พิษรักมาเฟีย [ฉบับปรับปรุง]

ตอนที่ 16 : บทที่ 15

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1039
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    30 เม.ย. 59

รัชชานนท์รู้สึกหงุดหงิดใจตั้งแต่ที่พิมพ์วลัญช์วิ่งหนีขึ้นไปบนห้อง ขณะเดียวกัน อารมณ์ของเขาก็เกิดอาการขุ่นมัวอย่างหาสาเหตุไม่ได้ ทั้งๆ ที่เธอเองก็ไม่ได้ด่าว่าอะไรเขากลับมาเสียหน่อย แต่เขาก็ยังไม่เข้าใจว่า ทำไมเขาต้องรู้สึกไม่สบอารมณ์ถึงเพียงนี้

นัทธ์มองหน้าเพื่อนรัก ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ขอพักการสะสางปัญหาที่เกิดขึ้น แล้วรีบตรงกลับคฤหาสน์ จนเขาเองอดแปลกใจไม่ได้ว่า ร้อยวันพันปีรัชชานนท์ไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน แต่ทำไมวันนี้คนเป็นเพื่อนถึงได้อยากกลับคฤหาสน์ มิหนำซ้ำอีกฝ่ายเพิ่งจะกลับไปได้ไม่ถึงสองชั่วโมงเลย รัชชานนท์ก็กลับมาที่นี่แล้ว แถมหน้าตาก็บอกชัดเจนว่า เพื่อนสนิทกำลังหงุดหงิดอยู่

เฮ้ย! เป็นไรวะนัทธ์ทนเก็บความสงสัยเอาไว้ไม่ไหว จึงถามออกไป

ไม่มีอะไร ว่าแต่มันล่ะ ยอมใช้หนี้หรือยังรัชชานนท์ไม่ตอบ แต่กลับถามถึงตัวปัญหาที่ทำให้เขาไม่ได้หลับไม่ได้นอนมาจนถึงตอนนี้ นัทธ์เลยไม่คิดจะซักไซ้อีก

ยัง เห็นทีต้องใช้ไม้แข็งคนพูดยักคิ้วใส่ ส่วนรัชชานนท์นั้น ก็ยิ้มอย่างรู้ทัน

ตามใจแล้วกัน ทำยังไงก็ได้ให้มันรีบใช้หนี้ แล้วก็ส่งคนไปบอกท่านรัฐมนตรีด้วยว่า ลูกชายสุดที่รักติดหนี้ทางเราไว้เท่าไร เผื่อทางนั้นจะได้ช่วยมาใช้หนี้แทนลูกชาย

รัชชานนท์กล่าว พลางพับแขนเสื้อเชิ้ตสีขาวขึ้นทั้งสองข้าง เพื่อเตรียมตัวที่จะใช้ไม้แข็งกับอคินทร์ ความจริงเขาเองก็ไม่ได้อยากลงไม้ลงมือ แต่เมื่อพูดกันดีๆ แล้วไม่ฟัง มิหนำซ้ำยังด่าทอกลับมาอีก เขาเลยต้องใช้กำลังสั่งสอนกันบ้าง

       “สองขา กลับมาตั้งแต่เมื่อไร ทำไมไม่โทรหาอินล่ะคะสาวสวยหุ่นผอมเพรียว ยกเว้นแต่สะโพกกับหน้าอกออกจะดูอวบอัดกว่าส่วนอื่นๆ นั้น ส่งเสียงทักทาย พร้อมๆ กับนำร่างของหล่อนเข้ามาแนบชิดกับรัชชานนท์ โดยไม่แคร์สายตาของนัทธ์ และบรรดาบอดี้การ์ดคนอื่นๆ

ไม่อายหรือไง ถอยออกไปชายหนุ่มถอนหายใจเฮือกใหญ่ เมื่ออินทุภาปรากฏตัวขึ้น

หล่อนเป็นลูกสาวของหนึ่งในหุ้นส่วนทางธุรกิจด้านโรงแรมที่อยู่ในเครือคาสิโนของเขา ขณะเดียวกันอินทุภาก็ไม่ต่างจากคู่ควงคนอื่นๆ แต่เพียงแค่เขาจำเป็นจะต้องรักษาน้ำใจของหล่อนให้มากหน่อย เพราะหล่อนเป็นลูกสาวของหุ้นส่วนทางธุรกิจ แม้จะเป็นรายย่อย แต่เขาก็ยังไม่อยากจะมีปัญหาในภาวะที่เศรษฐกิจไม่ดีแบบนี้

        “แหม ก็อินคิดถึงคุณนี่คะว่าแล้วหล่อนก็หอมแก้มชายหนุ่มทันที ส่วนนัทธ์นั้นก็มองหน้าเพื่อนรัก พลางนึกเห็นใจพิมพ์วลัญช์ขึ้นมาทันใด เพราะเขารู้จากรัชชานนท์แล้วว่า เธอมาอยู่กับคนเป็นเพื่อนในฐานะอะไร

สงสัยแกจะไม่ว่างแล้วสินะ งั้นฉันไปจัดการเองดีกว่านัทธ์กล่าวจบ จึงเรียกบอดี้การ์ดคนอื่นๆ ออกไปจากห้องทำงานของรัชชานนท์ เพราะอีกไม่นาน ที่นี่มันคงจะกลายสภาพเป็นสนามรักให้กับเพื่อนของเขา

หลังจากได้อยู่กันตามลำพัง อินทุภาจึงจัดการโน้มคอของชายหนุ่มลงมา แล้วมอบจูบอันแสนเร้าร้อนให้ เพื่อหวังจะปลุกอารมณ์ของคนที่หล่อนรัก ด้านรัชชานนท์ก็ตอบสนองความเร้าร้อนนั้นเป็นอย่างดี ทั้งสองพากันเข้าไปในห้องนอน ซึ่งอยู่ติดกับห้องทำงาน และเขามักใช้ห้องนี้หลับนอนกับคู่ควงมาแล้วหลายต่อหลายคน

ร่างสูงถอดอาภรณ์ของตนเองและคู่ควงคนล่าสุดออกอย่างรีบร้อน เพราะเขาร้างลาจากเรื่องบนเตียงมาเป็นระยะเวลานาน จึงต้องการจะปลดปล่อย ส่วนอินทุภาก็ถึงกับครางอย่างพอใจในรสสวาทที่ชายหนุ่มได้มอบให้

เพียงไม่นานหลังจากนั้น พายุสวาทได้พัดผ่านไปอย่างรวดเร็ว รัชชานนท์มองอินทุภา ซึ่งบัดนี้กำลังนอนกอดเขาไว้ พลางสุขสมกับรสรักที่เขาเพิ่งได้มอบให้ แต่ชายหนุ่มกลับไม่รู้สึกอิ่มเอมเหมือนกับทุกครั้ง ตรงกันข้าม เขายิ่งหงุดหงิดใจมากกว่าเดิม เมื่อรู้ตัวว่า เขาเผลอนึกถึงใบหน้าหวานๆ ของพิมพ์วลัญช์ขึ้นมาในระหว่างการร่วมรักกับคู่ควงคนล่าสุด

สองขา อินคิดถึงคุณจังค่ะอินทุภาเบียดหน้าอกอวบอิ่มเข้าหาชายหนุ่ม โดยหวังจะปลุกอารมณ์ของเขาอีกครั้ง

พอแล้ว ฉันอยากจะพักรัชชานนท์รู้ว่าหล่อนต้องการอะไร แต่เขาไม่มีอารมณ์จะร่วมรักกับหล่อนแล้ว จึงหลับตาลงทันทีหลังจากกล่าวจบ

อินทุภารู้สึกหงุดหงิดใจเมื่อถูกอีกฝ่ายปฏิเสธ พลางนึกสงสัยว่า อะไรทำให้รัชชานนท์ต้องหัวเสียแบบนี้ ทั้งๆ ที่เมื่อครู่ หล่อนก็ปรนเปรอให้เขาเสียทุกอย่าง แต่มันก็ยังไม่พอจะทำให้เขาอารมณ์ดีขึ้นได้เลย

ช่างเถอะ วันๆ สองขาก็มีเรื่องงานให้คิดตั้งมากมาย ถ้าเขาจะหงุดหงิด หรือหัวเสียบ้างมันก็ไม่แปลกหรอก

เมื่ออินทุภาคิดตกแล้ว จึงล้มตัวลงนอนเคียงข้างชายหนุ่มอีกครั้ง หล่อนเคลื่อนกายเข้าไปซบกับอกกว้าง พลางยิ้มอย่างมีความสุข เพราะตระหนักว่า ผู้ชายคนนี้เป็นของหล่อน และหล่อนก็จะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาแย่งเขาไปทั้งนั้น

 พิมพ์วลัญช์ไม่แน่ใจว่าเผลอหลับไปตั้งแต่ตอนไหน เพราะเมื่อมองนาฬิกา ก็บ่งบอกว่าตอนนี้เป็นตีสองแล้ว ร่างบางไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเธอถึงได้นอนหลับข้ามวันข้ามคืนแบบนี้ จากช่วงเช้าของเมื่อวาน มาจนถึงตีสองของวันนี้ เธอหลับสนิทโดยไม่ตกใจตื่น เพราะร่างกายของเธออ่อนเพลียมากจากการร้องไห้ตั้งแต่วันที่จากคุณหญิงชนิตรามา มิหนำซ้ำคืนก่อน เธอก็นอนหลับไม่สนิทด้วยความแปลกสถานที่

ทว่าการหลับอันแสนยาวนานของเธอกลับไม่ได้ช่วยทำให้สภาพจิตใจของพิมพ์วลัญช์ดีขึ้นเลย เพราะเธอยังจดจำทุกถ้อยคำที่รัชชานนท์พูดไว้กับเธอได้เป็นอย่างดี หญิงสาวเงยหน้าขึ้นไปมองรูปของบุพการี ก่อนที่จะเลื่อนสายตาไปมองกรอบรูปใกล้ๆ ซึ่งเป็นรูปของคุณหญิงชนิตรา

เมื่อเห็นแล้ว ก็นึกถึงผู้เป็นย่าขึ้นมา เพราะจนถึงตอนนี้ คุณหญิงชนิตราไม่ยอมโทรหาเธอเลย ครั้นเธอเป็นฝ่ายโทรไปหา ก็ปรากฏว่าคุณย่าของเธอนั้นกำลังพักผ่อนอยู่ ขณะเดียวกันคุณหญิงชนิตราคงจะไม่รู้ว่า หลานชายคนเล็กของท่านชอบทรมานจิตใจของเธอเล่นขนาดไหน ส่วนเธอเองก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าเผลอเอาใจไปยกให้เขาตั้งแต่เมื่อไร แม้จะไม่เคยมีคนรักมากก่อน แต่เธอก็พอจะเดาออกว่าสิ่งที่เธอรู้สึกอยู่ในขณะนี้มันคือความรัก

แสงของพระจันทร์ส่องลงมายังระเบียงห้อง หญิงสาวจึงตัดสินใจลุกขึ้นจากเตียงแล้วเดินไปยังจุดนั้น เธอยิ้มเมื่อได้เห็นดวงดาวที่เธอชอบมองมาตลอดตั้งแต่สมัยยังเด็กๆ โดยสายตาก็เผลอก้มลงไปมองด้านล่าง เพื่อหารถที่ชายหนุ่มใช้เป็นประจำว่า จอดอยู่ในโรงรถหรือไม่

เมื่อไม่พบรถคันดังกล่าว หญิงสาวก็ต้องถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ พลางปลอบใจตัวเองว่า บางทีตอนนี้เขาอาจจะกำลังทำงานอยู่ เพราะรัชชานนท์คงไม่ใช่ผู้ชายใจร้ายที่จะปล่อยให้เธออยู่ในคฤหาสน์หลังใหญ่ๆ คนเดียวโดยที่เขาหนีไปมีความสุขกับคนอื่น แม้เจ้าตัวจะรู้ว่าคิดเข้าข้างตนเองมากเกินไป แต่มันก็ทำให้เธอรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก จากนั้นร่างบางจึงกลับเข้าไปในห้อง และล้มตัวลงนอนอีกครั้ง ขณะเดียวกันก็ลืมไปว่าวันนี้ทั้งวัน เธอยังไม่มีอะไรตกถึงท้องเลย

 

ทางด้านรัชชานนท์ เมื่อตื่นขึ้นมาก็พบว่า อินทุภายังไม่ไปไหน เขาจึงจัดการชำระล้างร่างกาย แล้วพาตัวเองออกมาจากคาสิโน โดยไม่ลืมกำชับลูกน้องให้สั่งแม่บ้านเข้าไปทำความสะอาดห้องนอนของเขา และบอกหญิงสาวที่อยู่ในห้องว่า เขาสั่งให้มาทำความสะอาด อินทุภาจะได้รีบๆ ออกไป เพราะเขาไม่ชอบให้ผู้หญิงคนไหนมาใช้ห้องนอนของเขาเสมือนกับว่าเป็นห้องของตัวเอง

เข้าใจแล้วครับพี่หนึ่งเมื่อสิ้นสุดการสนทนากับพี่ชาย รัชชานนท์จึงส่งโทรศัพท์คืนให้ตะวัน ขณะรถกำลังมุ่งหน้าเข้าสู่คฤหาสน์

ชายหนุ่มไม่แปลกใจเลยว่า เหตุใดพี่ชายถึงได้โทรมาขอให้เขาช่วยเหลือเรื่องงานบางอย่าง เพราะตั้งแต่เขาถอนตัวออกจากบริษัทในเครือภูริวัฒนภากร รังสิมันตุ์ก็ต้องทำงานหนักขึ้นเป็นสองเท่า แต่มันเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ เนื่องจากเขาจำเป็นจะต้องมาสานต่อกิจการของผู้เป็นตา

ความจริงแล้ว รังสิมันตุ์กับเขาคือผู้มีสิทธิ์ในการสืบทอดกิจการของตระกูลอุเอโนะ ตระกูลที่ถูกขนานนามว่าเป็น ผู้นำพาแสงสว่างมาสู่เอเชีย แต่เมื่อพี่ชายไม่สามารถทำหน้าที่นี้ได้ เพราะต้องดูแลกิจการของตระกูลภูริวัฒนภากร เขาเลยต้องรับหน้าที่สานต่อกิจการของตระกูลอุเอโนะแทน แม้คุณหญิงชนิตราจะคัดค้าน เพราะไม่อยากจะให้เขาเอาชีวิตมาเสี่ยงอันตราย แต่ในเมื่อผู้เป็นตาขอร้องทั้งที แล้วเขาจะทำเป็นนิ่งดูดายไม่สนใจได้อย่างไร

 

นาฬิกาภายในคฤหาสน์ตีบอกเวลาว่า ขณะนี้ตีสามแล้ว และเมื่อมาถึง สิ่งแรกที่รัชชานนท์ทำก็คือ การเปิดปากถามถึงพิมพ์วลัญช์ที่เมื่อวานนั้นอดข้าวไป เพราะความอยากจะลองดีกับเขา

ตั้งแต่เมื่อวาน นายหญิงก็ยังไม่ลงมาเลยค่ะสาวใช้ก้มหน้าก้มตารายงาน ทั้งที่ก่อนหน้านี้เธอยังรู้สึกง่วงอยู่แท้ๆ แต่เมื่อเจ้านายเปิดปากถามถึงนายหญิงขึ้นมาเท่านั้นแหละ ตาของเธอก็สว่างทันที เพราะต้องกลั่นกรองคำพูดให้ดี มิฉะนั้นอาจทำให้ทั้งสองคนทะเลาะกัน เหมือนอย่างที่นางตวงเผลอทำลงไป

แล้วไม่มีใครขึ้นไปดูเลยหรือไงน้ำเสียงติดจะไม่พอใจของรัชชานนท์ ทำเอาสาวใช้สะดุ้งเฮือกทันใด

นังตวงขึ้นไปแล้วค่ะ แต่พอเคาะประตูเรียก นายหญิงก็บอกว่าอยากอยู่คนเดียวค่ะ พวกเราก็เลยไม่กล้ารบกวนอีกสาวใช้ตอบไปพลางมองหน้ารัชชานนท์ เพื่อดูว่าระเบิดจะลงอีกครั้งหรือไม่

ไปเอากุญแจห้องของนายหญิงมาชายหนุ่มสั่ง แต่ยังไม่มีผู้ใดกระดิกตัวไปไหน จนรัชชานนท์ต้องตวาดใส่อีกครั้ง

บอกให้ไปเอากุญแจห้องมาไงล่ะ หูหนวกกันหมดหรือไง!เพียงเท่านั้นแหละ สาวใช้ก็รีบทำตามคำสั่งของผู้เป็นนายทันที และเมื่อนำกุญแจมาให้แล้ว เธอก็รีบเดินตามเจ้านายไป เผื่อว่ารัชชานนท์อาจมีเหตุจำเป็นอะไรที่จะต้องเรียกใช้อะไรเธออีก

ร่างสูงไม่เคาะประตูให้เสียเวลา เมื่อมาถึงหน้าห้องนอนของพิมพ์วลัญช์ เขาก็รีบไขกุญแจด้วยท่าทีหงุดหงิด เพราะเกรงว่าคนในห้องจะมาตายคาคฤหาสน์ของเขา เพราะมีสาเหตุมาจากการอดอาหาร หรือไม่ก็อาจจะมาจากการร้องไห้จนหมดลมหายใจ และหลังจากสามารถเปิดประตูเข้ามาได้แล้ว รัชชานนท์ก็โยนกุญแจทิ้งทันที จนหนึ่งในบรรดาลูกน้องที่เดินตามมาเกือบจะรับมันไว้ไม่ทัน

รัชชานนท์เริ่มชะลอฝีเท้า หลังจากเห็นว่าร่างบางที่ทำให้เขาหงุดหงิดนั้น กำลังหลับสนิท และไม่มีทีท่าว่าจะทรมานกับความหิวโหยเลย ร่างสูงจึงทรุดลงนั่งข้างกายพิมพ์วลัญช์ ซึ่งบัดนี้หลับอยู่ โดยไม่รู้เลยว่าในห้องของเธอนั้น เต็มไปด้วยผู้คนมากมายที่ตามเขาขึ้นมา

พลันเห็นว่าริมฝีปากอวบอิ่มของเธอบวมเจ่อจากบทลงโทษของเขาเมื่อวันก่อน เขาก็เกิดอาการสงสารขึ้นมา อารมณ์หงุดหงิดค่อยๆ จางหายไปโดยไม่รู้ตัว ชายหนุ่มจึงตัดสินใจใช้มือโบกไล่ให้ทุกคนออกไป เพียงเท่านั้น บรรดาลูกน้องก็เข้าใจแล้วว่า ผู้นายต้องการจะอยู่กับนายหญิงตามลำพัง

รัชชานนท์สังเกตใบหน้าของหญิงสาวอีกครั้งหลังจากที่ทุกคนออกไปกันหมดแล้ว ชายหนุ่มยื่นหน้าเข้าไปใกล้มากขึ้น และเห็นว่า นอกจากริมฝีปากของเธอจะบวมเจ่อ ใบหน้ากับขอบตาของเธอ ก็เหมือนจะบวมมากกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด คนมองจึงเผลอยิ้มออกมา เนื่องจากเดาได้ว่าที่พิมพ์วลัญช์ไม่ได้ทานอะไรเลย คงเพราะเอาแต่ร้องไห้

แม้ในตอนนั้น เขาจะสั่งให้คนงดทำอาหาร เพราะแค่ต้องการความสะใจ แต่ผลตอบรับกลับทำให้เขารู้สึกเอ็นดูปนสงสารหญิงสาวเสียมากกว่า ขณะเดียวกันก็อดแปลกใจไม่ได้ว่า ตอนอยู่กับผู้เป็นย่าของเขานั้นทำไมพิมพ์วลัญช์ถึงได้ปากเก่งกับเขานัก แต่พอมาอยู่คนเดียวแบบนี้แล้ว กลับไม่แสดงอาการพยศออกมาอีกเหมือนเคย


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

2,122 ความคิดเห็น

  1. #2109 ♡NETTY♡ (@ty094655336) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 30 เมษายน 2559 / 20:51
    สงสารเค้าแล้วละสิ
    #2109
    0
  2. #217 sakapim (@pimmy2) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 5 มกราคม 2553 / 23:04

    แหมนึกว่าลงต่อ หนูคงไม่ต้องอ่านหนังสืออย่างแน่นอน พรุ่งนี้มาอัพป่ะคะเนี่ย รอนะคะ

    #217
    0