Fic Harry Potter - Eternal War (SS/HP)

ตอนที่ 36 : Special : Tale from Felix Potter + ประกาศ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,470
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 200 ครั้ง
    4 พ.ค. 63

Special : Tale from Felix Potter



‘เฟลิกซ์ ฟลีมอนต์ พอตเตอร์’


มันคือชื่อของเขา แม่ของเขาบอกว่าคำว่าเฟลิกซ์เป็นรากศัพท์ละติน มันมีสองความหมาย หนึ่งคือโชคดี ชวนให้เขานึกถึงน้ำยาเฟลิกซ์ ฟิลิคัสหรือน้ำยานำโชค และความหมายที่สอง — ความสุข


ความสุขในสงคราม เป็นเรื่องตลกไม่หยอกเชียวล่ะ


เรื่องที่เก่าแก่ที่สุดที่เฟลิกซ์จำได้คืองานศพของพี่น้องพรีเวต ตอนนั้นเฟลิกซ์อายุได้สามขวบครึ่ง เขาจำได้ว่าคุณนายวิสลีย์ร้องไห้อยู่นาน เฟร็ดกับจอร์จที่อีกปีเดียวก็จะเข้าฮอกวอตส์ดูซึม นั่นคือครั้งแรกที่เฟลิกซ์รู้จักความตาย ความสูญเสีย และเข้าใจความหมายของคำว่าสงคราม


เฟลิกซ์คิดว่าที่พ่อแม่ของเขาเกลียดโวลเดอมอร์ นั่นเป็นเพราะสองพี่น้อง— กิดเดียนและเฟเบียน พรีเวตถูกฆ่าตายในการปะทะกันครั้งที่เจ็ดของภาคีนกฟินิกซ์และโวลเดอมอร์ มันคือครั้งที่สองฝ่ายปะทะกันรุนแรงที่สุด เฟลิกซ์จำเรื่องราวที่เกิดขึ้นไม่ค่อยได้ แต่เฟร็ดบอกเขาในอีกสองปีให้หลังว่ามันเกิดขึ้นที่ฮาร์ทเกต, ลอนดอน มีพวกมักเกิ้ลมากมายถูกลบความทรงจำหลังเหตุการณ์นี้ มีคนตาย—โดยส่วนใหญ่มักเกิ้ล สามสิบเอ็ดราย และพ่อมดอีกห้าราย สี่ในห้าคือคนในภาคี อีกหนึ่งรายคือนาซิสซา มัลฟอย — หลังจากเหตุการณ์นี้ ตระกูลมัลฟอยก็หายสาบสูญไปจากอังกฤษทันที


เฟลิกซ์เติบโตมาในก็อดดริกโฮลโล่ว์ แต่พ่อเขาใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่กับซิเรียสและรีมัสในกริมโมลด์เพลซ พ่อกับแม่เล่าเรื่องของตัวเองสมัยเรียนให้เขาฟังอยู่บ่อยๆโดยที่เขาไม่จำเป็นต้องถาม เฟลิกซ์รับรู้ผ่านน้ำเสียงว่ามันคือช่วงเวลาแห่งความสุข พ่อเขาคือพวกตัวกวน— เฟลิกซ์แทบไม่เชื่อเท่าไหร่ว่าสมัยเรียนพ่อของเขาเป็นคนสนุกสนานเฮฮา แม่เขาบอกว่าพ่อเริ่มเปลี่ยนไปก่อนขึ้นปีเจ็ด ปู่กับย่าเขาเสียตอนนั้นด้วยโรคฝีมังกร พ่อเขาจำเป็นต้องเริ่มจัดการทุกอย่างด้วยตนเองนับตั้งแต่นั้นมา จริงจังขึ้น มีความรับผิดชอบมากขึ้น และมันทำให้พ่อกับแม่เขาคุยด้วยกันดีๆเป็นครั้งแรก แม่บอกว่านั่นเป็นครั้งแรกที่แม่สามารถคุยกับพ่อได้นานๆโดยไม่ระเบิดอารมณ์ออกไปเสียก่อน และหลังจากรู้จักพ่อมากขึ้นเรื่อยๆ แม่เขาก็หลงรักพ่ออย่างถอนตัวไม่ขึ้น


ซิเรียสเป็นพ่อทูนหัวของเขา เป็นคนแนะนำให้เขารู้จักชีวิตที่สนุกสนาน รู้จักกลั่นแกล้งคนไปทั่ว ซิเรียสเรียกเขาว่าเฟย์น้อย เฟลิกซ์ไม่ชอบชื่อนี้ มันเหมือนชื่อของผู้หญิง —เหมือนมากพอๆกับชื่อกลางของเขา เขารู้ว่ามันเป็นชื่อของปู่ แต่มันก็ฟังดูเหมือนผู้หญิงอยู่ดี


เฟลิกซ์เป็นคนที่มีความขัดแย้งในตัวตั้งแต่เด็ก รีมัสบอก — ตรงข้ามกับความขี้เล่นของเขา เฟลิกซ์เป็นเด็กเก็บตัว เขาสามารถใช้ชีวิตทั้งวันอยู่ในห้องของตัวเองโดยไม่พบใครได้และไม่สนใจที่จะทำความรู้จักใครเป็นพิเศษ แต่พอหากได้สนิทก็จะเผลอตัวปีนเกลียวใส่โดยไม่รู้ตัว บางทีมันอาจเป็นนิสัยที่เกิดขึ้นจากความจริงจังของพ่อ ความขี้กังวลของแม่ และความขี้เล่นของซิเรียส รีมัสแนะนำให้เขาอ่านหนังสือ แต่มันไม่ใช่สิ่งที่เขาชื่นชอบ


ถึงเขาจะไปที่บ้านของซิเรียสบ่อย มันเป็นศูนย์บัญชาการของภาคีนกฟินิกซ์ มีเด็กวัยใกล้ๆเขาหลายคน โดยเฉพาะพวกวิสลีย์ แต่เขากลับไม่สนิทกับใครนอกจากสองฝาแฝด —เฟร็ดกับจอร์จเป็นวิสลีย์แค่สองคนที่ย่องเข้ามาเพื่อตั้งใจแกล้งเขาตั้งแต่ตอนที่ไม่เคยคุยกัน ดังนั้นเฟลิกซ์ก็ไม่ลังเลที่จะกลั่นแกล้งเฟร็ดกับจอร์จกลับ การที่เขาสนิทกับสองแฝดได้เหมือนจะทำให้ซิเรียสเบาใจกับปัญหาการเข้าสังคมของเขาลงไป


จดหมายจากฮอกวอตส์มาถึงในวันเกิดอายุสิบเอ็ดปี วันนั้นแม่มองมาเหมือนกับเพิ่งค้นพบว่าเขาโตมาจากเด็กทารกขนาดนี้แล้ว พ่อกับซิเรียสพูดกล่อมหูเขาว่ากริฟฟินดอร์ดียังไงและทันทีที่พ่อกับซิเรียสสรรเสริญกริฟฟินดอร์จนเขากลัวที่จะไปอยู่บ้านอื่น รีมัสก็มาเล่าแง่มุมอื่นของบ้านต่างๆทำให้เขารู้สึกตึงเครียดน้อยลง


ฮอกวอตส์เปิดเรียนในวันที่หนึ่งกันยายน


เสียงขบวนรถไฟดังเป็นเสียงที่จดจำได้ดี


“เฮ้ เฟลิกซ์ มันโอเคนะ ถ้านายอยากมานั่งกับพวกเรา—“


“—และคิดแผนกลั่นแกล้งพวกเด็กปีหนึ่งคนอื่นๆ มันคงสนุกไม่หยอกเลยที่เห็นเด็กปีหนึ่งตกใจที่ผมของตัวเองเปลี่ยนเป็นสีเดียวกับชุดของดัมเบิลดอร์หรือคางคกอ้วนกลมของพวกเขากลายเป็นลูกอ๊อด”


เฟลิกซ์รู้ว่าคนที่พูดก่อนคือจอร์จ และคนที่เอ่ยถัดมาคือเฟร็ด ไม่บ่อยนักที่จอร์จจะเริ่มก่อน นั่นหมายถึงว่าพวกเขาค่อนข้างจริงจังกับคำชวนนี้ แต่เฟลิกซ์กลับคาดหวังจะเจอคนที่อยู่ชั้นปีเดียวกับเขามากกว่า บางอย่างที่คล้ายพ่อเขาเจอเข้ากับซิเรียส และกลายมาเป็นเพื่อนสนิทกัน


“ไม่ จอร์จ ขอบใจที่ชวน ฉันคิดว่าแผนกลั่นแกล้งนายคงเต็มหัวอยู่แล้วเฟร็ด ฉันจะลองหาห้องว่างๆหรือเด็กปีเดียวกันสักคน”


เขายักไหล่ สองแฝดวิสลีย์ไม่ได้เซ้าซี้เอ่ยพร้อมกัน ‘ตามนั้น เฟลิกซ์’ ก้มหัวลอกเลียนเพอร์ซี่และโบกมือบ๊ายบายเขา ได้ยินเสียงหวีดร้องจากทางที่เฟร็ดกับจอร์จไป


เฟลิกซ์เดินดูไม่นานเขาก็เจอห้องว่าง และเมื่อจัดแจงตัวเองเข้าไปเสร็จ ไม่ทันไรก็มีคนมาเปิดประตู เธอเป็นเด็กใหม่ ผมสีบรอนซ์ทองสั้นเท่าผมของเด็กผู้ชาย ดวงตาสีเทา คางแหลมและผิวขาวราวหิมะ น้ำเสียงของเจ้าหล่อนเอ่ย


“สวัสดี ฉันขอนั่งด้วยได้ไหม อ้อ ฉันชื่อสกาเล็ต โกลด์สตีน และนายล่ะ?”


ความประทับใจแรกเกี่ยวกับสกาเล็ต โกลด์สตีนคือ มั่นใจ— เด็กสาวมีความมั่นใจในตัวเอง


“เฟลิกซ์ พอตเตอร์”


เฟลิกซ์ตอบและเพยิดหน้าไปที่ที่นั่งว่างฝั่งตรงข้ามแทนคำเอ่ยว่ายินดีให้นั่ง นั่นทำให้สกาเล็ตเลือกที่จะนั่งลงบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามทันที


“ขอบใจ เธอปีหนึ่งเหมือนกันถูกไหม พ่อแม่เธอเป็นพ่อมดรึเปล่า?”


“ใช่ ทั้งคู่ แล้วเธอล่ะ?”


“ไม่ทั้งคู่ พวกเขาเป็นตำรวจน่ะ และนั่นทำให้ตอนที่ศาสตราจารย์ที่ชื่อสเปร้าต์มาที่บ้านของเรา พ่อกับแม่ตกใจมาก โอเค ตามจริงก่อนหน้ามันมีจดหมายนะ แต่เราคิดว่ามันเป็นเรื่องล้อเล่นของใครบางคน ฉันค่อนข้างแข็งแรงตั้งแต่เด็ก เธอต้องไม่เชื่อแน่ถ้าฉันบอกว่าฉันเคยต่อยกับพวกหัวโจกในโรงเรียนของฉัน” เธอหัวเราะเบาๆ “ต้องโทษพ่อกับแม่ของฉัน พวกเขาสอนวิธีป้องกันตัวตอนฉันเด็กมาก และเริ่มสอนยิงปืนเมื่อครึ่งปีก่อน”


เฟลิกซ์ขยับยิ้มเล็กน้อย พอรู้ว่าปืนเป็นอาวุธของมักเกิ้ล แม่ของเขาเป็นมักเกิ้ลบอร์น นั่นทำให้เขามีความรู้เกี่ยวกับมักเกิ้ลค่อนข้างมาก บางทีสกาเล็ตน่าจะเข้าได้ดีกับแม่เขา


“แต่เชื่อเถอะ— ตั้งแต่ที่มีจดหมายจ่าหน้าซองถึงฉัน หลังจากศาสตราจารย์สเปร้าส์มา ไม่มีอะไรน่าสนใจไปกว่าเวทย์มนต์อีกแล้ว ฉันหวังว่าฉันจะได้อยู่กริฟฟินดอร์นะ”


“เธอได้อยู่แน่ ฉันพนันเลย” เฟลิกซ์เอ่ยทันที “เธอทำให้ฉันคิดถึงคนที่อยู่กริฟฟินดอร์”


“ครอบครัวของเธออยู่กริฟฟินดอร์งั้นเหรอ?” เขารู้ว่าดวงตาสกาเล็ตเป็นประกาย ทุกคนมีบ้านที่คาดหวังก่อนเข้าฮอกวอตส์ทั้งนั้น เฟลิกซ์เองก็เป็นหนึ่งในนั้น


“ใช่ พ่อกับแม่ฉันเป็นกริฟฟินดอร์ทั้งคู่ แต่เธอทำให้ฉันคิดถึงซิเรียส พ่อทูนหัวของฉัน เขาร่าเริงและเป็นตัวกวน” เฟลิกซ์ส่งเสียงหัวเราะในลำคอ รู้สึกค่อนข้างชอบสกาเล็ต นับตั้งแต่ที่เขาไม่ใช่คนช่างพูด การที่มีคนที่ชอบเล่าเรื่องราวมันทำให้เขารู้สึกผ่อนคลาย “ฉันถูกชะตากับเธอ”


สกาเล็ตดูเก้อเขินเล็กน้อย มือลูบหลังคอเบาๆ เอ่ยต่อ


“ขอบใจ เฟลิกซ์ ไม่เคยมีใครพูดแบบนี้กับฉัน — ส่วนใหญ่มักบอกว่าฉันอวดดี โอ้ ฉันไม่เถียงหรอกนะเรื่องนี้ ฉันไม่ใช่ผู้หญิงนุ่มนวลเท่าไหร่ พ่อบอกว่าฉัน มันค่อนข้างเป็นนิสัยเสีย— ฉันรู้ว่าบางทีฉันควรแก้มัน” สกาเล็ตยักไหล่ “เธอเล่าเรื่องเกี่ยวกับฮอกวอตส์ให้ฉันฟังหน่อยได้ไหม ฉันเคยอ่านแต่ในหนังสือ ‘ฮอกวอตส์ ประวัติศาสตร์น่ารู้’ ฉันอยากรู้มากกว่านั้น อย่างเช่นเรื่อง—ห้องลับ”


เฟลิกซ์กระพริบตา เขารู้ว่าในหัวเขาเต็มไปด้วยห้องลับที่ซิเรียสเล่าให้ฟัง เขาหลุดขำก่อนจะตอบ


“ได้แน่นอน— ห้องลับ ไม่ใช่ทุกคนหรอกนะที่จะสำรวจมัน ฮอกวอตส์เป็นปราสาทที่ใหญ่และเต็มไปด้วยห้องลับ ไม่มีใครค้นมันครบทุกห้อง เธอสามารถหลอกถามรูปภาพถึงทางลับได้ พวกเขาอยู่ฮอกวอตส์มานาน และบางทีอาจถามไปจากพวกเอลฟ์ประจำบ้าน เธอจะเจอพวกพวกเขาจำนวนมากในห้องครัวของฮอกวอตส์ — ฉันไม่มั่นใจเท่าไหร่ว่ามันอยู่ที่ไหนหรอกนะ แต่ถ้าเธอเจอ พวกเขาจะเตรียมอาหารมื้อใหญ่ให้เธอทันทีที่เธอร้องขอ—“


“เอลฟ์ประจำบ้าน?”


“พวกเขาคือเอลฟ์ที่ทำงานในโลกเวทย์มนต์ เธอจะเจอพวกเขาได้ในคฤหาสน์หรือปราสาทใหญ่ๆ และที่ฮอกวอตส์ที่เป็นร้อย จัดเตรียมอาหารให้พวกเราทุกมื้อ จัดเก็บทำความสะอาดห้องทุกห้อง แต่ไม่มีใครเห็นพวกเขา เอลฟ์ประจำบ้านที่ดีมักไม่ปรากฏให้ใครเห็นตัวเว้นแต่ว่าเจ้าบ้านจะเรียกหาพวกเขา”


“นั่นน่าทึ่งมาก อย่าบอกนะว่าบ้านของเธอก็มีเอลฟ์ประจำบ้านน่ะ?”


“โอเค ก็ไม่เชิง” เฟลิกซ์ตอบในหัวนึกภาพครีเชอร์ก็ส่ายหัว ห่างไกลจากคำว่าเอลฟ์ประจำบ้านที่ดีจริงๆ


เขานั่งคุยกับสกาเล็ตได้ไม่นานประตูของเขาก็เปิด สองแฝดวิสลีย์โผล่หน้ามา


“โอ้ว้าว! สวัสดีเฟลิกซ์! นายมีเพื่อนแล้วเหรอ? สวัสดีคุณผู้หญิง—“


“เราคือเฟร็ดและจอร์จ ผู้จะมาสร้างสรรค์สีรุ้งและเสียงหัวเราะหลังจากนี้อีก—ตลอดปีการเรียนฮอกวอตส์ของพวกเรา—และ”


“นี่คือของขวัญจากเรา—“


เฟลิกซ์ชะงักเมื่อไม้กายสิทธิ์ชี้มาทางพวกเขา


“หนึ่งสองและ—“


ปัง!


“สุขสันต์วันเปิดเทอม!”


“แค่กๆ”


ควันฟุ้งโขมง เฟลิกซ์รู้ว่าเฟร็ดกับจอร์จหัวเราะลั่นวิ่งไป แต่จอร์จดีดตัวกลับมาก่อน


“เกือบลืม—“


มีกระจกใบใหญ่อยู่หน้าพวกเขา เฟลิกซ์เหวอ ดูตัวเองในกระจก หน้าของเขามีเขม่าสีรุ้ง เช่นเดียวกับใบหน้าของสกาเล็ต


“พวกนายสวยมากเลย—“


เฟร็ดหัวเราะลั่น เฟลิกซ์หันไปมองหน้าสกาเล็ต ส่วนสกาเล็ตมองหน้าเขา — สกาเล็ตมองหน้าเขาด้วยใบหน้ากลั้นขำ สุดท้ายจึงหัวเราะออกมาลั่น


“โอ้ เฟลิกซ์ ขอโทษนะ แต่หน้าของนายเหมือนกิ้งก่าที่ไปเกาะบนกระเป๋าสีรุ้งของคุณป้าข้างบ้านฉัน”


เฟลิกซ์หัวเราะน้อยๆหันไปทางสองแฝดที่ยิ้มกว้างโบกมือพร้อมกับจอร์จที่ส่งเสียงไล่หลังขณะวิ่งจากไปอีกครั้ง


“อย่าลืมให้เฟย์ตัวน้อยบอกเธอว่า เอาหน้าไปล้างในห้องน้ำเพื่อลบเครื่องสำอางสุดพิเศษของเราออก!”


“โอ้ ฉันไม่ลืมบอกเธอแน่ จอร์จ!” เฟลิกซ์ตะโกนตอบด้วยเสียงกลั้วหัวเราะโดยไม่ลืมว่า “และอย่าเรียกฉันว่าเฟย์!”


สองแฝดวิสลีย์จากไปแล้ว เฟลิกซ์หัวเราะกับสกาเล็ต สกาเล็ตใช้ผ้าเช็ดหน้าตัวเองและค้นพบว่ามันลบไม่ออก บางทีคงต้องใช้น้ำเท่านั้น


“พวกเขาคือพี่ชายนายเหรอ? ผมของพวกนายเป็นสีแดงเหมือนกัน”


“พวกวิสลีย์? โอ้ ไม่” เฟลิกซ์ทวนและหัวเราะ “เฟร็ดกับจอร์จเป็นฝาแฝดบ้านวิสลีย์ พวกเขามีพี่น้องเจ็ดคน ครอบครัวเราค่อนข้างสนิทกันน่ะ ส่วนฉันไม่มีพี่น้อง”


“ฉันก็ไม่มีพี่น้องเหมือนกัน ว่าแต่ สุดยอดไปเลย เจ็ดคน! ฉันหวังว่าฉันจะมีพี่น้องเจ๋งๆแบบนั้นสักคนนะ” สกาเล็ตยอมแพ้ที่จะเช็ดสีรุ้งออกจากใบหน้า “สุดเจ๋ง ฉันชอบพวกเขานะ แต่ฉันไม่คิดจะอยู่แบบนี้ไปจนถึงฮอกวอตส์หรอกแน่ ต้องใช้น้ำลบออกใช่ไหม ห้องน้ำไปทางไหนนะ?”


“มันอยู่สุดขบวน ฉันไปด้วย ฉันไม่เอาหน้าแบบนี้ไปขึ้นคัดสรรต่อหน้าทุกคนแน่”


เฟลิกซ์เปิดประตู มองไปสุดขบวน สกาเล็ตเดินตามเขามา พวกเขาล้างหน้า ค้นพบว่ามันล้างออกง่ายกว่าที่คิด หลังจากเช็ดหน้าเรียบร้อยทั้งคู่ก็ตั้งใจกลับไปห้องเดิม แต่ทันทีที่พวกเขากลับถึงห้องเดิมก่อนหน้าเฟลิกซ์ก็หน้าเสียทันที


“เฮ้ ฉันคิดว่ามันเป็นห้องของพวกเรานะ!”


สกาเล็ตผลักประตูเข้าไปเอ่ยอย่างไม่พอใจ


“เดี๋ยว สกาเล็ต!”


เฟลิกซ์หยุดชะงักเมื่อเด็กชายสี่คนในห้องหันมามองพวกเขาทันที ท่าทางน่าจะอยู่ปีห้าหรือมากกว่านั้น และสายตาก็หยุดที่เขาก่อน เฟลิกซ์สูดลมหายใจ


“ผมสีแดง? วิสลีย์?”


เฟลิกซ์มองใบหน้าอีกฝ่ายที่ส่งเสียงขู่ เขารับรู้ได้ทันทีว่าอีกฝ่ายคือสลิธีรินโดยไม่ต้องคิดให้ยืดความ และก่อนที่เขาจะทำอะไร สกาเล็ตก็ร้องก่อนด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ


“เขาไม่ใช่— พวกนายเสียมารยาทมาก ทำไมถึงแย่งห้องเรา พวกนายเป็นใคร?”


“โอ้ และฉันคิดว่าเธอเสียมารยาทมากกว่านะสาวน้อย— พ่อเธอไม่ได้สอนเหรอ บอกชื่อตัวเองก่อนถามชื่อคนอื่น”


“ฉันสกาเล็ต โกลด์สตีน! ทีนี้บอกชื่อพวกนายมา ฉันจะจำไว้เป็นบัญชีดำเลย”


“อย่า สกาเล็ต!”


เฟลิกซ์รีบกระตุกเพื่อนใหม่เขาทันทีที่สกาเล็ตเอ่ยท้าทาย สกาเล็ตขมวดคิ้วมองเขาแต่ไม่ทันเอ่ยอะไร เฟลิกซ์รีบเอ่ยต่อ


“โอเค เอาห้องไป— และอย่ายุ่งกับเรา”


“นายพูดบ้าอะไรของนาย เฟลิกซ์! นี่มันห้องเรานะ เห็นชัดๆว่าพวกเรามาก่อน!”


“นั่นมันไม่ใช่ปัญหา!” เฟลิกซ์ขึ้นเสียงด้วยสายตาหวาดหวั่น อีกฝ่าย อย่างน้อยๆต้องอยู่ปีห้า และพวกเขาอยู่ปีหนึ่ง ไม่มีทางชนะได้เลย


“มันไม่ใช่ปัญหานาย แต่มันปัญหาของฉัน!” สกาเล็ตไม่พอใจทันทีหันขวับไปทางพวกในห้องทั้งสี่คน กวาดตาจนทั่ว


“ทีนี้บอกชื่อพวกนายมา”


“โอ้ เราไม่จำเป็นต้องบอกชื่อเรากับเธอ— เหอะ ” น้ำเสียงฝ่ายตรงข้ามกลั้วหัวเราะ เขาลุกขึ้นและยกไม้กายสิทธิ์ “ห้องนี้คือของพวกเรา— มันไม่มีห้องสำหรับเลือดสีโคลนอย่างเธอหรอก จำไว้ด้วย”


“เลือดสีโคลน? นั่นมันหมายถึงอะไร?”


เฟลิกซ์ขบฟันเมื่อสกาเล็ตจ้องไม้กายสิทธิ์ไม่เกรงกลัวและเอ่ยถามกลับ อีกฝ่ายหัวเราะลั่น


“โอ้ ยัยหนูเลือดสีโคลนตัวจ้อยไม่รู้ถึงความหมายของมัน เลือดโสโครกที่ปะปนมาในโลกเวทย์มนต์—“


“เอาสิ่งที่พวกคุณต้องการและปล่อยเธอไป” เฟลิกซ์เอ่ยขัดดึงตัวสกาเล็ตออกและผลักเธอไปอีกข้างหลัง


สกาเล็ตส่งเสียงไม่พอใจและแยกเขี้ยวใส่ แต่อารมณ์ของเฟลิกซ์ในตอนนี้ก็หงุดหงิดพอกัน


“ฉันรู้เธอไม่พอใจ แต่ฟังฉันนะ— แค่ไป โอเค้? หาห้องอีกสักห้องไปอยู่ ยังมีอีกหลายห้องที่ต้อนรับเรา”


เฟลิกซ์รีบเดินออกไป เขารู้ว่าพวกสลิธีรินยังคงจ้องพวกเขา พอห่างออกมาจากห้องได้สักพักสกาเล็ตก็ผลักแขนเขาออก


“วิธีการนายขี้ขลาดมาก”


“เฮ้! ฉันเพิ่งช่วยเธอนะ” เฟลิกซ์ร้องอย่างไม่พอใจ “เธอไม่รู้ว่าพวกเลือดบริสุทธิ์บางพวกมีวิธีมองพ่อมดแม่มดที่เกิดจากมักเกิ้ลอย่างไร และฉันขอแนะนำทางเลือกที่ดีที่สุดเวลาปะทะพวกเขา —แค่ปล่อยพวกเขาไป”


“และยอมคนพรรค์นั้นตลอดชีวิตน่ะนะ!?” สกาเล็ตทำหน้าเหลือเชื่อ “ไม่มีทาง! ฉันใช้ชีวิตต้องตกเป็นเบี้ยล่างพวกเขาตลอดไม่ได้แน่ พวกเราเป็นคนเหมือนกันนะ มันไม่เกี่ยวกับว่าอายุเท่าไหร่หรือเป็นใครมาจากไหน ทุกคนเท่าเทียมกัน และนั่นหมายความว่าฉันมีสิทธิ์ที่จะทวงความยุติธรรมของตัวเอง ให้ตาย เราเหมือนกันแม้แต่มีเวทย์มนต์เหมือนกันด้วยซ้ำ!”


“แต่พวกเขาไม่ได้คิดแบบนั้น สกาเล็ต” เฟลิกซ์พยายามอธิบายแต่กลับอับจนคำพูด เขาถอนหายใจ— บางทีเขาควรยอมแพ้เรื่องจะมีเพื่อนที่เข้ากันได้แบบพ่อเขาและซิเรียส


“เลือดสีโคลน — ให้ทายนะ ความหมายมันไม่ดีหรอก มันหมายความว่าไง?”


เฟลิกซ์ถอนหายใจอีกครั้งและตอบ


“ฉันไม่พูดคำหยาบที่ใช้ด่าแม่ของฉัน สกาเล็ต”


“แค่บอกฉันว่านายไม่อยากบอกฉัน —นายรู้ไหม พ่อแม่ฉันถามศาสตราจารย์สเปร้าส์ว่ามันมีความแตกต่างไหมระหว่างเด็กที่เกิดจากคนที่ไม่มีเวทย์มนต์และคนที่มีเวทย์มนต์— และเธอตอบ เด็กที่เกิดจากพ่อมดแม่มดรู้เรื่องโลกเวทย์มนต์มากกว่าแต่เมื่อพวกเขาไปฮอกวอตส์ ความแตกต่างนั้นน้อยนิดมาก และตอนนี้ตอบฉันอีกครั้ง เฟลิกซ์ ฉันแตกต่างจากพวกเขาตรงไหน!?”


เฟลิกซ์กรอกตา เขารู้ว่าเขาเกิดมาในโลกเวทย์มนต์มันเป็นอย่างไร ท่ามกลางสงครามระหว่างภาคีและผู้เสพความตาย กระทรวงเวทย์มนต์—โลกนี้มันไม่มีความเท่าเทียมอย่างที่ทุกคนกล่าวมาตั้งแต่แรกแล้ว ปากพึมพำ


“สายเลือด—“


“ให้ตาย! นายไม่ได้ต่างจากพวกเขาเลย! สายเลือด!? นี่นายจริงจังเหรอ”


เฟลิกซ์พ่นลมหายใจ ตอนนี้เขากำลังหงุดหงิดแทบบ้า เขาขึ้นเสียงสูงอีกครั้ง


“เธอเพิ่งบอกว่าฉันเหมือนพวกเขา!” เฟลิกซ์ร้องอย่างไม่พอใจ “ถอนคำพูดของเธอ สกาเล็ต”


สกาเล็ตจ้องเขาเขม็งและหันหลังให้เขา


“โอเค ฉันถอนคำพูด! ฉันจะไปหาห้องสักห้องนั่ง ส่วนนาย ไม่ต้องตามฉันมา คุณฮีโร่ผู้เชื่อว่าคุณค่าคนอยู่ที่สายเลือด”


เฟลิกซ์ขบฟันและหันหลังให้สกาเล็ต ให้ตาย เขาไม่มีวันไปคุยกับผู้หญิงนิสัยไร้เหตุผลแบบนั้นอีกแน่! เขาขอถอนคำพูดที่บอกว่าถูกชะตากับยัยนี่


เฟลิกซ์รู้ว่าสกาเล็ตเดินเข้าไปในห้องสักห้องของขบวน เขาเดินผ่านห้องเก่าของเขาอีกครั้ง


“เฮ้! คิดว่าพวกเราจะปล่อยแกไปง่ายๆน่ะเหรอ”


เฟลิกซ์ชะงักกึก โอเค เขาคิดว่าตอนนี้เขามีปัญหาแล้ว


พวกสลิธีรินสี่คนยืนอยู่ คนหนึ่งยกแขนพิงขอบประตู ก้มมองมาที่เขา เฟลิกซ์ลอบมองรอบๆหาทางหนีทีไล่


“อย่าคิดว่ามาหาเรื่องพวกเราแล้วแกจะหนีรอดง่ายๆนะ — โอเค ไม่ใช่วิสลีย์งั้นแกคงเป็นพอตเตอร์ เด็กผมแดงอีกคน พวกทรยศสายเลือด ไม่สิ! แกเป็นพวกทรยศสายเลือดไม่ได้เพราะแม่ของแกเป็นเลือดสีโคลนนี่นา จริงไหม?”


เฟลิกซ์ขบฟันฟังพวกรุ่นพี่หัวเราะลั่นอย่างเหยียดหยาม เขาเบือนหน้าหนีไม่เอ่ยต่อปากต่อคำสักประโยค เขายอมรับว่าเขาเกลียดมันแต่— โอเค เขาไม่คิดหาเรื่องใส่ตัวเองตั้งแต่วันแรกแน่


“ถ้าพอใจแล้วงั้นผมขอตัว” เฟลิกซ์จะขยับหลบแต่รุ่นพี่ชายผมดำอีกคนก็ขยับมาขวางทางเขา


“เสียใจแต่พวกเรายัง—“


“ขอโทษนะครับ แต่ไม่ทราบว่าพวกคุณจะเบาเสียงลงสักหน่อยได้ไหม?”


พวกเขาทุกคนหยุดชะงักเมื่อเสียงนี้ดังมาจากห้องที่ห่างถัดไปสองห้อง อีกฝ่ายคือเด็กผู้ชายตัวเล็ก ผมและดวงตาสีดำ ใบหน้าเรียบเฉยแต่เอ่ยด้วยท่าทีสุภาพ


“อ่า ขอโทษ ไม่ทราบว่าเธอคือ—?”


เฟลิกซ์เห็นว่าคนที่ขวางทางเขาหันไปทางเด็กที่เหมือนจะเป็นเด็กใหม่เหมือนเขา เด็กชายคนนั้นยิ้มน้อยเอ่ยอย่างขำๆเบาๆเดินมาพลางยื่นมือไปข้างหน้า


“ดอร์แมนครับคุณบัลสโตรด์ — โนอาร์ ดอร์แมน ผมไม่ได้ว่าพวกคุณ ขอโทษที่ผมเอ่ยเหมือนเสียมารยาท —และเราเคยเจอตอนงานเลี้ยงแต่เหมือนคุณจะจำผมไม่ได้”


“โอ้ ฉันเสียมารยาทไปแล้ว — ฉันจำพ่อของเธอได้นะ เขาเก่งเรื่องคาถากับการปรุงยานี่ เธอเข้าฮอกวอตส์ปีนี้งั้นเหรอ?”


เฟลิกซ์รู้ตัวว่าแวบหนึ่งดวงตาสีดำของดอร์แมนขยับมาทางเขา แต่แล้วมันก็ขยับกลับไปที่บัลสโตรด์และเพื่อนอีกสามคนของบัลสโตรด์ เฟลิกซ์รีบก้าวขาเดินผ่านดอร์แมนไปทันที และเขาขยับเข้าไปห้องที่ดอร์แมนอยู่ก่อนหน้าเพราะมันไม่มีใครอื่นอีก


ไม่นานนัก เสียงคุยจบลง ดอร์แมนเดินกลับมาในห้องตัวเอง


“เอ่อ ไง — ไม่รู้ว่านายตั้งใจช่วยรึเปล่า แต่— ขอบใจ ฉันเฟลิกซ์ พอตเตอร์”


เฟลิกซ์เอ่ยก่อนดอร์แมน— หรือบางทีเขาควรจะเรียกด้วยชื่อต้นมากกว่า โนอาร์มองเขามายิ้มๆ ยักไหล่เล็กน้อย ยื่นมือให้


“โนอาร์ ดอร์แมน”


เฟลิกซ์แปลกใจ เขาเอื้อมมือไปจับมืออีกฝ่ายทันที โนอาร์เอ่ยพึมพำ


“น่าเบื่อ ว่าไหม?”


เฟลิกซ์เลิกคิ้วเมื่อรับรู้ได้ถึงมือที่เขาปล่อยออก โนอาร์เอียงตัวพิงเบาะขยับใบหน้าออกไปนอกหน้าต่าง เฟลิกซ์ขมวดคิ้วเล็กน้อย หมายความว่ายังไง น่าเบื่อ? หมายถึงการจับมือทักทาย หรือเรื่องที่ถูกหาเรื่อง? หรืออาจจะ—


“นายหมายถึงเรื่องของเลือดบริสุทธิ์?”


สายตาโนอาร์ขยับกลับมาทางเขา รอยยิ้มกระตุกน้อยๆอีกครั้ง เฟลิกซ์ผิวปาก นั่นเขาจะถือว่าเขเดาถูก เขาเลือกที่จะถาม


“แล้วนายไม่แคร์? ครอบครัวนายคือพวกเลือดบริสุทธิ์นี่”


ไม่— คำว่าครอบครัวกับเลือดบริสุทธิ์มันคนละคำกันและมันคนละความหมายด้วย” โนอาร์เอ่ย เฟลิกซ์หลุดขำ


“ฉันไม่เถียง นายพูดถูก— ฉันเรียกนายว่าโนอาร์ได้ใช่ไหม?”


โนอาร์ไม่ได้ตอบเขาในทันที ท่าทางนิ่งๆติดสุภาพของเจ้าตัวไม่ได้หลุดสักนิด และมันชวนให้เฟลิกซ์รู้สึกอยากกระชากหน้ากากนั้นออกยังไงชอบกล ดอร์แมนตอบในที่สุด


“—ตามนั้น และนายนั่งกับฉันได้นะ”


“ขอบใจ โนอาร์” เฟลิกซ์ยิ้มกว้าง “เรียกฉันว่าเฟลิกซ์”


เฟลิกซ์พอรู้ว่าโนอาร์เหมือนไม่คุ้นชินกับชื่อเล่นตัวเองอย่างไรชอบกล เขาหรี่ตามองท่าทางเลิ่กลักเล็กน้อยที่ผ่านมาจากสายตาแทนที่จะเป็นการขยับตัวอย่างคนอื่น


“มันยากรึเปล่าที่ต้องเติบโตในครอบครัวที่เคร่งเกี่ยวกับสายเลือด?” เฟลิกซ์ถามลอยๆขณะหันหน้าไปนอกหน้าต่างแต่หางตาเหยี่ยวเขาขยับมองคู่สนทนา โนอาร์รู้ตัว เงียบอีกครั้งก่อนที่จะตอบ หน้ากากของโนอาร์ไม่ได้หนา มันขยับออกเล็กน้อยหลังคำถามของเขา


“ไม่หรอก— มันคือส่วนหนึ่งของชีวิตฉัน”


พวกเขาเงียบอยู่นาน เฟลิกซ์ส่งเสียงอืมในลำคอ และโนอาร์ก็เหมือนหลุดไปในความทรงจำ เฟลิกซ์มอง รู้ดีว่ามันไม่ใช่ท่าทางของคนที่พอใจในชีวิตตัวเองเลย เขาถามอีกครั้ง


“สลิธีริน ถูกไหม?”


“ไม่มีที่อื่นให้ฉันเลือกสักหน่อย” โนอาร์หลุดจากความคิดตัวเอง ตอบและหัวเราะเบาๆด้วยท่าทางผ่อนคลายลง


เฟลิกซ์กัดริมฝีปาก


“โลกเราไม่แฟร์เลย”


“นายคิดแบบนั้น?”


เฟลิกซ์เอ่ยคำโนอาร์ตอบคำ เฟลิกซ์หยุดที่จะตอบ เขารู้สึกผ่อนคลายอย่างแปลกประหลาด ก่อนที่จะส่งเสียงตอบรับในลำคอ


“อืม ฉันคิดแบบนั้น พวกเราเกิดมาเป็นอะไรสักอย่าง บางคนเกิดมาอยู่ฝั่งของฉัน บางคนเกิดมาอยู่ฝั่งของนาย บางคนเป็นมักเกิ้ลบอร์น ลูกครึ่ง หรือสายเลือดบริสุทธิ์ พวกเราไม่เคยกำหนดเส้นทางของตัวเองได้เลย”


“ฉันรู้ เสียใจด้วย เฟลิกซ์” โนอาร์เลิกที่จะดึงหน้ายิ้ม “แต่โลกไม่เคยเป็นไปตามที่ใครต้องการ ไม่แม้แต่กระทั่งกับจอมมาร”


เฟลิกซ์เม้มปาก ใช่ มันไม่เคยเป็นไปตามที่ต้องการ เขาถามทันที


“แล้วเรานับเป็นเพื่อนกันได้รึเปล่า?”


“นายก็รู้ นั่นมันเป็นไปไม่ได้” โนอาร์หัวเราะคิกคัก เฟลิกซ์ขยับยิ้มขึ้นสูงเมื่อเห็นว่าใบหน้าติดเย็นชานั้นหัวเราะออกมาจริงๆครั้งแรก


“ใช่ ฉันรู้ และพ่อทูนหัวฉันเคยบอกฉันว่าหน้าที่ของมนุษย์อย่างพวกเราก็คือการทำสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ให้เป็นไปได้ด้วย แม้ว่าจะต้องสวนกระแสธรรมชาติก็ตาม”


อย่างพวกพ่อมดที่อยากบินจนต้องสร้างไม้กวาดเวทย์มนต์ขึ้นมา


นักปรุงยาก็ผลิตยาเพราะอยากทำในสิ่งที่เวทย์มนต์ทำไม่ได้


หรือแม้แต่พ่อมดศาสตร์มืดที่สร้างมนดำขึ้นมาเพราะแค่เวทย์มนต์มันไม่พอ


โนอาร์เงียบครู่หนึ่ง มองตรงมาอย่างครุ่นคิดแต่แล้วก็ยักไหล่


“สิ่งที่ฝืนจนเกินไป สุดท้ายก็จะมีแต่พังทลายลงมาในสักวัน” ดวงตาสีดำของเด็กชายฝั่งตรงข้ามเหมือนจะบอกอะไรบางอย่างกับเขา ริมฝีปากนั่นขยับยิ้มเป็นรอยหยัก


“เหมือนอย่างโลกเวทมนตร์นี้ไง”


น้ำเสียงนั้นดูลึกลับเกินกว่าจะเป็นคำพูดจากเด็กอายุสิบเอ็ด เฟลิกซ์ขมวดคิ้วสงสัยในคำพูดของอีกฝ่าย


โนอาร์ ดอร์แมนเป็นประเภทเข้าใจได้ยาก


เขาระลึกในใจ

___________________


รถด่วนสู่ฮอกวอตส์มุ่งหน้าตรง ผ่านหุบเขาขนาดใหญ่ เฟลิกซ์มองวิวนอกขบวนโดยสาร ผู้ร่วมทางของเขาพลิกหนังสืออ่านตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว ท่าทางจะเป็นหนอนหนังสือพอสมควร เหมือนจะอ่านอะไรบางอย่างที่ไม่ใช่ตำราเรียน เขาเหลือบมองนิดเดียวและเลิกสนใจ


อย่างที่ว่าไป เขาไม่ใช่นักอ่านแบบรีมัสเท่าไหร่


ไม่นานนัก รถเข็นขายขนมก็ผ่านหน้าห้องของพวกเขา คุณป้าแม่มดหญิงถามพวกเขา


“สนใจซื้อขนมไหมจ๊ะ เด็กๆ?”


เฟลิกซ์นึกได้ว่าตั้งแต่ขึ้นมาบนรถไฟเขายังไม่ได้กินอะไรเลย เขานึกเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยถาม


“ไม่เชิงว่าเป็นขนมหรอกฮะ แต่พอจะมีพายไก่ไหมฮะ?”


คุณป้าแม่มดเหมือนจะก้มลงไปหาอะไรในรถเข็นก่อนจะบอกเขาว่ามีพายที่ว่า


“งั้นเป็นพายไก่ชิ้นนึงฮะ”


“ขอโทษครับ แต่เพิ่มเป็นสองเลยครับ”


เฟลิกซ์ที่กำลังก้มหน้าหยิบเงิน เงยหน้ามองเพื่อนร่วมทางที่เอ่ยบอกกับแม่มดอ้วนด้วยรอยยิ้มการค้าที่ฉาบบนใบหน้า


พวกเขาจ่ายเงินเรียบร้อยแล้ว คุณป้าจากรถเข็นขายขนมก็เดินเข็นรถไปตู้ถัดไป เฟลิกซ์เป็นคนรับพายทั้งสองชิ้น เขายื่นชิ้นหนึ่งให้โนอาร์ที่กำลังเก็บหนังสือ ไม่รู้ว่าเขาทำหน้าแบบไหนออกไป เพราะพอโนอาร์รับมันไปก็เอ่ยบอกเขา


“มันเป็นของโปรดฉัน”


มันเป็นของโปรดของเขาเหมือนกัน เฟลิกซ์รู้สึกแปลกใจก่อนจะถามต่อ


“แล้วของโปรดอย่างอื่นล่ะ?”


โนอาร์ฉีกห่อกระดาษกัดพายไปคำเล็กๆและเอ่ยออกมา


“—แยมสัปปะรด ช็อกโกแล็ตรสส้ม แล้วก็ลูกอมรสบัตเตอร์เบียร์”


เฟลิกซ์ย่นหน้ากับของโปรดที่เหลือของฝั่งตรงข้ามแล้วบอก


“ฉันชอบพายไก่ แต่เกลียดช็อกโกแล็ตรสส้มกับแยมสัปปะรดที่สุด พวกมันเลวร้าย”


โนอาร์ยักไหล่อีกหน


“งั้นนายชอบอะไร?”


“บางอย่างกับนมเนย อย่างครีมวนิลา ชีส ไอศรีมเชอร์เบตรสนมหรือบัตเตอร์เค้ก”


เฟลิกซ์เห็นใบหน้าขมวดคิ้วของโนอาร์ก็พอรับรู้ได้ว่าของโปรดอย่างอื่นของเขาก็เป็นของขยาดของอีกคนไม่น้อย ถึงจะแสดงออกมาผ่านสีหน้ากลับไม่เอ่ยอะไรราวกับต้องการรักษามารยาท


เฟลิกซ์หลุดหัวเราะ


หลังจากนั้นพวกเขาก็คุยกันตลอดทางประหนึ่งว่าเป็นเพื่อนที่รู้จักกันมาหลายปี พวกเขาแชร์สิ่งที่ชอบหรือไม่ชอบ พูดคุยเกี่ยวกับฮอกวอตส์ หนังสือ สายเลือด สงคราม ทุกอย่างมันราบรื่นและดีกว่าที่เฟลิกซ์คิดไปมาก โนอาร์ไม่แสดงออกตรงไปตรงมา แต่ก็ไม่ได้อ้อมค้อมไร้เหตุผล เขาสังเกตการกระทำของอีกฝ่ายจนเริ่มเดาทางได้ในเวลาไม่นาน


จนกระทั่งพวกเขาไปถึงที่ฮอกวอตส์ ชื่อของโนอาร์ประกาศเป็นชื่อต้นๆ


หมวกคัดสรรประกาศก้องว่า ‘สลิธีริน’


โนอาร์ดูภาคภูมิใจกับมัน เจ้าตัวเดินตรงไปนั่งกับกลุ่มสลิธีรินที่ต้อนรับเขาอย่างเป็นมิตร เสียงคัดสรรคนถัดๆไปยังคงดังอย่างต่อเนื่อง จนถึงคราวของเฟลิกซ์ หมวกเริ่มพูดสารยายในหัวทันทีที่เขาสวมมันลงมาปิดถึงหน้า


‘พอตเตอร์งั้นเหรอ น่าสนใจ น่าสนใจมาก เรเวนคลอคือบ้านที่เหมาะสมและเข้าได้ดีกับเธอ’


‘ผมไม่ชอบหนังสือ และไม่ได้กระหายความรู้’


เฟลิกซ์เอ่ยเถียงในหัว ตั้งใจมุ่งมั่นกับบ้านของสิงโต และท้ายที่สุดเสียงที่หมวกประกาศออกมา—


เขามายัง ‘กริฟฟินดอร์’


ในตอนที่เขาวางหมวกลง เขาเหลือบมองไปทางฝั่งสลิธีรินเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะเดินไปหาเฟร็ดกับจอร์จที่ปรบมือเสียงดังลั่นจากโต๊ะที่อยู่คนละฟากกับสลิธีริน


และแน่นอนว่าเขาเองก็รู้สึกภาคภูมิใจกับมันเช่นเดียวกัน


__________________

ประกาศ !


รีดคะ คือเรากำลังดองนิยาย (จับใส่ขวดโหล ปิด ปึง! โยนเข้าตู้เย็น)... และอาจจะดองต่อไปเรื่อยๆสักพักด้วย ;w;


 เพราะงั้นเลยแอบไปโละกรุเอาเรื่องราวของตัวละครอื่นๆรอบตัวนังรี่ที่เขียนไว้เมื่อนานมาแล้วมาแปะแทนคำขอโทษ (ตอนแรกมันเป็นเรื่องส่วนที่ไม่คิดเปิดเผยแม้จะแต่งจบแล้วด้วยแหละ 5555 — แต่ดูสภาพการดองของตัวเองแล้วถัดไปรีดอาจได้อ่านของนังอลัน โนอาร์ สกาเล็ต ออโรร่า นาธานเรียงตัว ;w;)


พิณสัญญาว่าจะพยายามมาลงต่อเรื่องหลักให้ภายในเดือนนี้นะคะ แต่อาจจะปลายๆเดือนหน่อย
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 200 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,068 ความคิดเห็น

  1. #1062 Jecelyn (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 6 กันยายน 2563 / 11:19
    อ่านอีกรอบก็ยังคงไม่ชอบสกาเล็ต😒 หึ! อารมณ์ร้อน ด่าไปทั่วไม่ฟังเหตุผล //มองบน
    #1,062
    0
  2. #1028 MartiniLubik (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2563 / 02:57

    เรายังอยากเห็นแฮร์รี่คืนดีกับเจมส์และลิลี่อยู่นะคะ

    การที่แฮร์รี่อยู่ในอ้อมกอดของสองคนนี้คือฝันของเราเลยค่ะ

    #1,028
    0
  3. #989 Jecelyn (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2563 / 13:21
    ไรท์อย่าพึ่งดองยาวนะ555อ่านได้หมดอะยกเว้นสกาเล็ตขอผ่านหมั่นไส้ เเบบเเกถามเขาก็ตอบเเล้วก็มาว่าเฉยเลย บอกให้ถอนคำพูดถอนเเล้วก็เดินหนีเเล้วบอกด่าว่าเป็นพวกตัดสินคนจากสายเลือด อิหยังวะ? เป็บไบโพลาร์หรอลืมสมองไว้ในท้องเเม่รึป่าว? ไม่มีเหตุผลเลยใช้เเต่อารมณ์ำม่เเปลกถ้าจะโดนเหยียดไม่ใช่เพราะสายเลือดเเต่เป็นเพราะความไร้มารยาททั้งการกระทำเเละคำพูด ทำตัวเอง😕😒
    #989
    0
  4. #926 T4R|\| (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2563 / 16:45

    พึ่งเคยอ่านครั้งเเรกเลยค่ะ เราชอบมากกกกกก อ่าวันเดียวจบเลย55555 อยากบอกว่าสนุกมากเลยค่ะไรท์! ชอบทั้งพล็อต ภาษา การบรรยาย ความค่อยเป็นค่อยไป คือแบบมันดีมากกกกก รอนะคะ! จะนานแค่ไหนก็จะรอค่ะ!!!!

    แบบpartตัวละครก็สนุกดีนะคะะะ ชอบ สนุกดีเหมือนกันนนน (แอบกระซิบว่าอยากได้พาร์ทของจินนี่มากเลยค่ะไรท์;-; อยากรู้มั่กว่าเป็นสปายจริงมั้ย ทำไมถึงเป็น แงงงงง ถ้าไม่มากเกินไปให้กันได้มั้ยค้าาาา🥺)

    #926
    0
  5. #924 blackkeys (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2563 / 18:34
    ง่าาา ไรต์อ่าาาา
    #924
    0
  6. #921 Mynun9412 (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2563 / 11:52
    อย่าหายไปนานเลย กราบล่ะค่ะ ชอบเรื่องนี้มาก อยากอ่านจนจบเลย ฮือ พลีสสส
    #921
    0
  7. #920 jeeHo (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2563 / 20:40
    แงง เราเพิ่งมาอ่าน สนุกมากๆเลยค่ะ สู้ๆนะคะ
    #920
    0
  8. #917 jeebiest (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2563 / 22:03
    รออยู่ค่ะ แค่อย่าหายไปเลยเท่านี้พอ
    #917
    0
  9. #916 Yanikajitklang (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2563 / 21:28
    ฮืออออออ ยังคงรอนะคะไรท์
    #916
    0
  10. #914 magickizz (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2563 / 10:33
    รีดยังคงรอเสมอ5555 สู้ๆไรท์
    #914
    0
  11. #913 tueysmall (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2563 / 10:27

    5555555555 สารภาพได้น่ารักมากค่ะ โอเคๆ น้อมรับตอนพิเศษด้วยความเต็มใจ
    #913
    0
  12. #910 Flutter (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2563 / 09:33

    จะรอค่า พร้อมแล้วค่อยมาเนอะ ขอบคุณไรท์นะคะที่มาประกาศ มาอัพเดต อย่าทิ้งเรื่องนี้นะ

    #910
    0
  13. #908 chom-hama260144 (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2563 / 08:16

    ฮือออออ อย่าหายไปเลยแบบไม่บอกอะไรก็พอค่ะ นานๆทีเข้ามาคุยมาอัพเดตนิดๆหน่อยๆก็ยังดีค่ะ เห็นหายไปนานใจไม่ดีเลยย เรื่องนี้สนุกมาก อย่าทิ้งกันนะะ
    #908
    0
  14. #907 Ratchuma44 (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2563 / 07:58

    รอนะคะ
    #907
    0
  15. #906 new-sureerat (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2563 / 07:51
    รอได้ค่ะ ขอแค่อย่าทิ้งหายไปเลย เรารักนิยายเรื่องนี้มาก เป็นกำลังใจให้นะคะ สู้ๆๆๆๆๆ
    #906
    0
  16. #905 aomsin_ts (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2563 / 05:13
    เข้าใจค่ะ เป็นกำลังใจให้นะคะ เย้!!!!! ไม่ต้องกังวลค่อยๆเขียนไปนะคะ ชอบมากๆๆๆๆ
    #905
    0
  17. #904 Cressida (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2563 / 01:39

    ❤️❤️❤️❤️❤️❤️❤️
    #904
    0
  18. #903 Cressida (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2563 / 01:38
    อยากเห็นเมจของน้องเฟย์กับเพื่อนๆจังค่ะ คิดถึงไรท์~~ ขอบคุณที่มาอัพให้ได้อ่านกันนะคะ ดีใจมากเลย เป็นกำลังใจให้กับการเขียนตอนต่อๆไปนะคะ ได้อ่านเกี่ยวกับตัวละครก็สนุกไปอีกแบบ ดูแลสุขภาพด้วยน้า ขอให้รอดพ้นปลอดภัยจากโควิดค่า จะรออ่านตอนต่อๆไปนะคะ รักกกกกก
    #903
    0
  19. #902 My3547TRSH (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2563 / 01:22

    ไม่เป็นไรค่ะ ไรท์มาต่อเค้าก็ดีใจ ได้อ่านมุมของคนอื่นด้วย เรารักยัยเฟๆมากก ดูแลสุขภาพนะคะ คถ.ไรท์สุดๆ
    #902
    0
  20. #901 548athirata (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2563 / 01:15
    กรี๊ดดดดดดดด มาต่อซักที รอนานมากกกกกกก คิดถึงงงงงง อัพดึกจังงงงงงง
    #901
    0