Fic Harry Potter - Eternal War (SS/HP)

ตอนที่ 31 : Chapter 31 : The most wonderful time of the year

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,804
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 230 ครั้ง
    26 ธ.ค. 62

Chapter 31 : The most wonderful time of the year



สิ่งแรกที่ส่งเสียงทักแฮร์รี่เมื่อเข้าเดินเข้ามาในห้องทำงานของอาจารย์ใหญ่คือเสียงร้องที่นุ่มนวลของฟ็อกซ์ แฮร์รี่ฉีกยิ้มให้นกฟินิกซ์พลางเดินตรงไปที่คอนไม้ในห้องทำงานที่ยังคงความขลังค์ด้วยหนังสือเก่าแก่ ยกมือลูบขนสีแดงเพลิงของฟ็อกซ์ก่อนจะทักเจ้าของห้อง



“สวัสดี ฟ็อกซ์ — อัลบัส ผมเอารายชื่อของเด็กๆมาให้”



“ขอบใจ แฮร์รี่ สนใจลูกอมรสมะนาวสักหน่อยไหม?”



อัลบัสเอ่ยถามด้วยดวงตาสีฟ้าครุ่นคิด แฮร์รี่เหลือบมองลูกอมสีเหลืองสดใสที่ถูกยื่นมาให้ก็รับไว้และยกกินทันที คนผมยุ่งมองฟ๊อกซ์และเอ่ย พอรับรู้ได้ว่าน้ำเสียงตัวเองเต็มไปด้วยความลำบากใจ



เขาวางแผนว่าจะไปห้องแห่งความลับตอนช่วงคริสมาสต์ แต่มันกลับล่มเมื่อนักเรียนพร้อมใจกันอยู่ในฮอกวอตส์ และอัลบัสคงไม่ปลื้มกับการเปิดห้องแห่งความลับแน่ๆ ตราบเท่าที่เจ้าสัตว์ร้ายนั้นยังคงมีลมหายใจและพร้อมที่จะคร่าชีวิตใครต่อใครไปทุกเมื่อ



“ผมจะไปห้องแห่งความลับ ตอนคืนวันคริสมาสต์” แฮร์รี่หยุดลูบขนฟ็อกซ์ ขยับดวงตาสบกับดวงตาสีฟ้าของอัลบัส “ในตอนที่ทุกคนหลับไปแล้ว”



ออกจะผิดคาดเมื่อศาสตราจารย์ใหญ่ที่ทั้งรักทั้งหวงเด็กๆเลือกที่จะพยักหน้าสั้นๆตอบรับ แฮร์รี่เม้มปาก


“คุณจะไม่ห้ามผมเหรอครับ?“


“ฉันเข้าใจเธอดี แฮร์รี่ และมันเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดที่เรามี”


“ผม — คิดว่ามันไม่ถูกต้อง”


เขาเอ่ยอย่างลังเล การตัดสินใจนี้มันขัดกับความปลอดภัยของฮอกวอตส์ หากเขาพลาด นั่นหมายถึงอาจมีคนต้องตาย มันเป็นการตัดสินใจที่เหมือนกับเอาหินชุบวิญญาณที่โวลเดอมอร์ต้องการมาซ่อนในฮอกวอตส์เพื่อล่อให้อีกฝ่ายออกมา


อัลบัสมองมาที่เขาด้วยสายตาเมตตา ชายชราเอ่ยบอกเขาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา


“มันไม่ถูกต้องสำหรับทุกคน แฮร์รี่ แต่มันจะช่วยเหลือคนได้อีกจำนวนมาก”


แฮร์รี่นิ่งเงียบ อัลบัสยังคงกระทำเพื่อคนส่วนมากอย่างที่เขาคุ้นเคย — แต่เขาไม่แน่ใจว่า ในฐานะที่เขาเป็นเหยื่อผู้ต้องเสียสละโดยไม่มีการถามความสมัครใจ จะสามารถยอมรับความคิดนี้ได้


เขากลัวที่จะต้องถูกสาปแช่งจากคนตาย ถูกเคียดแค้นจากครอบครัวคนตายอย่างตอนที่เกิดเรื่องในการประลองไตรภาคี — เขารู้ว่ามันรู้สึกอย่างไร และเขารู้ว่าเขาเคยรู้สึกชิงชังอัลบัสมากพอๆกับโวลเดอมอร์ในช่วงหนึ่ง เมื่อรู้ว่าตัวเองถูกเลี้ยงมาเหมือนหมูในโรงเชือด


“อย่างที่ฉันเคยบอก แฮร์รี่” อัลบัสขัดความคิดของเขาขึ้นมา พอมองดวงดวงตาก็พบว่าอาจารย์ชรากำลังยิ้มมาให้ “นี่ไม่ใช่สงครามของเธอ ไม่ว่าเธอจะตัดสินใจอย่างไร ฉันย่อมเคารพการตัดสินใจของเธอมาก่อนเสมอ อีกไม่กี่วันก็เทศกาลยูลแล้ว มันคงเป็นไปได้ยาก แต่ฉันก็หวังให้เธอได้ปลดปล่อยตัวและอารมณ์ไปตามเทศกาล ยินยอมที่จะให้ตัวเองมีความสุข — เพราะนั่นคือความหมายของคำว่างานเทศกาล”


แฮร์รี่ขยับสายตาไปมองตรงหน้าต่างบานใหญ่ของห้องพักศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์ มันมีถุงเท้าและหมวกสีแดงห้อยแขวนอยู่ น่าจะเป็นผลงานของเอลฟ์ประจำบ้าน และเหมือนพวกมันจะเข้าใจในเรื่องบางอย่างได้ดีกว่าพ่อมดที่อวดอ้างว่าตัวเองทรงปัญญาเสียอีก


แฮร์รี่หวนนึกถึงอัลบัสในโลกของเขา ในช่วงเวลาที่พวกเขาสนทนากันในห้องๆนี้ มีเขาแฮร์รี่ พอตเตอร์ที่ทำงานมือปราบมารและรูปภาพของอดีตศาสตราจารย์ผู้ทรงอำนาจแห่งฮอกวอตส์ อัลบัสเคยพูดอยู่ประโยคหนึ่ง เขาใช้เวลาชั่วครู่ในการระลึกและพึมพำมันออกมา


“ในช่วงเวลาที่เลวร้าย เราจะมองเห็นความสุขได้จากสิ่งเล็กๆที่อยู่ในกำมือของพวกเราเสมอ”


คำเอ่ยพวกนี้ก็เหมือนจะปลดโซ่ตรวนบางอย่างให้หลุดออกไปจากร่างกายของเขา


แฮร์รี่ขยับเผยอปาก รู้ว่าอัลบัสพยักหน้าให้เขา ดูสนับสนุนคำพูดของตัวเองที่ตัวเองไม่เคยกล่าวเอาไว้


อาจจะถูกอย่างที่อัลบัสว่า


และพอนึกถึงช่วงเวลาของความสุข ภาพของคนน่าตึงก็ลอยมาแปะใบหน้าเขาทันที ใบหน้าเขาขึ้นสีน้อยๆ อดลูบมือแปะใบหน้าตัวเองไม่ได้


เขาพอจะรู้แล้วว่าเขาจะทำอะไรในวันคริสมาสต์ดี



__________________________________________



“ศาสตราจารย์พอตเตอร์คะ แล้วเจอกันหลังวันหยุดค่ะ!”


“ศาสตราจารย์ครับ สุขสันต์เทศกาลยูลล่วงหน้าครับ”


“บ๊ายบายค่ะ ศาสตราจารย์”


“ศาสตราจารย์พอตเตอร์ ขอให้มีความสุขในวันหยุดค่ะ แล้วเจอกันค่ะ”


แฮร์รี่ส่งพวกนักเรียนที่รถไฟ ฉีกยิ้มกริ่มให้นักเรียนหลายคนที่โบกมือกับเขา ข้างๆเขาคือศาสตราจารย์มักกอนนากัลที่หน้าถมึงดูขัดบรรยากาศคิดถึงบ้านของเด็กๆ เขาเห็นเด็กบางคนเอ่ยลาเขาแล้วเดินขึ้นรถไฟ หันไปซุบซิบบางอย่างกับเพื่อนตัวเองพร้อมเสียงหัวเราะคิกคัก หนึ่งในนั้นเหลือบมองมาทางเขาที่ยืนคู่กับศาสตราจารย์มักกอนนากัลพลางคุยกัน


แฮร์รี่เหลือบมองศาสตราจารย์มักกอนนากัลที่ไม่เอ่ยอะไรสักคำทั้งๆที่รู้ตัวว่าถูกนินทาบางอย่างเข้า ใบหน้ายังคงตึงตามปกติ ริมฝีปากเขาเผลอขยับขึ้นอีกนิด


ชีวิตวัยเรียนนี่มันดีชะมัด!


ชานชะลาอยู่ด้านนอกฮอกวอตส์ อากาศค่อนข้างหนาวแต่เขาสวมชุดแค่ตัวเดียว ไม่ลืมที่จะเอ่ยร่ายคาถา ‘เทมพลาเลนเต้’ ก่อนออกมาข้างนอกทุกครั้งให้ร่างกายอบอุ่น


มันเป็นคาถาที่ดี


แฮร์รี่รู้สึกว่าตัวเองเริ่มคุ้นชินกับไม้กายสิทธิ์ไม้ไพน์แล้วก็ตอนที่เขาร่ายคาถาทำให้ร่างกายอบอุ่นโดยไม่ต้องเอ่ยร่ายได้นี่แหละ เขาเริ่มจะชอบไม้กายสิทธิ์ด้ามใหม่นี้พอๆกับไม้ฮอลลี่ด้วยซ้ำ รู้สึกประทับใจมันมากเป็นพิเศษทุกครั้งเมื่อต้องใช้เวทย์มนต์โดยไม่เอ่ยคำร่าย


เสียงหวูดจากรถไฟดังพร้อมๆกับขบวนโบกี้จากฮอกวอตส์ที่เคลื่อนตัว มองภาพรถไฟที่ค่อยๆห่างออกไปไกล เคลื่อนตัดหุบเขาที่หิมะปกคลุมไปในม่านหมอกจนเห็นเหลือแค่เงา พวกนักเรียนจำนวนมากที่มายืนส่งเพื่อนตัวเองเริ่มกระจายตัวจับกลุ่มคุยกันและแยกย้ายกันกลับเข้าไปในปราสาท ในจังหวะเดียวกัน ก้อนหิมะนุ่มก็พัดเข้ามาจากฟากฟ้าจนภาพตรงหน้าขาวฟุ้ง แฮร์รี่เงยหน้าหายใจออก กลุ่มควันสีขาวก็โพยพุ่งออกมาจากปาก หิมะตกหนักจนทั่วพื้นของฮอกวอตส์ปกคลุมไปด้วยหิมะนุ่มเย็นตั้งแต่สี่วันก่อน


เขาสวมรองเท้าหนาเช่นเดียวกับหลายๆคนเพื่อเดินลุยหิมะ เด็กนักเรียนส่วนหนึ่งเตรียมที่ทางสำหรับเล่นปาหิมะ บางคนเริ่มก่อตุ๊กตาหิมะแล้ว แฮร์รี่มองผ่านพวกนักเรียนที่สวมชุดกันหนาเทอะทะ สวมถุงมือและหมวกหลากสีสัน เขาเดินผ่านเส้นทางเดินที่ยังพอมีเหลืออยู่ มุ่งหน้าตรงกลับไปยังปราสาท


เสียงนาฬิกาในห้องโถงดัง พวกผีเดินผ่านและพูดคุยเกี่ยวกับงานคริสมาสต์กันอย่างรื่นเริง เขาเห็นนิกหัวขาดถือไฟประดับกลมหลากสีพันคอบาทหลวงอ้วนและทำให้มันส่งแสงสีแดงสลับทอง พวกผีพูดคุยด้วยเสียงหัวเราะก่อนพุ่งตัวหายไปในผนังหลังจากที่พีฟส์โผล่เข้าไป ถัดไปหน่อยถึงเห็นนักเรียนถือโคมไฟอุ่นหลากสีเดินสวนทางมา บางคนยิ้มและโบกมือให้เขา


แฮร์รี่เดินลงบันไดที่เคลื่อนตัวเอง ตรงลงไปยังชั้นใต้ดิน ระหว่างทางมีต้นคริสมาสต์ รูปภาพประดับระหว่างชั้นเอาหมวกคริสมาสต์มาสวมใส่ เขาเห็นรูปภาพพ่อมดชราจอมรื่นเริงสวมใส่เครายาวและแว่นตาอย่างอัลบัส ยื่นกล่องของขวัญให้รูปภาพแม่มดจอมเชิดที่กำลังปีนบันไดแขวนช่อมิสเซิลโทในรูปภาพตัวเอง เมื่อเจ้าหล่อนเห็นพ่อมดจอมรื่นเริงยื่งของขวัญให้ก็เชิดหน้าหนีและหายจากไปจากกรอบรูปจนพ่อมดจอมรื่นเริงยิ้มค้าง


แฮร์รี่เดินผ่านจุดจัดตกแต่ง — ที่นี่ ปีนี้ ฮอกวอตส์จัดตกแต่งเทศกาลยูลยิ่งใหญ่กว่าทุกปีที่เขาเคยเห็น คงเพราะมันเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขอันหาได้น้อยนิด เป็นเวลาที่ทุกคนจะสามารถยิ้มและหัวเราะร่วมกันได้ ทุกคนคล้ายลืมเรื่องสงครามไปชั่วคราว แฮร์รี่รู้สึกตื่นตาใจกับมันจนกระทั่งเดินลงถึงชั้นใต้ดินที่การจัดแต่งประดับลดลงตามความลึกจากผิวดินไปเรื่อยๆ บริเวณคุกใต้ดิน มันไม่มีอะไรเปลี่ยนไปจากวันธรรมดาเลยสักนิด


แฮร์รี่เปิดประตูคุกใต้ดิน เขาเข้าห้องทำงานที่คุ้นเคยก็มองรอบๆ ขยับยิ้มเจื่อนขึ้นมาเมื่อไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงใดๆในห้อง ไม่รู้ว่าพวกเอลฟ์ประจำบ้านลืมตกแต่งคุกใต้ดินนี้ ถูกสั่งห้าม หรือเจ้าของห้องโยนมันทิ้งไปหมดกันแน่


ก็ไม่ผิดคาดจากที่คิดเท่าไหร่


เขาคงจินตนาการถึงไฟสีสันและต้นคริสมาสต์ในห้องของเซเวอร์รัสไม่ออก แฮร์รี่เดินตรงไปจุดเตาผิงให้ห้องได้อบอุ่นขึ้นมาสักนิดขณะเดินไปที่เซเวอร์รัสที่มองมาทางเขาขณะตรวจงาน


บางทีเขาก็ไม่เข้าใจตรรกกะการให้การบ้านของเซเวอร์รัสที่ให้เยอะเสียเหลือเกิน แถมยังตรวจละเอียดยิบเพื่อหักคะแนนอีก ให้เขาเดา ปิดเทศกาลยูลก็คงให้การบ้านเด็กไปอีกเป็นปึก แฮร์รี่ตัดสินใจไม่ให้การบ้านแม้แต่ครึ่งหน้ากระดาษเพราะเด็กสาวจากฮัฟเฟิลพัฟรายหนึ่งคาบเรื่องนี้มาบอกเขา


“นี่คุณจะอยู่ในห้องนี้ทั้งวันจริงๆเหรอ?”


อดทักขึ้นมาไม่ได้ จริงๆก็ใช่ว่ามันน่าเบื่อ การได้พูดคุยกับเซเวอร์รัสเองก็ถือเป็นเรื่องดีๆเรื่องหนึ่ง แต่พวกศาสตราจารย์คนอื่นๆจับกลุ่มกันไปหาอะไรดื่มที่ร้านไม้กวาดสามอันตั้งแต่พวกนักเรียนกลับบ้านไป และเขาอยากแวะไปซื้อของขวัญที่ยังไม่ได้ซื้อให้ครบด้วย


แต่เซเวอร์รัสไม่แยแสกับเทศกาลสักนิด เสียงพลิกกระดาษดังก่อนเจ้าตัวจะเอ่ยตอบโดยไม่เงยหน้า


“ฉันรู้ว่ามันน่าเบื่อ แฮร์รี่ ทำไมเธอไม่ออกไปเที่ยวกับศาสตราจารย์คนอื่นๆหรือกับพวกนักเรียนที่พยายามชวนเธอหลายต่อหลายครั้ง?”


เพราะอยากไปกับใครบางคนมากกว่า


แฮร์รี่ส่งเสียงหืมในคอ ไม่นึกว่าเซเวอร์รัสจะเห็นฉากที่มีพวกนักเรียนบ้านกริฟฟินดอร์ชวนเขาออกไปข้างนอก เขานั่งลงที่เก้าอี้ข้างโต๊ะทำงาน มองดูเซเวอร์รัสและเอ่ยตอบ


“ผมปฏิเสธพวกเขาไปหมดแล้ว”


เขารู้ว่ามันทำให้เซเวอร์รัสหยุดมือและมองเขาที่เขาด้วยสายตาแปลกใจแม้สีหน้าจะไม่เปลี่ยนก็ตาม แฮร์รี่หลุดหัวเราะและเอ่ยตอบโกหกอย่างลื่นไหล แต่ลูกตาเสหลบเพื่อกลบเกลื่อน


“—ก็ถ้าให้ไปกับพวกเขา เขาก็เห็นของขวัญที่ผมซื้อหมดน่ะสิ”


เซเวอร์รัสมองเขามาด้วยสายตาพิจารณาก่อนที่จะก้มลงตรวจงานที่เหมือนจะล้นมือตัวเองต่อ แฮร์รี่อดที่จะขมวดคิ้วไม่ได้ ถึงปกติเซเวอร์รัสจะยุ่งกับงาน แต่ก็ใช่ว่าจะยุ่งขนาดนี้ แถมพอมองวันที่ส่งมา มันก็ตั้งนานแล้ว เขาหยิบกระดาษม้วนยาวสองฟุตขึ้นมาไล่สายตาอ่าน


“นี่ก่อนหน้านี้คุณไม่ได้ตรวจงานพวกนี้ไปแล้วเหรอครับ?”


“พวกกริฟฟินดอร์โง่เง่าจนฉันต้องแก้ให้หลายจุดเกินไป”


เซเวอร์รัสเอ่ยไร้อารมณ์ ยื่นม้วนกระดาษของเด็กปีหนึ่งผู้น่าสงสารที่ถูกวงกลมสีแดงถี่ๆบนแผ่นกระดาษจนแฮร์รี่ที่รับมาดูต้องกลืนน้ำลาย ท้วงงึมงำขึ้นมาเบาๆในฐานะอดีตเด็กกริฟฟินดอร์


“แล้วทำไมถึงเป็นแค่กริฟฟินดอร์เล่า—“


เพราะพ่อเขารึไง?


เขารู้ว่าเซเวอร์รัสได้ยินเพราะใบหน้านั้นดูทมึนขึ้นมา อาจารย์ปรุงยาพูดกับเขาน้อยลงเมื่อต้องตรวจงาน แฮร์รี่คิดว่าเขาควรเลิกรบกวนอีกฝ่ายเสียที เขาเอ่ยประโยคสุดท้าย เลียริมฝีปากตัวเองเล็กน้อย


“ผมไม่กวนคุณแล้วก็ได้ — งั้นถ้าคุณเคลียร์งานเสร็จหมดแล้ว เราไปเที่ยวกันไหมครับ?”


มันน่าจะไม่สำเร็จในครั้งแรก แฮร์รี่เตรียมแผนสำรองอีกเกือบห้าวิธีไว้ตั้งแต่ก่อนมา เขาเชื่อว่าการลากค้างคาวออกมาจากถ้ำน่าจะค่อนข้างยาก

เขาพยายามเลี่ยงสายตาเมื่อเซเวอร์รัสเหลือบมองเขาเล็กน้อยด้วยใบหน้าที่กลับมามีความรู้สึกเหมือนมนุษย์มนาปกติ


และเสียงทุ้มต่ำก็ดังทันทีคล้ายยังไม่ผ่านการกลั่นกรอง


“ก็เอาสิ”

___________________



หนึ่งวันก่อนคริสมาสต์อีฟ แฮร์รี่ได้รับจดหมายจากคุณไทบีเรียสบอกเล่าสถานการณ์ปัจจุบันของกระทรวง เพิ่ม ปล. ลงท้ายที่น่าเป็นห่วงคือข้อความสั้นๆที่บอกว่า เซดริกล้มป่วยเข้าเซนต์มังโก — แฮร์รี่ยิ้มเจื่อนตอนได้รู้เรื่องนี้และตัดสินใจไปเยี่ยมอีกฝ่ายทันทีหลังมื้อเช้า


เขาเดินเข้าไปสอบถามชื่อของเซดริกจากผู้บำบัดในเซนต์มังโก ไม่นานก็เจอห้องที่อีกฝ่ายเข้าพัก เหลือบดูชื่อหน้าประตูให้แน่ใจว่าเขามาถูกห้องก่อนเดินเข้าไป มองห้องโปร่งสีขาว บนโต๊ะเต็มไปด้วยของเยี่ยมในขณะที่คนป่วยนอนอ่านหนังสือบนเตียงอย่างสงบสุข อีกฝ่ายมองมาตอนที่เขาเปิดประตู แฮร์รี่เอ่ยทักก่อน


“สาบานได้เลยว่านายเป็นพ่อมดคนแรกที่ฉันเห็นว่าต้องเข้าโรงพยาบาลเพราะไข้หวัด”


แฮร์รี่เอ่ยยิ้มหยอกล้อ เซดริกหัวเราะจนตาหยีหลังฟังคำกล่าวของเขา เอ่ยตอบกลับมาพร้อมชี้นิ้วไปที่โต๊ะที่เต็มไปด้วยของฝาก


“ร่างกายประท้วงขอวันหยุดน่ะ สวัสดีแฮร์รี่ ถ้ามีของเยี่ยมละก็วางไว้ตรงนั้นแล้วกัน”


แฮร์รี่เหลือบตามองกองของเยี่ยมที่วางเรียงกันจนสูงเท่าหัวเขาก็กรอกตา ไม่ใช่ว่าวันก่อนเจ้าตัวบอกเขาว่าตัวเองไม่น่าจะป็อบเท่าที่ฮอกวอตส์เพราะเริ่มบ้างานรึไง?


“นายมันจอมหลอกลวง”


แฮร์รี่พึมพำก่อนจะเดินตรงไปข้างคนป่วย หยิบของที่ตัวเองเอามาเยี่ยมวางลงข้างเตียง กระทำขัดกับสิ่งที่เจ้าของห้องต้องการ


“ต้นคริสมาสต์?”


เซดริกทัก แฮร์รี่ยักไหล่ วางกระถางต้นไม้ขนาดกำลังน่ารักที่มีใบหยักขนาดใหญ่สีแดงที่ยังเปลี่ยนสีจากสีเขียวมาไม่หมด


ต้นคริสมาสต์หรือต้นพอยน์เซตเทียเป็นต้นไม้ที่ใบเปลี่ยนสีได้ตอนฤดูหนาวและยังมีความหมายสื่อว่าเป็นกำลังใจให้อีกด้วย — เหมาะกับคนที่ป่วยตอนนี้ดีที่สุด และถือเป็นการฉลองคริสมาสต์ไปในตัวด้วย


“นายออกจากโรงพยาบาลวันไหน?”


“วันคริสมาสต์พอดี”


แฮร์รี่มองอย่างเหลือเชื่อ — เขาเพิ่งรู้ว่าไข้หวัดสามารถทำร้ายพ่อมดได้ขนาดนี้ สุดท้ายเลยได้เอ่ยแค่สั้นๆขณะจับใบต้นไม้เยี่ยมเล่นหลังนั่งลงข้างเตียง


“น่าเสียดายที่ต้องพลาดงานฉลองคริสมาสต์”


เซดริกส่ายหน้าคล้ายกำลังขำเขา มองมายิ้มๆก่อนจะตอบ


“ไม่เห็นเป็นไร งานคริสมาสต์มันเทศกาลครอบครัว ถึงได้วันหยุด กลับบ้านไปก็ไม่มีใครอยู่อยู่แล้ว ได้นอนอยู่ที่เซนต์มังโกให้เพื่อนมาเยี่ยมก็ไม่เลวหรอกนะ”


แฮร์รี่เลิกคิ้ว เขาเพิ่งนึกได้ว่าคุณไทบีเรียสเคยบอกเขาก่อนหน้านี้ว่าพ่อของเซดริกเสียไปแล้ว และเขากำลังเสียใจที่พูดเรื่องนี้ออกมา แต่ไม่ทันที่เขาจะขอโทษเซดริกก็เอ่ยออกมาก่อน น่าจะเพราะเห็นท่าทีกระอักกระอ่วนของเขา


“เฮ้ มันโอเค — จริงๆนะ”


ในน้ำเสียงไม่มีความขุ่นเคือง แฮร์รี่รู้ตัวว่าเขารู้สึกไม่สบายใจ เซดริกมองเขาและเอ่ยเล่าออกมาก่อนอย่างเป็นมิตร


“พ่อฉันเสียไปราวๆสองปีก่อน แม่ฉันก็เสียไปหลังจากนั้นในครึ่งปีถัดมาด้วยโรคฝีมังกร บางครั้งเราก็ห้ามมันไม่ได้รู้ไหม พ่อฉันจากไปพร้อมๆกับพาความภาคภูมิใจของเขาไปด้วย ฉันไม่ปฏิเสธหรอกนะว่ามันเคยเป็นช่วงเวลาที่ยากเมื่อรู้ว่าพ่อไม่อยู่แล้ว หรืออย่างตอนที่แม่เข้าเซนต์มังโก ฉันนั่งอยู่ข้างแม่ของฉันก่อนที่ลมหายใจของเธอจะหยุดลง และเธอบอกว่าสิ่งเดียวที่เธอต้องการคือให้ฉันมีชีวิตต่อไปอย่างเข้มแข็ง”


เซดริกเงียบชั่วครู่ แฮร์รี่เพิ่งค้นพบว่าอีกฝ่ายเปลี่ยนไปจากเซดริกวัยสิบเจ็ดที่เขาเคยรู้จักก็ตอนนี้ เซดริกมองเขาและเอ่ยต่อมาเป็นคำถาม


“และเข้มแข็งหมายถึงอะไรนายรู้ไหม?—”


ถึงจะพูดประโยคคำถามแต่กลับไม่ได้ใช้เสียงสูง แฮร์รี่มองเซดริกที่เอื้อมมือมาข้างต้นไม้เยี่ยมของเขา อดีตชายบ้านฮัฟเฟิลพัฟที่หน้าตาดีที่สุดในฮอกวอตส์หยิบแก้วสองใบที่คว่ำอยู่ให้หงายขึ้นมาและหยิบขวดน้ำขึ้นมาเทใส่แก้วทีละใบโดยที่เทใส่แก้วทั้งคู่ไม่เท่ากัน ใบแรกเซดริกเทจนเกือบเต็ม ในขณะที่อีกใบ เจ้าตัวเทไปแค่ครึ่งแก้ว


เซดริกหยิบแก้วทั้งสองใบขึ้นมาเทียบให้เขาดูว่ามันมีปริมาณไม่เท่ากัน


“มันหมายถึงว่า ในขณะที่ทุกคนกำลังถือแก้วที่มีน้ำอยู่คนละใบ แต่ละคนมีมากน้อยแตกต่างกันไป หากน้ำมันยังเต็ม ทุกคนก็ยังคงมีความสุข — พวกเราเดินถือน้ำไปตามเส้นทางของตัวเอง ระหว่างทาง คนๆหนึ่งเกิดทำน้ำหก”


เซดริกเทน้ำจากแก้วที่มีน้ำเกือบเต็มลงกระถางต้นคริสมาสต์จนมันเหลือแค่ครึ่งแก้วเท่ากับอีกใบ


แฮร์รี่ยอมรับว่าการเล่าเรื่องของเซดริกน่าสนใจ เขามองน้ำที่หกไปในกระถางด้วยความรู้สึกโหวงอย่างแปลกประหลาด เซดริกวางแก้วทั้งสองลงบนโต๊ะข้างเตียง เห็นได้ชัดว่าแก้วทั้งสองใบมันเหลือเท่ากัน


“—และตอนนี้ มีคนหนึ่งไม่มีความสุขแล้ว นั่นเพราะเขาจ้องมองไปที่น้ำที่หกไปด้วยความเสียดาย ด้วยความหดหู่และเศร้าโศกเนื่องจากเขาไม่สามารถเอามันกลับคืนลงแก้วได้” เซดริกเอ่ยชัดเจนก่อนที่จะลูบข้างแก้วและส่ายหน้า “ตามจริงมันเป็นเรื่องปกติที่ทุกคนจะเป็นแบบนั้น แต่เมื่อไหร่ที่เขาหยุดเดินเพราะยังจ้องมองน้ำที่หกไปไม่เลิกนั่นหมายถึงเขาอ่อนแอ”


คนผมยุ่งนั่งทบทวนคำพูดคนป่วยช้าๆ เซดริกยกแก้วที่น้ำหกไป ประคองแก้วไว้ด้วยสองมือแทนที่จะจับด้วยมือเดียวอย่างตอนแรก เซดริกยกยิ้มให้เขา


“ดังนั้นแล้วเข็มแข็งหมายถึงอะไร? สำหรับฉันนะ แฮร์รี่ เข้มแข็งมันหมายถึงว่า เราเลือกที่จะหยุดมองน้ำที่หก ประคองน้ำที่ยังมีอยู่ในแก้วให้เหนียวแน่น และเดินไปยังทางที่เราเดินมาเสมอ มันดีกว่าเยอะเลยล่ะที่จะมองในสิ่งที่ตัวเองมีด้วยความสุขแทนที่จะมองในสิ่งที่ตัวเองสูญเสียและจมอยู่กับความทุกข์”


แฮร์รี่มองน้ำที่ไหลหายไปจนหมด หันกลับมามองแก้วสองใบที่วางคู่กัน พอละสายตาและกลับมามองอีกที ตอนนี้เขาไม่แน่ใจแล้วว่าใบไหนคือแก้วที่มีน้ำครึ่งแก้ว ใบไหนที่น้ำหกไปจนเหลือครึ่งแก้ว


เกิดความเงียบชั่วครู่ระหว่างพวกเขาก่อนที่ความเงียบจะหายไปด้วยเสียงไอค่อกแค่กของเซดริกที่หน้าดำหน้าแดงรีบดื่มน้ำจากแก้วทีละใบ แฮร์รี่มองคนที่เหมือนไข้จะตีกลับมาอย่างนึกขำ ท่าทางดูดีทั้งหมดหายวับไป เล่นมาตายเอาตอนท้ายที่สุดนี่แหละ หลังดื่มน้ำทั้งหมดไปรวดเดียวเซดริกมองมาทางเขา และเขามองตอบก่อนที่พวกเขาจะเผลอหลุดหัวเราะพร้อมกันอย่างไร้เหตุผล


“รู้ไหม เซดริก ตอนนี้ฉันกำลังสงสัยว่าทำไมนายถึงยังไม่คบใครสักคน” แฮร์รี่เอ่ยหยอกล้อ มองดูคนที่เหมือนจะไม่ได้ดังด้วยเหตุผลแค่ว่าหน้าตาดีอย่างเดียว เพราะไม่ว่าจะเป็นการมองโลกในแง่ดีอย่างหาได้ยากหรือการพูดที่น่าสนใจล้วนเป็นเสน่ห์ของคนตรงหน้า เซดริกหยุดหัวเราะและยิ้มแห้งๆ


“ช่วยไม่ได้ ตั้งแต่ที่ฉันเป็นพยานผู้เห็นฝรั่งเศสกับไอซ์แลนด์จับมือกับอังกฤษ หัวหน้าก็ไม่ยอมให้ฉันได้วันหยุดอีกเลย ฉันไม่ได้โกหกหรอกนะตอนที่บอกคนอื่นๆไปว่าฉันไม่ว่างน่ะ”


แฮร์รี่หลุดหัวเราะเมื่อได้เห็นใบหน้ามุ่ยๆของเซดริกที่มองมา คนป่วยหันมาถามเรื่องในฮอกวอตส์บ้าง ท่าทางเจ้าตัวจะคิดถึงอดีตโรงเรียนตัวเองน่าดู พอได้ยินว่าช่วงนี้ฮอกวอตส์ดูสงบสุขเซดริกก็เล่าให้เขาฟังว่าพวกผู้เสพความตายก็เหมือนจะหายไปจากกระทรวงเสียเฉยๆในช่วงนี้เหมือนกัน เพราะเจ้าตัวสืบแค่ไหนก็ไม่รู้สึกถึงความผิดปกติแม้แต่น้อย


แฮร์รี่คุยกับเซดริกอีกยาวนานจนกระทั่งเพื่อนสาวของเซดริกมาเยี่ยม แฮร์รี่พอได้ยินคำอธิบายมาว่าเธอเป็นเพื่อนตั้งแต่สมัยทั้งคู่เรียนที่ฮอกวอตส์โดยสาวเจ้าชื่อเคทเธอรีน เลอแมร์ แฮร์รี่โบกมือลาเซดริกและรีบกลับไปที่ฮอกวอตส์ พอออกมาก็ค้นพบว่าตัวเองเหมือนจะใช้เวลาคุยกับเพื่อนใหม่นานไปเสียหน่อย


แฮร์รี่คิดเรียงสิ่งที่ตัวเองควรทำต่อไปในหัวในขณะที่เดินไปบนพิ้นหิมะ ขยับไม้กายสิทธิ์จากไม้ไพน์ออกมาเป็นวงกลมจนเกิดแสงสีส้มพร้อมกับคำร่ายในใจและร่างกายที่ปลอดภัยต่ออากาศหนาวเย็น


‘เทมพลาเลนเต้’

_______________________


Talk:)


Poinsettia หรือต้นคริสมาสต์ (ไม่ใช่ต้นสนนะ) ในภาษาดอกไม้หมายถึง ‘เป็นกำลังใจให้’


เรื่องเซดริกพิณก็เคยคิดนะว่าคนที่หล่อจนผู้หญิงกรี๊ดเยอะๆแบบไม่ถูกเพื่อนหมั่นไส้มันจะต้องเป็นคนแบบไหน5555 สุดท้ายเลยออกมาแบบนี้นี่เอง

แล้วก็เรื่องน้ำในแก้วอันนี้จริงๆแล้วก็ไปฟังคนอื่นเขามาอีกทีนี่แหละ (แต่วิธีเล่าต่างไปหน่อย) 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 230 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,068 ความคิดเห็น

  1. #984 Jecelyn (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2563 / 18:12
    เซดดริกเปรียบเทียบดีมากอะเข้าใจง่าย เเล้วป๋าคือน่ารักกกยอมตกลงไปเที่ยวกับน้องด้วยอ่าา
    #984
    0
  2. #747 SummerAnn (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2563 / 19:51
    ชอบการที่เปรียบเทียบน้ำในแก้วกับความเข้มแข็งมากเลยค่ะ อ่านแล้วแอบน้ำตาซึมเลย
    #747
    0
  3. #682 •Glitter• (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2562 / 08:39

    เลิฟๆเซดริก

    #682
    0
  4. #677 jeebiest (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2562 / 02:57
    สนุกมากค่ะ​ รอต่ะไปปปป
    #677
    0
  5. #676 Patjungy (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2562 / 01:23

    รอนะคะ
    #676
    0
  6. #673 Mihr (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2562 / 21:51
    คุณเซดริกน่ารักกกกก
    #673
    0
  7. #671 King401 (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2562 / 15:36
    *จากที่แอบอ่านมารวดเดียวขอรวบยอดเม้นต์มาเม้นต์นี้นะคะ*
    ก่อนอื่นต้องบอกเลยว่าชอบภาษาเรื่องนี้มากๆๆๆๆๆ อ่านแล้วเลื่อนไหลไม่อยากหยุด รู้สึกซึมซับทุกความรู้สึกของทุกคนออกมาได้ลึกซึ้งมากๆ เราชอบมากๆตรงที่แฮรี่ได้เปิดใจกับ 'เพื่อน'ในมิติใหม่ และ'ครอบครัว'ที่จากมาในมิติเก่า ชอบกิมมิกภาษาดอกไม้ใที่สอดแทรกให้เห็นอยู่เรื่อยๆ ความคิดของเซเวอรัสที่เปิดใจให้กับแฮรี่มากขึ้นๆ และปมเล็กๆน้อยๆที่เราเก็บมาคิดไม่รู้ว่าคิดมากไปเองรึเปล่าแต่ตอนนี้มีหลายเรื่องมากๆ 1.ดัมเบิลดอร์เป็นฝ่ายสว่างหรือเปล่า 2.แฮรี่อยู่ฝ่ายเดียวกับทุกคนหรือไม่ 3.การทรยศของเซเวอรัส 4.ความสัมพันธ์ของเด็กๆ แอบเห็นคู่นึงแล้ว 5.เซเดอริกคนดีรึเปล่า? กับล่าสุดกำลังคิดอยู่ว่าต้องมีฝ่ายที่สามโผล่ออกมาอีกมั้ย??? ทั้งหมดนี้แค่อยากจะบอกคุณพิณว่าชอบฟิคเรื่องนี้มากๆ และเริ่มจะหลงรักทุกอย่างในฟิคเรื่องนี้แล้ว เป็นกำลังใจให้เขียนงานดีๆออกมาเรื่อยๆนะคะ
    #671
    0
  8. #670 GOTFAFA (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2562 / 12:04
    “ดิชั้นจะถือว่าพวกเขาไปเดทกันนะคะ”
    #670
    0
  9. #669 EngEnglish (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2562 / 03:45
    แค่สเนปพูดคำเดียว เรานี่ดิ้นไปกับพื้นแล้วืป๋าละมุนมากกกก
    #669
    0
  10. #668 Iด็กไม่รู้จัnโต (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2562 / 03:13
    ไม่รู้เป็นไร ขึ้นตอนใหหม่ชอบย้อนไปอ่านใหม่แต่ต้น มันไม่ได้นานจนลืมเนื้อเรื่องนะ แต่มันอินมากกว่า แล้วก็คิดถึงมากๆ ด้วย เป็นฟิคแฮร์รี่ที่ชอบสุดๆ เรื่องหนึ่งเลย หวังว่าไรท์จะไม่เทกันนะคะ ไม่ว่ากี่ปีเราก็จะตามจนกว่าจะจบแน่นอนค้ะ
    #668
    0
  11. #667 เหมียวขนฟู (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2562 / 02:13
    ชอบเรื่องน้ำ
    #667
    0
  12. #663 Feray080943 (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2562 / 23:34
    กำลังคิดเลย ว่าต้นคริสต์มาสเป็นไง พอเลื่อนลงมาเจอรูปพอดีเลย5555
    #663
    0
  13. #662 SerendipityIX (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2562 / 23:31

    ขอให้ไรท์มีความสุขมากๆในวันคริสต์มาสนะคะ
    #662
    0
  14. #661 skangphanich (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2562 / 23:11

    อ่านวนไปเรื่ิอยๆเลยค่ะ
    #661
    0
  15. #660 My3547TRSH (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2562 / 23:04
    โหวว เชื่อแล้วค่ะว่าข่วงปีใหม่จะมาถี่ๆ ไปยังไม่ทันได้คิดถึงเลยไรท์อัพอีกและ [คือดีใจนะคะ] สรุปมืออุ่นก็เพราะว่าป่วยนี่เอง คือนี่คิดไปและว่าโดนโวลดี้ควบคุมอะไรอย่างเง้5555 เราอยากให้สองคนตัวเอกได้อยู่ด้วยกันแบบเป็นเวลาเยอะๆนะ ดูแฮรี่จะคิดแต่ว่าตัวเองต้องตายแน่ๆ สงสารนุ้ง (คิดถึงเฟลิกซ์ค่ะ คิดถึงบ้านพอตเตอร์กับซีเรียสแบล็คด้วยย) (ปีใหม่ถ้าไรท์อยากพักก็พักนะคะ เรารอได้)
    #660
    0