My dear devil กำราบหัวใจผู้ชายปากแข็ง

ตอนที่ 5 : Her weakness

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 240
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    22 ก.ย. 63

Wayo says:

ผมถูกยัยตัวแสบลากมาที่ห้างสรรพสินค้า แถวๆ คอนโดหลังจากเลิกงาน ผมไม่รู้เหมือนกันว่าจะให้เธอจูงจมูกทำไม แต่เอาเป็นว่าผมไม่มีอะไรทำก็แล้วกัน อย่างน้อยเธอก็ไม่ได้ทำตัวน่ารำคาญ ถึงสถานะคู่หมั้นของเธอจะรำคาญใจของผมก็เถอะ

“ไฮ พี่วาโย อลิน” ผู้เล่นในเกมกำลังลงสนามแล้วสิ

นั่นคือเสียงของปาณิดาหรือปิ่น ผมลองมาคิดๆ ดูแล้ว ต่อให้ผมแสดงท่าทีรังเกียจใส่อลินยังไง เธอก็ไม่มีทางรามือแน่ เพราะฉะนั้นก็ต้องทำให้เธอยอมแพ้ เพราะผมไม่ได้รักเธอ แต่ผมรักอยู่กับคนอื่น คนอย่างอลินไม่มีทางยอมกินน้ำใต้ศอกใครหรอก ถ้าเธอรู้ว่ายังไงซะก็ไม่มีทางเป็นที่หนึ่ง เธอก็จะต้องถอยไปเองแน่ๆ

“วันนี้ประตูนรกเปิดรึไง” ร่างบางบ่นเสียงห้วน ปิ่นได้ยินแบบนั้นก็จ้องกลับตาแทบถลน แต่ก็พยายามคีพลุคผู้หญิงอ่อนหวานไว้ภายในเสี้ยววินาที เก่งใช่ย่อย...

“พี่วาโยนัดปิ่นมาน่ะอลิน” เธอตอบกลับอย่างเหนือกว่า เธอพยายามทำตัวเหนือกว่าอลินมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเรื่องฐานะทางบ้าน ชนชั้นทางสังคม รูปร่างหน้าตา ความสามารถในแต่ละด้าน แต่ผมคงต้องพูดอย่างไม่เข้าข้างยัยแสบว่า

อลินชนะขาดลอย...

“พี่วา!” อลินหันมาค้อนใส่ผมวงใหญ่เบ้อเร่อ

“พี่คิดจะทำอะไร” เธอถามผมเสียงแข็ง เธอไม่ใช่คนโง่ที่ผมจะหลอกได้ง่ายๆ หรอก แต่ผมก็ไม่ยอมจำนนง่ายๆ เหมือนกัน

“ก็บอกแล้วไงว่าน้องปิ่นก็น่ารักดี” ผมกระซิบลงข้างหูของเธอ อมยิ้มอย่างชอบใจที่ได้เอาคืนให้เธอหัวปั่น

“อย่าคิดว่าอลินไม่รู้นะว่าพี่อยากทำอะไร” เธอมองผมอย่างคาดโทษ เหอะ รู้ไปดิ ใครจะยอมรับให้โง่วะ

“แล้วแต่เธอจะคิด น้องปิ่นอยากกินอะไรครับ” ผมเลิกสนใจคนตัวเล็กแล้วไปคุยกับผู้เล่นอีกคนหนึ่งในสนาม เกมนี้ผมต้องเป็นคนที่กุมชัยชนะอย่างแน่นอน

“ตำแหล อลินจะกินตำแหล!” ร่างบางกระแทกกระทั้นคำว่าแหลซะจนปิ่นมองค้อนเธออีกครั้ง

“น้องปิ่นกินส้มตำได้มั้ย”

“เอ่อ..ได้ค่ะพี่วาโย” เธอจำใจรับคำเพราะต้องการสงวนท่าทีผู้หญิงเรียบร้อยเหมือนในละครหลังข่าว ส่วนยัยแสบข้างผมนี่ก็ภูมิใจนำเสนอความเป็นนางร้ายออกมาอย่างไม่ปกปิดเลยแม่คุณ

“ไปค่ะ” อลินดึงตัวผมให้ตามไปด้วยอย่างเร็ว เพราะปิ่นพยายามที่จะเข้ามาเกาะแขนผมด้วยอีกคน เหอะ ขี้หวงมาตั้งแต่เล็กจนโต

“มาสามท่านนะคะ” พนักงานต้อนรับหน้าร้านถาม แล้วนำพวกเราไปโต๊ะที่เหมาะกับการนั่งสามคน

“พี่วามานั่งตรงนี้ค่ะ” อลินดึงมือผมให้นั่งลงข้างๆ เธอ ส่วนปิ่นก็ต้องจำใจนั่งฝั่งตรงข้าม ปกติผมก็หล่ออยู่แล้วนะ วันนี้โดนผู้หญิงแย่งกัน ความหล่อยิ่งดูจะทบทวีขึ้นไปอีก

พวกคุณคงจะรู้ดีอยู่แล้วว่าทั้งพ่อและแม่ของผม (พ่อวินกับแม่มะลิ) เป็นบุคคลที่มีความป็อบปูล่าร์สูงมากตอนเรียนมหาลัย และแน่นอนว่าผมกับพี่ลีซึ่งเป็นทายาทสืบเชื้อสายมาโดยตรง ก็ย่อมต้องได้รับยีนส์เด่นพวกนั้นมาแบบไม่ต้องสืบ

หลงตัวเองได้แม่จริงๆ พ่อคุณ

“ยังชอบกินเหมือนเดิมอยู่มั้ยคะ?” ยัยตัวเล็กถามผมขณะที่ตาก็จดจ้องดูเมนูไปด้วย เพราะเราโตมาด้วยกัน เธอก็เลยรู้ใจผมแทบจะทุกเรื่อง และเธอก็แทบจะขัดใจผมอยู่ทุกเรื่องเหมือนกัน

ผมพยักหน้ารับเป็นคำตอบ ส่วนบุคคลที่สามอย่างปิ่นก็ดูเหมือนจะเป็นอากาศธาตุไปแล้วในตอนนี้ ต้องเติมเชื้อเพลิงซักหน่อย...

“น้องปิ่นเคยมากินร้านนี้มั้ยครับ” ทันทีที่ผมตั้งคำถามไป อลินก็เหลือบมามองผมตาแข็ง ก็เธอน่ะเป็นที่หนี่งมาโดยตลอด

  “ไม่เคยเลยค่ะ ปกติปิ่นไม่ค่อยทานอาหารรสจัด” เธอยังคงพยายามตอกย้ำให้ใครๆ เข้าใจว่าเธอช่างเป็นผู้หญิงอ่อนหวานเรียบร้อยซะเหลือเกิน

“ปูปลาร้าพริกห้าเม็ดหนึ่งค่ะ ตำไทยไข่เค็มหนึ่ง น้ำตกหมูหนึ่ง คอหมูย่างหนึ่ง ต้มแซบหนึ่ง แล้วก็ตำข้าวโพดอีกหนึ่งค่ะ ทุกอย่างเผ็ดๆ ข้าวเหนียวสอง น้ำแข็งเปล่าสอง” เธอไม่ได้แกล้งปิ่นหรอกที่สั่งเผ็ดๆ น่ะ เพราะเราทั้งคู่กินอาหารรสจัดจริงๆ แต่ที่สั่งข้าวเหนียวและน้ำแข็งแค่สองน่ะ ทำเอาพนักงานกับปิ่นอึ้งไปเลย

“เอาเผ็ดกลางแล้วกันครับ น้ำแข็งกับข้าวเหนียวเป็นสาม ขอบคุณครับ” ผมรีบแก้ให้พนักงานทันที ก่อนที่เธอจะงงไปมากกว่านี้ “ปิ่นกินเผ็ดกลางๆ ได้ใช่มั้ย พอดีพี่ติดอาหารรสจัดน่ะ ถ้าไม่โอเคพี่สั่งเพิ่มให้นะ”

“ไม่เป็นไรค่ะพี่วา ปิ่น..”

“วาโยครับ พี่ชื่อวาโย”

ผมแก้เสียงแข็งทันทีเมื่อเธอเรียกชื่อผมสั้นๆ อีกแล้ว นอกจากคนในครอบครัวกับเพื่อนสนิท ไม่มีใครเรียกผมแบบนั้น เอ่อ บ้านรั้วข้างๆ ก็นับเป็นครอบครัวผมแหละ รู้จักกันมาแต่เด็ก อันนี้ยกเว้นละกัน

“ขอโทษค่ะ” เธอขอโทษหน้าเจื่อน ทำให้อลินยิ้มออกมาอย่างผู้ชนะทันที โธ่ ไม่น่ารีบแก้เลยกู ลืมตัวไปซะได้ ไม่งั้นยัยอลินจะต้องไม่พอใจมากๆ แน่

“เอาไว้เราสนิทแนบชิดกันกว่านี้ น้องปิ่นจะเรียกพี่ว่าอะไรก็ได้ครับ” ผมรีบแก้หน้า เมื่อรู้สึกตัวว่าพลาดไปแล้ว

“จริงนะคะ ปิ่นรอวันนั้นแทบไม่ไหวแล้วค่ะ พี่วาโย” เธอดีใจยิ่งกว่าคนถูกหวยรางวัลที่หนึ่ง กุมมือผมแล้วเขย่าพลางยิ้มเหมือนคนบ้า เหอะๆ อะไรมันจะขนาดนั้นวะ

“ถอยค่ะ อลินจะไปห้องน้ำ ล้างตาซะหน่อย แถวนี้ฝุ่นสกปรกๆ มันเยอะจริงๆ” อลินลุกขึ้นแล้วขอทางผมที่นั่งขวางเธออยู่ และยังไม่วายจิกกัดปิ่นอย่างแสบทรวงอีก

“อลินนี่อารมณ์ร้ายจังเลยนะคะ” ปิ่นเอ่ยขึ้นทันทีเมื่ออลินเดินออกไป

“หึ เธอก็ต้องรับมือเอาเองละกัน ฉันห้ามอลินไม่ได้หรอก” ผมบอกปิ่นไปอย่างไม่ใส่ใจ เธอต้องทำใจนะ เพราะเธอเป็นคนรับข้อเสนอนี้เอง ผมกับเธอตกลงกันว่าจะร่วมมือกันทำให้อลินยอมถอนหมั้น โดยที่ผมจะไปไหนมาไหนกับเธอบ้าง แต่ความสัมพันธ์ของเราเป็นของปลอม เธอจะรักผมก็ได้ ผมไม่ห้ามหรอก แต่เธอต้องทำใจให้ได้เพราะผมจะไม่รักเธอตอบแน่นอน ซึ่งเธอก็ยอมรับข้อตกลง ส่วนผมมีแต่ได้กับได้ จะปฏิเสธให้เสียเวลาทำไม

“พี่วาโยดูตามใจอลินจังเลยนะคะ” เธอพูดแล้วทำหน้าเหมือนน้อยใจ ผมเนี่ยนะตามใจอลิน เหอะ เธอเอาอะไรมาพูด

“เธอคงคิดไปเองแล้วมั้ง”

“งั้นเหรอคะ” เธอพยักหน้าเหมือนจะเข้าใจ แต่คำพูดของเธอมันบอกว่าไม่เห็นด้วย ใครจะไปตามใจยัยเด็กแสบนั่น เหอะ บ้าไปละ

“ขออนุญาตเสิร์ฟอาหารค่ะ” ผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมงแล้ว ทำไมอลินถึงไม่กลับมาสักที ตกส้วมตายไปแล้วรึไง ผมได้แต่ยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดู มองซ้ายมองขวายัยตัวแสบก็ไม่โผล่มาซักที

Line!

ALIN : พี่วา อลินติดอยู่ในห้องน้ำ ช่วยด้วย

ทันทีที่ผมอ่านไลน์ ผมรีบกดโทรออกหายัยแสบแทบไม่ทัน

“อลิน อยู่ห้องน้ำฝั่งไหน” ผมถามเธออย่างร้อนรน

(อยู่ข้างร้าน H&M ค่ะ) เธอบอกเสียงสั่น แบบนี้ไม่ดีแน่ (พี่วารีบมาหน่อย ประตูมันล็อก ไฟดับด้วย ฮืออ) ชิบหาย ว่าแล้วเชียว อลินกลัวความมืด ถึงเธอจะดูแกร่งกล้าขนาดไหน แต่ที่นั่นจะต้องแสงสว่างเท่านั้นแหละ

 “พี่กำลังไป อย่าร้องไห้” ผมรีบวิ่งไปหาเธอที่ห้องน้ำ ไม่ถึงสองนาทีก็ถึงที่หมาย ไฟดับมืดสนิท วังเวงอย่างกับหนังผี ทางเข้ามีกระดาษที่ร่วงอยู่บนพื้นเขียนว่าปิดปรับปรุง เฮ้อ ไม่ดูตาม้าตาเรือเลย

ปั้ง ปั้ง ปั้ง

“ช่วยด้วย! ฮือออ” เสียงอลินร้องดังมาจากด้านในห้องน้ำหญิง แต่ตอนนี้ประตูมันถูกล็อคจากข้างนอกน่ะสิ

“อลินใจเย็นๆ พี่อยู่นี่!” ผมตะโกนบอกเธอไป ตาก็พยายามมองหาตัวช่วย คงต้องให้แม่บ้านมาเปิดให้นั่นแหละ

“อลินกลัว ฮือออ” เสียงเล็กๆ ร้องออกมาไม่หยุด แล้วเสียงนั่นก็เริ่มเบาลงเรื่อยๆ

“อลิน! พี่ครับ ช่วยหน่อย มีคนติดอยู่ข้างใน!” ผมบอกแม่บ้านที่เดินผ่านมาอย่างบังเอิญอย่างร้อนรน เสียงของเธอเงียบหายไปแล้ว ไม่ได้นะ! เธอจะเป็นอะไรไม่ได้นะเว่ย!!

แกร๊ก...

ผมผลักประตูเข้าไป วิ่งไปเปิดประตูห้องน้ำทุกบาน ขณะที่ไฟห้องน้ำก็ถูกเปิดโดยแม่บ้าน

“เชี่ย ประตูล็อก พี่ครับ เธอเป็นลมไปแล้ว เรียกคนมาเปิดทีสิครับ เร็วๆ หน่อย! อลิน! ได้ยินพี่มั้ย!” ผมเขย่ามือร่างบางที่โผล่ออกมาจากด้านล่างของประตูห้องน้ำ แม่งเอ๊ย จะถีบเข้าไปก็ต้องโดนตัวอลินแน่ๆ จะลากออกมาความกว้างก็ไม่พอ

“คุณใจเย็นๆ ก่อนนะคะ รปภ. กำลังเอาเลื่อยมาช่วยเปิดแล้ว”

“เร็วกว่านี้ไม่ได้รึไง! เธอเป็นลมไปแล้วนะ!” ผมตะคอกใส่แม่บ้านอย่างหงุดหงิด ยัยตัวเล็กนอนหมดสติอยู่ตรงหน้า แต่ผมกลับทำอะไรไม่ได้เลย หัวใจผมกำลังเต้นแรงมากและรู้สึกหวิวไปหมด

“อลิน! ตอบพี่สิวะ อลิน” ผมเขย่าแขนเล็กๆ นั่นไม่เลิก แต่ก็ไม่มีเสียงตอบรับจากร่างบางเลย

“มาแล้วครับๆ” เสียงคนวิ่งตรงมาพร้อมเลื่อยไฟฟ้า ผมรีบหลบออกมาแล้วให้เขาเลื่อยเปิดประตู ใจก็ตุ้มๆ ต่อมๆ อย่าเป็นอะไรไปนะยัยแสบ

พรึ่บ...

ไม่ถึงนาที ประตูก็ถูกเปิดออกสำเร็จ ผมพุ่งเข้าไปหาร่างเล็กที่นอนสลบอยู่บนพื้นทันทีด้วยความเป็นห่วง

“อลิน ตื่นสิ อลิน ช่วยทีครับ!” ผมรีบเรียกหน่วยปฐมพยาบาลของห้างให้เข้าช่วยเหลือ เมื่อคนในอ้อมแขนไม่มีทีท่าว่าจะฟื้น

“ชีพจรยังปกติดี คุณอย่าเพิ่งตระหนกไปนะคะ” คนที่ปฐมพยาบาลบอกผม พลางปลดเสื้อของอลินและขอให้คนที่มุงดูอยู่ออกไป เธอยื่นยาดมมาให้ผม ส่วนตัวเองก็ใช้ผ้าไปชุบน้ำมาเช็ดๆ บริเวณคอ และใบหน้าของร่างซีดเผือดที่นอนไร้สติอยู่

“อลิน ฟื้นสักทีสิ” ผมเรียกคนตัวเล็กสั่นๆ เธอไม่เคยเป็นแบบนี้เลย ตั้งแต่ตอนเด็กๆ ที่เธอติดอยู่ในบ้านผีสิงที่สวนสนุก ครั้งนั้นครั้งเดียว เธอก็กลัวความมืดมาโดยตลอด และเธอก็ไม่เคยถูกปล่อยให้อยู่ในที่มืดคนเดียวอีกเลย

อย่าทำพี่ใจหายแบบนี้สิอลิน...

“งือออ”

“ฟื้นแล้ว อลิน!”  ร่างเล็กเริ่มขยับตัว ครางฮือออกมา หลังผ่านไปเกือบสี่นาที ผมดูนาฬิกาแทบทุกวินาที สลับกับจ้องหน้าเธอไปด้วย มือที่ถือยาดมก็เริ่มสั่น ยิ่งเวลาผ่านไปนานขึ้นเรื่อยๆ

“เหม็น” เธอพยายามเบือนหน้าหนีหลอดยาดมที่จ่อจมูกของเธออยู่ ผมเลยส่งมันคืนให้กับเจ้าหน้าที่ แล้วประคองร่างเล็กให้นั่ง เธอมองหน้าผมงงๆ ยังไม่ได้สติเท่าไหร่นัก

“โอเคแล้วนะคะ เธอไม่ได้เป็นอะไรมาก แค่ตกใจ คุณพาเธอไปนอนพัก เดี๋ยวก็ดีขึ้นค่ะ” เจ้าหน้าที่บอกแล้วเก็บอุปกรณ์ยัดลงกล่อง

“ขอบคุณครับ ผมขอโทษด้วยที่เสียมารยาท”

ผมอุ้มร่างเล็กขึ้นมาแนบอก เดินฝ่าฝูงชนออกมา แล้วพาเธอกลับคอนโด ไม่ต้องกินมันแล้วแหละ บอกตรงๆ ว่าผมกินไม่ลง...


 


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น