[RoV x LoL] Beyond the Boundary

ตอนที่ 8 : บุตรีแห่งห้วงว่าง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 39
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    29 เม.ย. 63

 

6: Tyhjyyden Tytär

กลับมาที่ห้องนอนของเอซเรียล ขณะที่คามิลกำลังนั่งอ่านหนังสืออย่างเพลิดเพลินนั้นก็รู้สึกแปลก ๆ จากตัวเอมิลี่ จึงวางหนังสือลงและเริ่มสำรวจตัวเธออีกครั้ง

 

"ไข้ขึ้นรึ?" คามิลวางมือลงบนหน้าผากของเอมิลี่กับรู้สึกได้ถึงความร้อนที่แผ่ออกมา จึงลุกขึ้นจากเตียงและเดินออกจากห้องไปหาอุปกรณ์สำหรับเช็ดตัว คามิลไม่เคยต้องมาดูแลใครเช่นนี้เลย

 

ห้านาทีหลังจากนั้นคามิลก็กลับมาพร้อมกับผ้าชุบน้ำในมือ พอเดินมาถึงเตียงก็ยกผ้าห่มออกและเริ่มเช็ดตัวให้

 

"ทำไมข้าจะต้องมาดูแลเจ้าด้วยเนี่ย!" คามิลบ่น แต่มือก็ยังเช็ดตัวให้ จนพอประมาณก็ถอยออกมา คลุมผ้าห่มให้นางอีกครั้ง แล้วก็เดินเอาผ้ากลับไปไว้ที่ห้องครัวด้านล่าง เอซเรียลกับยูมิก็กลับมาพอดี

 

 

 

"กลับมากันแล้วหรือ? เป็นไงบ้าง?" คามิลเอ่ยถามชายหนุ่มผมทองเจ้าของบ้านที่เหนื่อยล้าจากการวิ่ง

 

"ก็...." เอซเรียลเว้นช่วงหอบ

 

"พักก่อนก็ได้นะ"

 

เอซเรียลนั่งลงตรงหน้าประตู ส่วนยูมิก็เด้งออกมา

 

"เราได้ข้อมูลว่า พลังงานมืดนั้นมาจากพวกอันธดารา" ยูมิเป็นฝ่ายเล่าแทน "ระหว่างทางกลับก็โดนหนึ่งในพวกมันโจมตีด้วย"

 

"อืม... ข้าจะเก็บข้อมูลนี้ไปคิดต่อละกัน" คามิลดูไม่ค่อยจะสนใจเท่าไหร่นัก แต่ก็ตอบไปอย่างนั้นเพื่อทำให้พวกเขาเลิกพูดต่อ

 

เอซเรียลนั่งพักจนหายเหนื่อยก็เดินเข้าไปในห้องครัวเพื่อหาอะไรกิน ส่วนยูมิก็ขึ้นไปหาเอมิลี่ที่ชั้นสองพร้อมกับคามิล

 

"เอมิลี่เป็นไงบ้าง" ยูมิถามคามิลที่ทำเป็นนิ่ง ๆ

 

"ก็ปกติดี" นางเลี่ยงที่จะไม่บอกว่าเอมิลี่อยู่ดี ๆ ก็ไข้ขึ้น "ไม่ต้องเป็นห่วงหรอก อยู่กับข้าไม่มีใครเข้ามาทำร้ายนางได้"

 

"ขอตัวนอนก่อนนะ" ยูมิลอยไปที่มุมห้องฝั่งหนึ่ง แล้วก็ขดตัวลงนอนบนหนังสืออย่างแมวบ้านทั่ว ๆ ไป คามิลก็นั่งลงอ่านหนังสือข้างเอมิลี่ต่อ

 

ส่วนเอซเรียลนั้นก็ต้องปูที่นอนนอนบนพื้นเอา จะขึ้นไปนอนกับหญิงสาวก็กระไรอยู่สำหรับเขาอะนะ คามิลนั้นก็นั่งอ่านหนังสือไปเรื่อย ๆ จนเกือบ ๆ ตีสองจึงเอาหนังสือวางลงที่พื้น แล้วเอนตัวลงนอนบนเตียงนั้นเป็นการฟื้นฟูพลังงานให้ตนเอง...

 

 

เช้าวันต่อมา: 2 มกราคม

เอมิลี่ตื่นเป็นคนแรกของบ้าน เธอตกใจเล็กน้อยที่คามิลนอนอยู่ข้าง ๆ แต่แค่ขยับตัวนิดเดียวก็ทำให้คามิลตื่นแล้ว

 

"ตื่นแล้วรึ" คามิลตื่นขึ้นมาก็ทักทายเอมิลี่ก่อนเลย แล้วก็ลุกขึ้นจากเตียง

 

"ยังรู้สึกเจ็บแผลอยู่มั้ย" เอมิลี่ส่ายหน้าให้เป็นคำตอบ คามิลไม่พูดอะไรต่อแล้วก็เดินเข้าห้องน้ำไป

 

เอมิลี่ในชุดชั้นในพยายามลุกขึ้นจากเตียง แต่พอรู้ว่าตนถอดเสื้ออยู่ก็รีบมุดกลับเข้าใต้ผ้าห่มทันที จนคามิลกลับออกมาจากห้องน้ำ

 

"ยังลุกไม่ได้หรือไง?" คามิลถามพร้อมกับเดินเข้ามาใกล้เตียง

 

"คือ.... เสื้อ..." เอมิลี่พูดตกุกตะกักด้วยความอายนิด ๆ แต่คามิลก็เข้าใจในทันที

 

"อ้อ เดี๋ยวข้าหาตัวใหม่มาให้ ระหว่างนี้เจ้าก็ใส่ตัวเก่าไปก่อนเถอะ มันอยู่บนพื้น"

 

เอมิลี่ชะโงกหน้าลงไปเห็นเสื้อสีเทาของตนก็รีบคว้าขึ้นมาแล้วสวมใส่โดยไม่รอช้า

 

"ข้าว่าข้าพาเจ้าไปซื้อเสื้อตัวใหม่ด้วยดีกว่า ข้าจะได้พาเจ้าเดินชมเมืองด้วย"

 

เอมิลี่พยักหน้าไม่พูดอะไรและเดินตามคามิลไป

 

 

คามิลพาเอมิลี่มายังร้านขายเสื้อผ้าที่โด่งดังที่สุดแห่งหนึ่งของพิลโทเวอร์ นั่นก็คือร้าน Zalie's Expeditionary Outfitters Haberdashery ตั้งอยู่บนถนนแซฟไฟไลต์โรว์ห่างจากบ้านของเอซเรียลไม่ไกลนัก ปกติจะมีคนมากมายเดินผ่านถนนเส้นนี้ แต่พอคามิลมา เธอก็สามารถเดินผ่านได้อย่างสบายเพราะทุกคนหลีกทางให้ ใครที่ยืนขวางก็จะถูกจ้องด้วยสายตานักฆ่าของเธอ จนกระทั่งมาเข้าไปในร้านขายเสื้อ

 

"ยินดีต้อนรับค่ะ" พนักงานสาวคนหนึ่งออกมาต้อนรับคามิล

 

"พอจะมีเสื้อสำหรับหญิงผู้นี้หรือไม่" คามิลเอ่ยแล้วก็ผายมือมาที่เอมิลี่

 

"ขอตัวคุณผู้หญิงคนนี้มาวัดขนาดตัวก่อนนะคะ"

 

เอมิลี่เดินไปกับพนักงานคนนั้น คามิลก็หาที่นั่งพักในร้าน และชะโงกหน้ามองดูเอมิลี่เป็นระยะ ๆ จนกระทั่งนางกลับมาด้วยเสื้อสีคล้าย ๆ กับเสื้อที่เธอใส่ครั้งสมัยอยู่ในองค์กร Shadow's Hand เป็นเสื้อคอกลมสีน้ำเงินและมีรูปเปลวไฟอยู่ตรงกลางเสื้อ

 

"พอใจเจ้าแล้วสินะ" คามิลเอ่ย พอเอมิลี่พยักหน้าตอบก็เดินไปที่เคาน์เตอร์จ่ายเงินที่มีอุปกรณ์แปลก ๆ วางอยู่

 

"จะจ่ายยังไงคะ?" พนักงานสาวคนเดิมวิ่งมาที่เคาน์เตอร์ คามิลยกแขนของตนขึ้นมาเพื่อให้พนักงานคนนั้นเห็นกำไลข้อมือที่คล้าย ๆ กับของเอมิลี่ ก่อนที่จะเอากำไลนั้นไปแตะอุปกรณ์ที่น่าจะเป็นเครื่องอ่าน แล้วก็เป็นอันเสร็จสิ้น

 

 

"ขอบคุณที่ใช้บริการค่ะ"

 

เอมิลี่เปลี่ยนไปสวมเสื้อตัวนั้นเลย และเดินออกมาจากร้านนั้นด้วยความมั่นใจมากขึ้น แม้ว่าจะยังคงใส่เสื้อแปลก ๆ จากชาวเมืองคนอิื่น ๆ เพราะเสื้อตัวนี้นั้น "บังเอิญ" มาอยู่ในร้านนี้พอดี

 

"อยากได้อะไรอีกรึเปล่า" คามิลถามเอมิลี่ขณะยังยืนอยู่หน้าร้าน เอมิลี่จะหันมาปฏิเสธแต่คามิลก็ชิงพูดขึ้นมาก่อน

 

"ไม่ต้องมาเกรงใจข้าหรอกนะ ถึงเจ้าจะปฏิเสธข้า แต่ข้าก็จะพาเจ้าไปซื้อของอยู่ดี" คามิลพูดจบก็เดินนำหน้าไป

 

 

เอมิลี่ที่เดินตามหลังคามิลต้อย ๆ เรียกความสนใจแก่บรรดาชาวบ้านที่อยู่แถวนั้น เพราะปกติคนที่จะเดินตามหลังคามิลเป็นทหารลูกน้องของตน แต่แม้คนจะมองมากเท่าใด คามิลก็ไม่ได้สนใจแม้แต่น้อย

 

จนมาถึงหน้าร้านอีกแห่งหนึ่ง...

 

 

"ของที่ข้าสั่งอยู่ไหน?" คามิลเปิดประตูร้านเข้าไปก็ทำท่าข่มขู่ใส่เจ้าของร้านทันที

 

"เสร็จเรียบร้อยแล้วครับ" เจ้าของร้านก้มลงไปอุ้มกล่องเหล็กรูปร่างประหลาดขึ้นมา ก่อนที่จะใช้กุญแจที่ทำด้วยวัสดุเดียวกับกล่องเปิดกล่องนั้น ข้างในเป็นเกราะขาพร้อมใบมีดสองชิ้น คามิลหยิบขึ้นมาตรวจสอบดู ก่อนที่จะวางคืนลงไป

 

"ข้าสั่งทำสิ่งนี้ให้เจ้า เพราะเจ้าคงจะถนัดในการใช้ขาต่อสู้มากกว่า" คามิลหันมาเอ่ยกับเอมิลี่ ก่อนที่จะหันไปหาเจ้าของร้าน

 

"ลองติดกับขานางผู้นี้ดู" เจ้าของร้านพยักหน้าก่อนที่จะหันมาเรียกเอมิลี่ พลางผายมือไปที่ที่นั่ง

 

"เชิญครับ"

 

เจ้าของร้านนำเกราะขาชิ้นนั้นมาประกอบเข้ากับขาของเอมิลี่ได้อย่างพอดี แน่นอนว่ามันบังเอิญ พอสวมเสร็จ เจ้าของร้านก็ถอยให้เอมิลี่ลองลุกขึ้นแล้วเตะใส่อากาศในร้าน นางดูดีใจนิด ๆ คามิลที่ยืนดูอยู่ก็แอบยิ้มนิด ๆ

 

"ขอบคุณที่ใช้บริการร้านของผมนะครับ"

 

เจ้าของร้านขอบคุณเป็นปกติที่ลูกค้าเข้ามาใช้บริการ คามิลหันมามองเอมิลี่ที่ยังดูตื่นเต้นกับอาวุธชิ้นใหม่ แล้วก็เดินออกไป

 

คามิลพาเอมิลี่ไปกินข้าวที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง เสร็จแล้วก็พาเดินอ้อมโลกเพื่อชื่นชมในสถาปัตยกรรมอันเป็นเอกลักษณ์ของนครพิลโทเวอร์ ก่อนที่จะพากลับมาที่บ้านเอซเรียลในตอนเย็น แต่ระหว่างทางกลับนั้นเอมิลี่ก็ไปสะดุดตากับหนังสือเล่มหนึ่งที่วางโชว์อยู่ในร้านหนังสือ ก็รีบวิ่งเข้าไปในร้านทันที

 

"เจ้าสนใจหนังสือเล่มนี้รึ?" คามิลถามหญิงสาวผมเงินตรงหน้าที่ใจจดใจจ่อกับการพลิกดูเนื้อหาภายในหนังสือเล่มนั้น

 

"นี่แหละคือสิ่งที่ข้าอยากได้ ซื้อให้หน่อยสิ" เป็นครั้งแรกที่เอมิลี่ขอให้คามิลซื้อของให้ หลังจากที่ทำตัวเงียบอยู่นาน

 

"ไม่มีปัญหา..." คามิลมองหาคนขายที่จัดหนังสืออยู่ในร้าน แล้วก็กวักมือเรียกมา

 

"มีอะไรหรือครับ?"

 

"หนังสือเล่มนี้ราคาเท่าไหร่" คามิลถามราคา พลางชี้ไปที่หนังสือที่เอมิลี่ถืออยู่

 

"อ้อ...." คนขายมองหนังสือเล่มนั้นก่อนที่จะเงียบไป

 

"ตอบมาสิ!" คามิลเค้นคำตอบจากคนขายที่อ้ำอึ้งอยู่ไม่ยอมพูด

 

"คือว่า...." คนขายเริ่มเหงื่อไหลเป็นสายน้ำเมื่อโดนกดดัน "หนังสือเล่มนี้ไม่ได้มีไว้ขายนะครับ"

 

"หืม?" สีหน้าของคามิลตอนนี้แสดงถึงความไม่พอใจต่อคนขาย "งั้นข้าจะซื้อร้านนี้ละกัน"

 

"ไม่ได้นะครับ! แล้วผมจะทำมาหากินยังไง..."

 

"เลือกเอาว่าจะขายหนังสือเล่มนี้หรือขายร้านนี้ ข้าให้เวลาสิบวินาที ถ้าเจ้าไม่ตอบข้าจะซื้อทั้งหนังสือและร้านตอนนี้"

 

คนขายถึงกับหน้าซีดไปในทันทีที่ได้ยินว่าคามิลจะซื้อร้าน

 

"เหลืออีก 5 วินาที..."

 

"ก็ได้ครับ! ผมขายหนังสือเล่มนี้ก็ได้" คนขายรีบตอบในทันทีด้วยความหวาดกลัว

 

คามิลจ่ายด้วยวิธีเดิมกับที่จ่ายในร้านเสื้อผ้า คือใช้กำไลข้อมือของตนแตะเข้ากับเครื่องอ่านเพื่อชำระเงิน และแถมให้ทิปเล็กน้อยเป็นค่าทำให้หวาดกลัว

 

"ขอข้าดูหนังสือหน่อย" คามิลยื่นมือมาขอหนังสือ เอมิลี่ก็ยื่นให้ดู

 

Ύμνος εις την Ελευθερίαν

"เพลงสดุดีแด่เสรีภาพ"

 

"อืม.... เจ้านี่อ่านหนังสือแปลก ๆ นะเนี่ย" คามิลดูแค่หน้าปกแล้วก็ส่งคืนให้เอมิลี่ ก่อนที่จะพากันเดินออกจากร้านหนังสือนั้นและตรงกลับบ้านเอซเรียล

 

บ้านของเอซเรียล

"พรุ่งนี้เราจะมาฝึกใช้อาวุธใหม่ชิ้นนี้กัน" คามิลเอ่ยกับเอมิลี่ขณะกำลังจะก้าวเข้าในเขตคฤหาสน์ของเอซเรียล

 

"วันนี้พักผ่อนให้เต็มที่ เจ้ายังต้องฝึกอีกมาก มิเช่นนั้นเจ้าสู้กับคนที่จะมาปองร้ายเจ้าไม่ได้หรอก"

 

เอมิลี่พยักหน้าสองสามทีแล้วทั้งคู่ก็เดินเข้าไปข้างใน

 

 

"โอ้ ไปไหนกันมาครับเนี่ย!" เมื่อเข้ามาก็เจอกับเอซเรียลที่เดินเล่นอยู่พอดี พอเห็นทั้งสองก็ปรี่เข้ามาถาม

 

"แค่พาหญิงสาวผู้นี้ไปเดินชมเมืองมาน่ะ" คามิลตอบแล้วก็เดินผ่านตัวคนถามไป ชายหนุ่มก็ได้แต่มองตามก่อนที่จะเดินไปห้องทำงานของตน

 

เอมิลี่รีบขึ้นห้องไปอาบน้ำทันที เพราะตอนเช้าก็ไม่ได้อาบน้ำ แต่ก่อนที่จะอาบก็ต้องถอดเกราะขาก่อน ไม่งั้นคงจะดูแปลก ๆ พออาบเสร็จก็สวมชุดเดิมออกมานั่งอยู่บนเตียง

 

"เริ่มจะชินกับการใช้ชีวิตที่นี่แล้วสินะ" ยูมิโผล่มาจากใต้เตียง ทำเอาหญิงสาวบนเตียงตกใจ

 

"ตกใจหมดเลย!"

 

"ฉันว่าอีกไม่นานเธอก็คงจะลืมบ้านเกิดของเธอแล้วล่ะ"

 

"ถึงจะอย่างนั้น แต่ข้าก็ลืมไม่ได้หรอกนะ ยังมีอีกหลายอย่างที่ข้าต้องทำ"

 

"หืมมมม" ยูมิส่งเสียงร้องออกมาด้วยความแปลกใจ แต่ก็ไม่ถามอะไรต่อและโดดขึ้นไปบนหนังสือ "ข้าไปหาเอซเรียลละ พักผ่อนเถอะ"

 

ยูมิค่อย ๆ ลอยออกไปจากห้องด้วยหนังสือตน เหลือแต่เอมิลี่เพียงผู้เดียวในห้อง แต่เธอยังไม่รู้สึกง่วงจึงลุกจากเตียงและไปยืนที่ริมหน้าต่าง ด้านล่างเป็นสนามหญ้าที่เธอเคยไปนั่งเล่นกับยูมิเมื่อวาน มีคามิลนั่งอยู่บนพื้นหญ้า เอมิลี่มองได้ไม่กี่นาที หญิงสาวขาเหล็กด้านล่างก็รู้ตัวและโดดขึ้นมาที่ระเบียง

 

"เจ้าแอบมองข้ารึ?"

 

เอมิลี่รีบถอยห่างจากหน้าต่างขณะที่คามิลเปิดหน้าต่างและกระโดดเข้ามา

 

"ข้าแค่จะชมวิวเล่นเท่านั้นเอง ไม่ได้จงใจจะมองใคร"

 

"จริงรึ?" คามิลยิ้มเล็ก ๆ ที่มุมปาก "แต่เจ้ามองลงมาหาข้านะ"

 

เอมิลี่เถียงไม่ออกเพราะนั่นก็คือความจริง คามิลหันหลังไปปิดหน้าต่าง ก่อนที่จะเดินเข้ามาหาเอมิลี่

 

"ยังไม่อยากนอนสินะ" คามิลอยู่ดี ๆ ก็กอดอก "งั้นข้ามีอะไรให้เจ้าทำ"

 

แล้วคามิลก็เดินออกจากห้องไป ปล่อยให้เอมิลี่ยืนงง ๆ อยู่ใกล้เตียง สักพักก็หยิบหนังสือที่พึ่งซื้อมาขึ้นมาอ่าน

 

[2]

Απ’ τα κόκκαλα βγαλμένη

Των Ελλήνωντα ιερά,

Και σαν πρώτα ανδρειωμένη,

Χαίρε, ω χαίρε, ελευθεριά!

[3]

Εκεί μέσα εκατοικούσες

πικραμένη, ντροπαλή,

κι ένα στόμα ακαρτερούσες,

«έλα πάλι» να σου πει.

 

 

จงคืนชีพจากอัฐิธาตุอันศักดิ์สิทธิ์

แห่งชนชาวกรีกที่ตายและอยู่เพื่อท่าน

แลจงกู่ร้องอย่างอาจหาญ:

จงเจริญ! เสรีภาพจงเจริญ!

 

ภายในนั้นท่านก็ได้อาศัยอยู่

อย่างขื่นขมและเก็บเงียบ

แลภาวนาให้เสียงเรียก

เรียกท่านให้คืนสู่เหย้า

 

"มันก็ยังเหมือนเดิมสินะ..." เอมิลี่พึมพำกับตัวเอง ก่อนที่จะปิดหนังสือ

 

....

 

บนชั้นเดียวกัน เอซเรียลกับยูมิก็กำลังจัดห้องนอนเก่าของตนอยู่ หรือจะพูดให้ถูกก็คือเอซเรียลจัดคนเดียว ส่วนยูมิก็นั่งเรียกร้องหาปลาและให้กำลังใจอยู่ใกล้ ๆ แต่ที่ต้องมาจัดห้องใหม่ก็เพราะว่าโดนคามิลสั่ง

 

"โธ่ ๆ เจ้าของบ้านต้องมานอนห้องเล็ก ๆ แค่นี้" ยูมิกำลังล้อเอซเรียลที่กำลังปัดฝุ่นบนเตียง

 

"หุบปากเลยนะ ไม่ช่วยอะไรก็อยู่นิ่ง ๆ ซะ ไม่ก็ไปไกล ๆ เลย" เอซเรียลหัวเสียนิด ๆ กับยูมิ

 

"โหะ ๆ ฉันไปก็ด้ายยยยย" ยูมิโดดขึ้นนั่งบนหนังสือแล้วก็ลอยออกไปจากห้องอย่างช้า ๆ

 

...

 

คามิลกลับมาที่ห้องเอมิลี่พร้อมกับผ้าสีขาวผืนหนึ่งที่ลงไปหยิบมาจากห้องครัว

 

"ช่วยเช็ดใบมีดของข้าหน่อยสิ" คามิลเอ่ยพร้อมกับยื่นผ้าสีขาวในมือให้ ก่อนที่จะนั่งลงที่ปลายเตียงยื่นขาที่เป็นใบมีดมาทางเอมิลี่

 

"คิดซะว่านี่คือค่าหนังสือละกัน"

 

"ค่ะ..." เอมิลี่เอ่ยรับก่อนที่จะหยิบผ้าสีขาวขึ้นมา แล้วบรรจงสัมผัสลงไปกับขาคมมีดของคามิล

 

"เจ้าไม่ต้องกลัวข้าเจ็บหรอก แต่เช็ด ๆ ก็ระวังมือหน่อยละกัน เดี๋ยวจะโดนบาดเอา"

 

เอมิลี่ก็เช็ดถูคมมีดนั้นจนใสเหมือนเป็นใบมีดอันใหม่ คามิลอมยิ้มเล็กน้อย พอเอมิลี่หันมองหน้าก็รีบหุบยิ้มและทำหน้านิ่งทันที

 

"เอาล่ะ ขอบใจ นอนได้แล้ว พรุ่งนี้เจ้าต้องซ้อมหนักจนตายเลยล่ะ" คามิลยืนขึ้นและพูดขู่เอมิลี่ให้กลัว ซี่งนางก็ไม่ได้กลัวแม้แต่นิดเดียว พอตนยืนดูท่าทีได้พักใหญ่ ๆ ก็เดินออกไปจากห้องพร้อมกับปิดไฟให้โดยไม่พูดไม่จาอะไรอีก

 

.....

 

3 มกราคม: 03:00 น.

นอกเมืองพิลโทเวอร์

 

คามิลและทหารลูกน้องหลายสิบนายยืนอยู่ที่ดินว่างแห่งหนึ่งนอกพิลโทเวอร์ฝั่งใต้ นางกำลังจะหาสถานที่ฝึกซ้อมให้เอมิลี่ อันที่จริงก็ไม่ได้หาหรอก คิดจะสร้างให้ใหม่เลยต่างหาก

 

"นี่คือที่ของใคร?" คามิลถามนายทหารข้าง ๆ ดูเหมือนจะมียศใหญ่กว่าทหารคนอื่น ๆ

 

"ของนักสู้คนหนึ่งที่ชื่อ เอาริก ครับ จะให้ผมไปตามเขามามั้ยครับ"

 

"ด่วน"

 

"ครับ!" นายทหารคนนั้นเรียกทหารอีกสองสามคนแล้ววิ่งเข้าเมืองเพื่อตามหาเจ้าของที่ดินผืนนี้

 

สิบนาทีหลังจากนั้น นายทหารคนเดิมก็กลับมาพร้อมกับเจ้าของที่ดินนามว่าเอาริก พอมาถึงคามิลก็ไม่ชักช้าเสียเวลา เริ่มเจรจาทันที

 

"ข้าขอซื้อที่ดินแปลงนี้ได้หรือไม่"

 

"ไม่มีทาง! ที่ตรงนี้เป็นทำเลทอง ถ้าอยากได้ก็ไปหาที่อื่นสิ"

 

"สามพัน..."

 

"หึ มีเงินแค่นั้นยังคิดจะมาซื้ออีกรึ!" ชายเจ้าของที่ดินรีบชิงพูด

 

"สามพันล้าน"

 

ทันทีที่คามิลพูดจำนวนเงินออกมา ชายคนนั้นถึงกับยืนอ้ำอึ้งเลยทีเดียว เพราะตอนที่เขาซื้อมาราคาแค่หลักสิบล้านเอง

 

"ม...ไม่มีทางหรอก!" เขาคนนั้นยังปากแข็งไม่ยอมขาย

 

"งั้น.... สามหมื่นล้านล่ะเป็นไง"

 

สำหรับชาวพิลโทเวอร์แล้วเงินจำนวนขนาดนั้นก็ทำให้แทบจะสุขสบายไปชั่วชีวิตแล้ว ไม่มีใครอื่นในเมืองที่จะมีเงินมากเท่าตระกูลเฟร์รอสของคามิลอีกแล้ว แถมสามหมื่นล้านนี่ก็ยังเป็นแค่เศษเงินของนางเท่านั้นเอง

 

"คิดว่าที่ดินผืนนี้มีค่าแค่นั้นรึไงกัน เงินสกปรก ๆ ของแกข้าไม่เอาหรอก!"

 

"แกต้องบ้าไปแล้วแน่ ๆ" นายทหารเอ่ยด้วยความตกใจที่ชายผู้นี้กล้าปฏิเสธเงินมหาศาลขนาดที่ว่าอาชีพของเขาทั้งชีวิตก็คงไม่มีทางหามาได้ "ยอมขายเสียเถอะ"

 

"ลุงหุบปากเถอะน่า! พวกแกไม่รู้หรอกว่ากว่าจะเก็บเงินมาซื้อที่ดินทำเลทองเนี่ยมันยากลำบากขนาดไหน! ถ้าอยากได้ก็มาสู้กันสักรอบ!" ประโยคหลังทำให้ทุกคนเงียบสนิท

 

"หาเรื่องตายรึไงเล่า! รีบถอนคำท้าซะ!" นายทหารคนเดิมยังคงพูดขัดขวางชายนักสู้ผู้นี้

 

"ก็ได้..." คามิลรับปาก "ถ้าเจ้าชนะ ข้าจะยอมไปหาที่ที่อื่น และจ่ายค่าเสียเวลาให้"

 

"แต่ถ้าข้าชนะ..." คามิลแสยะยิ้ม "ข้าขอที่ดินเจ้าไปฟรี ๆ ละกัน..."

 

"ได้!" ชายนักสู้ใจร้อนรีบเอ่ยรับปาก ทั้ง ๆ ที่คามิลยังพูดไม่จบ

 

"ข้ายังพูดไม่จบเลยนะ"

 

"หะ...?"

 

"เจ้าไม่ควรคู่กับอาชีพนักสู้หรอก เจ้าควรที่จะไปรับใช้เหลนสาวข้ามากกว่า"

 

"ม...หมายความว่าไง!?"

 

"ก็หมายความว่าถ้าเจ้าแพ้ นอกจากที่ดินจะเสีย เจ้าจะเสียทุกอย่างในชีวิตไปด้วยยังไงล่ะ"

 

ชายคนนั้นยืนตะลึงกับข้อเสนอของคามิลอยู่สักพัก ก่อนที่จะจำใจรับข้อเสนอเพราะตนเผลอพูดไปแล้ว

 

 

"เขาเป็นแชมเปี้ยนจากสนามนักสู้ของพิลโทเวอร์และซอนเจ็ดสมัย" นายทหารคนนั้นรายงานประวัติของเอาริกให้คามิลฟัง "แต่ว่าครั้งล่าสุดที่ผ่านมาเขาแพ้ในรอบชนะเลิศ ด้วยเวลาเพียงแค่ 11 วินาที"

 

"งั้นแสดงว่าคนที่เหลนสาวข้าชนะคือหมอนี่สินะ" คามิลเริ่มรู้สึกเบื่อ "นี่สมาคมนักสู้หาใครมาเป็นแชมป์ไม่ได้เลยต้องหากุ๊ยข้างถนนมารึไง"

 

"นายหญิงออมมือหน่อยก็ดีนะครับ ถ้าเกิดเขาตายจะไม่มีใครขายที่ดินให้เรานะครับ"

 

"ข้าจะพยายาม"

 

ทหารลูกน้องช่วยกันสวมปลอกขาคลุมใบมีดให้คามิล นางจะไม่ใช่ใบมีดที่ขาสู้เพราะพึ่งทำความสะอาดมา

 

"พร้อมแล้วครับ" ทหารอีกคนที่เตรียมสถานที่รายงานให้คามิลทราบ นางก็เดินออกจากวงล้อมของทหารเข้าสู้ลานกว้างของที่ดินที่จัดให้เป็นสนามต่อสู้ชั่วคราว คามิลสั่งทหารจำนวนหนึ่งให้ไปดูแลอีกฝ่ายด้วยเพื่อความเท่าเทียม

 

"อันที่จริงให้ผมจัดการก็ได้นะครับ" นายทหารคนเดิมเอ่ยก่อนที่คามิลจะก้าวเข้าสู่เขตต่อสู้ "ไม่เห็นต้องถึงมือนายหญิงเลย"

 

"ไหน ๆ เขาท้ามาแล้วก็ต้องรับอะนะ เดี๋ยวจะเสียชื่อข้าหมด"

 

คามิลพูดจบก็เดินเข้าสู่เขตต่อสู้พร้อมกับอีกฝ่าย ก่อนทำการต่อสู้คามิลกับเอาริกได้ลงนามในความตกลงซื้อขายที่ดินแปลงนี้ เผื่อในกรณีที่เอาริกแพ้แล้วไม่สามารถลงนามได้

 

"ข้าจะให้เจ้าใช้ได้ทุกอย่าง ส่วนข้าขอแค่ขาข้าก็พอ"

 

"สาม สอง หนึ่ง เริ่มได้!" นายทหารเป็นคนจับเวลา

 

พอได้ยินเสียงเริ่ม ฝ่ายเอาริกก็พุ่งใช้หมัดต่อยเข้าใส่ชุดเฮ็ชเทคของคามิลทันที แต่ก็เจ็บมือซะเอง คามิลไม่รอช้ารีบเผด็จศึกทันทีโดยการโดดขึ้นไปบนท้องฟ้าแล้วใช้สันขาขวาฟาดลงเข้ากลางศีรษะของอีกฝ่าย แล้วก็ลงมาอย่างสวยงาม เอาริกถึงกับสลบคาที่

 

"กี่วิ" คามิลหันมาถามเวลาที่ใช้นายทหารของตน

 

"ส...สิบ....ครับ" นายทหารคนนั้นยังไม่เชื่อในสิ่งที่เห็น

 

"เย้! ข้าเอาไปอวดเหลนข้าได้แล้วล่ะ!" คามิลเดินออกมาจากลานต่อสู้ชั่วคราวนั้นพร้อมกับชูสองแขนขึ้นเหนือหัวด้วยความดีใจที่เอาชนะคู่ต่อสู้ด้วยเวลาที่น้อยกว่าเหลนของตน "รีบนำหมอนี่กลับไปที่คฤหาสน์เฟร์รอสซะ"

 

"ครับ!" นายทหารคนนั้นรับคำสั่ง ก่อนที่จะสั่งให้ทหารสองคนไปแบกร่างของนักสู้หนุ่มที่แน่นิ่งอยู่กลางสนามดินแล้วนำไปที่คฤหาสน์ของคามิลที่อยู่ทางเหนือ

 

"เตรียมของทำสถานที่ซะ" คามิลสั่งต่อ "ภายในเจ็ดโมงต้องเสร็จ ถ้าไม่เสร็จ... ข้าจะลงโทษพวกเจ้าทุกคน!"

 

"ครับ!!!" นายทหารและทหารอีกหลายสิบชีวิตรับคำสั่งเป็นเสียงเดียวกัน ก่อนที่จะเริ่มแบ่งหน้าที่ทำสิ่งต่าง ๆ ส่วนตนก็นั่งลงบนก้อนหินใหญ่ก้อนหนึ่งแล้วถอดปลอกขาออก แล้วก็ยืนคุมทหารจนเช้า

 

....

 

06:59 น.

"เสร็จแล้วครับนายหญิง" นายทหารคนนั้นรายงาน คามิลก็เดินตรวจผลงานการก่อสร้างของทหารตนเอง เป็นลานต่อสู้ขนาดใหญ่ มีเต้นท์หลายเต้นท์สำหรับเตรียมตัวและพักผ่อน

 

"ที่นี่จะเป็นลานฝึกซ้อมแห่งใหม่ของทุกคน ไม่เพียงแต่ข้า" คามิลเอ่ยด้วยความพอใจ "ทำงานดีมากทุกคน"

 

"ขอบคุณครับนายหญิง!!!" ทหารนับสิบเอ่ยขอบคุณเป็นน้ำเสียงเดียวกัน คามิลก็กลับไปหาเอมิลี่ที่บ้านเอซเรียล

 

 

แต่ขณะเดียวกันก็มีแขกมาเยือนที่บ้านเอซเรียล...

 

"เอซเรียล!!! ไม่ได้เจอกันนานแน่ะ" หญิงสาวผมสีดำในชุดเกราะมีชีวิตสีเข้มโบกไม้โบกมืออยู่หน้าประตูใหญ่ให้เอซเรียลที่กำลังจะออกจากบ้าน

 

"เหวยยย ไคสะ!" เอซเรียลตกใจเมื่อได้เห็นคนที่เคยช่วยชีวิตเขาครั้งที่เขากำลังสำรวจทะเลทรายชูริมาเมื่อปีก่อน "มาที่นี่ได้ยังไง?" เขาถามพลางเดินเข้าไปหา

 

"แวะมาน่ะ" ไคสะเอ่ย ก่อนที่จะถือวิสาสะโดดข้ามประตูใหญ่เข้ามาในบริเวณบ้าน

 

"เดี๋ยวสิ เธอโดดเข้ามาอย่างนี้ไม่ได้นะ!" เอซเรียลถึงกับตกใจที่เห็นไคสะโดดข้ามประตูเข้ามา "ที่นี่ไม่ใช่ในชูริม่านะจะได้โดดข้ามกำแพงได้อย่างตามเมืองโบราณ"

 

"อ้าวหรอ!" หญิงสาวดูจะไม่สนใจกับคำพูดของเอซเรียลสักนิด "ขอเข้าไปข้างในได้มั้ย?" แต่อย่างน้อยเธอก็ขอเข้าข้างใน

 

"เอ่อคือ...." เอซเรียลพยายามคิดหาทางออก แต่แล้วก็ต้องยอมให้นางเข้าบ้านมา เพราะขืนให้ไปเต็ดเตร่อยู่ในเมืองคนเขาจะจับได้ว่านางไม่ใช่มนุษย์จริง ๆ "ก็ได้"

 

ไคสะเดินตามเอซเรียลเข้ามาข้างในคฤหาสน์ ก็ต้องตกตะลึงกับความกว้างของแค่ห้องโถงทางเข้า ชีวิตนางนั้นไม่เคยเจออะไรแบบนี้เลย ที่ที่กว้างที่สุดที่เคยเจอก็คงจะเป็นถ้ำใต้ดิน

 

"อยู่คนเดียวหรือ?" ไคสะถามด้วยความอยากรู้

 

"ก็ไม่เชิง ตอนนี้อะนะ"

 

"อยู่กับใครอะ?"

 

"ก็..."

 

"ข้า หญิงสาวขาเหล็กตัวสูงโผล่มายืนอยู่ด้านหลังไคสะ "มีอะไรกับเขารึ?"

 

"อ้อ คือฉันมีของบางอย่างจะให้เขาดูน่ะ เก็บมาได้จากถ้ำใต้ดิน" ไคสะล้วงเข้าไปในย่ามที่ตนเก็บมาเพื่อใส่ของ แล้วก็หยิบแร่สีดำเข้มเหมือนถ่านขึ้นมาให้เอซเรียลดู

 

"นี่คือ?" เอซเรียลรับแร่นั้นมาแล้วก็มองดูลักษณะภายนอกรอบ ๆ "มันเป็นแร่ Void หรือเปล่า?"

 

"อาจจะ แต่ฉันก็ไม่เคยเห็นเลยนะ"

 

ขณะเดียวกันหญิงสาวร่างสูงด้านหลังก็ฟังสิ่งที่ไคสะกับเอซเรียลพูดอย่างตั้งใจ ก่อนที่จะเดินฝ่ากลางระหว่างทั้งสองเพื่อเข้าไปข้างใน

 

"ไปหาที่นั่งคุยดี ๆ ซะ อย่ามายืนขวางทางแบบนี้" คามิลหันมาดุเจ้าของบ้าน ก่อนที่จะเดินขึ้นบันไดไป

 

เอซเรียลที่ฟังคำดุจากคามิลแล้วก็หันมาคุยกับไคสะต่อ

 

"งั้นผมขอเก็บแร่นี้ไปตรวจสอบนะครับ"

 

"อึ้ม!" ไคสะพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม

 

"แล้วเธอจะไปไหนต่อล่ะ?"

 

ไคสะเงียบไปสักพักก่อนที่จะเดินเข้ามาพูดกับเอซเรียลอย่างใกล้ชิดว่า:

 

ไม่ไปไหนหรอก อยู่กับนายนั่นแหละ

 

เอซเรียลแทบจะกลั้นหายใจให้ตายไปเสียตรงนั้นทันทีที่ได้ยินคำตอบจากหญิงสาวผมดำตรงหน้า ก่อนที่ตนเองจะรีบเดินออกจากตรงนั้นไปยังห้องทำงานของตน ไคสะก็เดินตามเขาไป

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

17 ความคิดเห็น

  1. #8 Tak2003 (@Tak2003) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 29 เมษายน 2563 / 07:41

    ทำไมหนูดูเป็นคนง่ายๆจังเลยละลูก
    #8
    0