Fic Harry Potter - Eternal War (SS/HP)

ตอนที่ 34 : Chapter 34 : Heart to Heart

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,365
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 340 ครั้ง
    11 มี.ค. 63

Chapter 34 : Heart to Heart




เซเวอร์รัสรู้ดี — แฮร์รี่กำลังโกรธ



แม้ว่าเขาจะปรากฏตัวมาในงานเลี้ยงที่ไม่ได้รับเชิญ แต่สิ่งที่แฮร์รี่ทำมีเพียงมองมาทางเขาเขม็งเมื่อถูกแย่งไม้กายสิทธิ์ก่อนจะหันกลับไปทางเดิมเท่านั้น เซเวอร์รัสเดินตรงไปตรงหน้าแฮร์รี่ที่กำลังทั้งชะงักงันทั้งสับสนและเขาก็ไปถึงก่อนที่เจ้าตัวจะระลึกได้ว่าตัวเองมีไม้กายสิทธิ์มากกว่าหนึ่งด้ามเสียอีก



ในขณะเดียวกัน เจมส์ พอตเตอร์กำลังสนใจเขาอย่างน่ากลัว ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลที่ว่าเป็นศัตรูกับเขาหรือไม่ว่าจะเป็นเหตุผลที่ว่าเขาใช้คาถาป้องกันคาถาให้อีกฝ่ายก็ตาม อีกฝ่ายขยับมาขวางเขาไว้



“แกช่วยฉันทำไม?”



เขาไม่สนใจแม้จะชายตามองใบหน้าอันน่าชิงชังนั้นและเดินเลี่ยงทันที แต่ในจังหวะที่เดินผ่านก็พอเห็นผ่านหางตาว่าดวงตาเฮเซลนั้นแดงก่ำ ปนเปไปด้วยความชิงชัง ความไม่เชื่อใจ ความโศกเศร้าและหวาดระแวง ศาสตราจารย์ปรุงยาเดินข้ามเศษแก้วที่แตกบนพื้น กลิ่นสมุนไพรยังคงอยู่ในอากาศอย่างเจือจาง —



อันที่จริง เขาควรอยู่ในคุกใต้ดินมืดและไม่สนใจงานเลี้ยงในวันนี้ในฐานะผู้ไม่เกี่ยวข้อง — แต่เขาเกิดสังหรณ์ใจไม่ดีขึ้นมา รู้สึกไม่ดีตั้งแต่ตอนที่เด็กตัวป่วนบอกว่าจะมางานเลี้ยงวันแต่งงานของมนุษย์หมาป่า เหมือนเป็นแค่ความรู้สึกวูบเดียวของเขา มันกวนใจเขาทั้งวันเมื่อต้องคิดว่าเขาจะมาหรือไม่ และเขาคิดถูกมากเมื่อตามมาดูอยู่ห่างๆ



เขาเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด ตั้งแต่ตอนที่ทั้งคู่เริ่มเถียงกัน จนกระทั่งตอนที่ขวดยาแตกละเอียดหรือตอนที่แฮร์รี่ร่ายคาถาใส่คนที่เจ้าตัวบอกว่าอยากรู้จักมากที่สุด



และเขาต้องหยุดมันไว้ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป



แม้ว่าเขามาอยู่ตรงหน้าแฮร์รี่ แต่สายตาของเด็กน้อยของเขากลับไม่สนเขาสักนิด ดวงตาสีเขียวที่สั่นและแดงก่ำมองผ่านเลนส์แว่นกลมๆไปข้างหลังเขา มันเปี่ยมไปด้วยความโมโห ความชิงชัง — ซ้อนทับกับภาพของแฮร์รี่ในวัยเด็กที่เขาเคยเห็น เขารู้ว่าแฮร์รี่ไม่ใช่คนอารมณ์เย็น ขณะเดียวกัน เขาก็รู้ดีว่าที่เด็กหนุ่มตรงหน้าโกรธจัดแบบนี้มันมีสามาเหตุมาจากอะไร



สายตาคนในงานเลี้ยงมองพวกเขาและล้อมคล้ายกังวลว่าจะมีเรื่องร้ายแรงเกิดขึ้น ใบหน้าทุกคนที่มีความสุขก่อนหน้าพลันหายวับไป บางคนมองแฮร์รี่อย่างหวาดกลัว ไม่ว่าจะเป็นสาเหตุมาจากคาถาที่ทั้งรวดเร็วและรุนแรงก่อนหน้าหรือเป็นเพราะท่าทางที่เขามีต่อแฮร์รี่



“อาจารย์ใหญ่ให้ฉันมาตามตัวเธอ”



เขาเอ่ยน้ำเสียงในระดับปกติที่ไม่ได้เร็วหรือช้า ไม่ได้แฝงความห่วงใยที่มันกำลังวิ่งพล่านในอกออกไป มันเป็นข้ออ้างเดียวที่สามารถพาตัวแฮร์รี่ออกมาจากสถานการณ์ตรงหน้า และมันเป็นคำพูดที่ทำให้หลายคนไม่รู้สึกกังขากับการปรากฏตัวของเขามากนัก



แฮร์รี่ไม่ได้ตอบ เหมือนกับสิ่งที่เขาเอ่ยมันไม่เข้าหูเด็กตรงหน้าเลย คนอายุรุ่นลูกยังคงมองข้ามหัวเขาไปราวกับว่าเขาไม่มีตัวตน เขาพอได้ยินแฮร์รี่พึมพำเบาๆบางอย่างที่บอกให้เขาหลีกไป มือคล้ายจะเอื้อมไปหยิบไม้กายสิทธิ์ที่อยู่ใต้ชุด



และมากกว่าความโกรธ — เซเวอร์รัสรู้ เขารู้ดีทีเดียว —รู้ดีเพราะผู้พิทักษ์กวางตัวผู้ที่มีเขาโดดเด่นของแฮร์รี่ เพราะความทรงจำของอีกฝ่าย เพราะน้ำเสียงตื่นเต้นของแฮร์รี่ที่พูดถึงของขวัญจากพอตเตอร์ ความชื่นชมที่รับรู้ผ่านน้ำเสียง



เขารู้การที่ต้องโกรธหรือเกลียดคนที่ตัวเองรักมันเป็นสิ่งที่น่าเศร้าและเจ็บปวด



และเขาไม่อยากให้แฮร์รี่ทำพลาดแบบที่มันเกิดขึ้นกับเขา



เขาหลับตาลงชั่วครู่ก่อนจะลืมตาขึ้นอีกครั้ง สบดวงตาสีเขียวที่คล้ายจะไหววูบทันทีที่ขยับสบตามา ทั้งเปลือกตาสั่น ม่านตาคล้ายมีน้ำตาเอ่อออกมา ถึงเขาจะไม่ได้ขึ้นเสียงใดๆ แต่บางทีเขาอาจจะใช้น้ำเสียงที่เย็นชาเกินกว่าที่ใช้ตอนพวกเขาอยู่ด้วยกัน และมันก็เป็นคำขาดของเขาด้วยเหมือนกัน



“หยุดมันซะ อย่าให้ฉันต้องร่ายคาถาปลดอาวุธเธออีกรอบ”



แฮร์รี่เหมือนสบตากับเขาครั้งแรก มองมานานด้วยดวงตาสั่นไหว ในที่สุดเจ้าตัวก็ดึงมือออกมาจากชุดช้าๆ มือของเด็กหนุ่มกำแน่นและสั่นด้วยอารมณ์ที่คล้ายกำลังฝืนความรู้สึกตัวเอง



— และไม่มีไม้กายสิทธิ์อยู่ในมือนั้น



มันเหมือนเป็นปรากฏการณ์แปลกประหลาดและน่าเหลือเชื่อ — คงไม่มีใครอยากจะเชื่อสายตาของตัวเองเมื่อแฮร์รี่ฟังเขา บางทีหลังจากวันนี้อาจจะมีคนคิดว่าเซเวอร์รัส สเนปใช้คาถาสะกดใจใส่เด็กตรงหน้า เขาแทบจะถอนหายใจออกมาและยื่นไม้ฮอลลี่ที่เต็มไปด้วยร่องรอยของการใช้งานคืนให้แก่เจ้าตัว แค่ร่องรอยของมันก็มากเพียงพอที่จะทำให้เขารับรู้ว่าเด็กตรงหน้าใช้ชีวิตแบบไหนก่อนที่จะเจอกับพวกเขา



“อย่าปล่อยให้อาจารย์ใหญ่รอนาน”



แฮร์รี่หลุบตามองไม้ที่ได้รับคืน กำไม้กายสิทธิ์แน่น สูดลมหายใจจ้องไปทางพอตเตอร์อย่างหงุดหงิดก่อนเก็บอาวุธลงไป แต่เมื่อเขายื่นมือเพื่อที่จะหายตัว แฮร์รี่กลับหมุนตัวและกึ่งเดินกึ่งวิ่งไปหาลูปิน เขาไม่ปฏิเสธว่ามันเป็นการกระทำที่ทำให้เขาประหลาดใจ พอรู้ว่าแฮร์รี่ไปเพื่อขอโทษ และเดินไปขอโทษใครอีกหลากคน เขาเห็นญาติสาวของแบล็กกอดตัวเจ้าเด็กนั้นและเอ่ยบางอย่างที่ทำให้แฮร์รี่ฝืนยิ้มออกมา



เขาเหลือบตามองคนที่ยื่นใกล้เขาที่สุด — พอตเตอร์กับลิลี่


พอตเตอร์มองไปทางแฮร์รี่โดยไม่สนใจอย่างอื่น ในเวลาไม่นาน เขาเห็นความรู้สึกหลายอย่างพาดผ่านดวงตาที่เขาเกลียด เขาหรี่ตาลง ในชั่วพริบตา เขาได้พินิจใจอีกฝ่าย — เขาเห็นภาพในตอนที่พอตเตอร์กำลังคุยกับแบล็กเรื่องที่ว่าเขาอาจเป็นคนปล่อยข้อมูลให้ผู้เสพความตาย ภาพเปลี่ยนไปเป็นตอนที่พอตเตอร์กำลังคุยกับลิลี่และเลือกของขวัญวันเกิดให้แฮร์รี่อย่างตั้งใจ ภาพในตอนที่คุยกับมนุษย์หมาป่าว่าอยากจะมองแฮร์รี่เป็นคนในครอบครัวแม้จะไม่ได้รับการปฏิบัติแบบเดียวกันตอบกลับ



แล้วดวงตาของพอตเตอร์ก็สบตากับเขา เซเวอร์รัสรีบดึงตัวเองออกมาจากหัวอีกฝ่ายก่อนถูกจับได้ ตาสีเฮเซลคู่เดิมมันดูโกรธแค้นเขากว่าปกติเสียอีก — ศาสตราจารย์ปรุงยาที่ขึ้นชื่อว่าเป็นจอมอคติเลิกคิ้วขึ้นสูงก่อนจะขยับเหยียดยิ้มดูถูกอย่างอดไม่ได้



“ตอนนี้ — “ เขาเริ่มส่งน้ำเสียงเยาะเย้ยและเสียดสี ส่งสีหน้าว่าเขาอยู่เหนืออีกฝ่ายมากแค่ไหน “แกไม่มีสิทธิอะไรในตัวเด็กคนนั้นทั้งนั้น”



ปากพอตเตอร์กระตุกราวกับอยากจะพ่นคำด่าออกมาแต่ไม่ได้เอ่ยตอบโต้อะไรกลับมาสักคำ เขาไม่ได้มองพอตเตอร์ไปมากกว่านั้น และเขาไม่กล้ามองไปทางลิลี่ในตอนนี้ด้วย ฉะนั้นจึงหันกลับหลังไปทางแฮร์รี่ที่กำลังเดินมาหาเขาพอดี


เจ้าเด็กก่อปัญหายื่นมือมาให้ ไม่แม้แต่จะมองไปที่พอตเตอร์กับลิลี่ด้วยซ้ำ



แฮร์รี่ไม่คิดจะขอโทษพวกพอตเตอร์



เซเวอร์รัสมองมือที่ยื่นมาตรงหน้าและอยากถอนหายใจ มันสั่นอยู่นิดหน่อย เขาเลือกที่จะจับมันแน่น และหวังว่าแฮร์รี่จะไม่เสียใจกับการกระทำนี้ภายหลัง



เขาพาแฮร์รี่หายตัวในชั่วอึดใจ



_________________________



ดวงตาสีเขียวทอดมองทะเลสาบ — มันดูมีคลื่นน้ำขยับไปมาเป็นระลอก กองหิมะกองหนึ่งขยับตกลงไปและหายไปกับพื้นน้ำสีเข้มจนเกือบดำ


เซเวอร์รัสพาเขาหายตัวมาโผล่ในฮอกส์มี้ด แค่พาออกไปจากงานเลี้ยงที่เขาทำมันพัง และพวกเขาก็ใช้เวลาเดินออกมาจากฮอกส์มี้ดตรงดิ่งกลับสู่ฮอกวอตส์อย่างเงียบงับ



ในตอนแรกที่เซเวอร์รัสไม่ได้เอ่ยอะไรกับเขา แฮร์รี่คิดว่าเขากำลังถูกโกรธด้วยเหตุผลที่เขาไม่เข้าใจ แต่พอเดินด้วยกันชั่วครู่เขาก็เข้าใจ อีกฝ่ายกำลังปล่อยให้เขาได้ใช้เวลาอยู่กับเรื่องที่เกิดขึ้นในหัว เพื่อจัดการกับความหงุดหงิดแทบบ้าของตัวเอง


แฮร์รี่เดินช้าลงเมื่อมองทะเลสาบที่เข้ม มันคล้ายกับเป็นกระจกที่เล่นเรื่องราวที่เกิดขึ้นก่อนหน้าวนเวียนซ้ำแล้วไม่รู้จบ และเมื่อเขาหยุดเดินลงตอนมาถึงฝั่งฮอกวอตส์เซเวอร์รัสก็หยุดเดินตามเขา แฮร์รี่ขยี้ผมตัวเองจนมันชี้ฟู แต่มันก็ฟูไม่เท่ากับความรู้สึกที่พลุ่งพล่านในอกอย่างสับสน


แฮร์รี่เม้มปาก รู้ตัวดี — เขาจัดการกับอารมณ์เหล่านี้เพียงลำพังไม่ได้ เขาไม่ใช่คนที่ลดความโกรธของเขาลงได้ด้วยตนเอง เขารู้แค่ว่าเขาเสียใจ — เขาเสียใจมากที่ทำวันสำคัญของรีมัสกับท็องพังไม่เป็นท่า แต่เรื่องของเจมส์—


เขายอมรับไม่ได้


และตอนนี้มันคล้ายเป็นความสับสน คล้ายกับว่าเขาจะพังทลาย สิ่งที่เขาตั้งใจคือปกป้องเจมส์ เขาตั้งใจไว้แต่แรกว่าจะมองอีกฝ่ายจะเป็นบุคคลที่เขาทั้งรักและนับถือ แต่ตอนนี้ความรู้สึกชิงชังกลับโดดเด่นทุกครั้งที่นึกถึง ภาพที่อีกฝ่ายทำลายความตั้งใจของเซเวอร์รัสถูกเล่นซ้ำไปมาในหัว หรือแม้แต่ภาพที่อีกฝ่ายเป็นอันธพาล — ความรู้สึกเคารพรักอีกฝ่ายมาทั้งชีวิตถูกความเป็นจริงพังในวันเดียว



เหมือนกับเข้าใจความรู้สึกว่าทั้งรักทั้งชังก็วันนี้นี่เอง



เด็กหนุ่มให้อภัยกับสิ่งที่อีกฝ่ายทำไม่ได้ แค่นึกถึงความรู้สึกคลื่นไส้ก็ตีตื้นขึ้นมา แต่ขณะเดียวกัน การยอมรับว่าเขาเกลียดเจมส์มันก็ทำเขาเจ็บปวดไปด้วย



ปากของแฮร์รี่กำลังบิดเบี้ยว ในหัวของเขากำลังเดือดปุดๆจนเขาแทบอยากจะกระโจนลงทะเลสาบของเดือนธันวาคมให้รู้แล้วรู้รอดไป แต่ถ้าทำแบบนั้นจริงๆคงได้ถูกเซเวอร์รัสเทศน์ด่าเป็นชุดแน่ —ว่าๆไป ที่เขาไม่เข้าใจที่สุด — แฮร์รี่กรอกตาก่อนจะหันกลับมามองเซเวอร์รัส


“ทำไมคุณถึงหยุดผม? ตอนที่ผมร่ายคาถาสตูเปฟาย”



น้ำเสียงของเขายังคงมีความหงุดหงิด แฮร์รี่เห็นว่าเซเวอร์รัสมองเขามาและถอนหายใจ ศาสตราจารย์ปรุงยาไม่ได้ตอบในทันที


เมื่ออีกฝ่ายไม่ได้ตอบในทันที คนเด็กกว่าอย่างเขาก็ได้แต่รู้สึกบูดบึ้ง แฮร์รี่รู้ว่าขอบตาของเขามันร้อนและแขนของเขาก็สั่นด้วย แต่เขาไม่คิดว่าเขาจะร้องไห้ออกมา มันเป็นความรู้สึกที่สับสนเกินไปสำหรับน้ำตา ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าความรู้สึกของเขากำลังเป็นแบบไหน — หงุดหงิด โกรธ เสียใจ? หรือว่าโล่งใจที่ได้ออกมาจากสถานการณ์อันน่าอึดอัด นอกจากนี้ อากาศเย็นๆก็คงทำให้น้ำตาเขาแข็งหมดแล้ว



และเมื่ออารมณ์ยังคุกรุ่นอยู่ มันก็อดไม่ได้ที่จะเอามันมาลงกับคนตรงหน้า



“คุณควรจะโกรธให้มากกว่าผมนะ! เรื่องยานั่น! คุณพยายามกับมันมากกว่าใครและ—”



แต่เซเวอร์รัสปรายตามองเขาเขม็งเมื่อเขาขึ้นเสียงจนสุดท้ายแฮร์รี่ก็ลดเสียงลงอย่างหวาดๆ กลายเป็นเสียงบ่นงึมงำไม่ได้ศัพท์ในคอเสียยาวยืด


แฮร์รี่พ่นลมหายใจหงุดหงิด ถ้าอีกฝ่ายไม่ใช่เซเวอร์รัสเขาคงโวยวายและเดินหนีไปนานแล้ว เด็กหนุ่มเม้มปาก เตะหิมะบนพื้นเล่น ในหัวก็เริ่มมีภาพเหตุการณ์วิ่งอีกครั้งจนเขาแทบจะทึ้งหัวตัวเอง



คนที่ต้องโกรธน่ะคือเซเวอร์รัสต่างหาก —


แฮร์รี่รู้ว่าเขากำลังถูกดวงตาสีนิลลอบมอง ท่าทางไม่ได้รู้สึกรู้สากับเหตุการณ์ก่อนหน้า แฮร์รี่ย่นจมูกอย่างไม่พอใจ เอาเท้าเตะก้อนหินบนพื้นจนมันกระเด็นออกนอกทางเดิน เศษหินมันกระเด็นไปถูกเซเวอร์รัสเล็กน้อย


ในที่สุดเซเวอร์รัสก็หยุดเดินและหันมาเผชิญหน้ากับเขาที่กำลังแสดงท่าทางไม่พอใจออกนอกหน้า ศาสตราจารย์ปรุงยาหรี่ตาเล็กน้อยและเอ่ยกับเขาอย่างชัดเจน น้ำเสียงออกจะเย็นชากว่าปกติเล็กน้อย


“ไม่ว่าพอตเตอร์จะทำถูกหรือผิด แต่ที่แน่นอนคือสิ่งที่เธอทำมันผิด แฮร์รี่ ไม่ว่าอย่างไรเธอก็ไม่ควรชักไม้กายสิทธิ์ออกไปร่ายคาถาจู่โจมใส่หน้าเขา”



“แล้วคุณจะให้ผมอยู่เฉยๆน่ะเหรอ!? เราพยายามกับมันมามาก คุณแทบไม่ได้นอนเพราะยาที่ผมต้องการ แต่นี่อะไร เขาสาปแช่งคุณนะ! คุณจะให้ผมอยู่เฉยๆจริงๆน่ะเหรอ!? ผมทำไม่ได้ เซเวอร์รัส! ผมทนฟังพวกเขาพูดเรื่องคุณโดยที่ไม่เคยรับรู้อะไรเลยแบบนี้ไม่ได้!”


แฮร์รี่ร้อง พอคนที่พูดเรื่องนี้เป็นเซเวอร์รัสมันก็ทำเอาน้ำตาที่ไม่น่าไหลเอ่อคลอลงมา


เขาก็แค่อยากให้มีคนมาเข้าข้างเขาบ้าง



คนที่พร้อมยืนข้างเดียวกับเขาไม่ว่าเขาจะทำถูกหรือผิดไปมากแค่ไหน



แต่หลังจากที่เขาเอ่ยตวาดออกไป แทนที่จะได้ยินคำด่ากลับมา สิ่งที่เซเวอร์รัสทำกลับเป็นการดึงแว่นตาของเขาออก แฮร์รี่เงยหน้าขึ้นมองใบหน้าอีกฝ่ายอย่างสงสัย มันเป็นตอนที่เขาได้รับรู้ ดวงตาเย็นชาหายวับไปเหลือบแต่ความอ่อนโยนตามปกติ แฮร์รี่ต้องพยายามหรี่ตาและขยับเข้าไปใกล้เพื่อให้ได้เห็นภาพตรงหน้า


แต่พอหรี่ตา แทนที่ภาพจะชัดเจนขึ้นมันกลับพร่าเลือนลงกว่าเดิม


“ฉันรู้ แฮร์รี่”



เพราะมือของเซเวอร์รัสเอื้อมมาปาดน้ำตา แฮร์รี่ถึงได้รู้ตัว 



น้ำตาเขาไหลออกมาตั้งแต่ตอนไหน?



ไม่ทันเรียกร้องอะไร เซเวอร์รัสก็ดึงตัวของเขาที่เหมือนจะอ่อนเปรี้ยไร้เรี่ยวแรงไปกอด มือข้างขวาลูบหลังเขาเบาๆอย่างปลอบโยนโดยไม่เอ่ยอะไรอีก


แฮร์รี่ไม่ต้องการให้อีกฝ่ายเห็นน้ำตาของเขาเลย เอาหน้ากดลงไปที่บ่าอีกฝ่าย สูดจมูกเงียบๆ เพราะกอดอีกฝ่ายถึงรู้ว่าทั้งร่างเขากำลังสั่นขนาดไหน มือกำชับกอดเขาไว้แน่น



เซเวอร์รัสไม่ได้เอ่ยอะไรจนแฮร์รี่ได้ยินเสียงสะอื้นของตัวเองชัดเจน เขาไม่รู้ว่าเขากำลังร้องไห้เพราะอะไรกันแน่ เขารู้แค่ว่ามันเงียบเกินไป ได้ยินเสียงลมพัดกิ่งไม้แห้งแค่นิดหน่อย เสียงหิมะตกลงไปในทะเลสาบนานๆที


แฮร์รี่ใช้เวลาสั้นที่สุดในการดึงสติของตัวเองกลับมา



และเพราะมันเงียบมาก เซเวอร์รัสถึงรู้ได้เมื่อเขาหยุดร้องไห้



“ผม — แว่นตา”



แฮร์รี่รีบผละตัวออก เอาแขนขยี้ตาของตัวเอง เงยหน้าขึ้นและยื่นมือไปข้างหน้า



เขาได้รับแว่นตากลับคืนในทันที รีบสวมมันกลับเข้าที่ที่คุ้นเคย เซเวอร์รัสไม่ได้มองหน้าเขาแค่หันไปทางทะเลสาบ



แฮร์รี่ปฏิเสธไม่ได้ว่าการร้องไห้ในครั้งนี้มันช่วยให้เขารู้สึกดีขึ้น เหมือนกับพัดตะกอนความสับสนก่อนหน้าทั้งหมดไปแทนที่ด้วยความเสียใจ ทั้งระบายมันออกมาทั้งหมดในรวดเดียว


“แฮร์รี่”



ในที่สุดเซเวอร์รัสก็เรียกชื่อเขาหลังจากพวกเขาอยู่ในความเงียบมานาน แฮร์รี่มองเซเวอร์รัส ใบหน้าของเซเวอร์รัสที่เขาเพิ่งสังเกตคล้ายมีอดีตวิ่งผ่าน มันเต็มไปด้วยความซับซ้อนและความลำบากใจ เขาถึงตอบรับอย่างลังเลด้วยน้ำเสียงแหบพร่า


“—ครับ?”


ดวงตาสีนิลที่สะท้อนภาพของเขาคล้ายตัดสินใจ และน้ำเสียงก็ดังถัดมา มันเต็มไปด้วยความจริงใจ


“ฉันไม่รู้หรอกนะว่าอะไรที่ทำให้เธอเชื่อใจเซเวอร์รัส สเนปขนาดนี้ แต่ฉันไม่เคยทำอะไรที่ยิ่งใหญ่หรือกล้าหาญเลย แฮร์รี่ ฉันคือคนที่ตั้งใจทรยศภาคีด้วยตัวเอง แล้วฉันก็ทำมัน และถ้ามันไม่ผิดพลาด อย่างน้อยๆก็คงมีสมาชิกภาคีอย่างน้อยสามคนที่ต้องตาย หรืออาจจะรวมไปถึงพวกนักเรียนในฮอกวอตส์ด้วย นอกจากนี้ แม้แต่ก่อนหน้านี้ ฉันก็เคยลงมือฆ่าสมาชิกภาคีโดยบอกคนอื่นๆว่าไม่มีทางเลือกทั้งๆที่ฉันสามารถช่วยเขาได้”


“แต่—“ แฮร์รี่อ้าปากค้าง กระพริบตา จ้องหาความจริงในตัวคนพูดก่อนจะนึกได้ว่าเขาปฏิเสธความจริงข้อนี้ไม่ได้ เด็กหนุ่มหน้าถอดสีอย่างอึดอัดใจ เซเวอร์รัสมองเขามาและถอนหายใจ


“ฉันเข้าใจเหตุผลที่เธอโกรธ แต่ไม่ว่าฉันจะเลือกตัดสินใจทำอะไรหรืออยู่ฝ่ายไหนในตอนนี้ สิ่งที่ฉันทำในอดีต บาปเหล่านั้นก็ยังเป็นความจริงที่ไม่มีทางหายไป และฉันไม่มีสิทธิไปโกรธสมาชิกในภาคีที่ไม่อาจไว้วางใจฉันได้”


“แต่เจมส์ก็ทำเกินไปอยู่ดี และผมให้อภัยเขาไม่ได้”


“เธอก็ทำเกินไปเหมือนกัน แฮร์รี่”



เซเวอร์รัสพ่นลมหายใจออกมาทางจมูกคล้ายเหนื่อยใจ แฮร์รี่กรอกตาและบ่นอุบ


“ผมไม่เถียงเรื่องนี้กับคุณแล้ว”


เซเวอร์รัสมองเขาและหันไปทางปราสาท และเมื่อคนแก่กว่าเริ่มก้าวขา แฮร์รี่ก็รีบตามไปเดินข้างๆ แฮร์รี่มองตรงไปแต่ดวงตาไม่ได้สนใจภาพเบื้องหน้านัก


อาจเพราะได้ทบทวนเรื่องที่เซเวอร์รัสเอ่ย แฮร์รี่เหมือนเห็นภาพของเขาที่ฆ่าทั้งควีเรลว์และนิโคลัส แฟลมเมลตอนปีหนึ่ง หรือแม้แต่ตอนที่ฆ่าโวลเดอมอร์เมื่อปีก่อน ทุกครั้งมันมีความรู้สึกผิดเกิดขึ้นในใจแม้ตัวเขาจะถูกยกย่องว่าเป็นวีรบุรุษก็ตาม


ในตอนที่เขาเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง รอนพูดว่ายังไงนะ —?


“ทุกคนเป็นฆาตกรเมื่อเราอยู่ในสงคราม” แฮร์รี่พึมพำ เสียงของเพื่อนสนิทเขาคล้ายย้อนกลับเข้ามาในหัวอย่างแจ่มแจ้ง


“—แต่ถึงแบบนั้นมันก็ต่างกันออกไป คนแย่ๆจะไม่รู้สึกอะไรเลยกับมัน ในขณะที่คนที่จมไปกับความรู้สึกผิดตลอดชั่วชีวิตคือคนที่สมควรได้รับการให้อภัย”


แฮร์รี่รู้ว่าเซเวอร์รัสหันมามองเขา และเขาก็มองตอบอีกฝ่าย เซเวอร์รัสหันกลับไปทางปราสาทและตอบรับ


“ฉันไม่คิดหรอกว่าเรื่องพวกนั้นเป็นเรื่องที่จะให้อภัยกันได้ ดังนั้นฉันถึงไม่คาดหวังมันเท่าไหร่ และ—”


หยุดคำพูดชั่วครู่ ดวงตาของเซเวอร์รัสคล้ายมีรอยยิ้ม ขยับเหลือบมามองทางเขา


“แค่ทุกอย่างในทุกวันนี้มันก็ดีเกินพอแล้ว”



_________________________________



เมื่อกลับถึงปราสาท แฮร์รี่ที่เดินตรงไปที่ห้องทำงานของอัลบัสจนเซเวอร์รัสต้องรีบเอ่ยบอกความจริงว่าทั้งหมดนั่นเป็นเพียงข้ออ้าง เขาทำสีหน้าเหวอและถามอีกฝ่ายอย่างจริงจังว่าทำไมถึงไปโผล่ที่งานของรีมัสได้แต่เซเวอร์รัสไม่ได้ตอบ แฮร์รี่บ่นอย่างเหนื่อยอ่อนก่อนที่จะแยกกลับห้องตัวเองเพื่อใช้เวลานอนเก็บแรงไว้สำหรับยามค่ำคืน



เพราะวันนี้เขายังมีภารกิจเหลืออยู่อีกอย่าง



อาจจะด้วยความเหนื่อยกายและใจ เมื่อเขาล้มตัวลงบนเตียงเขาก็สามารถหลับได้ในทันที


เขาฝันเห็นภาพตอนที่อยู่กับรอนและเฮอร์ไมโอนี่ก่อนจะมีเซเวอร์รัสมาเข้าร่วมด้วยท่ามกลางสีหน้าตลกๆของเพื่อนรักเขาทั้งคู่ ในความฝันมันช่างแสนสงบสุขและไร้ซึ่งเรื่องทุกข์ใจ



แฮร์รี่ลุกขึ้นมาอย่างงัวเงียอีกครั้งก็เหลือบมองเวลา



สี่ทุ่ม?


นี่มันเลยเวลามื้อค่ำแล้ว — เขาพลาดงานเลี้ยงคืนนี้? และนี่ก็เคอร์ฟิวแล้วด้วย



แฮร์รี่รีบลุกจากเตียงเมื่อท้องเขาเริ่มมีอาการประท้วงขออาหาร มือเขาคว้าตะเกียง จุดไฟ เดินออกจากห้องไปตามทางเดิน ตัดสินใจตรงดิ่งไปยังห้องครัวและคิดว่าควรจะขออาหารเบาๆจากพวกเอลฟ์สักหน่อย


ทันทีที่ถึงห้องครัว พวกเอลฟ์ประจำปราสาทต้อนรับเขาอย่างยินดีเมื่อเขาเอ่ยว่าต้องการอาหารมื้อดึก แต่เมื่อแฮร์รี่นั่งลงเพื่อรับประทานอาหาร จู่ๆเขาก็ได้ยินเสียงคนเดินเข้ามา



แฮร์รี่ขมวดคิ้ว หันขวับไปทางประตู


ผมสีแดงคือสิ่งแรกที่เขาสังเกตเห็น



“เอ่อ คือ แฮร์รี่—?”



เฟลิกซ์ทักเขาพร้อมรอยยิ้มเจื่อนๆ เจ้าตัวรีบตรงมาเมื่อตกเป็นเป้าสายตาของเอลฟ์รอบๆ แฮร์รี่กระพริบตา สายตาขยับไปที่ชุดคลุมก็รู้ทันทีว่าเด็กตรงหน้าต้องใช้แผนที่ตัวกวนแน่



“นี่มันเลยเวลาเคอร์ฟิวแล้วนะ”



แฮร์รี่ว่าแต่ก็หันไปขอน้ำช็อกโกแลตจากเอลฟ์รายหนึ่งเพิ่ม



“ผมรู้ คุณจะหักคะแนนผมก็ได้ แต่ผมไม่เห็นคุณตอนมื้อค่ำ”



“ฉันเผลอหลับนานเกินไปหน่อยน่ะ”



เฟลิกซ์มองเขาด้วยดวงตาสีเฮเซลที่เจือความกังวล แฮร์รี่พยายามไม่สบตาคู่นั้น แน่นอนว่าเฟลิกซ์ที่ไปงานของรีมัสต้องเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นระหว่างเจมส์กับเขา และเมื่อเขาไม่เอ่ยอะไรต่อ เฟลิกซ์ก็คล้ายไปต่อไม่ถูก



“ผมเสียใจฮะ” เฟลิกซ์เอ่ย ท่าทางประหม่านิดหน่อยถึงยกนิ้วเกี่ยวผมตัวเองหมุนเล่น “เรื่องที่คุณเถียงกับพ่อ”


แฮร์รี่ส่งเสียงอืมในลำคอ เริ่มเข้าใจเหตุผลที่อีกฝ่ายมาอยู่ที่นี่ขึ้นมา บางทีเด็กชายอาจจะรอเขาออกจากห้องได้สักพักแล้ว แต่แฮร์รี่ไม่ได้ออกไปไหนเลยตั้งแต่กลับมาที่ฮอกวอตส์ จนกระทั่งตอนนี้


พอนึกได้แบบนี้ ถึงจะยังไม่ได้มองคนเด็กกว่าตรงๆ แต่แฮร์รี่ก็สามารถขยับยิ้มเล็กน้อย


“ฉันรู้ — วันนี้ฉันเองก็เลยไม่ได้คุยกับเธอเลย” เขาหันไปรับช็อกโกแลตร้อนส่งต่อให้เฟลิกซ์ “เธอเคยมาที่ห้องครัวรึเปล่า?”



“ไม่ฮะ มันน่าทึ่งมาก” เฟลิกซ์เอ่ยอย่างจริงใจ มองพวกเอลฟ์ที่ล้อมรอบพวกเขาอย่างตื่นเต้น แฮร์รี่ขยับยิ้ม


“ใช่เลย ครั้งแรกที่มาฉันก็ว่ามันน่าทึ่งมาก”


พวกเขาไม่ได้เอ่ยถึงงานเลี้ยงไปมากกว่านี้ เฟลิกซ์เริ่มเอ่ยถึงเจ้าแมวที่แฮร์รี่เลือกมาให้ เจ้าตัวบอกว่าตั้งชื่อให้มันว่าชารอนและมันเริ่มติดเฟลิกซ์แล้ว เล่าถึงสองแฝดวิสลีย์ที่ชวนเจ้าตัวทำของเล่นตัวกวน เล่าเรื่องสนุกสนานในชีวิตประจำวัน แฮร์รี่เลิกหลบตาที่เหมือนเจมส์ หัวเราะออกมาเมื่อฟังเรื่องพวกนี้ก่อนจะเริ่มเล่าเรื่องสนุกๆให้ฟังบ้าง ทำให้บรรยากาศตอนดึกดูสดใสกว่าที่มันควรเป็น


มันคล้ายกับจะทำให้ลืมเรื่องแย่ไปได้ในทันที


จนกระทั่งเฟลิกซ์มีท่าทางงัวเงียแฮร์รี่ก็รู้ตัว เขาอมยิ้มและบอกอีกฝ่าย


“ฉันจะพาเธอกลับไปที่บ้านกริฟฟินดอร์แล้วกัน — ขอบใจที่มานะ เฟลิกซ์”


เพราะคุยกับเฟลิกซ์ระหว่างมื้อดึก แฮร์รี่พึมพำ ‘เทมปัส’ เพื่อเช็กเวลา รู้ตัวว่าเกือบเที่ยงคืนแล้ว ท่าทางพวกเขาจะคุยกันนานกว่าที่คิด แฮร์รี่ไล่ให้คนผมแดงไปนอนก่อนจะตัดสินใจเดินตรงไปที่ห้องทำงานของดัมเบิลดอร์


ถึงเขาจะคิดว่าดาบของกริฟฟินดอร์ไม่จำเป็นเท่าไหร่นักกับตัวเขาในตอนนี้ แต่การที่มีมันที่ช่วยให้เขาเอาชนะบาซิลิสก์ได้ในครั้งแรก มันกลับอุ่นใจมากกว่า


ห้องอาจารย์ใหญ่เงียบและไร้วี่แววของเจ้าของห้อง การตกแต่งที่ไม่เปลี่ยนไปทำให้เขาสามารถมองหาหมวกคัดสรรที่วางบนชั้นวางไม้ริมผนังได้ในทันที ท่าทางมันกำลังหลับอยู่และไม่มีความจำเป็นที่จะต้องปลุกให้ตื่น แฮร์รี่เอ่ยกระซิบ ‘แอ๊กซิโอ’ เบาๆ เจ้าหมวกก็ลอยเข้ามาในมือเขาทันที


เขาสูดลมหายใจหนึ่งครั้งก่อนที่จะล้วงมือเข้าไป ค่อยๆดึงดาบออกมา เขาสัมผัสมันได้ตั้งแต่ด้ามจับที่คุ้นเคย จนกระทั่งดึงแขนออกมาเห็นใบดาบคม ยืดแขนสุดให้เห็นดาบที่ตั้งตรงขนาดกับตัว มันเป็นความรู้สึกโล่งอกอย่างประหลาดเมื่อค้นพบว่าตัวเองยังมีคุณสมบัติเหมาะสมกับมัน


แฮร์รี่วางหมวกคัดสรรไว้บนโต๊ะของอัลบัสเป็นหลักฐานว่าตนเองได้มาที่นี่ก่อนจะไปห้องแห่งความลับ เมื่อเขาจัดการทุกอย่างเรียบร้อยก็หมุนตัวหันหลังและเดินออกไปโดยไม่หันกลับมาอีก มุ่งตรงสู่ห้องน้ำหญิงของเมอร์เทิล



แฮร์รี่รู้สึกโชคดีมากที่เมอร์เทิลไม่ได้อยู่ตอนที่เขาไปถึง แน่นอนว่าเขายังไม่อยากปลุกคนทั้งปราสาทด้วยเสียงหวีดร้องของเธอ มันยังคงดูร้างเหมือนสมัยที่เขาเรียนอยู่ฮอกวอตส์ อ้างน้ำทรงห้าเหลี่ยมยังคงอยู่ที่เดิมใกล้กับบริเวณที่พวกเขาเคยใช้ปรุงน้ำยาสรรพรส แฮร์รี่ตรวจสอบไม้กายสิทธิ์ทั้งสองด้ามในชุดคลุม มันอยู่ในจุดที่เขาสามารถหยิบมันได้สะดวกที่สุด พิงดาบกริฟฟินดอร์ไว้กับอ่างน้ำ ขยับมือไล่หาตราสัญลักษณ์รูปงู แฮร์รี่ขยับยิ้ม นึกถึงใบหน้าของงูที่คุยที่สวนสัตว์ตอนเขาอายุสิบขวบ


มันเป็นสิ่งสุดท้ายที่พิสูจน์ว่าเขากลับเป็นฮอร์ครักซ์แล้วจริงๆ


‘จงเปิดออก’


แฮร์รี่พึมพำ มือจับดาบ ขยับถอยเล็กน้อย อ่างล้างหน้าแยกออกกว้างเป็นภาพที่คุ้นเคย เสียงของมันเป็นเหมือนกลไกฝืดๆที่ถูกบังคับให้กลับมาทำงาน ในตอนที่เห็นทางผ่านที่มืดมิดเปิดออกเขาก็รู้สึกใจสั่นอยู่เล็กน้อย ประสบการณ์ต่อสู้กับบาซิลิสก์สำหรับแฮร์รี่มันไม่ใช่อะไรที่จรรโลงใจสักเท่าไหร่


แฮร์รี่มองภาพตรงหน้าคล้ายทำใจอยู่นาน จนสุดท้ายก็ถอนหายใจ ตรงเข้าไปข้างใน มันยังคงเป็นเหมือนโพรงท่อน้ำที่อับชื้น แฮร์รี่ระวังไม่ให้ตัวเองลื่น และเพราะมันเป็นตอนกลางหน้าหนาว ทำให้เขารู้สึกว่ามันหนาวกว่าครั้งแรกที่เขาเข้ามา แฮร์รี่กระซิบคาถามอบความอบอุ่นให้กับตัวเอง ใช้คาถาลูมอสนำทางตัวเขาเข้าไป ยิ่งเข้าไปลึกเท่าไหร่มันก็เหมือนได้ยินเสียงเลื้อยและเสียงหายใจของสิ่งมีชีวิตอื่น


จนกระทั่งเขาเดินมาเจอรูปปั้นงูคู่ที่เป็นทางไปสู่ของของเจ้างูยักษ์ แฮร์รี่กระชับดาบในมือ เขาควรจะเริ่มต้นด้วยการพูดคุย หากเป็นไปได้เขาไม่อยากที่จะสู้กับมันเลย


‘เปิดออก’


แฮร์รี่มองรูปปั้นงูและเอ่ยออกไป ประตูบานในถึงเปิดออก — มันเป็นห้องกว้างขวางที่สลิธีรินสร้างขึ้นเพื่อเป็นที่พักให้กับบาซิลิสก์ซึ่งไม่สมควรอยู่ที่ฮอกวอตส์ ห้องมีกลิ่นอับชื้นและรา แฮร์รี่เดินอย่างระวัง ไม่มีวี่แววของงูยักษ์ แต่เขายังคงได้ยินเสียงหายใจฟืดฟาด เสียงสะเก็ดปูนที่น่าจะถูกสัตว์เลื้อยคลานเลื้อยผ่าน ราวกับว่าตอนนี้เขากำลังเป็นเหยื่อที่โดนประเมินความสามารถอยู่


มันตื่นรอเขาก่อนอยู่แล้ว


มันดูฉลาดกว่าครั้งแรกที่เขาพบ บางทีการเจรจาอาจจะเป็นไปได้ แฮร์รี่เม้มปากมองรอบๆและเอ่ยตะโกนออกไป


‘เฮ้! ฉันรู้นะว่าแกอยู่ที่นี่! ออกมานี่ซะสิ!’


เสียงปูนที่ถูกเลื้อยผ่านดังขึ้นอีกครั้งและมันดังกว่าเดิมคล้ายบ่งบอกว่าสิ่งมีชีวิตตัวโตไม่พึงพอใจกับการมาของเขาเท่าไหร่ แฮร์รี่ก้าวถอยหลังหนึ่งก้าว


มันควรจะเจรจาได้สิ ในเมื่อไม่มีฮอร์ครักซ์อื่นอยู่ใกล้ๆ — ในเมื่อตราบใดที่เขายังเป็นฮอร์ครักซ์ชิ้นหนึ่งของโวลเดอมอร์ ทายาทของสลิธีริน


ในที่สุดเสียงเกรี้ยวกราดก็ดังกลับมาเป็นเสียงคำราม


‘เจ้าเป็นใคร ผู้บุกรุก?’


แฮร์รี่นึกโล่งอก อย่างน้อยเขาก็ยังคุยกับมันได้ เด็กหนุ่มดึงสติกลับมาและเอ่ยตอบในทันที


‘ฉันเป็นทายาทของสลิธีริน!’


‘เจ้าโกหก!!’


เสียงคำรามไม่ดังเปล่า แต่มันดังพร้อมกับร่างที่พุ่งฉกมาที่ตัวแฮร์รี่ เขาขยับดาบของกริฟฟินดอร์ง้างที่ปากของเจ้าบาซิลิสก์และขยับไม้กายสิทธิ์ทันที


“เอ็กซ์พัลโซ!”



ตู้ม!



เกิดควันระเบิดขึ้นตรงหน้าเขากับบาซิลิสก์ แฮร์รี่รีบปิดตาลงก่อนที่เขาจะสบกับดวงตาเหลืองงูคู่โต เขารีบก้าวขยับถอยห่างระหว่างที่มันกำลังชะงักไปกับดาบที่ง้างปากมันและควันดำ


แฮร์รี่ยืดแขนขวาไปจนสุดอีกครั้ง ถึงจะปิดตาทั้งคู่อยู่แต่สัญชาติญาณของเขากระพริบเร็วถี่หลังจากผ่านอันตรายในสงครามมาหลายครั้ง


จะต้องเล็งที่ตาของมันก่อน


เกร้ง!



ในความมืดเขาได้ยินเสียงดาบหล่น แฮร์รี่รีบร่ายคาถาเดิมอีกครั้งพยายามกะให้ถูกตาของมัน


“เอ็กซ์พัลโซ!”


เสียงระเบิดดังอีกครั้ง แต่เจ้าบาซิลิสก์หลบได้เสียก่อน มันกรีดร้องและพุ่งตรงมาที่แฮร์รี่ แฮร์รี่รีบวิ่ง มือซ้ายเง้อขยับหาก้อนหินเจอก็รีบตรงไปหลับข้างหลังหินแข็งก้อนใหญ่


“ดูโร!”


บาซิลิสก์พุ่งเข้าใส่ก้อนที่ที่ถูกเวทย์มนต์เพิ่มความทนทานจนแตกละเอียด เป็นสิ่งที่พิสูจน์ว่าเกล็ดของมันแข็งมากแค่ไหน



แฮร์รี่เหงื่อไหล่พล่าน เขาหลบออกมาได้ทันอย่างเฉียดฉิว สะเก็ดหินพุ่งมาปาดตามตัวเขาให้เลือดสีแดงไหลซึม และเหมือนกลิ่นของเลือดจะทำเอาสิ่งมีชีวิตที่ใช้แค่หนูตามท่อเติมเต็มกระเพาะมานานครึ่งทศวรรษคลั่ง


‘เฮ้! ฉันว่าเราน่าจะเจรจากันได้นะ’


แฮร์รี่พยายามใช้ไม้อ่อนอีกครั้ง ถึงเขาจะดวลเวทย์มนต์กับเจ้างูยักษ์ไม่หยุดยั้ง


‘ไม่จำเป็น! ทายาทของนายท่านได้ให้คำสั่งกับข้าไว้เมื่อห้าสิบปีก่อน ว่าใครก็ตามที่เข้ามาในห้องนี้ถือว่าเป็นอาหารของข้า’



“สตูเปฟาย! และแกก็ทำตามคำสั่งนั้นน่ะเหรอ!? คอนฟรินโก!”


คาถาคอนฟรินโกทำให้แถบหินรอบๆตัวแฮร์รี่เกิดไฟลุกลามจนบาซิลิสก์ต้องเบี่ยงไปใช้ทางอื่นแฮร์รี่หายใจหอบเล็กน้อย เขาถูกแผลไหม้อีกเล็กน้อย



‘ข้าไม่จำเป็นต้องสงสัยในตัวทายาท!’


แฮร์รี่วิ่งไปบนกำแพงหิน สามารถพุ่งกระโดดขึ้นไปบนตัวของเจ้าบาซิลิสก์ได้สำเร็จ มันเบี่ยงหัวเล็กน้อย แฮร์รี่หายใจหอบและร่ายคาถาเชือกมัดเขาไว้กับมัน ยืดแขนขวาอีกนิดให้ชี้ตรงไปที่หัวของมัน


“เซ็กตัสเซ็มปร้า!”



รอยมีดกรีดเกิดขึ้นทันทีที่เปลือกตาซ้ายของเจ้าบาซิลิสก์ — เลือดสีแดงของมันไหลรุนแรง เสียงกรีดร้องของมันดังสนั่นอย่างน่ากลัว แฮร์รี่ถูกมันที่กรีดร้องลั่นสะบัดตกลงมา


ผลั๊ก!


ในตอนที่ตกลงมา แฮร์รี่รู้ทันทีว่าเขาขาหักข้างหนึ่งแล้ว แต่ไม่มีเวลาให้เขาได้พักหายใจหรือมานั่งโอดครวญ เขารีบร่ายคาถาไปที่เจ้าบาซิลิสก์อีกครั้ง


“อาวิส!”


ฝูงนกพุ่งออกมาจากไม้กายสิทธิ์ ตรงดิ่งไปที่ตาอีกข้างของงูยักษ์ที่กำลังคลั่ง พวกนกนับสิบรุมจิกตาอีกข้างจนกระทั่งเจ้าบาซิลิสก์ตาบอดสนิทสองข้าง แฮร์รี่หายใจหอบเอามือยันหินเพื่อลุกยืน เปิดตาสีเขียวของตัวเอง ถ้ามีใครเห็นตอนนี้จะต้องพบวี่แววของความอ่อนล้าในดวงตาของเขา


แต่ถึงตาเจ้างูยักษ์จะบอดสนิท แต่เมื่อศัตรูของเขายังรู้ว่าเหยื่อของมันไม่ตายก็พุ่งตรงเข้ามา แฮร์รี่ที่ขาหักข้างหนึ่งแล้วไม่สามารถขยับหลบพ้นได้ทัน ร่างของมันพันเลื้อยรัดตัวของแฮร์รี่เสียแน่นจนเขาแทบสำลัก แฮร์รี่กัดฟันจนเลือดไหลออกมุมปาก เขารู้สึกเหมือนได้ยินเสียงซี่โครงเขากำลังหัก ขยับแขนอีกนิดเพื่อร่ายคาถาก่อนที่ตัวเขาจะหมดสติหรือถูกพิษของบาซิลิสก์เข้าจนหมดลมหายใจ ในตอนนั้นเองที่ดวงตาเขาเหลือบไปเห็นดาบที่อยู่ด้านหลังงูยักษ์


“แอ๊กซิโอ ดาบของกริฟฟินดอร์!”


ฉีก!


ดาบของกริฟฟินดอร์ที่อยู่ที่พื้นพุ่งกลับเข้ามาหาตัวเขา มันพุ่งจนแทงทะลุผ่านหลังคอของเจ้าบาซิสก์ได้อย่างพอดิบพอดี เสียงกรีดร้องของเจ้างูคือสิ่งที่แฮร์รี่ได้ยินชัดเจนที่สุดก่อนที่ร่างของเขาจะคหล่นไปกองที่พื้นเพราะลำตัวที่รัดเขาอยู่คลายออก แฮร์รี่ปรือตามอง กลิ่นคาวเลือดชัดมากเมื่อเลือดของเขาและงูยักษ์ปนเปื้อนไปกับน้ำขังบนพื้น มันเป็นสีแดง 



แต่บาซิลิสก์กลับยังไม่ตาย มันท่าทางทรมาน ดิ้นไปมาอย่างบ้าคลั่งชนหินและกำแพง จนกระทั่งหูของเขาได้ยินเสียงร้องจากที่ไกลๆ



มันเป็นเสียงไก่ของแฮกริดที่ขันดังในทุกๆวันตอนตีสามครึ่ง



และเมื่อเสียงขันของไก่ดังขึ้น เสียงร้องทรมานของบาซิลิสก์ก็ดังยิ่งกว่าเดิม จนสุดท้ายร่างใหญ่ๆของมันก็ล้มลงมาดังสะเทือนพื้น และแน่นิ่งสนิทไปในที่สุด



พอเลิกเกร็ง ความทรมานก็แล่นผ่าน เลือดไหลเข้าตาจนเจ็บแสบ ท่าทางกระดูกเขาจะหักหลายท่อน มันทรมานเสียจนต้องบังคับตัวเองให้หนีจากความทรมานนี้โดยเร็ว



แฮร์รี่รับรู้ได้ว่าสัตว์ร้ายของสลิธีรินตายจากไป เขาก็ห้ามตัวเองไม่ให้หมดสติไม่ได้อีก ดวงตาที่ฝืนลืมค่อยๆตกลงมาและแน่นิ่งในที่สุด


_____________________________________



ในตอนที่แฮร์รี่ลืมตา เขาค้นพบว่าเขาอยู่ในห้องพยาบาล มีอัลบัสนั่งอยู่ตรงเก้าอี้ข้างๆ กลิ่นลมเย็นๆลอยมาผ่านหน้าต่าง มันช่างเป็นภาพที่คุ้นเคย



“เอ่อ อรุณสวัสดิ์ครับ?”



แฮร์รี่ยิ้มทักทายแหยๆ เสียงของเขาแหบแห้ง รู้ว่าตัวของเขาระบมไปทั้งตัว ขาของเขาถูกพันเข้าเฝือก แสงแดดที่ส่องมาบอกว่าตอนนี้คงสายมากแล้ว เขาคิดว่าอัลบัสคงมีรอยยิ้มตามปกติ แต่มันผิดกับที่เขาคิด อัสบัสไม่ได้ยิ้ม แค่มองเขามาผ่านแว่นครึ่งวงกลมอย่างเครียดและจริงจังผสมไปด้วยดวงตาลึกซึ้งที่คาดเดาความคิดไม่ออก สุดท้ายชายชราจึงเอ่ยอย่างนิ่งสงบ


“เมื่อเช้า เราพบเธอในทางลับที่ห้องน้ำหญิงของเมอร์เทิล ข้างๆเธอมีศพของบาซิลิสก์อยู่”


“ครับ—“ แฮร์รี่ตอบเสียงเบา


“ฉันเคยบอกเธอแล้วใช่ไหม แฮร์รี่ เธอไม่จำเป็นต้องทำเพื่อพวกเราถึงขนาดนี้ — นี่มันทำให้ฉัน ไม่รู้จะขอบคุณเธอยังไงดี”



เสียงของอัลบัสสั่นคล้ายจะร้องไห้ เหมือนจะมีบางอย่างแอบแฝง แฮร์รี่กระพริบตาปริบ อัลบัสจับบ่าของเขาเบาๆ แฮร์รี่ถึงขยับยิ้มให้อีกฝ่ายมั่นใจ



“อัลบัส ผมเกลียดการที่ต้องเป็นคนนอกเต็มทีแล้ว ผมรักพวกนักเรียนที่นี่นะ และผมก็ดีใจที่ได้รู้จักคุณด้วย ผมยินดีช่วยในสงครามครามจริงๆ เพราะงั้น คุณไม่จำเป็นต้องรู้สึกผิดอะไรกับเรื่องนี้หรอก อีกอย่าง ผมยังสบายดี เห็นไหม ถึงกระดูกจะหักสักสองสามท่อนก็เถอะ”



แฮร์รี่ติดหัวเราะในตอนท้าย ยังไงเขาก็ไม่ได้ตาย และเขาชินกับการบาดเจ็บแบบนี้แล้ว แต่เมื่อหน้าคนชราคล้ายมีความรู้สึกผิดแปะอยู่ แฮร์รี่ก็รีบเปลี่ยนเรื่อง



“แล้วเรื่องพิษของบาซิลิสก์ล่ะครับ? มันเป็นสิ่งเดียวที่สามารถใช้ทำลายฮอร์ครักซ์สำเร็จได้เร็วและง่ายที่สุด”


“ฉันฝากให้เพื่อนของฉันจัดการแปรรูปเป็นอาวุธง่ายๆให้แล้ว ไม่ต้องเป็นห่วงไป เราคงได้มันหลังจากนี้อีกไม่กี่วัน มันคงวุ่นวายน่าดูที่ต้องพกเขี้ยวของงูติดตัวไปไหนมาไหน อาจารย์คนอื่นคงไม่คิดว่ามํนเป็นแฟชั่นแบบใหม่เท่าไหร่นัก”


แฮร์รี่หลุดหัวเราะพยักหน้าอย่างเห็นด้วย อัลบัสยิ้มให้เขาเล็กน้อย มือเหี่ยวย่นเอื้อมมาลูบหัวเขาสองสามที


“เธอเองก็ใช้ช่วงเวลาวันหยุดพักผ่อนให้เต็มที่เถอะ แฮร์รี่ — หลังคริสมาสต์ฉันมั่นใจว่าเด็กๆคงยังอยากได้ตัวศาสตราจารย์คนโปรดของพวกเขาอยู่”


แล้วอัลบัสก็จากเขาไปอย่างเงียบเชียบ — แฮร์รี่นั่งใคร่ครวญ อัลบัสในตอนนี้เป็นเหมือนอัลบัสที่เขาไม่รู้จัก เขาไม่คุ้นเคยเท่าไหร่กับอัลบัสที่มากังวลใจเวลาเขาทำเรื่องกล้าหาญเสี่ยงชีวิต แฮร์รี่ถอนหายใจ — ตอนนี้อาจเป็นช่วงมื้อเที่ยง มาดามพอมฟรีย์ไม่ได้อยู่ที่ห้องพยาบาล


แฮร์รี่จะล้มตัวนอนอีกครั้ง เสียงประตูเปิดก็ดังขึ้นเสียก่อน แฮร์รี่ขยับตาสีเขียวมรกตมอง


เซเวอร์รัสคือคนที่เดินเข้ามา — ดวงตาของพวกเขาสบกัน และเหมือนพวกเขาต่างชะงักพร้อมกัน แฮร์รี่มองนิ่งเหมือนสมองเขาไม่สามารถประมวลผลได้ จนกระทั่งกระพริบตา แฮร์รี่ก็เอ่ยทักคนหน้าตึงที่ดูเครียดกว่าปกติ


“เอ่อ — สวัสดีครับ ศาสตราจารย์”


เซเวอร์รัสยังคงยืนจ้องเขาเขม่ง — ในที่สุดดวงตาสีดำของอีกฝ่ายก็สั่นไปด้วยความโกรธ เดินย้ำตรงๆกระแทกพื้นจนเกิดเสียง ตึก ตึก ตึก ในทุกก้าว


“เธอ!” เซเวอร์รัสเอ่ยอย่างกราดเกรี้ยวจนแฮร์รี่สะดุ้ง แฮร์รี่มองอย่างหวาดๆ เหมือนจะถอยกรูดได้ตามการกระแทกเสียงของอีกฝ่าย


“เธอกล้าดียังไงที่ลงไปในนั้นคนเดียว! กับบาซิลิสก์! ฉันแทบไม่อยากจะเชื่อว่าในหัวของเธอมีความคิดบ้าๆไร้สาระและรนหาเรื่องตายแบบนี้! แฮร์รี่! จะเกิดอะไรขึ้นหากเธอไม่ได้ชนะและบาซิลิสก์นั้นหลุดรอดออกมาได้? เธออาจฆ่านักเรียนในฮอกวอตส์ได้ เธออาจตายได้! ถึงเธอจะไม่คิดถึงตัวเธอเอง แต่อย่างน้อย—“


เซเวอร์รัสจับบ่าของเขา มันไม่ได้แรง แต่มันก็แรงพอที่จะทำให้แผลของเขาเจ็บ และเหมือนอีกฝ่ายจะรับรู้ได้ว่าเขาเจ็บ มือที่จับอยู่ถึงค่อยๆคลายออก


“อย่างน้อยก็คิดถึงคนที่ห่วงเธอบ้าง แฮร์รี่ —”


ถึงมันจะดุ เหมือนจะเป็นแกมสั่ง แต่พอมองดวงตา แฮร์รี่ก็รู้ว่ามันคือคำอ้อนวอน เหมือนเซเวอร์รัสกำลงคุกรุ่นไปด้วยความโกรธและความเศร้า เหมือนกับคนที่หมดที่พึ่ง


หลังจากที่เซเวอร์รัสด่ากราดเขาจบ พวกเขาก็เหมือนตกอยู่ในความเงียบ แฮร์รี่ไม่กล้าขอโทษ เพราะเขารู้ว่าหากย้อนเวลากลับไปได้เขาคงทำเหมือนเดิม แฮร์รี่เอนตัวพิงตัวอีกฝ่าย เขาปล่อยให้ตัวเองนิ่งติดกับอีกฝ่ายไปแบบนี้ครู่ใหญ่


มันเป็นความเงียบที่นานที่สุดระหว่างพวกเขา ในหัวของเขาเหมือนจะทบทวนเรื่องราวต่างๆนาๆ แฮร์รี่ทบทวนช่วงเวลาตั้งแต่ที่เขาโผล่มามิตินี้ ตั้งแต่เขาพบเซเวอร์รัส ช่วงเวลาที่ได้อยู่ด้วยกัน — มันเป็นช่วงเวลาที่มีค่ากับเขามา แฮร์รี่ย่นใบหน้า — ถึงเขาจะเถียงเรื่องนี้ไม่ออกเพราะเขามันบ้าบิ่น แต่เซเวอร์รัสที่เป็นสปายก็พอกันนั่นแหละ


“คุณเองก็เหมือนกัน คิดอะไรถึงเป็นสปาย? เอาภาระหนักอึ้งไปถือไว้เพียงลำพัง คุณมันก็งี่เง่าและไม่สนใจความรู้สึกคนอื่นเหมือนผมนั่นแหละ” แฮร์รี่บ่นงึมงำ


เขารู้ว่าเซเวอร์รัสชะงัก แฮร์รี่ยิ้มเหยียด ดึงเองเองกลับออกมา


ในที่สุดพวกเขาที่เงียบมานานก็หันมาสบตากันอีกครั้ง แฮร์รี่ขยับยิ้มกว้าง เซเวอร์รัสที่หน้าตึงค่อยๆผ่อนคลายลง แฮร์รี่รีบเอ่ย


“ผมเข้ามาในโลกของคุณแล้ว และผมอยากให้สงครามมันจบลง ถึงมันอาจทำให้ผมตายเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ก็เถอะ แต่ผมก็ไม่ได้กลัวความตายหรอกนะ”


แฮร์รี่พยายามยักไหล่ เซเวอร์รัสมองเขามา ท่าทางไม่เห็นด้วย


“เธอควรกลัวมัน— เพราะไม่มีใครรู้ว่าเราจะตายเมื่อไหร่—“


แฮร์รี่ยิ้ม นั่นมันในกรณีที่ไม่ได้เลือกที่จะตายด้วยตัวเองแบบเขา


แต่เพราะไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรออกมาดี ไม่รู้ว่าควรพูดด้วยน้ำเสียงแบบไหน ดังนั้นแฮร์รี่ถึงไม่บอกมันกับเซเวอร์รัส


เซเวอร์รัสส่ายหน้ากับท่าทางดื้อรั้นของเขา คนจมูกงุ้มในชุดสีดำนั่งลงมาบนเตียงจนเบาะยุบลงไป แฮร์รี่คิดว่าเขาคงถูกเซเวอร์รัสดุทุกครั้งที่ทำอะไรเสี่ยงชีวิตแน่ อาจจะเป็นครั้งแรกเลยก็ได้ที่มีคนว่าการกระทำของเขาตรงๆแบบนี้



มันเป็นบรรยากาศแปลกประหลาด เซเวอร์รัสทอดมองเขาที่เอนตัวนอน แฮร์รี่รู้สึกกระสับกระส่ายลึกๆเมื่อถูกจ้องมา แต่ไม่ทันท้วง ศาสตราจารย์ปรุงยาก็เอ่ยขึ้นมา


“นอนเถอะ แฮร์รี่ ฉันจะอยู่ด้วยจนกว่าเธอจะหลับ”


ในที่สุดนิ้วของเซเวอร์รัสก็ขยับมาเกลี่ยใบหน้าจนเขาหมดคำพูด


มือหยาบไล่ตามใบหน้าของเขา ตั้งแต่ไรผมยุ่งๆ แว่นตากลม โครงหน้าทุกส่วน ข้างแก้ม จมูก ลากยาวมาถึงริมฝีปาก คล้ายกับว่าอยากจะจดจำใบหน้าที่ตัวเองควรเกลียดนี้เอาไว้ให้แม่นยำ แฮร์รี่ไม่กล้าขัด ปล่อยให้คนที่เขาทั้งรักทั้งเคารพสัมผัสเขาจนพอใจแม้ว่าการกระทำแบบนี้มันจะทำให้เขาเริ่มรู้สึกใจเต้นตุบตับ


เขาไม่รู้ว่าจะเรียกบรรยากาศตอนนี้ว่าเป็นใจดีรึเปล่า จมูกได้กลิ่นของห้องพยาบาลที่เขาคุ้นเคย กลิ่นเหงื่ออ่อนๆของเซเวอร์รัสที่บ่งบอกว่าคงรีบมาที่นี่ และเขาที่ถูกพันเฝือกแถมกระดูกหักหลายท่อนจนขยับไปมาแทบไม่ได้



มันเกิดขึ้นเร็วมาก แต่ก็ช้ามากเช่นกัน เขารู้ว่าเขามีโอกาสหลายครั้งในการหยุดการเกินเลยครั้งนี้ แต่ทุกสิ่งทุกอย่างเหล่านั้นมันไม่อยู่ในหัวเขาเลยสักนิด แฮร์รี่คิดว่าเขาเป็นคนเริ่มก่อนด้วยซ้ำถ้าไม่ติดว่าเซเวอร์รัสเป็นคนที่โน้มตัวลงมา ใบหน้าเข้าใกล้เขาที่ศีรษะแนบเตียง ลมหายใจปะทะกันจนสมองว่างเปล่า เริ่มจากจมูกที่เฉียดกัน เขารู้สึกเหมือนเวลาตรงหน้าขยับไปอย่างเชื่องช้ากระทั่งหยุดลง


แฮร์รี่ขยับเอียงศีรษะปรับมุมเล็กน้อย เอื้อมมือไปตรงหน้าเพื่อกอดอีกฝ่ายเอาไว้


ลืมเลือนทุกสิ่งทุกอย่าง ความรู้สึกผิดชอบชั่วดี ความไม่ถูกต้องเหมือนลอยกระเด็นหายไปไกล


จนกระทั่งริมฝีปากแนบสนิทดี


ทุกอย่างคล้ายหยุดนิ่ง เขาลืมแม้แต่การหลับตา ดวงตาสีมรกตถึงเห็นดวงตาสีนิลชัดเจน เห็นแม้แต่ความอ่อนโยนที่ใครๆมักกล่าวว่ามันไม่มีอยู่ หลงเหลือเพียงดวงตาลึกซึ้งสองคู่ที่มองยึดติดกันไม่ไปไหน


มันคล้ายกับผีเสื้อกระพือปีกแข่งกันบินพลุ่งพล่านอยู่ในอก


ไม่เหมือนโช มันไม่ได้เปียกชื้น ไม่เหมือนจินนี่ มันไม่ได้แฝงไปด้วยความเชื่อมั่น


ริมฝีปากพวกเขาประทับกัน แผ่วเบา แต่ตราตรึง มันเป็นจูบที่เบาที่สุดในชีวิตของแฮร์รี่ พอตเตอร์ เขาแทบไม่รู้สึกว่ามันคือจูบด้วยซ้ำ เปรียบเสมือนมีแมลงปอสัมผัสผิวน้ำที่นิ่งสงบ สัมผัสเบาหวิวเกินกว่าที่เหล่าปลาในแอ่งน้ำจะรับรู้ถึงความเปลี่ยนแปลง


แฮร์รี่ค่อยๆถอนริมฝีปากออกมาจากเซเวอร์รัส ศาสตราจารย์ปรุงยาดึงตัวเองกลับไปนั่งหลังตรง ดวงตาสีเขียวของเด็กหนุ่มยังคงมองดวงตาอีกฝ่ายไม่วางตา เซเวอร์รัสรู้ถึงสายตานั้นถึงเอื้อมมือมาปิดเปลือกตาของเขา เขาได้ยินเสียงนุ่มๆเป็นจังหวะที่อีกฝ่ายเอ่ยขณะยกมือนั้นออกไป


“ฝันดี แฮร์รี่”



และในทันทีที่มันบินจากแอ่งน้ำนั้น — มันได้ทิ้งระรอกคลื่นที่แผ่เป็นวงกลมกว้างเอาไว้


______________________



Talk :)


ก่อนอื่นคือ มันกลายเป็นนิยายรายเดือนไปละอะ! ฮืออออ ช่วงนี้อาจจะอัพช้าๆหน่อยน้า พอดีช่วงนี้พิณแอบวุ่นๆนิดหน่อย


ตอนนี้นังรี่เรียกป๋าว่า ‘เซเวอร์รัส’ แล้วหลังจากผ่านมาสามสิบกว่าตอน! ไม่รู้จะมีใครสังเกตมั้ย55555


ขอบคุณแฟนอาร์ตสวยๆจากคุณ @Samenr4 จากทวิตเตอร์นะคะ รักกก ได้มารวดเดียวทั้งป๋าทั้งรี่เลย <3


#HPeternalwar

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 340 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,068 ความคิดเห็น

  1. #1047 Astrinz (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2563 / 03:19
    ไรท์แต่งได้ดี และประทับใจจังเลย🙇🏻‍♂️
    #1,047
    0
  2. #1026 MartiniLubik (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2563 / 02:31

    มันผิดหวังแหละ

    ยิ่งอยากรู้จักมากเท่าไร แต่ไม่ได้เป็นในแบบที่หวัง

    ละเจมส์เป็นสาเหตุในหลายๆอย่าง

    ทำให้สเนปไม่ชอบหน้าแฮร์รี่งี้

    เห้อมมม อยากให้ครอบครัวนี้สมบูรณืจริงๆค่ะ

    เจมส์หวงลูกแหละเอาจริง หวงกว่าซีเรียสพ่อทูนหัวอีก55555

    ไม่ว่าเจมส์นี้หรือเจมส์ไหน เราเชื่อว่าก็อารมณ์ประมาณนี้แหละ

    เค้าจูบกันแล้วค่าแม่ นี่ถ้าซีเรียสรู้เรื่องคงอกแตกตาย

    นี่แหละพ่อเธอยอมรับเถอะแฮร์รี่



    #1,026
    0
  3. #987 Jecelyn (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2563 / 12:11

    กรี๊ดดดดดเเม่!! หนุไม่ไหวเเล้วอร้ยยยยยย เขินไปหมดเเล้วววว
    #987
    0
  4. #896 Astrophile_ (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 30 เมษายน 2563 / 19:32
    ดีมาก ฮือ บ้าจริงชั้นหยุดยิ้มไม่ได้!!
    #896
    0
  5. #845 -Astrophile- (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 22 มีนาคม 2563 / 13:30
    ไนต์ชอบมากเลย ฮือออออออ ดีใจจจจจ ขอบคุณนะคะที่เเต่งดีขนาดนี้ ฮืออออ รักมากกกกกกกกก รายเดือนก็จะตามค่ะ มันคุ้มค่ามากเลยค่ะ
    #845
    0
  6. #842 l3aowan (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 22 มีนาคม 2563 / 00:48
    กลับมาคอมเมนท์อีกรอบ อยากจะบอกไรต์ว่าช่วงนี้เทรนโควิดกำลังมาแรง ไรต์รักษาสุขภาพ ดูแลตัวเองดีๆด้วยนะคะ เป็นห่วง
    #842
    0
  7. #841 Oooptsy (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 19 มีนาคม 2563 / 02:13
    อ่านแทบจะรวดเดียวเลยค่ะฮืออออ ชอบภาษาชอบพล้อตชอบการดำเนินเรื่องของไรต์มากๆๆๆ เหนือสิ่งอื่นใดคือการจูบที่เบาของแฮรี่แต่สะเทือนบ้านของคนอ่าน แงงงงงงงงงงงงงง
    #841
    0
  8. #840 Name cannot be blank. (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 15 มีนาคม 2563 / 23:15
    ก็คือกรี๊ดจนกลัวโดนที่บ้านด่า! ฮืออออออออ จูบแล้วว้อยยยย!
    #840
    0
  9. #839 Menight * (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 15 มีนาคม 2563 / 21:29
    กรี๊ดดดดดดดด เค้าจูบกันแล้วแม๊!!!!!
    #839
    0
  10. #838 Feray080943 (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 14 มีนาคม 2563 / 16:01

    ฟิลอบอุ่นมักๆเลย
    #838
    0
  11. #837 gail08 (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 14 มีนาคม 2563 / 14:55

    แกร้รรรรรรรรรรรรรรรรรรรรร!!!!!!!!!กรี้ดบ้านแทบแตกโดนพ่อด่าว่าอะไรเข้าสิง..............อืมมมมมมมมมมมมเปล่าค่ะเค้าเขิลลลลลลลลลลลลลดีต่อจายยยยยยยยยย

    #837
    0
  12. #836 lonely.com (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 14 มีนาคม 2563 / 07:22
    ละลายยยยย
    #836
    0
  13. #835 AK_OR (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 13 มีนาคม 2563 / 23:59
    Good night Kiss <3
    #835
    0
  14. #834 Rain01 (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 13 มีนาคม 2563 / 08:35

    คิดถึงมากเลย เขาจุ๊บกับแล้วววว
    #834
    0
  15. #833 Mynun9412 (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 12 มีนาคม 2563 / 23:55
    คิดถุงงงงงงงงง
    #833
    0
  16. #832 jeebiest (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 12 มีนาคม 2563 / 22:37
    กรี๊ดดดด​ รอมานาน​ ในที่สุด​
    #832
    0
  17. #831 Lluvii's (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 12 มีนาคม 2563 / 10:46
    กรี๊ดดดดด แงงงง เขินมากฮือออ///-///
    #831
    0
  18. #830 548athirata (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 12 มีนาคม 2563 / 04:51
    รอมานานและเขินมากกก ไม่ผิดหวังเลยค่ะ!!!
    #830
    0
  19. #829 YPWN (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 12 มีนาคม 2563 / 02:59
    เขินมาก แบบกายดากยกวหวหบหบกหบ
    #829
    0
  20. #828 EngEnglish (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 12 มีนาคม 2563 / 01:30

    เขาจูบกัน กรี๊ดดดดดด
    เป็นจูบที่อ่อนโยนมาก
    #828
    0
  21. #827 EngEnglish (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 12 มีนาคม 2563 / 01:30
    เหมือนตอนนี้ แต่ละฝ่ายคือค่อยเติมเต็มซึ่งกันและกันอ่ะ ทั้งเซเวอรัสกีบแฮรี่
    น่ารักมากๆเลยค่ะไรท์
    #827
    0
  22. #826 GOTFAFA (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 12 มีนาคม 2563 / 01:20
    ทุกๆอย่างคืออออ มันดีงามมากๆ ดีงามที่สุด เป็นสิ่งที่รอมาเนิ่นนาน กรี๊ดดดดเเตกค่ะ555
    #ตั้งตารอตอนต่อไปแทบจะไม่ไหวเเล้วววว
    #826
    0
  23. #825 Alecxia Drew (Adriene) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 12 มีนาคม 2563 / 01:19
    *กรี๊ดเป็นภาษาพาเซล*
    ตายค่ะตาย ตายอย่างเดียว
    #825
    0
  24. #824 aeble (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 12 มีนาคม 2563 / 00:59
    อ่านตอนนี้แล้วคือหลากหลายอารมณ์มากๆ
    #824
    0
  25. #823 l3aowan (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 12 มีนาคม 2563 / 00:56
    ไม่รู้จะอธิบายความรู้สึกตอนนี้ยังไงดี ตอนแรกยังเศร้ากับเรื่องเจมส์ มากลางตอนตื่นเต้นกับบาสิลิธ พอช่วงสุดท้าย....ตอนนี้คือยิ้มไม่หุบเลย เขิลหนักมาก วิ่งไปวิ่งมาแล้วแอบกรี๊ดในใจ อยากบอกขอบคุณไรท์อีกสักร้อยๆรอบ ชอบตอนนี้มากๆ แม้ไรท์จะหายไปนานอต่มันก็คุ้มค่ากับการที่ได้รอ
    #823
    0