Fic Harry Potter - Eternal War (SS/HP)

ตอนที่ 21 : Chapter 21 : Amnesty

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,145
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 387 ครั้ง
    14 ก.ค. 62

Chapter 21 : Amnesty







มันคือยาที่ยาที่ขมที่สุดที่เขาเคยกิน



เฟลิกซ์ทำหน้าเหยเกขณะดื่มยา มาดามพอมฟรีย์บอกว่าแฮร์รี่เป็นคนเอามันมาให้ และเขาควรดื่มมันให้หมดเพราะวัตถุดิบที่ใช้ในการปรุงยาตัวนี้มันมีวัตถุดิบหายากมากๆปนอยู่ด้วย


เฟลิกซ์ดื่มไปได้อึกเดียวก็วางยาลงพักหายใจ เขากลืนน้ำลาย อยากจะเป็นเด็กดื้อยาสักวัน เขายินดีนอนโง่ๆในห้องพยาบาลเป็นสัปดาห์ถ้าไม่ต้องดื่มยาตัวนี้ — แต่มันช่วยไม่ได้ ถ้าเขาไม่ดื่มยา ไม่ใช่แค่จะต้องนอนในห้องพยาบาลแต่มันจะกลายเป็นว่าเขาต้องไปเซนต์มังโก


ในหัวเขานึกถึงเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นในวันฮาร์โลวีนและก่อนฮาร์โลวีน พวกโกลด์สตีน นาธาน ออร์โรร่า — ดอร์แมน



“ฉันรู้ว่ามันยากนะ แต่เธอควรดื่มมันให้หมด เชื่อเถอะว่าในแก้วของเธอมีดราโกไนต์ผสมเป็นหนึ่งในวัตถุดิบถึงเกือบร้อยมิลลิกรัม”


“อะไรนะฮะ!?”



เฟลิกซ์สะดุ้งหลุดจากความคิดทั้งหมด มองมาดามพอมฟรีย์อย่างตกใจ เธอพูดว่าอะไรนะ ยาแก้วเล็กๆนี่มีดราโกไนต์ผสมอยู่เกือบร้อยมิลลิกรัม? แค่รักษาพิษใช้ไม่ถึงสิบมิลลิกรัมก็พอแล้วไม่ใช่รึไง?



“อย่าร้องเสียงดังสิ นี่ห้องพยาบาลนะ” มาดามประจำห้องดุ เฟลิกซ์ก้มมองแก้วน้ำในมือมันเป็นสีแดงๆทั้งมีกลิ่นแปลกๆ เหมือนกับกลิ่นของเยลลี่ทุกรส — รสดิน


น้ำยาขยับตามการขยับแก้วของเฟลิกซ์ แสงตกสะท้อนสีแดงทำให้มันดูเปล่งประกายเหมือนเลือด ภาพของผลึกดราโกไนต์ผุดเข้ามาในหัว ผลึกใสๆที่เขาเคยได้รับตอนวันเกิดอายุสิบสามจากเพื่อนสลิธีริน ตอนนั้นเป็นครั้งแรกที่เขารับรู้ถึงมูลค่าของมัน



เฟลิกซ์กลืนน้ำลายและยกยาขึ้นดื่มอีกครั้งและหันไปถามมาดามที่ดูพอใจกับยาที่หมดไปถึงก้นแก้ว



“ที่นี้ ผมไปกินข้าวที่ห้องโถงได้แล้วใช่ไหมฮะ?”



มาดามพอมฟรีย์พยักหน้าและเอ่ยเตือน


“ก่อนมื้อเที่ยงอย่าลืมไปเอายาจากศาสตราจารย์พอตเตอร์ล่ะ”

_____________________






มีจดหมายจ่าหน้าซองถึงเขาในเช้าวันอาทิตย์ที่หนึ่งพฤศจิกายน มันถูกส่งผ่านไปรษณีย์นกฮูกระหว่างมื้อเช้า จดหมายแผ่นสีขาวตกมาอยู่ตรงหน้า



‘กักบริเวณ คุณ น.ดอร์แมน กรุณามาห้องทำงานของฉันตอนสิบโมง
ศาสตราจารย์พอตเตอร์’



โนอาร์ขยับสายตาไปมองบนที่นั่งของพวกอาจารย์ เขาไม่เห็นเจ้าของจดหมายอยู่ในกลุ่มนั้น แต่เขาได้ยินข่าวลือมาตั้งแต่เช้า — ฮอกส์มี้ดถูกโจมตี เฟลิกซ์เกือบตาย


เขารู้ว่าตัวเองกำลังแปลกใจ ข่าวในฮอกวอตส์มักแพร่กระจายเร็วเสมอ แต่เมื่อเช้าเพื่อนสลิธีรินยังทักเขาตามปกติ และคนบ้านอื่นก็ไม่ได้หันมามองราวกับเขาเป็นตัวประหลาดหรือผู้เสพความตายอย่างที่คิด


ไม่มีข่าวลือเกี่ยวกับเขาที่เป็นคนพาผู้เสพความตายเข้าจู่โจมฮอกส์มี้ด—?


บรรจงพับจดหมาย มีอีกข่าวลือที่ดังมาจากฝั่งของกริฟฟินดอร์คือเฟลิกซ์ปลอดภัย อย่างน้อยๆเขาก็รู้สึกเบาใจไปเปราะหนึ่ง เขาตอบคำถามเรื่องเรียนกับเพื่อนสลิธีรินไปส่งๆก่อนจะขยับตามองไปเจออาจารย์ใหญ่และอาจารย์ประจำบ้านสลิธีรินกำลังมองมา กับศาสตราจารย์สเนปนั้นเขาไม่แน่ใจ แต่ศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์มองด้วยสายตาไม่ไว้วางใจ


ดัมเบิลดอร์รู้


บทสนทนาบนโต๊ะนอกจากเรื่องการจู่โจมเมื่อวานก็มีแค่เรื่องประกาศยกเลิกการไปฮอกส์มี้ดนี่แหละ เพื่อนสลิธีรินของเขาหันมาทัก


“แย่จริงๆที่วันนี้เขาไม่ให้เราไปฮอกส์มี้ด ว่าไหม โนอาร์”



“ฉันไม่สนใจ และวันนี้ฉันถูกกักบริเวณ”


“แค่กๆว่าไงนะ—? พรีเฟ็คผู้สมบูรณ์แบบแห่งสลิธีรินถูกกักบริเวณ? นายล้อฉันเล่นเหรอ?”


โนอาร์ขยับสายตาไปทางโต๊ะกริฟฟินดอร์ เขามั่นใจว่าเห็นเฟลิกซ์มองตรงมาทางเขา กริฟฟินดอร์ผมแดงเพิ่งเข้ามาในห้องโถงเมื่อเช้าและถูกพวกเออร์เนสดึงตัวไปนั่งด้วยกัน กับเออร์เนสเขาไม่แปลกใจ แต่กับโกลด์สตีนที่อยู่ในกลุ่มนั้นด้วย? ใบหน้าของเด็กชายผมแดงดูไม่มั่นใจเมื่อบังเอิญสบตาเข้ากับเขา โนอาร์รู้ว่าเฟลิกซ์ฉลาดและช่างสังเกต บางทีคงจะรู้ว่าเขาเป็นคนทำ—และคงไม่รู้ว่าเขาไม่เคยตั้งใจเล่นงานเจ้าตัว



โนอาร์มองหน้ากับเฟลิกซ์แค่แป๊บเดียวก็ขยับสายตากลับมาตรงหน้า ยักไหล่น้อยๆด้วยรอยยิ้มสุภาพ


“ไม่มีใครสมบูรณ์แบบเสียหน่อย และโดนกักบริเวณวันหยุดก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรด้วย”



“ถามหน่อยเถอะ โนอาร์ ใครกักบริเวณนายกัน?”



“ศาสตราจารย์พอตเตอร์”


“ไม่จริงน่า ศาสตราจารย์พอตเตอร์แทบไม่กักบริเวณใครเลยนะถ้าไม่ทำอะไรร้ายแรง ไม่ใช่อาจารย์ที่ช่างอคติด้วย และกับนาย—คนที่ไม่เคยทำให้บ้านโดนหักคะแนนเลยตลอดห้าปี เฮ้ มีอะไรเข้าใจผิดรึเปล่า?”


“บางทีนะ” โนอาร์พึมพำ


เขารู้ว่าศาสตราจารย์พอตเตอร์ใจดี — ใจดีเกินไปด้วยซ้ำ เพราะมันทำให้เขารู้สึกแย่มากกับสิ่งที่เขาทำ แม้แต่ในตอนที่เขากังวลก็ยังเดินเข้าถามไถ่ ผ้าพันคอที่ศาสตราจารย์คนนั้นให้ยังวางอยู่ในห้อง และคืนนั้นเป็นครั้งแรกที่เห็นอีกฝ่ายโกรธ


“ฉันคิดว่าฉันต้องไปแล้วล่ะ แล้วเจอกัน”


เขาเอ่ยลากับเพื่อนสลิธีริน หยุดกินอาหาร รู้ว่าตัวเองกินอาหารไม่ลงเท่าไหร่ หันไปยิ้มสุภาพให้ตามปกติ ลุกออกจากโต๊ะค่อยๆเดินออกจากห้องโถง



เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกเคว้งคว้างขนาดนี้ ไม่เคยรู้สึกแบบนี้เลยไม่ว่าครอบครัวเขาจะเข้าร่วมกับจอมมาร ไม่เคยรู้สึกแม้ว่าเขาจะถูกตีตราว่าเป็นผู้เสพความตาย เขาเคยคิดว่าการที่สายเลือดบริสุทธิ์เข้าร่วมกับจอมมารคือสิ่งที่ถูกต้อง


แต่ตอนนี้เขาเริ่มไม่แน่ใจแล้ว



โนอาร์ขยับตัวเดินไปจนถึงหัวมุมทางเดิน แขนของเขากลับถูกฉุดจากข้างหลัง เขาหยุดชะงักและหันหลังกลับไป



ผมยุ่งๆสีแดงคือสิ่งแรกที่สังเกตได้จากคนที่มาฉุดเขา เฟลิกซ์บีบข้อมือเขาแน่นจนรู้สึกเจ็บ ดวงตาสีเฮเซลมองมาตรงๆ เขาไม่ได้ยิ้มให้เฟลิกซ์ อีกฝ่ายรู้แน่ว่าถ้าเขายิ้มนั่นมันก็จะเป็นแค่รอยยิ้มลวงโลก ในบางครั้งเขาก็เกลียดที่เฟลิกซ์ฉลาดเกินไป เฟลิกซ์ตีหน้าบึ้ง ส่วนเขาก็ตัดสินใจกระตุกแขนตัวเองกลับก่อนที่จะมีใครมาเห็นพวกเขา เฟลิกซ์ยู่หน้าและหมุนตัวชี้นิ้วไปทางข้างหลังตัวเอง



“มีห้องที่ไม่มีใครรู้จักอยู่ตรงนั้น ตามมาสิ” เฟลิกซ์กล่าวขณะหันหลังให้ เด็กกริฟฟินดอร์เดินตรงไปห้องเรียนโล่งๆ เขาเดินตามเข้าไป



ในห้องเรียนเป็นเหมือนห้องเรียนอื่นๆ มันสะอาดแม้ไม่ได้ถูกใช้งาน เฟลิกซ์หันไปยืนติดกำแพงและถอนหายใจเงยหน้ามอง



“ฉันไม่มีเวลาจะพูดอะไรมาก พวกโกลด์สตีนจะต้องตามหาฉันแน่ ฉันบอกพวกเขาว่าฉันจะไปเข้าห้องน้ำ—“ เฟลิกซ์เอ่ยก่อน มองมาอย่างวิเคราะห์ “เกิดอะไรขึ้นกับนาย?”


โนอาร์กัดริมฝีปาก เขารู้ว่าเขาสนใจศาสตร์มืด เขายังรักครอบครัว เขาภักดีต่อจอมมาร และเขารู้ว่าเฟลิกซ์ยังคงเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดนับตั้งแต่เขาได้จดหมายจากฮอกวอตส์ —ทำไมทุกอย่างถึงไปด้วยกันไม่ได้กันนะ


“ไม่มีอะไร” เขาพยายามฝืนยิ้ม “และมันไม่ใช่เรื่องของนาย พอตเตอร์”


เฟลิกซ์ดูโกรธขึ้นมา และครั้งนี้เฟลิกซ์ไม่ถามแต่พุ่งตรงเข้ามา เพื่อนกริฟฟินดอร์ใช้มือซ้ายกระชากคอเสื้อเขา ง้างหมัดขึ้นมา โนอาร์สบดวงตาสีเฮเซลคู่เดียวกับที่เขาเคยมองมันตอนก้าวขึ้นมาบนรถไฟตอนปีหนึ่ง เขามองเฟลิกซ์และไม่เอ่ยห้าม


ผลัวะ!


เฟลิกซ์ต่อยเข้ามาเต็มแรง โนอาร์รู้ว่ามีกลิ่นสนิมอยู่ในปาก เขารู้สึกเหมือนดั้งตัวเองจะหัก เฟลิกซ์ปล่อยตัวเขา เขาถอยหลังเล็กน้อยให้ติดกำแพง


รู้สึกว่าความคิดที่พันกันยุ่งในหัวค่อยๆหายไปทีละน้อยด้วยความมึน ถ้าเฟลิกซ์ยังทำตัวดีกับเขานั่นมันคงน่ากลัวกว่า


“ขอบใจ” เขาพึมพำ เงยหน้าให้เลือดที่ไหลจากจมูกไหลกลับไป ยกมือปาดเลือดบนใบหน้า


เฟลิกซ์เงียบ มองตรงมากอดอกแน่นแต่ดวงตาคล้ายไม่มั่นใจกับสิ่งที่ตัวเองทำลงไป


“แล้ว—จะเล่ามั้ย?” คนผมแดงถามต่อด้วยน้ำเสียงอ่อนลง มันปนไปด้วยความเหงา “ถ้านายไม่เล่าฉันก็ยอมแพ้แล้ว จะทำตัวตามปกติ และเราไม่เคยรู้จักกัน”


โนอาร์ขยับเดินผ่านเพื่อนกริฟฟินดอร์ไปนั่งบนโต๊ะเรียน เฟลิกซ์กอดอกยืนที่เดิม เด็กสลิธีรินเริ่มเอ่ยก่อน


“ฉันโดนศาสตราจารย์พอตเตอร์กักบริเวณตอนสิบโมง”


“ขอโทษด้วยที่ฉันไม่ถนัดคาถารักษาคาถาไหนทั้งนั้น นายอาจต้องไปเจอเขาในสภาพนี้”


“มันโอเค”


เกิดความเงียบขึ้นอีกครั้ง และครั้งนี้ดอร์แมนเริ่มพูดก่อนเพราะเขารู้ว่าเฟลิกซ์ยังคงรอ ดวงตาสีดำเต็มไปด้วยความลำบากใจ ลดมือจากหน้าตัวเอง ค่อยๆถกแขนเสื้อขึ้น


“มันง่ายกว่าที่จะแสดงให้เห็น”


เขารู้ว่าเฟลิกซ์มองตรงมาที่แขนเขา รอยตราหัวกระโหลกและงูสีดำชัดเด่นบนผิวสีขาว เฟลิกซ์ขยับเสียงกระซิบที่ดังก้องขึ้นมาในจังหวะเดียวกับที่เขาลดแขนเสื้อให้มันกลับไปปิดแขนเขาเหมือนเดิม


“—ทำไม?”


“ฉันชอบศาสตร์มืดมากกว่าที่นายคิด เขาตีตรานี้ด้วยตัวเอง มันคือความภาคภูมิใจและเป็นโอกาสของฉันที่จะดึงครอบครัวตัวเองขึ้นมาเป็นคนสนิทของจอมมาร — อย่างที่พวกมัลฟอยเคยเป็นก่อนการปะทะครั้งที่เจ็ด”


เฟลิกซ์ไม่ได้ตอบ


“มันดีกว่าถ้านายไม่รู้ — อาการป่วยเป็นยังไงบ้าง?”


“ดีขึ้นหลังดื่มยาเมื่อเช้า ฉันเพิ่งออกมาจากห้องพยาบาลตอนที่ต้องกินข้าว” เฟลิกซ์ตอบ เอ่ยต่อเสียงสูง “มันเป็นนาย?”


โนอาร์รู้สึกกระสับกระส่ายเล็กน้อย ลูบแขนของตัวเอง


“ใช่”


“ทำไมถึงเป็น—ฉัน?” เฟลิกซ์ขมวดคิ้ว “นายไม่จำเป็นต้องสลับขนมพวกนั้นด้วยซ้ำถ้านายจะวางยาฉัน มันมีวิธีที่ดีกว่านั้น”



และทำไมเฟลิกซ์ถึงมาช่วยเขาคิดวิธีวางยาตัวเองกันล่ะ? โนอาร์จะขำก็ขำไม่ออกจะร้องไห้ก็ร้องไม่ได้ ได้แต่ทำสีหน้าปั่นป่วนออกไป เฟลิกซ์มองตรงมาที่เขาพร้อมหรี่ตาลง คล้ายเดาอะไรบางอย่างได้


“โอเค มีเหตุผล— ฉันไม่ใช่เหยื่อของนาย” เฟลิกซ์กระตุกยิ้มราวกับว่าทุกอย่างที่เจ้าตัวต้องการรู้เขียนอยู่บนหน้าของเพื่อนตัวเอง


“นายใช้พินิจใจรึไง?”


“ฉันไม่ใช่นายที่จะอยากเรียนพินิจใจนะ” เฟลิกซ์บ่น



โนอาร์ชะงัก เฟลิกซ์รู้เรื่องนี้ได้ไง เขาไม่เคยเขียนเกี่ยวกับมันที่ไหนนอกจาก— รายงานของศาสตราจารย์พอตเตอร์—?


นามสกุลที่เหมือนกัน สองคนนี้เป็นอะไรกันแน่


“นายกับศาสตราจารย์พอตเตอร์—?”


“บอกไม่ได้” เฟลิกซ์แบมือเอ่ย “ไม่ใช่ว่าฉันไม่อยากบอกนายนะ — มันไม่เกี่ยวหรอกว่าฉันจะไว้ใจนายแค่ไหน ฉันแค่เคารพความเป็นส่วนตัวของเขาก็เท่านั้น”


โนอาร์เงียบชั่วครู่ พยักหน้าอย่างยอมรับและเอ่ยต่อ


“ใกล้ได้เวลาแล้ว”


เฟลิกซ์หันไปมองนาฬิกาบนฝาผนังตามที่โนอาร์เอ่ย ดวงตาสีเฮเซลดูครุ่นคิด


“ให้ฉันไปกับนายไหม?”


“ไม่เป็นไร มันโอเค ฉันปิดความจริงไปตลอดไม่ได้” โนอาร์ตอบพลางยักไหล่ เฟลิกซ์มองเพื่อนตัวเองอย่างระวังและพยักหน้า


“หลังจากทุกอย่างจบลง— บอกฉันคนแรก สัญญาสิ”


โนอาร์ยกยิ้ม มันไม่ใช่ยิ้มตามมารยาทแบบปกติ แต่เป็นรอยยิ้มที่อออกมาพร้อมเสียงหัวเราะน้อยๆ


“ฉันไม่สัญญาในสิ่งที่ฉันอาจทำไม่ได้ เฟลิกซ์ แต่ถ้ามันเป็นข่าวดี ฉันจะบอกนายคนแรก ฉันสัญญา—“


คำพูดของเขาจบลงโดยการที่เฟลิกซ์พุ่งมากอดเขาแน่น ถึงพวกเขาจะตัวเล็กพอๆกัน พอมากอดแบบนี้เขาก็ค้นพบว่าตัวเองพอจะสูงกว่าเฟลิกซ์อยู่นิดหน่อย


“รู้ไหม ครั้งแรกเลยที่นายทำตัวเป็นพวกกริฟฟินดอร์มากกว่าเรเวนคลอก็คือครั้งนี้ที่นายเล่นกอดฉันแบบนี้ นายไม่ลืมใช่ไหม — ฉันเป็นผู้เสพความตายนะ”


“และนายก็เป็นเพื่อนของฉันด้วยเหมือนกัน” เฟลิกซ์ปล่อยเขาและยักไหล่ “โชคดี”


“อืม”

______________________





“ขออนุญาตครับ”


แฮร์รี่ละสายตาจากสมุดเล่มที่มีเขียนคำว่า ‘ผลึกแคสซานดร้า’ เงยหน้ามองเด็กชายผมดำที่แง้มประตูเข้ามาน้อยๆ เขาปิดสมุดลงเมื่อเห็นร่างเล็กๆ ผมดำๆ


“เชิญ”


แฮร์รี่ผายมือให้ดอร์แมนนั่งลงที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้าม ดอร์แมนปิดประตูและขยับช้าๆมานั่งที่เก้าอี้ ใบหน้าไม่ได้มีรอยยิ้มเหมือนปกติ แต่ก็ไม่ได้ร้องไห้หรือบึ้งตึง จมูกบี้เล็กน้อยและมีรอยเลือดไหลแห้งกรัง แปลกใจกับความจริงนี้ เหมือนกับว่าเพิ่งถูกใครบางคนต่อยมา


แฮร์รี่มองใบหน้าเด็กชายสลิธิรินและค้นพบว่าเขาเดาใจอีกฝ่ายไม่ได้เลย เขาหยิบผลึกดราโกไนต์ออกมาวางบนโต๊ะ มันเหลืออยู่เพียงสองในสาม ตราตระกูลดอร์แมนเองก็ขาดออกไปเช่นกัน เซเวอร์รัสใช้ไปปริมาณเท่านั้นก่อนจะเอามาคืนเขาเมื่อเช้า และบอกว่ายาเสร็จครบพอแล้ว


ตามจริงก็ไม่นึกว่าเซเวอร์รัสจะรีบปรุงยาตั้งแต่ตอนที่พวกเขาแยกกัน มันทำให้แฮร์รี่รู้สึกเซอร์ไพรส์ไม่น้อย เพราะนั่นหมายความว่าศาสตราจารย์คนนั้นยังไม่ได้พักผ่อนเลย ทั้งนี้ทั้งนั้น เซเวอร์รัสกลับให้เขาเป็นคนเอายาไปให้มาดามพอมฟรีย์เองเมื่อเช้า ตอนแฮร์รี่ไปถึงพวกพอตเตอร์ก็ไม่อยู่แล้ว มาดามที่เห็นยาเข้าก็ยอมให้เฟลิกซ์ไปกินข้าวเช้าที่ห้องโถงหลังดื่มยาได้เช่นกัน


แฮร์รี่วางมันไว้แบบนั้น รู้ว่าสายตาของดอร์แมนมองตามมัน


“มันเป็นของสำคัญใช่ไหม? เอามันคืนไปเถอะ ฉันไม่จำเป็นต้องใช้แล้ว”


ดอร์แมนเงียบพินิจมองของที่วางบนโต๊ะ อีกาสองตัวที่เป็นสัญลักษณ์ของตระกูลแหว่งหายไปเกือบหนึ่งตัว เด็กชายค่อยๆเอื้อมมือไปหยิบมัน


“ขอบคุณครับ”


แฮร์รี่มองดอร์แมนที่แค่กำหินไว้หลวมๆในมือไม่ยอมเก็บมันลงไป เขาขยับสายตาไปทางอื่นและเอ่ยถาม ไม่แน่ใจว่าต้องพูดอย่างไรให้นุ่มนวลที่สุด


“บอกฉันได้ไหม เรื่องวันฮาโลวีน?”


เด็กสลิธีรินผงกหัวด้วยความลำบากใจ หันไปหยิบผ้าพันคอที่พกติดตัวมาวางไว้บนโต๊ะ แฮร์รี่มองผ้าพันคอที่เป็นของเขาเองด้วยความรู้สึกแปลกประหลาด มันชวนให้เขานึกถึงความทรงจำหนึ่งที่เขาฝันเห็น ในความฝัน—ในความทรงจำนั้นเขาคือทอม ริดเดิ้ล ตอนปีห้าที่นั่งตรงข้ามดัมเบิลดอร์ มันเป็นการกักบริเวณเช่นเดียวกัน เนื้อหาที่ทอมคุยกับอัลบัสมันเกี่ยวกับสายเลือด เลือดบริสุทธิ์ และบางทีมันอาจเป็นต้นตอที่ทำให้ทอมเลือกที่จะเป็นโวลเดอมอร์


ดอร์แมนเอ่ยด้วยน้ำเสียงผ่อนคลายลง ฉาบความลำบากใจทั้งหมดด้วยรอยยิ้มบางๆ และน้ำเสียงของเด็กชายก็เรียกสายตาของแฮร์รี่กลับออกมาจากผ้าพันคอสีฟ้าได้


“คุณจะไม่บอกใครใช่ไหมครับ?”


แฮร์รี่สบดวงตาสีนิล ดวงตาสีนิลนี้ไม่บอกอะไรเขาแม้แต่น้อยว่าเรื่องที่พูดต่อไปนี้จะเป็นความจริงหรือเรื่องโกหก บางทีมันอาจเป็นเรื่องร้ายแรงที่เขาควรบอกบางคน—อย่างน้อยๆก็อัลบัส เขาขยับแว่นเล็กน้อย เอนตัวพิงพนักพิง สูดลมหายใจเล็กน้อย ดวงตาสีมรกตนึกถึงความเป็นไปได้ก่อนตอบ


“ไม่ ฉันไม่บอกใคร ฉันสัญญา”


ดอร์แมนมองตรงมาคล้ายจะหาความจริงกับเขา และมันทำให้แฮร์รี่ต้องมองดวงตาสีทมิฬตอบ เด็กชายหลุบสายตา ลูบดราโกไนต์ในมือเบาๆ เอ่ยด้วยน้ำเสียงสารภาพบาป เหมือนแค่ต้องการเล่าบางอย่างออกมาแต่ไม่ได้ต้องการบอกใคร


“ทุกอย่างมันเริ่มขึ้นหลังการปะทะครั้งที่เจ็ด — หลังจากการปะทะครั้งที่เจ็ดระหว่างจอมมารกับดัมเบิลดอร์ ทั้งสองฝ่ายสูญเสียคนไปมาก ในฝั่งของจอมมารได้มีการผลัดเปลี่ยนผู้นำ อย่างอเล็กซิสก็ขึ้นมาเป็นผู้นำฝ่ายของแวมไพร์ ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้พวกเขาตกเป็นรองมนุษย์หมาป่า ตระกูลดอร์แมนก็เช่นกัน เราขึ้นมาเป็นคนสนิทของจอมมารหลังจากนั้น ทุกอย่างมันดีไปทั้งหมด เรามีอำนาจเหนือตระกูลบริสุทธิ์อื่นๆ มีหลายตระกูลต้องเกรงใจเรา จนกระทั่งผมเข้ามาฮอกวอตส์ — อำนาจที่มียังคงอยู่ในมือ ต่อให้เป็นเด็กที่ปีสูงกว่าก็ยังต้องเกรงใจผม แต่—“


ดอร์แมนเหมือนจะลังเล แฮร์รี่ไม่แน่ใจว่าทำไมดอร์แมนถึงยอมเล่าให้เขาฟังตั้งแต่เริ่มต้น ดูๆไปไม่เหมือนคนที่จะยอมเล่าเรื่องทุกอย่างออกมาเลย ดอร์แมนขยับสายตาออกหนีไปทางชั้นวางหนังสือและพูดต่อประโยค


“เมื่อมาฮอกวอตส์ มันไม่ใช่ว่าจะมีแค่สลิธีริน คุณรู้ใช่ไหม— มันไม่ใช่ว่าผมจะมีเพื่อนเป็นสลิธิรินเท่านั้น—” แฮร์รี่เลิกคิ้ว จำได้ว่าเฟลิกซ์พูดถึงดอร์แมนไว้อย่างไร ดอร์แมนแลกระสับกระส่ายคล้ายไม่ต้องการบอก เด็กชายเอ่ยถัดไป “—แต่ถึงผมจะรู้แบบนั้น ผมก็ค้นพบว่าศาสตร์มืดมันน่าหลงใหล ผมไม่สนใจกับการที่ต้องสูญเสียเพื่อนบางส่วนไปเพื่อสิ่งที่ผมต้องการ ผมจมดิ่งลงไป และค้นพบว่าตัวเองใช้มันได้ดี นั่นทำให้พ่อภูมิใจมาก จอมมารพอใจกับผมและยอมตีตราให้ในวันเกิดอายุสิบห้าของผม นั่นมันก่อนเข้าฮอกวอตส์ภาคเรียนนี้พอดี และเขายื่นภารกิจมาให้”


แฮร์รี่ขยับสายตาไปที่แขนเสื้อ เพราะเด็กชายใส่ชุดแขนยาวตลอดเลยไม่สังเกตเห็น เขาไม่แน่ใจว่าจะทำอย่างไรกับเรื่องนี้ดี


“นั่นคือให้ผมหาทางสร้างช่องว่างให้เขาในการจู่โจมฮอกวอตส์ ผมคิดว่าผมโชคดีที่เขาเลือกผม ไม่ใช่กรีนกราสหรือเลสแตรงก์ แต่เป็นผม — ผมสามารถทำให้ครอบครัวได้รับความไว้วางใจ ผมค่อยๆสืบเส้นทางในฮอกวอตส์ เจอเขตแดนที่บอบบางอยู่แถวทะเลสาบ แต่พวกในทะเลสาบไม่เคยปล่อยให้อะไรเข้าออก ผมหวนไปนึกถึงใบอนุญาตฮอกส์มี้ด และนั่นทำให้ผมเจอทางลับ มันเชื่อมเข้ากับฮันนี่ดุกส์ ใช้เวลาหลังงานพรีเฟ็คตรวจเช็คจนมั่นใจว่าแม้แต่ฟิลซ์ก็ไม่รู้ทางลับนี้”


“หากจอมมารจะลอบเข้ามาเขาน่าจะใช้เส้นทางนี้ได้ — นั่นคือความคิดของผม — ผมหนักใจเรื่องการดึงตัวพวกศาสตราจารย์ออกจากฮอกวอตส์ หลังจากเขียนจดหมายถึงพ่อ พ่อก็ส่งยาพิษมาโดยลอบเอาเข้ามาในขวดน้ำหมึก ในจดหมายมันบอกว่ามันเป็นยาที่ออกฤทธิ์ช้า ไม่ทำให้ตายแต่ต้องอาศัยเวลาในการรักษา ผมคิดว่ามันน่าจะช่วยได้”


ดอร์แมนดูเศร้าลงมือเคาะดราโกไนต์ดัง กึก กึก จากใบหน้าที่คาดเดาอารมณ์ไม่ได้เริ่มมีร่องรอยของความรู้สึกให้เห็น น้ำเสียงนิ่งเริ่มสั่นขึ้นเล็กน้อย



“คุณรู้ไหม ผมไม่เคยสนใจหรอกว่าสิ่งที่ผมทำมันจะทำร้ายใคร แต่ถ้ามันทำร้ายเพื่อน ผมก็—ผมก็เริ่มไม่แน่ใจ ผมจงใจวางยาพวกกริฟฟินดอร์ อยากให้พิษออกฤทธิ์ระหว่างทางกลับฮอกวอตส์ แต่ผมไม่นึกว่าขนมชิ้นนั้นมันจะไม่ได้ถูกกินทันที มันถูกซื้อมาฝากอีกคน—นั่นทำให้ทุกอย่างผิดแผนหมด—พวกศาสตราจารย์กลับมาฮอกวอตส์และฮอกส์มี้ดก็เต็มไปด้วยมือปราบ ทุกอย่างมันยากกว่าเดิมจนพรรคพวกของจอมมารต้องถอนกำลังทันทีหลังดัมเบิลดอร์มาถึง—“



“ผมไม่นึกว่าพ่อจะหลอกผมว่ายาพิษนั้นไม่อันตรายมาก ผมเห็นพอตเตอร์เกือบตาย และผมไม่มั่นใจว่าสิ่งที่ผมเชื่อมาตลอดมันจะถูกต้อง มันชวนให้รู้สึกสับสน“



เกิดความเงียบอยู่นานหลังจบประโยคสุดท้าย แฮร์รี่ขยับสายตาไปมองเตาผิงที่จุดไฟดังเปรี้ยะๆ ถัดไปคือชั้นวางของและหนังสือที่ดอร์แมนดูจะสนใจนักหนาเพราะเด็กชายเล่นมองตลอดการเล่าเรื่อง เสียงเคาะดราโกไนต์ยังไม่หยุดลง แฮร์รี่รู้ว่าดอร์แมนพูดจบแล้ว เขาถอนหายใจขยับตากลับมาและชี้ไปที่แขนของเด็กชาย



“ขอฉันดูหน่อยได้ไหม?”



ดอร์แมนเลิกแขนเสื้อขึ้นแทนคำตอบ แฮร์รี่เห็นตรามารเด่นชัด เขามองอยู่นานก่อนจะพยักหน้าให้ ดอร์แมนรีบปิดมันทันทีคล้ายไม่ต้องการให้ใครเห็นมันอีก



“คุณจะไล่ผมออกไหม?”



“เธอยังไม่บรรลุนิติภาวะเลยด้วยซ้ำ มันยากนะถ้าจะต้องหาที่เรียนใหม่” แฮร์รี่ว่า แต่ดอร์แมนเลิกคิ้ว



“แล้ว—?”



“เธอจะทำยังไงต่อไป?” แฮร์รี่ถาม ดูท่าดอร์แมนจะรู้สึกผิดกับสิ่งที่ตัวเองทำไม่น้อย แต่ดอร์แมนแค่เงียบและถามกลับคำเดียวด้วยดวงตาไม่สื่ออารมณ์


“ผมมีตัวเลือกด้วยเหรอครับ?”


‘เขาเกลียดสงคราม’ แฮร์รี่บอกตัวเองในใจ กี่ครั้งแล้วที่สงครามเปลี่ยนชีวิตใครบางคนไป เซเวอร์รัสกล่าวไว้ไม่ผิด นี่เป็นแค่เหยื่อ เหยื่อของความโหดร้ายของโวลเดอมอร์



แฮร์รี่ไม่ได้ตอบ ดอร์แมนรอคำตอบอย่างอดทน แต่หลายชั่วครู่พวกเขาก็ยังคงเงียบใส่กัน ติ๊ก ติ๊ก เสียงเข็มนาฬิกาข้อมือของแฮร์รี่ดังแผ่วๆ เสียงลมพัดปะทะปราสาทฮอกวอตส์มาเป็นวูบๆ เสียงนาฬิกาข้อมือยังคงดังต่อ มันถูกกลบด้วยเสียงไม้แตกในเตาผิง ในที่สุดดอร์แมนคล้ายเส้นความอดทนขาดผึ่ง



“นี่คุณไม่ได้โกรธผมรึไง! กับสิ่งที่ผมทำ เอาสิ! คุณมีอำนาจไล่ผมออกไปอยู่แล้ว! แค่คุณพูดประโยคเดียว—”


“เงียบก่อนเถอะน่า! ฉันกำลังหาทางออกอยู่นี่ไง!”


แฮร์รี่ร้องตอบกลับอย่างฉุนเฉียว ลุกพรวดขึ้นมา ดอร์แมนปิดปากฉับพลันเอนตัวกลับพิงเบาะ มือกอดอก


มือนวดคลึงขมับขนะกลับลงนั่งบนเก้าอี้ แฮร์รี่ใช้ความคิดตัวเองอีกครั้ง 


ดอร์แมนพูดถูก เขาโกรธเด็กนี่ที่ทำให้เฟลิกซ์ต้องเจ็บ และใช่ เขามีอำนาจในการไล่เด็กชายออกไปจากฮอกวอตน์เดี๋ยวนี้ แต่นั้นมันจะไม่ทำให้เขากลายเป็นเหมือนอัมบริจน์หรอกหรือ? แค่จัดการคนที่เขาเกลียดออกไปให้พ้นๆทาง — โอ้ เขาไม่อยากนึกว่าตัวเองจะเป็นเหมือนยัยคางคกสีชมพูน่าเกลียดนั่น


ภาพของเซเวอร์รัสลอยเข้ามาในหัว ดัมเบิลดอร์เคยให้โอกาสเซเวอร์รัสทั้งๆที่ในตอนนั้นเซเวอร์รัสเคยอยู่ฝ่ายเดียวกับโวลเดอมอร์


บางทีเขาควรใจเย็นอย่างดัมเบิลดอร์ และคิดถึงแต่ละฝ่ายให้มากๆ นึกถึงความรู้สึกของแต่ละคน อย่างดอร์แมนคงไม่ทรยศครอบครัว — แต่เด็กนี่คือเพื่อนของเฟลิกซ์ และยังเป็นผู้เสพความตายทั้งๆที่อายุเพิ่งจะสิบห้า? นี่มันเด็กกว่ามัลฟอยตอนนั้นเสียอีก แฮร์รี่ขยับแขนขยี้ผมอย่างหงุดหงิดก่อนเอ่ยถามอย่างใจเย็นหลังหยุดมือ


“ตอนนี้เธอยืนอยู่ฝั่งไหน?”


ดอร์แมนเงียบนิ่ง ดูคาดไม่ถึงกับคำถาม ดวงตาสีดำพยายามดึงอารมณ์ตัวเองให้กลับมานิ่ง ก้มมองชายเสื้อของแขนตัวเอง มือขวาทับแขนซ้าย พยายามปิดส่วนที่มันมีตรามารซ่อนอยู่


“ผมมีตรานี้ประทับอยู่บนร่างกายแล้ว — มันไม่มีวันหายไป และผมกลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้” ดอร์แมนกำแขนตัวเองแน่นจนเห็นรอยยับบนชุด “ผมคิดว่าผมไม่มีสิทธิ์เลือกฝั่งอีกแล้ว — คำตอบของผม แน่นอนที่สุด จอมมาร”


“มันไม่ได้มีแค่จอมมารกับดัมเบิลดอร์เท่านั้น—อย่าลืมเรื่องนี้นะ” แฮร์รี่เกริ่นช้าๆ ดอร์แมนขยับสายตาครุ่นคิดเหมือนคิดคำตอบอีกครั้งและเหมือนมันจะเปลี่ยนไป ดวงตาสีดำสั่นไหวและในที่สุดก็มีหยดน้ำตาไหลออกมาช้าๆเพียงหยดเดียว แต่เหมือนมันจะเต็มไปด้วยความรู้สึกมากมาย แฮร์รี่มองดวงตาของเด็กชายที่ไม่ได้ปกปิดทุกอย่างอีกแล้วอย่างพอใจ บางทีมันน่าจะพอมีทางออกอื่นนอกจากไล่เด็กชายออกจากฮอกวอตส์ — เขาค่อยๆคลี่ยิ้มช้าๆ


“เธออยากจะเปลี่ยนคำตอบของเธอไหม?”



และแฮร์รี่ก็ได้คำตอบที่ต้องการ



________________




ประตูปิดสนิทหลังจากพูดคุยกับเด็กชายอยู่นาน


แฮร์รี่นั่งคนเดียวในห้อง ดวงตาสีมรกตหลังหยุดมองประตูพักหนึ่งก่อนจะลดสายตากลับมาหาหนังสือเล่มเดิมของห้องสมุด


เขาหวังว่าเขาจะไม่ได้ตัดสินใจผิด


แฮร์รี่พอจะได้ยินเสียงบ่นของรอนในหัว ‘ทำไมนายถึงตัดสินใจแบบนี้ อย่างน้อยๆก็ควรสั่งสอนเด็กนั่นให้รู้สำนึก’ ได้ยินเสียงของเฮอร์ไมโอนี่บอกว่า ‘แฮร์รี่ เธอใจดีเกินไป บางทีเธอควรจะเห็นแก่ตัวให้มากกว่านี้ โดยเฉพาะในสงคราม นายไม่สามารถให้โอกาสกับทุกคนได้นะ’


ใช่ เขาจะเก็บเรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้นตอนวันฮาร์โลวีนเป็นความลับ ปล่อยเด็กสลิธีรินให้เรียนอยู่ฮอกวอตส์ต่อไป มีเหตุผลสามข้อที่แฮร์รี่เลือกแบบนี้ หนึ่งคือ เพื่อไม่ให้จอมมารโกรธครอบครัวของเด็กชายที่ทำพลาดและอาจมีการลงโทษบางอย่างที่ — แน่นอน เลวร้าย สองเป็นเพราะดอร์แมนรู้สึกผิดกับสิ่งที่ตนเองทำจริงๆทั้งยังเป็นเพื่อนของเฟลิกซ์ และข้อสุดท้าย — ดอร์แมนทำให้เขานึกถึงเซเวอร์รัสในบางเหตุผลที่เขาไม่เข้าใจ


หลังกลับไปอ่านหนังสือได้ไม่นานเขาก็ได้ยินเสียงเคาะประตู เขาถึงต้องปิดหนังสืออีกครั้งและเอ่ย


“เชิญ”


คราวนี้เขาเห็นผมยุ่งๆแดงๆในทันที แฮร์รี่กระพริบตาและหลุดหัวเราะเมื่อเฟลิกซ์ยกยิ้มให้เขาเขินๆเอ่ยทักทาย


“สวัสดีฮะ แฮร์รี่”



“ฉันเพิ่งรู้ว่าฉันสั่งกักบริเวณเธอวันนี้ด้วย”


แฮร์รี่เอ่ยล้อเลียนขยับนิ้วทดลองใช้เวทย์ไร้ไม้กายสิทธิ์ส่งกองเอกสารใส่ใจมือของเด็กชายที่ดูเหวอในทันที และการใช้เวทย์มนต์ครั้งนี้ไม่มีข้อผิดพลาด แฮร์รี่รู้สึกอารมณ์ดีขึ้นมาทันที เฟลิกซ์รีบตรงมานั่งฝั่งตรงข้าม จุดเดียวกับที่ดอร์แมนนั่งก่อนหน้า วางกองเอกสารไว้บนโต๊ะรกๆของเขา เขยิบแขนเท้าโต๊ะคางกดทับกองเอกสาร


“อย่าแกล้งผมสิฮะ” เฟลิกซ์ยู่หน้า “มาดามพอมฟรีย์บอกว่ายาของผมอยู่ที่คุณ นี่ก็จะเที่ยงแล้ว ผมต้องดื่มมันก่อนมื้อเที่ยง”


“มาดามบอกเธอแบบนั้น?” แฮร์รี่แปลกใจ ยาของเฟลิกซ์ได้เซเวอร์รัสเป็นคนปรุง ดังนั้นมันต้องอยู่ที่เซเวอร์รัสสิ จะมาอยู่ที่เขาได้ไง หรือเป็นเพราะเมื่อเช้าเขาเป็นคนเอายาไปให้มาดามพอมฟรีย์ถึงได้เข้าใจผิด?


เฟลิกซ์ดูแปลกใจ กระพริบตาน้อยๆ ถามต่อด้วยน้ำเสียงหลอนๆ


“ถ้ามันไม่ได้อยู่ที่คุณ อย่าบอกนะว่ามันอยู่ที่—“


“ศาสตราจารย์สเนป”



แฮร์รี่ต่อคำของเฟลิกซ์พร้อมรอยยิ้มกว้าง รู้สึกสนุกขึ้นมากับการได้เห็นใบหน้าเหมือนถูกผีหลอกของเด็กชาย เฟลิกซ์พึมพำว่า ‘ไม่นะ’ ออกมา ราวกับว่านั่นเป็นคำตอบสุดท้ายที่หวังจะได้ยิน


“เขาใจดีกว่าเขาในโลกฉันเยอะ เชื่อฉันเถอะ” แฮร์รี่หัวเราะและลุกขึ้นยืน “มาสิ ฉันจะไปกับเธอ”



เฟลิกซ์ถอนหายใจคล้ายปลงตกแต่ก็ยอมลุกตามเขาออกมา



จนกระทั่งเดินลงบันไดลงคุกใต้ดิน เฟลิกซ์ก็เอ่ยขึ้นมาลอยๆ


“แฮร์รี่”


“หืม?”



“เรื่องดอร์แมน ผมขอบคุณนะฮะ”


“รู้เรื่องแล้วหรือ?”



แฮร์รี่แปลกใจขณะขยับเข้าใกล้ห้องปรุงยา ดวงตาไม่ได้กลับไปมองเด็กชายที่อยู่ข้างหลังแต่รู้ว่าเฟลิกซ์ยังคงตามเขามา


“สวนทางตอนผมไปห้องของคุณ — จริงๆคุณไม่น่ารักษาแผลที่หน้าเขาเลย” เฟลิกซ์บ่นในประโยคหลัง นั่นทำเอาแฮร์รี่ที่กำลังเปิดประตูห้องปรุงยาหยุดชะงักหันกลับไปมองเด็กกริฟฟินดอร์ น้ำเสียงเขาดูตลกน่าดู


“นั่นฝีมือเธอ?”


อย่างเฟลิกซ์น่ะนะ?


เฟลิกซ์กระตุกยิ้มเป็นคำตอบ นี่ทำเอาแฮร์รี่ตกใจ แต่ก็แค่ไม่กี่วินาทีเพราะรำลึกบางอย่างได้ — เขาไม่ควรลืมว่ายังไงพวกเขาก็เป็นลูกของตัวกวนพวกนั้น ตัวร้าย แฮร์รี่ว่าในใจ


ผลักประตูตรงหน้าออกไป ห้องปรุงยามีกลิ่นแปลกๆ มันน่าจะเป็นกลิ่นของควันที่ลอยมาจากหม้อที่ยังถูกตั้งไฟไว้อุ่นๆตรงโต๊ะเจ้าของห้อง



ขยับสายตามองตรงหน้าก็ยังไม่เห็นเซเวอร์รัส เขาค่อยๆขยับสายตาจากขวามือจนไปสุดซ้ายมือแล้วก็ยังไม่เจอเจ้าตัว เห็นดราโกไนต์วางอยู่บนโต๊ะ มีชิ้นส่วนเล็กที่ยังไม่ถูกใช้ปรุงยา


“กลิ่นไม่น่าอภิรมย์เลย ผมพนันสามกิลเลียนว่ามันต้องขมมากแน่” เฟลิกซ์เอ่ยกับเขา แฮร์รี่ไม่ทันตอบอะไรเขาก็สะดุ้งโหยงเมื่อน้ำเสียงเย็นชาเชือดเฉือนดังมาจากข้างหลัง


“แต่มันคือกลิ่นของยาที่เธอต้องดื่มมันเดี๋ยวนี้ คุณพอตเตอร์ คุณน่าจะจำรสชาติมันได้จากเมื่อเช้า อย่าได้ริจะผสมอะไรไปเจือปนแม้แต่น้อย ไม่งั้นคุณคงได้กลับไปนอนเป็นศพเย็นชืดอยู่ห้องพยาบาลแน่”



ผิดกับแฮร์รี่ที่สะดุ้งโหยง เฟลิกซ์ตัวแข็งไปแล้ว แต่ก็แค่นั้น เพราะเซเวอร์รัสขยับสายตาชิงชังจากเฟลิกซ์เลื่อนมาหาแฮร์รี่ที่หันหลังมองเจ้าตัวหลังตั้งสติได้ ดวงตาสีเขียวสบตากับเซเวอร์รัส ดวงตาสีนิลดูอ่อนลง


นี่มัน—แตกต่างจากที่มองเฟลิกซ์มากเกินไปรึเปล่า?



“ทำไมคุณชอบมาไม่ให้สุ้มไม่ให้เสียงเลยนะ” แฮร์รี่บ่นงึมงำ เซเวอร์รัสพ่นลมออกจากจมูกและเดินเข้าไปในห้อง แฮร์รี่ผลักเฟลิกซ์เดินตามเข้าไป เซเวอร์รัสไปอยู่ที่หม้อปรุงยา ตักยามาจากหม้อแก้วหนึ่งและเลือกที่จะยื่นให้แฮร์รี่แทนที่จะเป็นเด็กชายผมแดง ทำราวกับว่าไม่อยากคุยอะไรกับเฟลิกซ์ทั้งนั้น



แฮร์รี่กรอกตา บางทีเขาน่าจะเริ่มยอมแพ้กับท่าทางปรปักษ์ของเซเวอร์รัสที่มีต่อคนรอบตัวได้แล้ว เขารับแก้วยาและยื่นให้เฟลิกซ์ที่เลือกที่จะหลบอยู่หลัง



เฟลิกซ์ไม่ได้ดื้อรั้นมากในการดื่มยา รีบขยับริมฝีปากติดแก้วและยกดื่มรวดเดียวจนหมด ทำสีหน้าราวกับอยากจะอ้วกมันออกมา แฮร์รี่รับแก้วคืนและยื่นมันให้เซเวอร์รัส


“ขอบคุณมากครับ—“



แฮร์รี่เดาว่ายาต้องขมมากอย่างที่เฟลิกซ์เดา เด็กชายผมแดงกลั้นหายใจดื่มยาด้วยความกล้ำกลืน แฮร์รี่ขยับตามองอย่างเป็นห่วงแต่เฟลิกซ์ไม่ได้บ่นอะไรออกมา กลับกัน เป็นเซเวอร์รัสที่เอ่ยลอยๆ



“มีน้ำผึ้งอยู่ในขวดโหล”



แฮร์รี่กระพริบตามองเซเวอร์รัสที่ชี้ไปบนโต๊ะ รู้สึกลังเลเล็กน้อย


“ผมใช้มันได้เหรอ?”



“แค่ช้อนเดียว”



แฮร์รี่ขยับเข้าใกล้โต๊ะ เปิดขวดโหล มีน้ำสีอำพันเหนียวหนืดอยู่ข้างใน เขาใช้ช้อนตักมันออกมาและเดินกลับมาหาเฟลิกซ์ เหลือบตามองเซเวอร์รัสอย่างระวัง แต่เจ้าของห้องไม่ได้สนใจพวกเขาแล้ว หันไปเตรียมอุปกรณ์วัตถุดิบสำหรับการสอนวันพรุ่งนี้ แฮร์รี่ฉีกยิ้มขณะยื่นน้ำผึ้งให้เฟลิกซ์กิน สีหน้าเด็กชายดีขึ้นมาฉับพลันหลังได้ความหวานตัดรสของยา หลังจัดการทุกอย่างเรียบร้อยเขาก็ยกยิ้มเอ่ยบอกเจ้าของห้อง


“ขอบคุณสำหรับยากับน้ำผึ้งนะครับ ศาสตราจารย์ พวกผมขอตัว”


แฮร์รี่กับเฟลิกซ์เดินออกจากห้องของศาสตราจารย์สเนป แฮร์รี่รู้ว่าเฟลิกซ์เหลือบสายตากลับไปในห้องก่อนจะเลิกสนใจเมื่อประตูห้องปิดสนิท พวกเขาเดินออกห่างห้องของเซเวอร์รัสออกมาเรื่อยๆ มีพวกนักเรียนคนอื่นเดินไปมาอยู่ประปราย แฮร์รี่ส่งเสียงฮัมในลำคอขณะเดินขึ้นบันไดหิน


เฟลิกซ์ที่เดินตามมาขมวดคิ้วน้อยๆมือแตะคางตัวเองเหมือนไม่มั่นใจบางอย่าง แฮร์รี่ขัดความคิดของเด็กชายด้วยคำเอ่ยอารมณ์ดี



“เห็นไหม ฉันบอกแล้วว่าเขาใจดี”



เฟลิกซ์กระพริบตาเงยหน้ามองแฮร์รี่นิดๆด้วยสีหน้าไม่ยอมรับแต่ก็ไม่ปฏิเสธ ไม่ได้เอ่ยอะไรจนแฮร์รี่เดินข้ามบันไดก้าวสุดท้าย เฟลิกซ์พึมพำเบาๆแต่แฮร์รี่ได้ยินชัด


“ใจดีกับแค่คุณคนเดียวน่ะสิ”


แฮร์รี่กระพริบตาและหันหลังกลับไปแทบทันทีด้วยความไม่เข้าใจ



“เธอหมายความว่าไง?”



“คุณไม่สังเกตมันเหรอ?” เฟลิกซ์ดูแปลกใจกว่าคล้ายไม่เชื่อว่าเขาจะไม่สังเกตบางอย่างจริงๆ และคำเอ่ยของเด็กชายอายุสิบห้ากำลังกวนใจแฮร์รี่อย่างน่ากลัว — เขารู้สึกว่ามันมีบางอย่างในตัวเซเวอร์รัสในโลกนี้ที่ไม่ถูกต้อง แต่เขาไม่แน่ใจว่ามันคืออะไรกันแน่ เฟลิกซ์ดูไม่สบายใจกับการต้องบอกเขานัก ถึงแบบนั้นเด็กชายผมแดงก็ยังยกมือลูบหลังคอและเอ่ยอย่างไม่คุ้นชิน



“ผมไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นระหว่างพวกคุณ — แต่ คือ — คุณไม่รู้สึกอึดอัดเหรอ? มันมีแค่ครั้งเดียวที่เขามองมาที่ผมคือตอนแรกที่ผมเอ่ยเรื่องกลิ่นของยาในห้องนั้น และหลังจากนั้น — เขาไม่สนใจผมอีก — เขามองคุณตลอดเวลาเลย แม้แต่ในตอนที่พวกเราเดินออกจากห้องแล้ว เขาก็ยังคงมองมาที่คุณ”


หยุดนิ่งในทันที แฮร์รี่พยายามทวนความทรงจำของตัวเองและเอ่ยตอบกลับอย่างใจเย็น



“ไม่จริงน่า เฟลิกซ์ เขาแทบไม่สนใจพวกเราเลยนะ เขาจัดเตรียมอุปกรณ์ปรุงยาของเขาอยู่ตลอดเวลา”



เฟลิกซ์ไม่ได้เถียง แต่เม้มปากน้อยๆ ก่อนจะใช้เวลาครู่ใหญ่ๆในการเอ่ยต่ออีกประโยค



“เขาทำแบบนั้นฮะ” เฟลิกซ์ว่า “แต่เขาจะไม่มีวันพูดถึงน้ำผึ้งนั่นถ้าคุณไม่ได้ทำหน้าตากังวลใส่ผม —“



แฮร์รี่กระพริบตา เฟลิกซ์ดูไม่สบายใจหนักกว่าเก่า ดวงตาเริ่มขยับไปมาสั่นๆ มือไม่หยุดลูบหลังคอคล้ายกลัวจะผิดใจกับเขา



“ผมไม่รู้ว่าผมควรพูดมันออกมารึเปล่า แต่ที่คุณบอกผมว่าคุณพยายามรู้จักเขาแต่คุณกับเขาไปด้วยกันไม่ค่อยดีเท่าไหร่เมื่อวาน — ผมว่ามันห่างไกลจากคำว่า ‘ไปด้วยกันไม่ดีเท่าไหร่’ ไปเป็นโยชน์เลยนะฮะ นี่มันเหมือนกับ— “ เฟลิกซ์กลืนน้ำลาย “เหมือนกับว่าสเนปอยากรู้จักคุณมากๆเลยนี่ฮะ?”


แฮร์รี่เริ่มรู้สึกกระสับกระส่ายลึกๆเมื่อประโยคถัดมาของเด็กที่เขาชอบที่สุดในฮอกวอตส์บอกต่อท้าย


“มันชัดเจนมากๆเลยนะฮะ แฮร์รี่ ว่าสายตาที่เขาใช้มองคุณมันไม่ใช่ปกติของเขาแน่”



___________





Talk ;)


สรุปว่า แฮร์รี่ความรู้สึกช้าหรือเฟลิกซ์ความรู้สึกไว....!?


อยากเขียนพาร์ทหลายๆคนพร้อมกันจังค่ะ(แต่ไทม์ไลน์ไม่อำนวย)  เวลาซ้อน พล็อตซ้อน ปมเรื่องซ้อน แง้ (เขียนไม่ลงตัวสักทีเลยค่ะ) 


ปล.เรารู้นะว่ามีคนจิ้นโนอาร์กับเฟลิกซ์ -w-


ปล2. ช่วงนี้งานหนักแถมติดดูแคสเกมค่ะ เพราะงั้นพิณจะมาอืดๆแบบนี้ไปสักพักเลยค่ะ


#hpEternalwar

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 387 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,068 ความคิดเห็น

  1. #1040 นกมาร์คมาก (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2563 / 10:44
    ที่บอกว่าเฟลิกซ์ช่างสังเกตุกับดอร์อมนทีไม่ค่อยพูเนีรไม่ได้ผิดไปเลยจริงๆ ทักษะการสังเกตุสูงมากลูก นักชงมือหนึ่งแฮร์รีจะได้รู้ตีวสักที เค้ามอง!!!!!เค้ามองเธออยู๊
    #1,040
    0
  2. #973 Jecelyn (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2563 / 13:34
    good jobมากค่ะเฟลิกซ์ทำดีมาก!! น้องรี่คือเลิกลั่กนะจ๊ะ
    #973
    0
  3. #891 Astrophile_ (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 30 เมษายน 2563 / 05:53
    เขินนนนน
    #891
    0
  4. #878 SUMD. (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 16 เมษายน 2563 / 21:47
    น้องเฟสช่างสังเกตหรือว่าป๋าแสดงออกชัดเจนคะะะ
    #878
    0
  5. #783 Otaku_Chom_Hama (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2563 / 14:57

    ทำดีมากน้องเฟย์!!
    #783
    0
  6. #729 -BeView- (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 11 มกราคม 2563 / 22:15
    รู้สึกสังหรว่ารี่จะไม่ได้กลับไป เพราะผนึกมันแตกไปแล้วนิจริงป่าว
    #729
    0
  7. #679 《T_C_D_Megic》 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2562 / 22:48

    คือมีเรื่องถามคะ
    ปล.คืออะไรคะงงเราพิมพ์ตายเฉยๆ
    #679
    2
    • #679-1 P.T.Miria(จากตอนที่ 21)
      28 ธันวาคม 2562 / 23:01
      เหมือนโดนถามดักแก่เลยอะ55555
      ของไทยย่อมาจากปัจฉิมลิขิตหรืออะไรสักอย่าง เราก็จำไม่ค่อยได้ (ส่วนในอังกฤษใช้เป็นตัวย่อ P.S. (Post Script) แปลตรงตัวเลย)

      คือถ้าเคยเขียนจดหมายจะรู้ว่า ปล. คือข้อความท้ายจดหมายที่บางทีอาจจะลืมเล่าไปในเรื่อง หรือเขียนปนในบทไม่ถูกเลยแยกออกมา อะไรประมาณนั้น
      #679-1
  8. #678 《T_C_D_Megic》 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2562 / 22:48

    คือเเบบเรา
    ปล.เราเชียร์โรอาร์xเเฮร์รี่อะคือเเบบชอบสองคนนี้อะอย่าว่ากันน้าๆๆค้าๆๆๆ
    #678
    0
  9. #620 Mihr (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2562 / 00:54
    ชิปไปถึงดาวอังคารแล้วค่า
    เจมส์คงหงุดหงิดอ่ะ ว่าทำไมลูกฉันแต่ละคนถึงลงเอยกับเด็กบ้านงูได้ 55555555
    #620
    0
  10. #610 MINERVA09 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2562 / 07:56
    เขินนน เชื่อแล้วว่าเฟลิกซ์ช่างสังเกตจริงๆ
    #610
    0
  11. #441 Vivee1230 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2562 / 16:31
    น้องรี่ อันตรายค่ะ หนีไปป ป๋าทำเราใจสั่น นึกไม่ออกเลยถ้าเค้ารักกันแล้วรี่ต้องกลับไปจะเป็นยังไง...
    *จะว่าไปโนอาร์เรานึกถึงเดรโกเลยนะ คู่กะเฟลิกซ์อะป่าว
    #441
    0
  12. #437 zomweeri (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2562 / 01:12
    อ๊ากกกกก เฟลิกส์หนูช่างสังเกตจังลูก แฮร์รี่ก็ไม่เอะใจอะไรเลยเหรอ
    #437
    0
  13. #436 vco9uhgTv8y[ (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2562 / 19:38
    ระ...ไรต์รู้ว่าเราเชียร์เรือโนอาร์xเฟลิกส์!? แสดงว่าอนาคตเรือนี้ต้องเแนไททานิคแน่ๆ...
    #436
    1
    • #436-1 vco9uhgTv8y[(จากตอนที่ 21)
      19 กรกฎาคม 2562 / 19:38
      เป็น*..
      #436-1
  14. #435 Boonyisa Rodpat (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2562 / 22:17
    นี่ว่าคนอย่างสเนปอะก็ชัดเจนพอตัว ถ้าเปิดก็คือเปิดถ้าปิดก็คือปิด แต่ตอนนี้คือใจดีกับน้องคนเดียวสินะ แงแต่น้องไม่รู้ไม่ใช่ว่าน้องไม่รู้หรอกน้องแค่ไม่กล้าคิดมากไปกว่านี้ต่างหาก ในหัวน้องมีภาพจำว่าคนอย่างเซเวอรัสสเนปเนี่ยนะ 55555555555555
    #435
    0
  15. #434 Thipnanbow13 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2562 / 21:37
    กิ้ดดดเ แอ่กก สนุกมากกกก อ่านรวดเดียวเลย รอตอนต่อไปนะคะ
    #434
    0
  16. #433 Puai244 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2562 / 09:53
    เป็นวิธีจีบที่ชัดเจนดีจริงๆ
    แต่แฮร์รี่ยังเป็นแฮร์รี่ บื้อเรื่องแบบนี้ได้เสมอ
    รอนโลกนั้นคงทำหน้าช็อคถ้ารู้ว่าสเนปจีบแฮร์รี่ก่อน

    ดอร์แมนทำให้นึกถึงมัลฟอยสินะ เดรโกโลกนี้ไปไหนแล้วหนอ

    เขาแหลม ข้าศึกบุกแล้ว ถ้ายังทำตัวห่างเหิน ได้มีลูกเขยเป็นสเนปแน่
    #433
    0
  17. #432 JuthasornMekhaya (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2562 / 22:08

    เขินมากแม่ ขอสวีทอีกค่าาา
    #432
    0
  18. #431 Tomaiey (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2562 / 16:58

    5555555555 เซฟอ้อยจนไม่รู้จะอ้อยยังไง แต่รี่เพิ่งจะมาคิดได้ โถ่
    #431
    0
  19. #430 Lily for Lisa (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2562 / 16:38
    เรื่องของตัวเองก็จะมีคนนอกแบบเฟนี่แหละที่จะเห็นออร่าบางอย่างจากทั้งคู่(อั้ยย)
    #430
    0
  20. #429 ป่าสีน้ำเงิน (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2562 / 16:05

    รออ่านตอนหน้าไม่ไหวแล้วค่า
    #429
    0
  21. #428 asma2547 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2562 / 14:03

    ละมุนละมัยเว่อ...
    #428
    0
  22. #427 Rains01 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2562 / 13:53

    ละมุนีมากแม่ ถึงจะมีหวานกันนิดๆหน่อย

    ตายไปเลยจ้า~~~~ ขอสวีทกันอีกกกกๆๆๆๆๆ
    #427
    0
  23. #426 wal_5678 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2562 / 13:15

    แบบว่า ไม่ชิปไม่ได้ล้าวววววว

    #426
    0
  24. #425 RUBBY GIRLD >> (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2562 / 12:09
    งื้อ ดีใจอะ อ่านไปเขินไป น่ารักๆๆๆ มาต่อเร็วๆนะคะ
    #425
    0
  25. #424 lonely.com (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2562 / 12:02
    มันดีมากเลยยยยย แงงง ตื้นตันนนน
    #424
    0