Fic Harry Potter - Eternal War (SS/HP)

ตอนที่ 28 : Chapter 28 : Rebirth of Phoenix

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,395
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 301 ครั้ง
    11 พ.ย. 62

Chapter 28 Rebirth of Phoenix





ซิเรียสขบฟันหงุดหงิดขณะทิ้งตัวลงบนโซฟาหน้าเตาผิง


“ให้ตายสิ! ดัมเบิลดอร์คิดยังไงถึงมาทิ้งเรื่องใหญ่ให้พวกเราแล้วจากไปแบบนั้น! พักนี้ฉันไม่เข้าใจเขาเลย” พ่นลมหายใจพรูดก่อนจะสะดุ้งเมื่อเสียงที่ตอบกลับมาไม่ใช่เสียงของเพื่อนสนิทตัวเอง


“นั่นสินะ ทางกระทรวงเองก็เครียดมาพอแล้วแท้ๆ เขายังโยนเรื่องภาคีมาให้ฉันจัดการอีก”


หันไปหลังโซฟาถึงได้เห็นว่าคนที่เดินมาไม่ใช่แค่เจมส์ แต่ยังรวมไปถึงรีมัส ญาติคนโปรดของเขาอย่างท็องก์ มู้ดดี้ที่ย่ำเท้าหนักๆมา บิลกับอาร์เธอร์ วิสลีย์ยกยิ้มหนักใจมาให้ และคนที่เอ่ยออกมาอย่างคิงส์ลีย์ ชักเคิลโบนส์


สายตาทุกคนมองกันอย่างหวาดระแวง แต่แล้วทุกอย่างก็ถูกขัดโดยรีมัสที่ยกยิ้มร่าเริงและเอ่ยออกมา


“ที่เรารวมตัวกับก็เพราะเรื่องนี้น่ะ” มนุษย์หมาป่าผมสีทรายหยิบขวดไฟวิสกี้ ลดผ้าคลุมลงให้ทุกคนเห็น กวาดสายตามองรอบๆด้วยดวงตาเข้าใจ “หลังจากเรื่องเครียดๆ ผ่อนคลายบ้างก็ไม่เลวหรอกนะ”


ตั้งแต่ที่รีมัสคบกับท็องก์อย่างเป็นทางการ ซิเรียสรู้สึกเหมือนเขาเห็นเพื่อนตัวเองกลับไปเป็นเหมือนตอนอยู่ฮอกวอตส์ และไม่ทันที่เขาจะเอ่ยแย้งอะไร เจมส์ก็ทิ้งตัวนั่งลงเก้าอี้ข้างเขาทันที กอดอก มีรอยยิ้มมั่นใจและอวดดี


“ไม่เลวนี่ รีมมี่ ถือซะว่าเป็นการฉลองที่นายหายดีจากแผลครั้งล่าสุดไปด้วย”


และพอเจมส์นั่งลง คนอื่นๆก็ค่อยๆทยอยกันนั่งลงบนโซฟาล้อมรอบ


“ขอบคุณคฤหาสน์กริมโมลด์เพรซที่มีโซฟามาพอสำหรับเราทุกคน เชียร์!”


ท็องก์เอ่ยด้วยน้ำเสียงสดใสดึงความรู้สึกสับสนในใจของทุกคนให้ผ่อนคลายลง เธอเป็นคนเริ่มเปิดขวดแอลกอฮอร์ และหันมาเอ่ยเสียงหวานกับเขาพร้อมเส้นผมที่กลายเป็นสีแดงประกายอร่าม “ซิเรียสที่รัก เธอช่วยบอกให้ครีเชอร์ไปเอาแก้วมาให้พวกเราสักหน่อยสิ”


เขารู้ว่านี่คงเป็นแผนของรีมัสและท็องก์ เจ้าของคฤหาสน์ในนามกระตุกยิ้ม


“พูดอย่างกับมันฟังฉันงั้นแหละ”


“งั้นผมไปเอาให้เองก็ได้”


บิลเอ่ยบอกก่อนจะเดินหายแว๊บไปเอาแก้วน้ำและกลับมาพร้อมๆกับเพอร์ซี่ วิสลีย์ที่กอดอกและเอ่ยว่าคนที่แก่กว่าตัวเองผู้นั่งรอบโต๊ะ


“นี่! พวกคุณ แทนที่จะเอาเวลามาทำอะไรแบบนี้ สู้เอาเวลามาคิดเรื่องสปายไม่ดีกว่ารึไง คำพูดของดัมเบิลดอร์บอกว่ามีคนแบบสเนปเพิ่มอีกคนในภาคีเชียวนะ! คนแบบที่พวกเราไม่รู้ว่าเขายืนอยู่ฝั่งไหนกันแน่ และเขาอาจจะอยู่ในภาคีมา— อุ๊บ— พ่อ! “


“พอๆ แกก็มานั่งดื่มด้วยกันสิ”


อาเธอร์ปิดปากดึงตัวเพอร์ซี่ลงนั่งข้างๆที่นั่งตัวเองและเริ่มเถียงกับลูกชายตัวเองกันไปมา รีมัสมองนิดเดียวก็ยิ้มและเริ่มเทไฟวิสกี้ร่วมกับท็องก์ให้พวกเขาแต่ละคน ทั้งยังดูเหมือนเป็นการมอมเหล้าเสียมากกว่า


และหลังจากนั้น ซิเรียสก็ไม่มั่นใจว่ามันเกิดอะไรขึ้น ทุกคนเมา — ไม่เว้นแม้แต่อลาสเตอร์ มู้ดดี้ที่พอเมาแล้วก็เอ่ยสวดด่าดัมเบิลดอร์อย่างไร้ความปรานี ทั้งทุบโต๊ะและกระทืบเท้าแต่มันเหมือนจะถูกใจหลายๆคน เสียงด่ากันดังขึ้น คนที่คุมสติได้อยู่เหมือนจะมีไม่กี่คน


เขาที่รู้สึกตัวเองกำลังกรึ่มๆได้ที่หันไปมองข้างๆ เจมส์ที่มักจริงจังในวันนี้กลับดูเหมือนเพื่อนชายของเขาสมัยก่อนที่เจ้าตัวจะเสียลูกชายไป คล้ายกับว่าความสุขกลับมาอยู่ชั่วครู่ แต่ไม่ใช่เพราะอีกฝ่ายเมา เจมส์แทบไม่ได้ดื่มเลยด้วยซ้ำ น้ำในแก้วยังไม่ลดลงไปเลยหลังจากหมดแก้วแรก


ซิเรียสหันไปกอดคอเพื่อนสนิทตัวเอง


“อาราย นายพอแล้วงั้นรึ จิมมี่ เขาแหลมของพวกเรา”


“พอแล้วสิ ขืนฉันเมาค้าง ลิลี่คงได้ด่าฉันยับแน่”


หันมากอดอกเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจังแม้ว่าดวงตาสีเฮเซลจะมีประกายความขบขัน


เขายังคงเอ่ยหยอกล้ออีกฝ่ายก่อนที่เพอร์ซี่จะยืนขึ้นกระทืบเท้ายกนิ้วชี้มาทางพวกเขาคล้ายจะหาเรื่อง


“เขาไม่สนใจพวกเราเลย เขาต้องหมดหวังแล้วแน่ๆ ทิ้งภาคีแบบนี้ สปายเหรอ มีแต่จะสร้างความแตกแยกให้พวกเราไม่ใช่รึไง ดัมเบิลดอร์เปลี่ยนไปแล้ว! คุณคิดเหมือนกันไหมครับคุณพอตเตอร์”


เด็กเพอร์ซี่กำลังเมาได้ที่ ซิเรียสคิดว่าที่เจ้าตัวบ่นพวกเขาก่อนหน้าเป็นเพราะตัวเองคออ่อนรึเปล่า และเจมส์ก็กระตุกยิ้มอันตรายใส่คนที่ชี้นิ้วเข้าหาตัวเอง ทุบโต๊ะด้วยสองมือดัง ‘ปัง’ เรียกความสนใจทุกคนและยืนขึ้น


“เปลี่ยนไปเหรอ? บ้าน่า! บอกตามตรง ฉันว่าเขาแค่กลับไปเป็นดัมเบิลดอร์ที่ฉันรู้จัก” เจมส์มีประกายในดวงตาชนิดที่ว่าทำเอาเขาแทบสร่าง เหมือนไม่ได้เห็นใบหน้าของเพื่อนสนิทแบบนี้มานานแล้ว น้ำเสียงที่เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจอย่างตอนวางแผนแกล้งใครสักคนสมัยเรียนฮอกวอตส์ มันทำให้เขามั่นใจว่าแผนดังกล่าวสำเร็จตามที่เพื่อนคนนี้เชื่อ


“ฉันไม่หมดหวังในสงครามหรอก พวกนายเห็นประกายในดวงตาของดัมเบิลดอร์รึเปล่าล่ะ บอกตามตรง ฉันไม่เห็นมานานมากแล้ว ใช่เลย! —แล้วก็ใบหน้าแบบนั้นนั่นแหละ—“ ทุกคนเงียบกริบคล้ายเสียงของเจมส์กระแทกในโสตประสาท พวกเขาหยุดเถียงเรื่องดัมเบิลดอร์และมองเจมส์ด้วยสภาพเมาเละเทะ ในความเป็นจริง คงฟังไม่ได้ศัพท์นัก


แต่เสียงของเจมส์ในคืนนี้กลับไม่สามารถหลุดไปจากหัวของเขาได้ตลอดกาล


ซิเรียสรู้สึกว่าตัวเองจะได้เพื่อนตัวกวนกลับมาในเร็ววันแน่


“คือใบหน้าของผู้ที่ชนะในท้ายที่สุดล่ะ!”


เจมส์จับแก้วไฟวิสกี้ขึ้นสูงก่อนจะยิ้มร้ายกาจ


“เชียร์!”


_________________________________



เฟลิกซ์นั่งบนเตียงนอน เปิดอ่านหนังสือที่ได้มาจากโนอาร์ ช่วงนี้ยังสายๆ ไม่ค่อยมีใครเข้ามาห้องนอน ดังนั้นเขาถึงเปิดแผนที่ตัวกวนออกมาพลาง อ่านหนังสือไปพลาง


หนังสือเรื่องศาสตร์มืดทำให้เขาเข้าใจว่าทำไมหลายๆคนถึงโหยหามันนัก มันเป็นศาสตร์ที่ทำให้สิ่งเพ้อฝันกลายเป็นจริง ไม่ว่าจะเป็นชีวิตนิรันดร์ ความเยาว์วัย ขุมความรู้อันยิ่งใหญ่ อำนาจมหาศาล มันไม่แปลกเลย ที่คนที่รู้สึกว่าตนอ่อนแอจะเลือกเดินเส้นทางนี้


เขาเหลือบมองแผนที่ตัวกวนเป็นระยะเผื่อว่าใครจะเข้าใกล้ห้องนอน แต่ในตอนที่เหลือบตามองแผนที่หลังอ่านหนังสือไปได้หนึ่งในสามของเล่มเขาก็เผลอหยุดสายตาที่ในห้องน้ำชายชั้นเจ็ด


ชื่อที่ยืนอยู่คู่กันโดดเด่นเป็นสง่า


สกาเล็ต โกลด์สตีนและอลัน ริเวอร์บลู


เฟลิกซ์วางหนังสือลงจากมือหันมาคว้าแผนที่


แปลกที่ทั้งคู่มีเรื่องกันบ่อยขนาดนี้ อลันเคยบอกว่าสกาเล็ตคือผู้หญิงประเภทที่ตัวเองไม่ชอบและไม่สนใจ ถึงแบบนั้น ปกติทั้งคู่ก็ไม่เคยมีเรื่องกันมาก่อน


เขาขมวดคิ้วมองหน้าในห้องน้ำได้ไม่นาน ก็มีชื่อๆหนึ่งผ่านหน้าห้องน้ำไป


‘จินนี่ วิสลีย์’


เขามองไล่ตามชื่อจินนี่อย่างสงสัย มันจะไม่แปลกเลยถ้าชื่อจินนี่ไม่ได้เดินมาคู่กับแอสโตเรีย กรีนกราส เด็กสาวจากบ้านสลิธีรินที่อายุมากกว่าเขาหนึ่งปี


เขามองจินนี่กับกรีนกราสที่เดินลงบันได ระหว่างทางเหมือนจะหลบทุกคนที่เข้าใกล้ จนสุดท้ายก็เดินเข้าไปในห้องเรียนร้างและไม่มีการเคลื่อนไหวอีก


แปลก


เฟลิกซ์หรี่ตา ราวกับว่าทั้งคู่กำลังคุยอะไรบางอย่าง เขาดึงสายตากลับมาที่ห้องน้ำชาย สกาเล็ตวิ่งออกมาแล้วตอนที่มีนักเรียนชายคนอื่นเดินเข้าไป


ถอนหายใจก่อนจะเอ่ย


“แผนลวงสำเร็จแล้ว”


สอดแผ่นที่เข้าในกระเป๋าเสื้อด้านใน หลับตาลงน้อยๆกอดอก


เรื่องนี้มันเริ่มจะแปลกขึ้นเรื่อยๆแล้ว


คงไม่ใช่ว่าจินนี่มีเพื่อนสลิธีรินแบบโนอาร์กับเขาหรอกใช่ไหม?


ในจังหวะที่กำลังหลับตาคิดอย่างเพลินๆอยู่ก็มีเสียงของเพื่อนร่วมห้องที่ทำให้เขาสะดุ้ง


“เฟลิกซ์ ช่วงนี้อ่านหนังสือด้วยเหรอ ขยันจังเลยแฮะนายเนี่ย”


เขาเปิดตาโพล่ง เงยขึ้นมองคนที่เดินเข้ามา มือรีบขยับไปปิดหนังสือศาสตร์มืดโดยอัตโนมัติ


“อะ—อืม”


เอ่ยขึ้นมาก่อนจะยิ้มแปลกๆให้นาธาน เพื่อนชายตัวเล็กเจ้าของตำแหน่งซีกเกอร์ดูสงสัย มองปกหนังสือในมือเขา


“หนังสือปรุงยาของลอเลนซ์ สมิธ!” นาธานอุทานจนเฟลิกซ์สะดุ้ง “เล่มนี้มันไม่มีที่ห้องสมุดนี่ มันเป็นของนายเหรอ? นายจะว่าอะไรไหมถ้าหลังนายอ่านจบแล้วฉันขอยืมมันสักหน่อย”


เฟลิกซ์รีบพยักหน้าก่อนจะคลี่ยิ้ม พยายามห้ามไม่ให้เสียงตัวเองสั่น


“แน่นอน ไว้ฉันจะเอามันมาให้นายยืม”


หมายถึงไอ้เจ้าหนังสือที่ว่านั่นของจริงน่ะนะ


“เยี่ยมไปเลย ว่าแต่นายพอจะเห็นถุงมือควิดดิชของฉันรึเปล่า ฉันหามันไม่เจอน่ะ ไม่แน่ใจว่าสกาเล็ตยืมมันไปตอนครั้งล่าสุดรึเปล่า”


“ฉันคิดว่าฉันไม่เห็นนะ” เฟลิกซ์ผลักหนังสือไปด้านหลังตัวเอง “แต่ฉันคิดว่าสกาเล็ตกำลังเข้ามาในห้องนั่งเล่นในเร็วๆนี้”


“งั้นเหรอ ฮืม—” นาธานกวาดดวงตาน้ำตาล หันไปคุ้ยเขี่ยผ้าห่มรกๆบนเตียงตัวเองก่อนจะเดินออกไป “งั้นไว้เจอกัน เฟลิกซ์”


“แล้วเจอกัน นาธาน ขอให้เจอถุงมือเร็วๆนะ”


มือข้างหนึ่งจับหนังสือด้านหลังตัวเอง ส่วนอีกข้างโบกมือให้นาธานพร้อมรอยยิ้ม


“อือฮึ”


จนเงาเพื่อนร่วมบ้านหายไปลับสายตา เด็กชายผมแดงก็ถอนหายใจเฮือกออกมา สาบานกับตัวเองว่าจะไม่เอามันมานั่งอ่านในที่ที่อาจจะมีคนเข้ามาได้อีกแล้ว


วางหนังสือไว้ในเก๊ะของโต๊ะอ่านหนังสือ


อีกอย่าง ยังไงอลันก็เป็นเพื่อนเขา เขาน่าจะไปคุยกับอีกฝ่ายสักหน่อย


คิดได้ก็ดีดตัวลุกและเดินตรงออกจากห้องนอน ตอนที่ผ่านห้องนั่งเล่นรวมสกาเล็ตที่กำลังคุยกับนาธานเกี่ยวกับถุงมือควิดดิซ เด็กหญิงผมทองสังเกตเขาทัน หันมามองพร้อมเชิดหน้าใส่ด้วยอารมณ์หงุดหงิด


เฟลิกซ์กรอกตาก่อนจะรีบเดินออกจากห้องนั่งเล่นของกริฟฟินดอร์


รีบเดินตรงไปที่ห้องน้ำชาย พอเดินไปถึงก็เห็นอลันเดินออกมาพอดีด้วยท่าทางเหม่อๆ คนผิวสีน้ำผึ้งเลิกคิ้วตอนมองเขา เอ่ยทักมาก่อน


“ไง”


“ไง —คราวนี้มีเรื่องอะไรกับโกลด์สตีนล่ะ?”


เขาลอบสำรวจเพื่อนสนิทตั้งแต่หัวจรดเท้า เท่าที่เห็นก็ไม่มีบาดแผลกันทั้งโกลด์สตีนและอลัน เพื่อนเรเวนคลอหัวเราะเย็นยะเยือก ดวงตาคมรับกับผมหยักศกฉายแววหงุดหงิดในชั่วพริบตา


“ทางที่ดี นายควรอยู่ห่างๆจากยัยนั่นจะดีกว่านะ”


ท่าทางจริงจัง เฟลิกซ์ลอบสังเกต เขาพยายามยกยิ้มปรับอารมณ์เพื่อนตัวเอง


“งั้นนายก็น่าจะเลิกมีเรื่องกับเธอสิ ยัยนั่นมาเขม่นฉันทุกครั้งที่ทะเลาะกับนายเลยล่ะ”


“ยัยผู้หญิงไม่มีอะไรดี” อลันพึมพำ เฟลิกซ์เริ่มคิดว่าคนที่ทำให้อลันหงุดหงิดได้ขนาดนี้คงจะมีแต่โกลด์สตีนเท่านั้น พอมานึกแบบนี้แล้วมันก็แปลกดี


เกิดความเงียบชั่วครู่ ช่วงนี้เขาไม่ค่อยเจอหน้าอีกฝ่ายเท่าไหร่


“จะว่าไป” เฟลิกซ์เลียริมฝีปาก เงยหน้าเล็กน้อยเพื่อสบตากับเพื่อนตัวเอง “ช่วงนี้นายไม่ได้ไปยุ่งกับอะไรแปลกๆใช่ไหม?”


ดวงตาคมไม่ได้มีท่าทางตกใจ แค่ปกติจนน่ากลัว อารมณ์โกรธพลันหายวับไป เหลือแต่รอยยิ้มหยักที่ประดับใบหน้าทั้งๆที่ดวงตาฉายแววลึกลับ


“ฉันไม่ไปยุ่งกับอะไรแปลกๆหรอก” อลันกดเสียงเน้นย้ำ “—ของบางอย่างอันตรายเกินกว่าที่จะไปยุ่งกับมัน”


เฟลิกซ์ขมวดคิ้ว คล้ายกับว่าอลันกำลังพูดถึงบางอย่างที่เขาไม่เข้าใจ


“แต่โลกเราเต็มไปด้วยคนโง่” เสียงหัวเราะในลำคอ ดวงตาแสดงความเฉยเมย มันเป็นดวงตาประเภทที่ว่า ต่อให้มีใครต้องตายต่อหน้า ตัวเองก็ไม่ใส่ใจ


เฟลิกซ์ยืนนิ่ง


“และพวกเขาจะพูดอย่างมั่นใจในสิ่งที่ตัวเองไม่เคยรู้จักเพียงเพราะได้เห็น ‘เปลือก’ ของมัน”

_______________________________________



โนอาร์ขยับดวงตามองเด็กสาวผมดำที่อยู่ปีหก แอสโตเรีย กรีนกราสนั่งฝั่งตรงข้ามเขาด้วยใบหน้าอารมณ์ดี เขาหรี่ตาลง ช่วงหลังๆมานี้ ในสลิธีรินมีความเปลี่ยนแปลงเล็กๆน้อยๆ คล้ายกับว่าเป็นสัญญาณร้ายอะไรบางอย่าง จากที่ทุกคนใช้ชีวิตในฮอกวอตส์อย่างไม่เอ่ยสิ่งใดๆเกี่ยวกับสงครามภายนอกกลับกลายเป็นว่าตั้งแต่เด็กปีเจ็ดไปจนถึงเด็กปีหนึ่งเริ่มสนใจหนังสือพิมพ์เดลี่พรอเฟ็ตทุกวันอย่างสม่ำเสมอ


ห้องโถงในคืนนี้ค่อนข้างเงียบ เขาพอรู้ว่าครั้งล่าสุดมีการปะทะตามเมืองรอบๆลอนดอน มีทั้งคนตายและคนบาดเจ็บ ก่อนประกาศขอบคุณมื้ออาหาร จู่ๆนกฮูกนับร้อยก็บินเข้ามาพร้อมจดหมาย บินทะยานเข้าหาผู้รับปลายทางของพวกมัน


ฉบับหนึ่งถูกส่งเข้าหาเขา


เขาไม่ได้เปิดมันออกมาทันที เลือกที่จะมองสายตารอบๆ ทางโต๊ะกริฟฟินดอร์ เหมือนเฟลิกซ์จะได้จดหมายเช่นกัน เจ้าตัวอ่านมาพร้อมด้วยสีหน้าแปลกประหลาดใจ วิสลีย์เปิดจดหมายด้วยใบหน้าลำบากใจ ถัดมาเป็นโต๊ะเรเวนคลอ ฮัฟเฟิลพัฟ และสลิธีริน บางคนเปิดมาและร้องไห้ บางคนเปิดมาพร้อมใบหน้าโล่งอก


บางที คนบางคนอาจได้ข่าวเสียงชีวิตของคนในครอบครัว หรือแม้แต่ข่างการบาดเจ็บของพวกเขา


โนอาร์มองรอบๆโต๊ะ แอสโตเรียทำให้เขาต้องหรี่ตาเพราะเธอยิ้มยินดีออกมา


“ไม่ทราบว่ามีอะไรบางอย่างน่ายินดีหรือครับ คุณกรีนกราส?”


เขาทัก เธอถึงเงยหน้าจากจดหมายและเอ่ยตอบเขา


“มันเป็นจดหมายจากครอบครัวที่ตอบกลับจดหมายของฉันคราวก่อนน่ะ เธอก็ควรอ่านจดหมายนะ ดอร์แมน”


เขาเปิดพลิกจดหมายของตัวเอง


‘ถึง โนอาร์ ดอร์แมน ลูกชายที่น่าภาคภูมิใจของเรา

ทางฝั่งนี้ พวกภาคีเริ่มตอบโต้อย่างรุนแรง ครั้งล่าสุดที่มีคำสั่งจากนายท่าน เราถูกลอบจู่โจม คาดเดาว่าในกลุ่มมีคนทรยศและกำลังเร่งหาตัวอยู่ เวลานี้ไม่มีที่ไหนปลอดภัยสำหรับใคร ดังนั้นแล้ว คริสมาสต์ครั้งนี้พ่อและแม่ตกลงกันที่จะให้ลูกอยู่ที่ฮอกวอตส์ เราหวังให้ลูกดูแลตัวเองให้ดี ทุกอย่างยังคงเป็นไปได้ด้วยดี ถึงครั้งสุดท้ายสิ่งที่ลูกทำจะมีข้อผิดพลาด แต่นายท่านยังคงคาดหวังอย่างมากกับลูกในครั้งถัดไปว่าจะไม่มีอะไรผิดพลาดอีก
ด้วยรัก

พ่อกับแม่

ปล. นายท่านต้องการรู้เกี่ยวกับชายที่ชื่อว่า ‘แฮร์รี่ พอตเตอร์’ สิ่งที่เรารู้มีแค่ว่าเขาคือศาสตราจารย์ในฮอกวอตส์ จึงอยากให้ลูกส่งข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับเขาให้เราสักหน่อย
ปล2.อย่าลืมทำลายจดหมายหลังอ่านจบ’


เขาพยายามอย่างยิ่งที่จะอ่านจดหมายด้วยท่าทีที่สงบที่สุด พยายามไม่ให้ตัวเองแสดงสีหน้าแปลกๆหรือเหงื่อตกออกมา เอื้อมมือจับแขนที่มีรอยตราหัวกระโหลกอย่างอดไม่อยู่ มันคล้ายกับส่งสัญญาณบอกมาว่าเขาไม่มีทางหลุดพ้นจากผู้เสพความตายไปได้


“เป็นไงล่ะ?”


โนอาร์พัดจดหมายอย่างปราณีตซ่อนไว้ใต้เสื้อ เขาสูดลมหายใจก่อนจะคลี่ยิ้มให้เพื่อนร่วมบ้าน


“ก็ไม่เลว” เขายักไหล่ก่อนจะเอ่ยต่อ “จะว่าไป ผมได้ยินเรื่องที่คุณคุยกับวิสลีย์”


กรีนกราสชะงัก ใบหน้าหุบยิ้มฉับพลัน โนอาร์ลอบมอง รอบข้างไม่มีใครสนใจพวกเขา แต่ละคนสนใจแต่กระดาษจดหมายที่ตัวเองได้รับ


“แล้วไง?”


เธอถามกลับ กระตุกยิ้มร้าย โนอาร์ยักไหล่อีกครั้ง


“ก็ไม่ยังไง ผมแค่ไม่เห็นด้วยกับวิธีการนั้น ไม่คิดเหรอว่ามันเสี่ยงเกินไป”


“โอ้ งั้นเหรอ งั้นฉันขอบอกเธอนะ เรื่องนี้มันอาจเต็มไปด้วยการหลอกลวง” ริมฝีปากแดงขยับเอ่ยอย่างมั่นใจ “แต่คนที่ถูกหลอก ไม่มีทางเป็นฉันแน่”


โนอาร์มองคนตรงหน้าพร้อมหรี่ตา ถัดมาจึงหลับตาลง พ่นลมหายใจคราวหนึ่ง คว้าพายไก่บนโต๊ะขึ้นมากิน


“ถ้างั้นก็ตามใจคุณแล้วกัน”





ในขณะเดียวกัน


เฟลิกซ์อ่านจดหมายของเขาด้วยมือที่สั่นระริก เขาเห็นว่าโกลด์สตีนร้องไห้ออกมาหลังอ่านจดหมาย มีนาธานและออโรร่าคอยอยู่ข้างๆปลอบเธอ พอได้ยินแว่วๆว่าพ่อแม่ที่เป็นตำรวจของเธอออกไปทำงานนอกเมืองและถูกลูกหลงจากการปะทะของภาคีและผู้เสพความตาย พ่อของเธอเสียชีวิตในขณะที่แม่ของเธอเข้าโรงพยาบาล พวกมักเกิ้ลไม่มีใครรู้เรื่องนี้นอกจากเธอที่เป็นแม่มด


บอกตามตรง เขารู้สึกหดหู่ เขาไม่เคยเห็นโกลด์สตีนร้องไห้มาก่อน เธอมักเข้มแข็งและเถรตรงจนบางทีก็น่าหงุดหงิดไปบ้าง แต่เขาคิดว่าเขาควรจะทำตัวดีๆกับเธอช่วงนี้และบอกให้อลันเลิกหาเรื่องเธอสักที


โกลด์สตีนไม่ใช่คนเดียวที่ร้องไห้ในคืนนี้ เขามองรอบๆก็ได้ยินเสียงคร่ำครวญ คิดว่าวันหยุดคริสมาสต์คราวนี้อาจมีหลายคนกลับบ้านเพื่อไปงานศพของคนในครอบครัวแทนที่จะไปร่วมฉลองเทศกาลยูลกับพวกเขา


เขาเปิดจดหมายที่จ่าหน้าซองถึงเขา มันเขียนเรียงบรรทัดยาวเหมือนเขาได้ยินเสียงของสองแฝดวิสลีย์มาเอ่ยใกล้ๆตอนที่เขาอ่าน


‘ถึง เฟเฟตัวน้อยของเรา

‘พวกเราขอเขียนจดหมายฉบับนี้แทนที่จะให้พ่อกับแม่นายเป็นคนเขียน และพวกเขาก็ยอมให้เราเขียนแต่โดยดีหลังจากที่จอร์จบอกพวกเขาว่าจดหมายของพ่อนายมันน่าเบื่อสิ้นดี

‘ดังนั้นแล้ว เราถึงขอเขียนรายงานสถานการณ์ตอนนี้ให้นายฟังแทน เริ่มจากเรื่องแรก พ่อแม่นายสบายดีไม่ต้องห่วง สบายดีเกินไปขนาดที่ว่าพวกเขาดื่มเหล้ากันได้ พ่อนายต้องแบกซิเรียสที่เมาแอ๋พูดจาไม่รู้เรื่องไปนอนแทนที่จะต้องไปตรวจยาม แม่นายก็ต้องดูแลพ่อทูนหัวนายที่ร้องเอาแต่ใจจนไม่มีเวลาว่างมาเขียนจดหมาย

‘ไม่ต้องถามถึงรีมัส เรารู้ว่าเขานี่แหละตัวตั้งตัวตี เอาเหล้าให้ทุกคนดื่ม

‘อีกเรื่องนึงที่สำคัญ ดัมเบิลดอร์ลงจากตำแหน่งหัวหน้าภาคีแล้ว ให้ข้ออ้างว่าเพื่อปกป้องฮอกวอตส์ให้ดีเลยยกเรื่องในภาคีให้คุณชักเคิลโบนส์จัดการทั้งหมด หลังทิ้งระเบิดไว้ว่าในภาคีมีสปายอีกคนนอกจากสเนป

‘น่าตกใจใช่ไหมล่ะ! ไม่มีใครรู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่ แต่จอร์จกับฉันคิดว่าเขามันสุดเจ๋ง เพราะพอชักเคิลโบนส์ขึ้นมาก็ประกาศยินยอมให้พวกเรารวมไปถึงเด็กทุกคนที่อายุถึงเกณฑ์เข้าร่วมสงครามอย่างเป็นทางการ’

‘เฟร็ดกับฉันมีไอเดียดีๆ เลยอยากให้นายตรวจสอบพวกสลิธีรินให้หน่อย คิดว่าตอนนี้ทางนั้นน่าจะเคลื่อนไหวแล้วล่ะ โดยเฉพาะกรีนกราสกับดอร์แมน

‘อย่าแปลกใจเชียว นายคงไม่คิดใช่ไหมว่าตลอดเวลาที่พวกเราสร้างเสียงหัวเราะสมัยเรียน เราจะทำไปโดยไม่มีประโยชน์อะไรกับสงครามน่ะ’

ด้วยรัก

เฟร็ด&จอร์จ’


เฟลิกซ์ขยับสายตามองไปทางสลิธีริน เขาเห็นเพื่อนสลิธีรินของเขากำลังคุยกับแอสโตเรีย กรีนกราส สุดท้ายก็ได้แต่หัวเราะหึๆออกมา ดึงสายตากลับมาที่จดหมาย เพราะเปิดไม่สุดถึงเพิ่งสังเกตว่ามันมีอะไรบางอย่างต่อท้าย เขาคลี่มันออก


‘ปล. หลังอ่านจบ จดหมายฉบับนี้จะกลายเป็นระเบิดหัวหอมในห้าวินาที’


หืม?


ปัง!


แต่ไม่ทันที่เขาจะทำอะไรทัน จู่ๆกระดาษในมือเขาก็ระเบิดเสียงดังก่อนที่จะมีละอองบางอย่างชวนแสบตาพุ่งเข้าใส่ เฟลิกซ์ต้องร้องเสียงเหวอพร้อมๆกับน้ำตาที่ไหลออกมาด้วยความเจ็บแสบ


และเสียงร้องก็ลามไปเรื่อยๆตั้งแต่โต๊ะกริฟฟินดอร์ โต๊ะเรเวนคลอ โต๊ะฮัฟเฟิลพัฟและโต๊ะสลิธีริน ละอองควันจากจดหมายที่ระเบิดไปกระจายไปทั่ว สุดท้าย ทั้งฮอกวอตส์ก็เต็มไปด้วยเสียงร้องไห้และน้ำตา


เขาแยกไม่ออกเลยว่าใครกันแน่ที่ร้องไห้จริง ใครกันแน่ที่ถูกระเบิดจากเฟร็ดกับจอร์จ เขาเห็นสลิธีรินหลายคนร้องไห้ด้วยใบหน้าเยิ้มน่าเกลียด เช่นเดียวกับพวกฮัฟเฟิลพัฟที่เคยหน้าตาดี ศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์กระแอมพร้อมยกมือปาดน้ำตา


คืนนี้ผ่านไปอย่างสับสนอลหม่านสิ้นดี


__________________________________________




เซเวอร์รัสรับรู้ว่าเขากำลังถูกจอมมารเรียกตัว แขนปูดอย่างทรมาน เขาหยุดมือที่คนยา เก็บอุปกรณ์และเดินออกจากฮอกวอตส์ไปตามเสียงเรียกในหัว


ผ้าคลุมสะบัดตามการเดิน ฮอกวอตส์ค่อนข้างเงียบและมืด เสียงเดินกระทบพื้นในตอนกลางคืน คนอื่นๆคงอยู่ห้องอาหารในตอนนี้ กระทั่งเดินถึงจุดที่สามารถหายตัวได้เขาก็หายตัวอีกหลายครั้ง ไปปรากฏยังจุดนัดพบที่ห่างจากลอนดอนหลายไมล์ในท้ายที่สุด


“กรีนกราส—?”


เขาหรี่ตามองเด็กสาวที่เหมือนกำลังรอใครบางคน แดฟนี กรีนกราส อดีตลูกศิษย์ที่เพิ่งจบไปยกยิ้มให้เขาและผายมือเชิญอดีตอาจารย์ปรุงยาของเธอเข้าคฤหาสน์ของตระกูลตัวเอง


“นายท่านกำลังรอศาสตราจารย์สเนปอยู่เลยค่ะ”


เขาขยับตามองแขนขวาของเธอเล็กน้อย บางทีเธอคงถูกประทับตราแล้ว


พยักหน้าให้ ก่อนเดินตามเจ้าของบ้านที่นำทางเขาเข้าไปด้วยฝีเท้าที่แผ่วเบา


เสียงรอบๆเงียบสงบ บ้านของตระกูลกรีนกราสดูเงียบเชียบและวังเวง รอบๆมีแต่พืชที่ตายแล้วเพราะผลพวงจากผู้คุมวิญญาณที่วนเวียนรอบๆบ้าน ระเบียงยาวก็โล่งไร้รูปภาพครอบครัวใดๆ


เขาลอบพินิจใจเด็กสาวตรงหน้า ท่าทางจอมมารจะเสพติดเรื่องของแฮร์รี่ด้วยบางเหตุผล และเหมือนมันจะเป็นเหตุผลที่เขาต้องมาในวันนี้ด้วย


เขาเลือกที่จะเสริมกำแพงจิตใจไปอีกขั้น ไม่ต้องการให้จอมมารเห็นสิ่งใดๆระหว่างแฮร์รี่กับเขา


ในที่สุดเขาก็มาถึง แดฟนี กรีนกราสเปิดประตูไม้แบล็กทอร์นสีดำสนิทออกให้เห็นกลุ่มประชุมที่ทุกคนใส่ชุดคลุมและหน้ากากปิดหน้าปิดตา มีงูยักษ์สีเขียวเหลื่อมชูคอแผ่แม่เบี้ยอยู่บนโต๊ะยาว นากินีขู่เสียงฟ่อในบรรยากาศตึงเครียด เสียงของงูฟังดูน่าขนลุก


ชายดวงตาสีแดงที่อยู่หัวโต๊ะขยับรอยยิ้ม


“ใจที่สุดเจ้าก็มา เซเวอร์รัส”


เขาทรุดขาลง เอามือขวาจับอกซ้ายทำความเคารพ


“เป็นเกียรติที่เชิญข้า นายท่าน”


“ลุกเถิด เซเวอร์รัส ข้ามีเรื่องจะถามเจ้า”


เขาค่อยๆลุกขึ้น รับรู้ได้ว่าดวงตาสีแดงสบเข้ากับตัวเอง เขากำลังถูกล้วงข้อมูล


ด้วยเหตุนี้เขาถึงรีบสร้างภาพจอมปลอมขึ้นมา และเมื่อจอมมารถอนตัวจากหัวเขาไป เขาก็พยายามไม่แสดงสีหน้าอะไรนอกจากเฉยเมย ยืนอย่างสงบนิ่ง


ท่าทางเจ้าแห่งศาสตร์มืดจะครุ่นคิดน่าดูก่อนจะถามเขา


“ข้าคิดว่าเจ้าคงจะรู้จักชายที่ชื่อว่า ‘แฮร์รี่ พอตเตอร์’”


“—เขาคือเด็กอายุสิบเก้าที่มาเป็นอาจารย์คนใหม่ของวิชาป้องกันตัวจากศาสตร์มืดในปีนี้”


เขาเอ่ยน้ำเสียงนิ่งไม่มีสะดุด และเขาหยุดลงไม่เอ่ยเพิ่มต่อ ไม่มั่นใจว่าตัวเองควรให้ข้อมูลมากแค่ไหน ดวงตาของจอมมารมีประกายสีแดงวูบวาบอันตรายจนทั้งห้องประชุมแทบลืมหายใจ


“ข้าคิดว่าเจ้ายังบอกข้าไม่หมดนะ ข้ารับใช้ผู้ซื่อสัตย์ของข้า”


ร่างกายของเขาพลันเย็นเฉียบขึ้นมา นากินีขยับเลื้อยพลางแผ่แม่เบี้ยเข้ามาใกล้เขาช้าๆ มันเลื้อยลงจากโต๊ะ ขึ้นมาพันบนตัวเขา ส่งเสียงขู่ฟ่อราวกับว่าหากเขาเอ่ยอะไรผิดแม้แต่คำเดียวเขาจะถูกพิพากษาทันที


“ให้ผมได้เรียบเรียงสักครู่—” เขาเอ่ยขึ้นช้าๆไม่แสดงท่าทางหวาดกลัวนากินีให้ใครเห็นแม้ว่าแรงที่รัดตัวเขากำลังเพิ่มขึ้นน้อยๆ ลอบมองเข้าไปในความทรงจำของโวลเดอมอร์ช้าๆ มีใครบางคนเอาข้อมูลของแฮร์รี่มาบอกอีกฝ่าย ใครกัน? เขาขยับปากที่รู้สึกว่ามันเย็นชืดและแห้งกรังเอ่ย


“แฮร์รี่ พอตเตอร์ —เด็กหนุ่มที่โผล่เข้าไปในภาคีนกฟินิกซ์ช่วงฤดูร้อนที่ผ่านมา เชื่อว่าเขามาจากต่างมิติ ไม่มีใครรู้ว่ามิติของเขาเป็นเช่นไร แต่ดัมเบิลดอร์ไว้วางใจเขามากและมอบตำแหน่งศาสตราจารย์วิชาป้องกันตัวจากศาสตร์มืดให้แทนลองบัตท่อมที่เสียชีวิตไปก่อนหน้า เป็นพ่อมดที่แข็งแกร่งทีเดียว ผมไม่ค่อยได้คุยกับเขามากนัก เหมือนกับว่าเขากำลังทำอะไรกับดัมเบิลดอร์อย่างลับๆ”


เขาหยุดที่ตรงนี้ มองอย่างสงบนิ่ง เสียงหายใจเขายังคงไม่เปลี่ยนแปลง เขาไม่แม้จะแสดงท่าทีโป้ปดออกไป โวลเดอมอร์เอ่ยบางอย่างเป็นเสียงของงูที่ไม่ว่าจะฟังกี่ครั้งก็ชวนให้ขนลุก


นากินีที่พร้อมจะฉกคมเขี้ยวลงมาค่อยๆปล่อยตัวเขาและเลื้อยกลับไปหาเจ้าของของมัน


เซเวอร์รัสรู้สึกโล่งอกอยู่ลึกๆ


“ใช่แล้ว แข็งแกร่งทีเดียว เจ้าคิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้ เซเวอร์รัส” จอมมารยังคงเอ่ยถามเขา พร้อมด้วยรอยยิ้มที่ขยับขึ้นมา “คิดหรือไม่ หากให้เขามาร่วมกับเราไม่ได้ เขาก็อันตรายเกินกว่าที่จะปล่อยไป”


และความรู้สึกโล่งอกนั้นก็พลันหายไปทันที เขารู้ว่าปากของเขาที่ต้องเอ่ยออกมาแต่ละคำ มันเป็นคำพูดที่กำลังเสียดแทงความรู้สึกของเขาให้ป่นปี้ไม่เหลือชิ้นดี


“เป็นเช่นนั้นครับ นายท่าน”


“ดังนั้นแล้ว—” โวลเดอมอร์กวาดสายตา ไล่จากเขาไปหยุดที่ตรงกลางฝั่งซ้ายมือ ใช้น้ำเสียงสั่งการ “—อเล็กซิส ข้ายกเด็กพอตเตอร์นั่นให้เจ้าจัดการตามที่เจ้าต้องการ อย่าเล่นมากไป นั่นไม่ใช่เหยื่อที่เคี้ยวง่าย”


“เป็นเกียรติอย่างยิ่ง นายท่าน”


ผู้นำแวมไพร์กระตุกยิ้มขึ้นมา คล้ายกับว่ากำลังอารมณ์ดีท่ามกลางบรรยากาศห้องที่ดูมืดมัว ขณะเดียวกัน ในใจของเซเวอร์รัสเหมือนจะถูกฉุดให้จมลงสู่ก้นมหาสมุทรอันมืดมิด


ทั้งทรมานและไร้ซึ่งแสงสว่าง


“ข้ามีงานให้เจ้า เซเวอร์รัส” จอมมารเอ่ยในที่สุด ประกาศดังออกมาพร้อมพยานนับสิบที่ยังคงนิ่งเงียบด้วยควาเกรงกลัวต่อจอมมาร เขาขยับตามองเจ้านายตัวเองอย่างเงียบสงบ


“ข้าต้องการให้เจ้าล่อแฮร์รี่ พอตเตอร์ออกมาอย่างที่เจ้าล่อดัมเบิลดอร์ออกมาได้สำเร็จในการปะทะครั้งที่เจ็ด”


ดวงตาของเซเวอร์รัสฉายประกายอันตรายวูบหนึ่งอย่างห้ามตัวเองไม่อยู่ เขาก้มหัวลง ทำเป็นแสดงความเคารพก่อนที่จะมีใครสังเกตมันเข้า เอ่ยอย่างนอบน้อมเมื่อเงยหน้าขึ้น


ฉาบใบหน้าด้วยความเย็นชาไร้อารมณ์ความรู้สึก


“ตามประสงค์ของท่าน นายข้า”


_____________________________



เซเวอร์รัสเดินกลับเข้ามาในฮอกวอตส์ เขาแวะไปคุยเรื่องดังกล่าวกับอาจารย์ใหญ่แห่งฮอกวอตส์แล้ว อาจารย์ใหญ่บอกให้เขาถ่วงเวลาไปก่อน แต่เขาไม่รู้ว่าตัวเองจะถ่วงเวลาได้นานเท่าไหร่ สุดท้ายแล้ว ข้อตกลงของเขากับอัลบัส ดัมเบิลดอร์ก็สมบูรณ์จนได้


เขารู้สึกว่าร่างกายของตัวเองที่กลับมามันหนักอึ้งกว่าก่อนที่จะออกไป เดินกลับจากห้องทำงานของดัมเบิลดอร์ลงมาช้าๆ ก้าวลงบันไดแต่ละขั้นสู่ห้องใต้ดินที่อึกครึมของตัวเอง


“กลับมาแล้วเหรอครับ? คุณไปไหนมาน่ะ? ผมไม่เห็นคุณตอนทานมื้อค่ำ”


น้ำเสียงนุ่มๆของเด็กที่มักโผล่เข้ามาหาเขาเอ่ยทักขึ้น แฮร์รี่เหมือนอยู่ในห้องทำงานของเขามาสักพักแล้ว หนังสือที่เจ้าตัวอ่านยังเปิดคาอยู่ เขาทอดมองอีกฝ่ายอย่างอ่อนโยน


“ฉันออกไปทำธุระนิดหน่อย”


แฮร์รี่ขมวดคิ้วอย่างสงสัย แต่ไม่ได้ถามอะไรต่อนอกจากมองเขามาด้วยดวงตาสีเขียวมรกตที่ฉายความห่วงใยในตัวเขา


ไม่รู้ว่าเจ้าตัวรู้รึเปล่าว่ากำลังทำสีหน้าแบบไหนออกมา


แต่บางที ที่เจ้าตัวไม่รู้อะไรเลยแบบนี้อาจจะดีกับพวกเขาทั้งคู่กว่าก็ได้


เซเวอร์รัสเดินไปหยุดที่เก๊ะ เปิดมันออกและหยิบเครื่องรางที่เคยคิดจะให้เด็กนี่ออกมา คว้ามันขึ้นมา ก่อนจะหันไปมองดวงตาของแฮร์รี่ที่ยังคงมองมาที่เขาอย่างกังวล เด็กหนุ่มเดินเข้ามาใกล้เขา


“ศาสตราจารย์?”


“ยื่นมือของเธอมา แฮร์รี่”


“ครับ?”


แฮร์รี่ดูสงสัยแต่ก็ยอมยื่นมือของตัวเองมาให้เขา เขาใช้มือซ้ายจับมือของเด็กหนุ่มที่ทั้งหยาบกร้านและไม่นุ่มนิ่ม ไม่เหมือนผู้หญิงสักนิด คลี่นิ้วออกแล้วค่อยๆวางจี้รูปกวางลงไป เขารู้ว่าแฮร์รี่เงยหน้ามองเขาในจังหวะนี้


“นี่คือ—?”


“แค่เก็บมันไว้ และสัญญากับฉันสักข้อหนึ่ง—” เขาพยายามใช้เสียงที่นุ่มนวลที่สุด ขยับหน้าไปใกล้หูของแฮร์รี่เพื่อไม่ให้เด็กหนุ่มเห็นสีหน้าเจ็บปวดของเขา


“ได้โปรด แฮร์รี่ —ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น — เชื่อในตัวฉัน”


มันอาจเป็นคำขอที่เห็นแก่ตัว แต่แค่แฮร์รี่เท่านั้นที่เขาไม่อยากให้มองเขามาด้วยสายตาชิงชัง ไม่อยากให้มองมาด้วยความโกรธแค้น ไม่อยากให้มองเขาราวกับว่ามองคนทรยศอีก


เขาไม่สามารถทนต่อดวงตาแบบนั้นจากคนสำคัญได้อีกแล้ว ดวงตาที่ลิลี่ใช้ทำให้เขาหัวใจแตกสลาย และถ้ามันเกิดขึ้นอีกครั้งกับแฮร์รี่— เขาคงรู้สึกเจ็บเจียนตาย


เขาไม่สนใจหากใครจะโกรธจะเกลียดเขา แต่นั่นต้องไม่ใช่แฮร์รี่


ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น


เขาดึงหน้ากลับออกมา จับมือของแฮร์รี่ให้กำมือรับของจากเขาไป เขารู้ว่ามือของเขากำลังสั่นพร่า แต่ในจังหวะนี้ แฮร์รี่ก็ดึงมือตัวเองไป เด็กหนุ่มมองสร้อยในมือตัวเองชั่วครู่ก่อนจะคลี่ยิ้มออกมา


ศาสตราจารย์วิชาป้องกันตัวจากศาสตร์มืดยกมือสองข้างจับผ่านหลังคอตัวเอง สวมสร้อยลงไปที่คอ มือขวาจับจี้ขึ้นมาดู เอ่ยด้วยรอยยิ้มพิศวง


“คุณรู้ไหม —นี่มันมีความหมายกับผมมาก”


ไม่รู้ว่าเจ้าตัวพูดว่ามันมีความหมายกับตัวเองในแง่ไหน


เด็กหนุ่มผมยุ่งยิ้มมาให้ ปล่อยให้จี้รูปกวางที่ถูกแสงทำให้เหมือนมีดาวตกวิ่งอยู่ข้างในห้อยอยู่ที่คอตัวเอง โน้มเข้ามากอดคอเขา เจ้าตัวต้องเขย่งเท้าน้อยๆเพื่อให้สามารถกอดเขาได้


“มันโอเค” แฮร์รี่เอ่ยปลอบประโลม “ผมรู้ว่าผมเชื่อใจคุณได้”


เป็นครั้งแรกที่เขาเลือกที่จะเอื้อมมือไปกอดตอบแฮร์รี่


“—ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น?”


“ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น”


แฮร์รี่ย้ำตามคำถามของเขา


ความอบอุ่นไหลพล่านผ่านตัวของเขา ทำให้เขาต้องขยับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น ไม่รู้ว่านานแค่ไหนแล้วที่ไม่ได้กอดใครสักคนแบบนี้


เหมือนเขาได้กลิ่นของแฮร์รี่เพราะเขากอดอีกฝ่ายแน่น แฮร์รี่มีกลิ่นเหมือนกับทาร์ตน้ำตาลข้นและไม้กวาดควิดดิช


นั่นทำให้เขาต้องลอบขยับยิ้มขึ้นมาด้วยอารมณ์ที่คล้ายเบาลงไปได้อย่างฉับพลัน


ยังมีอยู่นะ


คนที่ไม่ว่ายังไงเขาก็อยากจะปกป้องให้ได้




Talk :)

ในที่สุด! เวลาก็ขยับกระเตื้องนิดนึงแล้วค่ะ!

#hpEternalwar













ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 301 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,068 ความคิดเห็น

  1. #981 Jecelyn (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2563 / 14:55
    ความละมุนละมัยมันดีจริงๆเลยค่ะ น้องกับป๋าเข้าใจกันดีมากกต่างคนต่างปลอบโยนกันมันดีอ่าาา
    #981
    0
  2. #849 diamiet (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 29 มีนาคม 2563 / 20:10
    อุแงงงงงง เขินๆๆๆๆ
    #849
    0
  3. #732 Rainny6159 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 21 มกราคม 2563 / 13:53
    เมื่อไหร่แฮร์จะได้คุยกับเจมส์กับลิลี่กันนะ
    #732
    0
  4. #613 Loveatfirstside (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2562 / 13:50
    เรื่องนี้น่ารักมากกคืออ่านแล้วรู้สึกละมุนกับความสัมพันธ์ของทั้งคู่แงงง//รอตอนต่อไปค้าบบบชอบมากๆๆๆๆๆ
    #613
    0
  5. #611 pawidporn-name (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2562 / 08:59
    ละมุนใจเลเวลMaxเลยค่ะแงงงงง ศจ.ต้องดูแลน้องให้ได้นะคะ

    จะว่าไป ชื่อแฮร์รี่หลุดไปถึงหูโวลเดอมอร์ตอนไหนกันนะ ชักมีลับลมคมในแปลกๆซะแล้ว...
    #611
    0
  6. #608 S30454 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2562 / 19:34

    ไม่อยากให้เกิดเรื่องร้ายๆเลย

    เเฮร์รี่พยายามเข้านะ

    สเนป ไม่ว่ายังไงคุณต้องปกป้องเเฮร์รี่

    ให้สมกับที่เป็นพระเอก


    #608
    0
  7. #604 jeebiest (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2562 / 02:49
    งือออ​ ดีงามมากกก
    #604
    0
  8. #603 jiblonely (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2562 / 00:30
    โอ้ยย คือดีมากเลยยย น้ำตาจะไหลลล
    #603
    0
  9. #601 lenglengney (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2562 / 10:57
    เฟลิกต์คงอยากพูดว่าอย่าเห็นฉันเป็เพียงสนามอารมณ์555555555
    #601
    0
  10. #600 0908953549 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2562 / 09:10
    ดีมว๊ากกกกกกกกเลอแง้ คิสถุงไรท์เด้อค่ะ
    #600
    0
  11. #599 Peerada1648 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2562 / 08:59
    ในที่สุดก็กอดกันแล้ววว แล้วแบบนี้เมื่อไหร่จะจุ๊บกันเนี่ย อีกนานแน่นอน ปกป้องน้อนให้ได้นะ
    #599
    0
  12. #597 zomweeri (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2562 / 00:48
    เขากอดกัน ละมุนนนนน
    เฟร็ดกับจอร์จก็คือ...5555555 สงสารเฟลิกต์5555555
    #597
    0
  13. #596 magickizz (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2562 / 00:11
    ฮื่ออออ ดือมากเลออออ .. คิดถึงไรท์ มามะกอดที รี้ดยังคงรออยุ่นะ
    #596
    0
  14. #595 c4uCFWLwpv6gdwi (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2562 / 22:41

    แงงงง เค้ากอดกันแล้วว กอดแบบป๋ากอดตอบอะ นิพพาน ฮื่ออ ป๋าต้องปกป้องน้องนะ
    #595
    0
  15. #594 longtime2345 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2562 / 21:11
    สวีทกันจิงๆเลย น่ารัก กับเรื่องนี้ใช้คำว่าน่ารักเปลือมาก ชอบๆๆ
    #594
    0
  16. #593 Yatawee888 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2562 / 19:12
    น่ารักอ่ะ
    #593
    0
  17. #592 kbrrcngkeux (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2562 / 17:03

    ตายอย่างสงบ ศพสีชมพู เอ๊ะ! ยังตายไม่ได้การบ้านยังไม่ทำ อ:ใช่ที่ไหน!!? เอ่อ...เขายังไม่ได้กันเลยตายไม่ได้สิเรา

    ปล.ข้ามไปเถอะ อินี่เครียดเรื่องการบ้าน

    ปล.2ไรท์มาตรงวันลอยกระทงเลย

    #592
    0
  18. #591 suan_fim (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2562 / 17:03
    ปกป้ปงแล้วต้องปกป้องให้ถึงที่สุดนะป๋าาาา
    #591
    0
  19. #590 suan_fim (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2562 / 17:02
    มันมีความละมุนอยู่ในความเศร้านี้ แงงงงงงงงง เมื่อไหร่จอมมารจะตาย ป๋าจะได้มีความสุขจริงๆสักทีTT
    #590
    0
  20. #589 aomsin_ts (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2562 / 16:38
    ฮรุกกกก เรือเล่นแล้วค่าาาาา หลีกหน่อยยน
    #589
    0
  21. #588 123456m (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2562 / 16:01
    กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดแดดด เขากอดกันแล้ว อ้ายยยยยยยยยย
    #588
    0
  22. #587 548athirata (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2562 / 15:25
    กรี๊ดดดดดดดดดด ไรท์มาต่อแล้วววววววว. กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดด
    #587
    0
  23. #586 pho-poe (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2562 / 14:24

    อย่าไปตายอีกขอแค่นั้นพอ ป๋าเซอ

    #586
    0
  24. #585 shino13 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2562 / 14:18

    ไม่น้าาา
    #585
    0
  25. #584 tueysmall (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2562 / 13:41

    กี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
    #584
    0