Fic Harry Potter - Eternal War (SS/HP)

ตอนที่ 5 : Chapter 5 : Accustomed Strangers

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1625
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 235 ครั้ง
    25 มี.ค. 62

Chapter 5 : Accustomed Strangers











เป็นเวลาเดือนกว่าที่เฟลิกซ์ใช้หินรูนเป็นทางผ่านคุยกับแฮร์รี่ เฟลิกซ์แปลกใจที่เดี๋ยวนี้แฮร์รี่รู้ตัวทันทีที่เขาโผล่ไป บางทีก็อดสงสัยไม่ได้ว่าแฮร์รี่แกล้งทำเป็นไม่เห็นเขารึเปล่า


เฟลิกซ์เดินลงบันได พักหลังมานี้เขาไม่ฝันร้ายอีกเลย การคุยกับแฮร์รี่มักหายไปช่วงราวๆตีหนึ่งเป็นส่วนใหญ่ แต่ก็มีบ้างที่จะได้คุยยาวนานจนเกือบถึงตีสาม และเมื่อการพบแฮร์รี่จบลง เฟลิกซ์จะพบว่าตัวเองตื่นมาในเช้าวันใหม่ทันที


“ออกไป! ออกไปจากบ้านของฉันซะ! เลือดสีโคลนโสโครก!”


เฟลิกซ์เบ้หน้าหันไปมองประตูหน้าบ้านพบว่าคนที่เข้ามาคือคิงสลีย์และท็องก์ รูปวัลเบอร์ก้ายังคงทำหน้าที่ดีเยี่ยม เขาเคยเอาผ้าดำไปคลุมปิดไว้ครั้งหนึ่งแต่ไม่ทันไรครีเชอร์ก็ดึงมันออกไป ร้องคร่ำครวญโวยวายจนเฟลิกซ์กรอกตา


เขาอยากได้ครีเชอร์แบบที่อยู่กับแฮร์รี่!


แฮร์รี่ไม่ค่อยเล่าเรื่องของตัวเองอย่างละเอียด เขามีพูดถึงเพื่อนบ้าง เฟลิกซ์เดาว่าแฮร์รี่คงอยู่ฮอกวอตส์เหมือนกัน เขาเคยถามว่าพวกเขาเป็นญาติกันรึเปล่าแต่แฮร์รี่กลับยกยิ้มเป็นปริศนาและตอบเขา


“ถ้าเราเป็นญาติกัน ฉันก็ดีใจที่ได้แชร์สายเลือดร่วมกับเธอ”


เฟลิกซ์เบ้หน้ากับคำตอบ สุดท้ายเขาก็ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับแฮร์รี่อยู่ดีนอกจากชื่อ และพอรู้ว่าอีกฝ่ายเป็นมือปราบ เขาต้องทวนหลายรอบอย่างเหลือเชื่อ เพราะเขาไม่คิดว่าจะมีมือปราบที่อายุต่ำกว่ายี่สิบเอ็ด


"สวัสดี เฟเฟ”


เฟลิกซ์ยกยิ้มให้ท็องก็ที่โบกมือให้เขาอย่างร่าเริง วันนี้ผมของเธอเป็นสีฟ้าสดใส ข้างๆเธอมีคิงสลีย์ที่ดูจริงจังเดินก้าวยาวๆไปที่เตาผิงเรียกสมาชิกภาคีคนอื่นๆ


เฟลิกซ์ลุกไปหาอะไรกิน เขาเข้าห้องอาหารก็เห็นแม้ดอายส์นั่งกอดอกอยู่ เขาก็พยายามเดินเงียบๆไปทักลิลี่ที่จูบหน้าผากเขาก่อนยื่นมื้อเช้าให้ เฟลิกซ์พยายามตีตัวออกห่างแม้ดอายส์ เขาค่อนข้างผวากับอดีตมือปราบคนนี้


เฟลิกซ์หันไปคุยเล่นกับสองแฝดวิสลีย์ที่พยายามให้ทุกคนหัวเราะ แม้จะตามมาด้วยเสียงบ่นของคุณนายวิสลีย์ก็ตาม


เขาหัวเราะคิกคักกับสองแฝดก่อนเดินขึ้นไปห้องของตัวเอง หยิบหินรูนขึ้นมาดู มันสวย เฟลิกซ์ไม่แน่ใจว่ามันมาได้อย่างไร แฮร์รี่มีตัวตนจริงๆหรือเปล่า หรือเป็นแค่ภาพที่เขาสร้างขึ้น เมื่อเลิกคิด เขาก็หยิบหนังสือขึ้นอ่านฆ่าเวลา


จนกระทั่งมีเสียงเปิดประตู เฟลิกซ์เงยหน้าขึ้นมองคนที่เข้ามา


แฮร์รี่?


กระพริบตาสองทีภาพก็เปลี่ยนไป พ่อของเขาเหมือนแฮร์รี่อย่างน่าเหลื่อเชื่อ เว้นแต่ส่วนสูงที่พ่อเขาสูงกว่ามากจนแฮร์รี่ดูตัวเล็กไปเลย ดวงตาของแฮร์รี่เป็นรูปอัลมอนด์สีเขียว ผิวแฮร์รี่ซีดกว่า และมีรอยแผลเป็นที่หน้าผากรูปสายฟ้าแต่ถูกบังไว้โดยผมด้านหน้า


“มีอะไรฮะพ่อ?” เฟลิกซ์ถามอย่างงุนงง ในใจก็นึกถึงความเหมือนของพ่อกับแฮร์รี่ที่ยากที่จะเชื่อว่าทั้งคู่ไม่ได้เป็นญาติกัน


“วันพรุ่งนี้เราจะไปซื้อของที่ตรอกไดแอกอนนะ ตื่นเช้าๆล่ะ”


เฟลิกซ์พยักหน้าหงึกๆ พ่อเขาดูหงุดหงิดกับงานไม่น้อย เฟลิกซ์บันทึกความแตกต่างอีกอย่าง


ถ้าพ่อเขาคือไฟร้อน แฮร์รี่ก็เป็นสายลมเย็นพัดตามทางที่อยากไป


แต่แล้วพ่อก็ขยี้ผมให้ยุ่งกว่าเดิม ความคิดทุกอย่างแตกสลาย เฟลิกซ์ระลึกถึงความเหมือนกันของทั้งคู่ เขาถามอย่างลืมตัว


“พ่อรู้จักคนชื่อแฮร์รี่รึเปล่า?”


และฉับพลัน พ่อเขาก็ตัวแข็งทื่อทันที เจมส์มองเขาขณะเบิกตากว้างอ้าปากและหุบปากหลายรอบ ในที่สุดก็กลืนลมหายใจ


“พ่อ — เอ้อ ตามจริงพ่อของพ่อ ปู่ของลูกเลยเล่าว่ามีพ่อชื่อเฮนรี่ แต่ — เอ้อ คนอื่นจะเรียกเขาว่าแฮร์รี่ เขาเป็นคนที่เจ๋งมากที่กล้าวิจารณ์การทำงานของกระทรวงเวทย์มนต์เพื่อช่วยสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง — ที่จริงพ่อต้องไปทำงานแล้ว พ่อไปก่อนนะ!”


เฟลิกซ์กระพริบตาปริบ ก่อนจะหน้าบึ้งทันที เขาไม่เคยรู้ประวัติความเป็นมาของบ้านตัวเองเลย ไม่เหมือนซิเรียสที่มีแผนผังตระกูลแปะอยู่แผ่หลากลางบ้าน เขาพอรู้มาบ้างว่าปู่ของเขามีพ่อตอนที่อายุค่อนข้างมากแล้วและเสียชีวิตด้วยโรคฝีมังกรก่อนเขาเกิดประมาณสามถึงสี่ปี ทำให้เขาไม่เคยมีโอกาสได้เจอคนอื่นในครอบครัวอีกเลย แถมพ่อเขาก็ไม่ใช่คนที่จะสนใจความเป็นมาของบ้านตัวเองเท่าไหร่ด้วย


และไม่ทันถามอะไร เจมส์ก็รีบโบกมือลาลูกชายตัวเองที่ต้องกลอกตาหันไปสนใจหนังสือตัวเองต่อ


และเฟลิกซ์ก็เหมือนนึกอะไรได้ เขาเดินลงไปที่ห้องสมุดตระกูลแบล็ก ถ้าจำไม่ผิดเขาเหมือนเคยเห็นชื่อพอตเตอร์โผล่มาในตระกูลแบล็กอย่างน่าเหลือเชื่อครั้งหนึ่ง


ใช้เวลาอยู่ในห้องสมุดสักพัก เฟลิกซ์ก็เจอรายชื่อตระกูล มองหาสักพักก็ค้นพบชื่อคุ้นเคย


ชาลัส พอตเตอร์


แต่งงานกับดอเรีย แบล็ก


ทั้งคู่มีลูกด้วยกันหนึ่งคน แต่ไม่ระบุไว้ว่าลูกคนนั้นชื่ออะไร ดอเรียเกิดปี 1920 เข้าเรียนฮอกวอตส์ในบ้านและถูกคัดสรรเข้าบ้านสลิธีริน เธอเสียชีวิตในปี 1977 ด้วยวัย 57 ปี ที่เซนต์มังโก ส่วนชาลัสกลับมีประวัติน้อยยิ่งกว่าน้อย รู้เพียงว่าเป็นเลือดบริสุทธิ์


พ่อของเฟลิกซ์เคยบอกว่าฟลีมอนต์ พอตเตอร์ ปู่ของเขาเกิดก่อนปี1909 เสียอีก ดังนั้นมันน่าเหลือเชื่อที่พวกเขาได้ให้กำเนิดเจมส์ในวัยที่มากแล้ว


แต่ถ้าเป็นแบบนั้นเป็นไปได้ไหมว่าปู่ของเขามีน้องชายคือชาลัส แต่ถ้าเป็นแบบนั้นมันก็แปลกที่ชาลัสแต่งงานกับคนตระกูลแบล็กโดยที่ไม่ถูกนับว่าเป็นผู้ทรยศต่อสายเลือด


เฟลิกซ์ย่นหน้า พ่อเขาไม่รู้จักชาลัส พอตเตอร์ เขาไม่เคยเห็นพ่อพูดถึงสักครั้ง


“เฟรย์น้อย! อ่านหนังสืออะไรอยู่—“


แล้วก็มีเสียงร้องดังมาจากข้างหลัง เฟลิกซ์สะดุ้งหลุดจากความคิด แต่เสียงร้องก็หายขาดช่วง เขาหันไปมองพ่อทูนหัวที่กวาดสายตามองหนังสือที่เขากางเปิดไว้ ดวงตาเหมือนสุนัขมองเขาอย่างงุนงงและย่นจมูกไม่ชอบใจ


“ตระกูลแบล็ก—ทำไมจู่ๆถึงอ่านอะไรแบบนี้ล่ะ”


เฟลิกซ์มองกลับไปที่หนังสือ บางทีถึงพ่อเขาจะไม่พูดแต่ซิเรียสอาจจะรู้ก็ได้


“ผมคิดผมอาจจะมีญาติ ซิเรียสคิดว่าเป็นไปได้ไหมฮะที่ยังมีพอตเตอร์คนอื่นเหลืออยู่อีก?”


ซิเรียสเลิกคิ้วสูง มองประวัติในมือเฟลิกซ์ก่อนจะส่ายหน้า นั่งลงเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามเด็กหนุ่ม


“เท่าที่ฉันรู้ เธอกับเจมส์คือพอตเตอร์สุดท้ายที่เหลืออยู่ ทำไมถึงได้ถามเรื่องนี้ล่ะ?”


เฟลิกซ์กรอกตาและย่นจมูก ปิดหนังสือเลิกใส่ใจ ตอบอย่างไม่ใส่ใจ


“ผมคิดว่าผมอาจจะมีญาติชื่อ แฮร์รี่ พอตเตอร์ เขา—“ เฟลิกซ์ชะงักคำพูดทันทีเมื่อพบว่าพ่อทูนหัวเขาเบิกตากว้างทันทีที่ได้ยินชื่อแฮร์รี่ เฟลิกซ์ทัก “คุณรู้จักเขา?”


“เธอไปได้ยินชื่อนั้นจากที่ไหน!?” ซิเรียสแทบจะกู่ร้อง ดวงตาสีฟ้าดูช็อค แต่เฟลิกซ์รู้สึกกระตือร้นรีบถาม


“คุณรู้จักเขา! เขาเป็นญาติผมรึเปล่า? แล้วทำไมเขาถึงไม่ได้เป็นสมาชิกภาคี!?”


ซิเรียสผงะ ลดตัวนั่งกลับที่เก้าอี้ ดวงตาสีแซฟไฟร์ดูครุ่นคิด ความขี้เล่นหายไปฉายแววกังวลแทนที่


“ก่อนอื่นเลยนะเฟลิกซ์” ซิเรียสเอ่ย “เธอรู้จักชื่อนี้ได้อย่างไร?”


เฟลิกซ์เม้มปาก เขาลดตัวกลับเมื่อระลึกได้ว่าเขาพึ่งเผลอตัวถามรัวใส่พ่อทูนหัว ดวงตาสีเฮเซลระวังตัวขณะมองซิเรียส ลังเลระหว่างเล่าและไม่เล่า เขาไม่อยากเล่าและทำให้หินรูนถูกยึด เฟลิกซ์เอ่ยเสียงแผ่วเบาในที่สุด


“ผมฝันเห็นเขา”


เฟลิกซ์เห็นว่าพ่อทูนหัวเขากระตุกเมื่อเขาเกริ่น ซิเรียสเริ่มเกลี้ยกล่อม


“ช่วยเล่าความฝันของเธอให้ฟังได้ไหม?”


เขาลังเล เฟลิกซ์อยากจะเก็บความฝันไว้เป็นเรื่องส่วนตัว เขาตั้งใจว่าจะไม่เอ่ยถึงหินรูน เสตาหลบที มองซิเรียสที เห็นดวงตาออดอ้อนแบบลูกหมาน้อยของซิเรียส เฟลิกซ์กรอกตาเอ่ยปากในที่สุด


“เมื่อราวๆเดือนก่อนผมฝันว่าผมอยู่ที่กริมโมลด์เพลซ แต่มันแปลกมาก ไม่มีฝุ่น ทุกอย่างสะอาดเรียบร้อย ห้องนั่งเล่นตกแต่งแบบกริฟฟินดอร์ยกเว้นโทนสีที่ยังคงเป็นสีเงินเหมือนเดิม”


เฟลิกซ์เกริ่น มองรอบๆไปด้วยให้มั่นใจว่าไม่มีคนอื่นนอกจากซิเรียสในห้องสมุด เขาเอ่ยต่ออย่างระวัง


“และก็มีคนเดินเข้ามา ตอนแรกผมนึกว่าเป็นพ่อแต่ไม่ใช่ เขาหน้าเหมือนพ่อมากแต่เขาอายุมากกว่าผมแค่สามปี มีผมสีดำ สวมแว่นแบบเดียวกับพ่อ แต่เขาเตี้ยกว่า มีผิวซีดกว่า และเขามีดวงตาสีเขียวแบบเดียวกับแม่”


เขารู้ว่าซิเรียสกลั้นลมหายใจ จึงเงียบลง ลังเลที่จะเล่าต่อ


“เล่าต่อสิ” ซิเรียสเร่ง เฟลิกซ์ยื่นริมฝีปากไม่พอใจ


“ซิเรียสยังไม่ผมบอกเลยว่าคุณรู้จักเขารึเปล่า”


“บางที คิดว่านะ” ซิเรียสรีบตอบ เฟลิกซ์กรอกตาและเล่าเหตุการณ์ต่อแค่เฉพาะบางส่วนของตอนที่เจอแฮร์รี่ และบางอย่างเกี่ยวกับแฮร์รี่อย่างวันเกิด ของที่ชอบ เรื่องที่คุยกันเล่นๆ


“เธอเคยถามเขารึเปล่าว่าพวกเธอเกี่ยวข้องกันอย่างไร?”


เฟลิกซ์กระพริบตามองซิเรียสที่แฝงความเศร้าในดวงตาเล็กน้อย


“ผม—“ เฟลิกซ์เคยทักแค่ครั้งเดียวและเหมือนมีบางอย่างหยุดเขาไม่ให้ถามต่อ “ผมไม่กล้าถามเขา ผมไม่รู้ว่าทำไม”


“ฉันไม่มีสิทธิพูดเรื่องนี้ เธอน่าจะลองถามเจมส์กับลิลี่”


“พ่อบอกว่าผมมีทวดชื่อเฮนรี่ และเขาถูกเรียกว่าแฮร์รี่มาก่อน” เฟลิกซ์หน้าบึ้ง เอ่ยเสริม “พ่อไม่อยากตอบคำถามผม”


ซิเรียสกัดริมฝีปากแล้วลุกไปกอดลูกทูนหัวตัวเองแน่น เฟลิกซ์ร้องโวยอย่างไม่เข้าใจ


———


เฟลิกซ์ได้ยินเสียโวยวาย ก่อนจะพบร่างโชกเลือดของพ่อเขาถูกรีมัสลากเข้ามาตอนเย็น ใจเขาแทบหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม แม่เขารีบพยายามรักษาพ่อ


เฟลิกซ์มองดูอยู่ห่างๆและพบว่าอลิซ ลองบัตท่อมเองก็ได้รับบาดเจ็บเช่นเดียวกัน


“เธอขวางทางฉัน พอตเตอร์” ได้ยินเสียงขู่จากข้างหลัง เฟลิกซ์ขนลุกตั้งชัน รีบถอยกรูดทันที เห็นร่างสูงจมูกงอโค้ง ริมฝีปากปาก ใบหน้าไร้อารมณ์ก้าวผ่านเขาไปที่อลิซ ก่อนจะเทยาบางอย่างเข้าปากเธอ


เฟลิกซ์ไม่กล้ามองอดีตสลิธีรินนานนัก เขารีบเข้าไปเกาะซิเรียสที่ช่วยลิลี่ดูแลเจมส์อย่างกังวล


“พ่อไม่เป็นอะไรมากใช่ไหมฮะ?”


“ไม่ได้เป็นอะไรมาก” ลิลี่ยืนยันขณะพยุงเจมส์ขึ้นนั่งดีๆ จรดไม้กายสิทธิ์พึมพำเวทย์มนต์บางบท บาดแผลส่วนใหญ่ค่อยๆหายไป เธอหันไปรื้อกระเป๋าหยิบยาขึ้นมา


“ลิลี่ ที่รัก นึกว่าฉันจะตายแล้วเสียอีก” เจมส์ว่า บีบมือเฟลิกซ์ที่ขยับเข้าใกล้ตัวเองยืนยัน “พ่อไม่เป็นไร”


เฟลิกซ์มอง พยักหน้าเงียบๆ ซิเรียสที่จับบ่าเฟลิกซ์ข้างหลังเขาไม่พอใจนัก เบ้หน้า


“โวลเดอมอร์?”


“โวลเดอมอร์” เจมส์ยืนยันและเสริม “และญาติผู้แสนดีของนาย เบลาทริกซ์ เลสแตรงก์”


“ฉันควรจะไปกับนาย” ซิเรียสว่า ดูท่าทางไม่ชอบใจชื่อดังกล่าวทันที


“ฉันไม่ไว้ใจให้ใครดูแลเฟลิกซ์นอกจากนาย เท้าปุย” เจมส์ว่า “พรุ่งนี้ฉันฝากนายพาเขาไปซื้อของที่ตรอกไดแอกอนด้วย”


“ตกลง” ซิเรียสตอบ ตบบ่าเพื่อนสนิท ทั้งคู่มองตาคล้ายสื่อสารผ่านโทรจิตชั่วครู่ก่อนซิเรียสจะดึงตัวเฟลิกซ์ออกมา


“ไปกับเถอะเฟลิกซ์ ปล่อยให้พ่อเธอได้พัก”


เฟลิกซ์ปล่อยตัวไปตามแรง สายตาเขามองที่ร่างของพ่อที่ดูเหนื่อยอ่อนห่างออกไปเรื่อยๆ ก้มลงมองค้นพบว่ามือของเขาติดเลือดพ่อเขามาด้วย


เฟลิกซ์ตั้งใจจะไปล้างเลือดออกที่ห้องน้ำแต่จู่ๆครีเชอร์ก็วิ่งผ่านเขาร้องคร่ำครวญ


“ครีเชอร์ขอโทษนายหญิง ครีเชอร์ปล่อยให้บ้านของนายหญิงต้องเปรอะเปื้อนเลือดสีโคลนโสโครก!”


“หุบปากซะครีเชอร์!” ซิเรียสคำรามเมื่อเฟลิกซ์ผงะเกือบล้ม แต่ซิเรียสกระตุกชุดเด็กหนุ่มไว้ก่อน ของบางอย่างตกลงพื้นดังตุบ ครีเชอร์เงยดวงตาแดงก่ำมองซิเรียส แต่ซิเรียสตวาดก่อน


“ไสหัวไป! อย่าได้กล้าทำร้ายเฟลิกซ์ต่อหน้าฉันอีก”


ครีเชอร์หายตัวไปดัง เป๊าะ ทันทีด้วยใบหน้าโกรธแค้น เฟลิกซ์ปล่อยลมหายใจโล่งใจ แต่พอเห็นของที่ตกบนพื้นเป็นหินใส ประกายทองเป็นอักษรรูน เขาก็เบิกตาโพล่ง เห็นปากซิเรียสกำลังจะเอ่ยถามที่มาของมัน เฟลิกซ์รีบก้มลงตะครุบหินรูนทันที


“นั่นอะไร?”


“ไม่มีอะไรฮะ” เฟลิกซ์ว่าทันที รีบซ่อนหินรูนไว้ด้านหลังตัวเอง ซิเรียสดูไม่เห็นด้วยนัก เอ่ยเกลี้ยกล่อม


“เฟลิกซ์ เธอรู้ว่าทุกความลับปลอดภัยกับฉัน”


เฟลิกซ์ยื่นปากเอ่ยซ้ำอย่างดื้อดึง


“มันไม่มีอะไรฮะ”


“แต่ฉันอยากเช็คให้แน่ใจว่าเธอปลอดภัย ฉันจะคืนเธอทันทีเมื่อตรวจสอบเสร็จ โอเคไหม?” ซิเรียสแบมือตรงหน้าเขา เฟลิกซ์หดแขนกลับก่อนจะสังเกตอะไรผิดปกติ ดึงหินออกมาเบิกตากว้าง


หินรูนกำลังดูดซึมเลือดบนมือเขา!


“เฟลิกซ์! ส่งมันมาให้ฉัน!” ซิเรียสคำรามเสียงกร้าว “เดี๋ยวนี้!”


เฟลิกซ์รู้ตัวรีบส่งผ่านหินรูนให้ซิเรียสทันที แต่ยังไม่ทันส่งผ่านถึงมือพ่อทูนหัวเขา หินรูนก็สงแสงสีทองจ้าจนพวกเขาไม่เห็นอะไรอีก


และเสียงกรีดร้องก็ดังขึ้นระหว่างพวกเขาทั้งคู่


เฟลิกซ์ตัวเย็นเฉียบเมื่อเสียงที่ได้ยินดูคุ้นเคยกว่าที่คิด เขาคิดว่ามันคือเสียงของแฮร์รี่ เขาพยายามลืมตา แต่จู่ๆลมหายใจก็ติดขัด รู้สึกเหนื่อยและอ่อนแรง ขาเริ่มทรุด และสติเริ่มเลือนรางเห็นแต่เพียงความมืด


———


ซิเรียสรีบพุ่งไปดึงร่างของลูกทูนหัวที่กำลังล้มอย่างตกใจ โอบกอดเด็กหนุ่มไว้หนาแน่น ทุกอย่างเกิดขึ้นในเวลาไม่กี่นาที เขาดึงเฟลิกซ์ที่เหมือนหมดสติไว้ ชักไม้กายสิทธิ์ไปยังร่างที่จู่ๆก็ปรากฏบนพื้นคฤหาสน์ ร่างนั้นเป็นเด็กหนุ่มที่ตัวสั่นกระตุกอยู่ชั่วครู่ ก่อนเขาจะขดตัวด้วยความทรมานและแน่นิ่งในที่สุด


ซิเรียสปล่อยลมหายใจ มันใจว่าร่างตรงหน้าไร้สติก็ลดไม้กายสิทธิ์ลง และตกใจกับความเหมือนกับเพื่อนสนิทเขา เผลออุทาน


“ให้ตาย เมอร์ลิน! เขาหน้าตาเหมือนเจมส์!”


และซิเรียสก็ค้นพบว่าหินที่เฟลิกซ์พยายามยื่นให้เขาแตกละเอียดเรียบร้อย เช็คเฟลิกซ์ก็มั่นใจว่าเด็กหนุ่มแค่หมดสติไป ซิเรียสมั่นใจว่าเสียงกรีดร้องก่อนหน้าคงจะเรียกใครบ้างคนมา เขาเขย่าตัวลูกทูนหัวตัวเองกระซิบ


“เฟลิกซ์”


เฟลิกซ์ปรือตาขึ้นมาในจังหวะเดียวกับที่ท๊องก์กับคิงสลีย์วิ่งขึ้นมาเจอพวกเขา คิงสลีย์ร้องถามขณะมองสถานการณ์


“เกิดอะไรขึ้—“


“ซิเรียส” เฟลิกซ์กระพริบตา ก่อนจะระลึกได้ว่าเกิดอะไรขึ้น รีบร้องตกใจ “หิน!—เขา!”


และสายตาเด็กหนุ่มผมยุ่งแดงก็หยุดที่ร่างที่นอนกับพื้นอยู่ เฟลิกซ์อ้าปากค้างร้อง


“นั่นเขา! แฮร์รี่!”


และซิเรียสก็ตัวแข็งทื่อทันที พอๆกับคนมาใหม่อีกสองคน


———


แฮร์รี่ไม่มั่นใจนักว่าเกิดอะไรขึ้น เขาไม่แน่ใจว่าเฮอร์ไมโอนี่นำนิทานของบีเดิ้ลยอดกวีฉบับตัวอย่างก่อนตีพิมพ์ให้เขาดูอย่างกระตือรือร้นก่อนหรือว่าเป็นเนวิลล์ที่วิ่งหาเขาและบอกว่าจะลาออกจากการเป็นมือปราบเพื่อไปศึกษาต่อเฉพาะทางสมุนไพรศาสตร์กับศาสตราจารย์สเปราต์ก่อนกันแน่



และแฮร์รี่จำได้ว่าเขาเห็นอักษรรูนสีทองปรากฏขึ้นตอนที่กำลังกลับคฤหาสน์กริมโมลด์เพลซ และหลังจากนั้นเขาก็รู้สึกทรมานราวกับร่างกายกำลังฉีกออกเป็นชิ้นๆ แสงสีทองคลุมตัวเขา แฮร์รี่ไม่มั่นใจด้วยซ้ำว่ามันเกิดอะไรขึ้น แต่แสงพวกนั้นคล้ายจะกระชากร่างของเขา ทำให้เขาตกอยู่ใต้คำสาปกรีดแทงที่ถูกร่ายใส่เขาหลายๆครั้งพร้อมกัน เลือดเนื้อคล้ายถูกบดละเอียด ผิวหนังคล้ายถูกไฟคลอก


เขากรีดร้อง พยายามดิ้นพล่านหนีความทรมานแต่ไม่เป็นผล ภาพตรงหน้าเบลอมีแสงวูบวาบ


และโลกก็มืดลง






แฮร์รี่ตื่นอีกครั้งในห้องที่ว่างเปล่า เขาอยู่บนเตียง แต่พอจะขยับลุกออกจากเตียงร่างของเขาก็เด้งกลับทันที


แฮร์รี่สำลักไอ ร่างกายเขาปกติดี ไม่มีส่วนไหนแตกหักอย่างที่คิด เขากระตุกไม้กายสิทธิ์แต่กลับพบว่าไม้กายสิทธิ์ของเขาไม่อยู่ เขาหรี่ตาทันที มองรอบๆแล้วเป็นห้องในกริมโมลด์เพลซแน่ๆ แต่ฝุ่นกลับหนาจับคล้ายไม่ได้ทำความสะอาดมานานหลายปี


“ครีเชอร์!” แฮร์รี่ร้องเรียกอย่างนึกโมโห


ปุ๊บ!


และร่างของเอลฟ์แก่ก็ปรากฏขึ้น แฮร์รี่ยังไม่ทันเอ่ยอะไร ครีเชอร์ก็คร่ำครวญทันที


“ครีเชอร์ไม่ต้องการรับใช้นายท่านเลือดสีโคลนโสโครก ครีเชอร์ไม่ต้องการเจ้านายที่ทำให้คฤหาสน์ของนายหญิงต้องตกต่ำ ครีเชอร์—“


“ครีเชอร์ เกิดอะไรขึ้น?” แฮร์รี่ที่กำลังโกรธเปลี่ยนไปงุนงงอย่างถึงที่สุด และมองเอลฟ์ประจำบ้านที่มองเขาอย่างดุร้าย แต่มีร่องรอยความแปลกใจ


“นายท่านเลือดสีโคลน ทำไมถึงมีนายท่านสองคน? นายท่ายเลือดสีโคลนชั้นต่ำเป็นใครกันทำไมถึงมีเวทย์มนต์ผูกมัดกับครีเชอร์?”


“ก่อนอื่นเลยนะครีเชอร์” แฮร์รี่หน้าบึ้ง ครีเชอร์ทำตัวเหมือนสมัยเขาอยู่ปีห้าไม่มีผิด “เอาไม้กายสิทธิ์ของผมมาให้ผม—เดี๋ยวนี้”


และครีเชอร์ก็หายไป แฮร์รี่หรี่มองเตียงที่เหมือนมีเวทมนต์ผูกมัดเขา ใครกัน? นี่มันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้น?


และครีเชอร์ก็โผล่กลับมาในมือมีไม้กายสิทธิ์ แฮร์รี่มองไม้กายสิทธิ์ที่อยู่ในกล่องดูท่าทางอันตราย ให้ความรู้สึกเหมือนหนังสือปีศาจอย่างไรชอบกล แฮร์รี่คิ้วกระตุก ไม่ใช่แค่เหมือน แต่นี่มันครีเชอร์สมัยเขาอยู่ปีห้าชัดๆ ครีเชอร์ที่พยายามหาช่องโหว่งของคำสั่งเพื่อทรยศพวกเขา


แฮร์รี่ไม่รับของในทันที เขาพ่นลมหายใจ แต่มองครีเชอร์ที่ยิ้มร้ายและส่งกล่องมาให้ เขาก็สังเกตบางอย่างถึงกับกระพริบตางุนงง


“เดี๋ยวสิ! ครีเชอร์ สร้อยคอของเรกูลัสไปไหน?”


แฮร์รี่มองครีเชอร์ที่ผงะ รอยยิ้มร้ายกาจหายวับไป ตัวสั่นและร้องไห้ออกมา


“นายน้อยเรกูลัส ครีเชอร์ขออภัยนายน้อยเรกูลัส ทำไมนายท่านเลือดสีโคลนถึงรู้จักสร้อยคอของนายน้อยเรกูลัสได้ ครีเชอร์ผิดสัญญากับนายน้อยเรกูรัส—”


แฮร์รี่เบิกตากว้างมองครีเชอร์อย่างเหลือเชื่อ เขารีบยื่นมือคว้าไม้กายสิทธิ์จากกล่อง และทันทีที่ดึงไม้กายสิทธิ์ออกจากกล่อง กล่องไม้ก็คล้ายมีชีวิต กระตุกขึ้นพร้อมฟันแหลมซี่จ้องจะงับทันที


“สตูเปฟาย!”


แฮร์รี่ร่ายให้กล่องกระเด็นหลุดไป เขาร่ายเวทย์ปลดคาถา และคุกเข่าลงไปข้างๆครีเชอร์อย่างระวัง


เพราะสัญญาไว้กับเฮอร์ไมโอนี่หรอกนะว่าจะทำตัวดีๆกับครีเชอร์ถ้าเขายังอยากให้ครีเชอร์เป็นเอลฟ์ประจำบ้านเขาอยู่ แถมแฮร์รี่ก็คิดว่าครีเชอร์น่ารักไม่เบาช่วงหลังๆมานี้


แฮร์รี่ลูบหลับปลอบครีเชอร์ที่ตัวสั่นร้องไห้สะอึกสะอื้น เขาพยายามเอ่ยปลอบ


“ขอโทษ ครีเชอร์ ฉันไม่ได้อยากทำให้นายเสียใจ ฉันแค่สงสัยว่าสร้อยตัวย่อชื่อเรกูลัสที่ฉันให้นายมันหายไปไหน ตอนไปเอาที่ถ้ำตอนนั้นแทบเสี่ยงตายเลยนะรู้ไหม” แฮร์รี่พยายามเอ่ยติดตลก แต่กลับทำให้ครีเชอร์ร้องไห้หนักกว่าเดิมแถมมีท่าทางดูสับสน


“ครีเชอร์ไม่เข้าใจ ทำไม— ทำไมนายท่านเลือดสีโคลนถึงรู้เรื่องสร้อย ครีเชอร์ไม่เคยพูด ครีเชอร์สัญญากับนายน้อยเรกูลัสว่าจะทำลาย แต่ครีเชอร์—“


แฮร์รี่พยายามลูบปลอบครีเชอร์อย่างลำบากใจ แต่พอนึกถึงคำพูดของครีเชอร์เขากลับไม่เข้าใจอะไรสักอย่าง เขาขยี้หัวตัวเองอย่างหงุดหงิดใจ นี่มันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้นกัน เขาย้อนอดีตมารึไงกัน


“ใจเย็นๆ ครีเชอร์ จะว่าไป วันนี้วันที่เท่าไหร่ปีอะไรงั้นหรือ?”


ครีเชอร์ไม่สนใจตอบแฮร์รี่เลยเอาแต่ร้องไห้คร่ำครวญไม่หยุด แฮร์รี่เลยถอนหายใจ ลูบหลังครีเชอร์เบาๆแทน และพอรู้สึกตัวอีกทีประตูก็เปิดขึ้นดังปัง


แฮร์รี่กระชับไม้กายสิทธิ์จ่อคนที่มาใหม่ทันที เขามองร่างที่เหมือนแม้ดอายส์เดินมาพร้อมอัลบัส ดับเบิลดอร์และแถมด้วยซิเรียส


แฮร์รี่มองสามร่างตรงหน้าที่เขามั่นใจว่าเขาเป็นพยานการตายมาแล้วด้วยใบหน้าซีด มือจับไม้กายสิทธิ์ชี้


“ครีเชอร์! แกมาทำอะไรที่นี่! ไสหัวออกไปจากห้องนี้!”


เป็นซิเรียสที่คำราม ครีเชอร์หายไปทั้งๆที่ยังคร่ำครวญไม่หยุด จะรั้งตัวไว้ก็ไม่ทันแล้ว แฮร์รี่รู้สึกตระหนกชี้ไม้กายสิทธิ์ไปหาทั้งสามคน


เป็นอัลบัสที่ยกมือขึ้นก่อนแสดงให้เห็นว่าเขาไม่มีไม้กายสิทธิ์ในมือ เอ่ยอย่างใจเย็น


“ใจเย็นๆ เด็กน้อย ฉันว่าเรามาจิบน้ำชากันก่อนสักครู่ระหว่างคุยกันดีไหม?”


แฮร์รี่มองอัลบัส ชายชราดูแก่เหมือนตอนที่เขามองชายชราช่วงสวมแหวนคำสาป แฮร์รี่มองมู้ดดี้ อลาสเตอร์ที่คำรามขัด


“เธอเอาไม้กายสิทธิ์มาได้อย่างไร! ฉันว่าฉันเอามันออกไปไว้อีกห้องนึงแล้ว”


แฮร์รี่หน้าบึ้ง ทำไมเขาไม่แปลกใจเลยนะที่รู้ว่าแม้ดอายส์เป็นคนเอาไม้กายสิทธิ์เขาไป


“ใจเย็นอลาสเตอร์ ฉันไม่คิดว่าเขาไม่สมควรถือไม้กายสิทธิ์ในเมื่อทุกอย่างเป็นความผิดของทางเรา”


“อัลบัส! เราไม่รู้ว่าเขาเป็นคนที่เราคิดว่าเขาเป็นจริงๆรึเปล่าด้วยซ้ำ! ถ้าเป็นผม ผมคงจับเขาเข้ากองสืบสวนทันทีตั้งแต่ก่อนเขาตื่นด้วยซ้ำ!”


แฮร์รี่กรอกตา รู้สึกโชคดีที่เขาไม่ตื่นขึ้นมาในกองสืบสวนของกระทรวงเวทมนต์ แฮร์รี่มองทั้งสามอยู่นานก่อนจะนั่งลงตามการผายมือเชิญของอัลบัส


“สนใจลูกอมรสมะนาวหน่อยไหม?” ชายชราถามทั้งๆที่แฮร์รี่ยังไม่ลดไม้กายสิทธิ์ แฮร์รี่เอ่ยขึ้น


“วันนี้วันที่เท่าไหร่ครับ? ศาสตราจารย์”


“เธอสลบไปหนึ่งสัปดาห์เต็ม เด็กน้อย ดังนั้นวันนี้ก็เป็นวันที่ 1 สิงหาคมพอดี”


แฮร์รี่กระพริบตา ถ้างั้นวันเกิดเขาพึ่งผ่านไปเมื่อวาน แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่เขาใส่ใจ เขาถามต่อ


“ปีล่ะครับ?”


“ปีนี้เป็นปี 1997” เป็นซิเรียสที่ขัดขึ้นก่อนพร้อมยิ้มกว้างจนแฮร์รี่ผงะรีบหลุบตาหนี


แฮร์รี่ขมวดคิ้ว ถ้าแบบนั้นก็ไม่ใช่การย้อนเวลาน่ะสิ เขาขยี้หัวตัวเองอย่างงุนงงหรี่ตามองไล่ทั้งสามคน


“มู้ดดี้ คุณมีผู้พิทักษ์เป็นร่างของอะไรงั้นหรือครับ?”


“ทำไมฉันถึงต้องตอบคำถามเธอ ทั้งที่ฉันไม่รู้จักเธอและเธออาจเป็นศัตรู”


แฮร์รี่หัวเราะไร้อารมณ์ขันเสียงแหบหันไปทางดับเบิลดอร์และซิเรียส ดับเบิลดอร์ยื่นแขนกันแม้ดอายส์ทำให้แฮร์รี่หันไปสนใจชายชราแทน


“บางทีคงจะดีกว่าถ้าเธอแนะนำตัวเธอให้เรารู้จักเสียก่อน ฉันอัลบัส ดับเบิลดอร์ ยินดีที่ได้รู้จักแม้ว่าเธอเหมือนจะรู้จักฉันอยู่แล้วก็ตามที”


แฮร์รี่โคลงหัวเอ่ย


“พิสูจน์สิครับ ว่าคุณคือคนที่คุณบอกว่าคุณเป็น”


“โอ้ เธอต้องการให้ฉันพิสูจน์อย่างไรล่ะ?”


แฮร์รี่มองดวงตาสีฟ้าใต้แว่นรูปจันทร์ครึ่งเสี้ยว สายตาราวกับแทงทะลุเข้ามาในตัวเขา แฮร์รี่นึกอยู่ชั่วครู่ก็นึกถึงเพื่อนเก่าได้


“ฟอกส์” แฮร์รี่ตอบ มองอัลบัสตรงไปตรงมา “ถ้าคุณคืออัลบัสจริงๆ ผมรู้ว่าคุณจะเรียกเขาได้”


แฮร์รี่รู้สึกว่าดวงตาสีฟ้ากระจ่างของดับเบิลดอร์มีร่องรอยระยิบระยับแวบหนึ่ง เขามองอย่างไม่เข้าใจ แต่อัลบัสก็หลับตาลง และเสียงร้องเพลงที่สงบจิตใจทุกคนก็ดังขึ้น


แฮร์รี่เบิกตากว้างมองฟินิกซ์ขนสีแดงทองสวยที่ปรากฏจากเปลวเพลิงในอากาศ เขาลดไม้กายสิทธิ์ลงทันทีเอ่ยเสียงกระซิบ


“เป็นคุณจริงๆ อัลบัส”


อัลบัสหัวเราะเล็กน้อยและพยักหน้า ลูบขนฟอกส์แค่สักพัก ฟอกส์หันมาทางแฮร์รี่ และเอียงคอเหมือนสงสัยอยู่แค่ชั่วขณะก่อนจะรีบบินร่อนลงที่บ่าของแฮร์รี่ที่ยิ้มกว้างเมื่อฟอกส์ขยับหัวชนแก้มแฮร์รี่


“ให้ตาย ฟอกส์! ไม่ได้เจอกันตั้งนาน! เพื่อนเก่าแก่!” แฮร์รี่เอ่ยอย่างดีใจลูบขนฟอกส์ที่ร้องตอบ หลังงานศพของดับเบิลดอร์ฟอกส์ก็ไม่เคยปรากฏตัวอีกเลย แฮร์รี่ชะงักเมื่อเผลอตัว เขากระแอมเล็กน้อยเก้อเขิน


“เขาชอบเธอ” อัลบัสว่า แฮร์รี่หันกลับไปสนใจอาจารย์ใหญ่


“เราเป็นเพื่อนกันครับ เขาช่วยผมมาหลายครั้ง” แฮร์รี่ผงกศีรษะยืนยัน ฟอกส์บินลงมาที่ตักแฮร์รี่ แฮร์รี่ลูบขนฟอกซ์พลางถอนหายใจ


“ส่วนเรื่องที่ผมเป็นใคร ชื่อของผมคือแฮร์รี่ เจมส์ พอตเตอร์ครับ” แฮร์รี่ว่า ก้มมองฟอกส์ นึกถึงตอนที่ฟอกส์นั่งที่ตักเขาคราวก่อนคือตอนเกิดเรื่องเซดริก ดูท่าคราวนี้ไม่ว่าอะไรที่เกิดขึ้นต้องเป็นเรื่องคอขาดบาดตายอีกแน่


แฮร์รี่มองซิเรียสแวบหนึ่งก่อนกลับมามองอัลบัส เอ่ยอย่างหนักใจ


“ผมพอทำใจได้แล้ว เล่าสถานการณ์มาเถอะครับ ศาสตราจารย์”

————


ซิเรียสกำลังเหลือเชื่อ


ตลอดหนึ่งสัปดาห์ตั้งแต่บุคคลที่บอกว่าเป็นแฮร์รี่ปรากฏตัวขึ้นเขาก็ถามรายละเอียดจากเฟลิกซ์มาตลอด เขายอมรับว่าแฮร์รี่ที่เฟลิกซ์เล่าดูน่าทึ่ง


เขาจ้องฟินิกซ์ที่นั่งนิ่งบนตักเด็กหนุ่มไม่กระพริบ เขาเคยเห็นฟินิกซ์แค่ครั้งเดียวตอนไปห้องอาจารย์ใหญ่ ปกติมันไม่เคยปรากฏตัวให้ใครเห็นด้วยซ้ำ


แฮร์รี่หมดสติอยู่หนึ่งสัปดาห์เต็ม เขาสั่งครีเชอร์ให้บอกเขาทันทีที่เด็กหนุ่มตื่นทำให้เขามาได้ทันที


แฮร์รี่มองเขาไม่กี่ครั้ง แต่เมื่อสบตาซิเรียสกลับรู้สึกแปลกประหลาด อาจจะเป็นเพราะดวงตาที่เหมือนลิลี่หรือใบหน้าที่เหมือนเจมส์ และอารมณ์ที่เหมือนแปรปรวนผ่านม่านตา


ลูกของเจมส์จากอีกมิติงั้นหรือ? ทำไมถึงมีดวงตาที่เหมือนแฝงอารมณ์มืดมนแบบนี้กัน?


อัลบัสค่อยๆเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นอย่างระวัง เมื่อเอ่ยถึงเฟลิกซ์ก็รู้ได้ทันทีว่าแฮร์รี่เลิกคิ้วขึ้นสูง บอกว่าอยู่ต่างมิติ ปกติมันคงเป็นอะไรที่งี่เง่ามาก แต่หลังฟังเรื่องทั้งหมดแฮร์รี่กลับส่ายหน้าเบาๆ ขยี้หัวของตัวเองจนผมยุ่งกว่าเดิม แต่ไม่ทันหงุดหงิดฟ็อกส์ก็ร้องเบาๆจนแฮร์รี่ถอนหายใจพยักหน้าน้อยๆอย่างยอมรับ


“เอาเป็นว่าผมพอเข้าใจอะไรๆแล้วล่ะครับ” เด็กหนุ่มดวงตามรกตโคลงศีรษะ “บางทีตอนนี้ทางฝั่งมิติของผมคงกำลังวุ่นวายน่าดูเหมือนกันที่จู่ๆผมหายตัวมาแบบนี้—“


แฮร์รี่กลืนคำพูดหายไปเหมือนนึกอะไรได้ เขาคราง หน้าซุกมือตัวเองบ่นงึมงำ


“ไม่นะ— กำหนดส่งรายงานของกระทรวงมันเมื่อห้าวันก่อน”


ซิเรียสกระพริบตางุนงงเมื่อแฮร์รี่ครางงึมงำกับตัวเอง แต่พอมองใบหน้าที่เหมือนจะหลอนๆนั่นแล้วเขากลับรู้สึกว่ามันตลกดีเลยคำรามหัวเราะลั่น


“ให้ตาย นายทำหน้าเหมือนเจมส์ที่ถูกลิลี่สลัดรักไม่มีผิด”


แฮร์รี่สะดุ้งมองซิเรียสอย่างแปลกใจ ก่อนจะยิ้มให้น้อยๆโดยไม่พูดอะไร คล้ายกำลังมองทะลุเขาไม่มีผิด และแค่แวบเดียวเด็กหนุ่มก็หันไปหาอัลบัส


“ถ้าพวกคุณไม่ว่าอะไร ผมขออนุญาตอยู่ที่นี่สักระยะ อาจจะขอยืมห้องหนังสือเพื่อหาหนังสือเรื่องหนทางกลับไปสักหน่อย—“


“เธออยู่ที่นี่ไม่ได้!” เป็นแม้ดอายส์ที่โพล่งขึ้นอย่างฉุนเฉียว “อัลบัส! คุณก็รู้ ที่นี่ไม่ต้องรับคนแปลกหน้า เราไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาเป็นผู้สนับสนุนคนที่คุณก็รู้ว่าใครหรือเปล่า”


แฮร์รี่แปลกใจไม่น้อยเมื่อแม้ดอายส์ไม่พูดชื่อของโวลเดอมอร์ แต่สุดท้ายก็ส่ายหน้าน้อยๆ เป็นซิเรียสที่หน้าบึ้ง


“แต่เขาเป็นลูกชายของเจมส์ คุณจะถีบไล่เขาออกไปจากที่นี่ไม่ได้ คุณจะฆ่าเขารึไง แม้ดอายส์”


“โดยทางทฤษฎี เขาเป็นคนละคนกัน แบล็ก แฮร์รี่ พอตเตอร์ของโลกเรากับเขาเป็นคนละคนกันอย่างสิ้นเชิง”


“ไหน แฮร์รี่” ซิเรียสหันมาทางแฮร์รี่แล้วร้องถาม “ตอบมาสิว่าในโลกนั้นฉันกับพ่อของเธอเราเป็นเพื่อนสนิทกันรึเปล่า?”


แฮร์รี่ลังเลเล็กน้อยก่อนยักไหล่ “ทุกคนมักพูดว่าพวกคุณเคยเป็นเหมือนพี่น้องกันมากกว่าเพื่อนสนิทนะผมว่า”


“ฮ้า! นั่น!” ซิเรียสฉีกยิ้มยีงฟันทันที “ไม่แปลกใจเลยที่เ—“


“ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม” อัลบัสขัด ซิเรียสยื่นริมฝีปากไม่พอใจ แฮร์รี่มองซิเรียสอีกครั้งและละสายตาไปมองอัลบัส “เธอจะตอบคำถามโดยใช้น้ำยาสัจจะเซรุ่มได้หรือเปล่า อย่างน้อยๆก็เพื่อเป็นการยืนยันให้แก่อลาสเตอร์”


แฮร์รี่ขมวดคิ้ว เขาไม่ชอบวิธีนี้เท่าไหร่ กรอกตาไปมา ไม่นึกอยากจะให้ข้อมูลต่างมิติมากนัก และไม่ชอบความรู้สึกถูกสอบสวนเท่าไหร่ด้วย เขาเอ่ยขึ้นพลางขยี้หัว


“ถ้าคุณบอกผมก่อนว่าจะถามอะไรผมบ้างก็ได้อยู่หรอกครับ”


อัลบัสพยักหน้า มองฟอกส์ในตักเขาและชูไม้กายสิทธิ์เอลเดอร์เสกกระดาษที่ปรากฏข้อความขึ้นให้แฮร์รี่อ่าน


แฮร์รี่ไล่สายตามองแผ่นกระดาษ


- ชื่อเต็มของเธอคืออะไร


- เธอเคยหรือเป็นผู้เสพความตายหรือเปล่า


- เธอสนับสนุนโวลเดอมอร์ไม่ว่าจะเป็นในทางใดก็ตามหรือไม่


- เธอต้องการจะเข้าร่วมกับโวลเดอมอร์หรือไม่


- แผลเป็นที่ศีรษะของเธอเกิดขึ้นได้อย่างไร


แฮร์รี่เบ้หน้ามองข้อสุดท้าย เขาใช้ไม้กายสิทธิ์ส่งคืนให้ดับเบิลดอร์โดยขีดฆ่าข้อสุดท้ายก่อนส่งคืน


ทำไมทุกคนจะต้องสนใจแผลเป็นของเขานักนะ


“เธอเลี่ยงตอบเรื่องแผลเป็น! ฉันรู้ว่ามันคือศาสตร์มืด ฉันเห็นมัน ฉันรู้สึกถึงมัน”


“อลาสเตอร์” ดับเบิลดอร์ปราม “บางทีคุณคงจะไปขอน้ำยาสัจจะเซรุ่มสักเล็กน้อยจากเซเวอร์รัสมาให้ผมได้ ได้โปรด”


แม้ดอายส์ไม่พอใจแต่ก็ยอมหันหลังก้าวกระทืบเท้าออกจากห้องไป


แฮร์รี่ยิ้มเล็กน้อยมองตามหลังแม้ดอายส์ที่เดินเสียงดัง ปิดประตูดังปัง


“เขาออกจะขี้ระแวงไปหน่อยแต่ไม่ใช่คนเลวร้ายอะไรนักหรอก”


อัลบัสบอก แฮร์รี่ส่ายหน้าเบาๆไม่ใส่ใจ


“ผมรู้ครับ — จงตื่นตัวตลอดเวลา”


อัลบัสหัวเราะคิกคักส่วนซิเรียสฉีกยิ้มคำรามเป็นเสียงหัวเราะเอ่ยสนับสนุน


“นั่นคำพูดติดปากเขาล่ะ!”


“เธอใจเย็นกว่าที่ฉันคิด” อัลบัสว่า “ฉันนึกไม่ออกเลยจริงๆว่าถ้าหากฉันตื่นมาอยู่ต่างมิติจะต้องทำตัวอย่างไร”


“ถ้าเป็นปกติก็ใช่ครับ” แฮร์รี่พ่นลมหายใจลูบขนฟอกซ์ที่ไม่ยอมออกไปไหนจากตักเขา “ต้องขอยกความดีความชอบให้ฟอกซ์” และความจริงที่ว่าหลังวันเกิดของทุกปีไม่เคยมีครั้งไหนที่ชีวิตของแฮร์รี่ พอตเตอร์จะเป็นปกติ


“นกฟินิกซ์เป็นสิ่งมีชีวิตที่น่าอัศจรรย์” อัลบัสว่า แฮร์รี่ผงกศีรษะยอมรับ


และไม่ทันได้คุยอะไรต่อแม้ดอายส์ก็กลับมาพร้อมร่างสูงที่ทำเอาแฮร์รี่ผงะ


แฮร์รี่มองร่างสูงทมึน ผมดำมันเยิ้ม จมูกงองุ้ม สีหน้าไร้อารมณ์ ดวงตาเย็นชา เขาปรายตามองแฮร์รี่ทำเอาแฮร์รี่รู้สึกกระสับกระส่ายอย่างคนมีความผิด


เขารู้สึกเหมือนพึ่งส่องดูความทรงจำอีกฝ่ายผ่านอ่างเพนซีฟเมื่อวันก่อนเอง


แฮร์รี่มอง ดวงตาตำเหมือนนกฮูกหรี่มองเขา เขามองด้วยความรู้สึกหลากหลาย สุดท้ายก็หลุบตา


ให้ตาย ทั้ง ซิเรียส อัลบัส และเซเวอร์รัสต่างก็เป็นคนที่เขามีอารมณ์ซับซ้อนด้วยมากที่สุดเสมอ เขาเริ่มปวดหัวแล้วล่ะ นี่มันไม่ดีเลย ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังมองกระจกเงาแอริเซดไม่มีผิด คนที่ตายไปแล้วมายืนพูดคุยมีชีวิตแบบนี้


“ผมต้องการรู้ว่าคุณจะนำยาผมไปใช้งานอย่างไรบ้าง อาจารย์ใหญ่”


“ได้ เช่นนั้นเธอก็อยู่ด้วย เซเวอร์รัส”


แฮร์รี่มองภาพเซเวอร์รัสยื่นยาให้อัลบัส เหมือนเห็นเหตุการณ์เดจาวู ผิดแค่ว่าเขาเป็นเหยื่อแทนที่จะเป็นบาตี้ เคร้าซ์ จูเนียร์เท่านั้นเอง


แฮร์รี่อ้าปากยอมรับเมื่ออัลบัสหยดยาลงใส่ปากเขา


แฮร์รี่รู้ตัวทันทีว่าสติเขาเลือนหาย ใบหน้าเบลอ ได้ยินเสียงอัลบัสถาม


“เธอคือใคร?”


“แฮร์รี่ เจมส์ พอตเตอร์ ลูกชายของ เจมส์และลิลี่ พอตเตอร์”


ทุกคนมองอย่างกลั้นหายใจ


“เธอเป็นผู้เสพความตายหรือเปล่า?”


“ไม่ครับ”


“เธอมีส่วนสนับสนุนโวลเดอมอร์ไม่ว่าทางใดหรือไม่?”


“ไม่ครับ”


“เธอเคยต้องการเข้าร่วมกับโวลเดอมอร์หรือไม่?”


“ไม่ครับ”


อัลบัสหยุดถาม หันไปพยักหน้าให้เซเวอร์รัสที่หน้าตึงยื่นยาถอนน้ำยาให้ แต่ไม่ทันทำอะไรแม้ดอายส์กลับโพล่งขึ้น


“เธอได้แผลเป็นที่ศีรษะได้อย่างไร!?”


ทุกคนตกใจ อัลบัสจะหยดยาถอนให้ต้องชะงักมือเมื่อคำตอบดังออกมาจากริมฝีปากแฮร์รี่


“ผมได้มาในคืนที่พ่อแม่ผมถูกโวลเดอมอร์ฆ่า โว—”


แฮร์รี่กระพริบตาเมื่อสติกลับมาทันทีที่น้ำยาหยดใส่ปาก เขากำลังจะพูดอะไรนะ ‘ผมได้มาในคืนที่พ่อแม่ผมถูกโวลเดอมอร์ฆ่า โวลเดอมอร์ใช้คำสาปพิฆาตกับผมแต่มันกลับสะท้อนกลับโดยทิ้งแค่รอยแผลเป็นนี้เอาไว้’


ยอดเยี่ยมมากที่เขาได้ยาถอนพิษทัน เขาหน้าบึ้งกรอกตาใส่แม้ดอายส์ที่ขมวดคิ้วและพยักหน้ายอมรับเงียบๆ


“ขอโทษด้วยแฮร์รี่” อัลบัสเอ่ยอย่างเข้าใจ “ฉันเข้าใจว่าเธอไม่อยากพูดถึงมัน”


แฮร์รี่พยักหน้าน้อยๆอย่างไม่ใส่ใจ เอ่ยปัด “มันนานแล้วครับ ไม่เป็นไรครับ”


อย่างน้อยก็ไม่มีใครรู้ว่ามันมาจากคำสาปพิฆาต


“ไม่เป็นไร!” เป็นซิเรียสที่คำราม “มันจะไม่เป็นไรได้อย่างไร!?”


แฮร์รี่ผงะ ตามจริงเขาก็น่าจะเดาอาการซิเรียสได้นะ แต่ซิเรียสกลับกอดตัวเขาทันทีจนแฮร์รี่ตัวแข็ง สัมผัสได้ว่าเซเวอร์รัสมองอย่างรำคาญแต่ไม่เอ่ยอะไร แม้ดอายส์ถอนหายใจและเอ่ย


“เข้าใจแล้ว แต่ฉันไม่อนุญาตให้เธอเดินเพ่นพ่านในคฤหาสน์นี้โดยไม่ได้รับอนุญาต”


แฮร์รี่หน้าบึ้ง นี่บ้านเขานะ แต่ก็ต้องยอมพยักหน้าอย่างไม่เต็มใจขณะพยายามแกะตัวซิเรียสออก


“ฉันว่าวันนี้เธอคงจะเหนื่อยแล้ว เธอน่าจะพักผ่อนเสียหน่อย หรือหากเธอหิวฉันว่าที่ครัวเรายังพอมีของกินที่มอลลี่ทำทิ้งไว้เหลืออยู่ ส่วนของที่ติดตัวตอนแรกเธออลาสเตอร์จะวางไว้บนโต๊ะ”


แฮร์รี่พยักหน้าเงียบๆหลังดึงตัวซิเรียสออกสำเร็จ แฮร์รี่มองใบหน้าเหมือนสุนัขขี้อ้อนกระพริบตาแซฟไฟร์ปริบๆก็รีบหลบตาทันที เขารู้สึกคิดถึงอีกฝ่ายอย่างน่ากลัว


แฮร์รี่หลับตาลง


“ผมขออยู่คนเดียวดีกว่าครับ ผมรู้สึกว่าบางอย่างออกจะ—“ แฮร์รี่ลังเล “—รับมือได้ยาก”


แฮร์รี่กล่าวจบก็รู้ว่าน้ำหนักบนตักหายไป อัลบัสตอบตกลงพาตัวทุกคนออกไปและประตูก็ปิดลง


แฮร์รี่มองรอบห้องอีกครั้งและเคาะนิ้ว นวดขมับ ให้ตาย!


เขาหลุดมิติ! เขาโดดงาน! นึกภาพเฮอร์ไมโอนี่ที่เทศเรื่องความรับผิดชอบใส่เขาได้เลย รวมทั้งรอนที่ต้องกระวนกระวายคิดว่าเขาอาจจะตายไปแล้วก็ได้ด้วย! โชคดีที่เขาไม่มีสอนนักเรียนช่วงนี้ เพราะไม่อย่างนั้นมิเนอร์ว่าคงฆ่าเขาแน่


โอ้! และ ไม่นะ ขอได้โปรดอย่าให้เรื่องที่เขาหายตัวไปปรากฏหน้าหนึ่งบนหนังสือพิมพ์ใดๆโดยเฉพาะอย่างยิ่ง เดลี่พรอเฟ็ต!


แฮร์รี่มองกล่องจิ๋วขนาดพกพาที่วางบนโต๊ะก็ร่ายกลับคืนขนาดเดิมและเปิดออก เขามองของภายในไม่อยู่ตำแหน่งเดิม ดูท่าคงถูกรื้อค้นไปแล้ว บางทีเขาคงต้องร่ายคาถาใส่รหัสเพิ่มไว้อีกหน่อย


แฮร์รี่ส่ายหน้า ช่วยไม่ได้ ในเมื่ออีกฝ่ายเป็นดับเบิลดอร์ล่ะนะ


แฮร์รี่ตรวจสอบอย่างโล่งอกเมื่อทุกอย่างอยู่ครบ เขาคว้ากระจกสองทางขึ้น มันกลับกลายเป็นกระจกธรรมดาไม่ทำงาน เขาต้องวางมันลงอย่างผิดหวัง มันต้องมีสักทางทีใช้ติดต่อเพื่อนของเขาได้สิ


กระเป๋าเขาไม่มีของมากมายนัก มีแค่เงิน กระจกเงาสองทาง สมุดบันทึกหรือของอย่างรูปภาพต่างๆเท่านั้น


แฮร์รี่ปิดกระเป๋าอย่างยอมแพ้ และอีกอย่างจากที่ฟังดูแล้ว


มิตินี้โวลเดอมอร์ยังมีชีวิตอยู่?


“โอ้ ไม่นะ”


แฮร์รี่ครางเอาหัวซุกหมอน
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 235 ครั้ง

461 ความคิดเห็น

  1. #303 nicharipaen04 (@nicharipaen04) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2562 / 18:26
    แฮร์รี่มาาาาา...
    #303
    0
  2. #43 Secr3t-Key (@Secr3t-Key) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 มีนาคม 2562 / 02:26
    น้ำตาซึม แงงง มูดดี้ นายทำอะไรรรร
    #43
    0
  3. #32 ฮิจินะ (@pho-poe) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 16 มีนาคม 2562 / 01:47

    มู้ดดี้นี้ทำบรรยากาศเสียหมดดดดดดดด

    #32
    0
  4. #29 lonely.com (@jiblonely) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 มีนาคม 2562 / 19:43
    รอค่าาาาาา
    #29
    0
  5. #26 เวนีล่า (@maysena) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 11 มีนาคม 2562 / 01:48
    สงสารหนูรี่เลยค่ะ.....กลับไปมิติเดิมงานคงกองท่วมหัวแล้วมั้งคะ?55555
    #26
    0
  6. #25 Boonyisa Rodpat (@lkppim) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 มีนาคม 2562 / 22:25
    เดาถูกด้วยแฮะว่าน้องจะโผล่มามิตินี้ แต่ที่เดาไปคือย้อนเวลา... เอาเถอะเดาถูกนิดนึงก็ภูมิใจ55555555 น้องคงจะไม่ต้องมาสู้กับโวลดี้อีกครั้งหรอกใช่มั้ย
    #25
    0
  7. #23 Patjungy (@Ratchuma44) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 มีนาคม 2562 / 16:26

    รอนะคะ

    #23
    0
  8. #19 โลลิค่อน (@0881637445) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 มีนาคม 2562 / 05:40
    เยๆ แฮร์รี่มาแล้ววว
    #19
    0
  9. #18 eakaroon (@eakaroon-yay) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 มีนาคม 2562 / 05:18

    มาแล้วๆhttps://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/jj-11.png

    #18
    0
  10. #16 TewadaCat (@TewadaCat) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 มีนาคม 2562 / 02:24

    โอ้ววววว น้องมาแล้ววววว

    สนุกมากเลยค่ะ ลุ้นมากๆเลย

    ขอบคุณมากนะคะ ติดตามและเป็นกำลังใจให้นะคะ
    #16
    0
  11. #15 GOTFAFA (@Yanikajitklang) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 มีนาคม 2562 / 02:10

    ตอนนี้ทำเอาเราใจเต้นเเรงมาก
    ฮือออ รอตอนต่อไปนะคะ
    (ตื่นเต้น)

    สนุกมากกกกกกกก
    #15
    0