแดงหลายรอยอยู่บนตัวหลานสาว ท่านผู้เฒ่าก็มีสีหน้ามืดครึ้มเล็กน้อย แต่เมื่อเห็นว่าหลัวหลันยังยิ้มได้ คิ้วที่ขมวดของท่านผู้เฒ่าจึงค่อยคลายลง..

"เจ้านี่นะ ยังไม่เติบโตก็ตีคนเป็นแล้ว" ชายชราย่อกายลงให้เสมอกับระดับความสูงของหลานสาว พลางเอ่ยคำด้วยสีหน้าอ่อนอกอ่อนใจ

"เจอคนไม่ดี ต้องตีเจ้าค่ะ แต่ข้าตีไม่เก่ง จึงถูกผู้อื่นตีกลับ ท่านปู่สอนข้าตีคนนะ นะเจ้าคะ" หลัวหลันเอ่ยคำถึงเรื่องหนึ่ง แล้วเปลี่ยนไปอีกเรื่องหนึ่งอย่างรวดเร็ว ด้วยคำพูดที่ไม่ครบถ้วนชวนให้คนสับสน แต่สำหรับท่านโหวผู้เฒ่าที่มักจะพาเซิ่งหลัวหลันไปเที่ยวเล่นกับตนบ่อยๆ กลับเข้าใจคำพูดนาง และเพราะเข้าใจท่านผู้เฒ่าจึงได้แต่มองหลานสาวด้วยท่าทีจนใจ..

 

"หลันเอ๋อร์ อยากเรียนวรยุทธ์ฝึกตีคนเหมือนเหล่าทหารหรือ" ท่านผู้เฒ่าเอ่ยถาม

"ใช่เจ้าค่ะ ข้าอยากเก่งเหมือนท่านลุงทหาร เอาไว้ตีคนไม่ดี" เซิ่งหลัวหลันเอ่ยคำด้วยท่าทีที่เต็มไปด้วยความกระตือรือร้น เต็มไปด้วยความต้องการผดุงคุณธรรม ทั้งที่ใจจริงแล้วนั้น.. 

นางต้องการเรียนวรยุทธ์ก็เพราะว่า นางไม่รู้แน่ชัดถึงวิธีที่คนในโลกนี้เริ่มต้นฝึกฝนวรยุทธ์ จึงต้องหาข้อมูลก่อน หากเริ่มต้นได้แล้ว ด้วยองค์ความรู้ด้านพลังปราณที่นางมีจากโลกก่อน นางย่อมสามารถพัฒนากำลังภายใน วรยุทธ์ของตนได้ดีขึ้น และเมื่อวรยุทธ์ดีเยี่ยม นางก็จะมีสิ่งที่ใช้ปกป้องตนเอง ปกป้องคนที่นางห่วงใยในยามเกิดเหตุคับขันหรือยามที่เคราะห์ร้ายมาเยือน..

เฉกเช่นเรื่องราวในวันนี้ ที่ใจจริงแล้วหลัวหลันอยากจะกางปีกปกป้องบิดา นับตั้งแต่ที่เยี่ยนอิ๋งเดินเข้าไปในห้องแล้ว โดยการถีบเยี่ยนอิ๋งให้กระเด็นออกนอกประตู แล้วใช้ร่างคนที่กระเด็นออกนอกประตูนั้นสร้างความครึกโครมเรียกผู้คน จากนั้นก็ใช้กำยานเป็นหลักฐาน เปิดโปงอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว มารดาของนางจะได้ไม่ทุกข์ใจ.. น่าเสียดายที่ตัวนางในตอนนี้ทำไม่ได้.. 

หากนางทำได้เยี่ยนอิ๋งผู้นั้นคงโดนนางกระโดดถีบจนช้ำในกระอักเลือดไปแล้ว..

 

"แน่ใจหรือ" ท่านโหวผู้เฒ่าถามย้ำหลังจากครุ่นคิดไปสักพักพลางหรี่ตาลงเล็กน้อย จนทำให้ฉางเซิง ฉางชิงที่ไม่ค่อยได้ใกล้ชิดกับท่านตาตน รู้สึกถึงอันตราย แต่สำหรับเซิ่งหลัวหลันย่อมไม่ใช่ นางคุ้นเคยกับเซิ่งเทียนฉีตั้งแต่เกิด และนางยังเป็นนางมารที่เคยฆ่าคนตาไม่กะพริบ ฉะนั้นการประเมินและแรงกดดันเพียงเล็กน้อยที่แผ่ออกมาจากท่านปู่ของตนนั้น ไร้ซึ่งผลใดๆ กับนาง

"เจ้าค่ะ หลันเอ๋อร์แน่ใจ" หลัวหลันเอ่ยตอบสีหน้าเคร่งขรึม ท่าทีก็เปลี่ยนเป็นยืนตรงคล้ายทหารในค่ายฝึกทหารของจวนเซิ่งโหวที่ท่านโหวผู้เฒ่ามักพานางไปเที่ยวเล่น..

"ฮ่าๆ ดีๆ ข้าสอนเด็กชายหลายคนให้กลายเป็นคนเก่งมามากพอแล้ว เช่นนั้นนับจากนี้จะลองสอนเด็กหญิงดูบ้าง ข้าจะลองดูซิว่าเจ้าจะอดทนได้กี่วัน หลันเอ๋อร์ อย่าทำให้ปู่ผิดหวังเล่า" ท่านโหวผู้เฒ่าเอ่ยอย่างคาดหวังปนท้าท้ายว่าหลานสาวตนจะสามารถจริงจังกับการฝึกฝนวรยุทธ์ไปได้นานเท่าไหร่..

"ท่านปู่ไม่ผิดหวังแน่นอน" หลัวหลันรับคำด้วยท่าทีที่ยังคงเคร่งขรึม แต่เมื่อหันไปเห็นฉางเซิง ฉางชิงนางก็ทำท่าคล้ายนึกสิ่งใดออก แล้วเปลี่ยนท่าทีเป็นออดอ้อนท่านปู่ตนทันที 

"ท่านปู่ ยังมีพี่ฉางชิง ฉางเซิง สอนพวกเขาด้วยนะเจ้าคะ พวกเขาจะได้เก่งๆ ปกป้องท่านอาหญิง ตีคนไม่ดีแทนนางได้" เซิ่งหลัวหลันเอ่ยคำพูดด้วยน้ำเสียไร้เดียงสา แต่กลับทำให้ผู้ใหญ่หลายคนทั้งสะดุ้ง ทั้งแปลกใจ เอื้อเอ็นดู มีอารมณ์หลากหลายอยู่ในคนเหล่านั้น..

 

เฉียนส้าวสะดุ้งเพราะเขารู้ว่าคนไม่ดีที่เด็กๆ พูดถึง คืออนุหลายคนของเขา.. 

ส่วนเซิ่งเฉียวกลับแปลกใจเพราะนางไม่คิดว่าเด็กๆ จะสนิทสนมกันได้เป็นอย่างดี ทั้งๆ ที่เพิ่งพบกันไม่นาน และหลังจากความแปลกใจนั้นเซิ่งเฉียวก็รับรู้ถึงความอบอุ่นในหัวใจ.. 

ดีเหลือเกินที่นางมีบุตรชาย บุตรสาวที่รักใคร่นาง แค่มีพวกเขาสำหรับนางในตอนนี้ก็คงพอแล้วกระมัง.. ความรักจากท่านแม่ที่ไม่รู้ว่ารักนางหรือรักอำนาจมากกว่า กับความรักจากสามีที่แรกหวานเรียกน้ำตาล พอเวลาผ่านก็ขมขื่น.. 

ความรักพวกนี้ บางทีนับจากวันนี้มันคงไม่จำเป็นสำหรับนางแล้ว..

 

"ท่านตา พวกเขาเรียนได้ไหมเจ้าคะ" หลัวหลันถามย้ำ..

 นับจากวันนี้นางต้องการมอบโลกที่กว้างใหญ่ให้ทั้งสองพี่น้องที่นับเป็นพันธมิตรของนางในตอนนี้.. นางอยากให้พวกเขาเห็นโลกกว้างขึ้น เป็นอิสระมากขึ้น และรับรู้ว่าโลกที่อยู่ภายนอกจวนนั้นแสนกว้างใหญ่ มีเรื่องต่างๆ มากมายให้พวกเขาได้ทำ ได้เรียนรู้ มากกว่าการเดินตามผู้ใหญ่ หรือวางแผนสู้รบกันอยู่หลังบ้าน รับมือกับพี่น้องต่างมารดาในจวน หรือการเรียนรู้สามเชื่อฟัง สี่คุณธรรม! 

นางอยากให้พวกเขามองได้ไกล ไม่ใช่มองเห็นแค่เรื่องราวในจวนแคบๆ ที่ปิดกั้นความคิดของพวกเขาเอาไว้.. 

และอยากใช้พวกเขาให้ค่อยๆ ปรับเปลี่ยนความคิดของท่านอาหญิงที่มีนิสัยไม่ถึงขั้นเลวร้าย.. 

ให้อีกฝ่ายได้มองโลกกว้างขึ้น แล้วกลายมาเป็นพันธมิตรของนาง ปล่อยให้ท่านย่าเลี้ยงยืนอยู่อย่างโดดเดี่ยว แห้งเหี่ยวเพียงผู้เดียว ไร้คนคอยสนับสนุน!

 

"เรียน ทะ ท่านตา ข้าขอเรียนด้วยนะขอรับ" ฉางเซิงรวบรวมความกล้าเอ่ยคำด้วยท่าทีที่เกรงกลัวท่านตา แต่ก็กระตือรือร้นอยากจะเรียนวรยุทธ์ที่ในนิทานบอกว่าร้ายกาจอย่างยิ่ง เขาอยากใช้วรยุทธ์นั้นปกป้องท่านแม่..

"ข้าด้วยเจ้าค่ะ ข้าจะปกป้องท่านแม่" ฉางชิงเอ่ยตามพี่ชายและญาติผู้น้อง 

"ดีๆ ข้าจะสอนพวกเจ้า หวังว่าพวกเจ้าจะอดทนได้ไหว!" เซิ่งโหวผู้เฒ่าเอ่ยตกลง พลางหัวเราะอย่างชอบใจ เมื่อเห็นหลานของตนมีความปรองดองไม่เกลียดชังกัน 

แล้วจากนั้นท่านผู้เฒ่าที่มีนิสัยเผด็จการก็จัดแจงเรื่องราวการเรียนของหลานปู่ และหลานตาด้วยตนเอง โดยที่บิดามารดาของเด็กทั้งสามได้แต่มองตาปริบๆ ไม่อาจคัดค้านได้..

ในวันนี้ ลูกหลานรุ่นหลังของจวนเซิ่งโหว กำลังจะได้เข้าสู่โลกใบใหม่อีกใบแล้ว โดยมีเซิ่งหลัวหลันเป็นผู้นำ…

 

ใช่ค่ะ ท่านปู่เราไม่เอ็นดูลูก ไม่เอ็นดูเมีย แต่เอ็นดูหลานค่ะ คนแก่ก็งี้ ชอบความสดใส :)

ช่วยคอมเม้นต์ พูดคุย ให้กำลังใจไรท์กันด้วยน้าา

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 256 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

97 ความคิดเห็น

  1. #56 0814566868 (@0814566868) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2563 / 21:30
    ไรท์ไปไหนคะ. คิดถึงค่ะ
    #56
    0
  2. #55 Sweetsmile2557 (@Sweetsmile2557) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2563 / 15:29

    สร้างพันธมิตรเอาไว้ อิอิ

    #55
    0
  3. #49 พลอย (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2563 / 09:57

    ชอบค่ะจะติดตามนางเอกฉลาดชอบค่ะไม่ชอบสายดราม่าค่ะตัวนางเอกฉลาดแล้วสดใสดีค่ะ

    #49
    0
  4. #48 amyra18 (@amyra18) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2563 / 00:26
    ตามมาให้กำลังใจ นิยายของไรท์ เรื่องใหม่ทั้ง 2 ดีงามไม่ผิดหวังค่ะ
    #48
    0
  5. #47 memolunla (@memolunla) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2563 / 21:28
    เริ่มฟีลกู๊ดดด
    #47
    0
  6. #45 ครับพี่ครับ (@phannapee) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2563 / 15:59

    น่ารักกก

    #45
    0
  7. #44 mee_pa (@mee_pa) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2563 / 15:36
    เอ็นดูเด็กๆ
    #44
    0
  8. #43 NuReader (@NuReader) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2563 / 15:10

    ท่านโหวน่ารัก หลานๆ ต้องขยันเอาใจไว้นะ 5555555
    #43
    0
  9. #42 LeMon SAii (@lemonsaiii1512) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2563 / 15:06
    สนุกมากกก เลยคร่า แต่งได้สนุกมากๆ
    #42
    0
  10. #41 Blink77 (@Blink77) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2563 / 14:18
    ชอบบบบมากกกกกก
    #41
    0