Fic Harry Potter - Eternal War (SS/HP)

ตอนที่ 35 : Chapter 35 : The Plans

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,169
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 289 ครั้ง
    1 เม.ย. 63


Chapter 35 : The Plans






“ศาสตราจารย์พอตเตอร์! คุณฟื้นแล้ว”


“เราได้ยินข่าวลือว่าคุณไปสู้กับฝูงมังกรหลงถิ่นมา มันเป็นความจริงรึเปล่าคะ?”


“ค่อยยังชั่วที่คุณไม่ได้เป็นอะไรมาก นี่ของเยี่ยมค่ะ”


“เกิดอะไรขึ้นครับ ศาสตราจารย์ พวกเราได้ยินว่าคุณบาดเจ็บ—“


แฮร์รี่ที่ตื่นมาอีกครั้งก็ต้องรับมือจากนักเรียนสามบ้านที่พร้อมใจกันมาเยี่ยมเขา ใบหน้าคุ้นเคยของเด็กๆอายุรุ่นน้องทำเอาเขาต้องยิ้มแหย่ และไม่นานนัก พวกนักเรียนก็ถูกป้อมปราการประจำห้องพยาบาลอย่างมาดามพอมฟรีย์ไล่ออกไปในเวลาไม่นานด้วยเสียงร้องอย่าง ‘ห้ามส่งเสียงดัง’ หรือ ‘หมดเวลาเยี่ยมแล้ว’


มาดามพอมฟรีย์ยื่นน้ำดื่มมาให้เขา


“ให้ตายสิ คุณเข้าห้องพยาบาลทีไรจะต้องเป็นแบบนี้เสียทุกที คนป่วยไม่ได้มีพลังล้นเหลืออย่างพวกเขานะ! คุณเองก็เหมือนกัน ศาสตราจารย์พอตเตอร์ เพิ่งจะมาสอนปีเดียวแท้ๆ นี่คุณตั้งใจจะเข้าห้องพยาบาลกี่ครั้งกันแน่?”


แฮร์รี่เถียงไม่ออก ได้แต่ดื่มยารสชาติย่ำแย่เงียบๆ รู้ว่ามันเป็นความห่วงใยแบบฉบับของมาดาม


“แล้วศาสตราจารย์สเนปล่ะครับ?” แฮร์รี่มองรอบๆ แต่กลับดูไม่มีวี่แววของคนที่มาสร้างเรื่องเอาไว้ มาดามพอมฟรีย์ตอบเขาโดยไม่สะดุดขณะวุ่นวายกับการเปลี่ยนผ้าพันแผลให้เขา


“ฉันเห็นเขานั่งเฝ้าเธอจนกระทั่งศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์บอกว่ามีธุระที่ต้องคุยกับเขา และเมื่อเขาออกไป พวกนักเรียนก็รุมกรูกันเข้ามา”


“อ่า—“ แฮร์รี่พอนึกภาพออกได้ตามที่มาดามเอ่ย เขายกแขนขวาให้เธอตรวจกระดูกตรงซี่โครงที่น่าจะสมานกันหมดแล้ว เธอเริ่มวินิจฉัย


“อาการดีขึ้นมากแล้ว แผลเล็กๆน้อยๆหายเป็นปลิดทิ้ง กระดูกเริ่มสมานตัว แต่ทางที่ดี นอนพักที่นี่อีกสักคืนน่าจะดีกว่า”


“ผมกลับไปนอนห้องตัวเองไม่ได้เหรอครับ?”


มาดามพอมพรีย์ไม่ตอบเขา ทั้งยังส่งสายตาดุๆมาให้ แฮร์รี่ถึงได้ยอมล้มตัวนอนไม่เถียงเพิ่มอีก


“ขออนุญาตครับ—“


มีเสียงจากประตู เมื่อเห็นว่าเป็นเด็กนักเรียน มาดามพอมฟรีย์ก็หน้าตึงหงุดหงิด ไม่ทันที่เด็กชายจากสลิธีรินจะอ้าปากเอ่ยอะไร มาดามก็ขัดทันที


“เยี่ยมได้แค่ห้านาที งดต่อรอง”


แฮร์รี่หลุดยิ้ม เขาเห็นใบหน้าลำบากใจของเด็กชายก็รีบเอ่ยช่วยด้วยน้ำเสียงเนือยๆ


“ผมนัดเขาเอาไว้เมื่อวันก่อน เว้นไว้สักคนเถอะครับ มาดาม เขาก็ไม่ใช่เด็กที่จะส่งเสียงเอะอะอะไรด้วย”


มาดามพยักหน้าอย่างไม่พอใจให้ก่อนจะเดินจากออกไป แฮร์รี่ลุกขึ้นนั่ง ยิ้มทักทายเด็กชายผมดำจากบ้านสลิธีริน


“สวัสดี คุณดอร์แมน”


“สวัสดีครับ — ศาสตราจารย์พอตเตอร์” ดอร์แมนไม่แปลกใจกับท่าทางของมาดามพอมพรีย์ ท่าทางจะรู้กิตติศัพท์ของเธอเป็นอย่างดี เด็กชายผมดำกวาดตามองเขาอย่างสำรวจก่อนจะตรงเข้ามานั่ง มองของเยี่ยมที่วางอยู่ข้างๆเขาอย่างลำบากใจก่อนจะเอ่ย


“นี่คุณ— ไปทำอะไรมากันแน่?”


แฮร์รี่หลุดหัวเราะกับท่าทางกระอักกระอ่วนนั้นจนเจ็บแสบแผล เขาพยายามควบคุมตัวเองเมื่อมาดามพอมฟรีย์จ้องมาเสียเขม็ง ไม่แปลกใจที่ดอร์แมนจะสงสัย เมื่อวานที่เขาเจอกับอีกฝ่ายยังปราศจากบาดแผลอยู่เลย แฮร์รี่กระแอมและรีบกลบเกลื่อนโดยการเสตาหลบ ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลนั้นทำเอาดอร์แมนหรี่ตาก่อนจะเอ่ยถัดมา


“ช่างมันเถอะครับ” เด็กชายพึมพำด้วยสายตาที่เหมือนจะบอกว่ามันไม่ใช่เรื่องน่าตลกหรืออะไรบางอย่าง เริ่มเอ่ยเข้าเรื่อง


“เรื่องที่ผมขอให้คุณช่วย—“


“คงจะต้องข้ามเป็นสกัดใจก่อน กับศาสตราจารย์สเนป —ได้ใช่ไหม?”


แฮร์รี่ขัดทันที ถึงคราวก่อนเด็กชายจะไม่พูดอะไร แต่การที่ขอร้องเขาก็เห็นได้ชัดแล้วว่าตอนนี้อีกฝ่ายไว้ใจแค่เขา ดอร์แมนเงียบชั่วครู่ราวกับตกอยู่ในห้วงความคิด สุดท้ายก็เงยหน้าเอาดวงตาทมิฬขึ้นมามองด้วยประกายที่แฮร์รี่อ่านไม่ออก


เพราะแบบนี้แหละเขาถึงไม่ชอบเด็กสลิธีริน — เขาไม่เคยเข้าใจคนพวกนี้เลย


“ครับ ไม่มีปัญหา”


__________________________



ทำไมทุกคนจะต้องมีปัญหากันตอนเทศกาลยูล


เฟลิกซ์นึกคร่ำครวญในใจระหว่างที่กำลังนั่งทานมื้อเที่ยงที่ห้องอาหาร เขาเห็นนกฮูกบินเข้ามา มันบินลงไปตรงหน้าอลัน พยายามยื่นจดหมายให้อลันอย่างว้าวุ่นเมื่อเพื่อนเขาแค่ปรายตามองจดหมายและกินอาหารต่ออย่างเหม่อลอย ไม่สนใจสารที่ถูกส่งให้สักนิด —


โนอาร์หายตัวไปมาตลอด เขาพอรู้จากแผนที่ตัวกวนว่าเพื่อนต่างบ้านของเขาอยู่กับแฮร์รี่หลายครั้ง และน่าแปลกที่บางครั้งเขาเห็นอีกฝ่ายอยู่กับดัมเบิลดอร์ด้วย ทำตัวมีพิรุธทั้งยังมีหน้าตาเคร่งเครียดทุกครั้งที่เจอแต่ก็ไม่ยอมเล่าอะไรออกมาสักคำ ที่น่าเป็นห่วงกว่าคือการที่เพื่อนสลิธีรินของอีกฝ่ายดูสงสัยท่าทางแบบนั้นเหมือนกัน


ช่วงนี้สกาเล็ตฉุนเฉียว อาจจะเริ่มตั้งแต่ตอนมีเรื่องทะเลาะวิวาทกับอลัน บางทียังอ่อนไหวผิดคาดเพราะเพิ่งเสียครอบครัวไปจนเขาอดเข้าไปปลอบไม่ได้ แถมยังปลีกตัวออกไปอยู่บ่อยๆจนผิดสังเกต


ได้ยินเสียงนักเรียนคนอื่นคุยเรื่องแฮร์รี่ตั้งแต่เมื่อเช้า ทุกคนดูสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกับศาสตราจารย์ของพวกเขา เฟลิกซ์เขี่ยอาหารในจานไปมา เขาไม่ได้ไปเยี่ยมแฮร์รี่เพราะไม่ต้องการไปเบียดเสียดกับนักเรียนคนอื่น และแฮร์รี่คงไม่บอกใครว่าตัวเองไปทำอะไรมาถึงได้บาดเจ็บหนักขนาดนั้น


เด็กชายผมแดงหูแว่วได้ยินว่าแฮร์รี่เพิ่งไปปราบปรามผู้เสพความตายมาจากพวกนักเรียนรุ่นน้องในบ้านตัวเอง เขากรอกตา รู้ว่าแฮร์รี่อยู่ที่ฮอกวอตส์ตลอดเวลา เพราะถ้าเฟลิกซ์แยกกับอีกฝ่ายตอนเที่ยงคืน และแฮร์รี่บาดเจ็บในตอนเช้า ถ้าเอ่ยว่าถูกบางอย่างในป่าต้องห้ามทำร้ายยังจะเป็นไปได้มากกว่า


“ฉันไม่ได้เสียใจ! นายเลิกย้ำเรื่องนี้ได้แล้ว! และเฮ้! ฉันไม่ต้องการให้นายมาปลอบฉันด้วย!”


จู่ๆเสียงตะโกนก้องของสกาเล็ตก็ดังขึ้นจนเขาสะดุ้ง หันไปถึงเห็นว่านาธานกำลังมองเพื่อนตัวเองอย่างลำบากใจ และไม่ทันที่พรีเฟ็คชายจะเอ่ยอะไร ยัยผมบ็อบทองก็ลุกพรวดคว้ากระเป๋าและหนังสือตัวเองแล้วเดินก้าวขายาวๆออกไป นักเรียนหลายคนมองเรื่องตรงหน้าก่อนจะหันไปใส่ใจกับอาหารของตนเองต่อ พร้อมๆกับเริ่มมีเรื่องซุบซิบเรื่องใหม่นอกจากเรื่องแฮร์รี่


พอสังเกตเห็นความมืดมนในดวงตาของคู่อริเขา ไม่ทันที่สกาเล็ตหายไปลับตา สายตาของนาธานก็มองมาทางเขาเหมือนต้องการขอร้องหรืออ้อนวอน เฟลิกซ์เงียบ เขาไม่ต้องการจะยุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้อีกแล้ว คราวก่อนที่เขาไปช่วยนั่งปลอบโกลด์สตีน อลันแทบจะเขม่นใส่เขา


เขาเขี่ยชิ้นมี้ทบอลในจานตัวเองและเอ่ยเกริ่นๆ


“นายไม่เข้าใจยัยนั่น”


นาธานที่นั่งอยู่ห่างจากเขาไปสองเมตรหันมา ดวงตาสีน้ำตาลกลมคล้ายรอฟังว่าเขาจะเอ่ยอะไรขึ้นมาอีก แต่เมื่อเห็นว่าเขาไม่เอ่ยอะไร ซีกเกอร์ประจำทีมกริฟฟินดอร์ก็ลุกขึ้นมานั่งข้างเขาและเอ่ยถามตรงไปตรงมา


“นายหมายความว่ายังไง?”


เฟลิกซ์เหลือบตา หันกลับมามองมี้ทบอลในจาน เลิกเขี่ยมันและเงยหน้าสนทนาอย่างจริงจัง ในฐานะที่อีกฝ่ายเป็นเพื่อนอันน้อยนิดของเขา —


“นายควรหยุดพูดว่านายเข้าใจยัยนั่น หยุดให้ใครต่อใครไปช่วยปลอบใจเธอ ด้วยนิสัยของโกลด์สตีน ยัยนั่นมีวิธีจัดการกับความเศร้าของตัวเองอยู่แล้ว นาธาน นี่มันไม่ใช่หน้าที่ฉันเลยนะที่จะต้องบอกนาย นายเป็นเพื่อนยัยนั่นไม่ใช่รึไง?”


“แต่ ฉันเป็นห่วงเธอ — และฉันว่าฉันเข้าใจความรู้สึกของเธอนะ”


เฟลิกซ์ขยับตามอง เขาพอรู้ว่าเพื่อนของเขาเป็นพ่อมดสายเลือดบริสุทธิ์ ครอบครัวของนาธานย้ายมาจากไอร์แลนด์และใช้ชีวิตเงียบๆอยู่แถบชนบทของอังกฤษ ไม่ยุ่งเกี่ยวกับสงครามหรืออยู่ฝ่ายไหนเป็นพิเศษ แน่นอนว่าคนในครอบครัวก็ไม่เคยตายไปด้วยสงคราม —ไม่เหมือนเจเนซที่พ่อเสียชีวิต ไม่เหมือนเขาที่จำภาพงานศพได้


เฟลิกซ์ยิ้มขมขื่นอย่างขุ่นมัวเล็กน้อยและยักไหล่ให้อีกฝ่าย


บางที —ความปรารถนาดีของอีกฝ่ายนั่นแหละที่ทำร้ายยัยนั่นที่สุดแล้ว


เฟลิกซ์ลุกขึ้น นาธานนั่งนิ่งคล้ายรับรู้บรรยากาศแปลกๆรอบตัวเขาได้ เจ้าตัวถอนหายใจ


“มีแต่นาย — ที่สกาเล็ตยอมคุยด้วย”


เด็กชายผมแดงแปลกใจ หลุดหัวเราะ


“ฉันไม่ได้สนิทหรือเป็นเพื่อนยัยนั่นสักหน่อย”


เฟลิกซ์เดินออกจากห้องโถง ทิ้งให้นาธานอยู่ลำพัง แต่อีกฝ่ายอยู่คนเดียวไม่นาน เพื่อนของอีกฝ่ายก็เข้าไปคุยด้วย ไม่ทันก้าวไปไหนไกล สายตาคู่หนึ่งก็มองเขามาจากบ้านเรเวนคลอ เด็กชายหันไปสบตากับอลันครู่หนึ่ง เพื่อนผิวเข้มมองเขาคล้ายกำลังคิดบางอย่าง เฟลิกซ์เลิกคิ้วแต่ไม่ได้สนใจอะไรมากมายนัก และเขาไม่อยากทำตัวโดดเด่นอย่างการเดินพุ่งไปคุยที่โต๊ะของบ้านอื่นอย่างร่าเริงด้วย


ออกจากห้องโถง เดินไปทางหอคอยที่คุ้นเคย มีเด็กคนอื่นเดินประปรายเป็นกลุ่มเล็กใหญ่ เฟลิกซ์เหลือบมองนอกหน้าต่าง เขาเห็นหิมะที่ปกคลุมรอบๆ และไม่ทันไรก็เห็นร่างของคนที่เขาพูดถึงก่อนหน้าเดินย่ำเท้าออกจากประตูใหญ่ พอมองจากข้างบนแล้ว ผมสั้นๆสีบรอนซ์ของโกลด์สตีนคล้ายจะกลืนไปกับหิมะได้ เฟลิกซ์หยุดมองคู่อริตัวเอง เดินตรงไปหยุดที่หน้าต่างจนผิวหน้าสัมผัสอากาศหนาว เพียงไม่นานจมูกของเขาก็ขึ้นสีแดงเฉดเดียวกับผมยุ่งๆของเขา


เพื่อนหญิงร่วมบ้านตรงออกนอกฮอกวอตส์ ลุยทางเดินหิมะไป ไม่ทันนึกสงสัยว่าอีกฝ่ายเดินไปไหน โกลด์สตีนก็พุ่งกำปั้นตรงไปต่อยลำต้นไม้จนได้ยินเสียงดัง ‘ปึก!’ ลอยมาไกลๆ คนที่กำลังมองอยู่อย่างเขาอดไม่ได้ที่จะพึมพำเสียงแหย


“นั่นมันต้องเจ็บมาก—“


หิมะตกลงมาจากกิ่งไม้ข้างๆเธอ เฟลิกซ์เห็นคู่อริทั้งต่อยทั้งเตะต้นไม้ราวกับว่ามันไปทำอะไรคุณเธอเข้า จนสุดท้ายโกลด์สตีนก็คล้ายเหนื่อยถึงเงยหน้าหายใจหอบจนเห็นกลุ่มควันขาวๆลอยออกมาจากปาก และเริ่มงึมงำบางอย่างกับตัวเอง


เฟลิกซ์แค่ยืนเงียบๆมองเธอจากที่ไกลๆไม่ไปไหน


โกลด์สตีนจับกระเป๋าสะพายข้างของตัวเองไว้แน่น เฟลิกซ์มองอย่างสงสัย — โกลด์สตีนพกอะไรเดินไปมาในวันหยุดกัน? เขาหยุดคิดชั่วครู่ จำได้ว่าเธอกำลังอ่านหนังสือบางอย่างตอนที่อยู่ระหว่างมื้ออาหาร ไม่แน่ใจว่าเป็นหนังสืออะไร บางทีเธออาจต้องการหาอะไรทำเพื่อไม่ให้ตัวเองคิดเกี่ยวกับเรื่องครอบครัว


เขารู้ดี ตลอดห้าปีที่เดินผ่านไปมาสวนทางกัน หรือตอนที่อีกฝ่ายพยายามเอาชนะเขาในเรื่องต่างๆ เขาไม่เคยเห็นสกาเล็ตทำตัวอ่อนแอแม้สักครั้ง ครั้งเดียวที่เขาเห็นเธอร้องไห้คือตอนที่จดหมายบอกข่าวการเสียชีวิตของครอบครัวมาถึง และเธอก็ฟื้นฟูตัวเองอย่างรวดเร็วจนน่าตกใจ เฟลิกซ์มองเธอจากบานหน้าต่างด้วยสายตาอ่อนลง


เขายังไม่ถูกกับเธอ แต่เฟลิกซ์เห็นคนแบบสกาเล็ตในภาคีมาเยอะแล้ว หนึ่งในนั้นคือแม่ของเขา ลิลี่เคยฟื้นตัวอย่างรวดเร็วหลังจากงานศพของเพื่อนสนิทเธอที่ตายไปตอนเขายังเด็ก แต่หลังจากนั้น มันก็คล้ายเป็นบางอย่างที่ติดอยู่ในใจตลอดมาและแสดงออกมาผ่านนิสัยบางอย่างโดยที่แม่เขาไม่รู้ตัว บางที่พ่ออาจสังเกตได้แต่ไม่เอ่ยถึง



เพราะการเอ่ยถึงมันในตอนที่แผลสดใหม่เป็นเรื่องเจ็บปวด


โกลด์สตีนยังคงยืนตากลมหนาวอยู่อีกนานราวกับว่าไม่สนใจสภาพอากาศรอบๆ เธอไม่แม้แต่จะสวมผ้าพันคอด้วยซ้ำ และชุดของเธอก็มีแค่เสื้อกันหนาวสีดำบางๆแถมไม่มีฮู้ดแค่ชั้นเดียว แค่เห็นยังชวนให้รู้สึกหนาวแทน


ถ้าถามว่าเขาชอบยัยนั่นไหม คงตอบได้เต็มปากเต็มคำว่าไม่


เฟลิกซ์ถอดผ้าพันคอสีแดงและถุงมือของเขาออก หยิบกระดาษออกมาแผ่นหนึ่งเขียนข้อความลงไปสั้นๆ รวบของทั้งสามชิ้นไว้ด้วยกันและใช้ไม้กายสิทธิ์ร่ายคาถา


“วิงซ์การ์เดี่ยม เลวิโอซ่า”


ของทั้งสามชิ้นลอยไป เขาควบคุมทิศทางอีกเล็กน้อย ขยับให้มันลอยออกไปทางหน้าต่าง ตรงไปหาคู่อริเขา เมื่อเห็นว่ามันคงไม่พลาดเป้าเขาก็ละสายตาและลดไม้กายสิทธิ์


แต่ถ้าถามว่าผูกพันบ้างไหม? — มันก็คงใช่


ในขณะที่ดึงสายตากลับมาที่ปราสาทเขาก็เห็นอลันเดินมาพอดี


“ไง”


เฟลิกซ์ขยับตัวหลบมาจากหน้าต่างและเอ่ยทักเพื่อนเขาก่อน อลันมองออกไปนอกหน้าต่าง ท่าทางเห็นโกลด์สตีนแล้ว เจ้าตัวมองอย่างครุ่นคิด แต่อลันกลับไม่ได้ยกเรื่องนี้มาพูดอีก เฟลิกซ์เห็นว่ามีนกฮูกส่งสารบินตามอลันมาด้วย เขากระตุกยิ้มก่อนจะดึงจดหมายมาจากเจ้านกฮูกแก่


อลันไม่ได้ว่าอะไรกับการที่เขาถือวิสาสะทำแบบนี้ ทันทีที่เขารับจดหมาย เจ้านกฮูกถึงรู้สึกว่ามันได้รับอิสรภาพ รีบบินจากไปทันที


เฟลิกซ์เก็บจดหมายใส่ใต้ชุดและไล่เรื่องวุ่นวายทุกอย่างออกไปจากหัว จนกระทั่งเมื่อเรื่องวุ่นวายหลุดพ้นออกไปเขาก็กระพริบตาหนึ่งที รีบเอ่ยเล่าอย่างตื่นเต้น


“จริงสิ! ฉันยังไม่ได้เล่าให้นายฟังนี่ ฉันได้ลูกแมวเป็นของขวัญวันคริสมาสต์! พี่ฉันส่งมันมาให้ ฉันให้มันชื่อชารอน นายน่าจะได้เจอมันดู —”


อลันพยักหน้าไม่สงสัยว่าพี่ชายเขาที่พูดถึงเป็นใคร ใบหน้ายังคงลอยแต่เขารู้ดีว่าเพื่อนเขายังรับฟังอยู่ ทั้งคู่เดินตรงไปยังห้องบนหอคอยที่เหมือนฐานลับของพวกเขาตั้งแต่ปีสอง


ลับหลังพวกเขา ที่ด้านนอกปราสาทฮอกวอตส์


โกลด์สตีนมองของสองอย่างและกระดาษอีกแผ่นในมือเธอ กำพวกมันแน่น ในตอนที่เธอเงยหน้าหันขึ้นไปมองตามทิศทางที่ของลอยมาก็ไม่เจอใครแล้ว แต่เธอยังจำลายมือนี้ได้


‘เธอก็ไม่ควรตากลมข้างนอกนานเกินไป แม้ว่าเธอจะเป็นแม่มดก็ตาม’


มันเป็นลายมือของเฟลิกซ์ พอตเตอร์


และนั่นทำให้เธอตัดสินใจที่จะขย้ำกระดาษในมือและยืนเงียบอยู่ที่เดิมอีกนานหลายนาทีก่อนจะยอมกลับเข้ามาในปราสาท


__________________



มันเหมือนเป็นความรู้สึกกระอักกระอ่วน


แฮร์รี่มองศาสตราจารย์ปรุงยาที่เดินเข้ามา ตรงมาทางเขา ใบหน้าเรียบเฉยคล้ายไม่รู้สึกรู้สาอะไร เซเวอร์รัสขยับตามองดอร์แมนที่ทักทายสั้นกระชับ ก้มหัวเล็กน้อยอย่างเคารพ


“สวัสดีครับ ศาสตราจารย์สเนป”


“เช่นกัน คุณดอร์แมน”


เซเวอร์รัสพยักหน้ารับคำทักทายนั้น แฮร์รี่มองอย่างกังวล — เขาควรจะเริ่มต้นเล่าเรื่องของดอร์แมนจากตรงไหนดี? แต่ที่แน่ๆเขายังไม่อยากเอ่ยถึงเรื่องเมื่อคืนตอนนี้ ในขณะที่มีคนอื่นอยู่ด้วย


แต่แฮร์รี่ไม่ทันได้เอ่ยอะไร ดอร์แมนกลับเริ่มต้นเสียเองจนน่าประหลาดใจ


“ศาสตราจารย์สเนป — ก่อนหน้านี้ผมได้ขอร้องศาสตราจารย์พอตเตอร์เล็กๆน้อยๆเกี่ยวกับการสอนเพิ่มเติมคาถาสองชนิดในช่วงวันหยุดเทศกาลยูล— และศาสตราจารย์พอตเตอร์ได้แนะนำให้ผมขอให้คุณเป็นผู้สอนคาถาหนึ่งในนั้น“


แฮร์รี่รู้ว่าเซเวอร์รัสหรี่ตาลง เหลือบตามาทางเขาที่ได้แต่ยิ้มแห้ง แฮร์รี่พยักหน้ายืนยันคำพูดของเด็กชาย ศาสตราจารย์ปรุงยาถึงเอ่ยตอบเป็นจังหวะอย่างตัดรอน


“เกรงว่าฉันจะไม่มีเวลาว่างมากมาย คุณดอร์แมน — ก่อนอื่น ไม่ทราบว่าคาถานั้นคือ—?”


“คาถาสกัดใจ” แฮร์รี่ตอบแทนดอร์แมน เซเวอร์รัสถึงดึงสายตาจากเด็กชายกลับมาที่เขา เมื่อรู้ว่าถูกมอง คนดวงตาสีเขียวก็ยักไหล่ “ผมไม่เชี่ยวชาญคาถาพินิจใจ คุณก็รู้”


“และอีกคาถา?”


เซเวอร์รัสเลิกคิ้วถามกลับมา


“คาถาผู้พิทักษ์”


เซเวอร์รัสเงียบ ท่าทางคล้ายวิเคราะห์บางอย่างในหัวสุดท้ายจึงส่ายหน้า


“เป็นไปไม่ได้เลยที่จะเรียนทั้งสองคาถานี้สำเร็จในเวลาสั้นๆ มันเป็นคาถาระดับสูง พ่อมดแม่มดผู้ใหญ่บางคนยังใช้มันไม่ได้ด้วยซ้ำ ถึงเธอจะมีความอดทนฝึกมันขนาดไหนก็ตาม”


ดอร์แมนไม่ได้เถียง ราวกับรู้เรื่องนี้อยู่แล้ว แฮร์รี่ย่นหน้าใส่เซเวอร์รัสและเอ่ยขัด


“แต่ผมสอนคาถาผู้พิทักษ์ให้เพื่อนผมตอนปีห้าจนเขาร่ายผู้พิทักษ์แบบเต็มตัวได้ภายในเวลาครึ่งเทอม—“ แฮร์รี่เหยียดยิ้ม พยายามยืดอกอย่างโอ้อวดจนเจ็บแผลที่หน้าท้อง “—และครึ่งเทอมนั่นเป็นเวลาที่ไม่รวมอยู่ในการเรียนการสอนปกติด้วย”


เซเวอร์รัสไม่ได้แปลกใจกับคำพูดของเขา น่าจะเห็นบางส่วนของมันจากความทรงจำเขาแล้ว เป็นดอร์แมนต่างหากที่เบิกตาขึ้น ปากกระตุกแต่ยังสงวนท่าทางนิ่งสงบของตัวเองเอาไว้


“มันขึ้นอยู่กับบุคคล” เซเวอร์รัสตอบกลับมาอย่างไม่มีสะดุด มองตรงมาที่แฮร์รี่เหมือนจะให้เขาระลึกว่าเขาเองก็ร่ายคาถาผู้พิทักษ์แบบเต็มตัวได้ในเวลาครึ่งเทอมเหมือนกัน — แถมยังเป็นตั้งแต่อายุสิบสามปีด้วย แฮร์รี่ยิ้มกว้างรับ และพวกเขาหยุดมองกันอยู่นาน เซเวอร์รัสย้ายสายตาไปมองดอร์แมนอีกนิด


“ก็ได้ ฉันตกลง อย่างไรศาสตราจารย์พอตเตอร์ก็ไม่สามารถสอนเธอได้ในวันนี้— หลังมื้อค่ำมาที่ห้องทำงานของฉัน คุณดอร์แมน แต่แน่นอนว่าผลจะเป็นอย่างไรนั้นขึ้นอยู่กับตัวคุณ”


ดอร์แมนกระพริบตาอย่างคาดไม่ถึง แต่สุดท้ายก็เอ่ยขอบคุณและยอมลาออกไปจากห้องพยาบาลในที่สุด แฮร์รี่ไม่ลืมที่จะทิ้งท้าย


“และไม่ต้องกินมื้อค่ำไปเยอะนักล่ะ“


ดอร์แมนเหมือนจะหลุดหัวเราะกับคำพูดที่คล้ายเป็นเรื่องล้อเล่นของเขา


จนดอร์แมนหายไปลับตาแล้ว มาดามพอมฟรีย์พอเห็นเซเวอร์รัสมาก็ปลีกตัวเองไปทานมื้อเที่ยง แฮร์รี่มองเซเวอร์รัสที่เริ่มถามก่อน


“เป็นอย่างไรบ้าง?”


“ดีขึ้นเยอะแล้ว” แฮร์รี่ตอบขยับแขนขาไปมาเพื่อยืนยันว่ากระดูกที่หักเขื่อมต่อกันแล้ว “คุณน่าจะช่วยเอ่ยกับมาดามให้ปล่อยผมกลับไปนอนที่ห้องตัวเองสักที นี่ถ้าที่นี่เป็นโรงพยาบาลเซนต์มังโก ผมคงนึกว่าตัวเองถูกหลอกให้เพิ่มคืนนอนเพื่อรีดไถเงิน”


“มาดามทำถูกแล้ว เพราะมันเป็นไปไม่ได้ที่เธอจะยอมนอนอยู่ที่ห้องตัวเองเฉยๆ อย่างดีเธอคงเดินป่วนไปทั่วปราสาทหรือถ้าอย่างเลวร้ายก็คงหาเรื่องเสี่ยงอันตรายให้ตัวเองเจ็บตัวเพิ่ม ไม่มีอะไรยืนยันเลยว่าเธอจะไม่หายเข้าไปในป่าต้องห้าม หรือทำอะไรอย่างเมื่อคืน” เซเวอร์รัสเอ่ย เดินไปนั่งแทนที่ดอร์แมน แฮร์รี่ขยับหน้าอย่างงุ่นง่าน ไม่รู้ว่าควรจะทำตัวอย่างไรกับสถานการณ์น่าอึดอัดตรงหน้าดี เขารู้สึกอยากถามแทบบ้าว่าทำไมเซเวอร์รัสถึงจูบเขา —


“ผมได้ยินว่าคุณไปหาอัลบัสมา—“


เซเวอร์รัสพยักหน้า ไม่ได้อยากพูดเรื่องนี้นัก แฮร์รี่พอเดาท่าทางได้ เขาถึงรีบถามทันที


“คุณคงไม่ได้ทำอะไรเสี่ยงๆอยู่ลับๆกับอัลบัสใช่ไหม?”


“ไม่เสี่ยงเท่าที่เธอทำแน่ แฮร์รี่” จู่ๆเซเวอร์รัสก็เอ่ยตัด นั่งกอดอก ขาไขว่ห้าง แฮร์รี่ยิ้มค้าง เขามองเซเวอร์รัสอยู่เงียบๆชั่วครู่ ไม่แน่ใจว่าควรจะเอ่ยต่อบทสนทนายังไง เช่นเดียวกัน เซเวอร์รัสไม่ได้เอ่ยเริ่มบทสนทนาอีก จ้องเขามาด้วยดวงตานกฮูกสีทมิฬ มีตีนกาเล็กน้อยปรากฏระหว่างคิ้วทั้งคู่


“เอ่อ — คือ —“



แฮร์รี่เอนหลังพิงพนักพิง ชอบมองท่าทางของอีกฝ่ายอย่างลำบากใจ เซเวอร์รัสในตอนนี้คล้ายมีบางอย่างติดอยู่ในใจ สุดท้ายจึงถามอย่างลังเล


“—นี่คุณโกรธผมอยู่เหรอ?”


ไม่ใช่ว่าพวกเขาคุยกันแล้วเมื่อคืน?


ศาสตราจารย์ปรุงยาพ่นลมหายใจและจ้องเขามาอย่างจริงจัง เอ่ยเป็นจังหวะเฉพาะตัว


“ฉันรู้แค่ว่าเธอทำอะไรบางอย่างในคืนวันคริสมาสต์ —แน่นอนว่ามันเป็นสิทธิของเธอที่จะทำอะไรก็ตาม ดังนั้นฉันถึงไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่วันรุ่งขึ้น อาจารย์ใหญ่กลับบอกฉันว่าเธอบาดเจ็บหนักอยู่ห้องพยาบาล”


แฮร์รี่เงียบ เซเวอร์รัสเหมือนจะพูดบางอย่างต่อ แต่กลับหยุดลงที่ตรงนี้


อีกฝ่ายพูดถูก — เรื่องนี้เขายังไม่ได้อธิบายมันอย่างชัดเจนเลย


“ผมไม่ได้จะปิดบัง คือ มันเกี่ยวกับของที่ใช้กำจัดฮอร์ครักซ์—“


เด็กหนุ่มผมยุ่งเอามือขยี้ผมอย่างลำบากใจ สุดท้ายถึงเอนตัวพิงพนัก เรียบเรียงเรื่องราวในหัวก่อนที่จะเริ่มถ่ายทอดทุกอย่างออกไปให้อีกฝ่ายฟังโดยไม่เอาเรื่องล้อเล่นมาปะปน เขาเล่าตั้งแต่ที่มาที่ไปของการตัดสินใจ หลังกลับจากงานเลี้ยง กระทั่งการต่อสู้กับบาซิลิสก์ ตลอดเวลาที่เขาเล่า เซเวอร์รัสนิ่งเงียบและฟังอย่างตั้งใจ ซึ่งนั่นทำเอาเขารู้สึกผิดขึ้นมาเล็กน้อย


ใช้เวลากว่าสิบนาที แฮร์รี่ถึงเล่าเรื่องทุกอย่างออกไปจนหมด เขาเล่าโยงไปถึงตอนที่ห้องแห่งความลับเปิดครั้งแรกในมิติของเขา หรือแม้แต่เรื่องที่เขาคือพาเซลเม้าท์ เรื่องดาบของกริฟฟินดอร์


บทสนทนาที่แทบจะมาจากฝ่ายเดียวจบลง แฮร์รี่ก็เงียบเพื่อทบทวนว่าตัวเองไม่ได้ลืมอะไรไป เซเวอร์รัสแทบไม่แสดงสีหน้าอะไรออกมาเลยระหว่างที่เขาเล่า


พวกเขาเห็นมาดามพอมฟรีย์เดินกลับเข้ามา เธอไม่ได้สนใจพวกเขามาก แค่มองเข้ามานิดเดียวก่อนจะไปจัดการกับชั้นเก็บยาของเธอ ในจังหวะนั้น ดวงตาของเซเวอร์รัสคล้ายเต็มไปด้วยประกายซับซ้อนอีกครั้ง เป็นสีหน้าที่แฮร์รี่อ่านไม่ออก


“ศาสตราจารย์?”


เซเวอร์รัสมองมาที่เขา ประกายแปลกๆในดวงตาพลันหายวับไปราวกับเขาตาฝาด เมื่อดวงตาสีนิลกลับมาโฟกัสที่หน้าเขาก็ถามขึ้นทันที


“ทำไมเธอถึงลงไปที่นั่นเพียงลำพัง—?”


“นั่นก็เพราะผมไม่อยากให้มีใครบาดเจ็บ—“ แฮร์รี่ตอบพลางขวดคิ้ว เริ่มไม่แน่ใจความคิดตัวเองเลยยิ้มเก้อ เอ่ยต่อ


“และมันจะดีกว่าถ้าไม่มีใครรู้เรื่องนี้ พวกเขาจะได้ไม่ต้องตระหนก อีกอย่าง ใครๆก็รู้ว่าเรื่องห้องแห่งความลับมันเป็นแค่ตำนาน“


“อย่าทำแบบนั้นอีก” เซเวอร์รัสกล่าวเชิงดุ “อย่างน้อยก็มาบอกฉัน”


มันเป็นความรู้สึกอุ่นวาบ ไม่ต่างอะไรเลยกับตอนที่อยู่กับรอนหรือเฮอร์ไมโอนี่ ไม่ต่างอะไรกับตอนที่เพื่อนเขาเชื่อทุกอย่างที่เขาพูดแม้ว่ามันจะงี่เง่าเท่าไรก็ตาม แฮร์รี่ระบายยิ้มกว้าง ถามอย่างลองเชิง


“แล้วคุณจะเชื่อผม?”


“แน่นอน แฮร์รี่ ทุกอย่าง”


ดวงตาของเซเวอร์รัสอ่อนลง เหมือนสัตว์ร้ายที่ยอมสยบต่อเขา แฮร์รี่เม้มปาก ในชั่ววินาที เขารู้สึกอยากจะเล่าเรื่องทุกอย่างให้อีกฝ่ายฟัง อยากเล่าเรื่องที่เขาตั้งใจจะทำ เรื่องที่เขาตัดสินใจ อยากโอบกอด จูบและขอร้องให้อีกฝ่ายอยู่ข้างเขาในทุกกรณี ยิ่งความรู้สึกนั้นรุนแรง เขาก็ค่อยๆขยับตัวเอนลงนอน ขดตัวน้อยๆ ซ่อนรอยยิ้มของตัวเอง


“ผมเข้าใจแล้ว”


_____________________________________________



โนอาร์ลอบมองศาสตราจารย์สเนปที่นั่งอยู่ห่างๆเขาระหว่างมื้อค่ำ — แปลกที่อีกฝ่ายยอมสอนนอกบทเรียนให้เขา ตามจริง ที่เขาแปลกใจที่สุดก็คือท่าทางของอีกฝ่ายที่มีต่อศาสตราจารย์พอตเตอร์นี่แหละ


เขารีบทานมื้อค่ำและเอ่ยบอกว่ามีธุระ เพื่อนเขาไม่ได้ห้ามอะไร เพียงบ่นมาเล็กน้อยว่าเขาชอบทำตัวลับๆล่อๆ เขาเห็นกรีนกราสมองมาทางเขาจึงขยับยิ้มสุภาพตอบรับ เธอยิ้มให้เขาอย่างมีเลศนัยแค่เสี้ยววินาที หันกลับไปคุยกับกลุ่มเพื่อนของเธอต่อด้วยท่าทางที่เปลี่ยนไปมาอย่างรวดเร็วจนแทบไม่มีใครสังเกตเห็น


โนอาร์รีบลุกออกจากห้องโถง แต่เขาเดินออกไปได้ไม่ไกลก็รู้ว่าตัวเองถูกตามมาจากข้างหลัง เด็กชายค่อยๆลดความเร็วในการเดิน หลังเดินเลี้ยวที่สุดทางเดินก็หยุดและหันกลับไปจนปะทะเข้ากับเด็กชายจากบ้านคู่อริ


เฟลิกซ์เป็นคนที่ตามเขามา ดวงตาสีเฮเซลทรงเหยี่ยวที่ดูดุมีประกายเคร่งเครียด เขาถามพลางส่งสายตาระวังเล็กน้อย


“นายตามฉันมาทำไม พอตเตอร์?”


“ตรงนี้มีคนอื่น” เฟลิกซ์กระซิบขณะเดินผ่านทางที่เขาเดินไป โนอาร์เลิกคิ้ว เหลือบไปเห็นเด็กจากบ้านเรเวนคลอเดินผ่านมาพอดี เขาลอบเดินผ่านกลุ่มเรเวนคลอ ตามหลังเพื่อนผมแดงอย่างห่างๆ


จนกระทั่งเฟลิกซ์เข้าไปในห้องเรียนหนึ่ง เขารีบเดินตามเข้าไปและปิดประตูอย่างรวดเร็ว


“มีอะไร?”


รีบถามทันที เฟลิกซ์ยกนิ้วชี้แตะที่ปากตัวเองเป็นเชิงว่าให้เขาเบาเสียงลง เมื่อถูกเตือนเขาถึงเงียบอย่างฉับพลัน


พวกเขาอยู่ในความเงียบราวๆสี่ถึงห้านาทีก่อนที่เฟลิกซ์จะเริ่มเอ่ย


“ตอนนี้ฉันจะไม่ถามหรอกนะว่านายกำลังทำอะไร” เพื่อนเขากรอกตาเล็กน้อย คงจะเอือมระอากับคำตอบที่เขาเบี่ยงประเด็นหรือคำตอบว่า ‘ไม่มีอะไร’ แล้ว เฟลิกซ์ลังเลนิดหน่อยก่อนจะเอ่ยต่อมา “—แต่สองสามวันมานี้นายถูกเพื่อนนายตามติดน่าดู”


“ใคร!?” รู้สึกเหมือนจู่ๆมือเขาก็เย็นเฉียบ สองสามวันนี้คือช่วงที่เขาเข้าออกห้องของดัมเบิลดอร์บ่อยที่สุด และเป็นช่วงที่เขาปลีกตัวออกจากทุกคนบ่อยที่สุดด้วย โนอาร์เอ่ยเสียงอันตรายจนเฟลิกซ์ชะงัก แต่ก็ตอบมา


“สองวันก่อนโรซิเออร์ และเมื่อวานก็การ์เน็ต”


โรซิเออร์? การ์เน็ต? — ทั้งคู่เป็นเพื่อนของกรีนกราส เขาจำได้ ยกมือนวดที่ขมับ เขาน่าจะรู้ว่าหลังจากที่ทักเรื่องวิสลีย์ไปคราวก่อน เธอจะระแวงเขา และถ้าเธอรู้ว่าเขาทรยศ — ถ้ามันถูกรายงานไปถึงจอมมาร


รู้สึกเหมือนตัวเองโดนจับกดน้ำ โนอาร์พ่นลมหายใจออกมา


—เขาต้องระวังตัวมากกว่านี้


“ขอบใจ เฟลิกซ์” เอ่ยอย่างอ่อนแรง


“ด้วยความยินดี” เฟลิกซ์ยิ้มแข็งๆราวกับว่ากำลังตัดสินใจบางอย่างที่ยากยิ่งอยู่ ท่าทางจะลังเลไม่น้อยขณะถามคำถามเดิมที่เขาได้ยินจากปากเพื่อนคนนี้มาแล้วไม่ต่ำกว่าห้ารอบ


“—สนใจจะแชร์แผนการใดๆของนายไหม?”


และแน่นอนว่าคำตอบของเขาก็ยังคงเดิมไม่เปลี่ยนแปลง โนอาร์ย่นจมูกเอ่ยอย่างเสียดสี


“อย่างนายจะทำอะไรได้ ไร้ประโยชน์ แถมถ่วงแข้งถ่วงขา”


“นายรู้จักฉันดีกว่านั้น โนอาร์”


เฟลิกซ์ยังคงมีท่าทางหงุดหงิดและรำคาญใจทุกครั้งที่เขาเอ่ยเสียดสีหรือเยาะเย้ยไม่ว่าจะเป็นตอนที่เจ้าตัวทำบางอย่างผิดพลาดในชั้นเรียนหรือตอนที่อยู่นอกห้องเรียน ถึงเจ้าตัวจะรู้ว่าเขาไม่ได้เอ่ยจริงจัง แต่ดูเกลียดนิสัยส่วนนี้ของเขาอย่างจังชนิดที่ว่าหากในวันแรกที่พวกเขารู้จักกัน เขาแสดงนิสัยส่วนนี้ออกมา พวกเขาอาจจะไม่ได้เป็นเพื่อนกันแบบนี้ก็ได้


หรือไม่ เฟลิกซ์ก็จะสังเกตเห็นความผิดปกติในนิสัยของเขา สมกับที่เป็นคนแรกผู้รับรู้ถึงความผิดปกติรอบๆเขาได้ก่อนใคร


“นายพูดถูก ฉันรู้จักนายดีกว่านั้น และตอนนี้ฉันเริ่มเกลียดนิสัยส่วนนี้ของนายแล้ว”


โนอาร์เอ่ยอย่างจริงใจ รู้ว่าเพื่อนกริฟฟินดอร์เริ่มรำคาญเขาขึ้นมาบ้างแล้ว เฟลิกซ์ถอนหายใจพรูด ดวงตาสีเฮเซลจ้องมา เอ่ยถามต่อมาด้วยน้ำเสียงจริงจัง


“ตอนนี้พวกเรา — อยู่ฝั่งเดียวกันใช่ไหม?”


เขาหยุดชะงัก ทบทวนทุกอย่างที่เกิดขึ้นก่อนจะพยักหน้าโดยไม่หลบตา


“ใช่”


เฟลิกซ์ยังคงมีท่าทีลังเล แต่สุดท้ายก็หยิบบางอย่างออกมาพร้อมด้วยเสียงหัวเราะขืนๆ เอ่ยกับตัวเองด้วยประโยคที่เขาได้ยินชัดแจ๋ว


“—พ่อได้ฆ่าฉันตายแน่ถ้ารู้ว่าฉันเอามันมายื่นให้สลิธีริน”


ในมือของเฟลิกซ์คือกระดาษเก่าๆสีน้ำตาลซีดไร้ข้อความอยู่แผ่นหนึ่ง มันดูมีอายุไม่ต่ำกว่าสิบยี่สิบปี


________________________________



โนอาร์แยกออกมาจากเฟลิกซ์ เขานึกสรรเสริญเพื่อนของเขาในใจ นึกสรรเสริญตัวเองที่เคยเข้าไปช่วยเฟลิกซ์ออกจากวงล้อมของสลิธีรินคลั่งเลือดบริสุทธิ์ปีห้าบนรถไฟในตอนปีหนึ่ง นึกขอบคุณที่เขาไม่ได้ทิ้งมิตรภาพนี้ไปหลังจากถูกคัดสรรให้อยู่บ้านคู่อริ


เขารีบเดินออกมาจากเส้นทางที่ตั้งใจจะใช้เดินในตอนแรก เดินอ้อมไปห้องสมุด พูดคุยกับเพื่อนสลิธีรินของเขา และรีบออกมา ตรงดิ่งไปที่คุกใต้ดิน อาศัยเส้นทางซับซ้อนเล็กน้อยและทางลับอีกนิดหน่อย เขาเคาะประตูก่อนที่จะได้ยินเสียงเรียกให้เข้าไปได้


“เธอมาสาย”


“ขออภัยครับ ศาสตราจารย์” เขาเอ่ยทันที ในตอนนี้ห้องมีเก้าอี้นั่งอยู่ตัวหนึ่ง รอสักพักอาจารย์ประจำบ้านเขาถึงเอ่ย


“เชิญ”


“ขอบคุณครับ”


เขานั่งลง ลอบมองชายที่ค่อนข้างเข้าข้างเด็กบ้านเขา ภักดีต่อจอมมาร คราวก่อนที่เขาทำงานให้จอมมารก็ได้ศาสตราจารย์คนนี้คอยช่วยกลบร่องรอยทุกอย่างที่เขาทำพลาด ออกจะติดหนี้บุญคุณอีกฝ่ายด้วยซ้ำ แต่เมื่อมองท่าทีอีกฝ่ายมากๆเข้าก็เริ่มพาลสับสนว่าอีกฝ่ายอยู่ฝ่ายไหนกันแน่ แม้แต่ตอนนี้เขาก็คิดว่าไม่ควรเชื่อใจอีกฝ่ายเต็มที่


“เธอรู้จักคาถาสกัดใจมากแค่ไหน?”


“มันเป็นคาถาปิดกั้นจิตใจของตัวเองเพื่อไม่ให้คนอื่นรับรู้” เขาเอ่ย ให้น้ำเสียงของตัวเองลดเบาลง “เพื่อไม่ให้ใครรู้ว่าคนๆนั้นมีจุดประสงค์ต้องการทำอะไรอยู่ เป็นคาถาที่ป้องกันเลจิลิเมนต์ โดยปิดกั้นทั้งอารมณ์ความรู้สึกและความทรงจำ”


“เห็นได้ชัดว่าเธอพอจะทำการบ้านมาไม่น้อย งั้นเธอคงพอรู้ว่าจะต้องป้องกันตัวจากมันอย่างไร — เลจิลิเมนต์”


สเนปชี้ไม้กายสิทธิ์มาทางเขา ไม่ได้เอ่ยเร็วหรือช้า แต่ในพริบตาที่คาถาถูกร่าย ภาพความทรงจำหลายอย่างกลับแล่นอยู่ในหัวของเขา ภาพของแม่ที่กอดเขา ภาพของเจ้าสโตน แมวของพ่อที่ตายไปตอนเขาอายุหกขวบ ภาพของตราสัญลักษณ์อีกา คำเอ่ยที่บอกว่ามันคือความภาคภูมิใจของตระกูล


ในชั่วพริบตาที่เขาพยายามเพ่งสมาธิแข็งขืนต่อการจู่โจมทางจิตใจ เหงื่อของเขาไหลพลั่ก ลมหายใจเขาติดขัดอย่างทรมาน หัวสมองพลันว่างเปล่า


เสียงหวูดรถไฟชัดเจนมาก ในครั้งแรกที่เข้ามาฮอกวอตส์เข้าเข้าไปนั่งในโบกี้เพียงลำพัง มีเสียงของสองแฝดวิสลีย์ที่เล่นสนุกบางอย่างเดินเข้าออกห้องต่างๆ เขาเห็นเด็กวัยเดียวกับเขาสองคนหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน คนหนึ่งมีผมสีแดง อีกคนคือเด็กผู้หญิงมีผมสั้นสีบรอนซ์ ใบหน้าทั้งคู่เปรอะสีที่น่าจะมาจากของเล่นของพวกวิสลีย์ เดินผ่านโบกี้ของเขาไป


ในที่สุดภาพก็ถูกตัดออกไป เขาแทบอยากจะสำลักของที่กินไปตอนมื้อค่ำออกมาให้หมด มือจับหน้าของตัวเอง รู้สึกว่าเหมือนกำลังโดนทรมานมากกว่า เขาฝืนเกร็งปากยิ้มและเงยหน้าขึ้นสบกับดวงตาสีนิลที่ค้นพบเป็นครั้งแรกว่ามันน่ากลัว


ไม้กายสิทธ์ชี้มาตรงหน้าเขาและเริ่มต้นมันอีกครั้ง


“เลจิลิเมนต์”



_________________________________


Talk :)


ยังไม่ครบเดือนนะเออ 5555 จำได้ว่าปีที่แล้วก็มาลงให้ตอน 1 เมษา (แค่ตอนนั้นไม่มีโควิด19)

รักษาสุขภาพกันด้วยน้าทุกคน ด้วยรักและห่วงใยจากนุ้งเฟลิกซ์และผองเพื่อน



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 289 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,068 ความคิดเห็น

  1. #1027 MartiniLubik (@MartiniLubik) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2563 / 02:45

    เรื่องนี้เป็นฟิคที่ดีมากๆเรื่องนึง เราไม่รู้ว่ามันจะจบลงที่ตรงไหน

    แต่อยากให้ไรท์แต่งต่อให้จบนะคะ

    เราอยากเห็นแฮร์รี่ได้อยู่กับครอบครัวได้อยู่กับคนที่รักแฮร์รี่มากๆเลยค่ะ

    #1,027
    0
  2. #988 Jecelyn (@Jecelyn) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2563 / 12:49
    พูดตรงๆเลยว่าเราเกลียดความลับลมคมในของ อลันมันน่ารำคาญมากกกกก สกาเล็ตก็ทำตัวน่ารำคาญ อีกรีนกลาสก็ยิ้มน่าตบ จินนี่ก็เหมือนจะทรยศอีกเห้อออขัดหูขัดตาไปหมด😒
    #988
    0
  3. #919 PlayfulWriter (@PlayfulWriter) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2563 / 02:21
    ขอโทษที่เพิ่งมาเม้นนะคะ แต่ว่าอ่านตั้งแต่ตอนแรกจนตอนนี้เลย สนุกมาก ภาษาของคุณทำให้เราอินไปกับเรื่องมากๆเลย ในบางส่วนเหมือนภาษาที่เราเจอในหนังหรือนิยายเลย มันเหมือนคุณทำให้เราได้เข้าไปอยู่ในโลกของแฮร์รี่อีกครั้ง~ ชอบมากๆ
    รออ่านตอนต่อไปนะคะ สู้ๆ ขอบคุณที่แต่งเรื่องดีๆแบบนี้ออกมาน้า
    #919
    0
  4. #898 Matchima123 (@Matchima123) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2563 / 01:45

    สนุกอะ อ่านรวดเดียวจบเลย รอตอนต่อไปนะ
    #898
    0
  5. #897 Astrophile_ (@Cressida) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 30 เมษายน 2563 / 19:54
    รอนะคะ สนุกมากๆเลย
    #897
    0
  6. #888 RUBBY GIRLD >> (@longtime2345) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 25 เมษายน 2563 / 14:42
    จะสิ้นเดือนแล้วนะคะ งื้อ เราคิดถึงไรท์มากเลยน้าาาา กลับมาเร็วๆละ แล้วก็อย่าลืมรักษาสุขภาพด้วยนะคะ
    #888
    0
  7. #886 ying1911 (@a0979967458) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 23 เมษายน 2563 / 12:10
    รอครับผม
    #886
    0
  8. #885 Pailin1133 (@Pailin1133) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 23 เมษายน 2563 / 06:01
    รีบๆมาต่อเด้อไรท์ หนุกมั้กๆ
    #885
    0
  9. #879 PSPEKCH (@PSPEKCH) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 18 เมษายน 2563 / 12:14
    รออยู่นะคะเป็นเรื่องมี่ดีมาก ชอบมาก
    #879
    0
  10. #873 diamiet (@diamiet) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 6 เมษายน 2563 / 16:33
    อุแงง ชอบมากเลยค่ะ;--; เป็นกำลังใจให้นะคะไรท์ รักษาตัวด้วยค่า💖💖
    #873
    0
  11. #871 ฮิจินะ (@pho-poe) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 2 เมษายน 2563 / 19:01

    โมเมนไม่ขาดหายทุกตอนน>///<

    #871
    0
  12. #869 Loveit007 (@0959095931) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 2 เมษายน 2563 / 04:22
    https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/yy-08.png
    ติดตามตอนต่อไปนะคะ อ่านรวดเดียวจบเลย

    ชอบมากค่ะ ❤️

    #869
    0
  13. #867 Areana176 (@Areana176) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 2 เมษายน 2563 / 00:35
    ป๋าเนปกับน้องรี่คือแบบ ฮืออออ ฟิน~
    #867
    0
  14. #863 Feray080943 (@Twilight43) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 1 เมษายน 2563 / 21:39

    แงงง ในที่สุดดดด
    #863
    0
  15. #861 Otaku_Chom_Hama (@chom-hama260144) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 1 เมษายน 2563 / 18:34

    อ่านแล้วงงชื่อนิดหน่อย แงงงงง ลืมว่าใครเป็นใคร เหนือสิ่งอื่นใดคือเนปรี่ท็อปฟอร์มมากกกห
    #861
    0
  16. #860 -Astrophile- (@waferpeter) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 1 เมษายน 2563 / 17:49

    ชอบมากเลยยยยยยยยย งี๊ดดดดดดดด เขินนนนนนนนนน
    #860
    0
  17. #859 Tomaiey (@tueysmall) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 1 เมษายน 2563 / 17:30

    แหะๆ รี่รี่น่ารักจังเลยย
    #859
    0
  18. #858 hyun_park22 (@hyun_park22) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 1 เมษายน 2563 / 16:46
    //ตบบ่าโนอา สู้ๆนะไม่ได้ชื่อแฮร์รี่ก็อาจจะลำบากหน่อยที่มาเรียนคาถาสกัดใจกับเสนป
    #858
    0
  19. #857 aeble (@aomsin_ts) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 1 เมษายน 2563 / 15:40
    คิดถึงเรื่องนี้มากๆๆๆๆๆๆ
    #857
    0
  20. #856 ZoeyIsMine (@ZoeyIsMine) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 1 เมษายน 2563 / 15:38
    ติดตามตอนต่อไปนะคะ
    #856
    0
  21. #855 l3aowan (@new-sureerat) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 1 เมษายน 2563 / 14:56
    1 ปีผ่านไปไวมาก ไรท์รักษาสุขภาพด้วยนะคะ
    #855
    0
  22. วันที่ 1 เมษายน 2563 / 14:55
    โง้ยยย ไรต์สู้ๆนะคะ 1ปี ผ่านไปไวมากเลย555555 มาอยู่ด้วยกันอีกหลายๆปีนะ (ไม่ได้แปลว่าให้ดองนานๆนะคะ5555)
    #854
    0
  23. #853 ภูตเงา [Doppelganger] (@nean8) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 1 เมษายน 2563 / 14:55

    เย้ๆ ไรท์มาลงแล้ววว ขอบคุณสำหรับนิยายดีๆนะคะ รักกกกกกก >w<

    #853
    0
  24. #852 GOTFAFA (@Yanikajitklang) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 1 เมษายน 2563 / 14:36
    ดีใจจัง ไรท์มาลงเเล้ว รักษาสุขภาพนะคะ
    #รอตอนต่อไปค๊าาาา
    #852
    0
  25. #851 Iด็กไม่รู้จัnโต (@gamefunny) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 1 เมษายน 2563 / 13:49
    งุ้ยยย รักรี่ รักเนป รักไรท์ค่าาา
    #851
    0