[RoV x LoL] Beyond the Boundary

ตอนที่ 9 : สามวันในทะเลทราย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 30
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    13 พ.ค. 63

 

7: Kolme Päivää Aavikolla

ณ ห้องนอนของเอซเรียลที่กลายเป็นของเอมิลี่ไปแล้ว

 

ก๊อก ๆ

 

คามิลเคาะประตูห้องนอนและรอให้คนที่อยู่ข้างในมาเปิด แต่กลับไม่มีวิญญาณใด ๆ มาเปิดประตู เธอจึงเปิดเข้าไปเองก็พบว่าเอมิลี่ยังหลับอยู่

 

"ยังไม่ตื่นรึเนี่ย?" คามิลพึมพำขณะมองอีกฝ่ายหลับใหลอยู่บนเตียง ก่อนที่จะเดินไปปลุก

 

"ตื่น!!!" คามิลตะโกนสุดเสียงจนเอมิลี่สะดุ้งตื่นและลุกพรึบขึ้นมาจากท่านอน "ได้เวลาฝึกซ้อมแล้ว!!!"

 

เอมิลี่หายงัวเงียในทันทีที่โดนตะโกนอัด และรีบไปล้างหน้าแปรงฟันอาบน้ำภายในเวลาสิบนาที แล้วก็ออกมาเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดสำหรับฝึกซ้อมที่คามิลเตรียมไว้และใส่เกราะขาติดดาบด้วย

 

"เร็วดีมาก! ปะ!"

 

แล้วคามิลกับเอมิลี่ก็เดินทางไปยังสถานที่ที่ฝึกซ้อมที่อยู่ใกล้กับประตูทางเข้าเมืองฝั่งใต้

 

....

ขณะเดียวกันทางด้านของเอซเรียลที่เอาแร่สีดำประหลาดไปนั่งตรวจสอบ แล้วก็มีไคสะนั่งอยู่ข้าง ๆ โต๊ะทำงานและถามเอซเรียลทุกอย่างที่เธอเห็น

 

"นี่คืออะไรอะ?" ไคสะถามถึงเครื่องมือที่เอซเรียลใช้อยู่

 

"แว่นขยาย?" เอซเรียลตอบขณะที่กำลังใช้เครื่องมือนั้นส่อง "เธอไม่เคยเห็นหรอ?"

 

"ไม่อะ ฉันอยู่แต่ในถ้ำแทบทั้งวัน ไม่ได้เห็นของอะไรแบบนี้หรอก"

 

ไคสะสงสัยทุกอย่างที่อยู่ในห้องทำงานนั้น และคอยถามเอซเรียลอยู่เป็นระยะ ๆ แม้เอซเรียลจะรู้สึกรำคาญแต่ก็ตอบกลับทุกคำถามจนกระทั่งตนตรวจสอบแร่เสร็จ

 

"ผมต้องหาตัวอย่างเพิ่ม แค่นี้ไม่พอ" เอซเรียลพูดพร้อมกับคืนแร่ชิ้นนั้นให้ไคสะ "ช่วยพาผมไปที่นั่นที่เธอเจอแร่พวกนี้ได้ไหม?"

 

"ได้สิ!" ไคสะพยักหน้า "แต่มีข้อแลกเปลี่ยนนะ!"

 

"ข้อแลกเปลี่ยนอะไรล่ะ?" เอซเรียลเริ่มไม่ไว้ใจไคสะตั้งแต่ตอนที่เธอพูดว่าจะไม่ไปไหนแล้ว ตอนนี้ยิ่งทำให้เขาเริ่มพอคิดได้ว่าหญิงสาวกึ่ง Void ผู้นี้มีจุดประสงค์แอบแฝง

 

"ฉันจะพานายไปหาพ่อฉันในฐานะแฟน"

 

"หะ! เดี๋ยวก่อน..."

 

"น๊า~" ไคสะทำหน้าอ้อนใส่ชายหนุ่ม จนกระทั่งเอซเรียลหันหลังหนี "แค่ตอนนี้เท่านั้นแหละน๊า~"

 

"เพื่ออะไร?" เอซเรียลถามกลับ

 

"ฉันอยากให้พ่อของฉันหายห่วงน่ะ" ไคสะตอบแต่คราวนี้ด้วยน้ำเสียงและสีหน้าเศร้า ๆ เอซเรียลเห็นสีหน้าของหญิงสาวกึ่ง Void ก็อดเป็นห่วงไม่ได้

 

"ก็ได้..."

 

"จริงเหรอ!!!" ไคสะอารมณ์ดีขึ้นมาในทันที "ขอบคุณนะ!!!!"

 

"แต่รอวันพรุ่งนี้นะ วันนี้ขอผมเตรียมตัวก่อน"

 

"ได้สิ! ไม่มีปัญหา" เอซเรียลตอบก่อนที่จะเดินออกจากห้องทำงานไป

 

 

ทางด้านเอมิลี่ที่ไปยังสนามฝึกนอกเมืองนั้น ขณะนี้ก็ไปถึงแล้วและกำลังชื่นชมในความแปลกของสถานที่ฝึกซ้อมแห่งนี้ ทางเข้าฝั่งใต้ของเมืองถูกปิดด้วยทหารของคามิลที่ยืนกันไว้ มีชาวบ้านจำนวนหนึ่งมายืนมอง เคทลินกับวายก็มาดูด้วย แต่อันที่จริงเธอทั้งสองมาสังเกตการณ์คามิลต่างหาก นับตั้งแต่มีคนแจ้งมาว่าอดีตแชมป์นักสู้อาชีพหายตัวไป

 

คามิลหันไปสั่งให้ทหารให้จัดเตรียมที่นั่งให้ตนริมสนามฝึกซ้อมที่อยู่กลางที่ดินผืนนี้ ก่อนที่จะหันมาคุยกลับเอมิลี่

 

"วันนี้ข้าอยากเห็นฝีมือของเจ้า ข้าจะให้เจ้าประลองกับใครบางคนที่ข้าเตรียมไว้" คามิลเอ่ยก่อนที่จะส่งสัญญาณมือให้ทหารของตนพาคนที่เตรียมไว้ออกมา

 

 

"คุณย่าคะ! นี่มันอะไรกัน?" คนคนนั้นก็คือเหลนสาวของคามิลที่เป็นหัวหน้าตระกูลเฟร์รอสคนปัจจุบัน และเธอก็โวยวายที่โดนปลุกแต่เช้าและลากมายังสนามฝึกแห่งนี้

 

"นี่คือมีนะ เหลนสาวของข้า" คามิลแนะนำหญิงสาวผมบลอนด์ที่ทำหน้าบึ้งตึงอยู่ "นางจะเป็นคู่ต่อสู้ของเจ้าในวันนี้"

 

"เดี๋ยวสิ! นี่ที่พาหนูมาที่นี่คือพามาสู้กับผู้หญิงคนนี้หรอคะ?"

 

"ใช่ ทำไมล่ะ? ข้ารู้ว่าเจ้าอยากยืดเส้นยืดสายก็เลยพาคนมาแล้วนี่ไง"

 

"ก็ได้ค่ะ! แต่ขอเวลาหนูเปลี่ยนชุดก่อน คงไม่อยากให้สู้ในชุดนอนใช่ไหมคะ!?"

 

"เชิญ ข้าจะได้คุยกับหญิงผู้นี้ด้วย"

 

หลังจากมีนะเดินไปแล้ว คามิลก็หันมาคุยกับเอมิลี่ต่อ

 

"นางไม่ใช่คนธรรมดา ๆ หรอกนะ นางคือนักสู้ที่ข้าฝึกมาอย่างดี เป็นทั้งแชมป์แห่งพิลโทเวอร์และแห่งทวีปวาโลแรน อย่าประมาทละกัน"

 

ประมาณสิบนาทีมีนะก็เปลี่ยนชุดเสร็จและไปยืนรออยู่ในสนามแล้ว ขณะเดียวกันก็มีผู้ชมทยอยกันเข้ามาหลังจากที่คามิลสั่งให้ทหารเปิดทาง รวมถึงแขกที่คามิลเชิญมาด้วย ได้แก่ เจซ โจปาราจากตระกูลโจปารา และโซเฟีย อาร์วีโนจากตระกูลอาร์วีโน ซึ่งคามิลก็เตรียมที่ให้ทั้งสองไว้เรียบร้อยแล้ว

เอมิลี่เดินเข้าสู่สนามท่ามกลางสายตาของฝูงชน รวมทั้งถ่ายทอดสดไปทั่วทั้งเมืองพิลโเทอวร์และเมืองซอนที่อยู่เบื้องล่าง ชุดฝึกซ้อมที่คามิลให้เธอใส่นั้นทำให้ทุกคนได้เห็นรอยแผลที่ผ่านการต่อสู้มาอย่างโชกโชน

 

"เธอเป็นใครฉันไม่รู้หรอกนะ แต่ถ้ามายืนอยู่ในสนามเดียวกันกับฉันล่ะก็... ไม่กลับออกไปสวย ๆ แน่!"

 

"เริ่มการประลองได้!" ทหารคนหนึ่งของคามิลตะโกนขึ้นเป็นสัญญาณเริ่มการประลอง

 

มีนะตั้งหมัดแล้วก็พุ่งใส่เอมิลี่ด้วยความเร็วจนแทบจะตั้งการ์ดไม่ทัน เอมิลี่สวนด้วยลูกเตะไปทีหนึ่งแต่อีกฝ่ายก็โดดหลบได้ฉิวเฉียด

 

"ขี้โกงง่ะ มีอาวุธด้วย" หญิงสาวผมบลอนด์บ่น "แต่ก็ไม่ช่วยอะไรหรอกนะ!"

 

มีนะพุ่งเข้ามาใช้หมัดต่อยเข้าการ์ดที่เอมิลี่ตั้งไว้อย่างไม่ยั้งมือ จนฝ่ายที่โดนต่อยทนไม่ไหว การ์โแตก โดนหมัดหนึ่งต่อยเข้าเต็ม ๆ หน้า และลอยลิ่วออกไปถึงสองสามเมตรจากจุดเดิม

 

"ล้มละหรอ... นึกว่าจะอึดกว่านี้ซะอีก"

 

แต่เอมิลี่ก็ทำให้มีนะคิดผิดเมื่อเธอยังคงลุกขึ้นได้และมาพร้อมกับเปลวไฟสีส้มบนเส้นผมและคืบคลานลงไปจนถึงคมดาบที่ติดอยู่กับเกราะขา สร้างเสียงโห่ร้องด้วยความตื่นเต้นแก่ฝูงชน คามิลที่นั่งมองอยู่ก็ยิ้มชอบใจ

 

"อะไรกันเนี่ย?" เป็นครั้งแรกที่หญิงสาวผมบลอนด์ผู้นี้รู้สึกหวั่นใจในสนาม แต่ก็ตั้งท่ารับมืออยู่

 

เอมิลี่เป็นฝ่ายพุ่งเข้ามากระโดดเตะ อีกฝ่ายก็ต้องโดดหลบเพราะจะโดนอาวุธไม่ได้ พอเท้าทั้งสองฝ่ายกลับลงแตะพื้น มีนะก็เอ่ยขึ้น

 

"อย่าใช้อาวุธสิ ถอดออก!"

 

เอมิลี่ที่ได้ยินก็ยินดีที่จะแกะเกราะขาออกจากตน ก่อนที่จะโยนมันออกไปนอกสนาม

 

"นั่นแหละ!!!" มีนะยิ้มพลางตะโกนออกมาลั่นสนาม ก่อนที่จะหันกลับไปพุ่งเข้าใส่เอมิลี่

 

.....

 

การต่อสู้ดำเนินไปอีกกว่าครึ่งชั่วโมง ร่างของสองสาวสะบักสะบอมไม่ต่างกัน ชุดฝึกซ้อมของเอมิลี่และชุดต่อสู้ที่มีนะสวมใส่มีเริ่มมีรอยขาด คามิลจึงลุกขึ้นประกาศหยุดการประลอง แล้วบรรดาชาวบ้านที่มามุงอยู่ก็สลายตัวแยกย้ายกันกลับเข้าเมือง รวมถึงแขกที่คามิลเชิญมาด้วย หลังจากนั้นคามิลก็ไปหาเอมิลี่ที่แยกออกไปนั่งอยู่ใต้ต้นไม้ต้นหนึ่ง

 

"ยังไหวอยู่สินะ" คามิลถามด้วยน้ำเสียงเข้ม แต่ลึก ๆ ก็เป็นห่วงหญิงสาวที่พึ่งประลองเสร็จผู้นี้

 

"ก็ไหว" เอมิลี่จ้องคามิลที่ยืนคุยด้วย "จะให้ทำอะไรอีกล่ะ"

 

"เปล่า... เจ้ากลับไปพักที่บ้านเถอะ" คามิลเอ่ย ก่อนที่จะหันหลังเดินกลับไปที่เต้นท์ที่เหลนสาวของตนอยู่ ส่วนเอมิลี่ก็นั่งพักพอหายเหนื่อยแล้วก็ลุกขึ้นเข้าเมืองไป

 

ขณะที่เอมิลี่กำลังเดินอยู่บนถนนสู่บ้านเอซเรียลนั้น เธอก็เหลือบไปเห็นเอซเรียลกำลังถือสัมภาระบางอย่างอยู่กับไคสะและกำลังกลับบ้านด้วยเหมือนกัน เอมิลี่จึงสะกดรอยตามอยู่ด้านหลังเงียบ ๆ จนถึงบ้าน พอถึงบ้าน เอซเรียลก็ขึ้นไปชั้นบนพร้อมกับสัมภาระเหล่านั้น แต่เอมิลี่ไม่ได้ตามต่อ เธอกลับห้องนอนตัวเองไปอาบน้ำเปลี่ยนชุด แล้วจึงมาที่ห้องเอซเรียล

เอมิลี่เคาะประตูสองสามครั้งพอเป็นพิธีแล้วจึงเปิดประตูเข้าไปก็เห็นเอซเรียลกำลังจัดกระเป๋าอยู่ จึงถาม

 

"จะไปไหน?" เอซเรียลเงยหน้าขึ้นตอบ

 

"ไปทะเลทรายชูริม่าน่ะ ไปตามหาอะไรบางอย่าง มีอะไรหรือ?"

 

เอมิลี่เงียบไปสักพักแล้วก็ถามต่อว่า

 

"ฉันขอไปด้วยได้ไหม?"

 

"คามิลจะไม่ว่าเอาหรือ?" เอซเรียลพูดต่อทันที

 

"ว่าแหละ แต่...." เอมิลี่ก้มหน้าลง "ฉันอยากไปเห็นโลกนอกเมืองบ้าง"

 

เอซเรียลเริ่มครุ่นคิด เพราะตนต้องคำนึงถึงคามิลที่ยิ่งหวง ๆ หญิงสาวผู้นี้อยู่ด้วย รอบนี้ถ้าคามิลรู้ว่าตนแอบพาเอมิลี่หนีเที่ยวก็คงจะคอขาดแน่นอน

 

"ก็ได้ และหวังว่าคามิลจะไม่รู้เรื่องนี้นะ"

 

วันนี้คามิลไม่ได้มาที่บ้านเอซเรียล เอมิลี่จึงมีอิสระที่จะเดินเล่นโดยที่ไม่ต้องมีใครมาเฝ้ามอง เธอจึงนั่งเล่นอยู่ในห้องเอซเรียล ขณะเดียวกันหญิงสาวผมดำที่อยู่ในห้องด้วยก็พึ่งรู้ว่ามีคนอื่นเข้ามาอยู่ในห้อง

 

"เธอเป็นใครอะ?" ไคสะถามเอมิลี่ที่กอดเข่าอยู่หน้าประตู

 

"ฉันชื่อเอมิลี่ ฉันขอเอซเรียลอาศัยอยู่ที่นี่เอง"

 

"อ้อ!" ไคสะร้องออกมา "ฉันชื่อไคสะ ยินดีที่ได้รู้จัก"

 

"อืม" เอมิลี่พยักหน้า "ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกัน"

 

ไม่นานเอซเรียลก็จัดกระเป๋าเสร็จ แล้วก็ลุกขึ้นชูแขนทั้สองข้างขึ้นพลางส่งเสียงร้องเป็นการบิดขี้เกียจ

 

"นี่ เอซเรียล" ไคสะเรียกชื่อชายหนุ่มที่ยืนยืดแขนอยู่

 

"หะ?"

 

"ที่นี่มีลูกพีชมั้ย?"

 

"มี ทำไมอะ?"

 

"เอามาให้ฉันหน่อยสิ อยากกิน"

 

"ตอนนี้?"

 

"ตอนนี้" ไคสะพยักหน้าด้วยเป็นการเน้นย้ำ

 

"ก็ได้...." เอซเรียลตอบด้วยน้ำเสียงที่แสดงถึงความขี้เกียจ ก่อนที่จะเดินออกจากห้องไป

 

เอมิลี่นั่งอยู่ในห้องอีกสักพักก็เดินออกจากห้องไปเช่นกัน ระหว่างนั้นไคสะจ้องเธออยู่ตลอด แม้แต่ตอนเอมิลี่เดินออกไปเธอก็เดินตามมาชะโงกหน้ามองจนกระทั่งเอมิลี่เดินลับเข้าห้องนอนใหญ่ไป

 

ในห้องนอนเอมิลี่ก็นั่ง ๆ นอน ๆ เดินไปมารอบ ๆ ห้องเพราะไม่มีอะไรทำ สักพักก็ลงไปวิดพื้นออกกำลังกาย แล้วก็เปลี่ยนท่าไปสารพัดท่าที่เธอนึกออก จนกระทั่งเอซเรียลกลับมาพร้อมกับลูกพีชของไคสะสี่ห้าลูก พอให้ลูกพีชแก่หญิงสาวกึ่ง Void เสร็จ ก็เดินขึ้นมาหาเอมิลี่ที่ห้องนอนใหญ่

 

"นี่ เอมิลี่" เอซเรียลเรียกชื่อหญิงสาวที่กำลังออกกำลังกายอยู่ข้างเตียงอีกฝั่ง เจ้าของชื่อโผล่หน้าขึ้นมาจากพื้นด้วยความสงสัย ก่อนที่จะลุกขึ้นมาหาเขา

 

"เราจะไปกันตั้งแต่เช้ามืด ช่วยเตรียมตัวด้วยนะครับ"

 

"ทำไมต้องเช้ามืดด้วยล่ะ?" เอมิลี่สงสัย

 

"เพื่อที่คามิลจะจับไม่ได้ตอนที่ยังอยู่แถวเมืองยังไงล่ะครับ เพราะเช้าพรุ่งนี้คามิลก็คงจะมาที่นี่ อย่างน้อยถ้าเราห่างจากเมืองไปแล้วคามิลก็คงจะไม่ตามมา" เอซเรียลอธิบาย

 

"ได้" เอมิลี่พยักหน้า เอซเรียลก็ออกไปจากห้อง

 

ถือว่าเป็นโชคดีของเอมิลี่ที่บังเอิญคามิลไม่นอนที่นี่วันนี้...

 

 

 

 

 

เวลาประมาณตีสี่ของวันที่ 4 มกราคม ชาวเมืองพิลโทเวอร์ส่วนใหญ่ยังคงหลับใหลอยู่กับเตียง แต่มีชายหนุ่มคนหนึ่งกำลังเตรียมรถม้าคันหนึ่ง มีสองสาวและหนึ่งแมวยืนรออยู่ข้าง ๆ เขา รถม้าคันนี้ใหญ่พอที่จะพาพวกเขาทั้งสี่ชีวิตมุ่งหน้าสู่ทะเลทรายชูริม่า วันนี้ไม่ใช่วันที่พระจันทร์เต็มดวงฉะนั้นจึงไม่มีแสงสว่างมากนัก บริเวณเมืองก็ปิดไฟกันเกือบหมด ไฟที่เปิดอยู่ก็มีแต่ไฟสลัว ๆ ที่เปิดไว้เพื่อไม่ให้มืดเกินไป ไม่นานนักทุกคนก็ขึ้นสู่รถม้า แล้วรถม้าก็เคลื่อนตัวออกจากบริเวณคฤหาสน์หลังใหญ่

ไคสะกอดแขนขวาของเอซเรียลแน่น แสร้งว่าตนนั้นกลัวความมืด แต่อันที่จริงแล้วเธอยู่คู่กับความมืดมาตลอดจึงไม่มีความกลัวแต่อย่างใด ส่วนซ้ายมือของเอซเรียลนั้นก็คือเอมิลี่ที่ยังตาปรือ ๆ ดูง่วง ๆ และพร้อมจะฟุบหลับลงตลอดเวลา บนตักของเธอมีหนังสือที่มีเจ้าแมวยูมินั่งอยู่ข้างบน มันรู้สึกจะอ้วกเอซเรียลที่มีผู้หญิงกอดแขนอยู่ข้าง ๆ อย่างนั้น แต่ก็พยายามอดกลั้นความรู้สึกเหล่านั้นไว้

เมื่อรถม้าเคลื่อนตัวออกจากประตูเมือง ก็ต้องผ่านสนามฝึกซ้อมที่คามิลสร้างไว้สำหรับเอมิลี่โดยเฉพาะ แต่ ณ เวลานี้ไม่มีใครอยู่นอกจากทหารลูกน้องของคามิลไม่กี่คนที่อยู่เฝ้าสนาม พวกเขาเห็นรถม้าเคลื่อนผ่านก็ไม่ได้สนใจอะไร เพราะเป็นเรื่องปกติที่จะมีรถม้าวิ่งเข้าออกเมืองอยู่ตลอดเวลาแม้จะเป็นตอนกลางคืนก็ตาม และนี่ทำให้เอมิลี่ไม่โดนจับได้ว่าออกนอกเมืองไป จนกระทั่ง......

 

 

 

ก๊อก ๆ

 

เสียงเคาะประตูห้องนอนใหญ่ดังขึ้นดังเช่นเช้าวันก่อน และเช่นเคยก็ไม่มีวิญญาณดวงใดมาเปิดประตู คามิลจึงถือวิสาสะเปิดเข้าไป แต่คราวนี้เธอพบแต่ความว่างเปล่า เตียงในห้องจัดเก็บเรียบร้อย เมื่อคามิลเห็นดังนั้นก็เกิดอารมณ์โกรธพลุ่งพล่านในทันใดเมื่อเมียเอมิลี่หายตัวไป คามิลรีบสั่งให้ทหารของตนตามหาเอมิลี่ทั่วเมืองโดยเฉพาะในสำนักงานของเคทลิน ร่วมสี่ชั่วโมงก็ไม่มีใครเจอแม้แต่เงาของเอมิลี่เลย และนั่นเหล่าทหารก็รู้ในวินาทีนั้นว่าพวกเขากำลังจะซวย

 

 

 

ที่คฤหาสน์เฟร์รอส มีนะเห็นคามิลลากทหารคนแล้วคนเล่าลงชั้นใต้ดินก็เกิดความสงสัย

 

"คุณย่าเป็นอะไรหรือ?" มีนะถามสาวรับใช้ของตนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ

 

"อ้อ ดิฉันได้ยินว่าคนที่ชื่อเอมิลี่หายตัวไปค่ะ"

 

"เอมิลี่งั้นหรอ..." มีนะนึกถึงหญิงสาวที่เธอสู้ด้วยเมื่อวาน "ผู้หญิงคนนั้นสินะที่ทำให้คุณย่าไม่กลับบ้านกลับช่อง"

 

"ค่ะ" สาวรับใช้ตอบ

 

"เรารีบไปจากที่นี่กันเถอะก่อนที่คุณย่าจะลากเราลงไปข้างล่างนั่น" มีนะเอ่ย ก่อนที่จะรีบหนีออกไปข้างนอกกับสาวรับใช้คนสนิทของตนทันที

 

....

 

ห่างออกไปจากนครพิลโทเวอร์เป็นทางสู่ทะเลทรายชูริม่าที่รายล้อมไปด้วยต้นไม้ ทางสายนี้ไปตามแนวเทือกเขาคูมันกูที่กั้นระหว่างพื้นทวีปชูริม่ากับทะเลตะวันออก ทางนี้ยาวไปจนถึงเขตเริ่มต้นทะเลทรายชูริม่า ตอนนี้ทั้งสี่ชีวิตอยู่ในดินแดนที่ครั้งหนึ่งเคยอยู่ใต้การปกครองของจักรวรรดิชูริม่าอันรุ่งเรืองเมื่อหลายพันปีก่อน ก่อนที่มันจะหายไปกับผืนทรายและพึ่งจะกลับมาได้เมื่อไม่นานมานี้เอง ใช้เวลาอีกประมาณ 2 ชั่วโมงก็เข้าสู่เขตทะเลทราย แต่ไคสะต้องการที่จะกลับบ้านของเธอที่อยู่ลงไปทางใต้อีกจึงต้องมุ่งหน้าลงใต้ ผ่านไป 7 ชั่วโมง ก็เริ่มมีอะไรบางอย่างที่เอซเรียลจำได้แม่นยำชัดเจนปรากฏขึ้นเบื้องหน้า

 

"นี่บ้านเธอหรอ!" เอซเรียลเมื่อได้เห็นสภาพภูมิประเทศของสองข้างทางก็รีบถามทันที

 

"ใช่" ไคสะพยักหน้า "ทำไมอะ?"

 

"นี่พาผมเข้ามาถึงเขตกำเนิดของ Void เลยนะ"

 

"ไม่ต้องกลัวหรอก ไม่มี Void ไหนที่จะมาทำร้ายนายได้"

 

รถม้าหยุดลงหลังจากนั้น เพราะคนขับจะไม่ขับเข้าไปพ้นจากชายแดน ทางต่อจากนี้พวกเขาจึงต้องเดินเข้าไปเอง แต่เท่าที่ทุกคนเห็นตอนนี้ก็ไม่มีสัญญาณของพวก Void แต่อย่างใด (นอกจากไคสะ) เอซเรียลหยิบกระเป๋าของตนมาสะพายไว้ที่หลัง

 

"ไปกันเถอะ!" ไคสะเอ่ยก่อนที่จะจูงมือและพาเอซเรียลไป "บ้าน" ของตน เอมิลี่กับยูมิก็เดินตามหลัง

 

 

16:20 น.

ณ "บ้าน" ของไคสะ หรือจะเรียกให้ถูกคือถ้ำใต้ดิน เธออาศัยอยู่กับแคสซาดิน พ่อของเธอที่หวงเธอมาก พอไคสะเดินมาถึงหน้าประตู พ่อของเธอก็วาร์ปทะลุประตูออกมาในทันที

 

"แกพาใครมาเนี่ย?" เสียงทุ้มใหญ่ของพ่อของไคสะลั่นเข้ามาในโสตประสาทของสองมนุษย์และหนึ่งแมว พร้อมดวงตาที่จ้องเขม็งมาทางพวกเขาโดยเฉพาะเอซเรียล

 

"นี่แฟนหนูเองค่ะ..." ไคสะทำท่าจะแนะนำนักสำรวจหนุ่มผู้นี้ แต่เหมือนว่าจะไม่ต้อง เมื่อแคสซาดินวาร์ปเข้ามาประชิดร่างของนักสำรวจหนุ่มแล้วก็บีบแก้มของเขาด้วยความแค้นใจบางอย่าง

 

"แกคือเอซเรียลสินะ!"

 

"พ่อ!!! ใจเย้นนนน!!!!" ไคสะพยายามดึงแขนซ้ายที่บีบแก้มของนักสำรวจหนุ่มอยู่ ขณะเดียวกันที่มือขวาของแคสซาดินก็มีคมดาบสีแดงปรากฏขึ้น เอซเรียลเห็นคมดาบที่มือขวาก็พยายามสะบัดใบหน้าที่โดนบีบอยู่ เมื่อไม่สำเร็จก็วาร์ปตัวเองออกไปอยู่ด้านหลังของไคสะ

 

"ถุงมือนั่น!" แคสซาดินหันมาสนใจถุงมือสีทองที่อยู่ที่มือซ้ายของเอซเรียล "ไม่ผิดแน่!"

 

เอซเรียลหลับตาปี๋ทันทีที่เห็นว่าแคสซาดินเดินตรงเข้ามา แต่สิ่งที่อีกฝ่ายทำขึ้นเอามือมาจับแขนซ้ายของตนก่อนที่จะใช้กำลังลากเข้าบ้านไป

 

"พ่อ!!!!" ไคสะตะโกนสุดเสียงแต่พ่อของเธอก็ไม่หยุด ตนก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากยืนดูเอซเรียลโดนลากเข้าไปในถ้ำลึก

 

ส่วนเอมิลี่กับยูมิก็ยังงง ๆ ว่าเกิดอะไรขึ้น ก่อนที่ไคสะจะเชิญทั้งสองเข้าไปข้างใน

 

 

ด้านในที่อยู่อาศัยของไคสะก็ตกแต่งเหมือนภายในบ้านของมนุษย์ทั่วไป ก็เพราะครั้งหนึ่งทั้งสองก็เป็นมนุษย์ แต่ด้วยเหตุผลบางประการจึงทำให้พวกเขาต้องเป็นส่วนหนึ่งของ Void แต่ก็ยังมีสติสัมปชัญญะอย่างมนุษย์อยู่ ไคสะให้ทั้งสองนั่งที่บริเวณเก้าอี้รับแขก ส่วนตนก็นั่งลงที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามได้แต่รอให้พ่อพานักสำรวจหนุ่มคนนั้นกลับมา

 

 

ประมาณสิบนาที แคสซาดินก็กลับมาพร้อมกับลากคอเสื้อของเอซเรียลมาด้วย ไคสะที่เห็นก็รีบลุกขึ้นถามทันที

 

"พ่อทำอะไรเขาอะ?"

 

"ไม่มีอะไรหรอก พ่อแค่มีคำถามถามเขาเท่านั้นเอง เขาให้ความร่วมมือก็เลยไม่มีอะไรเกิดขึ้น"

 

แม้ผู้เป็นพ่อจะบอกว่าไม่มีอะไรแต่ตัวเอซเรียลนี่สลบไปแล้ว ไคสะรีบเข้ามาอุ้มร่างนักสำรวจหนุ่มขึ้นแล้วก็อุ้มเข้าห้องนอนทันที ส่วนแคสซาดินก็หันมาทางเอมิลี่และยูมิ

 

"หน้าไม่คุ้นเลยนะ" แคสซาดินพูดกับเอมิลี่ "น่าจะมาจากมิติอื่นสินะ" เอมิลี่ที่ได้ยินคำพูดก็แปลกใจที่เขาดันรู้ที่มาของเธอ

 

"ไม่ต้องทำหน้าแปลกใจไปหรอกนะ" แม้แคสซาดินจะพยายามพูดให้ดูเป็นมนุษย์ แต่เสียงทุ้มต่ำของเขาก็ยังคงชัดเจน "ข้ารับรู้ได้ว่ามีใครบางคนใช้ช่องว่างระหว่างมิติพาพลังงานบางอย่างเข้ามาที่นี่ ก็ไม่นึกว่าจะเป็นเธอ"

 

"แล้วคุณรู้ได้อย่างไรคะ? ว่า..." เอมิลี่ยังไม่ทันจะพูดจบก็ถูกอีกฝ่ายตัดบทและชิงพูดขึ้นต่อ

 

"เรื่องมันยาวน่ะอย่าไปสนใจเลย สนใจแค่ว่าผู้ที่พาเธอมาที่นี่ได้ต้องมีจุดประสงค์แอบแฝงบางอย่างแน่ ๆ"

 

เอมิลี่ก็ฉุกคิดถึงเรื่องมีคนพามาที่นี่ได้ในทันที เพราะเธอจำได้ว่าวินาทีก่อนที่เธอจะถูกพามายังรูนเทอร์ร่ามีแสงสีขาวโอบล้อมตัวเธอ

 

"จะถึงเวลาอาหารเย็นละ แต่ข้าไม่คิดว่าจะมีแขกก็เลยไม่ได้เตรียมอาหารสำหรับมนุษย์อย่างเธอไว้ ต้องขออภัยด้วย"

 

"ไม่เป็นไรค่ะ พวกเรา....จะหาข้าวกินเองค่ะ" เอมิลี่ตอบ

 

"อืม... เจ้าคิดดีแล้วรึที่จะหาข้าวกินเอง แถวนี้เป็นดินแดนของสิ่งมีชีวิตที่อันตรายสำหรับมนุษย์ ก้าวออกไปจากถ้ำนี้ไม่กี่ก้าวก็คงจะโดนพวกมันรุมขย้ำเธอแน่"

 

เอมิลี่นิ่งฟังอย่างตั้งใจพลางคิดตามก็เห็นด้วย จึงนั่งนิ่ง ๆ อยู่กับแมวยูมิ

 

"รอข้าที่นี่ก่อนละกัน ข้าจะหาทางดู"

 

"ขอบคุณค่ะ"

 

 

.....

 

ห่างออกไปนับพันกิโลเมตรจากดินแดนของ Void แห่งนี้ ในทวีปวาโลแรนทางเหนือประกอบไปด้วยสามดินแดนที่สำคัญ อันได้แก่เดมาเซียทางทิศตะวันตก น็อกซัสทางทิศตะวันออก และเฟรลยอร์ดทางทิศเหนือ แต่เดมาเซียนั้นหายไปจากแผนที่มาระยะหนึ่งแล้วและเมืองหลวงเดมาเซียนั้นถูกแทนที่สิ่งก่อสร้างประหลาดที่ไม่มีสถาปนิกคนใดในโลกรูนเทอร์ร่าจะออกแบบและสร้างขึ้นมาได้

 

สิ่งก่อสร้างดังกล่าวนี้แท้ที่จริงเหล่าอันธดาราหรือดาร์กสตาร์ช่วยกันสร้างขึ้นเพื่อเป็นที่พำนักและกักขังลักซ์เพื่อให้เธอได้เก็บเกี่ยวพลังงานของตน สถานที่นี้ไม่อนุญาตให้ใครเข้าไปด้านในทุกคนรวมไปถึงเหล่าดาร์กสตาร์ด้วยกันเองที่ถ้าจะเข้าไปต้องขออนุญาตลักซ์เป็นรายบุคคล วันใดที่ลักซ์ก้าวออกมาจากสถานที่แห่งนี้นั่นก็หมายความว่าเธอพร้อมที่จะเป็นราชินีแห่งความมืดอย่างสมบูรณ์ และจะนำทัพดาร์กสตาร์กวาดล้างทุกสิ่งทุกอย่างยกเว้น....

 

นักสำรวจหนุ่มผมสีทองที่อยู่กับไคสะในเวลานี้

 

 

เวลานี้ขุนพลดาร์กสตาร์คนหนึ่งเข้ามายังดินแดนแห่งนี้เพื่อรายงานข่าวบางอย่างให้แก่ลักซ์ เธอต้องหยุดอยู่หน้าประตูเพื่อทำการขออนุญาตเป็นพิธีก่อน แล้วจึงจะเปิดประตูสิ่งก่อสร้างนี้เข้าไปได้

 

ด้านในสิ่งก่อสร้างกลับเป็นความว่างเปล่าอันประมาณมิได้ ไกลออกไปมีหญิงสาวผมสีทองหลับตาพริ้มอยู่กลางความว่างเปล่านั้น เธอคือลักซ์ อดีตพลเมืองแห่งเดมาเซีย ขุนพลสาวผู้นั้นค่อย ๆ ย่างก้าวเข้าไปใกล้ร่างของว่าที่ราชินีที่หลับใหลอยู่ เมื่อเข้ามาได้ระยะประมาณหนึ่งก็หยุดลงและรายงานเรื่องที่ตนนำมา

 

....

 

สองทุ่มวันเดียวกัน เอซเรียลตื่นขึ้นบนเตียงนอนหินของไคสะ แต่เจ้าของห้องนั้นไม่อยู่เพราะออกไปหาข้าวให้แขก (ก็คือเอซเรียล เอมิลี่ และยูมิ) ก็เลยนอนลงต่อก่อนที่สักพักจะลุกพรวดขึ้นมาเมื่อนึกได้ว่าตนมีเรื่องที่จะต้องทำ เอซเรียนลุกขึ้นจากเตียงและไปเปิดประตูห้องแต่มันกลับเปิดไม่ได้

 

ปัง! ปัง!

"มีใครอยู่ข้างนอกมั้ย!!!" เอซเรียลตะโกนเรียกหาเอมิลี่ที่นั่งอยู่ข้างนอก เอมิลี่ได้ยินเสียงตะโกนและทุบประตูก็เดินมาเปิดประตูห้อง

 

"เป็นอะไรอะ?"

 

"อ้าว ห้องไม่ได้ล็อกหรอ"

 

"ก็เปล่านิ"

 

"ทำไมผมเปิดไม่ได้?" เอซเรียลเกิดความสงสัย แต่เอมิลี่ยักไหล่สองข้างด้วยความไม่รู้ก่อนที่จะกลับไปนั่งกับยูมิ

 

 

"เขาทำอะไรนายอะ" ยูมิถามหลังจากที่เอมิลี่นั่งลง

 

"เขาก็ถามเรื่องเกี่ยวกับถุงมือนี่" เอซเรียลชี้ไปที่แขนซ้ายของตนที่มีถุงมือสีทอง "และเหมือนจะเอาอะไรบางอย่างให้กินด้วย"

 

"หือ?" ยูมิร้องขึ้น แต่ไม่ทันที่เจ้าแมวจะได้ถามต่อแคสซาดินก็กลับมา

 

"ทุกคนออกมาดูนี่สิ" แคสซาดินเอ่ยปากชวนทุกคนที่อยู่ข้างในถ้ำให้ออกมาดูดาว เอมิลี่ก็ลุกขึ้นเดินไปเป็นคนแรก ตามด้วยยูมิ และสุดท้ายก็เป็นเอซเรียล

 

ทั้งสี่ชีวิตเงยหน้ามองท้องฟ้าอันมืดมิดยามค่ำคืนที่ครั้งหนึ่งเคยมีดาวเต็มท้องฟ้า แต่บัดนี้เหลือเพียงไม่กี่ดวงเท่านั้น บางดวงก็ช่างริบหรี่เสียเหลือเกิน

 

"อีกไม่นาน...." แคสซาดินพึมพำขึ้นมาขณะกวาดสายตามองท้องฟ้า "คืนนี้อาจจะเป็นคืนสุดท้ายที่เราจะเห็นดาวบนท้องฟ้าก็ได้นะ"

 

"ทำไมล่ะคะ?" เอมิลี่ถาม แคสซาดินก็หันลงมาตอบ

 

"ราชินีแห่งความมืดตัวจริงจะถือกำเนิดขึ้นในอีกไม่นาน เมื่อถึงวันนั้นดวงดาวบนท้องฟ้าจะหายไปจนหมดสิ้น..."

 

แผ่นฟ้าเดียวกัน แต่ผู้ตีความต่างกัน ก็ย่อมได้คำทำนายที่ต่างกัน.... นิดหน่อย

 

"อีกสี่วัน..." เทรช ผู้นำดาร์กสตาร์คนปัจจุบันยืนดูดาวที่ริบหรี่ดวงหนึ่งบนท้องฟ้า ด้านหลังของเขาคือขุนพลสาวดาร์กสตาร์อีกคน

 

"แล้วเราควรทำอย่างไรดีเกี่ยวกับ เขา" หญิงสาวด้านหลังเอ่ยขึ้น เทรชก็หันมาคุยด้วย

 

"นั่นสินะ... เจ้ากับคาร์ม่าก็ลองไปที่แห่งนั้นดูสิ ที่นั่นมีคอสมิกหนึ่งคน ถ้าเจ้าฆ่าได้ก็จะดีมาก"

 

"ค่ะ" ขุนพลสาวโค้งคำนับเทรชหนึ่งครั้ง ก่อนที่จะหายตัวไป

 

....

 

ไคสะกลับมาจากการหาข้าวปลาให้แขกของตนพอดีกับตอนที่ทุกคนยืนมองท้องฟ้า จึงเดินเข้ามาถาม

 

"ดูอะไรกันอะ?"

 

"พ่อแค่ให้พวกเขาดูดาวเท่านั้นเอง และกำลังจะเข้าบ้านแล้ว" แคสซาดินพูดจบก็พาทุกคนเข้าบ้าน

 

คืนแรกผ่านไปในทะเลทรายชูริม่า หลังมื้ออาหารเอซเรียลถูกบังคับให้ไปนอนกับไคสะ ส่วนเอมิลี่กับยูมิก็นอนข้างนอกและเนื่องจากไม่มีแม้แต่ที่นอน เอมิลี่ก็ต้องนอนลงกับพื้นถ้ำแข็ง ๆ

 

 

5 มกราคม

แคสซาดินตื่นแต่เช้าเพื่อมาคุยกับเอมิลี่ เขาออกมาจากห้องนอนเห็นเอมิลี่นอนหลับอยู่บนพื้นก็รู้สึกผิดแทนที่เขาไม่หาที่หลับที่นอนให้แขกดี ๆ พอเขาสะบัดความรู้สึกผิดเล็ก ๆ นี้ออกไปได้เขาก็เดินไปปลุกเอมิลี่

 

เอมิลี่กับแคสซาดินเดินออกจากถ้ำไปยืนคุยอยู่ที่เดิมที่ดูดาว

 

"เธอคือความหวังเดียวของเราที่จะหยุดราชินีแห่งดาร์กสตาร์" แคสซาดินเอ่ยกับเอมิลี่ที่ยังไม่ตื่นดี "อีกไม่นานพวกมันก็จะมาสังหารข้าแล้ว"

 

เอมิลี่ยืนฟังเงียบ ๆ แคสซาดินก็พูดต่ออีกหนึ่งประโยค

 

"ฝากด้วยล่ะ"

 

เอมิลี่ก็ไม่เข้าใจในคำพูดของชาย Void ผู้นี้อยู่ดี เธอมองแคสซาดินที่เดินกลับเข้าไปข้างในปล้วสักพักตนเองก็เดินตามเข้าไป

 

แคสซาดินเข้ามาในห้องนอนของลูกสาวตัวเองก็พบว่าทั้งเอซเรียลและไคสะยังนอนอยู่ เอซเรียลนอนอยู่บนพื้นหินด้านล่างส่วนไคสะเจ้าของห้องของนอนอยู่บนส่วนที่เป็น "เตียง" ซึ่งเป็นแค่หินที่เป็นเนินขึ้นมาเท่านั้นเองแล้วก็ปูผ้าไว้เป็นที่นอน แคสซาดินเดินไปหาเอซเรียลแล้วก็เขย่าตัวปลุกเขาให้ตื่น

 

"เรามีเรื่องต้องคุยกัน" แคสซาดินพยายามพูดด้วยเสียงที่ไม่ดังมากเพื่อไม่ให้ลูกสาวตื่น ก่อนที่จะลุกขึ้นยืนแล้วออกจากห้องไป

 

เอซเรียลยังคงสะลืมสะลืออยู่ขณะที่แคสซาดินเดินออกจากห้องไปแล้ว เขานั่งตั้งสติอยู่สักพักก่อนที่จะลุกขึ้นและเดินตามพ่อไคสะไปยังที่ทั้งสองเคยไปเมื่อวาน

 

 

"มีอะไรครับ?" ชายหนุ่มเอ่ยถามชาย (ที่น่าจะแก่) ที่อยู่ตรงหน้าแต่หันเข้าหากำแพงถ้ำ

 

"ฝากดูแลไคสะด้วย"

 

"ครับ?" ชายหนุ่มไม่เข้าใจในคำขอของอีกฝ่าย

 

"ต้องให้พูดซ้ำอีกรึไงกัน?"

 

"คือผมแค่อยากรู้เหตุผล..."

 

"เอาน่า ไคสะติดนายมากกว่าพ่อตัวเองซะอีก" แคสซาดินหันมาหาเอซเรียลพร้อมกับเดินเข้ามาให้อะไรบางอย่างใส่มือของชายหนุ่ม

 

"สิ่งนี้จะช่วยให้นายรอดจากลักซ์ได้ แต่แค่ไม่กี่ครั้งหรอกนะ"

 

เอซเรียลแบมือตนเองดูสิ่งที่แคสซาดินให้มา ซึ่งเป็นจี้สร้อยคอรูปดาวสีขาว

 

"ทางถ้ำนี่จะพานายกลับไปยังชูริม่าได้ แต่เดินไกลหน่อยนะ" แคสซาดินชี้เข้าไปในความมืดที่อยู่ลึกเข้าไปในถ้ำอีก "นายไม่ต้องกลัวหลง เพราะไคสะรู้ทางในนี้ดี"

 

"ครับ" เอซเรียลพยักหน้าพร้อมกับรับปากจะดูแลไคสะแทน ก่อนที่แคสซาดินจะไล่ให้เขากลับไป

 

เอซเรียลเดินกลับมาก็เห็นเอมิลี่นั่งอยู่ เอมิลี่หันมามอง ชายหนุ่มก็ยิ้มให้เป็นการทักทาย เอมิลี่ยิ้มและพยักหน้าตอบแล้วก็ถาม

 

"แล้วเราจะไปไหนกันต่อ?"

 

"เอ้อ! ลืมเลยว่าผมจะมาหาแร่สีดำประหลาด ๆ นั่น" เอซเรียลนึกได้ก็เดินเข้าห้องไคสะไปหยิบกระเป๋าออกมาเตรียมจะออกเดินทาง

 

ทันใดนั้นเอมิลี่ได้ยินเสียงฝีเท้าใครบางคนจากปากถ้ำ เนื่องจากถ้ำค่อนข้างเงียบ เสียงจึงเดินทางผ่านพื้นถ้ำมาและได้ยินง่าย พอดีกับแคสซาดินเดินมาจากอีกทาง เขาก็ได้ยินเสียงเหมือนกัน

 

"เข้าไปปลุกไคสะซะ คงต้องไปกันเดี๋ยวนี้แล้ว" แคสซาดินสั่ง ก่อนที่เอมิลี่จะเป็นฝ่ายวิ่งเข้าไปปลุกไคสะในห้อง พอดีกับเจ้าของฝีเท้าเดินมาถึงพอดี

 

"อยู่ที่นี่เอง!" หญิงสาวคนหนึ่งเอ่ยขึ้น เธอมากับหญิงสาวอีกคนและอีกหนึ่ง Void "ส่งตัวเขามาซะดี ๆ"

 

"ขนมารุมกันแบบนี้ต้องกากมากแน่ ๆ" แคสซาดินพูดเย้ยทั้งสาม

 

"หุบปาก!" Void นามว่าคา'ซิกซ์ที่รับพลังแห่งดาร์กสตาร์เข้าไป

 

"แค่แมวในป่ายังฆ่าไม่ได้ยังจะคิดไปร่วมพวกดาร์กสตาร์อีก ก็เป็นได้แค่ขี้ข้าเขา!"

 

"หนอย!" คา'ซิกซ์ทนกับคำดูถูกไม่ได้ก็หมายจะกระโจนใส่เพื่อปลิดชีพด้วยกงเล็บอันแหลมคม แคสซาดินใช้คมดาบสีแดงที่อยู่ที่แขนขวาของเขาขึ้นรับกงเล็บ แล้วคมดาบนั้นก็เปลี่ยนเป็นสีฟ้า

 

 

"พ่อ!" ไคสะวิ่งออกมาจากห้องพอดีกับเห็นว่ากำลังสู้กับคา'ซิกซ์

 

"หนีไปซะ" แคสซาดินเอ่ยก่อนที่จะใช้แรงผลักเจ้า Void คล้ายแมลงออกไป

 

"หนูจะช่วยพ่อ!"

 

"บอกให้ไปก็ไปสิ! เชื่อพ่อ" แคสซาดินส่งสายตาดุให้ลูกสาว ขณะที่แขนขวาของตนก็รับการโจมตีจากคา'ซิกซ์ ไคสะนิ่งได้วินาทีหนึ่งก็วิ่งเข้าไปยังทางมืดด้านหลังแคสซาดินพร้อมกับเอมิลี่และเอซเรียล

 

ยูมินอนหลับอยู่บนพื้นฝั่งใกล้กับดาร์กสตาร์คนหนึ่งโดยที่ไม่มีใครสังเกตเลย เอมิลี่วิ่งกลับมาอุ้มท่ามกลางสายตาของทุกคนที่ยืนนิ่งและจ้องมาทางเอมิลี่กับแมวยูมิ โดยไม่มีใครคิดจะขวางแม้แต่น้อยจนกระทั่งเอมิลี่วิ่งไปแล้ว

 

"ยืนทำบ้าอะไรอยู่ล่ะ!" ขุนพลดาร์กสตาร์ด้านหลังสั่งคา'ซิกซ์ "ตามมันไปสิ!"

 

แต่แคสซาดินก็ขวางไว้ด้วยคมดาบสีฟ้า

 

"ผ่านศพฉันไปก่อนสิ"

 

 

ทางในถ้ำด้านหลังนี้ไคสะรู้จักดีเพราะมักใช้แอบหนีเที่ยวและตระเวนไล่ล่าพวก Void ที่คิดจะไปข้างนอก ไคสะจึงเป็นคนนำทางให้แก่สามชีวิตที่เหลือที่วิ่งหน้าตั้ง วิ่งได้ไม่กี่นาที เอซเรียลก็เริ่มเหนื่อย จึงเปลี่ยนเป็นเดินแทน

 

"ขี่หลังฉันดีกว่านะ" ไคสะเดินเข้ามาย่อเข่าลง เอซเรียลพยายามปฏิเสธแต่ฝ่ายหญิงก็ยังคงคะยั้นคะยอให้เขาขึ้นขี่หลัง เอซเรียลก็ขึ้นขี่หลังไคสะ ก่อนที่จะออกวิ่งต่อพร้อมกับเอมิลี่และยูมิที่เกาะตัวเอมิลี่อยู่

 

 

สองชั่วโมงก็วิ่งมาถึงโถงใหญ่ในถ้ำ ทุกคนจึงตัดสินใจพักและอีกอย่างคงหนีมาไกลมากแล้วจากพวกดาร์กสตาร์

 

"เกิดอะไรขึ้นล่ะเนี่ย" ไคสะถามถึงสิ่งที่เกิดขึ้นที่บ้านตน

 

"มีคนจะมาฆ่าพ่อของเธอน่ะ" เอมิลี่ตอบ ไคสะก็เบิกตากว้างด้วยความตกใจ

 

"งั้นฉันจะกลับไปช่วยพ่อ" เอซเรียลเห็นไคสะทำท่าจะย้อนกลับไปก็จับแขนไว้

 

"อย่ากลับไปเลยครับ พ่อของคุณคงจะโกรธ"

 

"แต่..."

 

"พ่อของคุณให้คุณมาอยู่กับผม" เอซเรียลเอ่ย ไคสะที่ได้ยินก็ชะงักไปก่อนที่จะเดินกลับมานั่งลงข้างเขา

 

"งั้นฉันก็ไปอยู่บ้านนายได้แล้วสิ!" ไคสะดูจะไม่เสียใจเท่าไรนัก แถมกลับดีใจเสียด้วยซ้ำ "นายจะปกป้องฉันใช่ไหม?"

 

"เมื่อกี้ไคสะยังต้องแบกนายเลยไม่ใช่หรือไงเล่า" ยูมิชิงพูดแทรกขึ้นมาทำให้เอซเรียลนิ่งเป็นหินทันทีพร้อมกับรู้สึกอายนิด ๆ ทันใดนั้นไคสะก็อ่อนปวกเปียกลงซบไหล่ชายหนุ่มทันที

 

"อุ้มหน่อย!"

 

"เราจะไปกันเลยหรือครับ"

 

"ช่ายยยยย" ไคสะเอ่ยด้วยรอยยิ้ม เอซเรียลก็ให้ไคสะขึ้นขี่หลังตนแทนการอุ้ม แล้วก็ออกเดินทางต่อ แต่คราวนี้ไม่ต้องวิ่งแล้ว เดินไปเรื่อย ๆ ก็ได้

 

 

ถ้ำใต้ดินนั้นใหญ่มาก กินพื้นที่ไปเกือบทั่วทั้งชูริม่า ถ้าเกิดหลงอยู่ภายในนั้นก็มีโอกาสที่จะไม่ได้กลับออกมาอีก อีกทั้งทางออกก็ไม่ได้มีทั่วไปในทะเลทราย ทั้งสี่ชีวิตใช้เวลาเดินอยู่ในถ้ำนั้นนานเกือบสิบชั่วโมงจึงจะมาถึงทางออกที่ต้องการ โชคดีที่ในกระเป๋าของเอซเรียลมีอาหารสำเร็จรูปและน้ำอยู่ด้วย จึงพอประทังชีวิตไปได้บ้าง แต่ถึงแม้จะมาถึงปากถ้ำทางออกแล้ว พวกเขาก็ตัดสินใจที่จะอยู่ในถ้ำนั้นอีกหนึ่งคืน เพราะเป็นตอนเย็นพอดี เช้าวันรุ่งขึ้นพวกเขาจึงจะออกเดินทางต่อไปในทะเลทรายเพื่อตามหาแร่สีดำต่อไป

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

17 ความคิดเห็น

  1. #10 แมวน้ำ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2563 / 19:59

    ชอบมากเลยครับ.

    สนุกมากเลย

    #10
    0