ข้าไม่ต้องการศัตรูอีกแล้ว

ตอนที่ 2 : บทที่ ๑ หาอนุให้บิดาเจ้า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,906
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 174 ครั้ง
    11 ก.ค. 63

ฉากกั้นภาพสายน้ำ หมู่เมฆของจิตรกรชื่อดังวางเด่นเป็นสง่าอยู่ด้านหลังหญิงชราวัยประมาณห้าสิบปี ที่เกล้าผมปักปิ่นหยกเรียบง่าย แต่แฝงไว้ซึ่งความสง่างาม ทำให้คนรู้สึกเกรงขาม และข้างๆ นางนั้น คือชายชราอายุประมาณหกสิบปีที่ยังมีท่าทางกระฉับกระเฉง สีหน้าเต็มไปด้วยความเมตตาเอ็นดู ชวนให้ผู้คนรู้สึกถึงความเป็นมิตร…

แต่สำหรับเซิ่งหลัวหลันที่นั่งอยู่บนตักมารดานั้นกลับรู้สึกเห็นต่าง..

เพราะนางรู้สึกว่า.. วันนี้ท่านย่าเลี้ยงนามฉินเจียที่มักจะเสแสร้งเป็นหญิงสง่างามเคร่งขรึมจนติดนิสัย มีสีหน้าแช่มชื่นกระตือรือร้นไม่น้อย ส่วนท่านปู่เซิ่งเทียนฉีที่ปกติมักจะรักใคร่เอ็นดูนางก็คล้ายจิ้งจอกเฒ่า ที่ชอบดูเรื่องสนุก..

พวกเขาสองคนนี้ บางทีก็สมกับเป็นสามีภรรยา ชอบสร้างเรื่องไม่แพ้กัน..  

ส่วนนาง.. นางก็ชอบชมดูเรื่องราวที่ไม่เกี่ยวกับตนเอง แต่ว่าวันนี้เรื่องกลับเกี่ยวกับนาง เพราะหัวข้อการประชุมวันนี้คือว่าด้วยเรื่องอนุของผู้เป็นบิดา..

อนุ ที่นางไม่อาจให้บิดามีได้ เพราะว่าการมีอนุนั้นเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวบุญคุณความแค้นระหว่างบุตรสายตรง และบุตรสายรองที่นางเคยเห็น เคยฟังมามากมาย ไม่ว่าจะเป็นในโลกผู้ฝึกปราณ หรือโลกคนธรรมดาก็ตาม..

ดังนั้น นางต้องขัดขวางเรื่องนี้ให้ถึงที่สุด เพราะนางไม่ต้องการมีศัตรูที่มีสายเลือดเดียวกับนาง!

ข้า เซิ่งหลัวหลันไม่ต้องการศัตรูอีกต่อไป..

 

“ลูกฉี เจ้าว่าอย่างไร ที่แม่เสนอไปเจ้าเห็นด้วยหรือไม่ เยี่ยนอิ๋งหลานสาวนอกตระกูลของแม่ผู้นี้เกิดในตระกูลที่ดี และเป็นตระกูลที่มีประวัติคลอดบุตรง่ายหากให้นางแต่งเข้ามา บุตรชายที่เจ้ารอคอยก็คงมีได้สักที ” น้ำเสียงดังกังวานแฝงความเคร่งขรึมของฉินเจียเอ่ยถามออกมา ทำให้เซิ่งเหรินฉีบิดาของเซิ่งหลัวหลันมีสีหน้าลังเล..

“ท่านแม่ เรื่องนี้ข้าคิดว่าพวกเรารอก่อนดีหรือไม่ขอรับ ข้าอายุยังน้อย หว่านรั่วเองก็ยังสาว..” เซิ่งเหรินฉีในช่วงอายุประมาณยี่สิบห้าปีเอ่ยตอบด้วยสีหน้านิ่งขรึม..

 

‘ท่านพ่อพูดได้ดี ไม่ทำให้ข้าผิดหวัง’ เซิ่งหลัวหลันเอ่ยชมบิดาอยู่ในใจ พลางกุมมือเย็นเฉียบของมารดาตนไว้คล้ายปลอบประโลมนาง..

ท่านแม่ ท่านใจเย็นไว้นะเจ้าคะ มีข้าบุตรสาวผู้นี้อยู่ ไม่มีวันที่อนุคนนั้นจะก้าวเข้ามาในจวนของพวกเราได้แน่นอน.. หรือต่อให้นางฝืนดันทุรังจนผ่านเข้ามาได้ ข้า ที่ไม่ต้องการมีศัตรู.. จะต้องทำให้นางอยู่อย่างสงบเสงี่ยมแน่นอน!

 

“ลูกฉี หว่านรั่ว เจ้าอย่าหาว่าแม่เอ่ยคำว่าร้ายเลยนะ ถึงเจ้าจะอายุยังน้อย แต่หว่านรั่วเคยแท้งบุตรมาครั้งหนึ่ง ยามคลอดหลันเอ๋อร์ก็คลอดออกมาอย่างยากลำบาก หากจะให้นางตั้งครรภ์อีก ก็ไม่รู้ว่าจะพบความยากลำบากอันใดอีกหรือไม่” ฮูหยินผู้เฒ่าฉินเอ่ยคำด้วยสีหน้าหนักใจ ชายชราที่อยู่ข้างๆ ก็มีปฏิกิริยาเช่นกัน เซิ่งเหรินฉีเองก็มีสีหน้าหม่นลง ส่วนหลันหว่านรั่วนั้นสองมือของนางสั่นเทาไปแล้ว…  

และเมื่อสองมือมารดาของนางสั่นเทา แววตาแสนบริสุทธิ์ที่เด็กวัยสามขวบปีควรมีของเซิ่งหลัวหลันก็สว่างวาบทันที..

ยายเฒ่าผู้นี้ อย่ามาเป็นศัตรูกับข้า ข้าไม่ต้องการศัตรู!

 

“ท่านแม่ ข้ายังขอยืนยันคำเดิม พวกเรายังอายุน้อย ข้ายังรอได้ขอรับ อีกอย่างแค่มีหลันเอ๋อร์เพียงคนเดียวข้าก็ปวดหัวมากพอแล้ว หากมีเพิ่มอีกคนข้าคงปวดหัวมากกว่าเดิม” เซิ่งเหรินฉีเอ่ยตอบมารดาเลี้ยงของตนด้วยสีหน้าสุขุม คำพูดแฝงความนัยเปรียบเทียบไปถึงเรื่องภรรยาด้วย ทำให้ฮูหยินผู้เฒ่ามีสีหน้าไม่ดีเล็กน้อย ส่วนเซิ่งเทียนฉี ท่านโหว[1] ผู้เฒ่า ก็เพียงแค่ขมวดคิ้ว แต่ก็ไม่ได้เอ่ยคำใด ท่านผู้เฒ่ายังรอชมเรื่องสนุกต่อไป โดยไม่ยื่นมือมายุ่งเกี่ยว..

 

“เฮ้ออ เหรินฉี เจ้าพูดเช่นนี้แม่ก็ไม่มีคำพูดใดจะพูดกับเจ้า เช่นนั้นหว่านรั่ว แม่ขอถามเจ้าเถอะ ตามหลักสามเชื่อฟัง สี่คุณธรรม [2] เจ้าที่เป็นสะใภ้ของจวนโหว ควรเห็นแก่ส่วนรวม และเห็นแก่สามีบ้าง เหรินฉีอายุตั้งยี่สิบห้าแล้วแต่ยังไม่มีบุตรชายแม้สักคน เจ้าที่เป็นภรรยาไม่สงสารเขาบ้างหรือ เจ้าคิดว่าที่เจ้ายึดเขาไว้เพียงผู้เดียว ทำให้เขาไม่มีบุตรชายสืบทอด ยุติธรรมต่อเขาแล้วหรือ” น้ำเสียงเข้มงวดหันมาเอ่ยถามผู้เป็นสะใภ้แทน  

‘สามเชื่อฟัง สี่คุณธรรมบ้านท่านสิ ข้าเกลียดหลักการนี้ อย่าให้ข้ารู้นะว่าผู้ใดร่วมกันคิดขึ้นมา หากรู้ข้าจะจับวิญญาณของพวกมันมาอยู่ในร่างสตรีที่ต้องถูกสามเชื่อฟัง สี่คุณธรรมควบคุมไปทั้งชีวิต เอาให้พวกมันรู้ซึ้งไปเลย ว่าหลักการของพวกเขามันไม่ยุติธรรม คุณธรรมบ้าบออันใด ข้านางมารมีแค่คุณธรรมที่ขึ้นอยู่กับความพอใจเท่านั้น!’  

เซิ่งหลัวหลันก่นด่าอยู่ในใจ พลางกำมือมารดาที่สั่นเทาเอาไว้แน่น แล้วรอคอยคำพูดของมารดาตน..

 

“ท่านแม่ สะใภ้ผิดไปแล้ว ข้า ข้ายอม..” หลันหว่านรั่วเอ่ยคำด้วยเสียงสั่นเครือ น้ำตาเจียนจะไหลลงมา เมื่อนางถูกความรู้สึกผิดจากการสูญเสียบุตรคนแรกทับถมซ้ำด้วยความรู้สึกที่ยึดมั่นตามคำสอนสามเชื่อฟัง สี่คุณธรรม กับความรู้สึกที่ยากจะเอื้อนเอ่ย เมื่อต้องเอ่ยคำว่ายอมให้สามีมีอนุ.. ทั้งๆ ที่นางได้ครอบครองเขามาเนิ่นนาน เป็นหญิงสาวเพียงคนเดียวของเขาตลอดมา..

หลันหว่านรั่วคุกเข่าลงบนพื้นทั้งน้ำตา แล้วพยายามเอ่ยคำพูดออกมา..

เซิ่งหลัวหลันมองมารดาของตนที่ถูกการสั่งสอน กับคำพูดของฮูหยินผู้เฒ่าบีบคั้นจนรู้สึกผิด พลางหันไปมองบิดาตนอย่างรอคอยท่าทีของเขา หากเขาเคลื่อนไหวนางจะนับเขาเป็นบิดานาง หากเขาไม่เคลื่อนไหว นับจากนี้นางจะนับเขาเป็นแค่ผู้ให้กำเนิด..

เซิ่งหลัวหลันรอคอยบิดา พลางคิดคำพูดที่ตนจะเอ่ยไปพลาง.. คำพูดของนางจะต้องทำให้คนทั้งห้องโถงตื่นตะลึงแน่นอน!

 

“รั่วเอ๋อร์  ไม่ต้อง เจ้าไม่ต้องฝืนใจตนเอง หากพวกเราไม่มีบุตรชาย ข้าจะรับบุตรหลานในตระกูลมาเป็นบุตรบุญธรรมเพื่อสืบทอดจวนโหวแทน!” น้ำเสียงเคร่งขรึมของเซิ่งเหรินฉีเอ่ยคำ ด้วยน้ำเสียงหนักแน่น แล้วเดินมาคุกเข่าเคียงข้างผู้เป็นภรรยาด้วยสีหน้าแน่วแน่..

“เจ้า พวกเจ้า ” ฉินฮูหยินยกมือชี้สองสามีภรรยาอย่างลืมมารยาท ส่วนท่านโหวผู้เฒ่าก็มองดูบุตรชายกับบุตรสะใภ้ตนด้วยแววตาหลากหลายอารมณ์ แต่ก็ไม่มีคำพูดใดเอ่ยออกมา..

 

ด้านเซิ่งหลัวหลันเมื่อเห็นเหตุการณ์เป็นเช่นนี้ นางจึงเดินไปอยู่ข้างๆ มารดา แล้วดึงมืออีกฝ่ายขึ้นมาจับไว้ พลางเอ่ยคำพูดที่ทำให้หลักสามเชื่อฟัง สี่คุณธรรมของสตรีตระกูลชนชั้นสูงแตกกระเจิง..

“ท่านแม่ อย่าร้องไห้ ไปกับข้า ข้าจะไปหาอนุให้ท่าน ท่านพ่อมีได้ ท่านแม่มีได้ ยุติธรรม ” น้ำเสียงกระจ่างใส ไร้ซึ่งความขุ่นมัวของเซิ่งหลัวหลันในวัยสามขวบปี เอ่ยคำพูดทีละคำที่ทำให้เหล่าเจ้านาย และบ่าวไพร่ทั้งหลายล้วนอึ้งงัน เต็มไปด้วยความตื่นตะลึง!

แล้วเนิ่นนานจากนั้น ท่านโหวผู้เฒ่าก็หัวเราะออกมาด้วยน้ำเสียงชอบใจ พลางลุกขึ้นมาอุ้มเซิ่งหลัวหลันด้วยตนเอง

“ฮ่าๆ หลานสาวของปู่ เจ้าสมเป็นหลานสาวของปู่จริงๆ ไปๆ ปู่จะพาเจ้าไปกินขนม” ท่านผู้เฒ่าเอ่ยอย่างชอบใจ แล้วพาผู้เป็นหลานออกจากห้องโถงไปทันที ส่วนผู้คนที่เหลือก็ล้วนต้องแยกย้ายกันไป..  

เรื่องราวรับอนุในวันนี้ จบลงไปอย่างง่ายดาย ส่วนวันหน้าจะมีอีกหรือไม่ นั่นก็เป็นเรื่องของวันหน้าแล้ว..

ยายมารน้อยของเราไม่ต้องการศัตรู ฉะนั้นท่านย่าเลี้ยง อย่ามาเป็นศัตรูกับนางมารน้อยนะ! : เส้นเวลาคอมเมนต์ :)

[1] โหว คือ บรรดาศักดิ์ของยุคจีนโบราณ ที่มอบให้เชื้อพระวงศ์ ญาติฝ่ายนอก หรือ ขุนนางที่มีความชอบทางการทหาร ไล่ตามระดับคือ กง โหว ป๋อ จื่อ หนาน

[2] สามเชื่อฟัง สี่คุณธรรม :เป็นแนวคิดของหญิงจีนในยุคโบราณ

สามเชื่อฟัง คือ : ก่อนแต่งเชื่อฟังบิดา, หลังแต่งเชื่อฟังสามี, สามีตายจากให้เชื่อฟังลูกชาย  

สี่คุณธรรม คือ : ต้องมีคุณธรรมดี ดำรงอยู่ในกรอบที่ควร กิริยามารยามเพียบพร้อม, มีมธุรสวาจา , รูปร่างหน้าตาสะอาดสะอ้าน ,  การบ้านการเรือนไม่ขาด

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 174 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

97 ความคิดเห็น

  1. #80 Poonchanit (@poonchanit) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 กันยายน 2563 / 20:42
    เลิศมาก
    #80
    0
  2. #75 TukTIkinlove (@TukTIkinlove) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 กันยายน 2563 / 19:38
    555 ขำจริงไรจริงจร้า
    #75
    0
  3. #50 230973 (@230973) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2563 / 22:12
    ฮ่าฮ่า..น้องก็ช่างคิดเนาะ
    #50
    0
  4. #37 NuReader (@NuReader) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2563 / 08:47
    ทำดีมากหรันเออร์ 555555
    #37
    0
  5. #9 Paperbags (@Paperbags) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2563 / 06:52
    ขำหนักมาก
    #9
    0
  6. #4 memolunla (@memolunla) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2563 / 21:33
    ขำเลย 555
    #4
    0