คัดลอกลิงก์เเล้ว

แว่นตา 1999

โดย Pewk

อากาศร้อนอบอ้าวของยามบ่าย ทำให้นักเรียนหลายคนแทบไม่มีสมาธิเรียนหนังสือ บนโต๊ะของแต่ละคนมีพัดลมหลากสีสันตั้งอยู่กับหนังสือเรียนเล่มหนาที่เปิดทิ้งไว้อย่างนั้น

ยอดวิวรวม

711

ยอดวิวเดือนนี้

3

ยอดวิวรวม


711

ความคิดเห็น


0

คนติดตาม


0
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  18 พ.ค. 59 / 21:56 น.
นิยาย 蹵 1999 แว่นตา 1999 | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
เรื่องสั้นเรื่องแรกค่ะ 
ถ้าอ่านจบแล้ว สามารถ ติ ชม แสดงความคิดเห็นได้นะคะ
จะนำไปปรับปรุงในผลงานต่อๆไปค่ะ ^^
ขอบคุณที่เข้ามาอ่านค่ะ
ENJOY!!

เนื้อเรื่อง อัปเดต 18 พ.ค. 59 / 21:56


          อากาศร้อนอบอ้าวของยามบ่าย ทำให้นักเรียนหลายคนแทบไม่มีสมาธิเรียนหนังสือ บนโต๊ะของแต่ละคนมีพัดลมหลากสีสันตั้งอยู่กับหนังสือเรียนเล่มหนาที่เปิดทิ้งไว้อย่างนั้น ข้างๆกันก็มีขวดน้ำขวดใหญ่ ที่ดูเหมือนว่าจะไม่เหลือความเย็นอีกต่อไปแล้ว ในขณะที่ทั้งห้องมีแต่เสียงพูดคุยกันของนักเรียนหญิง 30 กว่าคนที่ดังราวกับพายุ คนที่ยังตั้งใจเรียนอยู่ก็คงมีแค่เด็กหญิงขวัญทิพย์คนเดียว เธอขยับแว่นตาที่เอียงกะเท่เร่บนหน้าด้วยความหงุดหงิด

เงียบๆกันหน่อยได้มั้ยเนี่ย”                                                                                                                                                                        

           ทั้งๆที่ขวัญก็ ไม่ได้ใช้เสียงดังอะไรมาก แต่คำพูดของเธอกลับทำให้ทั้งห้องเงียบสนิทอย่างไม่น่าเชื่อ เพื่อนบางคนหันหน้ามามองเธอ แต่เธอไม่สนใจ เธอมองไปที่อาจารย์ที่กำลังมองเธออยู่เช่นกันด้วยสายตาที่ว่างเปล่า

ความเงียบคงอยู่ไม่ถึง 4 วินาที และเสียงคุยก็กลับคืนมา เป็นเสียงคุยในแบบที่ต่างออกไป น้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความเกลียดชังและความสนุกสนาน ซึ่งจะได้ยินเวลาพวกผู้หญิงรวมกลุ่มกันนินทาใครซักคน เป็นเสียงที่เธอคุ้นเคยดี...

 

       พอเลิกเรียน ขวัญคว้ากระเป๋าแล้วรีบออกจากห้องทันที พวกนั้นจะได้นินทาเธอได้สะดวก เธอสาวเท้าอย่างรวดเร็ว ฝ่าความสงบของโรงเรียนที่กำลังจะถูกทำลายในไม่ช้าและออกจากโรงเรียนไปเป็นคนแรก                       

       ...เหมือนเดิม                                                                    

ถนน...เหมือนเดิม                                                                             

ท้องฟ้า...เหมือนเดิม     

อากาศร้อน...เหมือนเดิม                                                          

และเธอก็ยังคงโดดเดี่ยว...เหมือนเดิม

 “ สนใจลองอะไรใหม่ๆบ้างไหมล่ะ

          เธอหันหน้าไปมองทันที เจ้าของเสียงคือผู้ชายร่างเล็กที่กำลังยิ้มให้เธอ เขายืนพิงกระจกหน้าร้านแว่นตาที่เพิ่งเปิดใหม่ ในมือมีปากกากับสมุดโน้ตสีน้ำตาลเล่มเล็กๆ เธอจ้องหน้าเขาด้วยความสงสัย ไม่เข้าใจว่าเขาหมายความว่าอย่างไรกันแน่

อย่างเช่น... แว่นใหม่ อะไรประมาณนี้น่ะ ”  เขาพูดก่อนยิ้มกว้างจนเห็นฟันเรียงเป็นระเบียบ

       เธอถอนหายใจ ที่แท้ก็แค่อยากจะขายของนี่เอง ผู้ชายคนนี้คงเพิ่งเปิดร้านใหม่ ก็เลยยังไม่ค่อยมีลูกค้าสินะ เธอละสายตาจากเจ้าของร้าน แล้วมองเข้าไปในตู้กระจก  มีแว่นตาหลากหลายแบบวางเรียงรายอยู่ แว่นตาแต่ละอันดูโดดเด่นและให้ความรู้สึกแตกต่างกันไป  ไม่ได้แขวนเรียงรายเป็นสิบๆอันเหมือนร้านแว่นตาทั่วไป นอกจากนี้ ปกติแล้วร้านแว่นตาจะต้องตกแต่งด้วยโทนสีขาวสะอาด แต่ร้านที่อยู่ตรงหน้าเธอตอนนี้กลับดูลึกลับ และมืดมน มีแสงสว่างที่ดูเหมือนจะฉายออกมาจากแว่นตาแต่ละอันเท่านั้น ที่ทำให้ร้านดูน่าสนใจขึ้นมาหน่อย

          ลองเข้าไปหน่อยก็ไม่น่าจะเสียหาย เจ้าของร้านอุตส่าห์พยายามเรียกลูกค้าขนาดนี้ เผลอๆอาจจะได้แว่นตาดีราคาถูกกลับมาด้วย  ขวัญคิด

ลองดูหน่อยก็ได้ค่ะ เธอตอบพร้อมกับผลักประตูบานใหญ่เข้าไปในร้าน เสียงกระดิ่งดังกรุ๊งกริ๊งและตามมาด้วยเสียงกระทบกันของโมบายมากมายที่แขวนอยู่เต็มเพดาน ความเย็นข้างในทำให้เธอขนลุกขึ้นมาทันที มีแว่นตาแขวนไว้ไม่มากตามผนัง ตรงหน้าเธอมีเคาน์เตอร์ขนาดใหญ่ที่ดูเหมือนจะเป็นเคาน์เตอร์บาร์ในร้านเหล้าเสียมากกว่า  นอกจากนั้นในร้านยังมีกลิ่นแปลกๆที่อธิบายไม่ได้ เป็นกลิ่นหอมที่ไม่ค่อยถูกใจเธอเท่าไหร่

          ไม่มีอะไรที่เหมือนร้านขายแว่นตาเลยซักนิดเดียว

ขวัญไล่นิ้วไปตามแว่นตาแบบต่างๆน่าแปลกที่ทุกอันล้วนติดเลนส์แล้ว และดูเหมือนไม่ใช่แว่นตาใหม่  

แว่นมือสองหรอคะ เธอถามเจ้าของร้าน

ใช่แล้วล่ะ... เขาตอบ  ถ้าเธอมีแว่นที่ไม่ใช้แล้ว ก็เอามาขายให้ฉันสิ ฉันรับซื้อหมดนั่นแหละ ”  เขายิ้ม พร้อมกับจดโน้ตยุกยิกเหมือนมีอะไรสลักสำคัญ แปลกดีแฮะ ขวัญคิด พลางมองดูแว่นตาแบบต่างๆไปเรื่อยๆแล้วไปสะดุดตาที่แว่นตากรอบดำ ตกแต่งด้วยสีทองหรูหราอันหนึ่ง เธอหยิบมันขึ้นมาแล้วเดินเข้าไปที่กระจกเพื่อที่จะลองสวมดู                         

โอ้ะ แน่ใจแล้วหรอว่าจะเอาแว่นอันนั้นน่ะ เจ้าของร้านถามขึ้น                             

ก็ไม่ได้จะเอาหรอกค่ะ แค่ลองสวมดู”   เธอตอบ                      

ไม่ต้องๆ แว่นอันนั้นไม่ได้เหมาะกับเธอเลยซักนิด เขาคว้าแว่นตาที่อยู่ในมือเธอ เอากลับไปแขวนไว้ที่เดิมอย่างรวดเร็ว

เขาหัวเราะพร้อมกับพูดพึมพำ “ …คิดว่าใส่แว่นแบบนี้แล้วจะมีเพื่อนรึไงล่ะ

       ขวัญเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยความตกใจ เจ้าของร้านทำเป็นไม่สนใจเธอแล้วก้าวขึ้นไปบนเก้าอี้ เอื้อมมือคว้าแว่นตาสีฟ้าสดใสที่แขวนอยู่บนสุดให้เธอ ต้องอันนี้สิ  เขาพูด                                                       

คุณรู้ได้ยังไงคะ... ” ขวัญถาม พยายามมองเข้าไปในดวงตาของเขา                                 

ก็ฉันเป็นคนขายนี่นา

ไม่ใช่! คุณรู้ได้ไงว่าฉันเป็นยังไงที่โรงเรียน คุณรู้ได้ยังไงว่าฉันไม่มีเพื่อนสักคน! ”  เสียงที่เต็มไปด้วยความโกรธของเธอดังก้องไปทั่วร้าน  เธอไม่ชอบเลยที่มีคนเอาเรื่องนี้มาพูดเล่นข้างนอกโรงเรียน ใครกันนะที่เป็นคนบอกให้เขารู้เรื่องนี้

          เจ้าของร้านดูอึ้งไปชั่วขณะหนึ่ง แต่ก็กลับมายิ้มเหมือนเดิมฉันรู้ทุกเรื่องเกี่ยวกับเธอแหละขวัญ                     

ขวัญเบิกตากว้าง เขารู้ชื่อเธอได้อย่างไรกัน เธอเริ่มรู้สึกกลัวผู้ชายตัวเล็กๆคนนี้ขึ้นมา

ไม่ต้องกลัวหรอกน่าขวัญ ฉันกำลังช่วยเธออยู่นะ เจ้าของร้านยิ้มกว้างขึ้นทุกที                                                                                ช่วยยังไง เธอถาม 

อืม... พูดอะไรไปตอนนี้เธอก็คงไม่เข้าใจหรอกนะ ... เอาอย่างนี้ละกัน ฉันให้เธอยืมแว่นตาอันนี้หนึ่งวัน ”  เขาพูดพร้อมกับชูนิ้วเป็นหมายเลขหนึ่ง ...พรุ่งนี้ลองใส่มันไปโรงเรียนแล้วก็จะเข้าใจเอง ”  เขาใช้มืออีกข้างยื่นแว่นสีฟ้าให้                                             

          ขวัญมองแว่นตาในมือเจ้าของร้านอยู่ครู่หนึ่ง                                              

ฉันไม่เอา เธอพูด แล้ววิ่งออกไปจากร้านอย่างรวดเร็ว ความกลัวเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ หัวใจของเธอเต้นแรงขึ้นทุกที              

          ขวัญเรียกรถมอเตอร์ไซค์รับจ้างมาคันหนึ่ง แล้วสั่งให้เขาขับเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ เธอเหลียวหลักลับไปมองร้านแว่นตาประหลาดนั้นจนลับตา  ผู้ชายคนนั้นเป็นใครกันแน่ รู้จักเธอได้อย่างไร และเขาต้องการอะไรจากเธอ                                                                                                                                                      

       เมื่อกลับถึงหอพัก ขวัญถามยามหน้าหอพักของเธอว่ารู้จักผู้ชายตัวเล็กๆนั่นไหม เคยเห็นที่ไหนหรือเปล่า เธอตรวจเช็คห้องของเธออย่างละเอียด คิดย้อนถึงเหตุการณ์ต่างๆในอดีต ค้นหาใบหน้าของผู้ชายคนนั้นในทุกซอกทุกมุมของความทรงจำ เธอเอาแต่ครุ่นคิดเรื่องนี้ซ้ำไปซ้ำมาตลอดทั้งคืน                                                                                                                                                                                                                            

เจ้าของร้าน...                                                                                                                           

ร้านแว่นตา...                                                                                      

แว่นตาสีฟ้า...


และในเช้าวันถัดมา เธอก็เจอแว่นตาสีฟ้านั่นวางอยู่บนโต๊ะเรียนของเธอ      

          ขวัญหน้าซีด พยายามเดินไปที่โต๊ะของเธอด้วยท่าทีที่ปกติที่สุด มองไปรอบห้องให้แน่ใจว่าไม่มีใครมองเธออยู่ แล้วรีบเก็บแว่นตาลงใต้โต๊ะ ผู้ชายคนนั้นต้องการอะไรกันแน่ ความโกรธเริ่มเข้ามาแทนที่ความกลัว  เย็นนี้เธอจะลองกลับไปที่ร้านดูแล้วคุยกับเขาให้รู้เรื่อง

ดวงอาทิตย์ยามเช้าฉายแสงลงมาบนผมของเด็กหญิงที่นั่งอยู่ข้างหน้าเธอ ย้อมมันจนกลายเป็นสีเหลืองทอง

          “ เอาล่ะนักเรียน ตั้งใจฟังนะ อาจารย์สอนวิชาภาษาอังกฤษพูดขึ้น พลางเอาสันไม้บรรทัดเคาะโต๊ะรัวๆ  นักเรียนทั้งห้องเงยหน้าตั้งใจฟังสิ่งที่อาจารย์กำลังจะพูด ครูจะสั่งการบ้านนะ ให้นักเรียนแบ่งกลุ่มไปทำรายงานเกี่ยวกับประเพณีไทยมา ...จะเอาอะไรก็ได้ ลอยกระทง สงกรานต์ ...แล้วแต่นักเรียนเลย แต่ทำเป็นภาษาอังกฤษนะ แบ่งกลุ่มกันเอาเอง เอาซัก --

แบ่งกลุ่มกี่คนคะอาจารย์! ” แตงโม เด็กผู้หญิงตัวอ้วนกลมคนหนึ่งพูดแทรกขึ้น                                                                         

ฟังสิ! ก็ครูกำลังจะพูดอยู่นี่ไง อาจารย์เอ็ด ...เอาซัก 5 คนแล้วกันนะนักเรียน

พอดีเลยค่ะอาจารย์ ! ห้องเรามี 35 คนพอดีเลยค่ะ ”  นัทพูดขึ้น แล้วหัวเราะด้วยเสียงน่ารำคาญ    

“ 35 คน...ก็ได้เจ็ดกลุ่มเนาะ  เฟิร์นพูดพร้อมยิ้มเยาะมาทางขวัญ

          ขวัญก้มหน้าลง รู้สึกโกรธจนหน้าร้อนผ่าวไปหมด เธอพยายามกลั้นน้ำตาไว้ไม่ให้ไหลออกมา ห้องม.2/8 มีนักเรียน 36 คน ไม่ใช่ 35 คนสักหน่อย ทุกคนก็รู้ อาจารย์ก็รู้ แต่ไม่มีใครพูดอะไรออกมา ไม่มีใครช่วยเธอสักคน  มันก็เป็นแบบนี้ตลอด

ทั้งๆที่น่าจะทำใจได้แล้วแท้ๆ  แต่สุดท้ายก็ต้องร้องไห้ออกมาทุกครั้ง                                                                                                    

          ขวัญฟุบหน้าลงกับโต๊ะ คนพวกนั้นจะแกล้งเธอยังไงก็ได้  ใครจะนินทา จะว่าเธออย่างไร เธอไม่สนใจอะไรอีกต่อไปแล้ว                 บางที  นี่อาจจะเป็นโชคชะตาของเธอ นี่คือสิ่งที่เป็นตัวตนของเธอ ถูกหล่อหลอมขึ้นมาจากความโดดเดี่ยวและความทรมาน     

ขวัญ เหนื่อยรึเปล่า ทำรายงานคนเดียวตลอดเลย เสียงแหลมเล็กของใครซักคนดังขึ้น                       

แหม น้ำฝน มึงไม่รู้อะไร ขวัญเขาชอบทำงานคนเดียวมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว ”             

อ้าวหรอ กะว่าจะชวนเข้ากลุ่มซะหน่อย งั้น...ไม่ต้องแล้วเนอะ ”                                                                                                      

          รอบตัวของขวัญก็ก้องไปด้วยเสียงหัวเราะน่ารังเกียจ น้ำตาหยดลงบนกระจกแว่น จนดูเหมือนแอ่งน้ำเล็กๆ เธอถอดแว่นตาของเธอออกแล้วเอามันไปเช็ดกับกระโปรง  ทันใดนั้น เธอก็เหลือบไปเห็นแว่นตาสีฟ้าอันเดิมที่อยู่ใต้โต๊ะ    

          ราวกับโลกที่มีแสงริบหรี่ ส่องสว่างอีกครั้งด้วยสีฟ้าสดใส               

                                         

มันคงแย่ลงกว่านี้ไม่ได้อีกแล้วล่ะ  เธอคิด

       …

 “ ร้องไห้อีกแล้วอ่ะ ตลกดีว่ะแก

       ...

เฮ้อ ถ้าไม่มียัยนี่อยู่ในห้อง ห้อง 8 นี่ก็น่าจะพอสู้ห้อง 11 ได้บ้าง

       ...

       ...ไม่เห็นมีอะไรเกิดขึ้นเลย                                                                                                                                                               ขวัญเงยหน้าขึ้น นึกขำตัวเองที่หลงคิดไปว่าของเล่นหลอกเด็กนี่จะช่วยอะไรได้  เธอใช้แขนเสื้อข้างซ้ายเช็ดน้ำตา จนแว่นตาสีฟ้ากระดกขึ้น ใช้มืออีกข้างรวบผมกระเซอะกระเซิงของตัวเอง พยายามจัดผมให้เรียบร้อย                                                            

แล้วเธอก็สบตากับเฟิร์นที่กำลังจ้องเธออยู่เช่นกัน                                                                                                                            เฟิร์นวิ่งกลับไปที่โต๊ะของตัวเอง คุยเสียงดังกับเพื่อน คนทั้งกลุ่มนั้นมองมาที่ขวัญอยู่เป็นระยะๆด้วยสายตาแปลกประหลาด             แต่ขวัญไม่สนใจ เธอยกมือจับขาแว่น กำลังจะถอดแว่นตาลวงโลกนี้ออก

  ขวัญ มาอยู่กลุ่มเรามั้ยเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่นั่งอยู่ริมประตูตะโกนขึ้นมา  ขวัญหันหน้าไปมองด้วยความประหลาดใจ    

อะไรนะ...

  เฮ้ย! มึงหยุดเลยออม กลุ่มกูจองขวัญก่อน! ” เฟิร์นตะโกนขึ้น ผละออกมาจากเพื่อนในกลุ่ม       

ขวัญ ถ้าแกไม่มากลุ่มเรา เราตัดเพื่อนเลยนะ   ออมตะโกน 

มึงเป็นเพื่อนขวัญตั้งแต่ตอนไหนฮะออม!    

          ขวัญหันไปมา มองคนสองคนที่กำลังทะเลาะกันแย่งตัวเธอ เรื่องแบบนี้มันดูเหมือนจะเป็นสิ่งสุดท้ายบนโลกที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้ แต่ตอนนี้มันก็เกิดขึ้นแล้ว

      กรอบสีฟ้าของแว่นตาส่องสว่างอยู่รอบๆดวงตาของเธอ                                          

อะไรวะ แบ่งคนมากลุ่มเค้าบ้างดิ กลุ่มพวกแกสองคนมีแต่คนเก่งๆ กลุ่มเค้าจะเอาขวัญอ่ะ! ”  แก้วพูดแทรกขึ้นมา         

 กลุ่มเราคนยังไม่ครบนะขวัญ!”  คนอื่นๆในห้องเริ่มพูดขึ้นมาบ้าง       

ขวัญอยู่กลุ่มเรานะ ”                                         

เราเป็นเพื่อนกันไม่ใช่หรอ

          รู้ตัวอีกทีคนเกือบทั้งห้องกำลังยืนอยู่รอบโต๊ะของเธอ ทะเลาะกันเพื่อแย่งตัวเธอ ด้วยเสียงที่ดังและรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ แต่ขวัญไม่สังเกต เธอเอามือทั้งสองจับแว่นตาสีฟ้าไว้แน่นแล้วยิ้มออกมาด้วยความสุข ในที่สุด เธอก็ไม่ต้องเป็นคนที่ไร้ค่าอีกต่อไปแล้ว และทุกอย่างกำลังจะดีขึ้นเรื่อยๆ

ต้องขอบคุณเจ้าของร้าน...  

ขอบคุณแว่นตามหัศจ--

          “ เพียะ!!! ” เฟิร์นล้มลงไปกับพื้น มือขวาคว้าเก้าอี้ข้างๆจนล้มตามลงมา เกิดเสียงดังก้องไปทั่วห้อง หนังสือและชีทร่วงหล่นระเนระนาดรอบตัว คนที่มุงดูอยู่ถอยไปข้างหลัง ส่งเสียงฮือฮา                                                           

พูดไม่รู้เรื่องหรอเฟิร์น! เราบอกว่าขวัญอยู่กลุ่มเราไง! ” ออมตะโกนออกมาด้วยความโกรธ 

อยู่กลุ่มกูเว้ย! ” คนที่เพิ่งถูกตบไปหมาดๆลุกขึ้นมา ผลักออมให้ล้มลงไปกองกับพื้น แล้วเงื้อมืออีกข้างขึ้นสูง ก่อนที่จะตบไปที่ใบหน้าของออมอย่างแรง

ฝ่ามือ       

หลังมือ                         

ฝ่ามือ   

หลังมือ

       “ หยุดนะ! ” ขวัญตะโกน มือของเฟิร์นลอยค้างกลางอากาศ   ทุกคนหยุดนิ่ง ทุกสายตาจ้องมาที่เธอ     

        “...เรา ...เราอยู่กลุ่มออม

       ทั้งห้องเงียบสนิท ราวกับคำพูดของเธอคือคำพิพากษา

แตงโมกับนัทเดินแหวกกลุ่มคนเข้ามา    

จำไว้เลยนะขวัญนัทพูด ขณะที่พยายามดึงเฟิร์นให้ลุกขึ้น คนอื่นๆเข้าไปดูออมที่ตาเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำอย่างน่ากลัว คนเกือบทั้งห้องมองมาที่ขวัญด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเกลียดชัง มากกว่าครั้งไหนๆที่เธอเคยได้รับ

คนเป็นเพื่อนเขาทำกันอย่างนี้หรอวะ


...

มิตรภาพเป็นสิ่งที่เปราะบาง...เจ้าของร้านพูดขึ้น ใบหน้ายังเต็มไปด้วยรอยยิ้มเหมือนเดิม     

“ ...แล้วเธอยังจะอยากได้แว่นอันนี้อยู่อีกรึเปล่าล่ะ  

ขวัญฟังสิ่งที่เจ้าของร้านพูด ฉันไม่ได้อยากให้มันเป็นแบบนี้เลยซักนิด... ”                           

          “ แว่นของร้านฉันน่ะ เป็นแว่นที่ทำขึ้นมาเป็นพิเศษ มันช่วยเน้นบุคลิก... ช่วยแสดงลักษณะแบบต่างๆออกมา เพื่อเปลี่ยนโชคชะตาของคนแต่ละคน และมันก็ไม่ใช่เรื่องง่าย... แว่นอันนี้ให้ความรักแก่เธอในปริมาณที่มากมายเพื่อที่จะช่วยหักล้างความเกลียดชัง… ”  เขาชำเลืองมองไปยังแว่นสีฟ้าในมือเธอ

...และความจริงคือ ความเกลียดยากที่จะพัฒนาเป็นความรัก แต่ความรักกลับสามารถเปลี่ยนเป็นความเกลียดชังได้อย่างง่ายดาย ”  เขาพูด                                                                                      

          เจ้าของร้านเดินไปหยิบแว่นตาสีเงินรูปทรงประหลาดที่แขวนอยู่ออกมา หรือเธอจะลองแว่นนี้ดีล่ะ มันช่วยด้านการเงิน ถ้าเธอมีเงิน เธออาจจะได้เพื่อนเพิ่มขึ้นก็ได้ ...แต่จะได้เพื่อนแบบไหนนี่คงพูดยากล่ะนะ...

ขวัญมองไปที่เจ้าของร้าน แต่ไม่ได้พูดอะไรออกมา                                                                                                                      

หรือว่าเธออยากจะมีชื่อเสียง--เขาแกว่งแว่นตาทรงสามเหลี่ยมไปมาอย่างสนุกสนาน

ไม่ต้องแล้วค่ะ ...ฉันไม่ต้องการแว่นอันไหนจากคุณอีกแล้ว ขวัญตัดบท พร้อมกับถอนหายใจ เธอวางแว่นสีฟ้าไว้บนเคาน์เตอร์ ล้วงแว่นตาขาเอียงๆอันเดิมของเธอขึ้นมาสวม เธอคว้าสายกระเป๋าเป้แล้วเตรียมเดินออกจากร้าน    

มือของเธอสัมผัสลูกบิดเย็นเฉียบ

เดี๋ยวสิ ...แต่ฉันอยากได้แว่นอันนั้นของเธอนะเจ้าของร้านพูดขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มกว้าง  ขอซื้อได้ไหม


          ขวัญหันมายิ้มให้กับเจ้าของร้าน แต่ไม่พูดอะไร เธอเดินไปวางแว่นตาของเธอไว้ข้างๆแว่นตาสีฟ้า ก่อนที่จะเดินออกจากร้านไอเย็นปะทะกับความร้อนอบอ้าวข้างนอก

เราไม่ได้เกิดมาให้คนทั้งโลกพอใจสักหน่อย

 

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ Pewk จากทั้งหมด 3 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น