Fic Harry Potter - Eternal War (SS/HP)

ตอนที่ 2 : Chapter 2 : Meeting of fate

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,950
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 472 ครั้ง
    25 มี.ค. 62


Chapter 2 : Meeting of fate



“พวกผู้ใหญ่ไม่เคยเล่าอะไรให้เราฟังเลย!”



“ต่อให้นายบ่นไปก็ไม่ช่วยให้เขาเล่าอะไรให้นายฟังหรอกน่า รอน ยอมแพ้ซะเถอะ”



“ฉันรู้น่า เฟร็ด! แต่บางทีฉันว่าเรามีสิทธิ์ที่จะรู้นะ พวกนายไม่คิดแบบนั้นหรือ แล้วพวกนายล่ะว่าไง จินนี่ เฟลิกซ์!”



รอนร้องใบหน้าขึ้นสีจากการเถียงกับสองแฝดพี่ชาย หันไปหาเสียงสนับสนุนจากน้องสาวและอีกเด็กชายผมแดงที่หน้าบึ้งตึง



“ฝันไปเถอะรอน พวกฉันอายุยี่สิบแล้วเขายังไม่ให้เข้าร่วมประชุมเลย——“



“พวกเขาไม่เคยมองเราเป็นผู้ใหญ่เลย——“ จอร์จแบมือส่ายหน้าอย่างจนใจ



“เราแอบดักฟังครั้งก่อนโดยใช้ทริกเล็กๆน้อยๆของพวกเราเอง พวกเขาพูดเรื่องการถูกดักโจมตีแถบชานเมืองมักเกิ้ล เมียโดเวส ดอร์คัส ถูกส่งไปเซนต์มังโกเมื่อสัปดาห์ก่อน และหลังจากที่เราถูกจับได้ว่าแอบฟังโดยแม้ดอาย——” เฟร็ดเล่าและหยุดเลื่อนสายตาไปที่จอร์จที่หันไปทางเฟลิกซ์ต่อเป็นทอดๆ



“แม่นาย เฟลิกซ์ เธอเพิ่มตาข่ายอาคม และหลังจากนั้นเราก็ไม่ได้ยินอะไรอีกเลย”



เฟลิกซ์กอดอกเมื่อเห็นสายตาคาดโทษมาทางเขา แต่สุดท้ายก็หันไปทางรอนกับจินนี่ จินนี่ร้อง



“แล้วหูดักฟังนั่นใช้ไม่ได้ผลแล้วหรือ!”



“โอ้ จินนี่น้องรัก พวกเราพึ่งอธิบายไปเองนะ ขอคุณนายพอตเตอร์ให้เธอลดเขตอาคมลงแล้วเราจะได้ดักฟังต่อได้” จอร์จส่งเสียงจิ๊และส่ายหน้าบ่งบอกว่ามันเป็นไปไม่ได้



“แม่ไม่ยอมแน่” เฟลิกซ์เบ้หน้าเอ่ย “แม่มักจะปกป้องฉันจนเกินเหตุเสมอ”



“แน่นอนว่าแม่นายจู้จี้——“



“ไม่ต่างอะไรกับแม่เราเท่าไหร่หรอกน่าจอร์จ ให้ตาย นี่ฉันอายุสิบแปดแล้วนะ พวกเขาทำเหมือนเราอายุสิบสี่” รอนว่าอย่างไม่พอใจนัก



“เฮ้รอนน้องชายน่าโง่ เฟลิกซ์อายุสิบสี่นะ” เฟร็ดว่าโดยมีจอร์จพยักหน้าข้างๆ ส่วนจินนี่ที่รวมกลุ่มก็เอ่ยอย่างนิ่มนวล



“จริงๆนะ ฉันว่า เฟลิกซ์ นี่ได้เวลานอนของเด็กดีแล้ว นายไปนอนเถอะ”



เฟลิกซ์กรอกตา



“เด็กดี?” เฟลิกซ์เอ่ย ขยี้หัวยุ่งๆสีแดงปนน้ำตาลเข้มอย่างขัดใจ “จินนี่ เธออายุมากกว่าฉันแค่สองปีเองนะ และก็นะรอน ฉันอายุสิบห้าแล้ว เมื่อเดือนก่อน”



“เฮ้ ฉันเปล่าบอกว่านายอายุสิบสี่ นั่นเฟร็ด” รอนเถียงส่วนเฟร็ดฉีกยิ้ม แล้วเฟลิกซ์ก็ลุกขึ้นจากวงเอ่ยเสียงแข็งอย่างไม่เต็มใจก่อนเดินออกจากห้อง



“ฝันดี”



“ฝันดี” พวกวิสลีย์ตอบรับ



___________



เฟลิกซ์ถอนหายใจ ออกมาจากห้องของพวกวิสลีย์ก็เดินตามทางเดินของคฤหาสน์แบล็ก คฤหาสน์ของพ่อทูนหัวเขาที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของศาสตร์มืด เดินลงบันไดไปสวนทางกับเอลฟ์ประจำบ้านที่วิ่งส่งเสียงเอะอะ



เฟลิกซ์ไม่เคยเห็นมันทำงานบ้าน แม้แต่ทำอาหารสักจานยังต้องระวังเรื่องยาพิษ เขาว่าซิเรียสพูดถูกที่ว่าให้ปล่อยมันไป อย่าไปยุ่งด้วยดีที่สุด แต่รอนบอกว่าน่าจะปล่อยๆมันไปให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย



เฟลิกซ์ยกมือนวดขมับ เขาไม่ได้กลับห้องไปนอน เขายังไม่อยากนอนเพราะเขามักฝันร้าย เขาไม่แน่ใจว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่เขาเริ่มฝันร้าย อาจจะก่อนเข้าเรียนฮอกวอตส์สักสองสามเดือนได้ และเขามักฝันร้ายเป็นประจำเมื่อเขาโตขึ้น



เฟลิกซ์เดินผ่านครัว มองประตูห้องทานอาหารที่ปิดสนิทก็หน้ามุ่ย พวกผู้ใหญ่เอาเขามาไว้ที่คฤหาสน์นี้ แต่กลับไม่ยอมบอกว่าพวกเขาทำอะไร จากการสอดแนมของเฟร็ดและจอร์จทำให้พอรู้มาบ้างว่าเป็นกลุ่มที่ดับเบิลดอร์ตั้งเพื่อต่อต้านโวลเดอมอร์ แต่นอกจากนั้นพวกเขาก็ไม่รู้อะไรอีกเลย



เฟลิกซ์ตัดสินใจเทนมร้อนยกดื่ม เขาชะงักนิ่งเมื่อจู่ๆประตูห้องอาหารก็เปิดขึ้นพร้อมกับร่างสูงชะลูด สวมชุดทมึนดำเดินออกมา เสียงฝีเท้ายามเดินเงียบกริบคล้ายไร้น้ำหนักเดินก้าวออกมา เฟลิกซ์ยืนตัวแข็งทื่อเมื่อสบกับใบหน้าไร้อารมณ์เพียงแวบเดียว



ความเกลียดชัง



นั่นคือสิ่งที่เขาสัมผัสได้ แต่แค่เพียงแวบเดียวชายคนนั้นก็เดินจากไปด้วยไปหน้าไม่บ่งบอกอารมณ์



เฟลิกซ์พ่นลมหายใจผ่อนคลาย เขาไม่เคยชอบชายผู้ชื่อ เซเวอร์รัส สเนปเลย ชายที่ครั้งแรกที่พบเขา มองเขามาอย่างรังเกียจ เขาพอรู้มาบ้างว่าสเนปเป็นศัตรูกับพ่อเขา และเขาไม่เคยเขาใจถึงเหตุผลที่ชายคนนั้นอยู่ในภาคีนกฟินิกซ์เลย



แน่ล่ะ ข้อแรก เขาเป็นสลิธีริน ข้อสอง เขาดูเป็นคนที่เหมือนจะยุ่งเกี่ยวกับศาสตร์มืด และข้อสุดท้าย เขาเหมือนแวมไพร์หรือสัตว์ร้ายมากกว่า เฟลิกซ์พอรู้มาบ้างว่าดับเบิลดอร์เองก็ไม่เชื่อใจสเนปนัก หลายครั้งที่สเนปต้องออกมาจากห้องประชุมก่อนเมื่อพูดถึงเรื่องสำคัญ



บางทีเขาก็คิดว่าดับเบิลดอร์คงอยากจะเก็บศัตรูไว้ใกล้ตัว



เฟลิกซ์วางถ้วยที่พึ่งดื่มจนเสร็จ หลงเหลือคราบที่ก้นถ้วยจางๆ เขาวางลงซิงส์น้ำและเดินออกมาจากครัว มองรอบๆให้แน่ใจว่าจะไม่เดินไปปะทะกับสเนปก่อนจะขึ้นบันไดไป



เฟลิกซ์ได้ยินเสียงพวกวิสลีย์ยังคุยกันอยู่ เขาไม่กล้าเข้าไป เขาไม่ได้สนิทกับพวกวิสลีย์นักถึงจะชอบแฝดวิสลีย์ที่มีของน่าสนุกเพียบก็ตาม แต่แน่ล่ะ แฝดวิสลีย์สนิทกับทุกคนนั่นแหละ



เฟลิกซ์เดินเข้าห้องของตัวเองแล้วล้มลงที่เตียง ห้องที่เขาอยู่เป็นหนึ่งในไม่กี่ห้องที่ไม่มีฝุ่น มันเป็นห้องเปล่าที่อยู่ติดกับห้องของอดีตน้องชายซิเรียส เรกูลัส



เฟลิกซ์ขยับตัวกลิ้งบนเตียงแล้วถอนหายใจ ดีดตัวลุกขึ้นมานั่งทำการบ้าน เขาไม่ได้เก่งกาจมีพรสวรรค์แบบพ่อหรือแม่หรือซิเรียส เขาต้องพยายามหนักกว่าพวกพ่อแม่เขามาเสมอ เขาชอบควิดดิชแม้จะไม่ได้เล่นเก่งเท่าพ่อ เขาชอบแหกกฏแต่เขาไม่ทำเพราะมันจะทำให้แม่เขาหัวใจวาย เขาไม่มีเพื่อนสนิทในวัยเดียวกันนักเพราะเด็กบ้านกริฟฟินดอร์ลงความเห็นว่าเขาเหมือนเด็กบ้านเรเวนคลอมากกว่า



เฟลิกซ์กรอกตา เขาไม่คิดว่าเขาจะชอบหนังสือเท่าไหร่ เขาแค่ไม่อยากเห็นใบหน้าผิดหวังของพ่อแม่เขาเวลาคะแนนออกก็เท่านั้น แต่นั่นล่ะ มันไม่สำคัญหรอก



เฟลิกซ์เขียนเรียงความเรื่องแอนิเมจัสที่รู้สึกโชคดีที่เขาได้รู้มันผ่านปากพ่อเขา ซิเรียส และรีมัสตอนเขาอายุสิบสาม ตอนเขารู้เขาแทบหัวใจหยุดเต้น รีมัสเป็นมนุษย์หมาป่า! และพ่อเขากับซิเรียสเป็นแอนิเมจัส! พ่อปิดบังเรื่องแบบนี้กับลูกตัวเองนานขนาดนี้ได้อย่างไร



จดไปอย่างละเอียด เฟลิกซ์ก็ยกยิ้มกริ่ม ม้วนแผ่นกระดาษ และหยิบงานวิชาอื่นขึ้นมาทำต่อ



นานเท่าไหร่ไม่รู้ที่เฟลิกซ์จมอยู่กับแผ่นกระดาษและหนังสือเล่มโต ในที่สุดเฟลิกซ์ก็เริ่มรู้สึกว่าเปลือกตาเริ่มหนักอึ้ง เขาปิดขวดหมึกวางปากกาขนนกลง หาวปิดปากก่อนจะไถลไปนอนบนเตียง



และไม่นานโลกของเขาก็มืดลง



เขาอยู่ในห้องทึบ มีของวางระเกะระกะเป็นกองภูเขา เขาก้าวขาหนึ่งก้าว มองของรอบๆ มีทั้งของผิดกฎหมายและของไม่น่าไว้ใจ บางอันน่าจะเกี่ยวข้องกับศาสตร์มืด

เขาเดินก้าวผ่านของพวกนั้น มองหาประตูทางออก แต่เขากลับมองหาไม่เจอ เหมือนเขาอยู่ในห้องปิดตายขนาดใหญ่



เฟลิกซ์มองรอบๆ เขามองของบางอย่างที่คล้ายกล่องยา แต่กลับมีเสียงดังกุกกักๆออกมา เขาพยายามไม่สนใจ บางทีมันอาจจะเป็นบ็อกการ์ต เขาเคยเห็นของจริงสองสามครั้งตอนมาอยู่ที่กริมโมลด์เพลซใหม่ๆ เขาเดินต่อไปเห็นถ้วย ดาบ คทา คล้ายหลุดมาจากคลังสมบัติจากที่ไหนสักแห่ง



เฟลิกซ์เดินหาประตูต่อไป แต่ขณะก้าวเดิน จู่ๆก็มีสัมผัสแข็งเย็นกระตุกดึงข้อเท้าข้างหนึ่ง ทำให้เขาล้มทันที เขามองดูที่ข้อเท้าตัวเองอย่างตกใจ ลมหายใจติดขัด แต่ความมืดในห้องกลับทำให้เขามองได้ไม่ชัด มือรีบกำไม้กายสิทธิ์



“ลูมอส”



และเขาก็เห็นมัน เลือดในกายเขาเย็นเฉียบกะทันหัน มืมือโครงกระดูกสีขาวซีดกำข้อเท้าเขาไว้แน่นจนรู้สึกเจ็บ นิ้วกระดูกนั้นยาวเหยียดคล้ายขาแมงมุม มันกำจนนิ้วกระตุก



“ปล่อยนะ!” เฟลิกซ์หลุดร้อง กระตุกขากลับอย่างแรง รีบลุกขึ้นยืนและออกวิ่ง แต่การกระตุกกลับทำให้ของที่กองอยู่ขยับตาม เสียงครืนดังพร้อมของที่เซจะหล่นลงมา



เฟลิกซ์เห็นมีโคมไฟแก้วอันหนึ่งหล่นลงพื้นแตกกระจายเป็นเศษเล็กเศษน้อยๆ กลิ่นน้ำมันลอยฟุ้งอยู่ในอากาศ สัญชาตญาณเขาร้องบอกว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง แล้วก็มีหญ้าสมุนไพรบางอย่างที่เขาไม่รู้จักไปกระทบน้ำมันก่อให้เกิดไฟลุกพรึบขึ้นมาในทันที



เฟลิกซ์มองเปลวเพลิงที่ลามขึ้นอย่างตกใจ เปลวไฟลามออกไปเป็นวงกว้าง เขารีบวิ่งหนี มองหาประตูทางออก กลิ่นไหม้คละคลุ้ง ความร้อนลามเข้ามา เขาวิ่งไปจนสุดขอบกำแพง ไฟกำลังลามมาถึงเขา เขาเห็นแสงสีทองบางอย่างที่พื้น เขาเห็นว่ามันคือหินก้อนหนึ่งเป็นสีใสเปล่งวาวสีทอง



ไฟลามมาถึงตัว เขากรีดร้อง เปลวไฟเผาผลาญร่างกายเขา ไม้กายสิทธิ์กลายเป็นขี้เถ้า ไฟคลอกเขา มันกำลังทำให้เขาตาย เขาล้มกลิ้งไปอยู่บนพื้น ดวงตาเหลือบไปเห็นหินที่เปล่งประกายสีทอง มันคล้ายจะเชื้อเชิญบังคับให้เขาสัมผัส



ไฟที่คลอกร่างกำลังนำสติสัมปชัญญะของเขาหายไป สติที่เลือนหาย มือของเขาเอื้อมไปกำหินก้อนนั้นอย่างไม่รู้ตัว



และความทรมานทุกอย่างก็หายไป ห้องทึบที่ถูกไฟคลอกหายไป เฟลิกซ์หายใจหอบ ความรู้สึกยามถูกไฟคลอกยังไม่เลือนหาย



เขามองรอบๆก่อนจะพบว่าตัวเขากำบางอย่างอยู่ ก้มมองพบว่ามันคือหินสีใส มีแสงสีทองเป็นอักษรรูนยาวยืดอยู่



เฟลิกซ์ยืนอยู่ในคฤหาสน์กริมโมลด์เพลซ เขาแปลกใจ ถึงจะบอกว่าเป็นกริมโมลด์เพลซ แต่บรรยากาศกลับต่างกันลิบลับกับกริมโมลด์เพลซที่เขารู้จัก กริมโมลด์เพลซที่นี่ดูสะอาดกว่ามาก



“ซิเรียส” เขาร้องเอ่ยแต่กลับไม่มีเสียงตอบรับ เขาเรียกต่อ “เฟร็ด จอร์จ พ่อ แม่”



เขาเดินไปห้องทานอาหารแต่กลับไม่มีคนอยู่ เขาเดินออกมาที่ห้องนั่งเล่นก็ต้องแปลกใจเมื่อเห็นการแต่งห้องที่คุ้นเคย หากไม่นับโทนสีที่ใช้สีครีมถึงเทาแล้ว ห้องแทบจัดคล้ายห้องนั่งเล่นกริฟฟินดอร์ไม่มีผิด มันชวนให้รู้สึกพิลึกเอามาก



เฟลิกซ์แปลกใจ เขาไม่เคยฝันแบบนี้มาก่อน เขาอาจเคยฝันเห็นใครตาย เห็นอะไรมาผ่านฝัน แต่นี่เป็นครั้งแรกที่รู้สึกงุนงงกับความฝันขนาดนี้



เฟลิกซ์เดินผ่านโซฟา มีสมุดบันทึกต่างๆอยู่บนโต๊ะ เขามองข้อความที่อยู่บนสมุดเล่มหนึ่ง



“ฮ. พอตเตอร์”



เฟลิกซ์ย่นคิ้ว ฮ? เขาไม่เห็นรู้ว่ามีใครในบ้านเขาที่ชื่อขึ้นต้นด้วยตัว ฮ. เลย



เฟลิกซ์หยิบสมุดขึ้นมาดูกำลังจะเปิดก็สะดุ้งเมื่อมีเสียง พรึ่บ ที่เตาผิง เขารีบวางสมุดคืนกลับที่ทันทีจนเกิดเสียงดัง ‘ตุบ’



“ใครน่ะ!”



มีบางคนออกมาจากเตาผิงร้อง เฟลิกซ์สะดุ้ง ขมวดคิ้วมองร่างที่โผล่ออกมาผ่านผงฟลูก็เผยอปาก



ใครที่โผล่ออกมามีหน้าตาเหมือนพ่อเขาไม่มีผิด เผลอๆจะคล้ายพ่อเขายิ่งกว่าเขาเสียอีก ยกเว้นดวงตาสีเขียวมรกตวาว



“ผม— คุณเป็นใคร?” เฟลิกซ์ห้ามความงุนงงไม่ได้รีบถามออกไป แต่ร่างตรงหน้าเขากลับย่นคิ้วยกไม้กายสิทธิ์ชี้มาและมองรอบๆคล้ายไม่เห็นตัวเขา



เฟลิกซ์งุนงงถึงที่สุด แต่ชายหน้าเหมือนเขากลับไม่หยุดแค่นั้น เขาเอ่ยขึ้น



“ครีเชอร์”



เสียง ‘ปุ๊บ’ ดังพร้อมร่างเอลฟ์คุ้นตาที่เฟลิกซ์ไม่เคยจะชอบมันเลยแม้แต่ครั้งเดียวโผล่ขึ้นมา เงยหน้ามองชายตรงหน้าเขาที่ยังถือไม้กายสิทธิ์อยู่



“ครีเชอร์มาแล้วขอรับนายท่านแฮร์รี่ มีอะไรให้ครีเชอร์รับใช้ขอรับ?”



เฟลิกซ์เบิกตากว้าง เขาไม่คาดคิดที่จะเห็นครีเชอร์นอบน้อมกับใครมาก่อน



“มีใครเข้ามาระหว่างที่ฉันไม่อยู่รึเปล่า ครีเชอร์?”



“ไม่ขอรับ วันนี้ครีเชอร์ไม่เห็นใครเข้ามาเลยขอรับ”



“งั้นเหรอ?” ชายตามรกตขมวดคิ้วลดไม้กายสิทธิ์ลงเก็บเข้าแขนเสื้อ พยักหน้าให้ครีเชอร์



“นายท่านแฮร์รี่จะให้ครีเชอร์เตรียมอาหารเลยหรือไม่ขอรับ?”



“ดีเลย ขอบใจนะครีเชอร์”



แล้วครีเชอร์ก็หายตัวไป ชายที่เฟลิกซ์คาดเดาว่าชื่อแฮร์รี่มองรอบๆอีกรอบ เฟลิกซ์ยืนตัวเข็งเมื่อตาสีเขียวเหมือนแม่มองผ่านเขาไป และในที่สุดแฮร์รี่ก็เดินมาหยุดที่โต๊ะ ขยี้ผมยุ่งๆของตัวเอง เฟลิกซ์ได้ยินเสียงบ่นพึมพำ



“คิดไปเองงั้นเหรอ”



เฟลิกซ์มั่นใจแล้วว่าแฮร์รี่ไม่เห็นเขาที่ยืนอยู่ด้วย



เฟลิกซ์มองแฮร์รี่ที่นั่งลงบนโซฟา แฮร์รี่หยิบสมุดบนโต๊ะขึ้นมาเปิด มันเขียนเหมือนเป็นลิสต์ที่ต้องทำหรืออะไรแบบนั้น



“นี่” เฟลิกซ์ลองร้องเรียก แต่แฮร์รี่ไม่หันมองเขา “คุณชื่อแฮร์รี่เหรอ?”



เฟลิกซ์ถอนหายใจ ลองเคาะโต๊ะดูดังเสียงก๊อกๆ



คราวนี้แฮร์รี่เงยหน้าจากหนังสือ คิ้วพันกันยุ่งดูระวังตัวทันที



เฟลิกซ์ยกยิ้มเมื่อหาทางสื่อสารได้



“ใครอยู่ตรงนี้?” แฮร์รี่ถามเสียงสงบแฝงความหวาดระแวง



“ผมชื่อเฟลิกซ์” เฟลิกซ์ตอบ แต่แฮร์รี่กลับมองรอบๆและเอ่ยขึ้นมา



“นี่ใคร? ต้องการอะไรจากฉัน?”



“ผมเฟลิกซ์ ผมไม่เข้าใจว่าผมมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง โอเค คือผมอยู่ที่นี่มาก่อนแต่มันไม่เหมือนแบบนี้” เฟลิกซ์จนใจเมื่อพอร่ายยาวแล้วแต่แฮร์รี่กลับไม่เหมือนได้ยินสักนิด

แฮร์รี่ยกนิ้วแตะคางครุ่นคิดก่อนจะเอ่ยขึ้นมาลอยๆ



“ท่าทางฉันจะเป็นฝ่ายไม่ได้ยิน เธอพอจะเขียนได้รึเปล่า?”



แฮร์รี่หมุนตัวหยิบสมุดเปล่าที่พกไว้ออกมาวางบนโต๊ะพร้อมหมึกและปากกาขนนก



เฟลิกซ์ขยับยิ้มกว้างรีบคว้าปากกาขนนกขึ้นมาเขียนทันที



‘สวัสดีฮะ! ผมชื่อเฟลิกซ์’



คราวนี้แฮร์รี่พ่นลมหายใจออก เบิกตากว้างเหมือนทึ่ง



“ฉันแฮร์รี่ ยินดีที่ได้รู้จัก” และแฮร์รี่ก็เอ่ยด้วยน้ำเสียงกึ่งขบขัน “เธออายุเท่าไหร่?”



‘ผมอายุสิบห้า คุณล่ะ?’



“ฉันอายุสิบแปด เธอมาที่นี่ได้ยังไงและทำไมฉันถึงไม่เห็นเธอ?”



‘ที่นี่? กริมโมลด์เพลซ?’ เฟลิกซ์เขียนอย่างงุนงง เงยมองหน้าแฮร์รี่ที่เลิกคิ้วเล็กน้อย แต่แฮร์รี่ไม่ตอบเขาถึงเขียนต่อ



‘แต่ผมอยู่ที่นี่มาตั้งแต่ปีสอง ผมคิดว่าผมกำลังฝันอยู่ แต่ผมไม่เข้าใจทำไมคุณถึงไม่เห็นผม’



“ฝัน?” แฮร์รี่ทวน กระพริบตาปริบ เขาหลุดยิ้มเอ่ยขึ้น “ถ้าเป็นแบบนั้นฝันของเธอก็คงเป็นความจริงของฉัน และบางทีนั้นอาจจะเป็นเหตุผลที่เธอเหมือนจะไม่รู้จักฉัน”



เฟลิกซ์เลิกคิ้วงุนงงเอาปากกาจุ่มหมึกและเขียนต่อ



‘คุณ...ดัง?’ เฟลิกซ์ไม่แน่ใจว่าจะใช้คำไหนดี สุดท้ายพอเขียนเสร็จก็มองแฮร์รี่ที่ยิ้มเหน็บแนม



“อ๋อ ไม่ดังเลย” แฮร์รี่ว่าก่อนเสริม “แค่เดินไปกระทรวงทีก็เจอนักข่าวดักรอ โชคดีที่ริต้า สกีตเตอร์ถูกเพื่อนฉันจัดการแล้ว แต่ถ้าเผลอไปอยู่ผิดที่ผิดทางเข้าหน่อยก็อาจถูกแอบถ่าย แค่มีแฟนยังต้องลงหนังสือพิมพ์ จะวุ่นวายอะไรกับชีวิตฉันนักก็ไม่รู้”



แฮร์รี่พ่นลมหายใจ เฟลิกซ์งุนงงอย่างที่สุด



‘ทำไมคุณถึงดังล่ะฮะ?’



เฟลิกซ์เห็นแฮร์รี่ยิ้มมาอย่างเศร้าสร้อย เอ่ยด้วยน้ำเสียงเนือยๆ



“ฉันไม่อยากพูดถึงมันเท่าไหร่”



เฟลิกซ์กำปากกาขนนกแล้วจรดปากกาลงสมุดอย่างลังเล



‘คุณนามสกุลพอตเตอร์ใช่ไหมฮะ?’



แฮร์รี่มองสมุดที่เขาเขียนก่อนจะพยักหน้าน้อยๆ



‘แปลกจัง ผมไม่เคยเจอพอตเตอร์คนอื่นนอกจากเจมส์กับลิลี่ พอตเตอร์เลย ผมคิดว่าเราไม่มีญาติที่ไหนอีกแล้ว’



คราวนี้แฮร์รี่สำลักน้ำลาย เบิกตากว้าง เผยอปากเหมือนไม่รู้ว่าจะพูดอะไร และสุดท้ายก็เอ่ย



“เธอ—“ แฮร์รี่หยุด ผ่อนลมหายใจ และกลืนน้ำลาย



“เธอนามสกุลพอตเตอร์?”



เฟลิกซ์พยักหน้า แต่นึกได้ว่าแฮร์รี่ไม่เห็นเลยรีบเขียนต่อ



‘ใช่ฮะ ผมเป็นลูกชายของเจมส์กับลิลี่ พอตเตอร์ แล้วคุณล่ะ ผมคิดว่าบางทีเราอาจเป็นญาติกัน’



เฟลิกซ์รู้สึกคุ้นเคยกับแฮร์รี่อย่างน่าประหลาด และบรรยากาศรอบตัวแฮร์รี่เหมือนมีบางอย่างที่ทำให้เขาผ่อนคลาย



แฮร์รี่ไม่ตอบ ยกมือขยี้ผมให้มันยุ่งกว่าเดิม เฟลิกซ์ยกยิ้ม พ่อเขาก็ชอบทำแบบนี้



“เฟลิกซ์สินะ เธอพอจะเล่าเรื่องของเธอให้ฟังหน่อยได้ไหม?”



เฟลิกซ์ลังเล เขาไม่แน่ใจนัก ถึงจะเป็นฝันแต่ครั้งนี้เขากลับรู้สึกถึงความสมจริง และไม่แน่ใจว่าคนตรงหน้าเชื่อได้รึเปล่า คล้ายเสียงแม้ดอายส์ดังมาในหูว่า ‘จงตื่นตัวตลอด’

‘ผมไม่แน่ใจว่าจะบอกได้ทั้งหมด’ เฟลิกซ์เขียนลงไปในที่สุด แฮร์รี่ดูผ่อนคลายลง เขาขยับยิ้ม



“ถ้าให้ฉันเดาเธอคงกลัวเรื่องจะเผลอพูดเรื่องภาคีนกฟินิกซ์?”



เฟลิกซ์เผยอปาก คนๆนี้ รู้?



‘คุณรู้?’



คราวนี้แฮร์รี่ยิ้มออกมาเอ่ยยืนยัน “ฉันรู้ แต่เธอไม่ต้องเอ่ยเรื่องที่เธอไม่สบายใจ เธอไปฮอกวอตส์ด้วยรึเปล่า โรงเรียนเป็นไงบ้าง? เธออยู่ปีห้า?”



เฟลิกซ์หมุนปากกาขนนกเล่นก่อนจะเขียนอย่างลังเล



‘เปิดเทอมหน้าผมจะขึ้นปีห้าฮะ โรงเรียนก็ ดี คิดว่านะ’ เฟลิกซ์ไม่แน่ใจนักว่าคำว่าดีมันดีจริงรึเปล่า



“ถ้าให้เดาฉันคิดว่าเธออยู่กริฟฟินดอร์” แฮร์รี่ว่า เฟลิกซ์ยิ้มน้อยๆ



‘ใช่ฮะ ผมอยู่กริฟฟินดอร์!’



แฮร์รี่ลังเลนิดหน่อยก่อนจะเอ่ยเสียงแผ่ว แต่เฟลิกซ์ได้ยินชัด



“พ่อแม่เธอคงภูมิใจมาก”



เฟลิกซ์นึกถึงใบหน้าพ่อที่ยกยิ้มกว้าง ใบหน้าอ่อนโยนของแม่ ใบหน้าอารมณ์ดีแฝงความภูมิใจของซิเรียสก็เผลอยิ้ม



‘ก็ใช่ฮะ พ่อแม่ดีใจมาก ซิเรียสมีความสุขออกหน้ามากที่สุด ผมจำได้ว่าเขาแทบโยนผมขึ้นฟ้า’



แฮร์รี่หัวเราะเบาๆ เฟลิกซ์ไม่แน่ใจนักว่าแฮร์รี่รู้จักซิเรียสรึเปล่า แต่ดูท่าการที่แฮร์รี่อยู่ที่กริมโมลด์เพลซจะเป็นคำตอบที่ดีพอแล้ว



“ฉันเองก็อยู่กริฟฟินดอร์ ถึงกริฟฟินดอร์จะไม่ใช่บ้านที่หมวดคัดสรรอยากคัดฉันไปอยู่ก็เถอะ”



เฟลิกซ์แปลกใจ และไม่ต้องถามแฮร์รี่ก็เล่าต่อด้วยน้ำเสียงเหน็บแนม



“มันอยากให้ฉันไปอยู่สลิธีริน”



เฟลิกซ์สะดุ้ง อ้าปากค้าง แฮร์รี่เล่าต่อ



“แต่แน่ล่ะ หลังจากเถียงกับหมวกนั่นแทบตาย มันก็ยอมคัดฉันมากริฟฟินดอร์ ทุกวันนี้ฉันไม่เคยนึกภาพตัวเองอยู่สลิธีรินออกเลย” แฮร์รี่ส่ายหน้า



เฟลิกซ์มองอย่างลังเลและเขียนต่อ



‘หมวกเคยบอกว่าผมจะไปได้ดีที่เรเวนคลอ แต่ผมอยากอยู่บ้านสิงห์มากกว่า และผมก็ได้มาอยู่บ้านกริฟฟินดอร์ แต่บางทีผมคิดว่าหมวกอาจพูดถูก ผมไม่คิดว่าผมกล้าหาญอะไร ผมเข้ากับเพื่อนในบ้านไม่ค่อยได้ด้วยซ้ำ’



เฟลิกซ์ไม่แน่ใจทำไมเขาถึงเขียนบอกเรื่องนี้กับคนที่พึ่งรู้จักไม่นาน บางทีอาจเป็นเพราะเขากำลังฝันอยู่



แฮร์รี่อ่านข้อความที่เขาเขียน สายตาทอประกายอ่อนโยนลง เฟลิกซ์เห็นเขายิ้มในแบบที่ไม่ใช่ยิ้มเหน็บแนม แต่เป็นรอยยิ้มใจดีที่คล้ายกับศาสตราจารย์ใหญ่



“เฟลิกซ์” แฮร์รี่ว่า “เธอจะเป็นคนแบบไหน มันไม่ใช่เพราะคนอื่นเลือกให้เธอ”



เฟลิกซ์นิ่งมองอย่างไม่เข้าใจ



“เธอต่างหากที่เป็นคนเลือกให้ตัวเอง” คราวนี้แฮร์รี่หัวเราะคิกคักเอ่ยเสริม



“และฉันเชื่อว่าเธอเป็นกริฟฟินดอร์ตั้งแต่เถียงกับหมวกคัดสรรนั่นแล้ว เพราะไม่มีเด็กบ้านไหนงี่เง่าพอที่จะเถียงกับหมวกคัดสรรนอกจากเด็กบ้านกริฟฟินดอร์หรอก เชื่อฉันสิ”

เฟลิกซ์หลุดหัวเราะ ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจเขียนเรื่องที่โรงเรียนให้แฮร์รี่ฟัง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเพื่อน หรือเรื่องเรียน เล่าเรื่องอาจารย์ต่างๆ แฮร์รี่ตอบกลับมา เฟลิกซ์ไม่เข้าใจนักแต่บางครั้งเขารู้สึกถึงความเศร้าที่เจือบ่นอยู่ในน้ำเสียงของแฮร์รี่



‘ศาสตราจารย์มักกอนนากัลชอบลอบสอดแนมเด็กนักเรียนด้วยร่างแอนิเมจัส เธอมักเจอเด็กทำผิดกฏเป็นคนแรกเสมอ’



“โอ้ ฉันไม่แปลกใจเลย แต่จะมีเรื่องผิดกฏเรื่องเดียวที่ศาสตราจารย์มักกอนนากัลจะไม่ว่าเธอ และอาจจะให้รางวัลด้วยซ้ำ”



‘มีด้วยงั้นเหรอฮะ?’ เฟลิกซ์สนใจอย่างอดไม่อยู่ เห็นได้จากลายมือที่รีบร้อนเขียน



“แน่นอน! ถ้ามันเกี่ยวข้องกับควิดดิชน่ะนะ ฉันคิดว่าต่อให้เธออยู่นอกหอหลังเวลาเคอร์ฟิวและถูกจับได้ ถ้าบอกว่าซ้อมควิดดิชอยู่ ฉันไม่คิดว่าศาสตราจารย์มักกอนนากัลจะว่าอะไรเธอหรอก”



เฟลิกซ์ส่งเสียงหืม เขาไม่ใช่แฟนพันธ์ุแท้ควิดดิชนัก แต่เขาคิดว่าจะลองสมัครเข้าทีมปีห้าพอดีเพราะมีตัวจริงพึ่งจบไปปีที่แล้ว



หลังจากคุยกันยาวนาน เฟลิกซ์รู้สึกตัวว่าเวลาที่ใช้คุยกับแฮร์รี่ผ่านไปไวมาก กว่าจะรู้ตัวหินในมือเขาก็ร้อนขึ้น เขารีบอธิบายเรื่องก่อนที่เขาจะโผล่มาที่นี่ให้แฮร์รี่ฟัง แฮร์รี่ดูแปลกใจ



เฟลิกซ์มองหินในมือที่เปล่งแสงสีทอง



และภาพตรงหน้าก็หายไป



เฟลิกซ์ลืมตาตื่นขึ้นมาในห้องนอนของตัวเอง มองเวลาก็พบว่าเช้าแล้ว



เขากระพริบตางุนงง เรื่องในฝันชัดเจนอย่าน่าเหลือเชื่อ



ให้ตาย นี่เป็นครั้งแรกที่เขาอยากฝันให้นานกว่านี้!



เฟลิกซ์นึกถึงใบหน้าแฮร์รี่ก็ยกยิ้ม



เป็นคนแปลกๆที่คุยกับเขาทั้งๆที่ไม่เห็นเขา ถึงจะเป็นแค่ฝันก็เถอะ



เฟลิกซ์ลุกขึ้นนั่งบนเตียง แต่พอลุกขึ้นยืนเขาก็ได้ยินเสียงของบางอย่างตกลงบนพื้น



และร่างของเขาก็เย็นเฉียบ



หินใสขนาดกำปั้นที่ก่อนหน้านี้เปล่งแสงสีทองกลิ้งก่อนหยุดนิ่งบนพื้น

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 472 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,068 ความคิดเห็น

  1. #1030 นกมาร์คมาก (@ayayay) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2563 / 14:53
    น้องเป็นคนเล็กในตระกูลจะทำอะไรก็ดีไม่ได้มากให้ะ่อเเม่พอใจ ฮือน้องมีความกดดันต่อตีวเองอยู่ตลอดเลยดีใจที่ได้เจอเเฮร์รี่อะ เป็นความสบายใจที่น้องจะได้เล่าเรื่องต่างๆให้ฟังได้
    #1,030
    0
  2. #999 MartiniLubik (@MartiniLubik) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2563 / 14:07

    ขอFP/HP จะผิดไหม ใจบาปมากค่ะ

    #999
    0
  3. #953 Jecelyn (@Jecelyn) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2563 / 23:54
    ดีอะๆๆๆๆ ชอบมากอะกรี๊ดดดดคือดีย์ เเล้วเฟลิกซ์อย่าง่าป๋าเเบบนั้นนะ! โกดเเล้ว😡
    #953
    0
  4. #911 MitsukiCarto (@MitsukiCarto) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2563 / 09:34
    โอ้ พี่น้องกันล่ะ~
    #911
    0
  5. #463 storyfly (@fairy21) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2562 / 23:37
    รอพระนายเจอกันไม่ไหวแล้ว อ่านไปใจก็เต้นตุบๆ แฮร์รี่อ่อนโยนมากๆ
    #463
    0
  6. #375 เสี่ยวชิว (@0881200885) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2562 / 18:09
    หวั่นไหวแรง ฮืออออ
    #375
    0
  7. #317 ตีฟอง (@Puttinat_) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2562 / 14:05
    HP/FP แฮะๆ
    #317
    0
  8. #299 nicharipaen04 (@nicharipaen04) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2562 / 16:41
    หูยยยยยย ชอบมากๆ
    #299
    0
  9. #246 MIW001 (@MIW001) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2562 / 01:24
    ดีมาก ดีมากๆ ดีๆ
    #246
    0
  10. #211 TaTar_Wannakarn (@guitar643922) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 เมษายน 2562 / 09:55
    อ่านแรกๆตกใจมาก เกือบวกกลับไปดูชื่อเรื่องแล้วอ่ะ 555555
    #211
    0
  11. #61 J'name Rbt (@pawidporn-name) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 มีนาคม 2562 / 22:57
    เหตุการณ์เซปชั่นมากๆ อ่านแล้วอึ้งทึ่งสุดๆไปเลย เนื้อหาแน่นอะไรเบอร์นี้ ทำไมเราเพิ่งค้นพบบบบ;;
    #61
    0
  12. #41 Secr3t-Key (@Secr3t-Key) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 มีนาคม 2562 / 01:50
    โอ้โห น่าสนใจมากๆเลยค่ะ แปลกใหม่ดี
    #41
    0
  13. #7 โลลิค่อน (@0881637445) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2562 / 06:55
    น่าสนใจค่าาา
    #7
    0
  14. #3 My Levi (@ging6j) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:01
    น่าติดตามมากกก จะรอนะคะ
    #3
    0
  15. #2 GOTFAFA (@Yanikajitklang) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2562 / 06:37

    เนื้อเรื่องน่าสนใจมากกกก

    ละแฮร์รี่จะได้เจอป๋ายังไงเนี่ย
    #2
    0
  16. #1 TewadaCat (@TewadaCat) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2562 / 04:19

    โอ้ววว ในที่สุดก็มีป๋ามาให้เสพ ....เนื้อเรื่องน่าสนใจมาก แถมคนบางคนก็ค่าตัวแพ๊ง แพง

    ฮาาาาา ติดตามและเป็นกำลังใจให้นะคะ
    #1
    0