My dear devil กำราบหัวใจผู้ชายปากแข็ง

ตอนที่ 4 : He is mine

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 262
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    21 ก.ย. 63

Alin says:

 

“ไม่ไปต่อที่ไหนเหรอคะ” ฉันถามร่างสูงที่เดินตัวเบากลับมา ทรุดตัวลงนั่งที่เก้าอี้ตัวเดิมข้างๆ ฉัน ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“แปบสิ รอผู้ใหญ่กลับก่อน รีบหายไป เสียมารยาทแย่” เขาตอบฉันด้วยรอยยิ้มที่โคตรน่าหมั่นไส้ ฉันอยากลุกขึ้นไปตบ ตบ ตบ อินังปิ่นที่เดินตามเขากลับมาเหลือเกิน

“พี่กล้าทำเรื่องแบบนั้น ในบ้านอลินได้ยังไง” ฉันถามเขาเสียงกร้าวขึ้น แต่เราก็ยังคงได้ยินกันอยู่สองคน

“หึ ทนไม่ได้เหรอ” เขายิ้มเยาะฉันอย่างถือดี

“พี่จะทำเพื่อกดดันอลินงั้นสิ” ฉันถามเมื่อรู้ว่าเขาจงใจจะทำอะไร

“จริงๆ ปิ่นก็น่ารักดี เธอว่ามั้ย”

“ชิ ตอแหลดีสิไม่ว่า” ฉันเกรี้ยวกราดสาดคำหยาบใส่เขาทันที เมื่อได้ยินคำชื่นชมนังปิ่นออกจากปากของเขา

“ทนไม่ได้ก็ถอนหมั้นสิครับน้องอลิน” เขาเอามือเชยคางฉัน สบตาอย่างมาดมั่น พูดไปแสยะยิ้มไป จนฉันได้แต่กำมือแน่เพื่อสะกดอารมณ์ จะเอาแบบนี้ใช่มั้ย ได้!

“คงต้องรออลินตายก่อนนะคะ พี่ถึงจะสงบสุข” ฉันขยับเข้าไปกระซิบข้างหูเขาเสียงเย็น ก่อนจะมอบจุมพิตบางเบาบนแก้มซ้ายของเขา ร่างสูงนิ่งไปครู่หนึ่ง แล้วมองฉันกลับด้วยแววตาเชือดเฉือน

รู้ไว้ซะด้วย คนอย่างอลิน ฆ่าได้ หยามไม่ได้!

 

 

“กลับก่อนนะคะ แล้วหนูจะแวะมาบ่อยๆ น้า” ฉันลาทุกคนหลังจากนั่งทานอาหารและพูดคุยกันเพียงพอ จริงๆ ฉันจะกลับมาอยู่ที่บ้านก็ได้ แต่อาจเป็นเพราะฉันอยู่คนเดียวมานาน การได้อยู่เงียบๆ คนเดียว เลยทำให้ฉันรู้สึกดีกว่ากับงานของฉัน ที่ต้องอาศัยเวลา แรงบันดาลใจ และความสร้างสรรค์ในการทำให้เกิดขึ้น

“ไปเหอะ นัดสาวไว้” คนข้างกายฉันพูดประโยคเสียดแทงจิตใจของฉันอีกแล้ว คิดว่าฉันไม่มีความรู้สึกรึไง ฉันอยากจะกระชากเขามาตบนัก

“เหอะ”

 

@ALIN’S CONDO

“จะไปแล้วเหรอคะ” ฉันถามร่างสูงที่นั่งอยู่บนรถ ไม่ยอมลงมาด้วย เขาเองก็อยู่คอนโดนี้แหละ ห้องติดกับฉันเลย เขามาอยู่ที่นี่เพราะว่าใกล้บริษัทมาก และถึงเขาจะเจ้าชู้มาก แต่เขาก็บ้างานด้วยเหมือนกัน เขาเป็นผู้ชายอายุ 26 ที่เนื้อหอมมาก ขึ้นปกนิตยสารชื่อดังบ่อยมาก เพราะความสำเร็จในหน้าที่การงาน ความเพรียบพร้อมทางชาติตระกูล และบุคลิกหน้าตาที่เหมือนพระผู้เป็นเจ้าประทานมาให้ ทั้งหมดนั้นมันทำให้นิสัยเขาเป็นอย่างทุกวันนี้แหละ

หลงตัวเอง!

“ใช่ นัดเพื่อนไว้ รีบขึ้นไปสิ”

“แล้วพรุ่งนี้ล่ะ” ฉันพยายามรั้งเขาไว้

“เธอจะไปไหนล่ะ” เขาถามด้วยสายตาที่ดูจะเอือมระอาฉันเหลือเกิน

“ไปบริษัทพี่ก็ได้ อลินไม่อยากอยู่ห้อง”

“อือ แปดโมงนะ” เขาไม่ปฏิเสธ

ข้อดีอย่างหนึ่งคือ เขาไม่เคยปฏิเสธอะไรฉันเลย ต่อให้ทำท่าว่าไม่อยากทำเท่าไหร่ เขาก็ยังฝืนใจทำให้ฉันอยู่ดี

ฉันเลยตัดใจที่จะยื้อเขาไว้ ปล่อยให้เขาไปเสพสุขซะให้พอ เมื่อไหร่ที่เขามาสยบแทบเท้าฉัน ใครหน้าไหนก็แตะต้องเขาไม่ได้!

 

7.02 AM

ออดด ออดดด ออดดด

“มาแล้วค่ะ มาแล้วๆ” ฉันรีบวิ่งไปหาคนใจร้อนที่กดออดหน้าห้องอย่างบ้าคลั่ง นี่มันยังไม่ถึงเวลานัดเลยนะ ตอนนี้ฉันใส่แค่เสื้อกล้ามผ้าซาตินหลวมๆ โนบรา กับกางเกงนอนตัวบาง ยาวกว่ากางเกงในนิดเดียว โชว์แก้มก้นที่ได้มาจากการออกกำลังการอย่างหนัก

“ช้าว่ะ” ร่างสูงบ่นขณะที่มือกำลังกดโทรศัพท์ในมืออยู่

“ก็ยังไม่ถึงเวลานัดเลย” ฉันบอกเขา แต่เหมือนร่างสูงจะไม่ได้ฟัง เขากำลังมองหน้าอกฉันอยู่อย่างเปิดเผย ฉันไม่ได้ตั้งใจจะยั่วเขานะ แต่คงไม่มีใครใส่บรานอนหรอกมั้ง

“พี่วา เข้ามาก่อนสิคะ” ฉันเขย่าแขนเขา เมื่อร่างสูงไม่มีทีท่าว่าจะละสายตาไปจากเนินนมของฉันเลย มันก็ไม่ได้โป๊ขนาดนั้นนะ เพราะเสื้อมันก็ไม่ได้รัดขนาดนั้น แต่ก็เห็นยอดอกชัดอยู่

“ทำไมชอบแต่งตัวโป๊วะ” เขามองฉันด้วยสายตาไม่พอใจ สลัดมือแขนออกจากแขนแล้วเดินเข้ามาในห้อง

“ก็อลินยังไม่ได้อาบน้ำ นี่ยังไม่ถึงเวลานัดเลยนะ” ฉันเดินตามหลังเขาไป นั่งลงข้างๆ เขาตรงโซฟาในโซนนั่งเล่น

“ก็รีบไปจัดการเข้าสิ” เขาตอบเสียงขุ่น หยิบรีโมททีวีมาเปิดดู ไม่ยอมมองมาที่ฉันเลย

“พี่วากินข้าวมั้ยคะ อลินจะทำให้”

“อือ จะทำอะไรก็ทำเถอะน่า”

“ทำไมต้องหงุดหงิดด้วย” ฉันว่าเขาเสียงขุ่น แล้วเลี่ยงเข้าไปเตรียมอาหารในครัวแทน

ฉันเลิกสนใจคนผีเข้าผีออก เข้ามาปฏิบัติตัวเป็นแม่บ้านแม่เรือนแทน ทำอะไรดีน้า คุณแม่ซื้อของมาเตรียมไว้ให้ในตู้เย็นให้เมื่อวาน มีทั้งไข่ไก่ เนื้อหมู เนื้อไก่ ซึ่งแข็งโป๊กอยู่ในฟรีซ ไส้กรอก ผักสลัด

“อเมริกันเบรกฟาสต์ละกัน”

ฉันลงมือทอดแฮมลงในกระทะเพื่อให้ได้น้ำมันหอมๆ ตามลงไปด้วยไส้กรอก เตาอีกฝั่งก็ทอดไข่ดาวน้ำไปด้วย แล้วก็เอาขนมปังไปใส่เครื่องปิ้ง เตรียมผักสลัดเล็กน้อย ฉันค่อนข้างจะเฮลตี้ อาหารทุกอย่างจะต้องไขมันน้อย โปรตีนสูง แป้งในปริมาณไม่มากเกินไป และทุกมื้อจะต้องมีผัก

“ทำไรกิน” เสียงทุ้มดังเข้ามา ขณะที่ฉันกำลังทอดไส้กรอกอยู่ และน้ำมันกระเด็นนนนน

“โอ๊ะ!” ฉันรีบหันหน้าหนีสะเก็ดน้ำมันนั้นทันที เข้าไปชนกับร่างแกร่งที่มายืนอยู่ด้านหลัง

“ระวังหน่อยสิ เดี๋ยวก็เสียโฉมหรอก” เขาดึงฉันให้หลบน้ำมัน เข้าไปในอ้อมกอดแข็งแกร่งของเขา แล้วเอื้อมมือไปปิดแก๊ส แผงอกของเขาแนบชิดกับเนินอกของฉันแบบไม่มีช่องว่างให้อากาศ ทำเอาฉันใจเต้นแรงไปเลย ไม่บ่อยนักหรอกที่เขาจะเผลอกอดฉันน่ะ

“ก็ไส้กรอกมันมีมันเยอะนี่นา อลินทำอาหารเป็นหรอกน่า”

“ไม่ได้ว่าอะไร แค่บอกให้ระวัง” เขาก้มหน้าลงมามอง แล้วค่อยๆ ผละออก เพราะเริ่มรู้ตัวแล้วว่าเผลอกอดฉันเข้าให้

“พี่วาไม่น่าเข้ามาเลย กลิ่นอาหารมันเหม็นนะคะ เดี๋ยวก็ติดเสื้อไปหรอก” ฉันบอกแล้วพยายามยกมือขึ้นปัดควันที่ลอยอยู่รอบๆ ตัวของเขา

“ช่างเหอะ แล้วกินได้ยังอ่ะ จะสายแล้ว”

พ่อคนตรงต่อเวลา....

“เสร็จแล้วค่ะ เดี๋ยวอลินเอาใส่จานแล้วยกไปให้ พี่วาไปนั่งรอเถอะค่ะ”

“ไม่ต้องๆ เธอรีบไปอาบน้ำ เดี๋ยวตรงนี้ฉันจัดการเอง” เขาดันร่างฉันให้ออกจากครัว พลางถอดเสื้อนอกออก แล้วกลับเข้าครัวไปเตรียมอาหารขึ้นเสิร์ฟ

 

“กาแฟมั้ยคะ” ฉันถามร่างสูงที่นั่งรออยู่ตรงโต๊ะอาหาร หลังจากจัดการตัวเองด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบ

“ไม่มีกางเกงที่ยาวกว่านี้แล้วรึไง แล้วเสื้อน่ะจะคว้านไปถึงไส้ติ่งอยู่แล้ว” เขาวิจารณ์การแต่งตัวของฉันอีกแล้ว ฉันก็แต่งตัวคล้ายๆ กับเมื่อวาน ปกติฉันก็แต่งตัวสบายๆ แบบนี้ตลอด จะให้ใส่เสื้อผ้าหนาๆ ยาวๆ กับอากาศประเทศไทยเนี่ยนะ ละลายพอดี

“ไม่สวยเหรอคะ” ฉันแกล้งถาม ถึงจะรู้ว่าเขาไม่ได้ว่าเพราะมันสวยหรือขี้เหร่ เขาไม่ชอบให้ฉันแต่งตัวแบบนี้ มาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว แต่ฉันก็ไม่เคยฟังสักกะที

“มันสั้นเกินไป ไม่หวงตัวก็เห็นแก่หน้าคุณน้าคุณอาบ้างเถอะ” ยกพ่อกับแม่ฉันมาอ้างซะงั้น

“แต่...”

“ถ้าไม่เปลี่ยนก็ไม่พาไป” เมื่อเห็นท่าไม่ดีก็ยื่นคำขาดซะเลย

“ก็ได้ค่ะ”

 

ฉันจำใจต้องเปลี่ยนมาใส่กางเกงยีนส์รัดรูปสีดำ กับเสื้อเชิร์ตสีขาวธรรมดา กับรองเท้าผ้าใบ และดูท่าเขาจะพอใจมากกับการแต่งตัวบ้านๆ แบบนี้ ตอนนี้เรามาถึงบริษัทของพี่วาโยเรียบร้อยแล้ว พนักงานจ้องฉันตาแทบหลุดออกมา คงแปลกใจมั้งที่อยู่ๆ ก็มีผู้หญิงมาเดินข้างท่านประธาน

ฉันยกมือขึ้นคล้องแขนแกร่งอย่างแสดงความเป็นเจ้าของ พี่วาโยก็ก้มลงมามองนิดหน่อย แต่ไม่ได้ว่าอะไร เราคงทำแบบนี้กันจนชินแล้วน่ะ

“อลินออกแบบคอลเล็กชั่นใหม่ไว้เยอะเลย พี่วาช่วยดูหน่อยนะ พี่ลีไม่อยู่ไม่มีคนช่วยเลย” ฉันคุยกับเขา ไม่เชิงอ้อนหรอก ด้วยความที่ตอนเด็กๆ เราสนิทกันมาก ต่อให้โตขึ้นมาแล้วมีเรื่องที่เขาเริ่มไม่ชอบใจกับฉันขึ้นมา เราก็ยังคงตัดกันไม่ขาดอยู่ดี

“จะดูรู้เรื่องได้ไง ฉันไม่ใช่ผู้หญิงนะ” เขาพูดเสียงเรียบ

ฉันเคยเกลียดมากเลย ไอ้สรรพนามฉันๆ เธอๆ ที่เขาเรียกน่ะ เขาจงใจทำให้เราห่างกันมากขึ้น ทั้งๆ ที่รู้ว่าไม่มีทางทำได้ ยังไงซะ ฉันก็จะตามวุ่นวายเขาไม่เลิกอยู่ดีนั่นแหละ

“แต่พี่เป็นเสือผู้หญิง” ฉันแขวะ ก็มันเรื่องจริงนี่ ถึงฉันจะอยู่ต่างประเทศแต่ก็มีสายข่าวรายงานตลอดว่าเขาเปลี่ยนผู้หญิงไม่ซ้ำหน้าเลย พากันไปกกที่คอนโดจนถุงยางกองเต็มห้องแล้วมั้ง ฮึ่ย พูดละหงุดหงิด

“หึ เรื่องนั้นก็จริง” เขารับคำแล้วแสยะยิ้มใส่ฉันอย่างเหนือกว่า

“พี่ไม่ต้องพยายามไล่อลินด้วยวิธีนี่หรอก ไม่-มี-ทาง-สำ-เร็จ”

“ทนได้ก็ทนไปดิ” เสียงเข้มตอบอย่างไม่ยี่หระ และก่อนที่ฉันจะได้โต้กลับ เสียงเรียกเข้าของเขาก็ดังขึ้น

ปิ่น? นังปิ่นโทรมาหาเขา?

“ครับ” เสียงหวานขึ้นมาเลย

“พี่ยังไม่ว่างน่ะ ต้องทำงาน”

“เย็นนี้เหรอ...”

“เย็นนี้ก็ไม่ว่าง ต้องอยู่กับเมีย!” ฉันทนไม่ได้ รีบดึงโทรศัพท์จากมือเขามาพูดแทน แล้วกดวางสายไปทันที

“ไม่มีมารยาท” ร่างสูงหันมาด่าฉัน แต่หน้าตาไม่มีความจริงจังสักนิด ออกจะพอใจด้วยมั้ง ถ้าฉันไม่ได้คิดไปเอง

“คนแบบยัยนั่น มารยาทไม่ใช่เรื่องจำเป็น”

“หลอกลวงเขาว่าเป็นเมียฉันอีก แบบนี้เรตติ้งตกพอดี”

“ไม่เป็นตอนนี้ แต่อีกไม่นานหรอก เตรียม...เอาไว้แล้วกัน”

ฉันพูดแล้วมองเขาตั้งแต่หัวจรดเท้า เขาจะต้องมาเป็นของฉันทั้งร่างกายและจิตวิญญาณ เขาจะต้องโดนกำราบอย่างแน่นอน!

“เหอะ เธอควรถอดใจซะก่อนจะร้องไห้เหมือนหมานะ” เขายิ้มเยาะ แล้วยักคิ้วให้อย่างกวนประสาท

“พี่นั่นแหละที่จะต้องร้องไห้เหมือนหมา สยบแทบเท้าอลิน” ฉันจ้องหน้าเขาอย่างมาดมั่น

“หวังมากไปแล้วมั้ง”

“ไม่ต้องพูดมาก ไม่อยากฟังแล้ว กวนประสาทจริงๆ” ฉันปล่อยมือออกจากแขนเขาแล้วแยกตัวเดินออกมาทันทีที่ถึงห้องทำงานของเขา ทางใครทางมันก่อนละกันนะ ต้องหาทางจัดการให้อยู่หมัดให้ได้ ไม่รอดแน่พี่วาโย

 

มาคอยดูกันว่าใครจะร้องไห้เหมียนหมาาา อิอิ

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น