Fic Harry Potter - Eternal War (SS/HP)

ตอนที่ 27 : Chapter 27 : Dizzy

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,389
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 315 ครั้ง
    5 พ.ย. 62

Chapter 27 : Dizzy







“ศาสตร์มืด มันครอบคลุมตั้งแต่ศาสตร์ต้องห้าม ศาสตร์ที่ยังไม่ได้พิสูจน์ ศาสตร์ที่กัดกร่อนจิตวิญญาณของพ่อมดแม่มดทั้งผู้ร่ายและถูกร่าย ชุบชีวิตคนตายเอย ต่อชีวิตวิญญาณเอย ไหนจะศาสตร์เกี่ยวกับจิตใจ พวกนี้ล้วนเป็นศาสตร์มืดทั้งสิ้น นั่นทำให้มันมีหลายสิ่งหลายอย่างที่น่าค้นหา แต่นายน่าจะพอเคยเห็นคนที่ลุ่มหลงนะ พวกเขาน่ะบ้าของแท้เลย หลายคนเสียสติเพราะศาสตร์มืดพวกนี้ พวกเขาถูดกัดกินจิตใจ บางคนแทบไม่เหลือความเป็นคนเลยด้วยซ้ำ คนที่ถูกศาสตร์มืดครอบงำต้นๆ พวกเขาก็จะเริ่มจากไม่เป็นตัวของตัวเอง เริ่มขัดแย้ง จนในที่สุดก็ถึงจุดแตกหัก”


คำอธิบายของโนอาร์ไม่ได้เข้าหูเขานัก มักเหมือนจะผ่านเข้ามาและก็ผ่านออกไป ในหัวเขานึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนหน้าที่เขาจะเดินเข้ามาในห้องสมุด เขาเห็นพวกสกาเล็ตกำลังทะเลาะบางอย่างกับอลัน แต่ปกติอลันไม่ชอบมีเรื่องกับใคร และพอเขาเข้าไปใกล้ อลันก็หนีหายไปในทันทีเลยส่วนสกาเล็ตที่อารมณ์เสียก็โกรธเหวี่ยงใส่เพื่อนตัวเอง คนที่โดนด่าคนแรกคือเขาที่ปล่อยให้อลันไปมีเรื่องกับเธอ ตามด้วยนาธานและออโรร่า


“ทีนี้ตานายตอบฉันบ้าง —แล้วทำไมจู่ๆถึงมาสนใจเรื่องแบบนี้ได้ล่ะ?”


เฟลิกซ์มองเพื่อนสนิทจากบ้านคู่แค้นยืนอยู่ที่มุมในสุดของชั้นวางหนังสือ มือถือหนังสือสองเล่ม ใช้นิ้วชี้กับนิ้วกลางสะกิดหนังสือจากชั้นวางมาถือ พลิกปกและหน้าแรกดูอย่างพินิจ ท่าทางไม่ใส่ใจกับเขาทั้งๆที่ปากเพิ่งอธิบายยาวเหยียดออกมา


“คาใจน่ะสิ ฉันมีลางสังหรณ์ว่าบางทีเพื่อนฉันอาจจะไปยุ่งกับศาสตร์มืดสักอย่างก็ได้”


เขาเอ่ยตอบ นึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเร็วๆนี้ ลางสังหรณ์เขาก็เตือนเร็วยิบถี่ว่ามันจะต้องมีเรื่องเกิดขึ้นแน่ เป็นอะไรบางอย่างที่เลวร้าย


“เพื่อนนาย?” โนอาร์เลิกคิ้ว “หมายถึงริเวอร์บลูน่ะเหรอ?”


ช่าย คนนั้นแหละ” เฟลิกซ์ตอบรับเสียงยาน “นายเห็นตอนเขามีเรื่องกับสกาเล็ตใช่ไหมล่ะ นั่นน่ะเป็นเรื่องที่ไม่ปกติที่สุดเลยล่ะ”


“ฉันว่านายควรภาวนาให้นายคิดไปเองจะดีกว่านะ—”


โนอาร์หยุดพูดทันทีตอนที่มีนักเรียนปีสองเดินผ่านแถวหนังสือที่พวกเขาอยู่ เธอมองมาอย่างสงสัยจนพอเห็นว่าโนอาร์เป็นสลิธีรินและเขาเป็นกริฟฟินดอร์ถึงได้รีบเผ่นออกไป


“—ทำไมล่ะ?”


“ก็ศาสตร์มืดมันชวนให้รู้สึกแย่น่ะสิ อย่างตอนที่ฉันใช้ศาสตร์ เอ่อ — นั่นแหละ — ในตอนนั้นรู้สึกหนาวจนน่าขนลุกเลย แต่มันก็รู้สึกดีนะ จนพอได้สติกลับมาถึงรู้ว่ามันอันตรายแค่ไหน” โนอาร์เอ่ยเสียงเศร้าหมอง มองข้างหลังของเขาที่เริ่มมีคนสังเกตเห็นพวกเขาอยู่ด้วยกัน โนอาร์หยิบหนังสือและเอ่ยเร่งรีบ “นายควรไปได้แล้ว”


ว่าพลางเดินผ่านเขาแยกออกไปก่อนทันที ระหว่างที่เดินผ่านเฟลิกซ์สบตาสีดำของโนอาร์แว๊บหนึ่งก็พยักหน้าให้


จนกระทั่งเพื่อนต่างบ้านเดินออกไป เขาถึงกลับมา ที่มือของเขามีหนังสือที่โนอาร์หยิบยัดใส่มือของเขา เฟลิกซ์จับมันขึ้นมาพลิกปกหนังสือ มันเป็นหนังสือปรุงยาเก่าๆเล่มบาง — แต่มันไม่ใช่หนังสือปรุงยาของจริงหรอก เพื่อนสนิทผู้รอบคอบร่ายคาถาบางอย่างไว้และสลับปกของมัน เฟลิกซ์กำหนังสือแน่น หยิบมันใส่กระเป๋าและเดินออกมาจากห้องสมุด


เขาเข้าไปในห้องสมุดเขตหวงห้ามไม่ได้ — แต่ก็ใช่ว่าโนอาร์จะไม่มีหนังสือเกี่ยวกับศาสตร์มืดเสียหน่อย และเขาก็ได้มาแล้ว ตอนที่เขากำลังหย่อนหนังสือลงกระเป๋าก็เห็นเศษกระดาษสอดอยู่ข้างใน มันเขียนข้อความสั้นๆลายมือเพื่อนเขาเอง


‘อย่าใช้มันเด็ดขาด แค่รู้ไว้เท่านั้น ค่าตอบแทนของมันสูงเกินไป’


เฟลิกซ์กลืนน้ำลาย


ขืนพ่อรู้ว่าเขาเอาอะไรแบบนี้มาอ่านได้ด่าเขายับแน่


ถึงแบบนั้นเขาก็ไม่อยากมืดแปดด้านก่อนจะต้องเจอกับศาสตร์มืด


——————————————


กริมโมลด์เพลซ


“ก่อนเปิดการประชุมวันนี้ผมอยากถามอะไรบางอย่างกับคุณ อัลบัส”


“ว่ามาสิ อลาสเตอร์”


“ในการประชุมคราวก่อนคุณหายไปไหน? ก่อนหน้านี้มันมีการจู่โจมถึงสามแห่งพร้อมๆกัน ทุกที่คือหมู่บ้านรอบลอนดอน แต่คุณไม่แม้จะโผล่หน้ามาตรวจสอบผู้บาดเจ็บเลยด้วยซ้ำ”


อัลบัสมองรอบๆห้องประชุม สมาชิกภาคีหลายคนกำลังสงสัยแบบเดียวกัน สายตานับยี่สิบคู่มองตรงมาที่เขา มีเพียงอลาสเตอร์ที่กล้าถามขึ้นมากลางวง — ศาสตราจารย์มักกอนนากัลเม้มปากจนเป็นเส้นตรงแต่ไม่ยอมเอ่ยอะไรขึ้นมาช่วย อาจารย์ใหญ่ของฮอกวอตส์ลูบคางสีขาวยาวของตัวเองและตอบอย่างมีลับลมคมนัย


“พอดีมีงานเร่งด่วยน่ะสิ ฉันต้องจัดการบางอย่างเกี่ยวกับสปาย”


“—นี่คุณยังกล้าใช้สเนปอีกงั้นเหรอ? ข่าวที่ได้มาคราวก่อนจากเขามันก็ไม่จริงนี่ รวมทั้งก่อนหน้านั้นอีก”


คนที่ทักขึ้นมาคือบิล วิสลีย์ คำพูดของเขาสะกิดทุกคนในวงได้ดี และในจังหวะเดียวกันศาสตราจารย์ชราก็ยกยิ้มพร้อมดวงตาสีฟ้าระยิบระยับ


“ฉันไม่ได้พูดว่าฉันจะให้เซเวอร์รัสเป็นสปายในครั้งนี้นะ มันไม่ใช่ว่าเราจะไม่มีสายลับคนอื่นเสียหน่อย จริงไหม?”


จากที่พอมีเสียงพูดคุยอยู่บ้าง เสียงทุกอย่างกลับหายไปหลังพ่อมดผู้นำภาคีนกฟินิกซ์กล่าวจบประโยค บรรยากาศเงียบเชียบในห้องอาหารใหญ่ของคฤหาสน์ตระกูลแบล็กทำเอาทุกคนรู้สึกอึดอัด ดวงตาของบางคนเบิกโพล่งเล็กน้อย แสงไฟสีเหลืองนวลจากโคมไฟระย้าที่ห้อยลงมาเป็นเชิงเทียนเหนือโต๊ะทำให้ห้องประชุมเต็มไปด้วยความลึกลับ แม้จะมีเกือบยี่สิบชีวิตที่นั่งตรงหน้าโต๊ะอาหารยาวแต่กลับไม่มีใครเอ่ยปริปากออกมาแม้แต่คำเดียว มีเพียงเสียงหายใจอันแผ่วเบาและดวงตาของแต่ละคนที่มองรอบข้างตัวเองอย่างไม่ไว้วางใจ


มันหมายความว่า อัลบัส ดัมเบิลดอร์ต้องการจะบอกว่า ในหมู่พวกเขายังมีคนที่ลอบเป็นผู้เสพความตายอยู่ด้วยงั้นรึ!


——————————————————


“พายแยมรสสัปปะรด”


แฮร์รี่เอ่ยพึมพำกับรูปปั้น เขารู้ว่าอัลบัสเพิ่งกลับมาจากกริมโมลเพลซ ดังนั้นเขาเลยตั้งใจจะมาหาอีกฝ่าย เขาเดินขึ้นบันไดเข้าไปเคาะประตูและเปิดมันออกมา


เขาเห็นอัลบัสกับเซเวอร์รัสอยู่ด้วยกัน เซเวอร์รัสยืนกอดอกในขณะที่อัลบัสยกยิ้มสบายๆ ทันทีที่เขาเดินเข้าไป สองคนในห้องก็หันมามองเขาทันทีจนแฮร์รี่รู้สึกเก้อ ท่าทางเหมือนเขาจะมาผิดจังหวะ เขาจับผมของตัวเองเกือบขยี้มันแต่หยุดมือไว้ได้ทันเลยกลายเป็นว่าเขายกมือมาจับหลังศีรษะอย่างเขินๆแทน


เอ่อ ผมมาขัดจังหวะอะไรรึเปล่า?”


“ไม่เลย แฮร์รี่ เกิดอะไรขึ้นงั้นเหรอ?” อัลบัสถามเขาขึ้นมาก่อนด้วยรอยยิ้ม แฮร์รี่เลียริมฝีปากและเอ่ยบอก เขาเพิ่งเห็นนิมิตในตอนเช้ามืด — ถึงเขาจะฝึกสกัดใจจนแทบมองอะไรไม่เห็นแล้วแต่ในบางครั้งเขาก็ผ่อนคลายลงเพื่อให้ตัวเองแอบมองเข้าไปในหัวสมองของโวลเดอมอร์บ้างเหมือนกัน และเขาค้นพบว่ามันมีประโยชน์มากเมื่อโวลเดอมอร์ยังไม่รับรู้ว่าเขามีตัวตน เขาไม่ลืมที่จะร่ายคาถาป้องกันคนสอดแนม แลเพราะคุ้นเคยเขาถึงแทบไม่ต้องจับไม้กายสิทธ์เลย


“มัฟฟลิอาโต —พวกผู้เสพความตายกำลังจู่โจมเขตกิลล์ฟอร์ธ มันอยู่ทางใต้ของลอนดอน เห็นได้ชัดว่าพวกเขาพยายามลดกำลังผู้วิเศษกลาง โชคดีที่คราวก่อนไม่มีคนเสียชีวิต แต่ท่าทางกระทรวงเวทย์มนต์จะต้องมีระดับสูงสนับสนุนอยู่อย่างลับๆ และใครก็ตามที่สนับสนุนจะต้องฉลาดมากๆแน่”


แฮร์รี่เอ่ยอย่างจริงจัง อัลบัสพยักหน้า


“ฉันจะให้สมาชิกในภาคีจัดการเรื่องนี้โดยด่วน ไม่ต้องห่วง เธอรู้เขตอื่นอีกไหม?”


แฮร์รี่นึกทบทวนความทรงจำก่อนจะส่ายหน้าแต่เขาเอ่ยต่อ


“ในมะรืนนี้ ผมจะไปที่กระทรวงเวทย์มนต์ตามคำชวนของคุณไทบีเรียส ผมจะคุยเรื่องนี้กับเขาเองครับ ที่คุณพาเขามาคราวก่อนเพราะอยากให้เขาช่วยเราสืบหาเรื่องของผู้เสพความตายในกระทรวงใช่ไหมครับ?”


“เธอเข้าใจได้ถูกต้อง แฮร์รี่” อัลบัสพยักหน้าตอบรับ “ฉันเองก็พอรู้มาบ้างว่าผู้เสพความตายแฝงตัวอยู่ทุกที่ในอังกฤษ แต่กลับหาตัวคนที่น่าสงสัยในกระทรวงเวทย์มนต์ไม่ได้ ทั้งยังมีกฏหมายของกระทรวงทำให้เราไม่สามารถสืบเรื่องนี้โดยเปิดเผยอีก บางทีฉันคงต้องฝากเรื่องนี้ไว้กับเธอ”


“ไม่มีปัญหาครับ” แฮร์รี่ยิ้มตอบรับ เขาเอียงคอมองเซเวอร์รัสน้อยๆอย่างสงสัย รอยยิ้มกลายเป็นรอยยิ้มเก้อ “งั้นผมไปก่อนดีกว่า ผมยังต้องตรวจงานนักเรียนอีกหน่อย”


มันรู้สึกแปลกๆตอนที่อยู่กับคนอื่นๆพร้อมๆกับเซเวอร์รัส คล้ายกับจู่ๆก็เหมือนจะทำตัวไม่ถูกขึ้นมา แฮร์รี่นึกถึงตอนที่มีแค่เซเวอร์รัสกับเขา มันค่อนข้างเป็นไปตามธรรมชาติและไม่น่าอึดอัดใจ แฮร์รี่หันหลังให้ทั้งคู่ก่อนที่อัลบัสจะเอ่ยขึ้นมา


“ไม่ต้องห่วง ธุระของเซเวอร์รัสกับฉันก็เสร็จพอดี —ถ้ายังไงเธอช่วยไปส่งแฮร์รี่ให้ฉันหน่อยได้ไหม เซเวอร์รัส ฉันไม่ไว้ใจเขาเท่าไหร่หลังจากที่เขาเป็นลมเพราะทำงานหนักเกินไปคราวก่อน”


แฮร์รี่หัวเราะแหะๆในลำคอ หยุดเดินเพื่อรอเซเวอร์รัสเดินมาอยู่ข้างๆเขา เขาหันหลังไปยิ้มให้อาจารย์ใหญ่ที่ดูรู้ไปเสียทุกอย่าง แต่ถึงใบหน้าจะประดับยิ้ม เขากลับเลือกส่งสายตามองค้อนไปให้


เพราะบางทีคนแก่คนนี้ก็รู้มากเกินไปด้วย


แต่ถึงจะมองค้อนกลับไป คนที่รู้ตัวว่าถูกเขาส่งข้อความบางอย่างผ่านสายตากลับคืนข้อความนั้นกลับมาด้วยดวงตาสีฟ้าเป็นประกายระยิบระยับหยอกล้อเขา คล้ายจะยิ้มออกมาผ่านดวงตางั้นแหละ สุดท้ายแฮร์รี่ก็เลยได้แต่กระแอมเสียงในลำคอพร้อมใบหน้าที่เห่อร้อนขึ้นมาอย่างไร้เหตุผล


“งั้น— แล้วเจอกันนะครับ”


ยกยิ้มให้ฝ่ายนั้นน้อยๆแก้เขินก่อนจะออกมาจากห้องทำงานของอาจารย์ใหญ่ กระทั่งเหลือพวกเขาอยู่สองคนแฮร์รี่ถึงปรับอารมณ์ตัวเอง ถามออกมาด้วยความรู้สึกที่เหมือนกลับมาเป็นปกติเวลาที่เขาอยู่กับเซเวอร์รัส เขาเอียงคอ นึกสงสัย


“คุณเข้าไปคุยอะไรกับอัลบัสเหรอครับ?”


เซเวอร์รัสมองเขา ท่าทางดูคิดหนักก่อนจะตอบออกมา


“ไม่มีอะไรสำคัญหรอก”


แฮร์รี่กระพริบตางุนงง — แต่ท่าทางเซเวอร์รัสมันเหมือนจะต้องมีอะไรนี่นา เขาหันกลับมามองตรงหน้า — แต่ถ้าเซเวอร์รัสไม่บอก คนแบบนี้ต่อให้พยายามง้างปากให้พูดยังไงก็คงไม่เอ่ยอะไรออกมาหรอก ในหัวเขานึกถึงตอนที่เขาเห็นเซเวอร์รัสในโลกเขาอยู่กับอัลบัสในห้องทำงานเพื่อวางแผนฆ่าอัลบัสกันอย่างแนบเนียนที่สุด สุดท้ายก็ไล่ความคิดพวกนั้นออกไป กลับมาสนใจตรงหน้า


พวกเขาเดินมาถึงห้องทำงานของแฮร์รี่ แฮร์รี่เดินตรงไปที่รูปภาพแม่มดนักอ่านเอ่ยรหัสผ่านเพื่อเข้าไปยังห้องส่วนตัว เขาเก็บงานบางส่วนไว้ข้างในเพราะเขาจัดการกับพวกมันก่อนที่จะนอน เขารู้ว่าเซเวอร์รัสเดินตามเข้ามาในห้องของเขา และเขาไม่ได้รู้สึกแย่อะไรตอนที่เซเวอร์รัสมองรอบๆห้องเขาอย่างสำรวจ ห้องสีโทนน้ำตาลอ่อนที่เขาจัดเองยังคงมีรูปแปะอยู่บนผนัง เขาเดินไปที่โต๊ะไม้โอ๊ค หยิบกระดาษที่ม้วนรวมกันมาเช็คในขณะที่เซเวอร์รัสมองที่ผนังซึ่งเขาแปะรูปไว้ค่อนข้างเยอะ ศาสตราจารย์ปรุงยามองไล่ตั้งแต่รูปของเท็ดดี้ รูปของรอน เฮอร์ไมโอนี่ — พ่อเขาที่กอดคอซิเรียส และสายตาของเซเวอร์รัสก็หยุดที่รูปของแม่ที่ยกยิ้มให้กล้อง


แฮร์รี่ก้มลงตรวจสอบงานเสร็จเรียบร้อยเขาก็เงยหน้าขึ้น เขาชะงักเมื่อเห็นศาสตราจารย์ปรุงยายังคงมองรูปของแม่เขาที่ส่งยิ้มมาคล้ายมองของแปลก ในดวงตาของเซเวอร์รัสมันปนเปไปด้วยความคิดถึง ความขัดแย้ง ความเจ็บปวด —


ในวินาทีเดียวกัน หัวใจของเขาจู่ๆก็รู้สึกคล้ายถูกบีบรัด


แฮร์รี่ยกมือกุมอกตัวเอง มันเจ็บปวด มันเป็นความรู้สึกทรมานแบบเดียวกับตอนที่เขาต้องทนเห็นเฮอร์ไมโอนี่ถูกคำสาปกรีดแทงต่อหน้าแต่เขากลับไม่สามารถทำอะไรได้ เขาได้แต่ยืนนิ่ง ทำไมเขาถึงรู้สึกแบบนี้ เขาเสียใจกับอะไรอยู่? เสียใจที่เรื่องของเซเวอร์รัสกับแม่เขาลงเอยอย่างน่าหดหู่งั้นเหรอ? ไม่ มันไม่ใช่อะไรแบบนั้น


ความรู้สึกของคนมักเป็นแบบนี้เสมอ มันเป็นเหมือนปริศนาที่ซ่อนอยู่ในกล่องดำ เป็นเรื่องที่เขาไม่เคยเข้าใจ


แฮร์รี่กัดริมฝีปาก ทอดสายตามองชายตรงหน้า


เขารู้แค่ว่าเขากำลังรู้สึกเจ็บปวด


ในที่สุดเซเวอร์รัสก็คล้ายหลุดจากภวังค์ ชายผู้รักศาสนามืดและการปรุงยาหันหน้ามาทางเขา มองมาที่ดวงตาของเขา แฮร์รี่ไม่รู้ว่าเขาทำสีหน้าแบบไหนอยู่ แต่ที่เขารู้คือเซเวอร์รัสกังวลเพราะสีหน้าของเขา เซเวอร์รัสทอดสายตาเศร้าสร้อยมาให้จนแฮร์รี่รู้สึกอยากจะร้องไห้ออกมาแทน กว่าจะรู้ตัวแฮร์รี่ก็เอื้อมมือสองข้างออกไปจับใบหน้าของอีกฝ่าย มองใบหน้าที่ดูชราลงไปของศาสตราจารย์ที่เคยเกลียดที่สุด เขาค่อยๆคลี่ยิ้มออกมา


“คุณบอกผมได้นะ —ที่นี่มีแค่เรา”


ภาพที่เขายิ้มยกมือสองข้างจับใบหน้าศาสตราจารย์ที่เคยชิงชังอย่างแผ่วเบา เอ่ยปลอบโยนด้วยน้ำเสียงเบาแต่มั่นคงในห้องพักส่วนตัวของเขา มันเป็นภาพที่สมควรพิลึกพิลั่นและไม่ถูกต้อง แต่แปลกดีที่แฮร์รี่กลับรู้สึกว่ามันคือสิ่งที่เขาสมควรทำที่สุดในตอนนี้ เหมือนกับว่าเขาไม่สามารถควบคุมร่างกายของตัวเองได้ เขาทอดสายตามองดวงตาของอีกฝ่าย


เหมือนกับว่าช่วงเวลานี้มันเดินช้าลง ช้าลงจนกระทั่งเขาได้กลิ่นยาจากตัวอีกฝ่าย ได้กลิ่นหนังสือที่วางเรียงบนโต๊ะไม้โอ๊ค กลิ่นน้ำหมึกที่เขาทำหกตอนเขียนบันทึกความทรงจำของโวลเดอมอร์ในคืนก่อน กลิ่นของผ้าห่มที่ไม่ได้เก็บให้เรียบร้อย แสงสีครีมนวลสะท้อนกระทบใบหน้าที่เขาเงยขึ้นมองก่อนจะสะท้อนเข้ามาในดวงตาจนใบหน้าที่ควรขาวซีดจมูกงองุ้มกลับมีสีโทนอบอุ่น ในดวงตาสีดำสนิทกระทบแสงไฟ จากที่ควรดูดุร้ายดำมืดสนิทก็เห็นได้ชัดว่ากำลังสะท้อนภาพใบหน้าของเด็กหนุ่มใส่แว่นตากลมขนาดใหญ่ผู้มีผมหน้าม้าสีดำยุ่งเหยิงปิดแผลเป็นรูปสายฟ้าฟาด


เซเวอร์รัสเหมือนจะแปลกใจในทีแรก ก่อนจะเริ่มเหม่อลอย ถัดมาถึงผ่อนคลายลงแล้วเอ่ยขึ้นมาคล้ายถูกเขาร่ายคำสาปสะกดใจ


“มันแค่ —นานมากแล้ว ที่ฉันไม่เห็นรอยยิ้มแบบนี้จากลิลี่”


เซเวอร์รัสเอ่ย เอื้อมมือมาทาบทับมือของเขา ค่อยๆดึงมือเขาลงจากหน้าเจ้าตัว มือของเขาถูกจับลงจากใบหน้าคนอายุรุ่นพ่อพร้อมๆกับสายตาพวกเขาที่ละออกจากกัน แฮร์รี่หยุดเกมจ้องตาที่พาเอาหัวใจเขาเหมือนถูกหลอมละลาย กระพริบตาไล่ความรู้สึกแปลกๆทีหนึ่ง


เซเวอร์รัสหันกลับไปที่ภาพ แฮร์รี่แปลกใจที่เซเวอร์รัสยังจับมือของเขาอยู่ เขามองตามมือที่จับอยู่ทั้งสองข้างก่อนจะมองตามไปยังใบหน้าหันข้างของเซเวอร์รัส เขามองไล่ตามสายตาอีกฝ่าย แต่สายตาเขายังไม่หลุดออกไปจากหน้าอีกฝ่ายดี ใบหน้าของเซเวอร์รัสก็ค่อยๆปรากฏรอยยิ้มออกมา — มันไม่ใช่รอยยิ้มเสียดสีแบบที่ชอบทำใส่เด็ก ไม่ใช่รอยยิ้มเยาะเย้ยที่เกิดขึ้นเวลาแฮร์รี่ทำอะไรผิดพลาด แต่เป็นรอยยิ้มที่อ่อนโยน ดวงตาสีนิลที่ดูรำลึกถึงอดีตตอนมองภาพรอยยิ้มของแม่เขา


แฮร์รี่ได้แต่มองนิ่ง เขายังคงจับมือกับเซเวอร์รัส — เซเวอร์รัสไม่ได้ทำหน้าเศร้าแล้วแต่เขาไม่รู้ว่าทำไมในใจเขาถึงยังเจ็บปวด


มันเจ็บในใจจนอยากจะร้องไห้ออกมาเลย


เขารู้ว่าแม่เขาสำคัญกับเซเวอร์รัสมากแค่ไหน เป็นทั้งเพื่อนคนแรก เป็นทั้งคนที่อยู่เคียงข้าง เป็นเหมือนทุกอย่างสำหรับคนอย่างเซเวอร์รัส สเนป เป็นบุคคลเดียวที่เซเวอร์รัสรักตลอดมา


พอเห็นรอยยิ้มที่หายากของคนๆนี้ถึงได้เข้าใจ — คนที่ทำให้เซเวอร์รัสยิ้มได้มีแต่แม่ของเขา ลิลี่เพียงคนเดียวเท่านั้น แฮร์รี่มองภาพรอยยิ้มที่ยังคงประทับบนใบหน้าของเซเวอร์รัส แสงไฟนวลๆในห้องของเขาทำให้ใบหน้าที่สมควรจะน่ากลัวกลับดูอบอุ่น สุดท้ายเขาก็ก้มหน้าลง หลบให้พ้นจากใบหน้านั้น เริ่มพยายามแกะมือของอีกฝ่ายที่จับมือเขาอยู่


เขาควรอยู่คนเดียวสักพัก — เขาควรออกไปจากตรงนี้


แฮร์รี่ขยับพยายามแกะมืออีกฝ่ายไม่ทันไร คนตัวสูงกว่าก็รู้ตัวและหันกลับมามองเขา จับมือของเขาให้แน่นกว่าเดิมจนเขาต้องขยับทำสีหน้าบูดเบี้ยวไม่พอใจเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงลำบากใจ


“ศาสตราจารย์...คุณจับมือผมอยู่”



“การจับมือของฉัน มันเลวร้ายสำหรับเธอขนาดนั้นเชียว”


แฮร์รี่ชะงักกับการเอ่ยประชดประชันอันคุ้นเคย เขาเงยหน้ามอง ดวงตาสีนิลจ้องดวงตาสีเขียว มองตรงเข้ามาในดวงตาเขาคล้ายต้องการจะมองทะลุมาถึงตัวตน เขารู้ว่าดวงตาของตัวเองกระตุก ในพริบตา จู่ๆเขาก็นึกเกลียดที่ตัวเองมีดวงตาเหมือนแม่ เสตาหลบออกด้านข้างไม่อยากให้คนตรงหน้ามองดวงตานี้ขึ้นมาเสียเฉยๆ ปากขยับบ่นงึมงำ


“ผมไม่ได้หมายความแบบนั้น”


ถึงจะไม่ได้ยิ้มแล้วแต่เซเวอร์รัสก็ทอดสายตามองเขา เปลี่ยนคำถาม


“ฉันบอกเธอไปแล้ว ถึงคราวที่เธอต้องบอกฉัน แฮร์รี่ เธอกำลังเสียใจเรื่องอะไรอยู่?”


แฮร์รี่ชะงักกึกกับคำถามของฝั่งตรงข้าม เงยหน้าสบตาคุ้นเคยอีกครั้งด้วยความรู้สึกงุนงงและไม่เข้าใจ เขาขมวดคิ้วน้อยๆและเอ่ยด้วยความสัตย์จริง


“ผมไม่รู้ว่าคุณพูดเรื่องอะไร?”


เซเวอร์รัสเงียบ มองเขาอย่างครุ่นคิดชั่วครู่ มองมาพินิจราวกับกำลังสำรวจว่าเขาโกหกรึเปล่า มันเป็นท่าทีที่ปกติแล้วแฮร์รี่ไม่เคยนึกชอบใจเลย รู้สึกว่าราวกับตัวเองกำลังถูกล้วงความลับ แต่สุดท้ายเซเวอร์รัสก็ปล่อยมือเขาและเอ่ยขยายความ


“ก่อนเข้าห้องมาเธอปกติดี แต่ไม่กี่นาทีก่อนหน้า เธอกลับดูเศร้าใจ — ทำไมถึงเป็นแบบนั้น?”


แฮร์รี่รู้ว่าที่อีกฝ่ายพูดคือความจริงทุกประการ เขารู้สึกเศร้าตอนที่เห็นอีกฝ่ายเศร้า ตอนที่เห็นรอยยิ้มของอีกฝ่าย ตอนที่อีกฝ่ายมองรูปครอบครัวของเขา เขาไม่รู้ว่าทำไมคนเย็นชาคนนี้ถึงเห็นความรู้สึกที่เปลี่ยนไปของเขาชัดขนาดนี้ ราวกับว่ากำลังมองเขาอยู่ตลอดเวลา เด็กหนุ่มผมยุ่งทอดสายตามองรูปที่แปะบนฝาผนัง เซเวอร์รัสมองตามสายตาของเขา เอ่ยถามอย่างแผ่วเบาด้วยน้ำเสียงขัดแย้ง เหมือนไม่ต้องการให้เขาคิดถึงคนในรูปภาพทั้งๆที่ตัวเองก็เพิ่งยิ้มให้รูปของลิลี่ไป


“เธอคิดถึงพวกเขางั้นหรือ?”



เขาชะงักกับที่เซเวอร์รัสถาม นึกๆดูก่อนที่จะส่ายหน้า


“ผมคิดถึง แต่ไม่ได้รู้สึกแย่เพราะคิดถึงพวกเขา ผมมีเรื่องวุ่นวายในหัวจนลืมที่จะคิดถึงพวกเขาในบางครั้งด้วยซ้ำ ตรงกันข้าม ทุกครั้งที่เหนื่อย มันรู้สึกดีที่จะมองรูปและคิดว่าพวกเขายังรอผมอยู่ ดังนั้นแล้ว รูปภาพเหล่านี้ไม่เคยทำให้ผมรู้สึกแย่”


เซเวอร์รัสเงียบ ยกมือสัมผัสคางตัวเอง ปรายตามองมา


“ถ้างั้น — ทำไม?”


“ผมไม่เข้าใจนักหรอก ผมแค่—“ แฮร์รี่เงียบชั่วครู่ ไม่รู้จะตอบคำถามตรงหน้าอย่างไรดี ก่อนจะตัดสินใจเอ่ยตามที่ตัวเองคิดอย่างซื่อตรง เขาทอดสายตามองข้างๆ เลือกโฟกัสภาพของคราบหมึกเป็นวงสีดำบนโต๊ะไม้ที่เช็ดไม่ออก ไม่รู้ทำไมเขาถึงไม่สามารถเอ่ยออกมาโดยมองคนตรงหน้าได้


“— ผมแค่รู้สึกแย่ตอนที่คุณเศร้า กระวนกระวายใจตอนที่คุณยิ้มเวลาคิดถึงลิลี่ บางครั้งผมจินตนาการว่าเธอคงดูดาวกับคุณ ฝึกเวทย์มนต์กับคุณ ทั้งๆที่รู้ว่าวันเก่าๆเหล่านั้นมันมีค่ากับคุณมากแต่มันกลับทำให้ผมรู้สึกไม่ดี แม้กระทั่งรู้สึกอึดอัดใจตอนที่คุณมองมาที่ผมคล้ายว่าผมคือตัวแทนของคนที่คุณรัก มัน— “


มันคล้ายกับว่าจะทำให้ใจเขาสลาย คล้ายกับว่าเขากำลังอิจฉา — แฮร์รี่ไม่ได้พูดออกไปจนจบ เขาหยุดเพื่อเม้มริมฝีปาก เพิ่งนึกได้ว่ามันไม่ใช่เรื่องที่สมควรเอามาพูดกับเพื่อนร่วมงานไม่ว่าจะฐานะไหน เขาถึงยกมือขึ้นหลังคออย่างประหม่า


“ขอโทษครับ —ลืมมันไปเถอะ ผมว่าผมอยากอยู่คนเดียวสักพัก คุณช่วยออกไปจากห้องผมก่อนได้ไหม?—ได้โปรด”


แฮร์รี่ผลักอกของเซเวอร์รัสที่เงียบอยู่นานออกน้อยๆ หวังให้อีกฝ่ายเดินออกไป แต่เขากลับสัมผัสได้แค่ว่าอีกฝ่ายกำลังยืนนิ่งแข็งราวกับรูปปั้นอยู่ตรงหน้า


“ศาสตราจารย์ ช่วยออกไปจากห้องของผมด้วยครับ”


แฮร์รี่สูดลมหายใจอ้าปากเอ่ยขับไล่อีกฝ่ายอีกครั้ง แต่มือหนาของอีกฝ่ายกลับยกมาปิดปากของเขา แฮร์รี่พยายามส่งเสียงร้องประท้วง ดึงดันเอามือหนาออกจากใบหน้าของเขา แต่พอเงยขึ้นไปมองใบหน้าของเซเวอร์รัสหน่อยเดียวก็เหมือนได้ค้นพบสิ่งอัศจรรย์ของโลก


ใบหน้าที่มักนิ่งเย็นชาของเซเวอร์รัสขึ้นสีแดงก่ำ ปากที่มักเรียบตึงกระตุกบิดเบี้ยวจนดูไม่ได้ เขาเคยเห็นแบบนี้ครั้งหนึ่ง มันเหมือนกับตอนที่อีกฝ่ายโกรธจัดที่เขาแอบดูความทรงจำในอ่างเพนซีฟตอนฝึกคาถาสกัดใจครั้งแรก แต่ครั้งนี้มันไม่เหมือนกัน เขารู้ว่ามันไม่ใช่เพราะความโกรธ แฮร์รี่เผยอปากน้อยๆ กระพริบตาด้วยใบหน้างุนงง จนพอสบสายตาที่มองเขาอยู่ก็รู้ว่าตัวเองกำลังถูกมองด้วยสายตาคาดโทษ — อะไร เซเวอร์รัสกำลังโกรธอะไรเขา?


“อะไรของคุณ ผมทำอะไรให้คุณไม่พอใจรึไง ออกไปจากห้องของผมนะ”


แฮร์รี่เอ่ยร้องหลังดิ้นจนริมฝีปากหลุดเป็นอิสระจากมือของเซเวอร์รัส เขายกปากตึงอย่างไม่พอใจ



เซเวอร์รัสที่ตอนแรกใบหน้าขึ้นแดงก่ำ สีบนใบหน้าค่อยๆจางลงจนกระทั่งกลับเข้าสู่สภาพปกติ แม้จะยังมีสีชมพูแต้มบนใบหน้าอยู่แต่น้อย มองเขาอย่างโกรธขึงเหมือนจะด่าอะไรออกมา แต่วินาทีถัดมา มาสเตอร์ดีกรีด้านการปรุงยาก็มองเขาอย่างสำรวจทั้งพ่นหายใจยาวพรูดและหันหลังให้เขา เดินออกจากห้องของเขาไปตามคำเอ่ยไล่ ทิ้งคำพูดหนึ่งไว้เป็นประโยคสุดท้าย


“เด็กโง่เง่า ฉันไม่ได้ยิ้มเพราะคิดถึงลิลี่”



แฮร์รี่ชะงักค้าง



มองแผ่นหลังที่เดินออกไป —ยังไงเขาก็ไม่เข้าผู้ชายคนนี้เลยจริงๆ 



ถึงแบบนั้นริมฝีปากของเขาก็ขยับเป็นเส้นตรงบางไม่คิดเอ่ยรั้ง ทิ้งตัวลงบนเตียงของตัวเองหลังจากประตูห้องถูกปิดลง


เอนตัวนอนหงายบนที่นอนเกินครึ่งตัว ดวงตาสะท้อนแสงจากไฟบนเพดาน ยกมือขวาสอดใต้แว่นปิดตัวตาของตัวเอง หายใจออกมายาวพรืด พยายามหยุดหัวใจที่เต้นผิดจังหวะมาตั้งแต่เมื่อกี้


นี่เขากำลังกำลังทำอะไรอยู่กันแน่เนี่ย






แฮร์รี่ถอนหายใจอีกครั้งมองนาฬิกาข้อมือบอกเวลาสี่ทุ่มตรง


เขากำลังยืนอยู่หน้าประตูคุกใต้ดิน


บอกตามตรงว่าไม่อยากมาที่นี่ในเวลาแบบนี้เลย หลังจากเกิดเรื่องพิลึกกึกกือในห้องพักส่วนตัวของเขาไปไม่เกินห้าชั่วโมง แต่เพื่อยาของรีมัสแล้วเขามีแต่ต้องมาเท่านั้น ยารักษาโรคมนุษย์หมาป่าจะสำเร็จหรือไม่มันขึ้นอยู่กับคืนเดือนมืดนี้ ไม่งั้นถ้าข้ามคืนนี้ไปยาจะต้องล้มเหลวแน่นอน


แฮร์รี่ถอนหายใจอีกครั้ง นึกอยากให้รอนหรือเฮอร์ไมโอนี่มาอยู่ข้างๆเขา เพื่อที่เขาจะได้มีโอกาสบ่นความรู้สึกสับสนที่หมุนติ้วอยู่ในหัวให้ฟังแม้ว่าถ้าเป็นรอน รายนั้นคงจะบอกเขาว่า ‘นายเสียสติไปแล้ว เพื่อน’ อย่างแน่นอน ส่วนเฮอร์ไมโอนี่ก็คงบ่นว่าที่เขาพูดจาสับสนจนไม่ได้ศัพท์แล้วก้มลงเคลียร์เอกสารจากคิงส์ลีย์โดยปล่อยให้เรื่องที่เขาบ่นเข้าหูซ้ายทะลุหูขวาไป


แฮร์รี่นึกในใจ ยกมือขึ้นจะผลักประตู แต่สุดท้ายก็ทำได้แค่แตะประตูแล้วเริ่มไตร่ตรองในหัวว่าเขาควรเปิดไปอย่างไม่เกรงใจหรือเขาควรจะเคาะประตูตามมารยาทของแขกซึ่งควรมีก่อนดี ยกมือขยี้ผมยุ่งๆอย่างกระวนกระวายแม้ว่าตั้งแต่ฝึกคาถาสกัดใจไปสักระยะเขาจะเดินเข้าเดินออกห้องทำงานอีกฝ่ายราวกับเป็นห้องตัวเองก็ตาม


แฮร์รี่จ้องประตูตรงหน้าด้วยความรู้สึกหลากหลาย ไม่แน่ใจว่าตัวเองกำลังเป็นบ้าแบบไหนอยู่ รู้สึกเหมือนตัวเองย้อนกลับไปเป็นแฮร์รี่ พอตเตอร์สมัยปีสี่ที่คิดจะชวนโชไปงานเลี้ยงเต้นรำแต่กลับไม่กล้าจนกระทั่งถูกเซดริกตัดหน้าไป เยี่ยม ความรู้สึกนี้แหละ— เว้นแต่ว่าเซเวอร์รัส สเนปไม่ใช่สาวสวยหน้าเอเชียผู้ชื่นชอบควิดดิชจากบ้านเรเวนคลอน่ะนะ


แฮร์รี่ถอนหายใจกับความคิดไร้สาระของตัวเองก่อนจะตัดสินใจทำตัวตามปกติโดยการยกมือไปผลักประตูออก แต่เขากลับไม่รู้สึกว่าตัวเองสัมผัสบานประตูสักนิดตอนที่ประตูขยับเข้าไปตามทิศของแรงผลัก


“เข้ามาสิ แฮร์รี่ ยืนรออะไรอยู่”


น้ำเสียงเบาๆที่ทำให้นักเรียนทุกคนเงียบได้ดังขึ้นพร้อมกับค้างคาวยักษ์ที่มาปรากฏตรงหน้าจนร่างกายของเขาแข็งทื่อ


“เอ่อ —ครับ”



แฮร์รี่ไม่ได้เงยหน้า เขาจ้องมองเสื้อคลุมสีดำที่กระแทกสายตาเขา หัวเราะแผ่วๆในลำคอก่อนจะเดินเข้าไปในห้องทำงานอีกฝ่ายตามแผ่นหลังสูงสีดำทมิฬ


แน่ล่ะ เซเวอร์รัสจะต้องรู้ว่าเขายืนอยู่หน้าห้องมาตั้งแต่แรกแล้ว — ไม่มีทางที่อีกฝ่ายจะเป็นเหมือนสาวสวยรุ่นพี่ซีกเกอร์แน่ๆ


แฮร์รี่โอดครวญในใจ


เขามองรอบๆห้อง มันยังคงเหมือนทุกครั้ง บรรยากาศทะมึนๆ แจกันไร้ดอกไม้ตั้งอยู่บนโต๊ะ ที่ผิดแปลกจากก่อนหน้าเหมือนจะมีแค่หม้อปรุงยาที่ปิดฝาอยู่บนโต๊ะ เซเวอร์รัสเดินตรงไปที่หม้อปรุงยาขนาดเล็กนั่น


แล้วทำไมเซเวอร์รัสถึงทำตัวเป็นปกติขนาดนี้ล่ะ? ราวกับว่าก่อนหน้านี้ไม่มีอะไรแปลกๆเกิดขึ้นงั้นแหละ ราวกับว่าวันก่อนไม่มีคำสาบานที่บอกว่าจะไม่ปล่อยให้เขาตาย ราวกับว่าเรื่องแปลกๆไม่กี่ชั่วโมงก่อนไม่เคยเกิดขึ้น


แฮร์รี่ลอบสังเกตท่าทีของอีกฝ่ายที่เดินไปที่หม้อปรุงยา สุดท้ายแล้วเขาก็พยายามสงบจิตใจของตัวเอง


ถ้าไม่รีบสงบจิตใจเกรงว่าเขาคงทำให้ยาของรีมัสพลาดไปแน่


แฮร์รี่เดินไปหยิบวัตถุดิบอีกสามอย่างที่ควรใส่เป็นอย่างสุดท้าย เขาเตรียมมันไว้ตั้งแต่คราวก่อน สูดลมหายใจ หลับตาสองสามวินาทีเพื่อตั้งสมาธิกับหม้อตรงหน้า ขยับเปิดฝาหม้อปรุงยาออกช้าๆ วางฝาลงข้างๆ เซเวอร์รัสไม่เอ่ยอะไรให้กวนสมาธิของเขา


แฮร์รี่ก้มมอง น้ำยาสีฟ้าเข้มทำให้เขาขยับยิ้มกว้าง มันเหมือนตามที่พวกเขาคาดการณ์จริงๆ หลังจากนี้แค่ใส่ผงจากเขายูนิคอร์น คนตามเข็มสองครั้ง และน้ำยาก็จะเปลี่ยนเป็นสีฟ้าอ่อน เขานึกพลางขยับมือไปด้วย


เป็นไปตามคาด!



แฮร์รี่หันกลับมาเอาดอกเขี้ยวเจอร์ราเนียมสีแดงสดมาบดเอาน้ำมัน ตวงมัน ก่อนจะเทอย่างมือเบาย่อขาลงเพื่อมองในแนวระนาบ หรี่ตามองพลางนับ หนึ่งหยด สองหยด สามหยด คนช้าๆไปพลาง



มันต้องเปลี่ยนเป็นสีม่วงเข้ม



แฮร์รี่บอกตัวเองในใจ วิธีการปรุงยารักษาโรคมนุษย์หมาป่าเขาท่องอ่านจนจดจำได้แม่น มองน้ำยาตรงหน้าที่ยังคงสีฟ้าอ่อนก็รู้สึกลุ้นระทึก คนช้าๆตาม สีของน้ำยาเริ่มเปลี่ยน จากสีฟ้าอ่อนกลายมาเป็นสีม่วงเข้ม



เยี่ยม!


แฮร์รี่แทบโห่ร้องด้วยความยินดีในใจ รีบจุดไฟอ่อนเพื่ออุ่นตัวยา หยิบส่วนประกอบสุดท้ายออกมา มันเป็นพืชหายากของแอลบีเนีย ใบสีเขียวอมเทา รู้จักกันในชื่อใบดิตทานี แฮร์รี่หยิบผงเงินมาละลายน้ำใส่ถ้วยใบหนึ่ง หย่อนใบดิตทานีเข้าไปจนใบถูกชุบกลายเป็นสีเงินพักไว้ชั่วครู่ หันกลับมาที่หม้อที่กำลังอุ่นได้ที่ถึงหย่อนใบดิตทานีลงไป


และขั้นตอนนี้เขาจะต้องได้ควันโพยพุ่งสีเขียว ให้รีบปิดฝาทันที และปล่อยทิ้งไปครึ่งนาที น้ำยาจะกลายกลับมาเป็นสีเหลืองทอง


เสียงในหัวดังขึ้นบอกวิธีการปรุง แฮร์รี่มองควันสีเขียวที่พุ่งทันทีที่ใบดิตทานีสัมผัสน้ำยา เขารีบจับฝาปิด ลดไฟลงอีกนิด สูดลมหายใจ มองนาฬิกาที่เข็มวินาทียังคงขยับ


ติ๊ก



ติ๊ก



ติ๊ก



แต่ละเข็มขยับไปดูเชื่องช้า หัวใจเขาแทบจะเต้นเป็นจังหวะเดียวกับเข็มแต่ละวินาที มือกำแน่นประสานบนโต๊ะราวกับกำลังสวดภาวนา จนกระทั่งมันดังครบสามสิบครั้งไม่ขาดไม่เกิน เด็กหนุ่มก็ปิดไฟและเปิดฝาออกทันที



เขาจะขยับยิ้มเมื่อเห็นประกายสีทองในแว๊บแรกก่อนที่รอยยิ้มจะค่อยๆจางหายเมื่อเห็นน้ำยาที่พยายามปรุงมาเกือบหนึ่งเดือนเต็มตา มันมีประกายสีทอง แต่ตัวยาของมันกลับมีสีเขียว


มันไม่ถูกต้อง


แฮร์รี่นิ่งเงียบมองด้วยความไม่เข้าใจ เขามองมันอยู่นานก่อนที่จะขยับเม้มปาก คว้างานวิจัยของเซเวอร์รัสขึ้นมาไล่สายตาอ่านแม้จะหลับตาท่องได้ ดวงตาไล่ตามทุกขั้นตอน มันถูกต้องมาโดยตลอด สีของน้ำยาก็ได้ตามข้อสันนิษฐานมาโดยตลอด กระทั่งอ่านถึงข้อความสุดท้ายและพบว่าน้ำยาที่ต้องได้จะต้องเป็นน้ำยาสีทองเขาก็สูดลมหายใจและอ่านมันใหม่ตั้งแต่ต้นอีกครั้ง


เขาพลาดมันที่ตรงไหนกัน?


ความรู้สึกตื่นเต้นที่โลดแล่นในใจก่อนหน้าพลันตกวูบ ไม่ว่าจะอ่านกี่ครั้งกี่หน ข้อความเหล่านี้ก็ไม่ได้เปลี่ยนไปจากเดิมสักนิด ขาของเขาคล้ายไร้เรี่ยวแรง ทรุดตัวนั่งลงเก้าอี้ทำงานของเซเวอร์รัสก่อนจะพลิกกลับหน้าแรกและเริ่มต้นอ่านอีกครั้ง ครั้งนี้เขาเริ่มอ่านตั้งแต่ความเข้ากันของวัตถุดิบ การปรับปรุงน้ำยาจากวูลฟ์เบน การนำวัตถุดิบที่มาใช้ แต่พอพลิกได้ไปสามหน้า ปึกกระดาษตรงหน้าก็ถูกดึงออกจากมือไร้เรี่ยวแรงของเขาขึ้นไปเหนือศีรษะ เขาช้อนตาเงยหน้าตามปึกกระดาษจนหัวชนเบาะเก้าอี้แนวเกือบเก้าสิบองศา มองร่างสูงที่ดึงงานวิจัยของตัวเองกลับไป



แฮร์รี่เพิ่งรู้สึกตัวว่าเขาไม่ได้อยู่ในห้องนี้เพียงลำพัง


เด็กหนุ่มเม้มปากแน่นอีกครั้ง ศาสตราจารย์ปรุงยาคนนี้เคยบอกเขาแล้วว่าไม่ควรคาดหวังให้มาก โอกาสสำเร็จมันยังเป็นแค่ครึ่งต่อครึ่ง แต่คงเพราะตลอดขั้นตอนยาวเหยียดเขาทำได้ดีและไร้ข้อผิดพลาดมาโดยตลอดทำเอาเขานึกเหลิงขึ้นมา ไม่นึกว่าพอบทสรุปไม่เป็นอย่างที่หวังแล้วจากที่รู้สึกเหมือนกำลังบินอยู่จุดสูงสุดในสนามควิดดิชตามลูกสนิชอยู่ดีๆ ในจังหวะที่จะคว้ามันได้ก็เผลอทรงตัวผิดหลักตกจากไม้กวาดพุ่งดิ่งตกลงกระแทกพื้นพสุธาแรง เขาหลับตาลงอย่างยอมแพ้ มือที่ยกตามแรงดึงกระดาษคลายตัวลง หดแขนวางมือไว้บนใบหน้า


ให้ตาย เหมือนเขาไม่ได้รู้สึกเข้าตาจนแบบนี้มานานมากแล้ว



แต่ตอนที่ความรู้สึกกำลังจมดิ่ง จู่ๆเขาก็รู้สึกถึงสัมผัสที่ขยี้ผมเขาเบาๆ เขาลืมตาขึ้นถึงเห็นว่ามือขวาหนาๆของเซเวอร์รัสกำลังขยี้ผมเขาด้วยแรงน้อยๆแตกต่างจากเวลาเขาขยี้ผมตัวเองอย่างชัดเจน มืออีกข้างของอีกฝ่ายจับปึกกระดาษไล่สายตาอ่านงานวิจัยของตัวเองพร้อมทั้งเอ่ยออกมาคล้ายรู้ว่าเขาลืมตาขึ้นมามองเจ้าตัวแล้ว


“เธอทำมาดีที่สุดแล้ว”


แฮร์รี่ขยับยิ้มกับคำปลอบโยนที่คาดไม่ถึง เขาดึงมือออกจากใบหน้าตัวเอง ขยับหัวกลับมานั่งในท่าตรง มือข้างขวาของคนตัวสูงถึงได้กลับเข้าไปหาเจ้าของเพื่อพลิกหน้ากระดาษ แฮร์รี่มองยาตรงหน้า ไม่ว่าเขาจะพยายามแค่ไหน ถึงแบบนั้นมันก็คือความล้มเหลวอยู่ดี


“แต่มันยังไม่ดีพอ”



เขาพึมพำ รับรู้ได้ว่าสายตาที่กำลังอ่านปึกกระดาษเหลือบมองเขา เด็กหนุ่มขยับตามองตอบเล็กน้อยและน้ำเสียงทุ้มต่ำก็เอ่ยบอก



“เธอลองทำใหม่ได้”


แฮร์รี่หลุดหัวเราะในลำคอกับคำเอ่ยของศาสตราจารย์ที่ดูให้ความหวังเขา บางทีเซเวอร์รัสก็รู้จักมองโลกในแง่ดีเหมือนกัน แฮร์รี่ยิ้มประดับใบหน้าแม้ดวงตาจะไม่ได้ยิ้มตาม


“คุณพูดทั้งๆที่รู้ว่าวันคืนเดือนมืดครั้งถัดไปคือวันที่ยี่สิบห้าธันวาคม”


เซเวอร์รัสเงียบก่อนจะมองน้ำยาบนโต๊ะ มาสเตอร์ดีกรีปรุงยาเดินไปตักใบดิตทานีออกจากหม้อและมองมันอย่างครุ่นคิด เจ้าของตำแหน่งนักปรุงยาดมทั้งกลิ่นและเอานิ้วเคาะโต๊ะสองสามทีก่อนจะขีดเขียนบางอย่างลงไปบนงานวิจัยของตัวเอง



แฮร์รี่ขยับตามองอย่างแปลกใจ เขาเขยิบเก้าอี้ไปใกล้โต๊ะกว่าเดิม เอาแขนเท้าโต๊ะมองดูสิ่งที่อาจารย์ปรุงยากระทำ ขีดเขียนลงไป บ้างก็วงกลม บางก็เขียนตัวอักษรลายมือคุ้นเคย คิ้วของคนน่ากลัวขมวดน้อยๆจนเขาไม่กล้าทัก เซเวอร์รัสยืนเขียนมันอยู่นานก่อนจะเดินไปหยิบหนังสือมาเปิด จากที่บนโต๊ะมีหนึ่งเล่มก็เพิ่มเป็นสอง สาม จนกระทั่งห้าเล่ม ทุกเล่มมีร่องรอยของการเขียนของเซเวอร์รัสไม่ต่างไปจากบันทึกของเจ้าชายเลือดผสม


หม้อปรุงยาที่มีตัวยาผิดพลาดยังคงถูกทิ้งอยู่บนโต๊ะ มันถูกขยับไปวางมุมขวาของโต๊ะเพื่อรองรับหนังสือที่ถูกเปิดอ้าเรียงกันฝั่งซ้ายมือ


แฮร์รี่เงียบอยู่นานก่อนจะรู้สึกว่าเขาควรเอ่ยอะไรออกมาเพื่อขัดกับท่าทางจริงจังจนน่ากลัวของเซเวอร์รัส



“ผมโอเคฮะ ศาสตราจารย์—ก็ผิดหวังนิดหน่อยที่พลาดแต่มันโอเค ผมพูดจริงๆนะ”


ยังไงเขาก็รู้ตัวว่าตัวเองไม่ได้เก่งการปรุงยาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ที่ไม่พลาดเลยก่อนหน้านี้จะเรียกว่าปาฏิหาริย์ก็คงได้ จนพอเห็นคนตรงหน้าพยายามเพื่อเขาขนาดนี้แล้วจู่ๆในใจมันก็ฟูฟ่องขึ้นมา



ถ้าจะบอกว่ารู้สึกดีขึ้นนิดหน่อยก็คงได้


เซเวอร์รัสยืนยืดตัวตรง ยกมือจับปากกาขนนกกอดอก ปรายตามองหนังสือทั้งห้าเล่มคล้ายครุ่นคิดบางอย่างก่อนจะหันมาทางเขาพร้อมถอนหายใจ ปิดหนังสือแต่ละเล่มแล้ววางปากกาขนนกลงบนปกหนังสือเล่มหนาสีแดงที่อยู่เยื้องซ้าย


แบบนี้ คงจะดีแล้วล่ะ



เขานึกในใจตอนที่เซเวอร์รัสวางปึกเอกสารที่ตัวเองเขียนตอนแรกลงบนโต๊ะ เขาขยับยิ้มเศร้าไปให้ เหมือนกับที่อีกฝ่ายช่วยเขามาตลอดมันสูญเปล่ายังไงอย่างงั้น ถึงแบบนั้นมันก็ช่วยให้เขาสนิทกับเซเวอร์รัสตลอดเวลาที่ผ่านมา บางทีมันก็คงไม่สูญเปล่าเสียทีเดียว



“นี่ดึกมากแล้ว เธอกลับไปนอนเถอะ แฮร์รี่ ฉันจะเก็บกวาดให้เอง”



“แต่—“



สายตามองปราดมาให้เขาหุบปากได้ชะงักงัน



นับตั้งแต่ที่เขามาในคุกใต้ดินคือตอนสี่ทุ่ม ตอนนี้เข็มนาฬิกาทั้งเข็มสั้นและเข็มยาวกำลังชี้เข้าหาเลขสิบสอง แฮร์รี่เม้มปากน้อยๆ เขาคิดว่าเขาควรจะเก็บกวาดของผิดพลาดพวกนี้ก่อน จนพอจะเอ่ยช่วยก็ถูกดวงตาของคนตัวสูงจ้องกดดันราวกับงูจ้องเหยื่อ ถึงได้ยอมแพ้แต่โดยดี


“—งั้น ฝันดีครับ”



เซเวอร์รัสพยักหน้าให้เขาและเอ่ย


“ฝันดี แฮร์รี่”


แฮร์รี่ไม่ทันก้าวขาออกจากห้องทำงานเขาก็นึกบางอย่างขึ้นได้ เขาได้เอ่ยคำนั้นไปรึยังนะ? เขาหันหลังกลับไปมองคนที่กำลังเก็บบรรดาหนังสือบนโต๊ะก่อนจะเอ่ยออกมา


“ศาสตราจารย์ครับ—”


ใบหน้าของเซเวอร์รัสหันกลับมามองเขา แฮร์รี่ถึงเอ่ยประโยคถัดมา


“ขอบคุณมากนะครับ”



เขาเหมือนจะเห็นรอยยิ้มในดวงตาของเซเวอร์รัสวูบหนึ่งแม้ว่าใบหน้าจะไม่ได้ยิ้มออกมาให้เขาเห็น คนในห้องพยักหน้าให้เขาเป็นเชิงว่ารับรู้ถึงข้อความนั้น


แฮร์รี่หันกลับมาเดินกลับห้องตัวเองพร้อมหาวออกมาน้อยๆ มือขยี้ตาตัวเองอยู่เนืองๆ


______________________________




เซเวอร์รัสนั่งบนโต๊ะทำงาน หยิบกระดาษยาวขึ้นมาเขียนตั้งแต่เริ่มต้นปรุงยา จากยาวูฟล์เบน การปรับปรุงให้ได้ยารักษาโรคมนุษย์หมาป่า


มันเริ่มผิดพลาดตั้งแต่ตรงไหนกัน?


เขาครุ่นคิดขณะเหลือบมองตัวยาในหม้อที่หายอุ่นแล้ว หนังสืออีกสามเล่มถูกวางเปิดอยู่ตรงหน้า นิ้วซีดยาวเรียวเคาะโต๊ะทำงานของตัวเองขณะนั่งไล่ทฤษฎีที่ร่ายยาวอยู่ในหัว บางทีมันอาจผิดมาตั้งแต่ต้น



เขาเริ่มเขียนใหม่ แยกออกมาหลายกรณีที่สามารถทดแทนกันได้ เทียบเวลาที่เหมาะสมสำหรับตัวยาแต่ละตัว แสงของดวงจันทร์ที่มีผลต่อผลิตผลของวัตถุดิบที่ผสมกัน เขาขีดฆ่าทิ้งกระดาษแผ่นแรก ไม่ นี่ยังใช้ไม่ได้ เขานึกในใจก่อนจะเริ่มเขียนใหม่อีกครั้ง


ไม่อยากให้ความพยายามของเด็กนั่นสูญเปล่า


ทอดสายตามองตัวยาที่เหมือนผิดพลาด บางทีเขาควรจะปล่อยมันเป็นแบบนี้ถ้าไม่ใช่ว่าเขาเห็นว่าตลอดหนึ่งเดือนแฮร์รี่ตั้งใจกับมันมามากขนาดไหน สำหรับเด็กคนนึงที่ตอนแรกยังหั่นวัตถุดิบขนาดไม่เท่ากัน จนมาวันนี้กลับจัดการทุกอย่างได้ดีไร้ที่ติ ตอนที่ไปห้องของเจ้าตัวเขายังเหลือบไปเห็นหนังสือปรุงยาที่ท่าทางยับยู่ยี่ราวกับถูกใช้อ่านอย่างสมบุกสมบัน หรือแม้แต่กระดาษที่ดูจะเขียนเคล็ดลับการปรุงยาทั้งที่เขาสอนและเจ้าตัวคิดขึ้นได้เองหลายๆอย่างเอาไว้


นึกถึงเรื่องที่เกิดในห้องของแฮร์รี่ก็ถอนหายใจออกมา



เด็กบ้า งี่เง่าสมเป็นกริฟฟินดอร์



คำพูดในตอนนั้นมันไม่ต่างอะไรกับสารภาพรักเขาเลยไม่ใช่รึไง แต่พอเห็นใบหน้าตีมึนใส่เขาแบบนั้น จะมองยังไงก็คิดได้อย่างเดียวว่าคนพูดไม่รู้ตัวสักนิดว่าตัวเองพูดอะไรออกมา


มือที่กำลังเขียนกระดาษหยุดชะงักเมื่อเสียงในตอนนั้นวนเวียนกลับเข้ามาทันทีที่นึกถึง รับรู้ได้ว่าใบหน้าตัวเองเห่อร้อนขึ้นในพริบตา ยกมือซ้ายเอาหลังมือถูจมูกตัวเอง เหมือนไอน้ำรอบๆหน้าจะระเหยได้ เขาวางปากกาลง เอื้อมมือไปจับดึงลิ้นชักฝั่งขวามือเปิดออก เหลือบมองสร้อยคอจี้รูปกวางที่อยากจะให้อีกฝ่าย


แต่กลับไม่มีโอกาสให้เสียที



หรือจะบอกว่าเขาไม่กล้าให้ไปดีนะ



บางทีเขาอาจจะขี้ขลาดเหมือนที่พอตเตอร์กับแบล็กเคยปรามาสไว้ก็ได้



ก็อก ก็อก



ในขณะที่กำลังคิดอยู่เพลินๆเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น เขารีบปิดลิ้นชัก เอามือออกจากใบหน้า หรี่ตามองเวลาบอกเวลาตีหนึ่งก่อนจะขยับตรงมองประตู ถ้าเป็นแฮร์รี่จะไม่เคาะประตูตอนเปิดประตูเข้าห้องทำงานของเขา หรือถ้าเคาะก็จะเดินรุกล้ำเข้ามาโดยไม่รอเขาอนุญาตอยู่ดี



ถ้างั้น ใครกัน?



“เข้ามา”



เขาเอ่ยเสียงเย็นเยียบ จนประตูเปิดออกถึงได้เห็นร่างของชายชราผมขาว เครายาวดวงตาสีฟ้าที่เดินเข้ามาพร้อมมองสภาพห้องที่เต็มไปด้วยหนังสือและหม้อปรุงยาที่วางอยู่ เขารู้สึกเหมือนจะอยากคิ้วกระตุกให้ได้



อัลบัส ดัมเบิลดอร์



เขาหรี่มองแขกยามวิกาลก่อนที่จะปรายตามองไปที่นาฬิกาอย่างขู่ๆ นี่คิดว่ากี่โมงกี่ยามกันแล้ว แต่แทนที่เขาจะได้รับคำขอโทษที่มาผิดเวลา ชายชรากลับเอ่ยขึ้นอย่างอารมณ์ดี


“สายัญสวัสดิ์ เซเวอร์รัส บังเอิญว่าฉันเดินอยู่แล้วเห็นแสงไฟมาจากห้องทำงานของเธอจึงมาขอรบกวนสักเล็กน้อย”



“ผมเกรงว่าคนชราอย่างท่าน ถ้าเข้านอนดึกขนาดนี้จะอายุสั้นได้นะครับ หรือถ้าต้องการเครื่องดื่มอุ่นๆผมแนะนำให้ไปที่โรงครัวมากกว่า หากไม่มีธุระอะไรผมก็ขอเชิญกลับ บังเอิญช่วงนี้ผมค่อนข้างมีงานยุ่งวุ่นวาย”


“เธอยังหนุ่มคงไม่รู้ว่ายิ่งแก่ชราเท่าไหร่ ก็ยิ่งหลับๆตื่นๆเป็นประจำ ก็มีบ้างที่ต้องมาเดินเล่นแก้เบื่อเป็นครั้งคราว” ศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์อธิบายพลางมองโต๊ะรกๆของเขาและยกยิ้มเมื่อเห็นหัวข้อบางอย่าง “วูฟล์เบนงั้นหรือ— ไม่ใช่ว่าที่ปรุงไปคราวก่อนยังไม่หมดหรอกเหรอ?”


เขาขยับไปพลิกกระดาษปึกให้คว่ำลงก่อนจะเอ่ยน้ำเสียงอันตราย


“ผมแค่เอาเรื่องเก่าๆกลับมาศึกษาก่อนที่ความรู้จะจมหายไปตามเวลาเท่านั้น ตั้งแต่ที่ต้องคอยสอนเด็กนักเรียนสมองช้าดักดานก็แทบไม่ได้ปรุงน้ำยาระดับสูงบ่อยๆ —อาจารย์ใหญ่ หากท่านไม่มีธุระ ผมเกรงว่าท่านกำลังรบกวนเวลางานของผมอยู่”


เขาย้ำด้วยน้ำเสียงจริงจังเป็นเสียงจังหวะเดียวกับที่ใช้สอนเด็กนักเรียน ก้มหน้าเขียนทฤษฎีอีกอย่าง ไม่ใส่ใจแขกผู้มาเยือน จนสุดท้ายดัมเบิลดอร์ก็ส่ายหน้ายิ้มๆ เสกเก้าอี้มานั่งฝั่งตรงข้าม



“บางทีเธอน่าจะผ่อนคลายบ้างนะ เซเวอร์รัส —“



เสียงนุ่มนวลของคุณตาใจดีหยุดไม่กี่วินาทีก่อนจะต่อประโยคธุระของตัวเอง


“ฉันอยากจะคุยเรื่องเดิมที่คุยกับเธอก่อนที่แฮร์รี่จะเข้ามาในห้องทำงานของฉัน”



มือเขาหยุดชะงัก ต้องเงยหน้าขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้


ตาแก่เจ้าเล่ห์



เซเวอร์รัสนึกในใจพร้อมกับวางปากกาขนนก



ยอมรับว่าเขาทั้งนึกชิงชังและนับถือคนตรงหน้าไปพร้อมๆกัน



“ผมบอกแล้วว่าผมขอเวลาคิดเรื่องนั้นดูก่อน”




#HpEternalwar




Talk :)


เคยคิดอยากหยุดแต่ง แต่ก็หยุดไม่ได้เพราะคู่นี้ยังไม่ได้จูบกันเลย555555 ไหนจะครอบครัวพอตเตอร์ที่ยังไม่เคลียร์กันอีก รีมัสยังไม่ได้แต่งงาน ยังไม่เจอหนูเดรก ฮอร์ครักซ์ยังไม่เริ่มทำลายสักชิ้น ฯลฯ เอาง่ายๆคือยังหยุดไม่ได้เพราะฉากที่ตัวเองอยากอ่านยังเขียนออกมาไม่ครบ แต่จะเขียนต่อไปเรื่อยๆเปื่อยๆเนี่ยแหละน่าจะเขียนรัวช่วงปีใหม่เนอะ


ไม่แน่ใจจะมาต่อไวมั้ย ช่วงนี้พิณแอบวุ่นๆกับการทำงานหาค่าขนมให้ตัวเอง(หาเรื่องเก่ง) และการบ้านที่เหล่าอาจารย์ให้มาอย่างสม่ำเสมอไม่มีขาดนี่แหละ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 315 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,068 ความคิดเห็น

  1. #1022 MartiniLubik (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2563 / 22:01

    คงอยากจะด่าว่าแก่แดดแน่ๆเลย5555

    ใช่ค่ะเซเวอรัส แฮร์รี่ซื่อบื้อเรื่องความรักมากจริงๆ

    สารภาพรักออกไปแต่ไม่รู้ตัวน่ะใช่เลย โอ้ยยฮา


    #1,022
    0
  2. #980 Jecelyn (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2563 / 13:44
    สนุกมากกกก ก.ไก่ล้านตัว ไรท์ห้ามหนุดเเต่งนะ!ถ้าหยุดจะไปเผาบ้านไรท์!! อยากเจอเดรโกยังไม่ได้เจอเลยยย
    #980
    0
  3. #918 pdroupd (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2563 / 23:53
    สนุกมากเลยค้าบบ นี่เพิ่งเจอเรื่องนี้ ใช้ภาษาดีมากๆเลย สู้ๆนะคับ จะรอติดตามน้าาา
    #918
    0
  4. #893 Astrophile_ (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 30 เมษายน 2563 / 15:21
    สนุกมากเลย
    #893
    0
  5. #622 YPWN (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2562 / 05:03
    สนุกมากกกกกก มากแบบมากๆ อ่านรวดเดียวเลย ชอบมาก! รอตอนต่อไปนะตะ!!
    #622
    0
  6. #598 Nu pe (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2562 / 08:08

    สนุกมากกก
    #598
    0
  7. #574 Rain01 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2562 / 11:07

    แฮร์หึงอ่ะดูออก ง่าาาา
    แล้ว-หน้าแดงนี่คือเซฟชอบหนูรี่แล้วโว้ย-งงง
    แล้วสร้อยกวางนี่คือ .... เค้ารักกันแล้วค่าาาาดูออกกกก จุ๊บเลยๆๆๆๆๆ
    ชูป้ายไฟให้เขาได้กันค่าาา
    #574
    0
  8. #573 Rain01 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2562 / 11:07

    แฮร์หึงอ่ะดูออก ง่าาาา
    แล้ว-หน้าแดงนี่คือเซฟชอบหนูรี่แล้วโว้ย-งงง
    แล้วสร้อยกวางนี่คือ .... เค้ารักกันแล้วค่าาาาดูออกกกก จุ๊บเลยๆๆๆๆๆ
    ชูป้ายไฟให้เขาได้กันค่าาา
    #573
    0
  9. #572 •Glitter• (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2562 / 16:27

    เรื่องนี้คือดีย์จริงๆ

    #572
    0
  10. #571 BarMeeYen (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2562 / 11:59
    ชอบมากค่ะแง เป็นเรื่องที่สนุกมากก อ่านรวดเดียวจนจบเลยค่ะะ ชอบความสัมพันธ์ของป๋ากับรี่มากค่ะ
    #571
    0
  11. #570 Lily for Lisa (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2562 / 15:21
    โอ้ยยยยยยย น่ารักจิงเลยน้องลูก
    #570
    0
  12. #568 ป่าสีน้ำเงิน (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2562 / 18:12
    เอ็นดูแฮร์รี่มากเลยค่ะ แงงง
    #568
    0
  13. #567 Tomaiey (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2562 / 11:06

    55555555 "โง่เง่า สมกับเป็นกริฟฟินดอร์"

    ทำไมหนูน่ารักได้ขนาดนี้

    กว่าจะรู้ตัวคงอีกนาน

    //ฟินน
    #567
    0
  14. #566 เอลิซ่า (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2562 / 10:14
    เด็กบื้อทำไมน่ารักแบบนี้ ป๋าเซฟเขินล่ะ กรี๊ดๆๆๆๆๆ
    #566
    0
  15. #565 BellKMCN (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2562 / 22:39
    มาช้าแต่มาเถอะค่ะรอได้~~

    แค่แต่งจนจบก็พออ
    #565
    0
  16. #564 kbrrcngkeux (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2562 / 22:27

    เขาสารภาพรักกันแล้วค่ะแม่!!!!!แต่ดูหนูซื่อ(บื้อ)อย่างที่ป๋าแกบอกนั้นแหละ อีกนานกว่าคู่นี้จะสมหวัง(มั้ง) แล้วนี่อัลกับป๋าคงไม่ได้พูดเรื่องวางแผนฆ่าอัลจริงใช่ไหมเนี่ย!!??!๚^>>[<+/]+>/\/

    ปล.กว่าจะมาอัพนะค่ะไรท์ รอจนตะคริวกินไปถึงคอ(?)แล้วเด้อ~~

    #564
    0
  17. #563 548athirata (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2562 / 21:57
    กลับมาแล้วซีน่าาาาาา
    #563
    0
  18. #562 aeble (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2562 / 21:55
    อย่าหยุดแต่งเลยนะคะ ฮือออ ชอบเรื่องนี้มากๆ เป็นกำลังใจใหนะคะ
    #562
    0
  19. #561 ต้าวน้อนแมว (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2562 / 21:42
    ฮือ อย่าหยุดเลยนะคะ เราอ่านวนเรื่องหลายรอบมาก เป็นเรื่องที่สนุกมากจริงๆ
    #561
    0
  20. #560 lonely.com (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2562 / 21:17
    ต้อนรับกลับมานะคะ ยังสนุกเหมือนเดิมเลยค่าา????????
    #560
    0
  21. #559 ฮิจินะ (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2562 / 20:45

    ใช่ ขอให้ได้จูบกันด้วยความรักของทั้งคู่ก่อนไรต์ เมื่อนั้นเราจะตายตาหลับทันที>////?<

    #559
    0
  22. #558 TewadaCat (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2562 / 20:43

    โอยยย. เรื่อยๆเอื่อยๆ แต่ทำไมดาเมจมันแรงจัง จิกหมอนเบาๆ
    #558
    0
  23. #557 Name cannot be blank. (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2562 / 20:36
    อย่าหยุดเลยค้าบ มีคนรออ่านอยู่เยอะเลยนา
    #557
    0
  24. #556 GOTFAFA (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2562 / 20:29
    คิดถึงมากๆค่ะไรท์ ยังไงก้สู้ๆนะคะ ยังรอไรท์อยู่เสมอ
    ละ2คนนี้พูดเรื่องไรกันอ่ะ อยากรู้ๆๆ
    ปล.รออ่านตอนต่อไปนะคะ
    #556
    0
  25. #555 shino13 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2562 / 20:19
    คุยเรื่องอะไรน้าา
    #555
    0
  26. #551 My3547TRSH (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2562 / 19:59
    อยากจะบอกว่าตอนฟิคอัพ เรากำลังอ่านวนใหม่อยู่55555 แต่ตอนนี้มันแบบว่าา บะลั่กๆๆอุกกๆๆๆบุ้กๆๆบะอุกๆๆ มากก เขินไปหมดเลยยย ทำไมรี่ถึงไม่ประสีประสาขนาดนี้ สงสัยว่าที่อัลบัสบอกว่ามีสายหลายคนคืออะไร เดรกรึเปล่าา เพราะในทอล์คคุณพิณพูดถึง รอลุ้นนะคะะ

    ปล. คิดถึงไรท์มากมายเลย
    #551
    1
    • #551-1 My3547TRSH(จากตอนที่ 27)
      5 พฤศจิกายน 2562 / 23:57

      และก็ขอให้ผลสอบมิดเทอมออกมาดีนะคะ
      #551-1