Fic Harry Potter - Eternal War (SS/HP)

ตอนที่ 3 : Chapter 3 : Erised stra ehru oyt ube cafru oyt on wohsi

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1476
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 194 ครั้ง
    27 ก.พ. 62



Chapter 3 : Erised stra ehru oyt ube cafru oyt on wohsi








แฮร์รี่กำลังครุ่นคิด เขามองหนังสือที่หมดไปหลายหน้า ข้อความยังคงหลงเหลืออยู่บนหน้ากระดาษบ่งบอกว่าเรื่องที่เกิดเมื่อคืนไม่ใช่ความฝัน


แฮร์รี่ยอมรับว่ามันน่าเหลือเชื่อกับความคิดที่ผุดขึ้นมาตอนข้อความบนสมุดปรากฏ และจู่ๆคู่สนทนาก็หยุดตอบโต้บทสนทนาบ่งบอกว่าอีกฝ่ายไม่อยู่แล้ว


แฮร์รี่เก็บสมุดแล้วลุกขึ้นไปที่เตาผิง เขาต้องรีบไปเคลียร์งานมือปราบเพื่อให้สุดสัปดาห์นี้มีโอกาสได้ไปเยี่ยมพวกวิสลีย์ที่บ้านโพรงกระต่าย


“กระทรวงเวทมนต์”


แฮร์รี่ลุกออกมาในห้องเครือข่ายผงฟลูของกระทรวงเวทมนต์ เขาก้าวยาวๆไปที่ห้องของมือปราบ เขาไปประจำที่โต๊ะตัวเองเพื่อเช็คงาน และหยิบกระดาษโน้ตแผ่นหนึ่งเขียนข้อความนำไปวางไว้ที่โต๊ะของเพื่อนสนิทอย่างรอน วิสลีย์


‘มีเรื่องคุยด้วย นัดเฮอร์ไมโอนี่มาด้วย หลังเลิกงานที่บ้านฉัน
แฮร์รี่’


แฮร์รี่วางเสร็จก็พอจะนึกใบหน้าโอดครวญหลังเลิกงานของรอนได้ เขาส่ายหน้ายิ้มๆ และก็ได้ยินเสียงทัก


“แฮร์รี่? กาเวนไม่อยู่เหรอ? วิลเลียมสัน?”


แฮร์รี่เงยหน้าขึ้นก็เห็นอดีตเพื่อนร่วมบ้านหน้ากลมที่ดูงุนงงก็ยกยิ้ม


“ไง เนวิลล์ ฉันพึ่งมาถึง วิลเลียมสันยังไม่มา ส่วนกาเวนน่าจะออกไปข้างนอก เพราะเขาโยนงานมาให้ฉันแล้ว” แฮร์รี่ยิ้มหยิบใบงานขึ้นชูแล้วถามต่อ “ถ้านายว่างมาช่วยกันหน่อยได้ไหม งานคราวนี้ดูจะตึงมือน่าดู”


แฮร์รี่พลิกดู งานจับอดีตผู้เสพความตายมักตึงมือเสมอ


และแล้วก็ได้เสียงตอบรับจากเนวิลล์ ร่างสองร่างก็หายไปจากกระทรวงทันที


——


“แฮร์รี่! นายมาแล้ว! พวกเราพึ่งมาถึงไม่กี่นาทีมานี้เอง”


“ไง รอน ได้ข่าวว่านายไปทางเหนือ?”


แฮร์รี่ถามยิ้มๆเมื่อเพื่อนสนิทผมแดงย่นจมูกเริ่มบ่นกระปอดกระแปดเรื่องผู้เสพความตาย และขยับแขนหยิบน้ำผลไม้จากครีเชอร์


“ขอบใจจ้ะ ครีเชอร์” เฮอร์ไมโอนี่ยกยิ้มใจดีให้เอลฟ์ประจำบ้าน เธอเอ่ยแทนรอนที่ยังไม่หยุดบ่น ครีเชอร์พยักหน้ารับก่อนจะหายตัวไป


แฮร์รี่นั่งลงและรอนก็ทำหน้านึกขึ้นได้รีบบอก


“จริงสิ แฮร์รี่! ตอนฉันไปตอนเหนือเจอกระจกนั่นด้วย ฉันเอามันกลับมา เพราะไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไงกับมันดี และการปล่อยกระจกนั่นไว้ในคฤหาสน์ร้างคงไม่ใช่ความคิดที่ดีเท่าไหร่”


แฮร์รี่เลิกคิ้วทวน “กระจกนั่น?”


เฮอร์ไมโอนี่พ่นลมหายใจ ชี้ไปที่มุมห้องนั่งเล่นข้างเตาผิงที่แฮร์รี่เพิ่งเดินจากมา


“รอนหมายถึงกระจกที่เธอเจอตอนปีหนึ่งไง แฮร์รี่ กระจกเงาแอริเซดน่ะ รอนเจอมันในคฤหาสน์ร้างที่ผู้เสพความตายใช้ซ่อนตัวน่ะ ฉันบอกให้เขาเอาไปให้กระทรวงแต่รอนยืนกรานบอกว่ากระจกมันไม่ใช่ของกระทรวง สุดท้ายเขาเลยเอามันมาไว้ที่นี่”


แฮร์รี่กระพริบตาหันไปตามทิศที่เฮอร์ไมโอนี่ชี้ เขาถึงเห็นของที่ตั้งอยู่ริมห้องนั่งเล่น มีผ้าสีดำคลุมปิดไว้ แฮร์รี่หันกลับมาหารอนอ้าปากเอ่ย


“แต่หลังจากสงคราม ฉันนึกว่ามันถูกทำลายไปในห้องต้องประสงค์แล้วซะอีก”


“ไม่รู้สิ” รอนยักไหล่ “—และเจ้าของใหม่ก็คือ โซฟีอัส ลอเรน เจ้าของคฤหาสน์ร้างที่ฉันเจอ แต่ตอนเจอเขาก็ไม่มีชีวิตอยู่แล้วล่ะ” รอนอธิบาย ดื่มน้ำผลไม้จนหมดแก้ว


“งั้นเหรอ” แฮร์รี่ขมวดคิ้ว


“จริงสิแฮร์รี่ ที่เธอเรียกเรามามีเรื่องอะไรรึเปล่า?” เฮอร์ไมโอนี่เปลี่ยนเรื่อง เธอหันไปขอบคุณครีเชอร์ที่ยื่นจานแพนเค้กให้ ส่วนรอนบอกครีเชอร์ว่าขอแบบเดียวกับเฮอร์ไมโอนี่


“อ๋อ ใช่ ตามจริงฉันพึ่งเจอเรื่องแปลกๆเมื่อคืนน่ะ” แฮร์รี่เลิกสนใจเรื่องกระจก เขาเลื่อนสมุดออกมาจากชุดคลุมเปิดกางบนโต๊ะ พร้อมสบตาเฮอร์ไมโอนี่ที่มีสีหน้าซับซ้อนทันทีที่เขาอธิบายเสริม


“เธอยังจำทฤษฎีโลกคู่ขนานของเธอได้อยู่รึเปล่าเฮอร์ไมโอนี่”


—————


“โอ้ แฮร์รี่ นี่มันเหลือเชื่อ” เฮอร์ไมโอนี่ร้องอุทานเมื่อแฮร์รี่เล่าเรื่องที่เขาได้คุยกับเฟลิกซ์ผ่านสมุดจบ ส่วนรอนกลับมีสีหน้าเป็นห่วงเพื่อนสนิท


“แฮร์รี่ นายแน่ใจนะว่ามันไม่ใช่ศาสตร์มืด”


“ไม่ ฉันไม่คิดว่ามันจะเป็นศาสตร์มืดหรอก รอน” แฮร์รี่ยืนยัน ยิ้มเศร้าๆ ถ้าทฤษฎีโลกคู่ขนานมีจริง แสดงว่าในโลกที่เฟลิกซ์อยู่ พ่อแม่ของเขารวมถึงซิเรียสต้องยังมีชีวิตอยู่แน่ แฮร์รี่มองลายมือเป็นระเบียบในสมุด นึกถึงเฟลิกซ์ ถ้าพ่อแม่เขามีชีวิตนานพอเขาคงมีน้องชายสินะ


“ฉันจะลองศึกษาเรื่องนี้ดูนะแฮร์รี่ ฉันคิดว่ามันน่าจะมีโลกคู่ขนานหลายโลก และโลกที่เฟลิกซ์อยู่คงจะเป็นโลกที่อยู่ใกล้กับโลกของเรามาก ไม่งั้นเราคงไม่ได้ยินชื่อหลายชื่อที่คุ้นเคย” เฮอร์ไมโอนี่ว่า “แต่ฉันยังไม่ยืนยันนะ บางทีอาจจะมีเหตุผลอื่นก็ได้”


เฮอร์ไมโอนี่ส่ายหน้าอย่างเหนื่อยใจ รอนหัวเราะลูบหัวเฮอร์ไมโอนี่ แฮร์รี่อมยิ้มมองภาพตรงหน้า หลังสงครามถึงทั้งคู่จะไม่ได้บอกว่าคบกันรึเปล่า แต่เขาก็เห็นได้ชัดว่ารอนใส่ใจเฮอร์ไมโอนี่มากขึ้นมาก


“และมันก็ไม่แน่ด้วยว่าเฟลิกซ์จะโผล่มาที่นี่อีก บางทีการที่มิติเกิดซ้อนทับกันขึ้นมาอาจจะเป็นเรื่องบังเอิญก็ได้” เฮอร์ไมโอนี่เอ่ยต่อไม่ว่าอะไรกับการที่รอนลูบหัวเธอ


“นี่ก็ดึกแล้ว ฉันคิดว่าพวกเราต้องกลับแล้วล่ะแฮร์รี่ พรุ่งนี้ยังมีงานอีก ดูแลตัวเองด้วยนะ” เฮอร์ไมโอนี่ขยับออกจากรอนมากอดแฮร์รี่ ส่วนรอนก็กอดเขาด้วยแขนข้างเดียวถัดจากเฮอร์ไมโอนี่


“พวกนายด้วย ดูแลตัวเองด้วยล่ะ รอน ฉันเห็นแผลนายนะ ไปให้ผู้บำบัดเช็คดูสักหน่อยดีกว่านะ” แฮร์รี่ว่า หันไปบอกรอนเป็นส่วนใหญ่เพราะรอนอยู่ในงานที่เสี่ยงกว่าเฮอร์ไมโอนี่


“ฉันรู้แล้ว ขอบใจ เพื่อน” รอนหัวเราะแห้งเมื่อเห็นสายตาตำหนิจากเฮอร์ไมโอนี่


“ส่วนกระจกฉันจะรับฝากไว้ก่อนก็แล้วกัน จะจัดการอย่างไรก็บอกฉันได้ล่ะ รอน” แฮร์รี่ว่ายิ้มๆโบกมือลาเพื่อนสนิททั้งคู่ที่ตอบตกลงก่อนจะโยนผงฟลูกลับไปบ้านโพรงกระต่าย


———


แฮร์รี่ฮัมเสียงในคออย่างอารมณ์ดีขณะเขียนตอบจดหมายถามเกี่ยวกับวิชาป้องกันตัวจากศาสตร์มืดของนักเรียนที่ฮอกวอตส์


“วิธีเอาตัวรอดจากคำสาปพิฆาต?” แฮร์รี่อ่านทวนด้วยความรู้สึกขบขัน ส่ายหน้าน้อยๆก่อนเขียนตอบ บางทีก็จะมีคำถามแบบนี้โผล่มาบ้างอยู่เหมือนกัน โชคดีที่อะไรแบบนี้เป็นคำถามส่วนน้อย


แฮร์รี่ไม่เคยชอบการเป็นจุดสนใจ เขายังคงมีความรู้สึกกระอักกระอ่วนทุกครั้งเวลาที่ออกไปข้างนอกและทุกคนเหมือนรู้จักเขาตลอด ช่วงนี้ถ้าออกไปข้างนอกเพื่อเรื่องส่วนตัวอย่างซื้อของขวัญวันเกิดให้เพื่อน เขาจะต้องปิดหน้าปิดตาแถมใช้ชื่อปลอมอีกต่างหาก


แฮร์รี่ไม่เคยชอบนักข่าวเลย


เขามองเวลาที่บ่งบอกว่าเป็นเวลาเกือบตีหนึ่งแล้วก็จัดการม้วนกระดาษใส่ซองจดหมาย เตรียมส่งไปที่ฮอกวอตส์ เขาต้องเขียนทุกวันเพื่อไม่ให้ต้องรีบร้อนเมื่อใกล้ถึงเวลาส่งนัก เขาเคยกองคำถามทิ้งไว้จนสัปดาห์สุดท้ายต้องมานั่งปั่นคำตอบจนหัวหมุนมาแล้ว และยอมรับว่าไม่ชอบสภาพตัวเองตอนนั้นเท่าไหร่


แฮร์รี่ชะงักมือที่พับจดหมายเมื่อรู้สึกว่ากำลังถูกจับตามอง มันเป็นสัญชาตญาณที่เกิดขึ้นหลังสงคราม แฮร์รี่กระตุกไม้กายสิทธิ์ออกมาจากแขนเสื้อ ขยับสายตามองรอบๆอย่างระวังตัว จนกระทั่งเขานึกบางอย่างได้ก็หยิบสมุดออกมาและทัก


“เฟลิกซ์?”


แฮร์รี่เห็นปากกาขนนกขยับเองราวกับมีคนจับมันขึ้นมาเขียน ยอมรับว่าตอนเห็นครั้งแรกเขาก็ทึ่งอยู่เหมือนกัน


‘สวัสดีฮะ แฮร์รี่’


แฮร์รี่ขมวดคิ้ว นึกไม่ถึงว่าการซ้อนทับของมิติจะเกิดบ่อยขนาดนี้ แต่สุดท้ายก็คลายคิ้วขมวด ขยับยิ้มน้อยๆ พลางสนใจพับจดหมายต่อ


“สวัสดีเฟลิกซ์ คราวนี้มาดึกนะ”


‘คุณทำอะไรอยู่หรือฮะ?’


แฮร์รี่เหลือบมองข้อความและพับจดหมายต่อ เขาเอ่ยตอบไปด้วย


“เตรียมส่งจดหมายน่ะ มันเกี่ยวกับวิชาป้องกันตัวจากศาสตร์มืด บางครั้งก็มีคนถามคำถามฉันบ้างเหมือนกัน” หรือพูดให้ถูกคือจะถามอะไรนักก็ไม่รู้ บางอย่างหาเอาเองในหนังสือก็ได้แท้ๆ แฮร์รี่ต่อประโยคในใจ


‘ผมไม่ชอบวิชาป้องกันตัวจากศาสตร์มืดฮะ ผมไม่เคยทำได้ดีในวิชานี้เลย’


แฮร์รี่เลิกคิ้วแปลกใจแต่แค่แวบเดียวเขาก็เปลี่ยนไปเป็นสงสัย บางทีเฟลิกซ์อาจจะได้พรสวรรค์จากพ่อแม่มามากกว่า อย่างเจมส์ที่เก่งวิชาแปลงร่างหรือลิลี่ที่เก่งด้านการปรุงยา


“ตามจริงหัวข้อเรื่องเรียนไม่เหมาะกับฉันเท่าไหร่ แต่เธอชอบวิชาอะไรงั้นหรือ?”


แฮร์รี่ถาม นึกว่าการคุยเรื่องเรียนคงเหมาะกับเฮอร์ไมโอนี่มากกว่าเขาหรือรอน เขาบิดขี้เกียจเมื่อพับจดหมายเสร็จเรียบร้อย


‘วิชาคาถาฮะ แต่ผมก็ทำได้ไม่ดีเท่าไหร่อยู่ดี ศาสตราจารย์ฟลิตวิตบอกว่าผมทำได้ดีแล้ว แต่ผมก็ไม่เคยเก่งเท่าเฟร็ดกับจอร์จหรือซิเรียสตอนอายุเท่ากันเลย’


แฮร์รี่หัวเราะเบาๆ เฟร็ดกับจอร์จรวมถึงซิเรียสเก่งวิชาคาถาเป็นพิเศษเพราะชอบแกล้งคนอื่นไปทั่ว เขาเอ่ยอย่างอารมณ์ดี


“แน่ล่ะ พวกตัวป่วนมักจะมีพรสวรรค์ด้านคาถาเสมอ”


แฮร์รี่เริ่มใช้เวลาคุยกับเฟลิกซ์จนค้นพบว่าเปลือกตาเริ่มหนักอึ้ง เขานวดตาเบาๆ เหลือบมองนาฬิกาที่ขึ้นเวลาตีสามก่อนจะหันกลับมาที่สมุดโน้ต เฟลิกซ์บอกเรื่องคาบการบินที่ทำได้ไม่ดีนักแต่ก็ยังคงเล่นโลดโผนดู


‘มาดามพรอมฟรีย์ไม่ยอมให้ผมออกจากห้องพยาบาลตั้งแต่เกิดอุบัติเหตุตอนเล่นควิดดิช’


แฮร์รี่หัวเราะ นึกถึงใบหน้าบึ้งตึงของมาดามพรอมฟรีย์ที่แทบจะมัดเขาไว้กับเตียงพอรู้ว่าเขาจะแอบย่องออกจากห้องพยาบาล


“ฉันว่าบางทีพ่อเธออาจจะมีของที่ทำให้เธอแอบย่องหนีออกไปได้โดยไม่มีใครรู้” แฮร์รี่เอ่ย แต่พอเห็นตัวอักษร ‘?’ ที่เขียนขึ้น เขาก็ยกยิ้ม ท่าทางพ่อเขาจะยังไม่บอกเฟลิกซ์เรื่องผ้าคลุมกับแผนที่ตัวกวน


‘คุณหมายถึงอะไรหรือฮะ’


แฮร์รี่ยกยิ้มเจ้าเล่ห์แต่ไม่ทันตอบเขาก็รู้สึกได้ว่าความรู้สึกที่อีกฝ่ายอยู่ด้วยหายไปแล้ว พร้อมเสียง กริ๊ก ของปากกาขนนกที่หล่น


“เฟลิกซ์? ยังอยู่รึเปล่า?” แฮร์รี่ถาม


และไม่มีการตอบรับ แฮร์รี่ถึงถอนหายใจ ส่ายหน้าขำๆ สุดท้ายด้วยความเหนื่อยอ่อนเขาก็ถลาตัวไปที่เตียง มองเวลาก็โอดครวญกับตัวเอง


โอ้ ไม่นะ พรุ่งนี้เขาต้องเข้างานแต่เช้า!


————




เฟลิกซ์เบ้หน้า เขาตื่นขึ้นมาตอนเช้า


เมื่อคืนเขาฝันร้ายตอนนอน จนกระทั่งตื่นขึ้นมาเห็นก้อนหินใสที่วางบนโต๊ะ เป็นเวลาเกือบตีหนึ่งตอนที่เขาตัดสินใจเอาก้อนหินนั่นมาวางไว้ใต้หมอนและนอนไปอีกครั้ง เขาหลับสนิทและมั่นใจว่าตัวเองกำลังฝันเรื่องเดิมอีกครั้ง


เขาได้คุยกับแฮร์รี่อีกแล้ว เฟลิกซ์มั่นใจว่าบางทีคงเป็นเพราะหินใสเขียนอักษรรูน หินรูนทำให้เขาไม่ฝันร้าย แฮร์รี่ดึงเขาออกจากฝันร้าย


เฟลิกซ์ค่อยๆหยิบหินออกมาจากใต้หมอนบรรจงเก็บไว้ใต้ชุดคลุมอย่างบรรจง เขาชอบเวลาที่ได้คุยกับแฮร์รี่ และสิ่งสุดท้ายที่แฮร์รี่บอกเขา


พ่อมีของที่ทำให้สามารถย่องออกไปตอนกลางคืนได้?


เฟลิกซ์ขยี้ตาอย่างงัวเงียขณะเดินเอื่อยๆลงบันได มองห้องนั่งเล่นก็ถอนหายใจ เขาชอบห้องนั่งเล่นกริมโมลด์เพลซที่แฮร์รี่อยู่มากกว่า เขารู้สึกตื่นเต็มตาเมื่อได้ยินเสียงวิ่ง ตุบๆ ของเอลฟ์ประจำบ้าน จนเดินผ่านประตูหน้าบ้านภาพวาดของแม่ซิเรียสก็ร้อง


“เลือดสีโคลนโสโครก! ออกไปซะ! ออกไปจากบ้านของฉัน!”


เฟลิกซ์เบ้หน้าเบี่ยงตัวเดินเข้าห้องอาหาร เขาเห็นเพื่อนสนิทพ่อคนหนึ่งนั่งดื่มช็อกโกแลตร้อน คนผมน้ำตาลแซมขาวดูโทรมเงยหน้าเลิกคิ้วพร้อมส่งรอยยิ้มนุ่มนวลมาให้เขา


“อรุณสวัสดิ์ เฟลิกซ์ สนใจช็อกโกแลตร้อนไหม?”


“อรุณสวัสดิ์ฮะ รีมัส ขอแก้วนึงฮะ แล้วพ่อล่ะครับ?” เฟลิกซ์ยิ้มตอบ ถามคนมีศักดิ์เป็นเหมือนลุงกลับ


“คิดว่าน่าจะกำลังลงมานะ” รีมัสว่าขณะหันไปชงช็อกโกแลตร้อนอีกแก้ว พร้อมถามโดยไม่หันมามองคนเด็กกว่า


“มีเรื่องอะไรดีๆหรือไง ท่าทางเธอจะอารมณ์ดีนะ”


“ฮะ?” เฟลิกซ์เผลออุทานก่อนจะหน้าขึ้นสี เกาแก้มแกรกๆ “ไม่มีอะไรฮะ แค่เมื่อคืนผมฝันดีนิดหน่อย”


รีมัสส่งเสียง ฮืม ในคอ เฟลิกซ์ไม่กล้าเล่าเรื่องแฮร์รี่เท่าไหร่ เขากลัวว่าถ้าพูดไปแล้วจะต้องถูกยึดหินในชุดคลุมแน่ เขาจึงเลือกที่จะเงียบแทน แฮร์รี่คงไม่มีอันตรายหรอก จริงไหม?


“เอ้านี่” รีมัสแตะบ่าเขาจากข้างหลังจนเขาหลุดออกจากความคิด ยกช็อกโกแลตร้อนดื่ม ก่อนจะต้องกรอกตากับเสียงร้องโวยวายของครีเชอร์ พร้อมกับร่างสูงใส่แว่นใบหน้าหงุดหงิดที่เดินเข้ามา


“อรุณสวัสดิ์ เจมส์” รีมัสเอ่ยทักก่อน เจมส์กรอกตาบ่น


“ให้ตาย ใครก็ได้ จัดการกับเจ้าเอลฟ์จอมแหกปากนั่นที”


“ช่วยไม่ได้นะ” รีมัสหัวเราะคิกคักมองเพื่อนสนิทเดินเข้ามา เฟลิกซ์มองพ่อตัวเองที่เดินหาเขา เจมส์ก้มลงจูบขมับเขา เอ่ยเสียงนุ่มอย่างรักใคร่


“อรุณสวัสดิ์ เฟย์”


เฟลิกซ์หน้าบึ้งตึงคลายยิ้มทันที เอ่ยท้วง


“ผมเกลียดชื่อเล่นนี้!” เฟลิกซ์ย่นจมูกเมื่อเจมส์ละออกจากตัวเขา เขาเบือนหน้าหนีบ่นพึมพำ “อรุณสวัสดิ์ฮะ พ่อ”


แล้วก็นึกถึงเรื่องในฝันได้ เขาถึงเอ่ยถามดูลอยๆ


“พ่อมีอะไรที่พอจะช่วยให้ผมย่องออกหลังเคอร์ฟิวได้ไหมฮะ?”


เฟลิกซ์รู้ได้ทันทีว่าว่าพ่อเขาที่กำลังชงกาแฟสะดุ้งโหยง แถมรีมัสก็เลิกคิ้วสูงเหมือนแปลกใจ


“ท่าทางเชื้อสายตัวกวนจะแรงนะ อะไรทำให้เฟย์น้อยของเราอยากย่องออกไปตอนกลางคืนกัน”


เฟลิกซ์กรอกตาก่อนจะยิ้มให้ซิเรียสที่เดินเข้าห้องมากอดคอเขาจากข้างหลัง


“อรุณสวัสดิ์ฮะเท้าปุย” เฟลิกซ์ทักยกมือลูบหัวพ่อทูนหัวอย่างขำขันก่อนจะถูกซิเรียสเห่าใส่


“เฮ้ เขาแหลม ลูกชายนายเริ่มลามปามแล้วนะ”


แต่ก็ไม่วายหอมแก้มเขาเต็มฟอดก่อนปล่อย เดินยิ้มร่าเริงไปหารีมัสพร้อมยื่นมือร้อง


“รีมมี่ อาหาร!”


รีมัสขำเบาๆก่อนจะอธิบาย


“มอลลี่ยังไม่กลับมา นายต้องอดทนหน่อยนะเท้าปุยเพื่อนยาก”


“โอ้ ไม่นะ” ซิเรียสแทบโอดครวญ รีมัสถามต่อด้วยเสียงนุ่มนวล


“ให้ฉันทำแพนเค้กให้ไหม?”


“จันทร์เจ้าที่รัก ฉันเข้าใจนะว่านายหวังดี แต่ขอโทษที ครั้งสุดท้ายที่นายทำนั่นมันแพนเค้กหรือก้อนขี้เถ้า!” ซิเรียสโวย มีเจมส์ตบบ่าอย่างปลอบใจ ซิเรียสมองอย่างมีความหวัง “แต่อย่างน้อยลิ—“


“ลิลี่ออกไปกับมอลลี่แต่เช้าล่ะ”


“ไม่ช่วยอะไรเลย!” ซิเรียสแหวใส่เจมส์ที่หัวเราะลั่นกับรีมัสที่หัวเราะคิก แม้แต่เฟลิกซ์เองก็เผลอหัวเราะเช่นเดียวกัน


“งั้นฉันไปทำงานก่อนดีกว่า ไว้เจอกันนะเพื่อนยาก” เจมส์ว่าใบหน้าเปลี่ยนไปเคร่งเครียด ถอนหายใจเล็กน้อย วางแก้วน้ำที่ดื่มเสร็จลง “ฉันคิดว่าน่าจะกลับมาดึกๆหน่อย”


เฟลิกซ์มองพ่อตัวเองเดินออกไป พ่อขยี้หัวเขาก่อนเดินผ่านจนหายไปลับสายตา เขามองถ้วยช็อกโกแลตในมือเงียบๆ พ่อเขาบ้างานอีกแน่


เขารู้ว่าพ่อเกลียดผู้เสพความตาย


เฟลิกซ์วางแก้วน้ำหลังดื่มหมดแก้ว เขานึกถึงพ่อที่เกลียดผู้เสพความตายตั้งแต่จำความได้ เขาเดาว่าบางทีพ่อคงมีเหตุผลส่วนตัวบางอย่าง


เขาหลุดจากความคิดเมื่อ ซิเรียสคล้องคอเขายิ้มแฉ่ง


“เฟย์ตัวน้อย ฉันว่าเราไปหาอะไรกินข้างนอกกันดีกว่า ไม่มีอาหารฉันไม่ไปทำงานแน่!”


เฟลิกซ์ยิ้มให้พ่อทูนหัวที่ประท้วงขออาหาร


“นี่ ตอนนี้ข้างนอกอันตรายนะซิเรียส” รีมัสท้วงแต่ซิเรียสหันไปทำตาปริบๆเหมือนหมาน้อยน่าสงสารใส่มนุษย์หมาป่า


“โอ้ ไม่นะ เท้าปุย อย่ามองฉันด้วยสายตาแบบนั้น” รีมัสรีบหลบตาอย่างหวาดผวาซิเรียสถึงคำรามหัวเราะ


“เอาเป็นว่านายตกลงแล้วนะรีมมี่” แล้วเจ้าบ้านก็ลากแขนหนึ่งเพื่อนหนึ่งลูกทูนหัวออกไปทันที แต่ไม่ทันก้าวเท้าออกไปจากห้องอาหาร เปลวไฟที่เตาผิงก็ปรากฏก่อนพร้อมร่างสองร่างที่โผล่ออกมา


“ซิเรียส พวกเธอคิดไปไหนกัน?” เสียงใสแกมดุดังจากร่างบางผมเปลวเพลิงนัยน์ตามรกตทันที


“โอ๊ะ ลิลี่” ซิเรียสเสตาหลบสายตาจับผิดจากแฟนสาวของเพื่อนสนิท มือปล่อยรีมัสกับเฟลิกซ์ทันที


ลิลี่กรอกตาหันไปเอ่ยอย่างนุ่มนวล


“มอลลี่จ้ะ เธอเอาของไปไว้ที่ครัวเลยนะ” ลิลี่หยุดขณะปรายตามองซิเรียส “ฉันว่าฉันมีเรื่องที่ต้องพูดนิดหน่อยน่ะ”


“แน่นอน” มอลลี่ยิ้มก่อนจะใช้เวทมนต์พาของวัตถุดิบทำอาหารเข้าห้องครัวทันทีพร้อมเดินจากไป


ลิลี่หันกลับมามองซิเรียส ดวงตาสีเขียวฉายแววดุ


“ซิเรียส! เธอกล้าดีอย่างไรที่จะพาเด็กออกไปข้างนอกในเวลาแบบนี้!” ลิลี่เท้าสะเอว มองซิเรียสที่เหมือนตัวหดเล็กลงไปในทันที เธอพ่นลมหายใจพรูด หันไปหาเด็กชายตัวเล็กข้างๆเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “เฟลิกซ์ อรุณสวัสดิ์จ้ะ”


แล้วก็โอบกอดเฟลิกซ์แน่นพร้อมจูบศีรษะลูกชายตัวเอง เฟลิกซ์เบ้หน้า ยอมรับว่าแอบเสียใจนิดหน่อย ตามจริงเขาอยากออกไปกับซิเรียสมากกว่า แต่ก็เอ่ย


“อรุณสวัสดิ์ฮะแม่”


“แต่แค่ตรอกไดแอกอนไม่น่าจะเป็นอะไรนี่” ซิเรียสเถียงเสียงเบา เบ้หน้าเล็กน้อยเหมือนถูกแม่ดุ


“ไม่มีแต่ ซิเรียส” ลิลี่ถอนหายใจ “เราไม่รู้ว่าผู้เสพความตายจะจู่โจมตรอกไดแอกอนวันไหน เราจะออกไปแค่เท่าทีจำเป็น”


แล้วก็เริ่มเทศ รีมัสตัดสินใจลากตัวเฟลิกซ์ออกมาก่อนด้วยใบหน้าอารมณ์ดี


และทั้งวันเฟลิกซ์ก็ใช้เวลาคุยกับรีมัสแทน


—————


เฟลิกซ์กำหินอักษรรูนในมือ มันเปล่งแสงสีทองเจือจาง เขาตัดสินใจวางมันไว้ใต้หมอนก่อนจะล้มตัวนอน


เฟลิกซ์ตัดสินใจนอนเร็วกว่าปกติในคืนนี้ เขามั่นใจว่าเขาจะไม่ฝันร้าย


หลังจากความมืด สิ่งที่ตามมาคือแสงไฟ ภาพคฤหาสน์ ห้องนั่งเล่นแบบกริฟฟินดอร์ในกริมโมลด์เพลซ เฟลิกซ์มองรอบๆ เขาไม่เห็นแฮร์รี่


ห้องนั่งเล่นเป็นห้องที่เขาโผล่ออกมาประจำ เมื่อคืนเข้าใช้เวลาเล็กน้อยก่อนจะพบว่าแฮร์รี่นอนอยู่ห้องของอดีตแม่ของซิเรียสที่ตกแต่งใหม่ตามแบบกริฟฟินดอร์จนน่าตกใจ


เฟลิกซ์มองรอบๆห้องนั่งเล่น เขาสังเกตเห็นผ้าคลุมสีดำที่คลุมของบางอย่างอยู่ เขารู้สึกว่าเขาไม่เห็นมันในครั้งแรกที่มา


เขาดึงผ้าคลุมออกอย่างสงสัย จนกระทั่งผ้าคลุมดำตกลงกองอยู่บนพื้น เขาก็ต้องแปลกใจเมื่อมันเป็นกระจกบานใหญ่ ที่ขอบกระจกมีเขียนอักษร


‘Erised stra ehru oyt ube cafru oyt on wohsi’


เขาไม่แน่ใจความหมายของมันนัก


เขามองภาพในกระจกเงา เขารู้สึกประหลาดใจเมื่อกระจกเงาสะท้อนภาพเขาเองแต่เหมือนมันไม่ได้สะท้อนภาพเขาในปัจจุบัน


มันสะท้อนภาพตัวเขาที่อยู่หน้าทุกคน ล้มผู้เสพความตายได้ช่วยเหลือคนที่เป็นเหยื่อถูกทรมาน เขามองภาพตัวเองในกระจกที่มีร่องรอยของความกล้าในแบบที่เขาไม่เคยมี ภาพคนที่เขารักดูโล่งใจและภูมิใจในตัวเขา ครอบครัวที่โอบกอดเขา


เฟลิกซ์มองกระจกอยู่เนิ่นนาน เขาสงสัยว่ากระจกบอกอะไรกับเขา เขาที่มีความกล้า เก่งกาจ ช่วยเหลือคนอื่นได้ มันไม่เหมือนกับว่าคนในกระจกคือเขาเลย แต่เขากลับชอบที่ได้เห็นภาพแบบนี้ เขามองเหมือนถูกสะกดนิ่งอยู่หน้ากระจก กว่าเขาจะรู้ตัวก็มีเสียงงุนงงทักจากข้างหลัง


“เฟลิกซ์งั้นหรือ?”


เขาหันกลับไป เหมือนหลุดจากภวังค์ไปชั่วขณะ เขาเห็นดวงตาสีเขียวกวาดมองรอบๆขณะขยิบผ้าสีดำขึ้นคลุมกระจก


เฟลิกซ์หันไปมองที่กระจกอย่างเสียดาย ก่อนจะได้ยินเสียงทุ้ม


“ฉันว่าเธออาจกำลังรู้สึกเสียดาย” แฮร์รี่ว่าจนเขาสะดุ้งเมื่อถูกแทงใจดำ แฮร์รี่ขยับยิ้มปิดกระจกเงาจนมิด


เฟลิกซ์มองหาสมุด เขาเห็นมันวางอยู่บนโต๊ะก็รีบพุ่งไปที่สมุดทันที คว้าปากกาขนนกจุ่มหมึกเขียนอย่างลนลาน มีแฮร์รี่เดินตามหลังเขามองผ่านร่างเขาดูข้อความที่เขาเขียนขึ้น


‘มันแสดงอนาคตหรือฮะ?’


แฮร์รี่ส่ายหน้า หันไปที่กระจกที่ถูกปิดด้วยผ้าคลุมสีดำ นั่งลงที่โซฟา และเอ่ยอธิบาย


“มันคือกระจกเงาแห่งแอริเซด” แฮร์รี่หยุด เฟลิกซ์มองแฮร์รี่ที่ดูมีแววตาของความคิดถึงในดวงตาสีเขียว เขาฟังแฮร์รี่อธิบายต่อ “มันจะแสดงความปรารถนาที่ลึกที่สุดในจิตใจออกมาให้เธอเห็น ในขณะที่หากคนที่มีความสุขที่สุดในโลกมาส่องมันก็จะกลายเป็นแค่กระจกธรรมดาที่สะท้อนภาพตัวเองออกมา”


แฮร์รี่ยิ้มเล็กน้อย “ตอนฉันอายุสิบเอ็ดฉันมองมันจนเพื่อนเริ่มทักว่าฉันผอมซูบ เหมือนผีดิบ และมีคนบอกฉันว่า กระจกไม่ให้อะไรกับฉันเลยนอกจากเสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์ มันพาเราหลงเข้าไปในโลกของความคิด ความเพ้อฝัน”


เฟลิกซ์ฟังอย่างใจหาย อดเสียดายไม่ได้ เขาปรารถนาจะเป็นแบบในกระจกมาตลอด เขาจุ่มหมึกปากกายกปากกาขึ้นๆลงๆอย่างลังเลก่อนจะจรดปากกาลงไป


‘ผมเห็นตัวเองที่กล้าหาญ’


เฟลิกซ์รู้สึกว่าเขาเห็นแฮร์รี่ยิ้มอย่างใจดี แฮร์รี่หัวเราะน้อยๆ แต่ไม่ได้ทำให้เขารู้สึกอายที่เขียนบอกสิ่งที่เขาเห็นไปแต่อย่างใด


“เพื่อนฉันคนนึงเคยส่องกระจก เขาเห็นตัวเองเก่งกาจ ชนะควิดดิช ได้รางวัลดีเด่น” แฮร์รี่ว่า เฟลิกซ์เห็นว่ามีความสุขแฝงอยู่ในแววตาของแฮร์รี่


“ในตอนนั้นเขาไม่มีอะไรเลย เขาไม่ได้เก่งด้านไหนเป็นพิเศษนอกจากความรู้ทั่วไปของพ่อมด และทุกวันนี้เขาก็เป็นมือปราบและได้มีชื่อจารึกอยู่ในการ์ดกบช็อกโกแลต”


แฮร์รี่หัวเราะเบาๆ เฟลิกซ์นั่งลงที่โซฟาเดี่ยวข้างๆแฮร์รี่ เอียงคอดูแฮร์รี่นึกตาม รู้สึกมีความหวังเลือนราง


แฮร์รี่ฮัมในลำคอ เฟลิกซ์พึ่งสังเกตเห็นรอยคล้ำใต้ตาแฮร์รี่ทั้งๆที่แฮร์รี่ดูร่าเริง


‘คุณเห็นอะไรในกระจกหรือฮะ?’


เฟลิกซ์อดถามไม่ได้ แฮร์รี่กระพริบตางุนงงอ่านข้อความที่เขาเขียนก่อนจะตอบอย่างระวัง


“ฉันเห็นคนๆหนึ่ง”


เฟลิกซ์เบ้หน้า แฮร์รี่ไม่ยอมตอบตามตรง จนกระทั่งนึกได้ว่ากระจกแสดงความต้องการลึกสุดในใจ บางที


‘คนๆนั้น ไม่อยู่แล้วหรือฮะ?’ เฟลิกซ์เขียน มองแฮร์รี่ที่ส่ายหน้า ดวงตาสีเขียวทรงอัลมอนด์เหมือนแม่ของเขาดูเศร้าหมอง เขารีบเปลี่ยนเรื่อง


‘คุณเกิดวันไหนหรือฮะ?’


“ปลายเดือนเจ็ดล่ะ”


และแฮร์รี่ก็ตอบ


—————

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 194 ครั้ง

461 ความคิดเห็น

  1. #438 ฮันนี่พี (@chalis) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2562 / 10:56
    ซาหนุกมากกก แง
    #438
    0
  2. #318 ตีฟอง (@Puttinat_) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2562 / 14:23
    คือเราจิ้นสองพอตเตอร์แล้วนะ5555
    #318
    0
  3. #300 nicharipaen04 (@nicharipaen04) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2562 / 16:54
    สนุกมากกกก
    #300
    0
  4. #9 GOTFAFA (@Yanikajitklang) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2562 / 08:21

    น้องเห็นป๋าใช่มะ รอนะคะ
    #9
    0
  5. #8 โลลิค่อน (@0881637445) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2562 / 07:01
    มาต่ออีกนะค่ะ
    #8
    0
  6. #5 MadokaChung (@MadokaChung) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:30
    เฟร์คือแฮรี่ในอีกโลกสินะ
    #5
    0
  7. #4 TewadaCat (@TewadaCat) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:37

    เห็นตอนใหม่ รีบพุ้งเข้ามาเลยค่ะ

    สนุกมาก เนื้อเรื่องก็น่าติดตาม ชอบค่ะ
    #4
    0