My dear devil กำราบหัวใจผู้ชายปากแข็ง

ตอนที่ 2 : Alin Visetkosol

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 310
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    19 ก.ย. 63


Alin says:

มาถึงตอนนี้พวกคุณคงจะรู้จักฉันแล้ว แต่อาจจะยังไม่มากพอ ฉันชื่อ อลิน วิเศษโกศล ลูกสาวสุดหวงของคุณแม่อารยา และคุณพ่อโกวิทย์ ตระกูลของเราเป็นเศรษฐีใหม่ เพราะคุณพ่อจับทางการลงทุนได้ถูก ท่านเลยเป็นผู้ก่อตั้งแอพพลิเคชั่นจัดส่งอาหารชื่อดังขึ้นมา และด้วยนิสัยรักสบายของคนไทย แอพนี้เลยได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก อีกทั้งตอนก่อตั้งบริษัทขึ้นมาใหม่ๆ คุณท่านปิติ พ่อของคุณป้ามะลิ ก็มีความสนใจ อยากจะร่วมทุนกับบริษัทของเราด้วย ทำให้บริษัทของคุณพ่อมีกองหนุนที่สำคัญและเติบโตอย่างรวดเร็ว

อีกอย่างคุณแม่ของฉันกับคุณป้ามะลิก็เข้าขากันมาก เหมือนรู้จักกันมาแต่ชาติปางก่อน คุณพ่อเลยตัดสินใจซื้อบ้านอยู่รั้วข้างๆ กันกับคุณป้ามะลิเลย และทันทีที่รู้เพศของฉัน เมื่อ 22 ปีก่อน คุณป้ามะลิก็ตกลงทำสนธิสัญญาการหมั้นระหว่างฉันกับพี่วาโย ลูกชายวัยสามขวบของเขาในตอนนั้นเลย มันดูตลกดี แต่ฉันกลับรู้สึกดีที่เขาถูกจับมาเป็นคู่หมั้นของฉัน

ตอนเด็กๆ ที่เรายังไม่รู้อิโหน่อิเหน่ ฉันกับพี่วาโยก็ดูจะรักกันดี เล่นด้วยกันเกือบทุกวัน พี่วาโยเป็นพี่ชายที่แสนดี ดูแลฉันเหมือนเจ้าหญิง แต่พอเข้าเรียนมัธยม พี่วาโยเริ่มมีแฟน และมันทำให้ฉันไม่ชอบมาก ประกอบกับเรื่องที่ว่าเราถูกจับเป็นคู่หมายกัน ถูกพูดขึ้นในงานวันเกิดอายุครบ 15 ของเขา ตั้งแต่วันนั้นเราก็เปลี่ยนสถานะจากพี่ชายน้องสาวที่แสนดี มาเป็นคู่กัดที่พร้อมจะเชือดเฉือนกันทุกวินาที ตอนแรกๆ ฉันก็รับไม่ค่อยได้หรอก แต่หลังๆ มาก็เริ่มชิน และสนุกกับการกัดกับเขามากขึ้น เหมือนเป็นเรื่องสนุกอีกเรื่องในชีวิต

พออายุได้ 18 ฉันก็ขอคุณพ่อเพื่อจะไปเรียนต่อด้านดีไซน์ที่ประเทศอังกฤษ และฉันก็ประสบความสำเร็จกับงานที่ฉันฝันมาก ฉันกำลังจะมีแบรนด์เสื้อผ้าเป็นของตัวเองด้วยวัย 22 ย่าง 23 ของฉัน และกำลังจะได้หมั้นหมายกับผู้ชายที่นั่งหน้าบูดอยู่ข้างฉันในตอนนี้...

“เธอจะบอกพ่อแม่เราเมื่อไหร่เรื่องยกเลิกการหมั้น” เขาถามฉันด้วยน้ำเสียงที่ดูไม่พอใจ ขณะที่รถกำลังจอดติดไฟแดงอยู่

ตอนนี้เราทั้งคู่กำลังจะเดินทางไปที่งานเลี้ยงต้อนรับการกลับมาของฉัน ซึ่งถูกจัดขึ้นที่บ้านของฉันเอง รั้วติดกันกับบ้านของเขา

“เราต้องทำอย่างนั้นเหรอคะ” ฉันถามอย่างยียวน ฉันรู้ดีว่าเขาไม่ได้อยากหมั้น และเขาไม่ชอบใจที่ฉันเป็นคู่หมั้นของเขา เขาชอบที่จะได้เป็นคนเลือกทุกอย่างเอง เขาหัวดื้อและไม่ยอมใคร เขารักอิสระ และเกลียดการถูกบังคับ เพราะฉะนั้นเรื่องการหมั้น เป็นสิ่งที่เขายอมรับไม่ได้แน่

“เธอต้องไปบอกพวกท่านว่าเราจะไม่หมั้นกันเด็ดขาด!” เขาเริ่มหัวเสีย เมื่อฉันดูไม่ทุกข์ร้อนกับความเดือดดาลของเขา

“ต้องทำเหรอคะ อลินสบายใจนะที่ได้เป็นคู่หมั้นของพี่วา”

“เธอบ้าไปแล้วรึไง ฉันไม่มีวันแต่งกับเธอ!!”

“หึ พี่วาอยากทำอะไรก็ทำเถอะค่ะ อลินพอใจแบบนี้”

“แต่ฉันไม่พอใจเว่ย!” ร่างสูงเริ่มโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยง มองหน้าฉันราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ

“คงต้องทนเอานะคะ เพราะเราเหมาะสมกันม๊ากมาก พ่อแม่ไม่มีทางยกเลิกการหมั้นแน่ๆ” ฉันบอกเขาเสียงเรียบและยิ้มอย่างผู้ชนะ

“แต่ฉันไม่ได้รักเธอ! ฉันไม่ต้องการเธอ!” เสียงตะคอกดังลั่นรถอย่างเกรี้ยวกราด ทำเอาฉันชะงักไปเลย ฉันไม่ได้ชะงักเพราะความดังของเสียงหรอก แต่เพราะถ้อยคำที่เขาพูดออกมาต่างหาก คำพวกนั้นทำเอาฉันสลดไปเหมือนกัน ถึงจะเตรียมใจมานานมากแล้ว ว่ายังไงซะฉันต้องได้ยินคำปฏิเสธของเขาแน่ๆ แต่มันกลับไม่ทำให้ฉันด้านชาซะที

“พี่วาคงต้องจัดการกับความรู้สึกตัวเองเอานะคะ อลินไม่เห็นจะคิดแบบนั้นเลย” ฉันยังคงนิ่งเฉย ทำเหมือนไม่ใส่ใจกิริยาหยาบๆ ที่เขาแสดงออกมาเพื่อกดดันฉัน

“แล้วเธอจะเสียใจ!”

“รอแทบไม่ไหวแล้วค่ะ” ฉันว่าแล้วยกยิ้มมุกปากอย่างเหนือกว่า ทั้งที่ในใจมันสั่นไหวกับคำพูดเขาอยู่พอสมควร

พี่วาโยเป็นผู้ชายที่ฉลาดและเจ้าเล่ห์มากๆ ถ้าเขาไม่พอใจกับสถานการณ์แบบนี้ เขาจะต้องสู้กลับด้วยวิธีที่ฉันคาดไม่ถึงแน่ๆ

 

@ ALIN’S MANSION

“ลูกสาวของแม่” คุณแม่อ้าแขนกว้างมากๆ พอๆ กับรอยยิ้มบนใบหน้า ถึงท่านจะไปเยี่ยมฉันทุกปีช่วงคริสต์มาสถึงปีใหม่ แต่ท่านก็ต้องคิดถึงลูกสาวที่แสนน่ารักอย่างฉันอยู่ดี

“ไงตัวแสบ” คุณพ่อทักขึ้นด้วยรอยยิ้มพิมพ์ใจที่ไม่ต่างจากคุณแม่เท่าไหร่นัก มือแกร่งก็ลูบผมฉันไปด้วย   

“คิดถึงหนูมั้ยคะ” ฉันถามอย่างอ้อนๆ ผละจากอ้อมกอดของคุณแม่ แล้วไปหาคุณพ่อแทน

“ไม่เห็นจะคิดถึง” เสียงทุ้มของพี่ชายสุดหล่อดังมาจากด้านหลังของคุณพ่อ พี่อารัณนั่นเอง

“อย่ามาปากแข็งเลยพี่รัณ น้องรู้ว่าพี่ต้องคิดถึงน้องแน่ๆ” ฉันพูดกับพี่ชายจอมเก๊ก แล้วแลบลิ้นใส่อย่างเช่นที่เคยทำ

“หึ คิดไปเองเก่งจริงๆ” พี่รัณแสยะยิ้มและยีผมฉันจนฟูไปหมด

“นี่! วันนี้น้องต้องสวยที่สุดนะ พี่นี่จริงๆ เลย” ฉันตีมือพี่รัณไม่แรงนัก แล้วจัดแต่งทรงผมให้เข้าที่เข้าทางเหมือนเดิม

วันนี้ฉันแต่งตัวสวยมาก เพื่อมางานเลี้ยงต้อนรับของตัวเอง ฉันเลือกใส่เดรสรัดรูปตัวสั้น สีน้ำเงิน ด้านหลังเว้าไปจนถึงบั้นเอว ผมยาวถูกม้วนเป็นลอน เพื่อให้เข้ากับเครื่องแต่งกาย ใบหน้าก็ถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางนานาชนิด ประทินให้ความสวยงามเพิ่มขึ้นแบบเท่าทวี ฉันไม่อยากจะอวดว่าพี่วาโยจอมปากดี ยังแอบกลืนน้ำลายทันทีที่เห็นฉันเดินออกมาจากห้องนอน แต่ก็ยังทำเป็นขรึมกลบเกลื่อน คอยดูเถอะ ฉันจะกำราบเขาให้อยู่หมัด!

“ไม่มีใครแถวนี้อยากกอดป้าบ้างเหรอ” คุณป้ามะลิพูดขึ้น หลังจากที่ปล่อยให้ฉันซึมซับความอบอุ่นจากครอบครัวอย่างเพียงพอแล้ว

“โหยยย สำหรับคุณป้าคนสวย ใครจะไม่อยากกอดล่ะคะ” ฉันรับคำแล้วพุ่งเข้าไปกอดว่าที่แม่สามีทันทีที่สิ้นเสียง ครอบครัวเราใหญ่มากจริงๆ อบอุ่นดีชะมัด

“อะแฮ่ม” เสียงกระแอมจากใครคนหนึ่งดังมาจากประตูหน้างาน

“คุณลุงวินนน ไม่เจอกันตั้งนาน ยังหล่อไม่สร่างเลยนะคะ” ฉันยิ้มให้ผู้มาใหม่ สงสัยท่าจะเพิ่งกลับมาจากโรงพยาบาล คุณลุงวินน่ะเป็นคนที่สมถะมากๆ เลย ทั้งๆ ที่บ้านรวยมากกกกก เพราะโรงพยาบาลของคุณลุงกิจการรุ่งเรืองเอาๆ คุณลุงก็ยังใช้จ่ายแบบไม่หวือหวา แต่งตัวธรรมดาสุดๆ ผิดกับลูกชายท่านลึบลับ รายนั้นน่ะ ทุกอย่างต้องแบรนด์เนม ต้องเป็นรุ่นลิมิเต็ด รถแต่ละคันก็ไม่ต่ำกว่าสิบล้าน แถมนิสัยก็ต่างกันราวฟ้ากับเหว ฉันไม่เข้าใจเลยว่าเขาถูกสลับตัวที่ห้องเด็กรึยังไง ผิดกับพ่อ (แต่ได้แม่) มาเต็มๆ

“พูดแบบนี้ลุงก็เขินแย่เลย หนูสวยขึ้นมากเลยนะ แบบนี้หนุ่มๆ ไม่มาขายขนมจีบปาดหน้าลูกชายลุงหมดแล้วเหรอ” คุณลุงวินเอ่ยแซวแล้วมองไปยังลูกชายคนเล็กที่หน้าบึ้งยังไงก้ยังบึ้งอยู่อย่างนั้น

“เหอะ ผมจะสมนาคุณสินสอดให้ด้วยเลยครับพ่อ” พี่วาโยรีบเสริมทัพอย่างไว

“หึ ทำเป็นพูดดี แล้วนี่พี่ลีไปไหนคะเนี่ย” ฉันแขวะพี่วาโยแล้วถามหาพี่มาลี พี่สาวต่างพ่อต่างแม่สุดที่รักของฉัน

“รายนั้นไปทัวร์ยุโรปกับแฟนน่ะสิลูก เห็นว่าจะไปสักสองเดือนเชียวล่ะ” คุณป้ามะลิบอกพลางระบายยิ้มน้อยๆ เมื่อพูดถึงลูกสาว

“โถ่ เสียดายจัง หนูมีคอลเล็กชั่นเสื้อผ้าใหม่ๆ มาให้พี่ลีดูเพียบเลย” ฉันทำหน้าเสียดาย แล้วพูดเสียงอ้อนๆ กับคุณป้ามะลิ

“หนูอลิน ยินดีต้อนรับกลับมานะจ๊ะ”

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น