Fic Harry Potter - Eternal War (SS/HP)

ตอนที่ 19 : Chapter 19 : Collapsed

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,154
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 415 ครั้ง
    21 มิ.ย. 62

Chapter 19 : Collapsed









แฮร์รี่เหลือบมองข้างๆตลอดเวลาระหว่างทางกลับฮอกวอตส์ หลังจากเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมด ทางเดินนี้ค่อนข้างเงียบเชียบ พวกเขาเดินอยู่ในความเงียบกันนานก่อนที่แฮร์รี่จะเอ่ยเริ่มบทสนทนาเมื่อเดินมาถึงสะพานเชื่อมต่อกับฮอกวอตส์



“แล้ว— คุณจะอธิบายเรื่องทั้งหมดกับผมได้รึยัง?”



พระอาทิตย์ตกลงเร็วขึ้นเมื่อใกล้ถึงปลายฤดูใบไม้ร่วง ท้องฟ้าตอนนี้กลายเป็นสีแดงอมม่วงทั่วทั้งฟ้าแม้ว่าจะยังไม่ถึงห้าโมงเย็นเลยก็ตาม แสงสีแดงม่วงสะท้อนกับทะเลสาบจนเห็นท้องฟ้ากับผืนน้ำเป็นสีเดียวกัน อีกไม่นานตะวันคงจะลับขอบฟ้า



เซเวอร์รัสไม่ได้ตอบในทันที แฮร์รี่ไม่ได้เร่ง เขารู้นิสัยอีกฝ่ายดีเกินกว่าที่จะบ่มเพาะความเกลียดชังด้วยนิสัยเสียของตัวเอง ทางเดินไปถึงฮอกวอตส์ดูไกลเมื่อมองจากจุดนี้ ใบไม้ส่วนใหญ่ผลัดกลายเป็นสีแดง ส้ม เหลือง บางส่วนเริ่มแห้งร่วงหล่นตามทางและแฮร์รี่รู้ว่ามันจะถูกเอลฟ์ประจำบ้านกวาดออกไปก่อนรุ่งสาง



แฮร์รี่เดินนำอยู่ข้างหน้า รู้ว่าศาสตราจารย์วิชาปรุงยาเดินช้ามาก หันกลับไปมองใบหน้าอีกฝ่ายอย่างระวัง ค้นพบว่าใบหน้าตึงๆที่คุ้นเคยทำให้แฮร์รี่รู้สึกสบายใจกว่าทุกครั้ง



การมาเดินกับศาสตราจารย์ปรุงยาให้ความรู้สึกที่แปลก เขาเคยแต่เดินตามหลังเมื่อเซเวอร์รัสสั่งกักบริเวณหรือบอกข่าวอะไรก็ตามจากอัลบัส เขามักเป็นฝ่ายที่ต้องทำตาม แต่คราวนี้พวกเขาเดินอยู่ด้วยกันในตำแหน่งที่เท่าเทียมกัน และที่สำคัญที่สุด



แฮร์รี่ไม่พบร่องรอยของความเกลียดชังจากสายตาอีกฝ่ายอีก



เป็นไปได้รึเปล่าที่เซเวอร์รัสเริ่มที่จะมองเขาเป็นแฮร์รี่ มองเขาเป็นปัจเจกบุคคลแทนที่จะเป็นคนที่มีใบหน้าเหมือนคู่อริของเขา



“เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องของคุณ คุณพอตเตอร์”



น้ำเสียงต่ำฟังดูเรียบเฉยเกินกว่าที่จะเป็นคำพูดที่เอ่ยออกมาตามอารมณ์ แฮร์รี่หันหลังกลับไปมองคนที่เอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่นิ่งเรียบ ความหมายของข้อความมันเหมือนกับที่เซเวอร์รัสเคยพูดกับเขาก่อนหน้า แต่ด้วยน้ำเสียงที่ต่าง มันชวนให้แฮร์รี่รู้สึกสงสัยมากกว่าโกรธ



“คุณหมายความว่ายังไง?”



“ตั้งแต่ที่เธอไม่ใช่คนของที่นี่ สงครามที่นี่ไม่ใช่สิ่งที่เธอจำเป็นต้องใส่ใจ แค่สอนเด็กนักเรียนให้ดีจนกว่าอาจารย์ใหญ่หรือตัวคุณเองจะแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นได้ นี่ต่างหากที่เป็นสิ่งที่เธอควรสนใจเป็นอันดับแรก”



แฮร์รี่ไม่คิดว่าจะมีวันที่เขาพูดคุยกับเซเวอร์รัสด้วยเหตุผล เขามองอีกฝ่าย ดวงตาที่มองเขาไม่ได้เย็นชา มันดูแปรปรวนจนแฮร์รี่คิดว่าเขาดูผิดไปด้วยซ้ำ แต่มันเป็นแบบนั้นอยู่นาน แฮร์รี่ส่งเสียงฮืมในลำคอด้วยโทนเสียงไม่เห็นด้วยและเอ่ยแย้ง



“แต่ผมเข้ามาอยู่ในสงครามของพวกคุณแล้วนะครับ มันไม่ยุติธรรมเลยที่ผมไม่มีสิทธิรับรู้อะไรเกี่ยวกับมันเลย มันเลวร้ายขนาดนั้นเลยเหรอที่จะบอกว่าคุณทำอะไรลงไปบ้าง?”



“ถ้าฉันบอกว่ามันเลวร้ายล่ะ?”



แฮร์รี่เลิกคิ้วสูง ไม่เข้าใจในความหมายของมันนัก เขารู้ว่าเขาต้องเอ่ยบางอย่างออกไป แต่ลำคอเขากลับแห้งผาก เขาไม่คาดหวังว่าจะได้รับคำตอบแบบนี้กลับมา ความรู้สึกความสบายใจที่อยู่กับอีกฝ่ายเริ่มพังทลายลงกลายเป็นความกระอักกระอ่วนอีกครั้ง แฮร์รี่หันกลับมาเดินต่อโดยเพ่งสายตาไปข้างหน้า มองแค่ทางเดินของตัวเอง แต่ก่อนที่ความรู้สึกพวกนั้นจะก่อตัวดีเซเวอร์รัสก็เอ่ยต่อ



“—ฉันเคยทรยศภาคี”



แฮร์รี่หยุดเดินทันที ตวัดหน้ากลับไปมองคนที่เอ่ยโพล่งออกมา ก่อนความฉุนเฉียวเข้าครอบงำ เขาเลือกที่จะสงบใจตัวเอง มันเป็นเรื่องที่เขาเดาได้ตั้งแต่การคุยกันก่อนหน้า เขาไม่ควรแปลกใจกับความจริงข้อนี้ และครั้งนี้แฮร์รี่สังเกตว่าอีกฝ่ายใช้คำว่า ‘เคย’ นั่นหมายถึงว่าเรื่องที่เขาพูดเป็นอดีต เซเวอร์รัสดูเหมือนชายที่อ่อนแรงทันทีหลังจากเอ่ย มันไม่ใช่ท่าทางที่แสดงออกมาชัดเจน แต่แฮร์รี่รู้ว่าเซเวอร์รัสกำลังรู้สึกแบบนั้นไม่ว่าจะด้วยการกัดขบฟันตัวเองหรือการพ่นลมหายใจหรือท่าทางใดๆที่เจ้าตัวแสดงออกมา เขาไม่ได้เสียเวลามองอีกฝ่ายในเพนซีฟเป็นเวลาเกือบปีไปเปล่าๆแน่



ทำไม— ทำไมถึงจำเป็นต้องบอกเขา มันน่าจะดีกว่ากับการที่ได้รับความเชื่อใจจากทุกๆคนและใช้ชีวิตต่อไปโดยไม่มีใครรู้เรื่องนี้



เป็นอีกครั้งที่แฮร์รี่ค้นพบว่าเขาไม่เคยเข้าใจเซเวอร์รัส สเนปเลย



แฮร์รี่ไม่กล้าส่งเสียงขัดเพราะรู้ว่าอีกฝ่ายยังเอ่ยไม่จบ มันต้องไม่จบลงแค่บอกว่าตัวเองเคยทรยศภาคี มันต้องมีบางอย่างที่มากกว่า แฮร์รี่รู้ว่าเซเวอร์รัสกำลังใช้เวลาในการรวมคำพูดเอ่ยออกมา และเขาก็เอ่ยออกมาจริงๆ



“ฉันรู้จักตัวเองดี คุณพอตเตอร์ ดังนั้นฉันจะไม่โกหกเธอว่าฉันไม่เคยทำผิดพลาด การจู่โจมครั้งสุดท้ายที่ลิลี่กับลองบัตท่อมตกเป็นเหยื่อเป็นฝีมือของฉัน แม้แต่เรื่องที่ให้กุญแจนำทางจอมมารไปก็เป็นความตั้งใจของฉันเช่นกัน แต่หลังจากเรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้น ฉันกล้าสาบานว่าฉันไม่เคยคิดจะหันหลังให้ภาคีหรือดัมเบิลดอร์อีก”


แฮร์รี่สงสัยจริงๆว่าอะไรที่เปลี่ยนความคิดของอีกฝ่ายได้


แฮร์รี่รู้ว่าเขาควรจะสงสัยในคำพูดอีกฝ่าย แต่เขารู้ตัวว่าเขาเชื่ออย่างไร้ข้อกังขาทันทีที่เห็นดวงตาที่ดูวูบไหว น้ำเสียงที่ดูขมขื่น มันไม่ใช่ท่าทางปกติของคนโกหกและผนวกเข้ากับการที่อีกฝ่ายคือเซเวอร์รัส สเนป แน่นอน มันไม่ปกติมากๆ ในวินาทีนี้แฮร์รี่ไม่ได้เห็นชายที่เย็นชาที่สุดในฮอกวอตส์ ไม่ได้เห็นสายลับสองหน้า ไม่ได้เห็นคนทรยศ แฮร์รี่รู้ว่าเขาเห็นชายคนหนึ่งที่มีหัวใจและความรู้สึก คนที่เป็นอีกหนึ่งผลิตผลจากสงคราม คนที่กำลังสารภาพบาปของตัวเองให้ใครสักคนฟัง


แปลกใจจริงๆที่คนที่เซเวอร์รัสเลือกที่จะบอกเล่าเรื่องราวแบบนี้ให้ฟังเป็นตัวเขา


สายลมพัดผ่านใบหน้า แฮร์รี่รู้ว่าเขาไม่ต้องการพูดเรื่องนี้อีก เขาเลือกที่จะกลับหลังหันและเดินไปข้างหน้า พึมพำบางอย่างเพื่อบอกอีกฝ่าย บอกตัวเองและบอกถึงคนที่จากเขาไปเมื่อนานมาแล้ว


“มันไม่ใช่ความผิดของคุณ ไม่ใช่ความผิดของใครทั้งนั้น คุณรู้ใช่ไหม —ในสงคราม ไม่มีอะไรผิด ไม่มีอะไรถูก ผมใช้เวลาอยู่นานกว่าที่จะรับรู้ว่าโลกไม่ได้มีแค่สีขาวและสีดำ ไม่ได้มีแค่ด้านมืดกับด้านสว่าง—” แฮร์รี่กล่าวเริ่ม มั่นใจว่าเขาเห็นภาพของทอมในวัยเด็กทุกครั้งที่หลับตา โวลเดอมอร์เองก็เป็นอีกหนึ่งผลจากสงครามโลกครั้งแรก แฮร์รี่เคยเกลียดทุกคนที่ทรยศพวกเขา เกลียดเพ็ตดีกรูว์ที่ทรยศพ่อของเขา เกลียดโวลเดอมอร์ที่ตามจ้องฆ่าเขา เกลียดสเนปที่ทรยศ เกลียดที่ทุกคนเลือกที่จะตายเพื่อให้เขามีชีวิตรอด เกลียดดัมเบิลดอร์ที่นำทางเขาไปถึงความตาย เขาเกลียดตัวเองที่ตัดสินใจพลาด เขาเกลียดคำพูดที่ว่าพวกเขาไม่มีทางเลือก


ครั้งหนึ่งเขาก็เคยไร้เดียงสา เคยเชื่อมั่นในตัวเอง เคยคิดว่าตัวเองจะจัดการทุกอย่างได้ แต่นั่นมันเป็นแค่ความคิดของเขาเพียงคนเดียว โลกไม่ได้ง่ายดายขนาดนั้น


แฮร์รี่เอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงที่สงบลงจนแม้แต่เขาที่พูดออกมาเองยังต้องประหลาดใจ


“ศาสตราจารย์ อย่าโทษทางที่ตัวเองเลือกในสงครามเลยครับ ในบรรดาพวกเราไม่มีใครรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในอนาคต ดังนั้นอย่าได้โทษตัวเองที่ตัดสินใจพลาด อย่าโทษที่ตัวเองมีชีวิตอยู่ คุณไม่สามารถแก้ไขอะไรที่จุดเริ่มต้นได้หรอก แต่คุณสามารถเริ่มต้นจากจุดที่คุณอยู่ คุณเปลี่ยนแปลงบทสรุปของมันได้”


และเขาหวังว่าบทสุดท้ายของเซเวอร์รัสจะต่างไปจากเซเวอร์รัสในโลกของเขา


มันเป็นแค่ความหวัง


แฮร์รี่เติบโตมากับสงคราม เขารู้ดีว่ามันรู้สึกอย่างไรที่ต้องใช้ชีวิตผูกติดกับมัน และเขารู้ดีว่ามันจะเป็นอย่างไรหากปล่อยให้สงครามกัดกินตัวตนของเขา


ผ้าคลุมพ่อมดขยับตามการเดินของพวกเขา ในวันนี้พวกเขาใส่ชุดคลุมสีดำเหมือนกัน แฮร์รี่คิดว่าสำหรับเซเวอร์รัสมันอาจเป็นเรื่องปกติ แต่สำหรับแฮร์รี่มันคือการไว้อาลัยพ่อแม่ในมิติตัวเอง


ทะเลสาบฮอกวอตส์นิ่งสงบจนเหมือนว่าจะมีบางอย่างอยู่ลึกลงไป สีน้ำที่สะท้อนมาจากฟ้าเริ่มเปลี่ยนจากสีแดงเป็นสีดำทมิฬขับให้ผืนน้ำที่สวยงามดูน่ากลัวในเวลาไม่นาน


แฮร์รี่รู้ว่าทุกครั้งที่เขาอยู่กับเซเวอร์รัสในมิตินี้ เวลาผ่านไปเร็วอย่างไร้เหตุผล


ท้องฟ้ามืดลงแล้ว

____________



“โอ้ ศาสตราจารย์พอตเตอร์ และ— เซเวอร์รัส! ในที่สุดเธอก็มาเสียที!”


แฮร์รี่ไม่คาดหวังว่าเขาจะมีความรู้สึกหวาดกลัวพาดผ่านตอนที่เห็นศาสตราจารย์มักกอนนากัลร้องอย่างดีใจเมื่อเห็นเซเวอร์รัส ดีใจถึงขนาดเรียกชื่อต้นที่ปกติมักไม่เอ่ยออกมาบ่อยๆ ใบหน้าร้อนรนของอดีตศาสตราจารย์ประจำบ้านเขาไม่ได้ช่วยให้แฮร์รี่รู้สึกดีขึ้น


“ได้โปรด ไปดูเขาที่ห้องพยาบาล ฉันคิดว่าคุณพอตเตอร์ถูกยาพิษ และเราต้องการยาถอนพิษเดี๋ยวนี้! ป็อบปี้บอกว่าเขาต้องกินมันก่อนพ้นวันนี้ไม่งั้นเขาอาจไม่รอด!”


แฮร์รี่หัวมึนตื้อชั่วขณะ เขาไม่คาดว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นระหว่างที่พวกเขาไม่อยู่ฮอกวอตส์ และอะไรนะ คุณพอตเตอร์? นั่นไม่ได้หมายความถึงเฟลิกซ์หรอกเหรอ!?


มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ระหว่างที่เขาไม่อยู่?


กว่าจะรู้ตัวสองเท้าเขาก็วิ่งตรงดิ่งไปที่ห้องพยาบาลแล้ว แฮร์รี่ไม่คิดว่าตัวเองจะรู้สึกตื่นกลัวขนาดนี้ เหงื่อเขาไหลลงมา แฮร์รี่ไม่เคยคิดว่าทางจากห้องโถงไปห้องพยาบาลจะไกลจนวันนี้ ทันทีที่เขาถึงหน้าพยาบาลเขาก็หายใจหอบทันที แฮร์รี่จะก้าวเข้าไปก็ได้ยินน้ำเสียงใจเย็นจากข้างหลัง


“หายใจเข้าลึกๆก่อนที่จะเข้าไป คุณพอตเตอร์”


แฮร์รี่มองแผ่นหลังของคนในชุดคลุมสีดำเดินเข้าไปก่อน เขารู้ว่าเซเวอร์รัสเดินเร็วแต่ไม่คาดคิดว่าจะเร็วขนาดนี้ ฝ่ายนั้นตามเขาที่วิ่งมาทันในไม่กี่วินาที เซเวอร์รัสเข้าไปปุ๊บแฮร์รี่ก็ได้ยินเขาถามคนในนั้นว่า ‘ใครพอจะบอกฉันได้บ้างว่าเกิดอะไรขึ้น?’ เขาเพิ่งเห็นว่ามีเด็กกริฟฟินดอร์อยู่ในห้องพยาบาลด้วย สูดหายใจตามคำแนะนำเรียบร้อยแฮร์รี่ถึงรีบเดินเข้าไป


มาดามพอมฟรีย์ดูเคร่งเครียดจนไม่ได้สนใจจะไล่คนอื่นๆออกตามที่ควรทำ ทันทีที่เซเวอร์รัสถามเด็กผู้หญิงผมยาวเป็นคนตอบ เจเนซ— แฮร์รี่จำนามสกุลเธอได้ หนึ่งในคนที่ตอบคำถามเขาในห้องเรียนบ่อยๆ


“เฟลิกซ์กินขนมที่พวกเราซื้อจากฮอกส์มี้ดเข้าไปค่ะ พวกเราตั้งใจจะจัดปาร์ตี้กัน แต่หลังจากนั้นเฟลิกซ์ก็ดูแปลกๆ เขาดูทรมานและยกมือจับคอของตัวเองค้าง หลังจากพามาหามาดามพอมฟรีย์เขาดื่มยาไปสามตัวและชักรุนแรง มาดามคิดว่าน่าจะมียาพิษอยู่ในขนมแต่พวกเราไม่รู้ว่ามันเกิดขึ้นได้ยังไง ทั้งๆที่มันเป็นขนมที่เราซื้อมาจากร้านฮันนี่ดุกส์ ศาสตราจารย์ ได้โปรดช่วยเขาด้วยนะคะ ถ้าเขาเกิดเป็นอะไรขึ้นมาพวกเราจะต้อง—”


“พอแล้ว! โอเค กลับไปที่ห้องของพวกเธอ หมดเวลาเยี่ยม!”


“แต่พวกเราเป็นเพื่อนเขาและมีสิทธิ์ที่จะอยู่ที่นี่ จนกว่าเราจะมั่นใจว่าเขาปลอดภัย”


เซเวอร์รัสกล่าวตัดด้วยน้ำเสียงรำคาญแต่คนที่ไม่พอใจก็เป็นเด็กสาวข้างๆเจเนซ —แฮร์รี่ขยับตามอง—โกลด์สตีน


“เธอมีสิทธิอยู่หรือไม่เธอไม่ใช่คนตัดสิน คุณหนูกริฟฟินดอร์ และฉันลงมติแล้วว่าการที่พวกเธออยู่ที่นี่มันเกะกะการรักษา พวกเธอทำได้แค่ช่วยสร้างภาระให้มาดามพอมฟรีย์มากกว่าเดิม และตอนนี้— ออกไปซะ!”


แฮร์รี่ขยับตามองเฟลิกซ์ เด็กชายไม่ได้สติมองตรงไปบนเพดานอย่างว่างเปล่าเบิกตาโพล่งจนเหมือนถูกสาปให้เป็นหินมากกว่า มือสองข้างยังจับอยู่ที่คอตัวเองค้าง แฮร์รี่รู้สึกหัวใจเขากำลังเจ็บปวด เขามองเซเวอร์รัสแค่ครู่เดียวและขยับตามองสามกริฟฟินดอร์ที่จะเถียงต่อ แต่ตอนนี้เขาต้องการความเงียบสงบ


“คุณโกลด์สตีน คุณเจเนซ คุณเออร์เนส” แฮร์รี่ส่งเสียงเรียกด้วยเสียงเย็นก่อนที่พวกเขาจะเถียงต่อ แฮร์รี่พยายามใจเย็นที่สุดเท่าที่ตัวเองทำได้ และเด็กสามคนหันมามองแฮร์รี่ทันที แฮร์รี่เอ่ยต่อ


“ได้โปรดออกไปรอที่บ้านกริฟฟินดอร์ พรุ่งนี้เช้าฉันจะให้ศาสตราจารย์มักกอนนากัลบอกพวกเธอถึงอาการของคุณพอตเตอร์ ตกลงไหม?”


“แต่—“


แฮร์รี่รู้ว่าแว๊บหนึ่งโกลด์สตีนจะเถียงว่าไม่เห็นด้วยแต่โชคดีที่เออร์เนสกับเจเนซก็คว้าตัวเพื่อนของพวกเขาไว้ก่อน เออร์เนส เด็กผู้ชายคนเดียวในกลุ่มเป็นคนเอ่ย


“ก็ได้ครับ ศาสตราจารย์พอตเตอร์”


แฮร์รี่รู้ว่าพวกเขากำลังกระซิบกระซาบกันบางอย่างก่อนยินยอมออกจากห้องไป แฮร์รี่หันกลับมา เซเวอร์รัสกำลังตรวจสอบยาที่เฟลิกซ์ได้กินลงไปก่อนหน้าและตรวจอาการเด็กชายอยู่ ใบหน้าของเซเวอร์รัสดูเคร่งเครียดขณะเงยหน้ามาถามมาดามพอมฟรีย์


“บิซัวร์ไม่ช่วยอะไรงั้นหรือ?”


“มันชะลออาการของคุณพอตเตอร์ลง แต่แค่ชะลอการระบาดของพิษเท่านั้น ฉันไม่รู้จริงๆว่าเขาถูกพิษแบบไหนเข้าไป”


“แล้วเขายูนิคอร์นกับ—”


“ฉันลองหมดแล้ว ศาสตราจารย์สเนป!”


แฮร์รี่ค้นพบว่ามาดามพอมฟรีย์กำลังหงุดหงิดและกระวนกระวายมากแค่ไหนก็ตอนที่เขาได้ยินเธอตะคอกออกมาเสียงสั่นพร่า แฮร์รี่กำหมัดแน่น มองภาพตรงหน้าด้วยใจขลาดกลัว เขาเพิ่งรู้ตัวว่าตัวเองไร้ความสามารถแค่ไหนก็ตอนนี้เอง ตอนที่คนที่สำคัญต่อเขามากๆกำลังถูกยาพิษและกำลังตาย แต่คนที่ยังคงนิ่งได้เป็นเซเวอร์รัส ไม่แม้แต่ชะงักที่ถูกตะคอกใส่ ยังคงความเยือกเย็นไว้ได้อย่างน่าทึ่ง


แฮร์รี่เหลือบตามอง เซเวอร์รัสจับแขนของเฟลิกซ์พึมพำคาถาบางอย่างที่แฮร์รี่ไม่รู้จัก ก่อนที่จะเงยหน้ามาที่เขาและเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่งการ


“พอตเตอร์ ไปห้องเก็บยาของฉัน เปิดตู้ที่มุมห้องด้านในฝั่งขวามือ มีแค่ตัวเดียวที่มีสีขาว และเป็นขวดเดียวที่ไม่มีฉลาก เอามันมาที่นี่ให้ไวที่สุด”


แฮร์รี่เงยหน้าวูบ กว่าจะรู้สึกตัวเขาก็ตอบสนองต่อคำพูดนั้น สองเท้ารีบวิ่งออกจากห้องพยายาล เขาลืมที่จะถามด้วยซ้ำว่ามันเป็นยาเกี่ยวกับอะไร เขารู้แค่ว่ามันยังมีความหวัง เฟลิกซ์ยังมีชีวิตอยู่ และตอนนี้เขาทำได้แค่เชื่อในตัวเซเวอร์รัส เชื่อว่าอีกฝ่ายจะมียาที่ช่วยเฟลิกซ์ได้ แฮร์รี่ไม่สนใจด้วยซ้ำว่าเซเวอร์รัสหันไปพูดคุยอะไรกับมาดามพอมฟรีย์ต่อ


แฮร์รี่รีบวิ่งลงมาจนถึงคุกใต้ดิน เขาจำได้ดีว่าห้องเก็บยาของเซเวอร์รัสอยู่ตรงไหน เขาเคยถูกกล่าวหาว่าขโมยยาในนั้นแม้ว่าเขาจะไม่ได้ทำ ตรงดิ่งเข้าไป —ตู้ด้านในสุดฝั่งขวามือ แฮร์รี่มองไล่ตู้ไม้ มันมีกระจกด้านหน้าให้มองเห็นข้างในได้ และเซเวอร์รัสพูดถูก มีแค่ขวดเดียวที่ตัวยาเป็นสีขาว และไม่มีฉลาก เป็นขวดเล็กๆขนาดแค่ครึ่งหัวแม่โป้งของเขา แฮร์รี่ไม่คิดสงสัย เขาจับขวดยาอย่างระวัง และขยับเดินออกจากห้องปรุงยา จากที่ตั้งใจจะรีบเดินต้องมีอันหยุดชะงักเมื่อเห็นเด็กสลิธีรินหยุดอยู่หน้าห้องและมองเขาด้วยใบหน้าหลอนๆ


“คุณดอร์แมน ขอโทษนะ แต่ฉันกำลังรีบ”


แฮร์รี่เอ่ยบอกเด็กชายที่ดูซีดเซียวกว่าครั้งสุดท้ายที่เห็น


“เขาโอเครึเปล่า!? ผมไม่ได้ตั้งใจจริงๆ ผมสาบานได้ ผมไม่คิดว่ามันจะเป็นเขา ผมแค่ใช้ของที่พวกเขาให้ผมมา ทำตามที่พวกเขาบอก ผมไม่คิดด้วยซ้ำว่าพิษมันจะรุนแรงขนาดนี้ —”


แฮร์รี่หยุดชะงักกับประโยคสุดท้าย เขาหักห้ามความโกรธของตัวเองเมื่อพอเดาเรื่องราวได้ มันเป็นดอร์แมนมาโดยตลอด ทั้งในตอนกลางคืน เด็กที่โวลเดอมอร์พูดถึงในทางลับ และคนที่ทำให้เกิดเรื่องบ้าๆแบบนี้กับเฟลิกซ์ แฮร์รี่สูดลมหายใจ


“ฉันมีเวลาทั้งวันในการฟังเรื่องทั้งหมดจากเธอ แต่ไม่ใช่ตอนนี้ คุณดอร์แมน”


แฮร์รี่อยากจะทึ้งผมยุ่งๆของตัวเอง เขารีบมาก และการต้องมาพูดคุยปรับความเข้าใจกับเด็กสลิธีรินไม่ใช่สิ่งที่เขาคิดจะทำตอนนี้แน่ แฮร์รี่รีบสาวเท้าผ่านตัวเด็กชายไป แฮร์รี่รับรู้ว่าเขาเห็นอีกฝ่ายร้องไห้และวิ่งมากระตุกแขนเสื้อของเขา


“เดี๋ยวก่อนครับ ศาสตราจารย์!”


แฮร์รี่รู้สึกว่าในหัวเขาจะมีบางอย่างคล้ายกำลังเดือดปุดๆออกมา ดวงตาเขาเริ่มแดงก่ำด้วยความโมโห มองไปที่เด็กสลิธีรินตัวดีที่ยังคงพันผ้าพันคอที่แฮร์รี่เป็นคนให้ไปกับมือเมื่อเช้า ไม่ทันที่แฮร์รี่จะเอ่ยอะไรออกมา ดอร์แมนก็เม้มริมฝีปากน้ำตาไหลหมดมาดสลิธีรินที่ชอบทำทุกอย่างให้ตัวเองเพอร์เฟ็ค ล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าและคว้าก้อนผลึกสีใสบางอย่างใส่มือของแฮร์รี่ มันมีกรอบสีเงินจนเหมือนจี้และมีตราบางอย่างอยู่บนผลึก


“—ด—ได้โปรดเอามันไป บางทีมันอาจช่วยได้”


แฮร์รี่รู้ว่าดอร์แมนพยายามยัดมันใส่มือเขา เขาแค่นเสียงประชดด้วยความหงุดหงิด


“หวังว่าจะไม่ใช่ยาพิษอีกชนิดนะ?”


ดอร์แมนไม่ได้ตอบและแค่ร้องไห้ออกมา แฮร์รี่ดึงมือของตัวเองกลับ ปรายตามองเด็กชาย เขาเกลียดสลิธีริน— แฮร์รี่นึกในใจก่อนที่จะกำก้อนหินที่เด็กชายให้และเลิกสนใจเรื่องตรงหน้า


“ตกลง ฉันจะเอามันไปด้วย”


แฮร์รี่ไม่สนใจอีกว่าดอร์แมนจะทำหน้าแบบไหน เขาแค่หมุนตัวสาวเท้าอย่างเร่งรีบกลับไปห้องพยาบาล ทิ้งให้ดอร์แมนยืนอยู่ตรงนั้น ตรงที่เดิม น้ำเสียงสะอื้นดังมาจากข้างหลัง และแฮร์รี่เร่งรีบเกินกว่าที่จะสนใจมัน


_________



แฮร์รี่ไปถึงห้องพยาบาล ใบหน้าของเซเวอร์รัสเคร่งเครียดพึมพำคาถาบางอย่างไม่หยุด มาดามพอมฟรีย์คอยยื่นยาให้ไม่ขาด แฮร์รี่เดินเข้าไปใกล้ ไม่เอ่ยคำพูดๆใดๆรบกวนสมาธิคนร่ายคาถา เขาแค่ยื่นขวดยาให้เซเวอร์รัสที่ไม่ได้หยุดร่ายคาถาเลยตอนที่หยิบขวดยาไป แฮร์รี่มองอย่างเคร่งเครียด เห็นว่ามาดามพอมฟรีย์เหงื่อตก


เซเวอร์รัสที่ได้ยาจากเขาก็ยื่นให้มาดามพอมฟรีย์ที่พยักหน้าทันทีราวกับพูดคุยและทราบว่าต้องทำอย่างไรกันเรียบร้อยแล้ว มาดามมองขวดยาขนาดแค่ครึ่งนิ้วโป้งด้วยความกังวล


“มันไม่น้อยเกินไปงั้นหรือ?”


“คุณรู้ว่ามันไม่ใช่ของหาง่าย มาดาม”


“ฉันรู้”


มาดามพอมฟรีย์ถอนหายใจ เธอเปิดขวดยาออก ขยับใบหน้าเฟลิกซ์ให้อ้าปาก หยดยาใส่ลงไปในปากเฟลิกซ์ที่เบิกตาโพล่งที่ละหยด แฮร์รี่สังเกตเห็นว่านิ้วของเฟลิกซ์กระตุกแทบทันทีที่ได้รับยาหยดแรกและขยับมือออกจากคอมาข้างๆอย่างช้าๆ จนกระทั่งหมดขวดดวงตาที่เบิกกว้างก็ค่อยๆกระพริบ หนึ่งที สองที แฮร์รี่มองภาพตรงหน้าอย่างใจเย็น


“คุณพอตเตอร์ คุณเป็นอย่างไรบ้าง?”


แฮร์รี่ได้ยินมาดามพอมฟรีย์ถามอย่างลุ้นระทึก เฟลิกซ์ขยับตามองมาดามประจำห้องพยาบาล ขยับตามองรอบๆด้วยความสับสน แฮร์รี่สบตากับเด็กชายค่อนข้างนานก่อนเฟลิกซ์จะตอบด้วยน้ำเสียงกระท่อนกระแท่น


“แย่ —” น้ำเสียงเด็กชายสั่นและพยายามเอ่ยต่อ “ผมปวดหัว—จนแทบระเบิด แค่ก—คอผมแสบร้อน จ—จนเหมือนมีบางอย่าง—ง กำลังกัดกิน”


“คุณถูกพิษของเบลลาโดน่ากับมูนสโตน มันยากมากที่จะรวมพิษของวัตถุดิบสองชนิดนี้เข้าด้วยกัน และคุณควรสำนึกไว้ว่าคุณโชคดีมากที่รอดจากมันได้”


แฮร์รี่ตีหน้าบึ้งใส่เซเวอร์รัสที่เอ่ยออกมาเสียงราบเรียบคล้ายไม่แยแส มาดามพอมฟรีย์เตรียมยาอีกตัวให้เด็กชายดื่มทันที แฮร์รี่อยากจะกอดเด็กชายที่ยกยิ้มน้อยๆจะเอ่ยบางอย่างออกมา แต่เขาก็ได้ยินเสียงตึงตังดังมาจากทางเข้าและแค่เพียงเห็นเสี้ยวหน้าของคนมาใหม่ แฮร์รี่ก็รีบย้ายตัวเองไปหลบหลังผ้ากันเตียงผู้ป่วยทันที


“ลูกชายผมเป็นยังไงบ้าง!?”



เขาคือเจมส์— แม้จะแค่แว๊บเดียว แต่แฮร์รี่ก็รู้เหตุผลที่อีกฝ่ายมาช้า แผลบนตัวเจมส์ค่อนข้างมาก มีผ้าพันแผลพันอยู่โดยรอบไม่เว้นแม้แต่ภายใต้เสื้อ บางส่วนพันลวกๆมีชายผ้าหลุดออกมาและมีแผลที่ยังดูสดอยู่ แฮร์รี่ได้ยินเสียงฝีเท้าตามมาต่อและตามด้วยอีกสองเสียงที่คุ้นเคย


“โอ้ ที่รัก พวกเราขอโทษที่มาช้า” มันคือเสียงของผู้หญิง— เสียงของลิลี่ที่เอ่ยกับเฟลิกซ์ เขาสามารถเห็นจากเงาหลังผ้าม่านว่าเธอกำลังกอดเฟลิกซ์อย่างระวัง และเสียงถัดมาเริ่มด้วยการคำราม


“เฟย์น้อยของเราเข้มแข็งอยู่แล้ว! ฉันเชื่อว่าพรุ่งนี้เธอกลับมาแข็งแรงแน่นอน! เฮ้ อย่ามองผมแบบนั้นสิมาดาม พวกเราคือครอบครัวของเขานะ คุณคงไม่พรากพ่อทูนหัวเขาออกไปทันทีที่เขามาถึงหรอกนะจริงไหม —โอ้ไม่นะ อย่าคิดแบบนั้น ใบหน้าของคุณเริ่มเหี่ยวย่นแล้วนะ โอเค โอเค อย่างน้อยๆห้องพยาบาลของฮอกวอตส์ไม่ได้ห้ามสุนัขที่สุดแสนจะสะอาดและไร้พิษภัยหรอกจริงไหม“


แฮร์รี่พอได้ยินเสียงซิเรียสและเสียงหัวเราะแผ่วๆจากเฟลิกซ์ เขาขยับยิ้มขึ้นมา เสียงจากมาดามดังถัดมาว่าให้อยู่ได้แค่ก่อนสี่ทุ่มเพราะคนไข้ต้องพักผ่อน แฮร์รี่ขยับตัวย่องออกมาจากเตียงที่โล่ง แอบขยับออกห่างห้องพยาบาลและใช้วิธีหามุมเหลือบมองทุกอย่างผ่านช่องว่างเล็กๆระหว่างผ้าม่านที่บังรอบเตียงเฟลิกซ์ เขาทำได้ดีที่เดียวหลังเคยมีเรื่องจนต้องเข้าห้องพยาบาลหลายต่อหลายครั้งตลอดหกปีที่เรียนฮอกวอตส์


และจากมุมเล็กๆเขาเห็นเจมส์ ซิเรียส ลิลี่และเฟลิกซ์— ครอบครัวพอตเตอร์— เจมส์แสดงออกเต็มที่ว่าเขาห่วงเฟลิกซ์แค่ไหน บางครั้งดูเหมือนคนบ้าที่กังวลกับทุกอย่าง มาดามประจำห้องพยาบาลไม่ปลื้มกับแผลสดบนตัวเขาแน่นอน ลิลี่เลือกที่จะกุมมือเด็กชายแน่นและถามรายละเอียดเรื่องที่เกิดขึ้นจากมาดามพอมฟรีย์ที่ทำแผลให้เจมส์ ซิเรียสไม่สนใจอะไรพยายามทำให้เฟลิกซ์ยิ้มให้มากที่สุด และเฟลิกซ์ก็หัวเราะแผ่วๆหรือไม่ก็ยกยิ้มตลอดเวลา


เหมือนกับครอบครัว— พวกเขาแคร์ซึ่งกันและกัน เมื่อคนหนึ่งเป็นทุกข์ ที่เหลือเป็นทุกข์ยิ่งกว่า


และแฮร์รี่ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของมัน


มันเป็นช่วงเวลาที่เขารู้สึกกระสับกระส่ายเมื่อเขาได้ยินบางอย่างน้ำเสียงของความสุขที่ฆ่าเขาให้ตายได้จากภายในและเขาต้องทำตัวเหมือนเขายังคงปกติดี


“ทำไมเธอถึงมาอยู่ที่นี่?”


แฮร์รี่สะดุ้งเมื่อมีเสียงดังจากข้างๆ อีกฝ่ายคือศาสตราจารย์สเนป เขายกยิ้มอ่อนล้ากับคำถาม


ทำไมเขาถึงไม่ไปอยู่กับพวกเฟลิกซ์


นี่เป็นคำถามที่ยากสำหรับแฮร์รี่มากที่สุดในตอนนี้ ทำไมเขาไม่ไปอยู่ตรงนั้นทั้งๆที่เขากล้าพูดว่าเขาเป็นห่วงเฟลิกซ์ไม่น้อยไปกว่าคนที่อยู่ในนั้น เขาหลุบตาลงและเอ่ยถามกลับ


“แล้วคุณล่ะครับ? ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่?”


เขารู้ว่าเซเวอร์รัสหรี่ตาด้วยเหตุผลบางอย่าง ไม่ใช่ว่าไม่พอใจ บางทีอาจเพราะสงสัยจริงๆ


“อย่าตอบฉันด้วยคำถาม คุณพอตเตอร์ และสำหรับคำตอบ ฉันไม่ต้องการอยู่ตรงนั้น ฉันไม่ใช่พวกพอตเตอร์ หน้าที่ของฉันจบลงตั้งแต่คุณพอตเตอร์—เด็กพอตเตอร์นั่นได้สติ และตอนนี้ตอบคำถามของฉัน”


แฮร์รี่เงยหน้านิดๆมองเซเวอร์รัสที่เรียกร้องคำตอบจากเขาอีกครั้ง เขายกยิ้มให้อีกฝ่าย ยิ้มที่กว้างมากพอที่จะปกปิดความรู้สึกในใจ แต่แล้วเขาก็รู้ว่าเขาไม่ใช่คนที่เสแสร้งเก่ง


ทำไมถึงถามเขา ทำไมถึงต้องอยากรู้คำตอบ


แฮร์รี่รู้สึกอยากให้ใครบางคนมาอยู่ตรงนี้ บางทีอาจเป็นรอนหรือเฮอร์ไมโอนี่ คนที่รู้จักเขา และเขาสามารถเอ่ยพรั่งพรูความรู้สึกทั้งหมดออกไปได้แม้ว่าเขาไม่รู้ว่าจะพรั่งพรูมันออกไปอย่างไร


แฮร์รี่ยกมือข้างหนึ่งนวดดวงตาที่เริ่มร้อนทั้งๆที่ใบหน้าของเขายังมีรอยยิ้ม เขากำมือแน่นจิกเล็บลงบนผิวเนื้อ เขาไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับเขา ภาพวันแรกที่เขามามิตินี้โผล่ขึ้นมา เขาอดทนมาโดยตลอด เขาพยายามที่จะยิ้มและร่าเริง ตั้งแต่ที่เจอผู้คนที่ควรตายไปแล้วในโลกของเขา ซิเรียสเข้ามาคุยกับเขาเป็นคนแรก วันที่เจอเฟลิกซ์และพบว่าเขาดีใจที่รู้จักอีกฝ่าย วันที่เขาค้นพบว่าเจมส์ไม่ได้ยอมรับเขา วันที่เขาพยายามไปช่วยลิลี่ สุดท้ายภาพวันฮาโลวีนก็ปรากฏในหัวเขา เฟลิกซ์เล่าเรื่องของตัวเองให้เขาฟัง เขากลับมาฮอกวอตส์และได้ข่าวเรื่องยาพิษที่เกิดขึ้น เจอดอร์แมน เฟลิกซ์รอดตาย


สำหรับทุกอย่างที่เกิดขึ้นเขาควรดีใจ เขาควรดีใจที่รู้ว่าเฟลิกซ์มีครอบครัวที่อบอุ่น


เขาควรดีใจที่ซิเรียสมีชีวิตที่มีความสุข ไม่เคยอยู่ในคุกอัซคาบันถึงสิบสามปี


เขาควรดีใจที่ทั้งพ่อและแม่ของเขามีชีวิต ไม่ได้ตายในวันนี้เมื่อสิบเจ็ดปีก่อน


แต่เขาไม่ใช่คนของที่นี่ นี่ไม่ใช่บ้านของเขา ภาพทุกอย่างที่เกิดขึ้นมันเป็นแค่ภาพลวงตา มันไม่ใช่ความจริงสำหรับเขา แฮร์รี่ พอตเตอร์


ในบางครั้งเขาเกลียดที่จะรับรู้ว่าเขาใส่ใจคนอื่นมากกว่าที่คนเหล่านั้นจะใส่ใจในตัวเขา


แฮร์รี่ขยับมือที่กำแน่นของตัวเองขึ้น และทุบลงไปบนอกของเซเวอร์รัสครั้งหนึ่งและหยุดลง


มันไม่ได้แรงมาก มันไม่ได้มีจุดประสงค์ทำให้อีกฝ่ายบาดเจ็บ แต่มันก็ไม่ได้เบามาก เพราะมันมีไว้เพื่อระบายความรู้สึกที่อัดอั้นใจบางอย่าง ทุบจากหนึ่งครั้งเป็นสองครั้ง สามครั้ง สี่ครั้ง


เหมือนกับเด็กที่พยายามทำลายข้าวของในห้องของตัวเองเมื่อมีบางสิ่งไม่ได้ดั่งใจ


จำนวนครั้งที่ทุบยิ่งมากเข้า เขาค้นพบว่าใจตัวเองยิ่งพังทลายมากขึ้นตาม เขาอดทนมาโดยตลอด แต่ทำไมมันถึงยากแบบนี้ ทำไมมันถึงยากที่จะเข้าใจทุกคน ริมฝีปากที่ยิ้มเริ่มสั่นไหวไม่มั่นคง


เซเวอร์รัสไม่แม้จะตอบโต้ แค่ปรายตามองลงมาด้วยใบหน้าเรียบเฉย รับฟังสิ่งที่เด็กชายผู้รอดชีวิตเอ่ย รอยยิ้มกว้างจางหายไปจากใบหน้าเด็กหนุ่มอย่างช้าๆ


แฮร์รี่เอ่ยเอ่ยด้วยเสียงแผ่วเบา


“หยุดถามผม”


และด้วยเหตุผลบางอย่าง แฮร์รี่ร้องไห้พร้อมกับน้ำเสียงที่สั่นครือ ในบรรยากาศเต็มไปด้วยความคิดและคำพูดที่อยากเอ่ยแต่ที่พูดออกไปกลับเป็นแค่คำเดียว


“ผมไม่รู้”


เพราะมันไม่มีที่ว่างที่เขาจะเข้าไปในตรงนั้นได้


ตอนนี้เขาไม่รู้แม้แต่ว่าตัวเองเป็นใครในโลกใบนี้ เขาคือแฮร์รี่ พอตเตอร์ แต่เขาก็ไม่ใช่แฮร์รี่ พอตเตอร์


แฮร์รี่รู้ว่าเขาไม่อยากมองไปในห้องพยาบาลนั้นอีก เขาไม่กล้าแม้จะปรากฏตัวออกไปให้ใครในนั้นเห็น ความเป็นกริฟฟินดอร์ของเขาอยู่ที่ไหนกัน แฮร์รี่หัวเราะเสียดสีปนเสียงสะอื้นขณะหยุดทุบลงบนตัวของศาสตราจารย์ปรุงยา ปล่อยทิ้งมือของเขาคาไว้บนอกของอีกฝ่าย


เขากำลังคิดว่าตัวเองเป็นบ้าที่มาร้องไห้กับคนที่เขาไม่อยากให้อีกฝ่ายเห็นน้ำตาของเขามากที่สุดมาโดยตลอด คนที่เคยชิงชัง


และเขาต้องเสียสติไปแล้วที่ใช้มือทุบเซเวอร์รัสลงไป


แน่นอน เซเวอร์รัสไม่ปลอบเขา แฮร์รี่ไม่ได้คาดหวังให้อีกฝ่ายปลอบ เสียงจากซิเรียสจากห้องพยาบาลยังคงดังเข้ามาในหูอย่างอื้ออึง เสียงในใจแฮร์รี่บอกตัวเอง ‘พวกเขาอยู่ได้ ต่อให้ไม่มีแฮร์รี่ พอตเตอร์ พวกเขาก็อยู่ได้ ’ แฮร์รี่รู้ว่าตาของเขาต้องแดงก่ำ สายตาเหลือบมองเห็นภาพเจมส์ตีแขนซิเรียสที่เล่นมุกบางอย่าง ลิลี่โวยใส่สามีตัวเอง เฟลิกซ์กอดซิเรียส แค่เขาขยับมุมเล็กน้อยภาพตรงหน้าก็ถูกผ้าม่านบดบังจากสายตา


มือหนาของเซเวอร์รัสขยับดึงมือของเขาออกจากอกของอีกฝ่าย แฮร์รี่เงยหน้าขึ้น เขาเห็นประกายสับสนในแววตาของเซเวอร์รัส


“อย่า—”



เซเวอร์รัสเอ่ยเสียงนุ่มแผ่วเบา เสียงอื้ออึงทำให้แฮร์รี่รู้สึกว่าได้ยินไม่ชัดเจน จับใจความไม่ถูก ดวงตาพร่าน้ำตาจนไม่อาจรับรู้ว่าคนตรงหน้ากำลังมีสีหน้าแบบไหน เซเวอร์รัสขยับมือของเขาลงมา และใช้มือทั้งคู่ของตนเองปาดน้ำตาใต้แว่นตาของเขาลงจากใบหน้า ประคองใบหน้าของเขาไว้ น้ำเสียงอีกฝ่ายราวกับกระซิบ


“อย่าร้องไห้ เด็กน้อยของฉัน”


และนั้นทำให้แฮร์รี่อยากร้องไห้มากกว่าเดิม ในทุกปีของชีวิตเขามักมีความเปลี่ยนแปลง และทุกการเปลี่ยนแปลงมันเจ็บปวด แต่ไม่มีปีไหนที่เขาจะรู้สึกเจ็บปวดเท่ากับการที่ต้องมาอยู่ในสถานที่ที่ไม่ผูกพัน การที่ถูกครอบครัวปฏิเสธมันเจ็บปวดเหนือสิ่งใด เขาไม่สนแล้วว่าตรงหน้าเขาคือใคร แฮร์รี่รู้สึกเหมือนทุกอย่างมันอยู่ก่ำกึ่งระหว่างมีสติกับไร้สติ แฮร์รี่ขยับร่างของตัวเองแนบชิดอีกฝ่าย จากมือกว้างที่เช็ดน้ำตาของเขากลายเป็นขยับมาโอบรอบลำตัวเขาโดยอัตโนมัติ กดใบหน้าของตัวเองไปอยู่ที่บ่าของอีกฝ่าย และเมื่อมีหลักใหม่ยึดเกาะเขาถึงยอมปล่อยร่างกายสิ่งที่เหลือตามแรงโน้มถ่วง พิงไปบนตัวของอีกฝ่าย


เขาต้องการใครบางคนที่จะโอบกอดเขา


และมือของอีกฝ่ายคล้ายจะลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ขยับออกอย่างไม่สบายตัว อีกฝ่ายไม่ได้กอดเขา แต่มือข้างหนึ่งของเซเวอร์รัสเลื่อนมาจับหลังศีรษะเขากดลงไป ยอมให้เขาพึ่งพิงอีกฝ่าย เซเวอร์รัสลูบกลุ่มผมยุ่งโดยไม่เอ่ยอะไร


ความอุ่นวาบเล็กๆเกิดในหัวใจที่แหลกสลาย


ท่ามกลางความเจ็บปวดเขาได้คำตอบของตนเอง เขาหยุดที่จะส่งเสียงร้องไห้แต่เอ่ยออกมาช้าๆตอบคำถามก่อนหน้า


“ผมไปอยู่ตรงนั้นไม่ได้ ที่นี่ไม่ใช่ที่ของผม ผมไม่รู้ว่าผมต้องทำตัวยังไง และคุณรู้ไหม ตลอดชีวิตของผม—”


แฮร์รี่พยายามกดใบหน้าซ่อนรอยน้ำตาที่เกิดจากการร้องไห้อย่างหนัก


“ผมไม่เคยรู้จักพวกเขา”


แฮร์รี่คิดถึงบ้าน สถานที่ที่มีผู้คนที่ผูกพันกับเขา


เขาไม่อยากยุ่งกับอะไรที่ไม่มีวันเป็นของเขาอีกแล้ว

________


ในบรรดาสรรพสิ่งเหนือคณานับ มนุษย์นั้นยากแท้จะหยั่งถึง


เซเวอร์รัสไม่เข้าใจแฮร์รี่ พอตเตอร์


ก่อนหน้านี้เด็กหนุ่มหลบหน้าเขา ปลอบเขา และ— เป็นใครที่ใกล้เคียงกับทุกอย่างสำหรับเขา


เขาไม่คาดว่าเด็กนี่จะยอมลดปราการของตัวเองต่อหน้าเขา ร้องไห้ออกมา และทุกเสียงสะอื้น ทุกหยาดน้ำตาของคนที่มีใบหน้าเหมือนเจมส์ พอตเตอร์ กำลังฉีกกระชากทั่วร่างของเซเวอร์รัส สเนป มันเจ็บเกินกว่าที่เขาจะคาดคณาได้ เขาได้แต่ลูบก้อนผมยุ่งของเด็กน้อยของเขา เขาไม่รู้ว่าการปลอบคนต้องทำอย่างไร เขาไม่เคยปลอบใคร ไม่กล้าที่จะกอดใคร ได้แต่กอดอย่างครึ่งๆกลางๆ เขารู้สึกว่าเขาไม่เป็นตัวของตัวเองแม้แต่น้อย


เขาไม่ควรถามเด็กหนุ่มเรื่องพวกพอตเตอร์อีก


เขากดใบหน้าลงไปกระซิบเอ่ยคำพูดที่ปกติคงไม่มีวันได้พูด


ได้โปรด อย่าร้องไห้ —อย่าร้องไห้ เด็กน้อยของฉัน น้ำตาของเธอมันทำให้ฉันเจ็บปวด


พอตเตอร์ไม่ได้สนใจฟังเขาด้วยซ้ำจนเสียงสะอื้นหยุดลง น้ำเสียงที่เอ่ยต่อมามันทำให้เขาเลือกที่จะเอื้อมมืออีกข้างเข้าไปกอดรวบตัวของเด็กน้อย


“ผมไปอยู่ตรงนั้นไม่ได้ ที่นี่ไม่ใช่ที่ของผม ผมไม่รู้ว่าผมต้องทำตัวยังไง และคุณรู้ไหม ตลอดชีวิตของผม—ผมไม่เคยรู้จักพวกเขา”


เซเวอร์รัสเม้มปากจนบางเฉียบ มันหมายความว่ายังไงที่ไม่เคยรู้จักพวกเขา แต่เขาไม่กล้าเอ่ยถาม เขาไม่ต้องการให้พอตเตอร์รู้สึกเจ็บปวดอีก ได้แต่กำชับกอดแน่นขึ้นอย่างไม่คุ้นเคย


เช่นนั้นเขาจะให้สถานที่ที่เป็นที่พักพิงของเด็กนี่เอง


เซเวอร์รัสรู้ว่ามีใครบางคนยืนอยู่ใกล้พวกเขา เขาเงยหน้าขึ้นมา


มนุษย์หมาป่าลูปิน— คนผมทรายมองตรงมาที่เด็กหนุ่มกับเขาด้วยสายตาตกใจ บางทีลูปินคงมาหาลูกชายของพวกพอตเตอร์ เซเวอร์รัสแค่แค่นเสียงและส่งเสียงขู่ไล่ในลำคอ แต่คนมาใหม่ก็ยังถามออกมา


“นั่น —แฮร์รี่ใช่ไหม?”


เซเวอร์รัสรู้ว่าคนในอ้อมกอดเขามีปฏิกิริยากับชื่อไม่มากก็น้อย และนั่นทำให้เขาตัดสินใจปล่อยเด็กหนุ่มออกจากอ้อมกอด พอตเตอร์หันไปมองคนมาใหม่ เซเวอร์รัสรู้แล้วว่าดวงตาสีเขียวนั้นแดงช้ำเอ่อไปด้วยคราบน้ำตา และลูปินตกใจที่รับรู้ถึงความจริงข้อนั้น เขาตรงดิ่งเข้ามา


“เกิดอะไรขึ้น แฮร์รี่ ใครทำอะไรเธอ?”


พอตเตอร์ไม่ได้ขยับ แต่แค่มองทุกอย่างด้วยสายตาว่างเปล่า ลูปินเดินใกล้เข้ามา มากพอที่เขาจะเห็นพอตเตอร์ชะงัก


เด็กหนุ่มควรออกไปให้ไกลจากที่นี่


ในพริบตาที่ความคิดนี้แล่นแวบเข้ามา เซเวอร์รัสเอื้อมมือจับมือของพอตเตอร์ ส่งสายตาข่มขู่ใส่คนที่เขาเกลียดขี้หน้า ดึงตัวแฮร์รี่ที่ขยับเดินตามแรงเขาโดยไม่ปริปากเอ่ยทักท้วง เซเวอร์รัสสูดลมหายใจ —ร่างกายอ่อนแอนี้น่ะเหรอที่เคยช่วยลิลี่กับลองบัตท่อม— เขารู้ว่าลูปินไม่ได้เลิกเดินตามเขาถึงต้องเอ่ยอีกครั้ง


“ออกไปซะ ลูปิน แกช่วยเขาไม่ได้” ส่งน้ำเสียงเยาะเย้ย “แกไม่อยากเห็นฉันโกรธหรอกจริงไหม?”


ใบหน้าของลูปินแสดงออกถึงความโกรธ ส่วนเซเวอร์รัสสัมผัสได้ถึงมือของพอตเตอร์ที่กำมือเขาแน่นในทันที เซเวอร์รัสรู้สึกเหมือนมีน้ำไหลวนอยู่ในมวนท้อง เขาหยุดที่จะเถียง



ขยับดึงตัวพอตเตอร์ไปกับเขา ทำในสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเด็กหนุ่ม


ออกไปจากที่นี่

_____________



Talk:)


มาแล้วค่ะ ป๋าโดนหักค่าตัวแล้วค่ะ เขามาทวงตำแหน่งแล้วว


แอบตกใจกับการที่มีเรือทอมรี่ ใจเย็นนะคะทุกคน เขาเจอกันไม่ทันถึงสิบบรรทัดเลยค่ะ5555


+ ไม่นึกเลยว่าจะมีคนที่สังเกตจุดเล็กๆน้อยๆที่แอบสอดเข้าไปในฟิคด้วย55555 ดีใจจังเลย (จริงๆก็เห็นหลายเรื่องแล้วแต่ก่อนหน้ากลัวพิมพ์ละสปอยล์) อย่างเรื่องรีมัสเสกคาถาผู้พิทักษ์เต็มตัวงี้ อันนี้จงใจให้เปรียบเทียบรีมัสสองคนเนอะ คนนึงเขาทนทุกข์คนเดียวตลอดสิบสามปี กับอีกคนนึงมีคนที่อยู่เคียงข้างเขามาโดยตลอด มันเลยไม่แปลกที่รีมัสในโลกแฮร์รี่ไม่กล้าที่จะเสกคาถาผู้พิทักษ์แบบเต็มตัว ในขณะที่ในโลกของเฟลิกซ์รีมัสจะมั่นใจในตัวเองมากกว่าค่ะ บางทีแค่อยู่ข้างๆและเป็นกำลังใจให้ใครบางคนก็มีค่าเกินพอแล้ว เวลากับการเยียวยามันช่วยได้จริงๆนะ :)

ตายละ เม้าส์มากไม่ได้5555 พอๆ หยุดๆ


<3


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 415 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,068 ความคิดเห็น

  1. #1039 นกมาร์คมาก (@ayayay) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2563 / 10:09
    มันไม่ใช่ที่ของน้อง ช่องว่างเเห่งความเจ็บปวดและการผลักไสจากครอบครัว โอยปวดแปลบหัวใจ ป๋าตอนนี้คือได้ใจไปเต็มๆปลอบน้องด้วย แล้วอย่าร้องเด็ดน้อยของฉันคือเป็นคำปลอบที่ฟังแล้วร้องกว่าเดิมอีกค่ะป๋า
    #1,039
    0
  2. #1015 MartiniLubik (@MartiniLubik) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2563 / 19:09

    ปวดใจแทนแฮร์รี่จังเลยค่ะ อยากให้แฮร์รี่เป็นส่วนนึงในครอบครัวด้วยจริงๆนะคะไรท์

    ฮือออ อย่าทำร้ายแฮร์รี่ไปมากกว่านี้เลยค่ะ

    รู้เลยว่าแฮร์รี่พยายามเข้มแข็งมากแค่ไหน เหมือนที่ทำมาตลอด

    อยากให้แฮร์รี่ร้องให้พอจริงๆ แอบอยากให้มีพ่อแม่ พ่อทูนหัว รีมัสปลอบบ้างนะคะ

    เราอยากเห็นมม มากจริงๆ เป็นมม ที่เฝ้ารอมานาน

    มันบีบในอกไปหมด ที่ทุกคนยังอยู่ แต่ไม่มีแฮร์รี่ในความทรงจำนั้น

    อีกโลกแฮร์รี่รอดมาได้ แต่คนอื่นตายเพื่อปกป้องเค้า ทรมานเกินไปแล้ว

    ไม่ไหวแล้ววว อยากให้มีที่ว่างอ้อมกอดอุ่นๆสำหรับแฮร์รี่ตรงนั้นจังค่ะ ขอได้ไหม สักครั้งก็ยังดี

    ให้ครอบครัวนี้ยอมรับตัวตนแฮร์รี่คนนี้ในแบบที่แฮร์รี่เป็น แงงงงงงงง

    โลกนู้นยังมีรอน มีเฮิร์มโอบกอด แต่โลกนี้มีเพียงสเนปที่อยู่ตรงนี้

    #1,015
    0
  3. #971 Jecelyn (@Jecelyn) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2563 / 21:19
    สงสารน้อง นี่ไม่ใช่โลกของน้องมันทำใจยากมากที่คนที่ตายไปเเล้วกลับมีชีวิตอยู่ ควรวางตัวยังไง? เจมส์ไม่ยอมรับน้อง น้องกลัวจะผูกมัดน้องเเทบไม่รู้จักพวกเขา คือร้องไห้ตามน้องอะ เเงงงงงเสียใจป๋าปลอบน้องดีมากเลยนะคะอยู่ข้างๆน้องนะคะป๋า เเล้วรีมัสคุณช่วยอะไรไม่ได้หรอกมีเเต่ทำให้น้องเจ็บกว่าเดิมถอยไปเถอะ😢
    #971
    0
  4. วันที่ 8 พฤษภาคม 2563 / 22:54
    ร้องไห้เลยแง โลกนี้ไม่ใช่ของน้องจริงๆอะ

    ครอบครัวอบอุ่นพร้อมหน้าพร้อมตาที่น้องไม่เคยมีวันได้สัมผัส
    #922
    0
  5. #890 Astrophile_ (@Cressida) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 30 เมษายน 2563 / 05:01
    ฮือออออㅠㅠ สงสารน้อง อย่าร้องไห้เลยคนดีของชั้นนนㅠㅠㅠㅠㅠㅠ
    #890
    0
  6. #865 เจี้ยงจิงหยวน (@fjinjuta) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 1 เมษายน 2563 / 23:40
    หนูคะ;-;;;;หม่ามี้สงสารหนูอยากจะซับน้ามตาให้แต่ลืมว่ามีป๋าเนปคอยซับอยู่ข้างๆแงงง
    #865
    0
  7. #847 diamiet (@diamiet) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 29 มีนาคม 2563 / 16:42
    แงง ไรท์คะ ไรท์แต่งดีมากๆๆๆๆๆ เราร้องไห้ไปพร้อมกับแฮร์รี่ สงสารน้อง;-----;
    #847
    0
  8. #797 Dawneua (@CreeWilailak) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2563 / 13:25
    น้ามตามันไหลอย่างหนักหน่วงแงงงงงง
    #797
    0
  9. #723 Piszerel (@manaki-ne) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 3 มกราคม 2563 / 22:33
    ฮื้ออออออออ
    สุดยอดดดดดดดดด
    น้ำตารื้นแล้วนะเออ
    #723
    0
  10. วันที่ 30 ธันวาคม 2562 / 23:44
    เป็นตอนที่กินใจมากๆ อารมณ์หน่วงๆเทาๆ เหมือนป๋าเซฟกำลังพูดปลอบเราจริงๆ เข้าใจฟีลรี่มากๆ เราพึ่งได้มาอ่านอินมากบอกเลย งือออ
    #681
    0
  11. #674 Demon1704 (@Demon1704) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2562 / 00:41
    เราไม่เม้นไม่ได้แล้ว ตอนนี้เป็นตอนที่ดีมาก บรรยายอารมณ์ของแฮร์รี่ออกมาได้ดีสุดๆ เราละลายกับคำพูดของป๋าเซฟมาก แค่คิดว่าตัวเองเป็นแฮร์รี่ที่กำลังรู้สึกแตกสลายและได้คำปลอบโยนจากคนคนนี้แล้วแบบ.... มันละมุนมากจริงๆ ชอบมาก ดีมากๆเลย
    #674
    0
  12. #666 Iด็กไม่รู้จัnโต (@gamefunny) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2562 / 01:44
    เศร้ามาก ยิ่งอ่านเก็บรายละเอียดยิ่งเศร้า ป๋าเซปเข้าใจน้องแต่ก็ไม่ทั้งหมด หวังว่าจะมีสักวันที่รี่จะเล่าเรื่องตัวเองให้อีกฝ่ายฟัง ให้ป๋าเซปเข้าใจในทุกอย่างที่เป็นรี่ ให้พ่อแม่รี่ในโลกนี้ได้รู้ว่าไม่ได้มีแต่พวกเขาที่เจ็บปวด สำหรับคนอ่านที่รู้ทุกอย่างที่ผ่านมาของรี่ คือรู้เลยว่าน้องจะเจ็บปวดมากแน่ๆ และมันจะยิ่งกว่าที่พ่อแม่รี่เจ็บอีก น้องโตมาแบบไม่มีพ่อแม่ อาจจะรู้ว่าพ่อแม่รัก แต่ก็ไม่ได้รับความรัก ทั้งๆ ที่ได้เจอแล้ว ถึงไม่ใช่โลกของตัวเองแต่ก็ไม่ได้รับความยอมรับ รี่แบกทุกเรื่องไว้บนบ่าตั้งแต่สิบเอ็ด ผ่านมาเจ็ดปีกว่าจะสงบสุขก็เสียคนที่รักไปเยอะ ผ่านอะไรมามาก แต่ก็ยังต้องมาเสียสละในโลกอีกใบที่ไม่เคยมีใครเข้าใจในตัวรี่อยู่ดี เศร้าอ่ะ

    ปล. สงสัยที่สเนปงงเพราะรี่ก็เคยตอบตอนโดนสัจจะเซรุ่มว่าพ่อแม่ถูกฆ่า มโนแล้วเข้าใจว่าป๋าเนปอาจจะคิดไปเองว่าคงเป็นตอนโตไม่ก็ลืมเรื่องนั้นไปแล้ว
    อีกเรื่องคือที่เฟเข้าใจว่าโลกรี่สงบสุข งั้นตอนที่รี่เล่าถึงสงคราม น้องาะกิดใจรึยังว่าโลกรี่ไม่ได้สงบอย่างที่เข้าใจ
    ถ้าเรื่องนี้ตอนจบรี่ตายแบบไม่ได้กลับมาอีก แล้วทุกคนรู้เรื่องของรี่ รี่จะกลายเป็นวีรบุรุษของสองโลก และคงเป็นวีรบุรุษที่น่าสงสารที่สุด

    ทั้งฟินและเศร้า น้ำตาไหล
    #666
    0
  13. #618 Mihr (@y_pps) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2562 / 00:26
    น้อง แงงงงง
    #618
    0
  14. #609 MINERVA09 (@morakot3014) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2562 / 23:43
    ทรมานแทน:(
    #609
    0
  15. #539 Vivee1230 (@c4uCFWLwpv6gdwi) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2562 / 14:35
    กลับมาอ่านอีกรอบก็หน่วงอะ แงงง สงสารน้อง ในมิติของน้องไม่ได้มีครอบครัวแบบนี้อะ แล้วยิ่งพอมาเห็นเขาอยู่ที่นี่แถมยังมีชีวิตอยู่แล้วไม่ยอมรับน้อง มันเจ็บปวดมากเลยนะ อยากให้3สหายมาปลอบน้องจังเลย T^T
    #539
    0
  16. #516 dream4try (@dream4try) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 5 กันยายน 2562 / 16:52
    ชั้นนะสงสารแฮร์รี่มากๆ
    ทำไมชีวิตคนๆนึงถึงได้มีแต่เรื่องราวมากมายและต้องทรมาณขนาดนี้ รี่มากอดมาๆ(TT)
    #516
    0
  17. #409 -Astrophile- (@waferpeter) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2562 / 10:19
    มันดีมากเลยอ่ะะะะ แงงงง หน่วงเเต่ก็ดี ฮืออออ
    #409
    0
  18. #408 -Astrophile- (@waferpeter) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2562 / 10:18
    มันดีมากเลยอ่ะะะะ แงงงง หน่วงเเต่ก็ดี ฮืออออ
    #408
    0
  19. #406 ป่าสีน้ำเงิน (@kamontip-123) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2562 / 02:56
    ตอนนี้หน่วงมาก ฮือออออ
    #406
    0
  20. #404 อาเจ้ขาโหด (@masterdark1) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2562 / 19:29

    บอกตามตรง เราอ่านตอนนี้แล้วร้องไห้หนักมาก ร้อนจนหายใจไม่ออกเลยอ่ะ TOT

    #404
    0
  21. #401 Secr3t-Key (@Secr3t-Key) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2562 / 01:02
    ร้องไห้อีกแล้ววว
    #401
    0
  22. #381 mint35 (@mint35) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2562 / 21:34

    ไรท์มันค้าง อัพสักทีเถอะขอร้อง
    #381
    0
  23. #379 PSPEKCH (@PSPEKCH) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2562 / 19:12
    คือไม่รู้ว่าไรต์มีพล็อตแบบไหนไว้ แต่อยากจะได้สักตอน แบบ อยากให้ทุกคนรู้อดีต รู้ทุกอย่าง ของแฮรี่ในอีกโลก เลย เรื่องทุกคนเลย อยากให้ทุกคนเข้าใจแฮรี่ และอยากให้พ่อแม่ ยอมรับแฮรี่สักที ทุกคนจะได้เข้าใจความเจ็บปวดของน้องงงง สเนปปปป ปลอบน้องงงเยอะๆ
    #379
    0
  24. #378 Empty_Cat (@nanaho2553) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2562 / 22:23
    จะหวีดก็หวีดไม่ค่อยออกเลย รู้สึกเข้าใจแฮร์รี่ขึ้นมาเลยค่ะ ถึงความรู้สึกที่แบบที่ตรงนั้นมันไม่ใช่ของฉัน และมันจะไม่มีวันเป็นของฉัน โอย แล้วคนอ่านโดนสเนปปล่อยหมัดฮุกใส่ อะไรนะ เด็กน้อยของฉัน โอ๊ยยยย ตั่ยแร้ววววววววว สลับอารมณ์ไม่ทัน ฮือ
    #378
    0
  25. #377 LazyLion (@guitar643922) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2562 / 16:30
    ที่ตรงนั้นไม่ใช่ของเราอ่ะ ทำอะไรไม่ได้ ป๋าต้องปกป้องน้องงง
    #377
    0