My dear devil กำราบหัวใจผู้ชายปากแข็ง

ตอนที่ 6 : If he stays

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 242
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    23 ก.ย. 63

Alin says:

ฉันลืมตาขึ้นมาอย่างงัวเงีย ในห้องนอนของฉันเอง ห้องนอนสีขาวล้วนที่แสนคุ้นตา กับวัตถุทรงกลมสีดำที่ฟุบอยู่ที่มือข้างขวาของฉัน ฉันเลื่อนมือข้างซ้ายไปลูบๆ คลำๆ สิ่งที่อยู่ตรงหน้า เอ่อ หัวคน...

“งื้ม ตื่นแล้วเหรอ” คนที่ถูกลูบคลำ ลืมตาขึ้นถาม เสียงงัวเงียไม่แพ้กัน

“จะสองทุ่มแล้ว หิวมั้ย?” เขาถามพลางขยับตัวลุกนั่ง ก่อนหน้านี้เขาก็นั่งอยู่นั่นแหละ แต่ฟุบหลับอยู่ริมเตียงนอนของฉัน

“หิวสิ อดกินข้าวตั้งแต่เย็น วันนี้แย่ชะมัด” ฉันบ่นเสียงงอแง ไม่เคยคิดเลยว่าต้องประสบกับเหตุการณ์แย่ๆ นั่นอีก เรื่องที่ฉันติดอยู่ในบ้านผีสิงนั่นก็ตั้งแต่สิบขวบเห็นจะได้ ทำเอาฉันจำฝังใจไปเลย

“ฉันทำข้าวต้มไว้ เธอจะกินที่นี่หรือลุกออกไปกินข้างนอก” ร่างสูงบิดขี้เกียจไปมาด้วยท่าทางที่ดูเซ็กซี่มากสำหรับฉัน กิริยาที่เขาสะบัดศีรษะไปมาก็สะกดสายตายิ่งกว่าไอดอลเกาหลีซะอีก เคลิ้มเลยเรา...

“ว่าไง” เขาถามซ้ำ เมื่อฉันไม่ยอมตอบสักที

“เอ่อ กินข้างนอกก็ได้ค่ะ อลินขอไปล้างหน้าล้างตาก่อน”

“อืม” เขารับคำน้อยๆ แล้วก็เดินออกไป

ฉันไม่เข้าใจเลยว่าเขาจะเก๊กขรึมทำไม ปกติเขาก็แทนตัวเองว่าพี่ แล้วเรียกฉันว่าอลินมาแต่ไหนแต่ไร แล้วก็เพราะเรื่องหมั้นของเรานั่นแหละ เขาเลยเลือกที่จะทำตัวเย็นชาและเหินห่าง คิดว่าทำแบบนี้แล้วฉันจะรู้สึกไม่ชอบเขามากขึ้นมั้ง หึ เขาเข้าใจผิดถนัด ฉันว่ามันน่ารักดี ที่เขาพยายามตั้งมากมายเพื่อตีตัวออกห่างฉัน แต่จนแล้วจนรอด เขาก็หนีฉันไม่พ้น

“อลินต้องไปแก้บนรึเปล่าเนี่ย พี่วาอุตส่าห์ทำอาหารให้กิน” ฉันแกล้งแหย่เขา เพราะทุกทีเขาจะไม่ยอมทำอะไรให้ฉันก่อนหรอก ถ้าฉันไม่ขอแกมบังคับให้เขาทำน่ะ

“ไร้สาระ รีบกินซะ ฉันกลับห้องล่ะ” เขาพูดแล้วเดินไปหยิบเสื้อนอกที่ถอดพาดไว้บนโซฟามาพาดไว้ที่บ่าแทน แล้วทำท่าจะเดินออกจากห้อง

“แต่อลินยังกลัวอยู่เลย” ฉันพยายามอ้อนสุดชีวิต

“อย่ามาใช้ไม้นี้กับพี่เลยครับน้องอลิน ไม่ได้ผลหรอก เหอะ!” จอบอจบนะ เก๊กไปเถ๊ออออออะ น้องจะทำให้พี่ลืมไม่ลงเลย พี่วาโย!

 

7.04 AM

ออดดด ออดดด ออดดด

ที่เก่า เวลาเดิม คนกดออดก็คนเดิม

ฉันเปิดประตูห้องต้อนรับร่างสูงเฉกเช่นเมื่อวานและวันก่อนๆ นี่ก็เป็นอาทิตย์แล้วที่เขาคอยเป็นสารถี ให้ฉันติดสอยห้อยตามไปด้วย อีกไม่กี่วันพี่ม้าคันหรูของฉันก็จะมาให้ฉันยลโฉมแล้ว ตื่นเต้นจังเลย

 “เมื่อไหร่จะได้รถสักที เบื่อหน้าชะมัด” เขาบ่นขึ้นมา ขณะที่เท้าก็เดินไปนั่งที่โต๊ะอาหาร ฉันจำเป็นต้องตื่นเช้าขึ้นแล้วก็เตรียมอาหารให้เขาทุกวัน เป็นการตอบแทนที่เขาอุตส่าห์ห้อยฉันติดไปที่ทำงานด้วย

“ถึงได้รถมา พี่วาก็ไล่อลินไปไหนไม่ได้หรอก” ฉันบอกแล้วจ้องมองนัยตาของเขาอย่างไม่ยอมแพ้

“เหอะ หน้าด้านหวะ”

“อุ๊ย เจ็บหัวใจ” ฉันแกล้งทำหน้าเจ็บปวดกับคำด่าของเขา แล้วกุมหน้าอกข้างซ้ายเพื่อกวนประสาท

“กวนประสาทนักนะ” เขายกมือทั้งสองข้างขึ้นขยี้ผมฉันจนกระเซอะกระเซิงไปหมด พอเถียงไม่ได้ก็ใช้กำลังตลอดดดด

“แบร่!” ฉันแลบลิ้นล้อเลียนแล้วจัดทรงผมให้เข้าที่เข้าทาง “กินข้าวเถอะค่ะ เรายังมีเวลาทะเลาะกันอีกทั้งวัน” ฉันบอกพลางเลื่อนเก้าอี้ลงนั่ง ฝั่งตรงข้ามกับเขา

“ไหนกาแฟอ่ะ?” เสียงเข้มถามขึ้น มองหน้าฉันอย่างหาเรื่อง

“เดี๋ยวแจ๋วจัดให้ค่ะคุณผู้ชาย” ฉันลุกขึ้นแล้วตรงไปยัดกาแฟแคปซูลลงเครื่องทำกาแฟสดทันที เอสเปรสโซ่ดับเบิ้ลช็อต ไม่รู้จะกินเข้มไปไหน เดี๋ยวไปที่ทำงาน เขาก็จะให้เลขาเอากาแฟมาให้อีก เขาแทบจะกินกาแฟแทนน้ำเปล่าอยู่ละ

“วันนี้เย็นไปหาข้าวกินเองนะ จะไปกินเหล้า” ร่างสูงบอกขณะที่ยกกาแฟหอมกรุ่นขึ้นจิบ

ฉันต้องปล่อยเขาไปมั้ยอ่ะ หรือควรจะไปกับเขาด้วยดี แต่ถ้าตามเขาถี่เกินไป เขาอาจจะรำคาญฉันมากกว่านี้ก็ได้ เฮ้อ ปล่อยๆ ไปสักวันละกัน

“ค่ะ” ฉันรับคำอย่างว่าง่าย ร่างสูงเงยหน้าขึ้นมอง แทบไม่อยากเชื่อหูตัวเอง

ครืดด ครืดดด ครืดดด

เสียงโทรศัพท์นรกนั่นสั่นทุกวัน ด้วยเวลาประมาณนี้ตลอด ยิ่งกว่านาฬิกาแจ้งเตือนซะอีก อินังปิ่นซุงแหลโทรมาอีกแล้ว!

“ครับปิ่น จะไปทำงานแล้วครับ” ทำเป็นพูดเสียงอ่อนเสียงหวาน แสดงละครไปเถอะ คิดว่าฉันกินหญ้ารึไง 

“คืนนี้พี่ไม่ว่างอ่ะ มีนัดกับเพื่อน” จะนัดไปกินกันสินะ นังปิ่นมันแรดจะตาย ใครๆ ก็รู้ ไม่งั้นวันนั้นมันไม่กล้าไปช่วยพี่วาอยู่หลังบ้านฉันหรอก อี๋ ภาพมันติดตา

“ไว้พรุ่งนี้แล้วกันครับ ได้ครับ” ร่างสูงวางสายแล้วหันมายิ้มเยาะฉัน เพราะตอนนี้ฉันกำลังกำมือแน่น และถ้าอากาศสามารถปรากฏร่างได้ คงมีควันออกมาจากหูฉันแล้วล่ะ

“พรุ่งนี้ไม่ว่างละนะ อยู่ห้องไปละกัน” เอาอีกแล้ว เขาจะทิ้งฉันไปอีกแล้ว

“เสพสุขซะให้พอเถอะค่ะ เมื่อไหร่ที่เราแต่งงานกัน พี่ไม่มีโอกาสทำอะไรแบบนี้อีกแน่”

“เหอะ ใครจะแต่งงานกับเธอไม่ทราบ!” เขาพูดกระแทกใส่หน้าฉันเต็มๆ แล้วลุกขึ้นเดินออกจากห้องไปเลย ฉันจะทำอะไรได้ล่ะ ก็วิ่งตามน่ะสิ

คนสวยอย่างฉัน จำเป็นต้องมาทำอะไรแบบนี้มั้ยเนี่ยยยย!

 

“พี่วา แบบนี้สวยมั้ย” ฉันยกแมคบุ๊คที่อัดแน่นไปด้วยแบบเสื้อผ้าคอลเล็กชั่นใหม่ไปหาร่างสูงที่นั่งอยู่อีกฝั่งหนึ่งของโซฟา เขากำลังนั่งเล่นเกมอยู่ เกม ROV นั่นแหละ ตอนนี้เราอยู่ที่ทำงานของเขาและเพิ่งกินข้าวเที่ยงเสร็จ เขาเลยพักสมองโดยการซัดเกมอีกตามเคย

“เดี๋ยวก่อน เล่นเกมอยู่” เหอะ ฉันไม่คาดคิดเลยว่าเขาจะยังเป็นเด็กติดเกมอยู่ อายุก็จะยี่สิบหกอยู่รอมร่อแล้ว

“ถ้ามีใครมาเห็นพี่ตอนนี้ คงเสียลุคผู้บริหารหนุ่มไฟแรงแน่ๆ อะไรจะจริงจังขนาดนั้น” ฉันทรุดตัวลงนั่งข้างเขา แล้วค่อนแคะน้อยๆ

“เยส เห้ยกูพอละนะ” คงจะชนะแล้วล่ะ

“ไหน ดูอะไร” เขาวางโทรศัพท์ลงแล้วชะโงกหน้ามาสนใจจอโน๊ตบุ๊คของฉันแทน

“นี่ไง ชุดว่ายน้ำน่ะ พี่ว่าผู้หญิงใส่แบบไหนแล้วสวย”

“จะไปรู้ได้ไง มันขึ้นอยู่กับว่าใครใส่ต่างหากมั้ง” เขากดเลื่อนรูปดูไปเรื่อยๆ และไม่มีคำตอบที่เป็นประโยชน์สำหรับงาน

“ถ้าอลินใส่อ่ะ พี่ว่าแบบไหนสวย”

“ไม่สวยสักแบบ” เขาหันมากระตุกยิ้มแล้วตอบเสียงเรียบ

“นี่แหน่ะ คนนิสัยไม่ดี ทำไมชอบว่าเค้านักห้ะ!” ฉันตีเพี๊ยะลงไปที่แขนของเขา แต่ร่างสูงดันหัวเราะชอบใจซะงั้น

“ไม้แขวนไม่สวย เสื้อผ้าจะสวยได้ไง ยัยเบ๊อะ” เขาว่าฉันแล้วเอามือยีผมจนยุ่งไปหมด

“ไอ้คนปากเสีย รู้เอาไว้ด้วยว่าคนไม่สวยของพี่น่ะมีหนุ่มๆ มาจีบเยอะแยะ”

“หึ เขาแค่อัธยาศัยดีรึเปล่า” เขาเลิกคิ้วถามอย่างยียวน

ฉันพับหน้าจอโน๊ตบุ๊คลงแล้วเก็บของหนีเขาอย่างอารมณ์เสีย ยังไงซะวันนี้ก็ต้องกลับเองอยู่แล้ว ไม่อยากอยู่นี่ให้รำคาญหูแล้วเหมือนกัน

“ไปไหนอ่ะ” เขาถามฉันเมื่อเห็นฉันตั้งท่าจะไป

“เบื่อคนปากเสีย แบร่!” ฉันแลบลิ้นใส่ แล้วสะพายกระเป๋า กำลังจะเดินออกจากห้อง แต่...

Line! Line! Line!

Unknown: เลิกยุ่งกับวาโยซะ!

Unknown: เขาเป็นของฉัน!

Unknown: อย่าหาว่าไม่เตือน!

ฉันยกโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดอ่าน ไม่มีรูปโปรไฟล์ ชื่อก็ไม่มี มีแต่คำขู่ และเขา! เป็นต้นเหตุ!

“ดูนี่ซะ อีหนูคนไหนของพี่กำลังหาเรื่องอลิน” ฉันพูดเสียงแข็ง แล้วยื่นโทรศัพท์ไปให้เขาดู

“เหอะ ไร้สาระน่า ไม่ต้องสนใจหรอก” เขาดูแล้วก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร พลางย้ายก้นไปนั่งที่โต๊ะทำงานเหมือนเดิม ก็คงงั้น ไม่น่าสนใจอะไรหรอก...

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น