[RoV x LoL] Beyond the Boundary

ตอนที่ 10 : คืนชีพจากซากปรักหักพัง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 26
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    20 พ.ค. 63

 

8: Raunioista Noussut

6 มกราคม

เช้าวันใหม่ในถ้ำของสี่ชีวิตเป็นเช้าที่แตกต่างออกไป เพราะพวกเขาไม่ได้อยู่ใน "บ้าน" เหมือนครั้งก่อน ๆ ทุกคนนั่งอยู่ที่ปากถ้ำและทอดสายตามองออกไปยังผืนทะเลทรายอันกว้างสุดลูกหูลูกตา ไคสะยังคงเป็นห่วงพ่อของตนที่ป่านนี้ไม่รู้เป็นอย่างไรบ้าง ส่วนเอซเรียลกับยูมิก็ออกเดินทางไปบริเวณรอบ ๆ เพื่อสำรวจ แต่แน่นอนว่าก็ไม่มีอะไรนอกจากทะเลทราย

 

เอซเรียลกลับมาพร้อมกับอาหารที่ไปแลกมากับพ่อค้าที่เดินทางผ่านมา

 

"น่าจะพอให้เราอยู่ได้อีกวัน" เอซเรียลเอ่ยพลางแจกจ่ายอาหารให้แก่สาว ๆ

 

แม้ว่าไคสะจะอยู่กับพวก Void มากว่าสิบปี แต่เธอก็กินอาหารมนุษย์ได้ตามปกติโดยเฉพาะลูกพีชที่เธอชอบกินมาก แต่อาหารที่เอซเรียลแลกมาไม่มีลูกพีช ไคสะหงุดหงิดนิดหน่อยแต่ก็กิน หลังมื้ออาหารเช้าก่อนที่ทั้งสี่ชีวิตจะออกเดินทางต่อ เอซเรียลก็เดินมาหาไคสะผู้ซึ่งเจอแร่สีดำเป็นคนแรกและนำมาให้เอซเรียล

 

"เธอไปเจอแร่นี้ที่ไหน?" เอซฌรียลถามถึงที่มาของแร่

 

"ฉันหยิบมาจากซากปรักหักพังใต้ดินน่ะ น่าจะใกล้ ๆ กับเมืองหลวง" ไคสะตอบและส่งยิ้มให้เช่นเคย

 

"ถ้ามันอยู่ใต้ดิน แล้วเราจะขึ้นมาพื้นผิวทำไม?" เอซเรียลเกาหัวเล็กน้อย "ช่วยพาผมไปที่นั่นได้ไหมครับ"

 

"ได้อยู่แล้ว!!! นายขอซะอย่าง" ไคสะลุกขึ้นและพร้อมออกเดินทางทันที

 

เอซเรียลเลือกที่จะให้ไคสะนำทางลงไปใต้ดินอีกครั้ง อย่างน้อยก็ไม่ร้อนมากเท่าอยู่บนพื้นทราย และอีกอย่างก็คือไม่หลงแน่นอนเพราะมีผู้เชี่ยวชาญเส้นทางอย่างไคสะ แต่ถึงกระนั้นก็ยังต้องใช้เวลานับชั่วโมงจึงจะไปถึงซากปรักหักพังดังกล่าวระหว่างทางพวกเขาก็เจอกับ Void เป็นระยะ ๆ แต่ก็จัดการอย่างง่ายดาย

 

12:03 น.

สามชีวิตเดินตามไคสะมาจนถึงซากปรักหักพังแห่งหนึ่งตามที่ไคสะว่า มีก้อนหินสีดำลักษณะคล้ายแร่ที่เอซเรียลมีตอนนี้กระจายอยู่ทั่วทั้งพื้นถ้ำ เอซเรียลก้มลงไปเก็บขึ้นมาเทียบกับแร่ที่ตนมีก็พบว่าคล้ายกันมาก

 

"ในนั้นล่ะ" ไคสะชี้เข้าไปในซากปรักหักพัง เอซเรียลก็เดินเข้าไป

 

 

....

 

ณ เฟรลยอร์ด ดินแดนทางเหนือของทวีปวาโลแรน หรือที่ไคสะเรียกว่า "Jäätymaa" ที่นี่เป็นดินแดนแห่งสามชนเผ่าอันเลื่องชื่อทั่วไปในรูนเทอร์ร่า หนึ่งในนั้นคือชนเผ่าอะวาโรซานที่มีผู้นำคือแอช แต่น้อยคนนักที่จะรู้ว่านอกจากเธอเป็นผู้นำเผ่าแล้ว เธอยังเป็นราชินีแห่งเหล่าคอสมิก ผู้พิทักษ์แห่งจักรวาลนี้จากเหล่าดาร์กสตาร์และดาร์กคอสมิก เหล่าคอสมิกอาศัยอยู่กระจัดกระจายไปเกือบทั่วทั้งรูนเทอร์ร่าเพื่อติดตามการเคลื่อนไหวของเหล่าดาร์กสตาร์โดยเฉพาะที่ไอโอเนีย

 

"ท่านครับ แคสซาดินกลับมาแล้วครับ" คอสมิกหนุ่มผู้หนึ่งเอ่ยกับราชินีของตนที่กำลังจิบกาแฟอยู่ที่โต๊ะอาหาร

 

"อ้อ เชิญเขามาสิ" ราชินีสั่ง ชายหนุ่มผู้นั้นก็ไปพาตัวแคสซาดินเข้ามา

 

แคสซาดินเดินเข้ามาในห้องอาหารในสภาพสะบักสะบอมจากการโดนดาร์กสตาร์ถึงสามตนรุม คมดาบสีฟ้าของเขาหักลงจากการต่อสู้ รวมถึงมีบาดแผลและรอยช้ำแทบทั่วทั้งตัว ชุดเกราะคอสมิกที่แคสซาดินใส่ก็แตกร้าว

 

"เกิดอะไรขึ้น!" ราชินีแอชวางแก้วกาแฟและลุกขึ้นมาหาแคสซาดินทันทีที่เห็น

 

"พวกมัน...." แคสซาดินพยายามจะพูดแต่ก็ทรุดลงกับพื้น ขุนพลคอสมิกหนุ่มพยายามประคองร่างเขาไว้

 

"รีบไปเชิญโซรากะมาเร็ว!"

 

"ครับ" ขุนพลคอสมิกคนนั้นประคองแคสซาดินและจัดท่าให้เขาอยู่ท่านอนกับพื้น ก่อนที่จะเปิดประตูมิติและวิ่งหายไปในนั้น สักพักก็กลับมาพร้อมกับ "บุตรีแห่งดารา" โซรากะ ผู้รักษาและผู้สื่อสารกับดวงดาว แอชขอให้เธอใช้พลังแห่งการรักษาช่วยชีวิตเหล่าคอสมิกได้ แต่ก็ไม่สามารถใช้เพื่อรักษาเหล่าคอสมิกที่ตกไปอยู่ใต้อำนาจของดาร์กสตาร์ได้แม้แต่สักคน โซรากะเป็นหนึ่งในผู้ที่รับรู้ถึงการมีตัวตนของเหล่าดาร์กสตาร์มาเนิ่นนานแล้ว รวมถึงความมืดภายในจิตใจของลักซ์ด้วยเช่นกัน

 

ไม่กี่วินาที แคสซาดินก็กลับมาเป็นปกติเหมือนไม่เคยถูกทำร้าย ลุกขึ้นได้ตามปกติ เขาทำความเคารพแอช ก่อนที่จะหันมาขอบคุณโซรากะที่ยืนกำคทาสีทองแน่น ไม่นานขุนพลหนุ่มคนนั้นก็ส่งโซรากะกลับบ้านของเธอ

 

"มันเกิดอะไรขึ้น?" ราชินีผมขาวถามแคสซาดินหลังจากที่ตนกลับไปนั่งที่โต๊ะอาหาร

 

"พวกดาร์กสตาร์มาบุกบ้านผมถึงสามตนครับ คาดว่าน่าจะมากำจัดผมแล้วก็มาพาตัวเอซเรียลไป"

 

"แล้วเอซเรียลล่ะ"

 

"หนีไปแล้วล่ะครับ ตอนนี้ผมก็ไม่ทราบว่าเขาอยู่ไหน"

 

"อืม... แต่ปล่อยไว้ไม่ได้หรอกนะ ถ้าพวกมันเจอตัวเอซเรียล เขาก็จะโดนจับตัวไปแน่"

 

"อีกอย่างครับ ผมเจอคนที่มาจากต่างมิติแล้วด้วยครับ"

 

"จริงรึ! ใครกัน?"

 

"เธอชื่อเอมิลี่ครับ" แคสซาดินเอ่ย "ตอนนี้เธอก็อยู่กับเอซเรียล"

 

"สองเป้าหมายอยู่ด้วยกัน..." แอชพึมพำขึ้นมาเบา ๆ "แล้วทำไมพวกมันไม่ไล่ตามต่อนะ"

 

"น่าจะเป็นเพราะวันมะรืนนี้ครับ ที่มือขวาของท่าน... ไม่สิ ดาร์กคอสมิกลักซ์จะตื่นขึ้น"

 

"ข้าลืมเรื่องนี้ไปได้อย่างไรกัน!" แอชลุกขึ้นจากเก้าอี้โต๊ะอาหารอีกรอบด้วยความตกใจ "เราควรจะเตรียมพร้อมรับมือกับพวกมันได้แล้ว จงเอาความนี้ไปบอกแก่คอสมิกที่อยู่ไอโอเนียด้วย"

 

"ครับ" แคสซาดินโค้งคำนับก่อนที่จะเดินออกจากห้องไป

 

....

 

"นี่มันที่ไหนกันเนี่ย!" เอซเรียลมองไปรอบวิหารอันเก่าแก่ที่อยู่ลึกเข้าไปจากซากปรักหักพังตรงก่อนหน้า วิหารนี้ยังอยู่ในสภาพดีเมื่อเทียบกับหลายที่ที่เขาไปมา

 

"ฉันก็ไม่ได้เข้ามาที่นี่ตอนแรกอะนะ" ไคสะเอ่ย

 

"เหม็นเป็นบ้าเลย!" ยูมิเอ่ยพลางเอาหัวมุดเข้าไปในหนังสือเพื่อที่จะไม่ได้กลิ่นของที่นี่

 

"ใช่" เอมิลี่เห็นด้วยกับเจ้าแมว

 

"เดี๋ยวเราจะรีบออกไปจากที่นี่แล้วล่ะครับ"

 

เอซเรียลเดินสำรวจบริเวณรอบ ๆ ก็มองเห็นรูปปั้นเก่า ๆ แต่เขามองไม่ออกว่าเป็นรูปปั้นใคร จึงกวักมือเรียกไคสะให้มาดู แล้วก็ก้มลงไปเปิดกระเป๋าเพื่อหยิบหนังสือเล่มหนึ่งออกมา หนังสือเล่มนี้เขาเอามาจากในห้องเก็บสมบัติวัตถุโบราณของเขาเองที่มีแต่ภาษาที่เขาไม่รู้จักเขียนอยู่ทั้งเล่ม แต่เขาสนใจภาพภาพหนึ่งในหนังสือมากกว่าที่เป็นภาพคล้ายกับรูปปั้นนี่

 

"ขอฉันดูหน่อยสิ" ไคสะเอ่ยขอหนังสือในมือเอซเรียล เขาก็ส่งให้และขอให้ไคสะอ่านข้อความสองบรรทัดใต้ภาพให้ด้วย

 

Kun kaikki maailmassa unohtavat minut, raunioista nousen sitten aion pakottaa heidät kumartamaan minua jälleen heidän todelliseksi kuningattarekseen.

 

ไคสะอ่านออกเสียงให้เอซเรียลฟังรอบหนึ่ง เอซเรียลที่ได้ฟังก็เกาหัวก่อนที่จะขอให้เธอแปลด้วย

 

ยามใดที่ทุกคนบนโลกลืมข้า ข้าจะตื่นขึ้นมาจากซากปรักหักพัง แล้วข้าก็จะทำให้พวกมันก้มหัวลงต่อข้าผู้เป็นราชินีที่แท้จริงอีกครั้ง

 

เอซเรียลก็นิ่งเงียบไปและพยายามตีความจากข้อความก่อนหน้า ก่อนที่เอมิลี่จะเดินมาจับไหล่เขาทำให้เขาสะดุ้ง

 

"อาจจะเกี่ยวข้องกับพวกที่มาเมื่อวานก็ได้นะ" เอมิลี่เอ่ยทำให้เอซเรียลฉุกคิดได้

 

"ใช่!" เอซเรียลตะโกนขึ้นก่อนที่จะหันมาทางไคสะ "ว่าแต่เธออ่านออกด้วยหรือ?"

 

"อื้ม!" ไคสะพยักหน้า "ฉันอ่านข้อความพวกนี้ได้ตั้งแต่เด็กแล้วล่ะ"

 

"โห ถ้าเธออยู่ในพิลโทเวอร์นะ ป่านนี้พวกนักโบราณคดีคนอื่น ๆ คงจะต่อคิวเข้าหาเธอแล้วล่ะ"

 

ไคสะส่งหนังสือคืนให้เอซเรียล เขาก็รับมาและเก็บใส่กระเป๋า ก่อนที่จะหันหลังกลับจากรูปปั้นนั้น แต่จู่ ๆ ก็มีแสงสีม่วงเปล่งประกายออกมาจากรูปปั้นนั้น ก่อนที่จะเกิดเปลวไฟสีม่วงและลุกลามไปตามกำแพงวิหาร ประตูทางเข้าวิหารก็ปิดตัวลงพร้อมปรากฏร่างของชายเผ่า Void ในเสื้อคลุมสีม่วง

 

"ดูสิว่าใครมาเนี่ย"

 

ชายคนนั้นจ้องมาที่ไคสะ ก่อนที่จะยกมือขึ้นมาทางเธอ ทันใดนั้นไคสะก็เหมือนวิญญาณหลุดออกจากร่าง ดวงตาของเธอกลายเป็นสีม่วงเหมือนเปลวไฟ ก่อนที่จะค่อย ๆ เดินเข้าหา Void ตนนั้น

 

"หยุดนะ!" เอซเรียลพยายามจะเข้าขวางทางไคสะ แต่ก็ถูกไคสะผลักออก

 

ขณะเดียวกันยูมิก็โผล่หน้าขึ้นมาจากหนังสือพร้อมกับหน้ากาก แล้วก็หันไปมองเอซเรียลที่ล้มกลิ้งอยู่บนพื้นจากแรงผลักของหญิงสาวกึ่ง Void

 

ขณะที่ทุกคนกำลังสิ้นหวังอยู่นั้น พ่อของไคสะก็ปรากฏกายหลังชายเผ่า Void ผู้นั้น

 

"ลูกกู!" แคสซาดินใช้คมดาบสีฟ้าแทงเข้าที่ท้องจากด้านหลัง ไคสะก็ได้สติกลับคืนมา

 

"พ่อ!" ไคสะเรียกหาพ่อของตนทันทีที่คืนสติได้ เอซเรียลวิ่งเข้าไปดึงตัวไคสะออกมา

 

"แก..." ชายชุดม่วงยังไม่ตายจากคมดาบนั้นและเรียกลูกน้องซึ่งเป็น Void สี่ขาขึ้นมาจากพื้นรอบ ๆ พวกเขา ไคสะและเอซเรียลก็ใช้อาวุธของตนยิงเข้าใส่เหล่าลูกน้อง เอมิลี่ก็พยายามใช้ลูกเตะของตนช่วยแต่ก็ไม่ได้ดีไปกว่ากระสุนม่วงของไคสะและกระสุนเวทย์สีเหลืองของเอซเรียล

 

แคสซาดินกับชายชุดม่วงแลกหมัดกันไปมา แต่แคสซาดินมีอาวุธจึงพยายามใช้โอกาสที่จะแทงอีกฝ่ายซ้ำอยู่เรื่อย ๆ อีกฝ่ายก็หลบได้ตลอด พลางใช้พลัง Void สีม่วงเข้าโจมตีเมื่อรักษาระยะห่างได้ จนกระทั่งแคสซาดินได้กลิ่นแปลก ๆ ในถ้ำจึงโดดตัวเองถอยออก

 

"ทุกคนก้ม!"

 

แคสซาดินใช้คมดาบของตนกรีดเข้าที่พื้นจนเกิดประกายไฟ และทันใดนั้นวิหารนั้นก็ระเบิด เพดานวิหารและเพดานถ้ำร่วงลงมาทับชายชุดม่วงและลูกน้องของตน และดูเหมือนว่าจะลงมาทับคนอื่น ๆ ด้วย พอฝุ่นควันจากการระเบิดหายไป แสงอาทิตย์จากผิวโลกก็สาดส่องลงมา ปรากฏว่าเอซเรียล ไคสะไม่เป็นอะไรเพราะมีจี้สร้อยคอที่เขาได้มาจากแคสซาดินสร้างเกราะป้องกัน เอมิลี่ก็ได้เกราะป้องกันจากยูมิ แต่ขณะเดียวกันพลังงานสีม่วงที่อยู่ในวิหารก็ลอยขึ้นสู่ท้องฟ้าแล้วก็หายไป

 

"พ่อล่ะ!" ไคสะลุกขึ้นท่ามกลางกองหินแล้วก็มองซ้ายมองขวาหาพ่อของตน แต่ก็ไม่พบ มีแต่ร่างของชายชุดม่วงที่แน่นิ่งอยู่ใต้กองหิน

 

"พ่อของเธอคงจะหนีออกไปแล้วล่ะ" เอมิลี่เอ่ยหลังจากที่ได้เห็นความสามารถของแคสซาดินที่สามารถวาร์ปข้ามสิ่งกีดขวาง "ไม่ต้องเป็นห่วงหรอก"

 

"เราควรจะไปจากที่นี่" ยูมิที่ลอยอยู่ข้าง ๆ พูดเสริม

 

เอซเรียลไม่ลืมที่จะคว้าตัวอย่างแร่หินสีดำกลับบ้านเพิ่ม แล้วจึงออกจากซากวิหารแห่งนั้นมุ่งหน้ากลับสู่พิลโทเวอร์โดยมีสมาชิกใหม่อีกคนก็คือ ไคสะ

 

....

 

และเป็นไปตามที่เอมิลี่บอก แคสซาดินเทเลพอร์ตตนเองออกจากวิหารแห่งนั้นได้ทันก่อนที่มันจะถล่ม เขารู้ว่าลูกสาวจะต้องปลอดภัยจึงสามารถทำหน้าที่ของตนต่อไปได้อย่างหมดห่วง หน้าที่นั้นก็คือการเดินทางไปยังไอโอเนียเพื่อแจ้งข่าวแก่ขุนพลคอสมิกคนอื่น ๆ ให้พวกเขาพร้อมที่จะคุ้มกันเอซเรียล และรับมือกับพวกดาร์กสตาร์ที่กำลังจะคืนชีพ "จากซากปรักหักพัง"

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

17 ความคิดเห็น

  1. #12 Tak2003 (@Tak2003) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2563 / 08:04

    อึ้งกับคำนี้ “ลูกกู”
    #12
    0
  2. #11 แมวน้ำ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2563 / 07:57

    สนุกมาก.

    #11
    0