Fic Harry Potter - Eternal War (SS/HP)

ตอนที่ 33 : Chapter 33 : Merry Contrary Day

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,407
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 285 ครั้ง
    7 ก.พ. 63

Chapter 33 : Merry Contrary Day





วันคริสมาสต์


แฮร์รี่ตื่นเช้าในวันหยุด มันเป็นวันที่เขาค่อนข้างกระตือรือร้น อดีตเด็กชายผู้รอดชีวิตได้รับจดหมายจากรีมัสอีกครั้งในเช้าวันนี้ มันเป็นจดหมายเรื่องงานแต่งงานที่จัดขึ้น ท่าทางจะไม่อยากให้เขาลืมเรื่องนี้อย่างเด็ดขาด


แฮร์รี่เก็บบัตรเชิญไว้อย่างดี นอกจากจดหมายแล้วเขาเห็นว่ามีของขวัญจำนวนมากส่งมาถึงเขา ในพริบตาแรกเขาแปลกใจ ถัดมาถึงเริ่มรู้สึกตื่นเต้นราวกับว่าได้กลับไปเป็นเด็กๆอีกครั้ง นั่งลงกับพื้นแล้วเริ่มพินิจของขวัญแต่ละชิ้นดู มันมีทั้งมาจากเฟลิกซ์ นักเรียนคนโปรดหลายคนของเขา คนในภาคีอย่าง ซิเรียส รีมัส ท็อกส์ — แม้แต่แม้ดอายส์ที่เขาต้องรีบเปิดกล่องของขวัญจนเห็นว่ามันคือลูกอมรสบัตเตอร์เบียร์ที่เขาไม่กล้ากินเท่าไหร่


แฮร์รี่นั่งไล่ดูของขวัญที่ละชิ้น เขาได้รับของขวัญจากอัลบัสเป็นรูปภาพของแก๊งตัวกวนและแม่เขาในสมัยเรียนซึ่งแฮร์รี่เห็นแล้วต้องขยับปากอมยิ้ม บางทีอัลบัสคงรู้จากศาสตราจารย์ปรุงยาว่าเขาชอบสะสมรูปภาพพวกนี้ — มันเป็นภาพถ่าย รวมๆแล้วมีทั้งหมดเจ็ดแผ่นพอดี แฮร์รี่ที่เปิดพลิกๆดูอยู่แทบสำลักน้ำลายตอนที่เห็นว่ารูปสุดท้ายไม่ใช่พวกตัวกวนหรือแม่เขาแต่เป็นภาพเซเวอร์รัสในวัยเรียน— น่าจะราวๆปีหนึ่งหรือสอง อดีตสลิธีรินนั่งอยู่ตรงม้านั่งมุมปราสาทและหันมาพร้อมหนังสือในมืออย่างไม่สบอารมณ์


แฮร์รี่กรอกตา นึกก่นด่าในใจ


อัลบัสจอมสอดรู้สอดเห็น!


นอกจากนี้ยังมีที่คั่นหนังสือรูปลูกสนิชสีทองจากศาสตราจารย์มักกอนนากัล ปากกาตรวจงานทันใจจากเซดริก


ไม่รู้ว่ารายหลังนี้ให้ของมาประชดเขารึเปล่าที่เอาเรื่องงานไปบ่นกับเจ้าตัว — แฮร์รี่นึกถึงตอนที่พูดคุยกับคนบ้างานผู้ที่เขาค้นพบว่ามีอารมณ์ขันกว่าที่คิด


เลื่อนสายตาไปมองกล่องของขวัญสีแดงและกล่องของขวัญสีเขียวที่วางอยู่คู่กันพอดี เริ่มจากกล่องสีแดง มันเขียนบอกว่ามาจากเจมส์กับลิลี่ พอตเตอร์


เขาไม่รู้ว่าควรจะรู้สึกอย่างไร มันเป็นครั้งแรกที่มีชื่อของพ่อแม่เขาแปะอยู่บนกล่องของขวัญ


แฮร์รี่แกะมันออกอย่างเชื่องช้า ค้นพบว่าเขาได้บันทึกเล่มหนึ่งมา มันดูธรรมดามาก เป็นบันทึกปกหนังสีน้ำตาลอ่อนและดูเรียบง่าย — แฮร์รี่มองมันอยู่นานก่อนที่จะวางลงอย่างทะนุถนอมแล้วเอื้อมมือไปจับกล่องของขวัญสีเขียวกล่องสุดท้ายขึ้นมา


มันเป็นของเซเวอร์รัส — แฮร์รี่รู้ดี ถึงมันไม่ได้ระบุชื่อผู้ให้ แต่มันมีการ์ดที่เป็นลายมือของศาสตราจารย์ปรุงยาเขียนเอาไว้ ลายมือที่เขาคุ้นเคยเพราะอ่านมาหลายต่อหลายครั้ง มันเขียนข้อความสั้นๆ


‘ของที่เธออยากได้ สุขสันต์วันคริสมาสต์’


แฮร์รี่มองข้อความด้วยความแปลกใจ — ของที่เขาอยากได้? เขาไปอยากได้อะไรตอนไหนกัน? หรือจะหมายถึงผลึกแคสซานดร้า? แต่นั่นมันออกจะดูเหลือเชื่อไปหน่อย


จนกระทั่งเขาเปิดกล่องออกมา เขาถึงเห็นว่ามันมีกระดาษบันทึกและหลอดยาสีทอง เขาจำหลอดยาอันนี้ได้ ยาที่เจ้าตัวดูทะนุถนอมมันยิ่งกว่าอะไร


เขาหยิบมันขึ้นมาส่องไฟดูอย่างประหลาดใจ มันค่อนข้างโปร่งแสง หยิบเอากระดาษที่แนบข้อความยาวมาด้วย เป็นคำอธิบายบอกถึงวัตถุดิบและขั้นตอนวิธีปรุงยาชนิดนี้ รายชื่อของพวกนี้ดูคุ้นเคย ขั้นตอนก็คุ้นตา แฮร์รี่เริ่มตีสีหน้าไม่ถูก เขารู้ว่ามือเขากำลังสั่น


วูฟล์เบนส์ ใบดิตทานี ดอกเขี้ยวเจอร์ราเนียม — รายชื่อวัตถุดิบพวกนี้มัน —?


ยารักษาโรคมนุษย์หมาป่า?


แต่ — ตั้งแต่เมื่อไหร่?


แฮร์รี่พลิกกระดาษที่มีกลิ่นของสมุนไพรและยาฟุ้ง กวาดตาอ่านขั้นตอนอย่างละเอียด อย่างน้อยๆเวลาที่ใช้ปรุงก็คือครึ่งเดือนเป็นอย่างต่ำ การจะปรุงให้สำเร็จในเวลาสั้นๆแบบนี้ เป็นไปไม่ได้เลยที่จะปรุงไปแค่สูตรเดียว


เขาพอจำได้ว่าหลังจากที่เขายอมแพ้เรื่องยาตัวนี้ เซเวอร์รัสก็ดูมีงานวุ่นผิดปกติ ไหนจะตรวจการบ้านไม่เสร็จทั้งๆที่ปกติไม่เคยมีงานคั่งค้าง


หัวใจเต้นโครมคราม ดวงตาหลุกหลิกพร้อมความรู้สึกผิดแปลก แฮร์รี่อ่านจนจบข้อความด้วยความรู้สึกราวกับว่าเรี่ยวแรงที่มีพลันหายไปในทันทีที่อ่านเจอประโยคสุดท้าย


‘ดื่มในคืนจันทร์เต็มดวง
เซเวอร์รัส สเนป’


ยกเอาแผ่นกระดาษแนบใบหน้าตัวเอง ปิดใบหน้าตัวเองเอาไว้ กลิ่นของกระดาษแปะใบหน้า ขยับรอยยิ้มและเริ่มหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง


เซเวอร์รัส


ผมผิดไปแล้วที่คิดว่าตัวเองรู้จักคุณดี


เพราะผมมันไม่เคยรู้อะไรเลย


เขารู้แค่ว่าเขาห้ามตัวเองไม่ให้ไปกวนยามเช้าอันแสนสงบของเซเวอร์รัสไม่ได้อีกต่อไป แฮร์รี่วางกระดาษลง ผุดลุกขึ้น วางของทุกอย่างเอาไว้และเดินตรงไปหาเจ้าของกล่องของขวัญสีเขียว ตอนนี้ไม่น่าจะอยู่ในห้องทำงาน บางทีอาจจะอยู่ในห้องโถงหรือไม่ก็ห้องส่วนตัวซึ่งเขาเคยได้ไปเหยียบมาหนึ่งครั้งถ้วน


แฮร์รี่ภาวนาให้เป็นอย่างแรกเพราะมันเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะรู้รหัสเข้าห้องของนักปรุงยาจอมปลีกตัว

__________________


“เฟลิกซ์ นายเห็นสกาเล็ตรึเปล่า?”


นาธาน เพื่อนชายของเขาถามขึ้นพลางมองรอบๆ มองกล่องของขวัญใต้ต้นคริสมาสต์ที่ยังมีชื่อของสกาเล็ตอยู่บนนั้น เฟลิกซ์ที่กำลังนั่งเปิดของขวัญที่ได้รับต้องเลิกคิ้วและถามกลับ


“เธอตื่นแล้วงั้นเหรอ? วันนี้ฉันยังไม่เจอเธอเลยนะ”


“ลูซี่ รูมเมทของเธอน่ะ บอกว่ายัยนั่นตื่นออกไปตั้งแต่เช้า — แต่ของขวัญที่ฉันให้เธอมันยังไม่ได้ถูกแตะต้อง
เลยด้วยซ้ำ กับคนที่ตื่นเต้นเสมอเวลาได้ของขวัญน่ะนะ? นี่มันไม่แปลกไปหน่อยรึไง”


นาธานเอ่ยเปรย — เฟลิกซ์มองไล่กล่องของขวัญที่มีชื่อของสกาเล็ตอย่างถือวิสาสะก่อนตอบ


“มันเป็นปีแรกที่เธอไม่ได้อะไรสักอย่างจากพ่อแม่ของเธอ — บางทียัยนั่นอาจจะต้องการอยู่คนเดียวเงียบๆที่ไหนสักแห่งก็ได้ — เทศกาลยูลมันคือเทศกาลสำหรับครอบครัวนี่”


เฟลิกซ์แกะของขวัญของตัวเองต่อไปอย่างไม่สนใจ เขาไม่รู้ว่าหากเป็นเขาที่สูญเสียพ่อแม่ไปบ้างจะเป็นเหมือนเพื่อนร่วมบ้านคนนี้รึเปล่า จริงอยู่ที่เคยจินตนาการถึงวันที่พ่อแม่เขาถูกพวกผู้เสพความตายฆ่า แต่การคิดถึงเรื่องพวกนั้นมันทำให้เขาฝันร้าย เขาจึงพยายามไม่คิดถึงมัน


ในตอนที่เขายังเด็กเขาไม่เคยเข้าใจเรื่องพวกนี้เลย


— อันที่จริง แม้แต่ตอนนี้เขาก็ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงเกิดสงคราม ทำไมผู้วิเศษถึงต้องฆ่ากันเอง


เฟลิกซ์มองกล่องของขวัญที่เขียนว่ามาจาก N.I.D. — ของขวัญของโนอาร์มักเขียนด้วยตัวย่อแบบนี้เสมอ — ตัวย่อจากชื่อเต็มเจ้าตัว โนอาร์ เอียน ดอร์แมน


การพูดคุยเกี่ยวกับสงครามและสายเลือดคือเรื่องแรกที่เขาได้ถกเถียงกับโนอาร์เมื่อเจอกันบนรถไฟก่อนเข้าปีหนึ่ง แล้วมิตรภาพของพวกเขามันเริ่มต้นในวัยสิบเอ็ดปีจากการลงความเห็นที่เหมือนกันว่าสงครามของพวกผู้ใหญ่มันช่างไร้สาระสิ้นดี


แต่แล้วคนตายก็เพิ่มมากขึ้น จากหนึ่งเป็นสอง จากสองเป็นสิบ บางครั้งก็เป็นคนใกล้ตัว บางครั้งก็เป็นคนที่เขาไม่รู้จัก


กว่าจะรู้ตัว ความแค้นเหล่านั้นก็ส่งมาถึงเขา และเขาก็เข้าร่วมในสงคราม


“นายพูดถูก” นาธานถอนหายใจ เจ้าตัวดูกังวล เฟลิกซ์ดึงตัวเองกลับมาจากห้วงความคิด รับฟังเพื่อนร่วมบ้านที่เขาสนิทด้วยที่สุด พรีเฟ็คชายเอ่ยต่อโดยใช้ดวงตาสีน้ำตาลใสมองตรงมาที่เขา


“สกาเล็ตโชคดีที่มีนายคอยอยู่ข้างๆตอนที่เสียใจ”


“—หรืออาจจะโชคร้าย”


เด็กชายผมแดงงึมงำ นาธานหลุดหัวเราะเมื่อเขาตอบสนองในทันที เจ้าตัวเอ่ยต่ออย่างรื่นเริง

“เฮ้! ฉันพูดจริงนะ ในฐานะที่เป็นเพื่อนสนิทยัยนั่นมาร่วมห้าปี ฉันไม่เคยเจอใครที่ยัยนั่นทั้งรักทั้งเกลียดได้เท่านายมาก่อนเลย ยัยนั่นพยายามอย่างมากเพื่อเข้าไปคุยกับนาย กระตือรือร้นกับมันมากพอๆกับความต้องการสาปนายให้เละเป็นชิ้นๆ — จิตใจผู้หญิงเป็นอะไรที่ดูยากแท้หยั่งถึงที่สุดแล้ว”


เหลือบตามองนาธาน — เอาเป็นว่า เขาจะถือว่าไม่ได้ยินประโยคแปลกๆนี้ก็แล้วกัน ดวงตาสีเฮเซลขยับไปเห็นบางอย่างขยับอยู่ดุ๊กดิ๊กใต้ต้นคริสมาสต์ เฟลิกซ์เลิกคิ้วและมุดหัวลงไปใต้ต้นคริสมาสต์ — มันมีสีส้ม หางของมันเป็นพวงยาว ขนดูหนาและนุ่ม หูตั้งยาวตรง ที่คอของมันมีโบว์สีขาวและการ์ด


มันเป็นลูกแมวที่มีขนาดพอสมควร ดวงตาสีน้ำตาล เอียงคอมองมาทางเขาตาแป๋ว เฟลิกซ์กระพริบตา การ์ดแผ่นเล็กๆนั้นเหมือนเขียนชื่อว่าเฟลิกซ์ เขายื่นมือไปจับจดหมายที่เหมือนถูกส่งมาถึงเขา


และพออ่านข้อความเขาก็ห้ามรอยยิ้มของตัวเองไม่อยู่อีกต่อไป


มันมาจากแฮร์รี่


____________________________


อาจารย์ใหญ่แห่งฮอกวอตส์กำลังมองโต๊ะทำงานตรงหน้าอย่างครุ่นคิด มือประสานบนตัก เอนหลังพิงพนักเก้าอี้ด้วยความรู้สึกตรึงเครียดในดวงตาแม้จะพยายามคงท่าทางผ่อนคลาย


“เธอกำลังบอกว่าจินนี่ วิสลี่ย์เป็นสปาย?”


“อาจจะไม่ใช่สปาย — ผมรู้แค่ว่าพวกเขาทำข้อตกลงกัน ผมไม่แน่ใจว่าคุณวิสลี่ย์จะเลือกทางไหน ไม่รู้ว่าเธอโกหกหรือพูดความจริงกับกรีนกราสด้วยซ้ำ แต่ที่แน่นอนอย่างหนึ่ง — เธอขายข้อมูลของศาสตราจารย์พอตเตอร์ให้กับคนที่คุณก็รู้ว่าใคร”


เขานั่งลงอย่างสงบ — นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขามารายงานข้อมูลให้ดัมเบิลดอร์ — ดวงตาสีดำขยับมองตรงหน้าอย่างเรียบเฉย ไม่รู้สึกรู้สาอะไรกับสถานการณ์น่ากดดันตรงหน้า เรื่องความขัดแย้งของพวกภาคีไม่เกี่ยวข้องอะไรกับเขา


ดัมเบิลดอร์พ่นลมหายใจพรูด ดวงตาสีฟ้าดูระวังตัว คนชราปรับตัวให้ใจเย็นด้วยการลูบเคราสีขาวยาวๆของตน เอ่ยถามต่อมาประโยคสั้นๆ


“เข้าใจแล้ว และเรื่องที่ฉันขอให้ตรวจสอบ?”


เด็กชายตัวเล็กหรี่ตาลงน้อยๆ คิ้วขมวดเข้าหากันทั้งยังคงใบหน้าเรียบเฉย เขารู้สึกว่าดัมเบิลดอร์ดูจะกระตือรือร้นกับเรื่องนี้อย่างแปลกประหลาด


บางทีมันคงเป็นข้อมูลสำคัญ


“ผมได้เรื่องที่คุณต้องการรู้แล้ว — แต่คุณต้องบอกก่อนว่าทำไมคุณถึงอยากรู้เกี่ยวกับพวกมัน”


“ฉันทำไม่ได้ คุณดอร์แมน”


“งั้นผมก็ไม่สามารถบอกคุณได้เช่นกันครับ ศาสตราจารย์ และคุณขาดข้อมูลจากผมไม่ได้ คุณก็รู้ว่าศาสตราจารย์สเนปกำลังถูกจอมมารสงสัยในความภักดีหลังจากที่พวกคุณสามารถป้องกันอาณาเขตรอบลอนดอนได้”


โนอาร์ ดอร์แมนเอ่ยอย่างสงบแม้หัวใจกำลังเต้นตุบตับด้วยความกระวนกระวาย เขาหลับตาลง มือเกี่ยวกอดแขนตัวเอง — เขาจะไม่ยินยอมให้ข้อมูลพวกนี้ย้อนกลับมาทำร้ายครอบครัวของเขาแน่ ดังนั้นเขาต้องการรู้ให้ได้ว่าเรื่องที่ดัมเบิลดอร์ให้เขาสืบมันเกี่ยวข้องอย่างไรกับสงคราม —


ทำไมดัมเบิลดอร์ถึงอยากรู้เกี่ยวกับถ้วยของฮัฟเฟิลพัฟและสมุดบันทึกสีดำของจอมมาร?


ดัมเบิลดอร์ไม่ได้ตอบเขา — ในความจริง เขาไม่ได้รู้สึกไว้ใจตาแก่จอมเจ้าเล่ห์นี้เท่าไหร่ อย่างน้อยๆก็ไม่ไว้ใจมากพอๆกับการตัดสินใจทำปฏิญาณไม่คืนคำกับอีกฝ่าย


ไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าข้อตกลงของพวกเขามันชัดเจนมากพอที่จะทำให้เขาไม่ถูกหักหลัง


“ท่าทางฉันจะตาแหลมไม่เบาเมื่อต้องเลือกพรีเฟ็ค” ศาสตราจารย์ใหญ่หัวเราะออกมาอย่างผ่อนคลายและยอมเอ่ยบอกเขาด้วยดวงตาสีฟ้าพราวระยับในท้ายที่สุดหลังจากมีสงครามประสาทระหว่างนักเรียนกับอาจารย์อยู่ระยะสั้นๆ


“ถ้าฉันบอกว่ามันคือสิ่งที่สามารถทำให้จอมมารเสื่อมอำนาจได้ล่ะ?”


โนอาร์ชะงัก — มันเป็นคำตอบที่เขาไม่คาดหวังเท่าไหร่ แต่ดูไม่เหมือนคำโกหก เขาพินิจชายชราชั่วครู่ก่อนตอบ


“ถึงผมบอกคุณไปก็ไม่ช่วยอะไรอยู่ดี มันอยู่ในที่ที่คนนอกไม่อาจเข้าถึงได้ อย่างที่คุณเข้าใจ ถ้วยของฮัฟเฟิลพัฟมันถูกย้ายออกจากธนาคารกริงกรอตส์ไปแล้ว — เอาเป็นว่า ผมจะพยายามนำมันมาให้ในกรณีที่มีโอกาส—”


แล้วสงครามจะได้จบลงเสียที


และเอ่ยเน้นย้ำ


“—ถึงตอนนั้น โปรดอย่าลืมคำสาบานของคุณก็แล้วกัน”


“แน่นอน คุณดอร์แมน”


ดัมเบิลดอร์ผายมือไล่เขาออกจากห้องอย่างสุภาพ โนอาร์ลุกขึ้นแล้วเดินออกจากห้องทำงานรกหนังสือโดยไม่หันกลับมาซ้ำสอง


เดินลงไปกินข้าวเช้าที่ห้องโถง


ในหัวทบทวนเรื่องที่คุยไปก่อนหน้า เขาต้องมั่นใจว่าเขาไม่ได้พลาดอะไรไป —


ในขณะที่กำลังเหม่อลอย โนอาร์ปะทะเข้ากับศาสตราจารย์พอตเตอร์ระหว่างทาง ท่าทางของอีกฝ่ายดูเหม่อลอย ผมยุ่งๆเหมือนรังนก (เรื่องเดียวที่เพื่อนร่วมบ้านสลิธีรินบ่นศาสตราจารย์คนนี้ก็มีแค่ทรงผมน่าหงุดหงิดตานี่แหละ) เหมือนเพิ่งเดินออกมาจากห้องโถง และทางที่กำลังไปคือ — ทางบ้านสลิธีริน?


“ศาสตราจารย์พอตเตอร์?”


เขาทักก่อน อีกฝ่ายถึงหยุดเดินและหันมาทางเขา ศาสตราจารย์พอตเตอร์ดูครุ่นคิดเล็กน้อยและถามเขา


“สวัสดีคุณดอร์แมน เธอพอจะเห็นศาสตราจารย์สเนปบ้างรึเปล่า?”


ศาสตราจารย์สเนป?


ในฐานะพรีเฟ็คบ้านสลิธีรินแล้ว โนอาร์พอรู้ว่าเวลานี้ถ้าศาสตราจารย์ประจำบ้านเขาไม่อยู่ห้องโถงก็น่าจะยังอยู่ห้องส่วนตัว และถ้าศาสตราจารย์พอตเตอร์เพิ่งออกมาจากห้องโถง—


“—ผมคิดว่าเขาน่าจะยังอยู่ในห้องส่วนตัว”


“ก็พอเดาได้” ศาสตราจารย์พอตเตอร์บ่นพึมพำบางอย่างคนเดียว พอได้ยินแว่วๆว่า ‘คนเก็บตัว’ และบางอย่างที่ดูช่างเสียดสีศาสตราจารย์ปรุงยาคนโปรดของเขาเสียเหลือเกิน — แต่ดูจากท่าทีที่ทั้งคู่เถียงกันเมื่อวันก่อน บางทีศาสตราจารย์สองคนนี้อาจสนิทกันกว่าที่เห็น


จอมมารต้องเป็นปลื้มเรื่องนี้แน่


พยายามไล่ความคิดนั้นออกไป จริงๆแล้วโนอาร์หาโอกาสมาหลายครั้งในการพูดคุยกับศาสตราจารย์ป้องกันตัวจากศาสตร์มืดคนนี้ — และเหมือนเขาก็มีโอกาสแล้ว


“ศาสตราจารย์ครับ เกี่ยวกับคาถาที่ผมขอให้คุณสอน —ผมขอเรียนเพิ่มเกี่ยวกับมันได้ไหม?”


“ในวันหยุดน่ะเหรอ?”


พยายามยิ้มตอบ — แต่แล้วรอยยิ้มเขาก็ค่อยๆเลือนลงไปเมื่อศาสตราจารย์พอตเตอร์มองเขามาผ่านแว่นกลมๆคล้ายพิจารณาพลางเอ่ยวิเคราะห์


“เธอดูร้อนรนนะ”


แน่นอน — โนอาร์กำลังรีบร้อนในการเรียนคาถาสกัดใจ เขาต้องป้องกันข้อมูลจำนวนมากจากทุกฝ่าย — เขาไม่กล้าไว้ใจใครนอกจากศาสตราจารย์ที่มีบุญคุณกับเขาตรงหน้า และถ้าจอมมารรู้ตัวเมื่อไหร่ มันก็เป็นไปไม่ได้ที่เขาจะรอดพ้นจากการรุมล่าโดยพวกผู้คุมวิญญาณ


ศาสตราจารย์พอตเตอร์คล้ายมองสีหน้าเขาอยู่นานพอสมควร เอ่ยออกมา


“พรุ่งนี้ มาที่ห้องทำงานฉันตอนหนึ่งทุ่มตรง ฉันสามารถสอนคาถาผู้พิทักษ์ฉบับเร่งรัดให้เธอได้ และถ้าเธอรีบขนาดนี้ ฉันคิดว่าศาสตราจารย์สเนปคือตัวเลือกที่ดีในการเรียนคาถาสกัดใจ — ฉันจะคุยกับเขาเรื่องนี้ให้”


“ขอบคุณครับ!”


เหมือนกับความหนักอึ้งในอกพลันหายไป รีบเอ่ยขอบคุณอย่างยินดี


แล้วศาสตราจารย์พอตเตอร์ก็โบกมือลาเขา จากไปด้วยใบหน้าเหม่อลอยอีกครั้ง มือของศาสตราจารย์หนุ่มขยี้ผมยุ่งๆของตัวเองให้มันยุ่งกว่าเดิม


___________________________



“วูฟเบนส์ เขายูนิคอร์น หนอนฟลอบเบอร์ — อะโครไนต์ — ไม่ใช่? — แล้วบีซัวส์?”


แฮร์รี่คิดว่าเขายืนอยู่หน้ารูปปั้นของพ่อมดเฒ่ามานานพอสมควรแล้ว เขาว่าหลังจากที่แยกกับดอร์แมนมาก็น่าจะครึ่งชั่วโมงแล้ว รู้ดีว่าจุดนี้มันคือทางเข้าห้องส่วนตัวของเซเวอร์รัส และเขาก็ยังไม่สามารถเปิดมันออกได้สักที


พวกศาสตราจารย์มักตั้งรหัสผ่านที่เกี่ยวข้องกับตัวเอง อย่างอัลบัสที่มักเป็นของหวานชิ้นโปรด หรือศาสตราจารย์มักกอนนากัลที่ตั้งรหัสผ่านเกี่ยวกับอดีตของตัวเอง แม้แต่แฮร์รี่เองก็เลือกใช้ข้อความที่สำคัญกับเขา


ส่วนเซเวอร์รัส —


แฮร์รี่พยายามไล่ชื่อวัตถุดิบปรุงยาและยาทุกชนิดที่เขารู้จัก แต่สุดท้ายมันกลับไม่เป็นผล กอดอกเอาหลังพิงผนังประตู หลับตานึกและพึมพำต่อไป


“—มูนสโตน — ดราโกไนต์ เจอร์เรเนียม แมนดราโกล่า หญ้าเหงือกปลา เอ่อ — “


มีอะไรอีกนะ—?


ครืด!


แฮร์รี่เอนตัวไปตามประตูที่หมุน เขาเบิกตาโพลง มันเกิดขึ้นรวดเร็วมากจนทรงตัวไม่ทัน เขากำลังหงายหลังเข้าไปในห้องทำงานของเซเวอร์รัส มือรีบกวาดก่ายหาหลักยึดทันที แต่ไม่ว่าจะกางแขนยังไง รอบๆเขาก็มีแต่กำแพงหินและอากาศว่างเปล่า


ตุบ!


รู้ตัวอีกทีก็คือตอนที่เขาล้มนั่งจุกปุ๋มกับพื้นแล้ว — และ ใช่ เขาเข้ามาในห้องทำงานของเซเวอร์รัสได้สำเร็จ


“แฮร์รี่?”


โดยติดที่ว่าคนที่เปิดประตูไม่ใช่เขา แต่เป็นเจ้าของห้องต่างหาก


ผลจากการพยายามลักลอบเข้าห้องของศาสตราจารย์ปรุงยา


ผิดพลาดเกินไปเยอะทีเดียว


ประตูหินขยับอีกครั้งจนปิดสนิท ชายในชุดสีดำ เจ้าของจมูกงองุ้มก้มมองเขาอย่างประหลาดใจ ยื่นมือมาให้เขาจับเป็นหลักยึดในการยืนขึ้น แฮร์รี่จับมืออีกฝ่ายและยืนด้วยความรู้สึกอับอาย รีบหาคำอธิบายให้ตัวเอง


“คือ— ผมหาคุณที่ห้องทำงานไม่เจอ และคุณไม่อยู่ที่ห้องโถงด้วย ผมเลย—“


พยายามลอบเข้าห้องของคุณ


แฮร์รี่รีบเอามือตัวเองพุ่งมาปิดปาก ให้ตายเขาก็ไม่พูดแบบนี้แน่ เขาเอามือลงช้าๆ ยืนตั้งหลักให้มั่น เสตาหลบ ยิ้มแหย่ๆตอบ


“เลยคิดว่าคุณน่าจะอยู่ที่ห้อง—“


เซเวอร์รัสขมวดคิ้ว ท่าทางไม่เชื่อเขาเท่าไหร่ ศาสตราจารย์ปรุงยาดูสงสัย ถามคำถามด้วยน้ำเสียงทุ้มเป็นจังหวะเฉพาะตัว


“เธอรู้ใช่ไหมว่าเธอสามารถติดต่อศาสตราจารย์ทุกคนในฮอกวอตส์ผ่านเครือข่ายที่เตาผิงได้”


แฮร์รี่หน้าซีดเซียว — เขารู้ และเขาลืมมันไปสนิทเลย


แฮร์รี่รู้อีกว่าตอนนี้เขากำลังถูกลอบมองสีหน้าอยู่ถึงได้แต่ยิ้มแหย่หนักกว่าเก่า — รู้สึกเหมือนกำลังถูกดุอย่างไรอย่างนั้น เขากวาดตามองรอบห้องเพื่อมองหาสิ่งที่จะช่วยเขาจากสถานการณ์อันน่าอึดอัด ห้องยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน ไม่ยอมแต่งอะไรแม้จะเป็นวันคริสมาสต์ หนังสือยังคงวางแน่นจนน่าอึดอัด พื้นหินยังคงเย็นเฉียบ กลิ่นของห้องยังเป็นกลิ่นคุ้นเคย


และเขาก็สบตาเข้ากับของขวัญที่เขายกให้อีกฝ่ายไปแล้ว


“คุณเห็นของขวัญจากผมแล้ว!”


แฮร์รี่เอ่ยอย่างตื่นเต้น เดินพรวดพราดตรงไปที่เจ้านกฮูกซึ่งมองเขาตั้งแต่แรก — มันไม่ได้อยู่ในกรงด้วยซ้ำแต่มันเกาะบนโต๊ะที่มุมห้อง และกำลังกินชิ้นเบคอนอยู่


“—เธอคิดอะไรกันแน่ถึงให้นกฮูกเป็นของขวัญวันคริสมาสต์”


เซเวอร์รัสเดินตามเขามา เอ่ยเสียงดุแต่แฮร์รี่รู้ว่าในน้ำเสียงมันแฝงไปด้วยความพึงพอใจ อย่างน้อยๆเขาก็รู้ว่าอีกฝ่ายชอบของขวัญตัวนี้


ทำไมถึงเป็นนกฮูกนี่น่ะเหรอ?


“ก็มันเหมือนคุณ” แฮร์รี่หลุดหัวเราะ ตอนที่เขาเห็นมันครั้งแรก ท่าทางทั้งนิ่งทั้งไม่ร้องออกมา แต่กลับจ้องเขาไม่ละสายตาทำให้เขานึกถึงคนที่เขาไปเที่ยวฮอกส์มี้ดด้วยมากที่สุด ต่างไปแค่อย่างเดียวคือมันเป็นตัวเมีย — แฮร์รี่มองมันยิ้มๆ เอื้อมมือไปลูบขนของเจ้านกฮูก มันตอบรับเขาอย่างยินดี หันไปยิ้มให้คนเป็นเจ้าของ


“และคุณก็จะได้ไม่เหงาด้วย อย่างน้อยๆก็จะได้มีเพื่อนคอยอยู่ด้วยตอนกำลังนั่งตรวจงาน — คุณตั้งชื่อมันว่าอะไรเหรอครับ?”


คนตัวสูงกว่าจ้องมาที่เขาด้วยสายตาที่อ่อนลงและซับซ้อน เซเวอร์รัสเดินเข้ามา เจ้านกฮูกก็กระโดดไปเกาะที่แขนของอีกฝ่ายทันที มันขยับไซร้ปีกตัวเองก่อนจะจ้องมาที่แฮร์รี่อีกครั้ง เจ้าของนกฮูกมองท่าทางของเจ้านกฮูกและตอบ


“เดลฟิน — มาจากเดลฟินเนียม”


“ดอกเดลฟินเนียม? — นั่นมันเอาไว้ปรุงยาพิษนะครับ”


แฮร์รี่ท้วงทันที เซเวอร์รัสกระตุกยิ้ม ใช้มืออีกข้างลูบหัวของมันก่อนจะปล่อยมันกลับบนโต๊ะ — แฮร์รี่จะไม่แปลกใจหากเขามาครั้งหน้าและเจอคอนไม้เพิ่มเข้ามาในห้องซึ่งอาจได้ตั้งอยู่ใกล้ๆโต๊ะไม้หรือโต๊ะปรุงยา


“—อาจจะเป็นยาพิษก็ได้”


เซเวอร์รัสเอ่ยด้วยน้ำเสียงเห็นด้วย แฮร์รี่เลิกคิ้วตอบ ในหัวเริ่มรำลึก — เดลฟินเนียม ดอกไม้ที่หมายถึงความกล้าหาญ ความเบิกบานใจ การเปิดใจยอมรับ กระตือรือร้นคึกคะนอง — ถ้าจำไม่ผิดน่าจะราวๆนี้ ยิ่งนึกยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกว่าไม่เห็นเข้ากับเจ้านกฮูกนี่เท่าไหร่เลย


แฮร์รี่มองรอบๆ เหลือบสายตามองเตียงเล็กๆในห้อง ผ้าห่มยังไม่ได้พับเป็นระเบียบ — มันค่อนข้างเงียบและน่าอึดอัด แสงสลัวและอุณหภูมิเย็นยะเยือก ชั้นวางของแน่นเอี๊ยดไปด้วยหนังสือ มันไม่ใช่บรรยากาศน่าประทับใจ แต่ทุกอย่างในห้องนี้กำลังทำเขาคลั่ง เขาควรรู้ว่าห้องส่วนตัวของอีกฝ่ายมีบรรยากาศแบบเดียวกับเจ้าของห้อง มีกลิ่นอายแบบเดียวกับเจ้าของห้อง


แฮร์รี่นั่งลงที่เก้าอี้ไม้หน้าโต๊ะที่ถูกนกฮูกตัวใหม่ยึด


“เรื่องของขวัญจากคุณ ผมเห็นมันแล้ว—”


เขาพยายามขยับยิ้ม ค่อยๆเงยหน้ามอง เอ่ยอย่างแช่มช้า เริ่มรู้สึกทำตัวไม่ถูกอย่างไร้เหตุผล


ในหัวที่ควรจะเรียบเรียงคำพูดกลับโล่งและว่างเปล่า


หากเขาไม่ได้รู้สึกอะไรอาจจะพุ่งเข้ากอดอีกฝ่ายไปแล้ว แต่ในฐานะเพื่อนร่วมงานที่รู้สึกเกินเลยแบบนี้ — แฮร์รี่อ้าปากและหุบหลายครั้ง คล้ายคำพูดไม่หลุดออกมาจากปากเสียที ยื่นมือขวาไปตรงหน้า จับมือของอีกฝ่ายเอาไว้ จ้องมันเขม็งจนไม่ได้มองหน้าคนแก่กว่าอีก ค่อยๆบีบมือหนาๆจนแน่นเพื่อเรียกความมั่นใจให้ตัวเอง เซเวอร์รัสไม่ได้ตอบโต้อะไรกลับมา คนหน้าตึงแค่มองเขาอย่างรอคอย — แฮร์รี่พอรับรู้ได้ว่าตัวเองกำลังกระวนกระวายใจ ก้มหน้าและหลุดคำพูดไปได้แค่คำเดียว


แต่กลั่นออกมาจากทั้งหัวใจ


“ขอบคุณครับ”


ไม่แน่ใจว่าตัวเองส่งน้ำเสียงแบบไหนออกไป แต่เขาคิดว่าหัวใจเขากำลังเต้นแรง


แฮร์รี่คิดว่าความรู้สึกของเขาควรจะหยุดที่ความรู้สึกดีๆเหล่านี้ที่มีให้กัน เขาคิดว่ามันมีรูปแบบของความรักที่สามารถใช้เวลาร่วมกันต่อไปเรื่อยๆได้โดยไม่ปรารถนามากเกินไปกว่านี้


เขาปล่อยมือที่จับมือของอีกฝ่ายแน่นให้คลายออก


รับรู้ได้ว่าเขาคิดผิดทั้งหมด


ความรักครั้งนี้มันทำให้เขาโลภมาก แฮร์รี่ไม่สามารถทิ้งมันไปเพียงเพราะความผิดใจเล็กๆน้อยอย่างที่เกิดขึ้นระหว่างโชกับเขา ไม่สามารถยอมถอยเพราะสงครามอย่างที่ทำกับจินนี่ ไม่สามารถทิ้งมันเพื่อความถูกต้องที่เขายึดถือมาตลอด


มันเป็นความรู้สึกฟุ้งราวกับเมฆหมอกบนท้องฟ้า ในบางครั้งมันก็ชัดเจน


แต่บางครั้งมันก็เจือจางและกลืนไปกับผืนฟ้า


เขารู้ดีกว่าใคร — ถ้าปล่อยมือนี้ไป —


แฮร์รี่ พอตเตอร์จะต้องแหลกสลายแน่


_______________________________________



แฮร์รี่จากไปแล้ว


เซเวอร์รัสมองไปที่ประตูเป็นครั้งที่สิบ อาจจะเป็นเพราะว่าเด็กนั่นลุกล้ำเข้ามาในห้องของเขา และทิ้งกลิ่นอายของเจ้าตัวเอาไว้ ทั้งหมดนั่นทำให้เขาไม่สามารถสงบใจลงได้เลย กลิ่นเหงื่ออ่อนๆที่ยังคงติดค้างอยู่ในห้องเริ่มผสมปนเปเข้ากับกลิ่นสมุนไพรและยาที่ตกค้าง ผสมเข้ากับกลิ่นขอกระดาษจากหนังสือบนชั้นวาง


หลังจากที่คนเด็กกว่าขอบคุณ เขาเห็นรอยยิ้มที่แฝงไปด้วยความรัก สายตาคุ้นเคย — สายตาแบบเดียวกับที่เขาเคยใช้มองลิลี่


ทุกอย่างที่ทำไปมันคุ้มค่าเกินพอ


เจ้านกฮูกยังคงมองมาทางพวกเขาอย่างใคร่รู้ เซเวอร์รัสตั้งชื่อให้มันว่าเดลฟิน — เดลฟินเนียม ดอกไม้ประจำเดือนเกิดของแฮร์รี่ สิ่งเดียวที่สะท้อนตัวตนของเด็กนั่นออกมาดีที่สุด ดอกไม้ที่บานได้ดีท่ามกลางฤดูร้อน —


เป็นเพียงคนเดียวที่สามารถเข้ามาในใจของเขา ดึงเอาชิ้นส่วนที่เคยตายจากเขาไปแล้วกลับคืนมา


แฮร์รี่พูดถูก — มันอาจจะเป็นยาพิษก็ได้


แต่ก็เป็นยาพิษที่ควรค่าแก่การดื่มลงไป


หลังจากตอนนั้น เมื่อความกระอักกระอ่วนและบรรยากาศแปลกๆจางลง พวกเขาได้คุยกันหลายอย่าง แฮร์รี่เล่าให้เขาฟังว่าตนเองได้ของขวัญจากพอตเตอร์กับลิลี่เมื่อเช้า — ใบหน้าของแฮร์รี่คล้ายทำตัวไม่ถูก พยายามอธิบายความรู้สึกตนเองจนเข้าข่ายพูดจาไม่รู้เรื่อง แต่เพราะแก้มที่มีเลือดฝาดและประกายในดวงตา ทุกสิ่งบ่งบอกได้ว่าแฮร์รี่ดีใจกับมันมากแค่ไหน — เรื่องราวต่างๆนาๆเริ่มถูกถ่ายทอดออกมา เรื่องราวในอดีต ในตอนที่พ่อแม่ของเด็กนั่นเสียชีวิต ในตอนที่เจอผู้คุมวิญญาณ


เซเวอร์รัสรู้ แฮร์รี่ยังคงระวังไม่ให้เขารู้มากเกินไป — เด็กนั่นไม่ต้องการความสงสารหรือความเห็นใจ


แต่แค่เด็กน้อยนั่นเชื่อใจเขามากพอที่จะเล่าอดีตอันหดหู่ให้เขาฟังด้วยตนเองแบบนี้—


มันก็เป็นเรื่องน่ายินดียิ่งกว่าอะไรแล้ว


____________________________



แฮร์รี่มองงานเฉลิมฉลองตรงหน้า


เขาเห็นรีมัสกับยืนคู่กับท็องก์ที่วันนี้มีผมสีทองเป็นประกายดูสดใสและร่าเริง รีมัสเองก็ดูยิ้มแย้มด้วยเป็นคืนเดือนมืด


ที่ทางในฮอกส์มี้ดถูกจัดขึ้นสำหรับงานแต่งครั้งนี้อย่างเรียบง่าย หิมะถูกกวาดออก เก้าอี้ถูกจัดวาง เค้กถูกตั้งบนโต๊ะกลมที่คลุมผ้าขาวจัดแต่งสวย — มันเหมือนกับเรื่องตลกเมื่อบนเค้กที่มีตุ๊กตาเจ้าบ่าวเจ้าสาวถูกเขียนเป็นคำว่า Merry Christmas แทนคำว่า Love หรือชื่อรีมัสกับท็องก์


นอกจากภาคี เขาแล้วยังเห็นว่าคนที่ร่วมงานมีศาสตราจารย์มักกอนนากัลมาด้วย โดยเธอให้เหตุผลว่ารีมัสคือลูกศิษย์คนโปรดของหล่อน เขาคิดว่าวันนี้มันคงเป็นวันที่ฮอกส์มี้ดปลอดภัยที่สุดเมื่อแทบทั้งภาคีมารวมตัวอยู่ที่เดียวกัน เขายังเจอนักเรียนบางคนที่เหมือนยื่นคำขอออกมาฮอกส์มี้ดในวันนี้อย่างเช่นเฟลิกซ์ที่อยู่ติดกับสองแฝดวิสลี่ย์จนไม่ได้มาทักเขา คล้ายกับว่ากำลังถูกกลั่นแกล้ง? หรืออย่างจินนี่และลูน่าที่มาร่วมแสดงความยินดี


“โฮ่ง!”


เจ้าหมาสีดำตัวยักษ์ใหญ่ที่ขนดูเรียบร้อยผิดปกติกระดิกหางและวิ่งผ่านหิมะพุ่งกระโจนใส่เขา แต่ก่อนที่จะถึงตัวก็กลายร่างกลับเป็นคนหน้าเข้มที่ยิ้มหน้าบานกอดคอเขาทันทีอย่างสนิทสนม


“สวัสดี แฮร์รี่ ไม่ได้เจอกันนาน รู้ไหมว่าฉันคิดถึงเธอแทบแย่”


แฮร์รี่เผลอยิ้ม ขยับตามแรงเล็กน้อยอย่างยินดี มองอีกฝ่ายที่ปาดผมเรียบร้อยแปลกตา


“เช่นกันครับ ซิเรียส ท่าทางคุณสบายดี?”


“แน่นอนว่าฉันสบายดี! แค่มีแผลเป็นที่หลังเพิ่มมาถากๆสองแผลเอง และเฮ้! เค้กนั่นฉันเป็นคนแต่งมันด้วยตัวเองเมื่อเช้าเชียวนะ ถึงมันจะทำให้คุณแม่มอลลี่ไล่ฉันออกจากครัวในทันทีก็เถอะ”


แฮร์รี่เลิกคิ้วก่อนจะหลุดหัวเราะ — เขาน่าจะรู้นะ แฮร์รี่มุดตัวออกจากอีกฝ่ายและชี้ผมตัวเอง


“ผมว่าหิมะมันกำลังกองเป็นตุ๊กตาบนหัวของคุณนะ”


ซีเรียสเลิกคิ้วยกมือปัดหิมะพวกนั้นทิ้ง แต่ปัดมันออกไม่หมดในทีเดียวจนได้แต่ขมวดคิ้วยุ่ง


“เยี่ยม! ฉันจะยกให้วันนี้เท้าปุยกลายเป็นกริมป์สีขาวผู้แสนดีหนึ่งวันเพื่อฉลองงานอันน่ายินดีของจันทร์เจ้า”


ว่าแล้วคนที่อุตส่าห์แต่งตัวมาเสียดิบดีก็ล้มตัวกลายกลับไปเป็นสุนัขสีดำนอนกลิ้งเล่นไปกับกองหิมะ แฮร์รี่เห็นว่าเจ้าบ่าวของงานเดินตรงมาที่พวกเขาด้วยรอยยิ้มร้ายกาจ


“นี่! ฉันว่านายใช้เวลาในการเป็นเท้าปุยมากเกินไปแล้วซิริ! ขนสีขาวมันไม่ช่วยอะไรเลยตราบใดที่นายยังเป็นแบล็ก”


ซิเรียสกลายกลับมาเป็นคน นอนนิ่งสงบบนหิมะเอามือประสานไว้ที่อกราวกับกำลังสวดภาวนา


“จันทร์เจ้าเพื่อนรัก จันทร์เจ้าผู้แสนดี นายกำลังทำผิดกฏหมายทารุณกรรมสัตว์เวทย์มนต์ใกล้สูญพันธุ์!”


“มันไม่เคยมีกฏหมายพรรณนั้นเลย เท้าปุย เพื่อนผู้แสนดีเลิศและประเสริฐของฉัน และฉันมั่นใจมากว่าไม่มีกฏหมายสำหรับแอนิเมจัส”


แล้วเสียงโวยวายของสองเพื่อนรักก็ดังมายาวต่อเนื่อง มีท็องก์ที่ดูเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยดวงตาพราวระยับ — แฮร์รี่มองรีมัสอย่างสนใจ เขาได้ยินเรื่องที่รีมัสพยายามมอมเหล้าซิเรียสลอยมา เหมือนจะเพิ่งเคยเห็นรีมัสดูร้ายกาจขนาดนี้เป็นครั้งแรก


สมกับเป็นแก๊งตัวกวน


ลบภาพศาสตราจารย์ผู้น่านับถือไปได้เลย


และเมื่อคนที่เจ้าของงานชวนเริ่มมาครบ แฮร์รี่ก็เลือกที่นั่งมุมหนึ่ง มองดูการแต่งงานเริ่มต้นขึ้น


รีมัสกับท็องก์เอ่ยสาบานรักต่อกัน — มอบแหวนให้กัน เป็นท็องก์ที่กระโดดกอดและจูบกับรีมัส ท่ามกลางไฟที่แขวนหลากสีทั่วฮอกส์มี้ด แฮร์รี่ได้ยินเสียงดนตรีที่ดังขึ้นรอบๆ — มันไม่ใช่เพลงแต่งงานแต่เป็นเพลงคริสมาสต์ พอมองไปหาที่มาของเสียงถึงเห็นว่าเป็นเครื่องเล่นเสียงของมักเกิ้ล — เขาคิดว่ามันถูกดัดแปลงให้ดังก้องได้ทั่วงานโดยหัวหน้ากองการใช้สิ่งประดิษฐ์มักเกิ้ลในทางที่ผิดอย่างคุณอาร์เธอร์


เสียงเพลงยังคงดังขึ้นจนกระทั่งถึงตอนที่ทุกคนออกไปเต้นรำกัน เขาพอได้ยินเสียงหัวเราะ ได้ยินคำพูดซุบซิบจากเฟร็ดกับจอร์จบอกว่ามันเป็นเรื่องตลกมากที่ให้พวกเขาเต้นรำด้วยเพลงคริสมาสต์ หรือคำพูดที่บอกว่าพวกเขาน่าจะเสกกวางลากเลื่อนมาสักตัวให้เข้ากับบรรยากาศ


แฮร์รี่คิดว่าหากเขาไม่ใช่อาจารย์ในฮอกวอตส์ เขาจะไม่ลังเลที่จะเดินตรงไปที่ลูน่าและชวนเด็กสาวในชุดพื้นเมืองสีน้ำตาลแดงแปลกตา สวมจุกไม้ก็อกเป็นสร้อยที่คอ ต่างหูหัวไช้เท้ามาเต้นรำ


แต่เขาทำแบบนั้นไม่ได้ เขาถึงได้แค่มองทุกคนเริ่มจับคู่ — จริงๆมันไม่เหมือนเต้นรำเท่าไหร่เมื่อซิเรียสจับมือสองแฝดวิสลีย์และเฟลิกซ์ไปวิ่งเต้นกลางวง รอนเต้นรำกับจินนี่และเอาแต่เถียงกัน ศาสตราจารย์มักกอนนากัลเต้นรำกับคุณคิงส์ลีย์ด้วยบรรยากาศที่คล้ายคุยงานมากกว่า เขาเจอเจมส์กำลังเต้นรำและพูดคุยกับลิลี่ก่อนจะถูกพวกซิเรียสเข้าไปขัดขวาง


ถึงมันออกจะโกลาหลไปหน่อย แต่มันช่างดูอบอุ่นหัวใจเหลือเกิน


หลังจากจบเพลงแรกไป จู่ๆเจ้าสาวของงานก็ยกกระโปรงด้านหน้าและวิ่งตรงมาที่เขา ท็องก์ยื่นมือข้างหนึ่งมาและเอ่ยอย่างรื่นเริง ในขณะที่เขาถอยหลังสะดุ้งไปหนึ่งก้าว


“แฮร์รี่ ฉันอยากจะเต้นกับเธอสักเพลงได้ไหม?”


“ครับ? คือ—แน่นอนครับ ท็องก์”


แฮร์รี่ตอบหลังจากหายตกใจ รีมัสยิ้มให้เขา มนุษย์หมาป่าหอมแก้มท็องก์กระซิบบางอย่างเบาๆแยกไปหากลุ่มเพื่อนสนิทตัวเอง ทิ้งเจ้าสาวตัวเองไว้กับเขา — และเมื่อเพลงถัดมาเริ่มบรรเลง แฮร์รี่ก็ขยับก้าวขา เขาขยับผิดจังหวะตั้งแต่ต้นจนท็องก์หลุดยิ้มกว้าง


“รู้เลยว่าเธอไม่ใช่พ่อหนุ่มนักเต้น”


“ผมไม่เถียง —ประสบการณ์ไปงานเต้นรำครั้งแรกก็ไม่ได้ไปได้สวยเท่าไหร่ คู่เต้นรำผมทิ้งผมไปเพราะผมทำตัวน่าเบื่อ”


แฮร์รี่กระตุกยิ้ม นึกถึงคืนงานเลี้ยงเต้นรำตอนปีสาม เขาขยับถอย ยกแขนสูงให้หญิงสาวตรงหน้าหมุนตัว ท็องก์หัวเราะ หมุนตัวจนกระโปรงสีขาวบานสะพรั่ง


“ทุกคนต้องมีช่วงชีวิตที่แสนมืดหม่นแบบนี้แหละ”


“ถ้ามันไม่ได้เยอะเกินไปนะครับ”


แฮร์รี่ได้พูดคุยสารทุกข์สุขดิบกับท็องก์ เธอถามเขาเกี่ยวกับฮอกวอตส์ เขาถามเธอเกี่ยวกับเรื่องของเธอกับรีมัส เสียงเพลงเริ่มช้าลงเมื่อมันใกล้จบลง


ท็องก์ถามขึ้นมา


“งานของเราสนุกรึเปล่า?”


แฮร์รี่เผลอยิ้มเมื่อมองตาไปรอบๆ พยายามไม่หลุดหัวเราะ


“— สมกับเป็นงานรวมเหล่าตัวกวน — ใครเป็นคนคิดว่ามันต้องเป็นคริสมาสต์?”


“แน่นอน ใครจะคิดว่ามันต้องเป็นวันของรีมัสและท็องก์ มันควรเป็นวันของทุกคน!” ท็องก์หันไปมองทุกคนที่กำลังหยอกล้อกันด้วยความสุข ดวงตาของเธอเปี่ยมไปด้วยความมีชีวิตชีวา “เราไม่ได้มีวันแบบนี้นานแล้ว”


เพลงจบลง แฮร์รี่เดินออกจากลานกว้างพร้อมๆกับคู่เต้นรำจำเป็นที่ไปหยิบเครื่องดื่มมาให้ — แล้วรีมัสก็เดินมาทางเขา


เว้นแต่ว่า ไม่ได้มาคนเดียว


________________________________



“ผมได้ยินมาว่าช่วงนี้พวกผู้เสพความตายเงียบไปเลย — ทุกอย่างโอเคใช่ไหมฮะ?”


เฟลิกซ์ยืนคุยกับเฟร็ด จอร์จและรอนที่อยู่ด้วยกัน เขายกน้ำส้มมาดื่ม จอร์จเป็นคนกอดคอเขาจนน้ำส้มหกเล็กน้อย แฝดคนน้องตอบทันทีอย่างร่าเริง


“แน่นอนสิ! ทุกอยากปกติดีนั่นแหละ พวกเราเริ่มโครงการสิ่งประดิษฐ์ใหม่ล่าสุดแล้วด้วย นายอยากจะลองดูมันหน่อยไหมล่ะ?”


เฟร็ดไม่ลืมที่จะแสยะยิ้มร้ายและเอ่ยเสริม


“รอนของพวกเราเพิ่งจะทดสอบมันไปเมื่อไม่นานมานี้และมันทำให้เขาไม่กล้าออกจากห้องทั้งวันเลยล่ะ จริงไหมล่ะน้องชายที่รัก?”


“เฮ้! พวกพี่ห้ามพูดเรื่องนั้นนะ” รอนหน้าขึ้นสีจนเฟลิกซ์เริ่มสงสัยว่ามันเป็นของเล่นอะไรกันแน่ น้องชายของแฝดนรกหันมาทางเขาและรีบเปลี่ยนเรื่อง “แล้วก็ เฟลิกซ์ ที่พวกผู้เสพความตายเงียบไปก็ดีแล้วไม่ใช่รึไง หรือนายอยากจะให้พวกนั้นเพ่นพ่านออกมาอาละวาดพร้อมประกาศรายชื่อผู้ตายผ่านหนังสือพิมพ์เดลี่พรอเฟ็ดทุกๆเช้า? ฉันคนนึงล่ะที่ไม่เอาด้วย และภาวนาขอให้พวกนั้นเงียบหายไปนานๆเลย”


“พูดเกินไปแล้วนะ เฟย์น้อยแค่เป็นห่วงพวกเราเท่านั้นเอง ใช่ไหม?”


“อ่านะฮะ—เลิกเรียกผมว่าเฟย์ด้วยฮะ“ เฟลิกซ์กรอกตาเมื่อถูกเฟร็ดขยี้ผมสีแดงจนฟู พยายามมุดหนีออกจากการกอดคอของจอร์จ เขานึกถึงเรื่องที่คุยกับโนอาร์ช่วงนี้ เรื่องสงครามเอย เรื่องครอบครัวเอย อาจเพราะอ่านหนังสือศาสตร์มืดด้วยถึงทำให้เข้าใจถึงความดำมืดของพวกผู้เสพความขึ้นมา ในบางครั้งมันทำให้เขารู้สึกสยอง — เพื่อสิ่งที่ตัวเองต้องการแล้ว คนพวกนั้นเหมือนจะไม่สนใจอะไรทั้งนั้นและพร้อมที่จะสละทุกอย่างเพื่อให้ได้มันมา เฟลิกซ์จ้องไปที่รอน ดวงตาเหยี่ยวไม่สั่นไหว เขาเอ่ยพึมพำ


“เพราะยิ่งเงียบมันถึงได้น่ากลัวนี่แหละ เหมือนกำลังวางแผนบางอย่าง แถมคนที่รู้ว่าใครก็ไม่ใช่คนประเภทที่จะยอมแพ้ง่ายๆ ตราบใดที่เขายังไม่ได้สิ่งที่ตัวเองต้องการแบบนี้ แถมยัง—ไม่ได้โง่”


เป็นตัวอันตรายของแท้เลยล่ะ


“ฮ่ะๆ พูดเหมือนรู้จักหมอนั่นดีจังเลยแฮะนายเนี่ย งั้นบอกฉันที เจ้าบ้านั่นต้องการอะไร เท่าที่ฉันเห็นเขาก็แค่เกลียดมักเกิ้ลและฆ่าคนไม่เลือกหน้าเท่านั้นเอง” รอนหัวเราะอย่างไม่เต็มใจ กอดอกในชุดมางานแปลกๆของเจ้าตัว


เฟลิกซ์รู้ว่าปกติแล้วเขาไม่ค่อยได้คุยกับน้องชายคนเล็กของตระกูลวิสลีย์เท่าไหร่ บางครั้งก็คิดว่าอีกฝ่ายเป็นพวกหัวรุนแรงอยู่เหมือนกัน — รอนอาจจะไม่ค่อยชอบเขาเท่าไหร่หลังจากที่เขาช่วยเฟร็ดกับจอร์จคิดของเล่นแปลกๆขึ้นมาในบางครั้ง และเหยื่อคนแรกของทั้งคู่มักเป็นน้องชายตัวเอง


“อาจจะเป็น— เปลี่ยนแปลงโลกเวทย์มนต์ให้มีแต่ผู้วิเศษ —?”


เขาตอบอย่างลังเล และเมื่อเขาตอบรอนก็ย่นจมูกคล้ายอยากร้อง ‘แหวะ’ ออกมา


“อึ้ย! เปลี่ยนแปลงโลกเวทย์มนต์เหรอ? ให้มันได้อย่างนี้สิ ขืนทำแบบนั้นพวกเราได้สูญพันธุ์กันหมดก่อนแน่ ถ้าเขาคิดแบบนั้นจริงๆนะ งั้นสิ่งแรกที่เขาควรเปลี่ยนคือตรรกะเพี้ยนๆของตัวเขาเองนี่แหละ —“ รอนเหมือนจะพูดอะไรต่อแต่ชะงักไป มองข้ามหัวของเฟลิกซ์และทักขึ้นมา ชี้นิ้วข้ามไปข้างหลังเขา “นี่ เฟลิกซ์ นั่นพ่อนายกับแฮร์รี่นี่”


“อะไรนะฮะ?”



เฟลิกซ์คล้ายลืมบทสนทนา รีบหันหลังไปอย่างสงสัย


เขาเห็นพ่อเขากำลังยืนอยู่ที่มุมเครื่องดื่ม แต่ไม่ได้มีเครื่องดื่มในมือ และคนที่อยู่กับพ่อเขาก็คือแม่กับแฮร์รี่ ทั้งสามคนเหมือนกำลังพูดคุยบางอย่าง — ด้วยบรรยากาศแปลกๆ


ถ้าถามว่าแปลกตรงไหน ก็คงเป็นบรรยากาศชวนให้อึดอัดใจขัดกับบรรยากาศงานรอบๆ รอยยิ้มเจื่อนๆของแม่ แฮร์รี่ที่ไม่ได้ยิ้ม พ่อเขาที่ทำหน้าเคร่งเครียดและดูทรมาน


“น่าประทับใจจริงๆ เหมือนเป็นครั้งแรกที่เห็นพวกเขาอยู่ด้วยกันเลยนะ” เฟร็ดทักขึ้นมาแต่จอร์จมองมาทางเขาคล้ายต้องการถามความเห็น


“ผมไม่คิดแบบนั้นนะ—“ เฟลิกซ์ยิ้มเจื่อนๆตอบ กวาดสายตาไปรอบๆพอเห็นว่ารีมัสกับท็องก์รวมไปถึงซิเรียสกำลังจับตาดูครอบครัวเขาอยู่ห่างๆ ทุกคนดูกังวลและให้กำลังใจ


เห็นแบบนี้แล้วก็ได้แต่ถอนหายใจ


เขาถูกกีดกันออกมาจากเรื่องวุ่นวายทุกอย่างอีกแล้ว


ให้ตายเถอะ นี่เขาเองก็เป็นพอตเตอร์นะ!

__________________________________________



แฮร์รี่ไม่แน่ใจว่ามันเกิดอะไรขึ้น — เขารู้ดีเลยว่าทุกอย่างมันเป็นแผน พวกตัวกวนตั้งใจให้เขาได้พูดคุยกับเจมส์และลิลี่ ซึ่งเขาไม่ได้เดินหนีไปเพราะเขาเตรียมใจไว้แล้วว่าถ้ามางานวันนี้จะต้องเจอกับทั้งคู่แน่ๆ


แต่เขาไม่ได้คาดหวังว่ามันจะเลวร้ายขนาดนี้


มันเริ่มต้นด้วยการที่ลิลี่กระตือรือร้นที่จะพูดคุยกับเขา ตรงข้ามกับเขาที่รู้สึกทำตัวไม่ถูกมากพอๆกับเจมส์ที่มองมาทางเขาหลายรอบและอ้าปากหุบปากอยู่หลายที


“สวัสดีจ้ะ แฮร์รี่ — นี่คงเป็นครั้งแรกที่เราได้เจอกันจริงๆสักที”


แฮร์รี่พยายามยิ้มตอบรับเมื่อคนที่เอ่ยมันออกมาคือลิลี่ การพบกับผู้หญิงตรงหน้าให้ความรู้สึกเหมือนเขากำลังเห็นดวงตาของตัวเองในกระจก บรรยากาศรอบตัวเธอดูอบอุ่นด้วยผมสีแดงสวย ดูสง่าด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล สีผมของเธอทำให้เขานึกถึงจินนี่ขึ้นมาได้ ถึงชุดเดรสสีเขียวจะตัดกับสีผมของเธอแต่ก็เข้ากันได้ดีกับดวงตาเธอ


เธอสวยกว่าในรูปถ่ายมาก


แฮร์รี่รู้สึกคล้ายไม่กล้าสบตาเธอขึ้นมา อาจเพราะมันเป็นความรู้สึกไม่คุ้นเคยเอามากๆ เขาไม่เคยเห็นใครที่มีดวงตาคล้ายกับเขามาก่อน เขาเอื้อมมือทั้งสองข้างไปซ่อนไว้ข้างหลังด้วยความกระวนกระวาย ไม่ทันที่เขาจะตอบอะไรไปเธอก็เอ่ยต่อ


“ฉันยังไม่ได้ขอบคุณเรื่องก่อนหน้าที่เธอช่วยฉันไว้เลย เราดีใจที่เธอมางานวันนี้นะ”


“อ่า — ครับ” แฮร์รี่พยายามต่อบทสนทนา มีเรื่องเดียวที่เขานึกออกในตอนนี้ เด็กหนุ่มผมยุ่งระวังมากที่จะไม่ให้ลิ้นพันกัน


“คือ — ผมขอบคุณสำหรับของขวัญวันคริสมาสต์นะครับ”


“ว่าแล้วว่าเธอต้องชอบมัน! เธอได้เขียนอะไรลงไปรึยัง เจมส์ร่ายคาถาสนุกๆลงไปด้วย เขาใส่ใจมันมากเลยล่ะ” ลิลี่คล้ายมีประกายในดวงตาทรงอัลมอนด์ เจมส์ยิ้มเก้อๆและเสตาไปทางอื่น


แฮร์รี่เลิกคิ้ว — ก็จริงที่เขาไม่ควรคาดหวังจะได้ของขวัญดูธรรมดาจากอดีตตัวกวน บางทีเขาน่าจะกลับไปลองเขียนบางอย่างลงไป


เขารู้ว่าลิลี่เองก็สังเกตเห็นพฤติกรรมของสามีตัวเองดี เธอเหยียดยิ้มกอดอกและเอ่ยขึ้นมาต่อ


“แฮร์รี่ พวกเราได้คุกกี้จากเธอเมื่อเช้าแล้ว มันอร่อยมาก เธอน่าจะเห็นเจมส์ในตอนนั้นนะ เขาหยุดกินไม่ได้และทะเลาะกับซิเรียสเพียงเพราะถูกแย่งคุกกี้ไปชิ้นนึง”


“ลิล!!”


เจมส์ที่ตอนแรกเมินหน้าหนีรีบตวัดหน้ากลับมาและหวีดร้องใส่ลิลี่เมื่อถูกนินทาระยะเผาขน ใบหน้าขึ้นสีขึ้นมา ส่วนคนที่ถูกสามีหวีดร้องใส่กลับหัวเราะร่าเริงทันที


แฮร์รี่ยิ้ม — เพราะเขาไม่รู้ว่าอีกฝ่ายชอบอะไรถึงได้ไปยืมครัวของปราสาทฮอกวอตส์จากพวกเอลฟ์เพื่อทำคุ้กกี้ด้วยตนเองและส่งไปให้ครอบครัวพอตเตอร์


“ดีใจที่คุณชอบมัน”


แล้วความเงียบก็กลับมาอีกครั้งเมื่อแฮร์รี่เลื่อนสายตามองเจมส์อย่างสังเกต อีกฝ่ายเหมือนแฮร์รี่เวอร์ชั่นอายุสี่สิบไม่มีผิด ดวงตาของเจมส์ทำให้เขาดูคมเข้มกว่าเด็กหนุ่ม


เขาควรจะพูดอะไรต่อ — คุณสบายดีไหม? ดีใจที่เจอคุณ?


— นี่มันแปลกเกินไป


แฮร์รี่ขยับนิ้วมือที่ซ้อนหลังตัวเองอย่างกระวนกระวาย ปกติแล้วเมื่อต้องการคุยกับใครสักคนควรจะทำอย่างไร ตอนนี้เขาคิดไม่ค่อยออกเท่าไหร่ บางทีอากาศรอบๆอาจจะหนาวเกินกว่าที่สมองเขาจะทำงานได้


“เธอ — ทำงานที่ฮอกวอตส์เป็นอย่างไรบ้าง?”


แล้วจู่ๆเจมส์ก็ถามเขาขึ้นมาอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย เด็กชายที่มีดวงตาสีเขียวไม่ได้หลบสายตาของเจมส์ที่มองมา เขารู้ว่าตัวเองเผลอเหม่อตอนที่มองใบหน้าของชายที่คล้ายเขา สวมแม้แต่แว่นทรงเดียวกัน เจมส์ดูนิ่งสงบ ไม่ได้ดูขี้เล่นอย่างเวลาที่อยู่กับซิเรียส ไม่ได้ดูเคร่งขรึมอย่างคราวก่อนที่เจอที่กริมโมลด์เพลส แต่ดูน่าเชื่อถือ — ดวงตาสีเฮเซลแบบเดียวกับเฟลิกซ์แฝงไปด้วยความหนักแน่นจนผิดคาด บ่งบอกได้ดีว่าอีกฝ่ายโตกว่าเขามาก


ในบางครั้งเขาก็สงสัยว่าในเวลาสั้นๆคนเราสามารถเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้เชียวหรือ?


“แฮร์รี่?”


เจ้าของชื่อกระพริบตาสองที — เจมส์มองด้วยสายตามีคำถาม แฮร์รี่เผลอขยับมือจับหลังคอสะดุ้งตอบทันทีเมื่อรู้สึกตัว


“งานที่ฮอกวอตส์—? อ๋อ ก็—ดีครับ” แฮร์รี่อ้าปากค้างเมื่อรู้สึกว่าคำตอบตัวเองมันไม่ถูกต้อง ลดมือลงจากหลังคอและเริ่มตั้งสติ “ผมหมายถึง จริงๆคืองานค่อนข้างเยอะ แต่มันก็สนุกทีเดียว”


แฮร์รี่เริ่มรำลึกถึงกองทัพดัมเบิลดอร์ “—บางทีผมอาจจะชอบการสอนก็ได้”


อย่างน้อยก็น่าจะชอบมันมากกว่าตำแหน่งมือปราบที่งานวุ่นไม่ระบุเวลาจนต้องให้ครีเชอร์เคลียร์ตารางให้และยินยอมพลาดนัดต่างๆกับเพื่อน


ลิลี่ยิ้มปุเลี่ยนๆ หันไปทางสามีตัวเอง


“ใช่ ทุกอย่างมันสนุก นอกจากการรับมือกับเหล่าเด็กนักเรียนจอมป่วน”


“เฮ้ ไม่ใช่ผมนะ นู้น สองวิสลีย์ต่างหาก!” เจมส์รับเอ่ยปัดทันที


แฮร์รี่มองลิลี่ที่คล้ายหวนมองอดีต เธอส่ายหน้าก่อนจะหันกลับมาหาเขาและยิ้มกว้าง คล้ายเข้าใจความสงสัยของเขา ดวงตาสีเขียวหยีขึ้นเล็กน้อย


“ฉันเคยเป็นครูสอนวิชาปรุงยาเมื่อสามปีก่อนน่ะ”


“โอ้—“


แฮร์รี่ส่งเสียงตอบรับได้แค่นี้ ในหัวเขาเริ่มระลึกว่าเซเวอร์รัสไม่ได้สอนวิชาปรุงยาทุกปี ท่าทางคนที่หลงรักห้องปรุงยามืดๆจะย้ายไปสอนวิชาป้องกันตัวจากศาสตร์มืดในปีนั้น ถ้าเป็นสามปีก่อนก็คงตรงกับช่วงที่เขาอยู่ปีห้าพอดี ปีห้า— แฮร์รี่เผยอปากเมื่อเริ่มรำลึกได้ —ยัยคางคกเน่าสีชมพูจากกระทรวง—


พวกเด็กๆที่นี่โชคดีมากที่ไม่เคยเจออัมบริดจ์!


“ในตอนนั้นเฟร็ดกับจอร์จทำให้ฉันปวดหัวได้ทุกวัน จำไม่ได้เลยว่ากักบริเวณพวกเขาไปกี่ครั้ง” ลิลี่เหลือบมองสามีตนเองที่ยิ้มตอบรับ เอ่ยเสริมขึ้นมา


“แต่น้อยกว่าที่เราทำได้ในหนึ่งปี”


“โอ้ ที่รัก ฉันเชื่อว่าไม่มีใครแสบได้เท่าพวกเธออีกแล้ว”


ลิลี่เอ่ยเสียงดุไม่จริงจัง เสียงหัวเราะถัดมาค่อนข้างทุ้ม แฮร์รี่มองเจมส์อย่างสนใจ เขาเพิ่งได้ยินเสียงหัวเราะของอีกฝ่ายชัดๆเป็นครั้งแรก มันทำให้บรรยากาศดูผ่อนคลายลงไปมาก


และมันชวนให้ความเกร็งในทีแรกของแฮร์รี่เริ่มหายไปพร้อมๆกัน


อาจเพราะบรรยากาศไม่ตึงเครียด แฮร์รี่ถึงเริ่มกล้าถามขึ้นมา ถามในสิ่งที่สงสัยมาตลอด เรื่องที่เขามักได้ยินจากคนอื่นเสมอๆ เหลือบมองอย่างระวังก่อนจะลดกำแพงของตัวเองลง


“มันเป็นยังไงเหรอครับ? — ตอนที่พวกคุณเรียนที่ฮอกวอตส์”


และเหมือนบทสนทนาของพวกเขาเหมือนได้เริ่มจริงๆครั้งแรก


เจมส์กับลิลี่มองหน้าเขาก่อนหันไปมองหน้ากัน ลิลี่เป็นคนยิ้มให้ก่อน เจมส์ขยับยิ้มตอบรับ หันมาตอบเขาด้วยรอยยิ้ม ความสุขุมก่อนหน้าคล้ายพลันหายวับไป


“มันเป็นช่วงเวลาที่สวยงามที่สุดในชีวิตเลยล่ะ — เปี่ยมไปด้วยสีสันของวัยเยาว์ ความสนุกอันประเมินค่าไม่ได้” เจมส์กอดอกและพยักหน้า สายตาคล้ายโหยหาขึ้นมา


“ฉันเจอกับซิเรียสและรีมัสบนรถไฟ พวกเราเป็นเพื่อนกันไวมาก ฉันถูกชะตาก็ซิเรียสตั้งแต่ครั้งแรก ส่วนรีมัส ฉันคิดว่าเขาค่อนข้างเรียบร้อย — ถึงมันจะเป็นความคิดที่ผิดก็เถอะ เขามันคนร้ายกาจที่ทำตัวเรียบร้อยต่างหาก” เจมส์เหลือบตายตาไปมองรีมัสที่กำลังหยอกล้อกับซิเรียสอยู่ที่มุมหนึ่ง เหมือนกลั่นแกล้งเพื่อนตัวเองมากกว่า แล้วก็หันกลับมาที่เขา “รีมัสจองที่นั่งในโบกี้ให้ซิเรียสกับฉันเวลาที่เราไปเที่ยวเล่นที่ห้องอื่น และนั่นก็ทำให้ฉันได้พบลิลี่ ด้วยความประทับครั้งแรกที่ค่อนข้างเลวร้าย(ลิลี่ทำสีหน้าโอดครวญ) แต่แล้ว ชีวิตในฮอกวอตส์ของพวกเราก็เริ่มต้นขึ้น—”


แฮร์รี่ฟังอย่างตื่นเต้น บางส่วนเขาเคยได้ยินจากซิเรียสแล้ว ในขณะที่บางส่วนเขาไม่เคยรับรู้มาก่อน เจมส์ค่อนข้างผ่อนคลายเมื่อต้องเล่าเรื่องเกี่ยวกับฮอกวอตส์ ราวกับได้กลับไปอยู่ในวันวาน แฮร์รี่เองก็ฟังมันอย่างใจจดใจจ่อ อีกฝ่ายไม่เอ่ยถึงปีเตอร์ เพ็ตดีกรูว์แม้แต่พยางค์เดียว แฮร์รี่สลับถามเจมส์เป็นช่วงๆเกี่ยวกับรายละเอียดในอดีต เขาคิดว่าบทสนทนามันค่อนข้างไปได้สวย มีลิลี่คอยเสริมเป็นช่วงๆเมื่อเล่าถึงเหตุการณ์บางอย่าง



อีกฝ่ายมีถามเรื่องราวสมัยเขาเรียนอยู่บ้าง แฮร์รี่ค้นพบว่าเขาเข้ากับเจมส์ได้ดีในเรื่องควิดดิช และเข้ากับลิลี่ได้ดีเมื่อต้องพัวพันเข้ากับเรื่องเพื่อน การท่องเที่ยวหรืออาหาร


ใช่ มันค่อนข้างไปได้สวย


เหมือนกับว่ากำลังมีสายสัมพันธ์เล็กๆก่อกำเนิดขึ้นจากความว่างเปล่า และมันอบอุ่น


เจมส์ไม่ได้ปิดบังเรื่องที่รังแกสลิธีริน บางส่วนมันทำให้เขาอดข้องใจไม่ได้ แต่เขาไม่อยากทำลายบรรยากาศตรงหน้าด้วยการท้วงเรื่องแบบนั้น ลิลี่บ่นเจมส์ที่เล่าเรื่องพวกนี้และแก้เผ็ดด้วยการเล่าวีรกรรมสุดน่าอับอายของสามีตัวเองในวันวาเลนไทน์ให้เขาฟัง


และเพราะแฮร์รี่หัวเราะมากไป กล่องที่พกมาด้วยถึงแฉลบออกมาจากกระเป๋าเสื้อ เขารีบจับมันให้มั่นทันทีอย่างหวงแหน


เขาเกือบลืมมันไปเสียสนิท


“มันคืออะไรงั้นเหรอ?”


ลิลี่เป็นคนถามเขาอย่างสงสัย


“มันเป็น—“ แฮร์รี่เงียบชั่วครู่ เขามองทั้งคู่ก่อนจะตัดสินใจเปิดกล่องออกมา หลอดยาสีทองปรากฏแก่สายตาสองพอตเตอร์ “มันเป็นของที่ผมตั้งใจเอาให้รีมัส —เป็นน้ำยาเกี่ยวกับมนุษย์หมาป่า”


“เกี่ยวกับมนุษย์หมาป่า? —มันดูไม่เหมือนน้ำยาวูฟส์เบนนะ” ลิลี่ทักขึ้นมา เธอมองมาที่เขาอย่างขออนุญาตก่อนจะลองหยิบรายละเอียดของยาไปอ่านเมื่อแฮร์รี่พยักหน้าด้วยรอยยิ้ม ดวงตาสีเขียวทรงอัลมอนด์แบบเดียวกับเขากวาดตาอ่าน ดูขบคิดตามข้อมูลที่ได้รับ นิ่งไปชั่วครู่ก่อนจะเงยหน้าขึ้นและทักอย่างตื่นเต้นราวกับเด็กๆ



“ว้าว! นี่มัน — เธอทำมันขึ้นมางั้นเหรอ?”


น้ำเสียงของลิลี่ดูประทับใจ แฮร์รี่ยิ้มเก้อ ยกมือลูบหลังคอ เอ่ยตะกุกตะกัก


“จะบอกว่าผมทำเองมันก็คงไม่ใช่หรอกครับ— ยาตัวนี้ผมได้มาจากศาสตราจารย์สเนปน่ะ หมายถึง เขาช่วยผมตอนทำวิจัยเกี่ยวกับ—“


“จากสเนป?”


เหมือนเป็นครั้งแรกที่คู่สามีภรรยาพอตเตอร์อุทานคำๆเดียวกันออกมาพร้อมกัน


แฮร์รี่ขมวดคิ้ว — เรื่องที่เจมส์ตอบสนองกับชื่อนี้เขาไม่แปลกใจเท่าไหร่ — แต่ ลิลี่ด้วยเหรอ?


เจมส์มีใบหน้าคล้ายไม่สบายใจและอยากพูดบางอย่างออกมา ส่วนลิลี่มีสีหน้าคล้ายลำบากใจกับเรื่องนี้ เธอคืนรายละเอียดของยาลงกล่องและมองหน้าสามีตัวเองที่มองเธออยู่ก่อนแล้ว เหมือนมีบทสนทนากลางอากาศเกิดขึ้นในเวลาไม่กี่วินาที


เจมส์หันกลับมาทางเขาและเริ่มเอ่ยอย่างระมัดระวัง


“ฉันก็ไม่อยากถามแบบนี้หรอกนะ แต่เธอเห็นตอนมันถูกปรุงรึเปล่า?”


แฮร์รี่หวนนึกถึง นิ่งค้าง ต้องส่ายหน้าอย่างไม่เต็มใจ


“แฮร์รี่ — พวกเราจะไม่สงสัยอะไรเลยนะถ้ามันมาจากเธอ” เจมส์เอ่ยอย่างประนีประนอม “แต่ทำไมสเนปจะต้องปรุงยาตัวนี้ขึ้นมาด้วย บางที เขาอาจหลอกให้เธอเอายาอันตรายให้รีมัส”


เซเวอร์รัสหลอกให้เขาเอายาอันตรายให้รีมัส?


ภาพของเซเวอร์รัสตอนที่ดูอ่อนล้า มีกองงานอยู่เต็มโต๊ะปรากฏขึ้นในหัว — ทั้งหมดก็เพราะยาที่เขาอยากทำให้รีมัส


ภาพเซเวอร์รัสที่ยื่นมือเข้ามาช่วยเขาสอนปรุงยา น้ำเสียงที่ดุเมื่อจัดการกับวัตถุดิบได้ยอดแย่ดังก้องในหู


เหมือนกับความโกรธสามารถพุ่งแล่นขึ้นมาได้ในชั่วพริบตา


แฮร์รี่หยุดความรู้สึกที่วิ่งพล่านทั่วตัวก่อนจะกำมือแน่นขึ้น ตอบช้าๆ พยายามดันความฉุนเฉียวลงไปให้ลึกที่สุด กัดฟันตอบ


“เขาไม่ได้หลอกผม”


“เธอจะรู้ได้ยังไง?”


“เขาไม่ทำแบบนั้นหรอก!”


แฮร์รี่กึ่งตวาดย้ำอย่างดึงดัน เจมส์มองตรงมาที่เขา ดวงตาทรงเหยี่ยวสีเฮเซลคล้ายเต็มไปด้วยความหงุดหงิด แต่มันไม่ได้ส่งมาถึงเขา เหมือนมันส่งไปหาบุคคลที่สามซึ่งพวกเขากำลังกล่าวถึงมากกว่า


บรรยากาศรอบๆพวกเขาคล้ายเปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน เหมือนกลับมาอึดอัดอีกครั้ง แฮร์รี่รู้สึกแย่กับสถานการณ์ตรงหน้าแทบเป็นบ้า เขาไม่คิดเอ่ยขอโทษ — เขาไม่ได้ทำผิดเสียหน่อย และเขารู้แล้วว่าหลังจากที่เขาขึ้นเสียงไป เจมส์ตอบกลับมา


“เธออาจไม่รู้ แต่เขาเคยทำมันมาแล้ว! เขาเคยหลอกเรา เขาเป็นจอมทรยศ อย่าได้เชื่อใจเขาเชียว สเนปนั่นเป็นสลิธีรินของแท้ เป็นงูอันตราย”


“เจมส์!” ลิลี่ร้อง รีบดึงตัวของเจมส์ไว้ให้หยุดพูด และมันได้ผล เจมส์หยุด ในขณะเดียวกัน แฮร์รี่ก็ได้รับสารครบแล้ว


เขาไม่ควรเชื่อใจเซเวอร์รัส?


นี่มัน — ทำให้เขาผิดหวัง


ความหงุดหงิด ความอยุติธรรมเหมือนถูกตีตื้นกลับมาหลังจากที่กดมันไปเสียนาน


“คุณก็ไม่มีสิทธิมาบังคับให้ผมเชื่อใจหรือไม่เชื่อใจใครนะ! ผมรู้ว่าเขาเป็นยังไง คุณอคติกับเรื่องนี้เกินไปแล้ว! เราค่อนข้างสนิทกันเมื่อเขาช่วยผมหลายเรื่อง และผมรู้ว่าผมสามารถเชื่อใจ—“


“งั้นเธอก็คิดผิดแล้ว!” จู่เจมส์ก็โวยขัด ขึ้นเสียง ขยี้ผมของตัวเองด้วยความหงุดหงิด เหมือนถูกอารมณ์เข้าครอบงำเป็นครั้งแรก ความชิงชังในตัวเซเวอร์รัสปรากฏออกมาสู่สายตาแฮร์รี่เป็นครั้งแรก


“ฟังฉันนะ! เขาเป็นคนที่สามารถหักหลังเพื่อนของตัวเองได้! เธอรู้ใช่ไหม ถ้าเขาหักหลังสลิธีรินได้ งั้นเขาก็หักหลังภาคีได้เหมือนกัน ฉันมั่นใจเลยว่าลึกๆแล้วเขามันคลั่งศาสตร์มืด ใช่สิ! เขาแม้แต่คิดค้นศาสตร์มืดขึ้นมาด้วยซ้ำ!”


แต่คุณไม่รู้จักเขาแม้แต่เศษเสี้ยว!


ไม่รู้แม้แต่เหตุผลที่เขาตายในโลกของผมด้วยซ้ำ!


“ฉันเตือนเธอ แฮร์รี่ เขาจะทำให้ทุกคนที่ยุ่งกับเขาต้องทรมานอย่างเจ็บปวดที่สุด ดังนั้นเธอห้ามเชื่อใจสเนป เจ้าสนิฟเวอรัสนั่นน่าจะตายๆไปซะ เขามันเป็นไอ้เมือกน่ารังเกี—“


—หรือแม้แต่สายตาที่มองลิลี่อย่างห่วงใย


ปัง!


“อย่าแช่งเขาแบบนั้นนะ!!”


แฮร์รี่ตะโกนและทุบโต๊ะเครื่องดื่มอย่างแรง เหมือนกับจุดเดือดของเขามันทะลุเกินปรอทไปแล้ว


อาจจะตั้งแต่ตอนที่เซเวอร์รัสไม่ถูกยอมรับ อาจจะตั้งแต่ที่ลิลี่ไม่เอ่ยปกป้องแม้สักเล็กน้อย


ตั้งแต่ที่เซเวอร์รัสถูกเรียกว่าสนิฟเวอร์รัสหรือไอ้เมือกน่ารังเกียจหรือถูกสาปแช่ง


แฮร์รี่แหกปากด้วยอารมณ์รุนแรงที่พัดพาให้ทุกสิ่งรอบๆเงียบลงได้ในฉับพลัน


เขาแค่อยู่เฉยและทนต่อคำพูดพวกนี้ไม่ได้ เพราะมันเหมือนจะฉีกหัวใจเขาเป็นชิ้นๆ


“เขาทรยศ!? เขามันเลวร้าย!? เขาเจ้าคิดเจ้าแค้น!? เขาศึกษาศาสตร์มืด!? ใช่! เรื่องนั้นผมรู้ดี! แล้วไงล่ะ ทำไมคุณถึงสนใจเรื่องพวกนั้นนัก! คุณคิดว่าที่เขาทำไปทั้งหมดนั่นมันเพราะใครกัน ใครกันแน่ที่ทำให้เขาเหมือนตกนรกทั้งเป็น! ใครกันที่บีบบังคับให้เขาต้องทำแบบนั้น!”


เจมส์เหมือนชะงักไปเมื่อเขาว่าถึงตรงนี้ คำพูดของเขาเหมือนกับมีดที่ปักลงไปให้อีกฝ่ายรู้สึกผิด


แต่ทั้งหมดนั้นยังไม่ถึงครึ่งของความเจ็บปวดที่เซเวอร์รัสเคยได้รับ


แฮรรี่รู้ว่าเขาห้ามอารมณ์โกรธของตัวเองไม่ได้แล้ว เหมือนกับกำลังหน้ามืดตามัว ภาพรอบๆไม่อยู่ในสายตา ที่เห็นมีแค่เจมส์ในความทรงจำของเซเวอร์รัส ภาพที่เด็กสลิธีรินถูกทารุณทั้งจากที่บ้านและในฮอกวอตส์ ภาพของเซเวอร์รัสที่ไม่มีที่ยืน ไร้ซึ่งอิสระภาพ


แฮร์รี่ตรงไปกระชากคอเสื้อของอีกฝ่าย ไม่สนใจแล้วว่าอีกฝ่ายจะเป็นใคร จ้องสบตาเพื่อให้รับรู้ว่าเขากำลังรู้สึกแย่ขนาดไหน


“พวกคุณ! พวกคุณไม่เคยรู้อะไรเลย! ไม่เคยรู้ว่าความสนุกของพวกคุณมันทำร้ายเขาขนาดไหน ไม่เคยรู้ว่าคนที่พวกคุณทำร้ายเป็นคนดีมากพอที่จะไม่ทอดทิ้งคนที่เขารัก! ไม่เคยรู้ว่าเขาเข้มแข็งมากพอที่จะยืนหยัดเพื่อความถูกต้องแม้ไม่มีใครสรรเสริญ และทั้งหมดนั่น สิ่งที่เขาได้รับตอบแทนกลับเป็นความทรงจำอันเลวร้าย ความโดดเดี่ยว ความชิงชัง เสียงสาปแช่ง — และคนที่เขารักจนแทบถวายชีวิตให้ก็ไม่แม้แต่จะยืนอยู่ข้างเดียวกับเขาด้วยซ้ำ“


ภาพของกวางสาวเหนือลำธารปรากฏขึ้นในหัว — พวกเขาไม่เคยรู้อะไรเลย ไม่เคยรู้อะไรเลยจริงๆ


ไม่เคยรู้ว่าตัวเองช่วงชิงทุกอย่างมาจากเซเวอร์รัส


จมูกกับตาเริ่มร้อนด้วยความโกรธ เขารู้ว่าที่เขาหวีดร้องไปก่อนหน้าให้ทุกคนเงียบ มันทำให้คนอื่นในงานเลี้ยงหันมามองทางพวกเขา ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่ได้สนใจ ปากของเขาไปไวกว่าที่จะระลึกอะไรได้เสียอีก


“ผมรู้นะ เรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างพวกคุณและเขาในวัยเรียน ขอเพียงย้อนเวลากลับไปได้ผมจะหยุดคุณไว้ไม่ว่าต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม แต่เพราะผมย้อนเวลากลับไปไม่ได้ เพราะผมแก้ไขสิ่งที่คุณหรือสิ่งที่ตัวผมทำพลาดในอดีตไม่ได้ สิ่งเดียวที่ผมทำได้คือการแก้ไขสิ่งที่คุณเคยทำ แก้ไขสิ่งที่ผมเคยทำเลวร้ายกับเขา และไม่ปล่อยให้เขาโดดเดี่ยวจนถึงวาระสุดท้ายของชีวิตอีกครั้ง”


ไม่มีทางปล่อยให้อีกฝ่ายต้องตายอย่างโดดเดี่ยวอีกครั้ง—


แม้นั่นจะหมายถึงการที่เขาต้องหันหลังให้เจมส์กับลิลี่ที่เขาเคยอยากปกป้องก็ตาม


“แฮร์รี่ ได้โปรด—“


ลิลี่มองตรงมาด้วยใบหน้าที่คล้ายจะร้องไห้


เขารู้สึกตัว คนอื่นๆกำลังมองตรงมาที่เขา บรรยากาศของงานเลี้ยงที่เต็มไปด้วยเสียงรื่นเริงคล้ายเงียบกริบขึ้นมากะทันหัน แสงจากไฟบนต้นคริสมาสต์คล้ายสว่างจ้า เหลือแต่เสียงเพลงจากแผ่นเสียงของมักเกิ้ลที่ยังคงดังก้องจากที่ไกลๆ


ค่อยๆลดมือลงจากคอเสื้อเจมส์เมื่ออีกฝ่ายไม่แม้แต่ตอบโต้เขา แฮร์รี่หลุบตา เอื้อมมือไปหยิบกล่องยา — และมันเป็นครั้งแรกที่เจมส์ทักเขามาด้วยเสียงแหบแห้ง


“จริงอยู่ที่ฉันห้ามเธอไม่ให้เชื่อใจเขาไม่ได้ แต่ฉันก็ไม่คิดจะให้เธอเอายานั้นให้เพื่อนของฉันหรอกนะ” ประกายในดวงตาสีเฮเซลหายวับไป เมื่อเอื้อมมาคว้ายาแต่แฮร์รี่ดึงแขนหลบทันที


แต่แฮร์รี่พลาด เจมส์ใช้มืออีกข้างดึงไม้กายสิทธิ์ออกมาจากชุดและเอ่ยร่ายทันที


“แอ๊กซิโอ!”


กล่องหลุดไปจากมือแฮร์รี่ในชั่วพริบตาและไปปรากฏอยู่ในมือของเจมส์ ใบหน้าคนผมยุ่งทั้งคู่มืดมัวพอกัน แฮร์รี่ตวัดหน้าไปตามทางที่กล่องถูกขโมยไป เอ่ยอย่างหงุดหงิด


“เฮ้! เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่คุณจะตัดสินใจนะ มันเป็นเรื่องที่รีมัสจะตัดสินใจต่างหาก”


“ฉันรู้! และฉันรู้จักเพื่อนฉันดี เขาไม่ปฏิเสธเธอแน่!” เจมส์เปิดกล่องและกำหลอดยาในมือ มองมาที่เขาด้วยสายตาสั่นไหววูบหนึ่งแต่ไม่มีแม้แต่ความลังเล


ชะเงื้อมือขึ้นสูง—


แฮร์รี่เบิกตากว้าง รีบพุ่งตัวไปข้างหน้าเอื้อมแขนไปเมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายกำลังทำอะไร


เพล้ง!!


แต่มันไม่ทัน หลอดยาแตกกระจายบนพื้น กลิ่นสมุนไพรเริ่มลอยมาแตะจมูก


แฮร์รี่คว้าได้แต่ความว่างเปล่า


“คุณมันบ้าไปแล้ว!!” 



แฮร์รี่ไม่เคยรู้สึกโกรธขนาดนี้มาก่อน เขามองยาสีทองที่ซึมลงไปในพื้นดินอย่างรวดเร็ว — น้ำยาที่ใช้ทั้งวัตถุดิบอันเลอค่า ความพยายามแทบเลือดตากระเด็น—



และทุกอย่างหายไปในเวลาไม่กี่วินาที


ขอบตาเริ่มร้อนผ่าว เช่นเดียวกับแขนที่เริ่มสั่นไหว


เหมือนกับสติหลุด


ในเสี้ยววินาที แฮร์รี่ชักไม้กายสิทธิ์ออกมา เขาไม่ต้องเอ่ยร่ายคาถา ‘สตูเปฟาย’ ด้วยซ้ำ ด้วยความสามารถของเขา เขาสามารถทำทุกอย่างรวดเร็วมากพอที่จะทำให้คนทั้งงานตกตะลึงในจังหวะที่แสงสีแดงพุ่งตรงไปใส่เจมส์ในระยะประชิด



แม้เจมส์จะมีไม้กายสิทธิ์อยู่ในมือ แต่ก็ไม่ทันที่จะตวัดแขนร่ายคาถาใดๆออกมาป้องกัน


“โพรเทโก้ พอตเตอร์!”


มีเสียงตะโกนจากที่ไกลๆพร้อมกับเกราะสีขาวสะอาดที่สามารถหยุดคาถาสตูเปฟายได้ แต่คาถาของแฮร์รี่ก็รุนแรงมาพอที่จะทำให้เกราะเวทย์มนต์แตกทันทีที่ปะทะกัน


เช่นเดียวกัน เกราะเวทย์มนต์นั้นแข็งแรงมากพอที่จะเบี่ยงการโจมตีของแฮร์รี่ไปที่โต๊ะเครื่องดื่มข้างๆ


ปึง!! เคร้ง!!


โต๊ะเครื่องดื่มหักเป็นสองท่อนและล้มลงตามด้วยเสียงแก้วที่ล้มระเนระนาดเสียงดัง แสงไฟที่ประดับโต๊ะถูกเกี่ยวดับลงล้มเป็นยวง


แฮร์รี่ไม่ทันทำอะไรต่อ ไม้กายสิทธ์ในมือเขาก็ถูกคาถาปลดอาวุธลอยขึ้นไป — เขามองตาไม้กายสิทธิ์ตามไปจนกระทั่งมันไปอยู่ในมือเรียวซีดของคนที่อยู่ห่างจากพวกเขาไปหลายร้อยเมตร


ชายในชุดคลุมสีดำตัดกับหิมะมีใบหน้าถมึงตึงและรีบตรงหรี่มาทางเขา ในทุกจังหวะการเดิน ชุดคลุมนั้นถูกลมเย็นพัดจนมันส่งเสียงพึ่บพับมาแต่ไกล


เซเวอร์รัสมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร?



________________________



Talk ;>


หายไปนานเพราะเขียนตอนนี้ละปวดใจมากก หนีฉากครอบครัวไปทำอย่างอื่นหลังเขียนไม่เกินสามประโยคประจำ 5555 เป็นฉากที่เอาเข้าจริงๆรู้สึกไม่อยากให้มันเกิดขึ้น แต่ถ้าไม่มีตรงนี้เนื้อเรื่องก็จะไปต่อไม่ได้ เป็นครั้งแรกเลยที่เขียนนิยายละร้องไห้ สติพิณตอนเขียนก็จะเบลอหน่อยๆ พิมพ์ไม่ค่อยรู้เรื่องเท่าไหร่เลยค่ะ พิมพ์ปุ๊บไม่ทวน ไม่อ่านซ้ำ มันเจ็บปวดใจ 





#hpEternalwar


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 285 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,068 ความคิดเห็น

  1. #1042 นกมาร์คมาก (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2563 / 18:07
    เจมส์ไม่เคยรู้ตัวเลยว่าตัวเองสร้างบาดแผลอะไรไว้กับเซฟบ้าง มันเป็นส่วนหนึ่ง(ใหญ่ๆ)ที่ผลักดันให้เซฟโดดเดี่ยวไม่มีใครและผู้หญิงที้เขารักยิ่งกว่าชีวิตก็ไม่เเม้เเต่จะเชื่อใจนี่มีนเจ็บปวดนะ วันนี้คือพเละเทะหมดเลย เซฟไม่ได้น่าไว้ใจกับทุกคนจริงๆนั่นแหละเเต่เแดใจหน่อยนะสักนิดก็ยังดี เซฟตั้งใจอดหลับอดนอนเพื่อให้ได้มันมาอะแล้วเจมส์มาระเบิดทิ้งง่ายๆงี้น้องเลยเดือดยิ่งกว่าไฟลุก เซฟเเอบตามมาดูตั้งเเต่อรกแน่ๆ ฮือ เข้ามาห้ามที ศึกสายเลือดดูเเล้วปวดหัวมาก
    #1,042
    0
  2. #1025 MartiniLubik (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2563 / 02:03

    ชอบความสำลักน้ำลายเนื่องจากความรู้ทันของอัลบัส5555

    อยากเห็นแฮร์รี่เรียกเจมส์ว่าพ่อ เรียกลิลี่ว่าแม่มากๆเลยค่ะ

    อยากจะไปตบเจมส์ กับลูกยังพูดแบบนี้อีบ้าาาาาา



    #1,025
    0
  3. #986 Jecelyn (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2563 / 11:01
    เราร้องไห้หนักมากอะไรท์ ทำไมเจมส์ทำเเบบนั้นอะ ทำไมต้องเเช่งป๋าให้ตาย ป๋าเป็นเเบบนี้เพราะใครละ! เพราะคุณไม่ใช่หรอ! เเล้วยานั้นป๋ายอมอดนอนเพื่อทำมันเลยนะ มันยากมากรู้ไหม!! รี่จะเสียใจเเค่ไหน คนที่ควรตายมันต้องเป็นเเกสิ! ยังไงเเกก็ไม่ใช่พ่อเป็นเเค่คนเเปลกหน้าเท่านั้นเเหละ
    #986
    0
  4. #948 Ning Nong (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2563 / 13:06
    เกลียดเจมส์กับลิลี่ เซฟฟฟฟฟ
    #948
    0
  5. #895 Astrophile_ (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 30 เมษายน 2563 / 19:01
    สนุกมากค่ะ ;-; เสียน้ำตาอีกแล้ววว
    #895
    0
  6. #872 เจี้ยงจิงหยวน (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 2 เมษายน 2563 / 23:00
    น้องก็แค่อยากปกป้องคนที่เคยปกป้องมาตลอดอีกสักครั้งอะเจมส์
    #872
    0
  7. #844 -Astrophile- (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 22 มีนาคม 2563 / 13:13
    แม่งเอ้ยยยยยยยย ดีมากเลยค่ะ
    #844
    0
  8. #801 Hightower (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 8 มีนาคม 2563 / 17:48
    โอ๊ยยยยย ค้างอ่ะ
    #801
    0
  9. #800 pam005 (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 3 มีนาคม 2563 / 10:23
    แกรรรมันไม่มีตอนต่อไปให้อ่านแล้วอ่าาาาา~ร้องไห้ละนะกำลังสนุกเลย
    #800
    0
  10. #799 -SB- (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2563 / 17:10
    😭😭😭

    เศร้ามาก
    #799
    0
  11. #796 TewadaCat (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2563 / 20:13
    อยากกระโดดขาคู่เข้าไปถีบเจมส์
    (ความรู้สึกของเรานะ หลายๆเรื่องมันเลวร้ายก็เพราะเจมส์เนี่ยแหละ ฮึ้ยยยย อินค่ะอิน)
    #796
    0
  12. #795 Ellazz (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2563 / 16:49
    โอ้ยย ยัยเจมส์
    #795
    0
  13. #794 SJ92 (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2563 / 07:14
    แงง ค้างที่สุดเลย อยากอ่านต่อแล้วว
    #794
    0
  14. #793 littlebearisme (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2563 / 00:36
    กรี๊ดดดดดดดดด เจมส์บ้าไปแล้ว
    #793
    0
  15. #792 giemtts (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2563 / 20:08
    รอนะคะ แงง
    #792
    0
  16. #791 Raice (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2563 / 13:43

    ค้างงงมากกก รอจ้าาาาา
    #791
    0
  17. #790 Rain01 (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2563 / 09:14
    เจมส์มันบ้าไปแล้ว
    #790
    0
  18. #789 asma2547 (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2563 / 22:24

    มันค้างมากค่าาาาา
    ฮือออจะร้องไห้สงสารน้อง
    #789
    0
  19. #788 Otaku_Chom_Hama (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2563 / 20:10

    เห็นความถี่การอัพแล้วจะร้องซ้ำ นี่ต้องค้างไปอีกเดือนหรอเนี่ย (แต่ใจเขาใจเรา สู้ต่อไปนะคะไรท์)
    #788
    0
  20. #787 mam000 (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2563 / 17:57
    ม่ายยยยยย ทำไมทำร้ายกันขนาดนี้ จะร้องแล้วววว ฉันเกลียดเจมส์ เกลียดๆๆๆๆๆๆๆ
    #787
    0
  21. #786 LluuuviiiellaaaA (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2563 / 17:15
    จะร้องไห้ ฮือ;_;;;;
    #786
    0
  22. #785 Otaku_Chom_Hama (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2563 / 11:44

    ฮืออออออ อ่านรวดเดียวจนถึงตอนนี้ สงสารหนักมาก และมันค้างแบบสุดๆ!!

    ป๋าปลอบน้องที คุณพ่อคุณแม่ไม่เข้าใจน้องเลย!!! พ่อคนดื้อออ!! แงงงงงงงง
    #785
    0
  23. #784 Lost-tale (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2563 / 23:38
    ไม่ไหว กว่าจะอ่านจนจบได้ แอ้แง ใจบางมากเลยค่ะ แต่เป็นซีนที่บรรยายดีมากค่ะ อินจัดเลย ทั้งโกรธทั้งเศร้า เจ็บไปหมด แง้~ ป๋ามาใจนึงก็ดีใจจะมีคนปลอบน้อง แต่อีกใจนึงป๋าก็คงเจ็บเหมือนกัน ฮึก
    #784
    0
  24. #782 maylodyza (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2563 / 14:05
    คือร้องแล้วนะ
    #782
    0
  25. #781 Demon1704 (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2563 / 13:41
    ฮืออออออ ค้าง ค้างหนักมาก แต่ตอนนี้ซีนอารมณ์สุดๆเลย บรรยายออกมาได้ดีมากเลยค่ะ
    #781
    0