Fic Harry Potter - Eternal War (SS/HP)

ตอนที่ 14 : Chapter 14 : Return to Hogwarts

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1339
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 198 ครั้ง
    28 เม.ย. 62

chapter 14 : Return to Hogwarts 





แฮร์รี่ปล่อยสายน้ำเย็นเยียบไหลชะโลมศีรษะ ดับความร้อนคุกรุ่นในหัว เขาเห็นบาดแผลของตัวเองทุกครั้งเมื่ออาบน้ำ ครั้งหนึ่งมันเคยเป็นแผลฉกรรจ์ แต่ตอนนี้เหลือแค่รอยจางๆเท่านั้น แฮร์รี่นึกทบทวนเรื่องต่างๆตั้งแต่หลุดเข้ามาในมิตินี้ เขาเปลี่ยนชุดเป็นชุดสีดำสนิทเหมือนก่อนหน้า ขยี้เช็ดผมตัวเองก่อนหยิบแว่นมาสวม



หลังอาบน้ำแต่งตัว เขาลงจากบันไดไปข้างล่าง เจอท็องก์เป็นคนแรก วันนี้เธอมีผมสีดำสนิท ท่าทางมืดมน



“ช็อกโกแลตร้อนหน่อยมั้ย?” เธอถามขณะยกถ้วยขึ้นมา แก้วในมือเธอเป็นสีขาว แต่บนโต๊ะเป็นสีฟ้า “เจ้าของแก้วใบนี้คงไม่ได้กลับมาดื่มมันภายในวันนี้แน่”



แฮร์รี่รับแก้ว ความอุ่นจากแก้วพอให้เขารู้สึกดีขึ้นมา ไม่แน่ใจว่ารีมัสกับท็องก์ไปคุยกันตอนไหน แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้ยินเธอพูดถึงรีมัส



“รีมัส—?” เขาทัก



“อ๋อ” ท็องก์ขยับยิ้มน้อยๆออกมาได้ในที่สุด “ถูกหัวหน้าฉันยืมตัวไปใช้งานน่ะ วันนี้ฉันรู้สึกไม่พร้อมออกไปทำงานเท่าไหร่”



แฮร์รี่เงียบ ไม่แน่ใจว่าแฟรงค์กับท็องก์สนิทกันขนาดไหน และคงเป็นเพราะเขาตีสีหน้าเคร่งเครียดบางอย่างออกไป ท็องก์เหมือนจะจับสัมผัสอะไรบางอย่างจากตัวแฮร์รี่ได้ เธอวางถ้วยที่เหลือแต่รอยสีน้ำตาลที่ก้นแก้วไว้บนโต๊ะ ผมยาวค่อยๆเปลี่ยนจากสีดำเป็นสีเปลือกไม้



แฮร์รี่ยกน้ำขึ้นดื่ม แต่เมื่อเขาลดแก้วลงก็ต้องเลิกคิ้วสูง ท็องก์ที่มีผมสีน้ำตาลมีใบหน้าแปลกพิลึก ปากของเธอกลายเป็นปากเป็ด เอียงหน้าและกระพริบตาใสๆร้องเสียงออกมาเหมือนเสียงเป็ด



แฮร์รี่กลืนช็อคโกแล็ตร้อนลงลำคอเป็นเสียง ‘อึก’ สีหน้าพิลึก หลุดยิ้มออกมา เขารู้ว่าท็องก์มักเป็นแบบนี้ ทั้งขี้เล่นและร่าเริง เป็นเหมือนความไร้เดียงสาท่ามกลางสงครามที่โหดร้าย ไม่แปลกใจที่รีมัสจะรักและหวงแหน



ท็องก์หัวเราะออกมาคล้ายรู้สึกสนุกที่เห็นใบหน้าแปลกๆจากเขา เธอเปลี่ยนใบหน้าของตัวเองไปหลากหลาย แฮร์รี่รู้สึกคุ้นเคยกับจมูกหมูดี



“จินนี่ชอบจมูกหมูของคุณรึเปล่า?” อดสงสัยขึ้นมาไม่ได้



“แน่นอน นั่นคือทรงโปรดของเธอเชียวล่ะ” ท็องก์หัวเราะ เปลี่ยนปากเป็นจะงอยแบบนก “ฉันเคยกลายร่างเป็นนกได้ด้วยนะ แต่แน่นอนว่าฉันบินไม่ได้หรอก เธอน่าจะรู้แล้วว่าฉันเป็นเมตามอร์ฟเมกัส ฉันเชื่อว่าถ้าฉันเกิดมาเป็นแม่มดธรรมดาบางทีฉันคงไม่มีโอกาสกลายเป็นมือปราบเพราะฉันอาจจะสอบตกในการสอบแปลงกายเสียก่อน”



แฮร์รี่ขยับยิ้มกว้างขึ้น ท็องก์หยุดแล้ว กลับมาใช้ใบหน้าเดิมของเธอ เอียงใบหน้าแนบโต๊ะ



“ฉันชอบใบหน้าของเธอตอนนี้นะ” ดวงตาสีเข้มมองตรงมา “รู้ไหม ฉันเถียงกับเขาเป็นร้อยๆรอบ จนสุดท้ายฉันคิดว่าฉันจะไม่มีหวังอีกแล้ว แต่สุดท้ายเธอกลับเปลี่ยนใจเขาได้ เธอเหมือนเมอร์ลินมาโปรดฉันเชียวล่ะ”



แฮร์รี่แปลกใจกับข่าวนี้ นั่นแสดงว่าหลังจากที่เขาทะเลาะกับรีมัสคราวก่อน มีบางอย่างเปลี่ยนแปลงไป เขาไม่แน่ใจว่าสิ่งที่เขาทำมันถูกต้องรึเปล่า ส่วนหนึ่งในใจแฮร์รี่รู้ว่าตัวเองไม่ได้ผูกพันกับที่นี่



“ผมคิดว่าบางทีผมอาจยุ่งมากเกินไป”



“โอ้ ไม่ ไม่เลย แฮร์รี่” ท็องก์รีบร้อง “กับรีมัสไม่แน่ แต่สำหรับฉัน ฉันแอบหวังว่าเธอจะยุ่งมากกว่านี้ด้วยซ้ำ เธอต้องได้เห็นใบหน้าของเขาตอนที่เหมือนโดนผีเข้าผีออก เดินไปเดินมาไม่อยู่นิ่ง สมองช้าตามอะไรไม่ทัน ตลกไม่หยอกเชียวล่ะ”



แฮร์รี่พยายามนึกภาพรีมัสตามที่ท็องก์เล่า แต่เขากลับนึกไม่ออก ได้แต่ทำสีหน้าแปลกๆออกไปให้ท็องก์หัวเราะใส่เขามากกว่าเดิม



แฮร์รี่รู้สึกว่าเขาสามารถพูดคุยกับท็องก์ต่อไปได้เรื่อยๆไม่มีเบื่อ ท็องก์ถามเขาอยู่หลายเรื่อง เธอรู้เรื่องเท็ดดี้จากคนรอบตัวแล้ว แต่เธอห้ามเขาเล่าเกี่ยวกับลูกของเธอเพราะเธออยากเจอด้วยตัวเองมากกว่า เธอเล่าถึงฮอกวอตส์สมัยเรียน วีรกรรมต่างๆของเธอที่ทำให้เธอหลุดจากตำแหน่งพรีเฟ็คทั้งๆที่ได้คะแนนสูงกว่าเกินความคาดหมายทุกวิชา แฮร์รี่รู้สึกกล้าที่จะเล่าวีรกรรมเล็กๆน้อยๆของเขาบ้าง เขาค้นพบว่าตัวเองหลุดเล่าเรื่องของตัวเองออกไปมากเมื่ออยู่กับท็องก์



“ฉันเห็นสเนป เขามาในงานด้วยนี่” ท็องก์เอ่ยทัก “เกิดอะไรขึ้นระหว่างพวกเธอ?”



แฮร์รี่เงียบลง ใบหน้าเหมือนตกอยู่ในห้วงความคิด เขาไม่รู้ว่าต้องตอบโต้อย่างไร ท็องก์แปลกใจอยู่ไม่น้อย คนดวงตาสีเข้มเหมือนทบทวนก่อนเอ่ยออกมา



“ฉันยอมรับนะฉันอาจไม่ได้ถูกกับสเนปเท่าไหร่ แต่ถ้าเธอแคร์เขา เธอควรคุยกับเขานะ อย่างที่เธอเคยคุยกับรีมัส ซิเรียส หรือคนอื่นๆ ฉันคิดว่าความพยายามเธอไม่เสียเปล่าแน่ มันเหมือนกับว่าเธอมีเวทมนต์มหัศจรรย์บางอย่างที่เปลี่ยนแปลงคนรอบตัวของเธอได้ เพราะฉะนั้น มันต้องไม่เป็นไรแน่ๆ”



แฮร์รี่ไม่แน่ใจอยู่ดีว่าเขาควรจะเริ่มต้นอย่างไร เขานึกวนเวียนซ้ำและยิ้มออกมา



“ขอบคุณ ท็องก์ ผมจะเก็บไปคิด”

_________


แฮร์รี่แยกจากท็องก์ตอนที่อีกฝ่ายถูกมือปราบเข้ามาคุยด้วย ท็องก์โบกมือลาเขา แฮร์รี่เก็บถ้วยสองใบและกลับออกไป สายฝนข้างนอกเริ่มซาลงไปบ้างแล้ว



เซเวอร์รัสมาเพื่อบอกว่าอัลบัสต้องการเจอเขาหลังงานศพจบลง เวลาสามทุ่มครึ่ง แฮร์รี่กลับไปหาเซเวอร์รัสเพื่อให้อีกฝ่ายเป็นคนนำทางเขาไปฮอกวอตส์



มันไม่ปกติ ที่จะบอกคนอื่นว่าตัวเองทรยศ



แฮร์รี่สงสัยการกระทำของเซเวอร์รัส แต่เมื่อพวกเขาต้องเดินทางไปฮอกวอตส์พร้อมกัน มันกลับมีแต่ความตึงเครียด ไม่มีใครเริ่มพูดอะไรก่อน กระทั่งถึงห้องทำงานของดัมเบิลดอร์ แฮร์รี่ก็นึกถึงเรื่องของตัวเองได้ เขาถอนหายใจ



เขาควรจะจัดการกับเรื่องของบาซิลิสก์ก่อนฮอกวอตส์เปิด แต่นี่มันไม่ทันแล้ว ฮอกวอตส์เปิดเรียนแล้ว



มองห้องทำงานของศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์ มันแตกต่างจากความทรงจำครั้งล่าสุด เพราะครั้งสุดท้ายที่เขามา หนังสือมันลดลง มิเนอร์ว่านำมันไปเก็บรักษาที่อื่น ที่ผนังต้องมีรูปของคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขาขณะนี้



แฮร์รี่มองคอนไม้ของฟอกส์ นกฟินิกส์ส่งเสียงร้องกล่อมเจ้าของ



เซเวอร์รัสเดินออกจากห้องทันทีหลังพาเขามาถึงที่หมาย แฮร์รี่มองอัลบัส คนชรามีสีหน้าอมทุกข์ ในหัวแฮร์รี่นึกถึงแต่เรื่องห้องแห่งความลับ สายตาไปสนใจหมวกคัดสรรที่เพิ่งทำหน้าที่ประจำปีเสร็จเรียบร้อย มันกำลังหลับสนิทดี



“ดีใจที่เธอมา แฮร์รี่”



“ผมเสียใจ เรื่องคุณแฟรงก์” อัลบัสไม่ทันเอ่ยธุระของตัวเองแฮร์รี่ก็ชิงเอ่ยก่อน แว่นกลมของเขาขยับเล็กน้อยตามจังหวะพยักหน้า “คุณสะดวกคุยกับผมสักหน่อยไหมครับ ศาสตราจารย์”



“—แน่นอน แฮร์รี่”



อัลบัสพยักหน้าผายมือเชิญเขานั่ง แฮร์รี่นั่งลงหลับตาเรียบเรียงเรื่องราวในหัว คนชราไม่ได้ขัดอะไร เขาค่อยๆเล่าถึงบาซิลิสก์ เขาใช้พิษของมันในการจัดการกับฮอร์ครักซ์คราวก่อน ดัมเบิลดอร์บอกเขาว่าตามจริงมีเวทย์มนต์โบราณที่จัดการกับฮอร์ครักซ์ได้อยู่ และเขาพึ่งรู้ว่าพิษของบาซิลิสก์สามารถจัดการกับฮอร์ครักซ์ได้



แฮร์รี่สอบถามอีกเล็กน้อยเกี่ยวกับเวทย์มนต์ดังกล่าว แต่หลังจากฟังคำอธิบายก็เริ่มคิดหนัก วิธีการดังกล่าวไม่ง่ายเลย ทั้งยังต้องใช้เวทย์มนต์รูนโบราณซึ่งแน่นอนว่าเขาไม่เคยเรียนมาก่อน



และในที่สุดแฮร์รี่ก็ส่ายหน้า



“แต่เราถือฮอร์ครักซ์นานขนาดนั้นไม่ได้ มันจะค่อยๆกัดกินสติของเรา” สุดท้ายเขาก็ต้องยิ้มเจื่อน นึกถึงรอนที่เคยถูกสร้อยคอของสลิธีรินครอบงำ “ผมว่าผมไปสวัสดีเพื่อนเก่าคงจะดีกว่า อย่างน้อยคราวนี้ทอมก็ไม่ได้ควบคุมมัน”



“ฉันไม่คิดว่านั่นจะเป็นความคิดที่ดีหรอกนะ เธอรู้ใช่ไหม ทำไมมันถึงถูกเรียกว่าสัตว์ร้าย” ดัมเบิลดอร์เอ่ย แฮร์รี่อดรู้สึกดีไม่ได้ อย่างน้อยดับเบิลดอร์ในโลกนี้ก็ดูจะแคร์เขากว่าที่คิด



โอเค อาจเป็นเพราะการพูดคุยกันครั้งก่อนด้วยส่วนหนึ่ง



“แต่นั่นคือตัวเลือกที่ดีที่สุดที่เรามีครับ ดีกว่าการที่ต้องมีคนตายทุกๆครั้งที่จะจัดการกับฮอร์ครักซ์แต่ละชิ้น”



“บางทีฉันควรจะจัดการกับมันเอง”



“ศาสตราจารย์ ได้โปรด เชื่อใจผม ผมจัดการมันได้ ผมเคยทำมาแล้วครั้งหนึ่ง โอเค อาจจะด้วยความช่วยเหลือของฟอกส์กับหมวกคัดสรรก็จริง— แต่ผมไม่อาจเสี่ยงให้คุณเป็นคนไปเอง คุณเป็นสัญลักษณ์ เป็นตัวแทนของทุกคนในภาคี ของคนทั้งโลกเวทย์มนต์ หากคุณล้มเมื่อไหร่ พวกเขาก็จะล้มและเมื่อถึงเวลานั้นโลกจะตรงดิ่งเข้าสู่ยุคมืคที่ทุกคนมองหาความหวังไม่เจอ”



ดับเบิลดอร์เงียบลงชั่วครู่



“ฉันแก่แล้ว แฮร์รี่ บางทีอาจมีคนที่ทำหน้าที่ได้ดีกว่าฉัน”



แฮร์รี่ยักไหล่ มองศาสตราจารย์ตรงหน้าที่ดูอ่อนล้า



“และหลังสงครามคุณจะพบว่าคุณเยาว์ลงไปอีกสิบปีเลยล่ะ”



ดัมเบิลดอร์ถอนหายใจ พยักหน้าช้าๆ



เกิดความเงียบชั่วครู่ ทั้งแฮร์รี่และดัมเบิลดอร์เหมือนได้ทบทวนบางอย่าง แฮร์รี่เหมือนเพิ่งนึกได้ว่าเซเวอร์รัสบอกว่าดัมเบิลดอร์มีธุระกับเขา นั่นคือเหตุผลที่เขามาอยู่ที่นี่



“—อ่า ผมลืมตัวไป คุณบอกว่าคุณมีธุระกับผมใช่ไหมครับ?” แฮร์รี่ถามอย่างสงสัย “ธุระของคุณคืออะไรหรือครับ?”



ศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์เหมือนคนชราที่ระลึกบางสิ่งที่สำคัญได้ อัลบัสท่าทางจริงจังกว่าทุกครั้ง



“ฉันอยากถามเธอหากเธอต้องการมาสอนที่ฮอกวอตส์ในฐานะอาจารย์สอนวิชาป้องกันตัวจากศาสตร์มืด”



แฮร์รี่กระพริบตาไม่อยากเชื่อ



“คุณหมายความว่าอย่างไร?”



“ฉันไม่มีปัญญาหาอาจารย์แล้ว แฮร์รี่ เด็กนักเรียนจำเป็นต้องได้รับการปกป้องจากคนที่ดีและเก่งกาจพอ คนที่มีความรับผิดชอบและฉันเชื่อใจเพียงพอให้รับหน้าที่นี้ ฉันคิดว่าปีนี้จะต้องมีบางอย่างเกิดขึ้น”



แฮร์รี่ไม่แน่ใจว่าอัลบัสรู้เรื่องที่เซเวอร์รัสทำรึเปล่า ถึงอย่างนั้นมันก็ไม่ใช่ประเด็นที่เขาสนใจที่สุดตอนนี้



“แล้วเจมส์ พอตเตอร์ ซิเรียส แบล็ก ลิลี่หรือคนอื่นๆในภาคีล่ะครับ?” อดถามไม่ได้



“ไม่ใช่ว่าฉันไม่เชื่อใจพวกเขา” ดับเบิลดอร์ถอนหายใจ “ปัญหาภายนอกเรามากเกินพอแล้ว ฉันไม่อยากให้เรามีปัญหาภายในกัน เรามีเซเวอร์รัสที่อคติกับนักเรียนมากพอแล้วคนหนึ่ง ฉันไม่อาจยกหน้าที่นี้ให้ซิเรียสได้อีก ส่วนเจมส์และลิลี่ ทั้งคู่ได้รับหน้าที่ตรวจดูแลฮอกส์มี้ดแล้ว พวกเขาไม่มีเวลาว่างนัก อลาสเตอร์เองก็กลับไปจัดการเรื่องมือปราบในกระทรวง ทุกคนวุ่นวายกันไปหมด แฮร์รี่ แล้วชื่อของเธอก็โผล่ขึ้นมาในหัว”



“แต่ผมเพิ่งสิบแปด เด็กเกินกว่าที่จะเป็นอาจารย์” แฮร์รี่ตอบแม้ในใจจะนึกถึงภาพที่ตัวเองสอนนักเรียนก่อนมาโลกนี้ โอเค ทุกอย่างย่อมมีข้อยกเว้น



“ทุกคนจะยอมรับเธอผ่านความสามารถ แฮร์รี่ ฉันค่อนข้างมั่นใจว่าเธอแข็งแกร่ง”



“แต่ผมปล่อยให้มีชื่อของพอตเตอร์ที่ควรตายไปแล้วโผล่มาไม่ได้ อัลบัส” แฮร์รี่เริ่มรู้สึกว่านี่มันน่าปวดหัวขึ้นมา หากใบหน้าที่เหมือนเจมส์หลุดไปบางทีนั่นคงเป็นปัญหา แต่เห็นความคาดหวังในดวงตาสีฟ้าเขาก็ต้องถอนหายใจ



“โอเค บางทีผมจะบอกว่าตัวเองเป็นญาติของเจมส์ พอตเตอร์ที่ก่อนหน้านี้อาศัยอยู่อเมริกา”



อัลบัสยิ้มออกมาในที่สุดในขณะที่เขาได้แต่กรอกตา



“ฉันจะแนะนำเธอในมื้อค่ำวันพรุ่งนี้ ไม่คิดหรือว่านี่เป็นโอกาสที่ดีในการได้ออกไปจากกริมโมลด์เพลซกับชาเลสตันบ้าง นอกจากนี้เธอยังสามารถไปจัดการกับบาซิลิสก์ได้ในช่วงวันคริสมาสต์อีกด้วย”



“ผมหวังว่านะ”



แฮร์รี่ยิ้มเกร็งๆ

____________



“ข้าขอสาบานอย่างจริงจังว่าข้านั้นหาความดีมิได้”



ข้อความปรากฏขึ้นช้าๆ ชวนให้ตื่นตาใจทุกครั้งที่เห็น เฟลิกซ์กวาดตามองแผนที่ในมือก่อนจะขยับขาก้าวออกจากหอตัวเอง ไม่อยากเชื่อว่าพ่อเขาจะเก็บของแบบนี้เป็นความลับมานานขนาดนี้ เขาเดินขึ้นไปบนบันได จากหอกริฟฟินดอร์สู่ชั้นเจ็ด สู่ระเบียง


ตอนเห็นแผนที่ครั้งแรกต้องสงสัยบางอย่าง ข้อความเขียนชื่อของพวกตัวกวน— จันทร์เจ้า หางหนอน เท้าปุยและเขาแหลม


รีมัสคือจันทร์เจ้า เท้าปุยคือพ่อทูนหัวเขา และเขาแหลม แน่นอนว่าเป็นพ่อของเขา ชื่อเล่นพวกนี้เฟลิกซ์จดจำตั้งแต่จำความได้ — แต่ใครคือหางหนอน? เขาไม่คุ้นว่ามีใครเคยพูดชื่อนี้ให้เขาได้ยิน เฟลิกซ์เพิ่งรู้สึกตัวว่าเขาถูกปิดบังอะไรไว้มากมายเหลือเกิน ก่อนหน้าก็แฮร์รี่ และตอนนี้ก็หางหนอน


เขารู้ว่าเขาจะไม่ถาม เพราะพ่อของเขาจะไม่ตอบ


เดินออกมาจนกระทั่งเจอร่างสีเงินเขาก็เอ่ยทัก


“เฮเลน่า”


สตรีสีเทา ผีประจำบ้านเรเวนคลอหันมามองเขาด้วยใบหน้าโศก ขยับลอยเข้ามาใกล้


“เวลานี้ไม่คิดว่าจะมีใครเดินไปมานอกจากผีและบุคลากรของฮอกวอตส์หรอกนะ”


“คุณจะไม่บอกใครใช่ไหมฮะ” เฟลิกซ์ยกยิ้มขี้เล่นขณะเอ่ยร่ายคาถาพัดลมตีไปที่กำแพงทางเชื่อมยอดหอคอย มีเสียงกริ๊กเบาๆก่อนที่กำแพงจะหมุนเป็นบันไดขึ้นไปยอดหอคอย เขารีบปีนขึ้นไป สายลมบนยอดหอคอยพัดพาความหนาวของฤดูใบไม้ร่วงมาชวนให้หนาวสั่น เขากำชับร่างของตัวเองขยับตัวเอนตัวมองลงไป การได้ดูฮอกวอตส์ที่ไร้วี่แววคนในยามกลางคืนจากมุมสูงเป็นอะไรที่สุดยอด จากจุดนี้เขาสามารถเห็นสนามควิดดิชโล่งกว้าง มองเลยไปเห็นกระท่อมแฮกริดและป่าต้องห้าม ที่พิเศษที่สุดคือทะเลสาบที่ยามนี้สะท้อนแสงดาวจนเป็นประกายระยิบระยับ เฟลิกซ์ขยับตัวนอนเงยหน้าดูดาว สตรีสีเทาลอยเข้ามาใกล้เขา น้ำเสียงแฝงความหดหู่เอ่ย


“นั่นคือกลุ่มดาวซาจิทาเรียส มันค่อนข้างโดดเด่น มีดาวคอสออกสตราลิสส่องสว่างที่สุด มันมักมีตำนานเล่าเกี่ยวกับพวกเซนทอร์”


เฟลิกซ์ไม่ได้สนใจฟังเฮเลน่านัก หากจะให้เขาพูดก็คือเขาเกลียดวิชาดาราศาสตร์ แต่เขาชอบความรู้สึกเวลามองขึ้นไปบนท้องฟ้าและค้นพบว่ามันกว้างใหญ่ยิ่งกว่าอะไร เมื่อแหงนดูท้องฟ้ายามค่ำคืนจะเห็นแสงดาวที่ส่องแสงเปล่งประกายอยู่ไกลลิบลิ่ว และเขาก็จะค้นพบว่าตัวเองกำลังยืนอยู่บนผืนดิน


เฮเลน่าเอ่ยอะไรบางอย่างที่เขาไม่ได้สนใจเท่าไหร่ แม้ไม่ชอบวิชาดาราศาสตร์ แต่เขาก็สนใจดูวันคืนเดือนมืดและคืนเต็มดวง เฟลิกซ์สามารถเอ่ยได้ว่าเขาชอบคืนเดือนมืด คืนที่จะเห็นดวงดาวชัดเจนที่สุด เขาขึ้นมาบนยอดหอคอยแห่งนี้ครั้งแรกเพราะหลงทางตอนปีหนึ่ง ขึ้นมาโดยไม่ได้ตั้งใจ แต่กลับหลงรักสเน่ห์ของฮอกวอตส์ยามค่ำคืน ดวงดาวที่ส่องประกาย ได้มีโอกาสรู้จักเฮเลน่าและเป็นเพื่อนคุยตลอดหลายปีที่ผ่านมา


เฟลิกซ์นอนเล่นอยู่นานก็รู้สึกว่าอากาศเริ่มเย็นลง เขากำชับชุดและปีนกลับลงหอคอย หยิบแผนที่ขึ้นมาดู เห็นชื่อของเขาอยู่กับเฮเลน่า ชื่อของอากัส ฟิลซ์ กำลังเดินมา เขารีบขยับตัว ปกติฟิลซ์ไม่ได้ตรวจเวลานี้นี่?


เฮเลน่าไม่ได้ตามเขามา เฟลิกซ์มองแผนที่พลางเหงื่อตก ทางแยกมีคุณนายนอร์ริสอยู่ด้วย บางทีเขาอาจคิดผิดที่แอบมาหลังเคอร์ฟิว


แต่แล้วเขาก็พลันเห็นว่าบนหอคอยมีทางเชื่อมห้องบางอย่างในแผนที่ตัวกวน เขาไม่มีเวลาคิดมาก กวาดสายตามองหาทางเชื่อมที่ว่า มันเป็นรอยสลักบนกำแพงรูปจันทร์เสี้ยวกับพระอาทิตย์ซ้อนกัน เขาจับผนังแข็ง ในแผนที่ตัวกวนมีอักษรตัวเล็กๆลอยขึ้นมาว่า ‘เอริออฟิก’


“เอริออฟิก” เขาจรดไม้กายสิทธิ์เอ่ยกระซิบ ไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่คล้ายเดาได้ไม่ยาก เฟลิกซ์ผลักผนัง คราวนี้มันหมุนตัวเป็นทางเข้าห้องห้องหนึ่ง เขาเข้าห้องไปพร้อมๆกับประตูที่ปิดลง


เฟลิกซ์กลั้นหายใจมองแผนที่จนกระทั่งเห็นชื่ออากัส ฟิลซ์เดินผ่านจากไป พร้อมๆกับพาตัวคุณนายนอร์ริสไปด้วย เขาแทบถอนหายใจ เพราะแผนที่ตัวกวนแท้ๆ คราวหน้าเขาไม่ควรออกมานานขนาดนี้เลย


เงยหน้าขึ้นมาก็ต้องแปลกใจ เขาอยู่มาห้าปีไม่เคยเห็นห้องนี้มาก่อน มันอยู่ติดกับหอคอยที่เขาใช้ดูดาวนี้เอง ในห้องมีโต๊ะไม้ใหญ่วางของไม่ค่อยเป็นระเบียบ มีหลอดยา หนังสือ โครงเหล็ก ปากกา ลูกแก้วและวงแหวนเวทย์มากมาย รอบห้องมีชั้นวางหนังสือและตู้ไม้ ในตู้กระจกใส่หินหลายๆสี


เขาลุกขึ้นดูด้วยความสงสัย ก่อนจะเห็นว่าเนื้อหาในสมุดนั้นขึ้นต้นด้วยตัวอักษรหนา


‘การเล่นแร่แปรธาตุ’


พอรู้มาบ้างว่าสมัยก่อนฮอกวอตส์เคยสอนการเล่นแร่แปรธาตุ แต่ก็เป็นวิชาที่ถูกถอดออกไปแล้วในปัจจุบัน ไม่นึกว่าจะมีห้องมาอยู่ในที่แบบนี้ เขาเดินสำรวจ สายตาไล่ตามคาถาต่างๆ เขาขยับมือแตะกระดาษพลิกอย่างเบามือที่สุด กลัวว่ากระดาษจะขาดง่ายๆ เมื่อมองไล่ดูก็ต้องแปลกใจ มีสัญลักษณ์ที่เขาไม่เคยเห็นอยู่มาก แต่บางส่วนก็ใช้เป็นอักษรรูน เฟลิกซ์ไม่มีปัญหากับอักษรรูน ออกจะชอบด้วยซ้ำหากเทียบกับวิชาอื่นๆ


มีทฤษฎีคาถาค่อนข้างมากและมันน่าสนใจ


พลิกไปจนกระทั่งมีรูปของหินสีใสทอง


เฟลิกซ์กระพริบตาเมื่อมันดูคุ้นเคยในความทรงจำอย่างบอกไม่ถูก ตัวอักษรค่อนข้างเลือนราง


‘ผลึกแคสซานดร้า
หินสีใสเปล่งประกายสีทอง เขียนสมการอักษรรูนเกี่ยวข้องกับมิติ เวลา การเดินทาง อนาคต สร้างขึ้นจากพันธะทางเวทย์มนต์ บางครั้งปรากฏครั้งแรกในรูปแบบของความฝัน นำพาผู้ถือครองไปพบในสิ่งที่โชคชะตานำพา เพื่อเติมส่วนที่ขาดหาย เชื่อว่าจะพาผู้สร้างไปค้นพบอีกมิติ แต่จงอย่าให้ผลึกสัมผัสเลือดเนื่องจาก—‘


อักษรหายไปตรงนี้


เฟลิกซ์ขมวดคิ้ววุ่น ผู้สร้างจะค้นพบต่างมิติ แต่เขาไปสร้างมันตอนไหนกัน ผลึกนี่เหมือนกับผลึกที่เขาใช้ตอนเจอแฮร์รี่ไม่มีผิด เขาพยายามหรี่ตาอ่านข้อความที่จางจนหายไปแต่กลับไม่ได้ผล


บางทีพรุ่งนี้เขาควรหาข้อมูลเกี่ยวกับมัน


___________



แฮร์รี่ได้เวลาหนึ่งวันเต็มกับการเตรียมตัวเป็นอาจารย์จำเป็น เขาจัดเตรียมแผนการสอนอย่างรวดเร็ว อัลบัสเหมือนจะแปลกใจที่เขามีแผนการสอนของตัวเองอยู่แล้ว แฮร์รี่ต้องยอมเฉลยอัลบัสว่าเขาเคยสอนเด็กปีห้าอยู่ระยะสั้นๆตอนอยู่มิติของตัวเอง


แฮร์รี่นั่งบนเก้าอี้โต๊ะศาสตราจารย์ มองเด็กแต่ละบ้าน มันเป็นการดีที่รู้สึกเหมือนได้กลับบ้านเก่าของเขา พวกรอนเรียนจบไปปีที่แล้ว ดังนั้นเด็กปีเจ็ดที่เขาเห็นจึงมี ไล่จากทางซ้ายมือจากมุมมองเขา


แอสโตเรีย กรีนกราส จากสลิธีริน


ฮัฟเฟิลพัฟที่ช่วยเหลือเขาระหว่างสงครามอีกประมาณสี่คน เรเวนคลอที่คุ้นหน้าคุ้นตาอย่างลูน่า กริฟฟินดอร์อย่างคอลิน จินนี่ เดนนิส และอีกมากมาย เขานึกถึงภาพที่เขานั่งอยู่บนโต๊ะกริฟฟินดอร์ ท่ามกลางคนอื่นๆ เห็นมีเด็กหลายคนมองเขา แฮร์รี่ขยับสายตามองเด็กชายผมยุ่งจากกริฟฟินดอร์ที่ดูค่อนข้างเงียบเมื่อเทียบกับคนอื่น


เฟลิกซ์ พอตเตอร์มองตรงมาที่เขาอย่างแปลกใจ และไม่ได้หยุดมองจนกระทั่งสะดุ้งโหยงหลบหน้า แฮร์รี่เหลือบมองข้างตัวเขาที่เป็นศาสตราจารย์วิชาปรุงยา เซเวอร์รัสเอ่ยพึมพำ ‘กริฟฟินดอร์สมองทึ่ม’


แฮร์รี่มองการกระทำนั้นอย่างครุ่นคิด นี่ไม่ต่างอะไรจากอีกฝ่ายในโลกเขาเลย ในที่สุดอัลบัสก็กล่าวเริ่มมื้อค่ำโดยปรบมือก่อน


“และค่ำคืนนี้ฉันต้องขอกล่าวบางอย่าง เนื่องจากศาสตราจารย์ลองบัตท่อมไม่อาจมาสอนได้ในปีการศึกษานี้ ฉันจึงได้เชิญศาสตราจารย์พอตเตอร์มาสอนแทน”


แฮร์รี่ลุกขึ้นยืนเมื่ออัลบัสผายมือเชิญ เขาได้ยินเสียงวิจารณ์จากรอบๆว่าเขายังเด็กเกินไป ตามจริงก็ไม่ผิดจากการคาดเดาเท่าไหร่ เขาพยายามไม่ใส่ใจ


ในที่สุดมื้อค่ำก็เริ่มต้นขึ้น แฮร์รี่มองเซเวอร์รัสที่ดูอารมณ์หงุดหงิดตลอดงานอย่างระวัง เขาลุกออกไปทักทายอาจารย์ต่างๆที่ค่อนข้างคุ้นหน้าคุ้นตา


“สวัสดีครับศาสตราจารย์มักกอนนากัล” เขาทักครูประจำบ้านเขาก่อน เธอยิ้มตึงๆมาให้ แฮร์รี่คุยกับอาจารย์คนอื่นๆ หลายคนมีท่าทีสงสัยว่าเขาเป็นใคร บางคนต้อนรับเขาอย่างอบอุ่นอย่างเช่นศาสตราจารย์ฟลิตวิกที่เอ่ยเรื่องตลกขึ้นมาเวลาคุยกันบ่อยครั้ง แฮร์รี่คุยกับมาดามฮูซเรื่องควิดดิซได้ดีเยี่ยมจนเรียกใบหน้าถมึงทึงจากมาดามพรอมฟรีย์ได้ดีทีเดียว แฮร์รี่หันไปหาแฮกริดที่แค่เกริ่นเรื่องสัตว์วิเศษ ลูกครึ่งยักษ์ก็ยิ้มแฉ่งทันที


หลังมื้อค่ำ แฮร์รี่ใช้เวลาในการทบทวนเนื้อหาของเด็กทั้งหกปี ตารางสอนค่อนข้างแน่น และคาบแรกก็ดีหน่อยที่เป็นเด็กปีห้าซึ่งแฮร์รี่ได้ติว ว.พ.ร.ส ให้เมื่อไม่นานมานี้ในโลกของเขา เขาจึงต้องตรวจสอบตารางเรียนถัดไป ขอปีหนึ่ง ปีเจ็ดตามลำดับ


แฮร์รี่นั่งเขียนว่าจะให้ชั้นเรียนไหนทำอะไรบ้าง ค้นพบว่ามันค่อนข้างเยอะเพราะเขาต้องทำแยกทุกชั้นปี ในที่สุดเรื่องทุกอย่างก็เสร็จ


ในวันถัดมา เขาเข้าห้องสอนของเด็กเรเวนคลอกับฮัฟเฟิลพัฟปีห้า เขายกยิ้มเมื่อทุกคนมองเขามาอย่างไม่แน่ใจ แฮร์รี่ปรบมือเรียกความสนใจ


“สวัสดีทุกๆคน ก่อนอื่นฉันขอแนะนำตัวเองก่อน ฉันศาสตราจารย์พอตเตอร์ ตอนนี้หยิบไม้กายสิทธิ์ของพวกเธอขึ้นมา” แฮร์รี่ค้นพบว่ามันแปลกที่แทนตัวเองว่าศาสตราจารย์ เพราะในโลกของเขา เขามักให้ทุกคนเรียกเขาว่าแฮร์รี่ เขามองดูเด็กที่ซุบซิบกันขณะหยิบไม้กายสิทธิ์ออกมา


“การเรียนของปีห้าเราจะเน้นในเรื่องของการป้องกันตัวเองเป็นอันดับแรก และแน่นอน—การสอบ ว.พ.ร.ส เช่นกัน” แฮร์รี่มั่นใจว่าเขาได้ยินเสียงโอดครวญจากเด็กบ้านฮัฟเฟิลพัฟในขณะที่เด็กบ้านเรเวนคลอดูค่อนข้างจริงจัง


“มีใครพอจะยกตัวอย่างคาถาป้องกันให้ฉันได้บ้าง” แฮร์รี่กวาดสายตา เด็กๆมองหน้ากันก่อนจะเป็นเด็กฮัฟเฟิลพัฟที่ยกมือขึ้น แฮร์รี่พยักหน้าให้เขา เด็กชายตอบอย่างค่อนข้างมั่นใจ


“โพรเทโก้ คาถาที่ป้องกันจากเวทย์มนต์ได้แทบทุกชนิด”


“สามคะแนนให้ฮัฟเฟิลพัฟ” แฮร์รี่ยิ้มและหันไปทางเด็กเรเวนคลอคนหนึ่งที่ดูค่อนข้างตื่นที่ แฮร์รี่พอจำเธอได้จากโลกของเขา


“คุณวอเรนน่า” แฮร์รี่รู้ว่าเธอสะดุ้ง เธอมองเขามาเลิ่กลั่ก แฮร์รี่ผายมือเชิญเธอมาตรงหน้า “คุณพอจะร่ายคาถาป้องกันให้ทุกคนดูได้หรือไม่”


“เอ่อ คิดว่า—ได้ค่ะ” เธอตอบเหมือนไม่แน่ใจ คนอื่นๆมองเธอขณะที่เธอก้าวมาข้างหน้า ผมสีน้ำตาล ดวงตาและใบหน้าค่อนข้างกลม ผิวตกกระ เป็นหนึ่งในมักเกิ้ลบอร์นที่แฮร์รี่พอจะคุ้นชื่ออยู่บ้าง


เจน วอเรนน่ายกไม้กายสิทธิ์ขึ้น แฮร์รี่เอ่ยก่อนที่เธอจะร่าย


“จินตนาการถึงเกราะที่ปกป้องเธอโอบล้อม คำร่ายคือโพรเทโก้”


เธอพยักหน้าสูดลมหายใจและเอ่ย “โพรเทโก้”


แสงสีขาวโอบล้อมเธอทันที มันดูไม่ได้แข็งแรงมาก แฮร์รี่มองและพยักหน้า “ขอบคุณสำหรับตัวอย่างคุณวอเรนน่า สามคะแนนให้เรเวนคลอ” แฮร์รี่บีบไหล่เธอเบาๆและหันไปที่ห้องเรียน รับรู้ได้ว่าเด็กสาวถอนหายใจโล่งอก แฮร์รี่เอ่ย


“ทีนี้ ฉันอยากให้พวกเธอจับคู่กัน คนหนึ่งร่ายคาถาจู่โจมใดๆที่พวกเธอรู้จัก ฉันขอห้ามคำสาปทุกชนิดในครั้งนี้ ส่วนอีกคนร่ายคาถาป้องกันตัวเอง เมื่อไหร่ที่เกราะเวทย์มนต์แตกให้สลับฝ่ายโจมตีและฝ่ายตั้งรับ เข้าใจนะ”


เมื่อเริ่มมีเสียงเวทย์มนต์สาดกัน แฮร์รี่ยกยิ้มกริ่ม รู้สึกคล้ายบรรยากาศของกองทัพดับเบิลดอร์กลับมา เขาดีใจเมื่อท้ายคาบเด็กโอดครวญ ได้ยินเสียงบ่นว่าคาบต่อไปเป็นวิชาน่าเบื่อบ้างอะไรบ้าง


“ทีนี้พวกเธอรู้จักโพรเทโก้กันแล้ว สำหรับการบ้านฉันขอให้พวกเธอไปค้นหาชื่อและข้อมูลเวทย์มนต์ป้องกันและเวทย์มนต์จู่โจมมาอีกคนละห้าชนิดเขียนใส่รายงานหนึ่งหน้ากระดาษส่งก่อนคาบเรียนหน้า พวกเธอแต่ละคนจะได้ฝึกเวทย์มนต์ตามที่เธอเลือก”


แฮร์รี่ฉีกยิ้มเมื่อเสียงออดดัง พวกเรเวนคลอที่สนใจการเรียนเอ่ยคุยกันอย่างสนใจ ในขณะที่ฮัฟเฟิลพัฟกระซิบกระซาบกัน เขาพอรู้ว่าสำหรับเด็กพวกนี้การให้เลือกเรียนอะไรที่ต้องการคงน่าประทับใจกว่าการชี้นิ้วสั่งให้ทำตามหลักสูตร


———————


ในส่วนของเด็กปีหนึ่ง แฮร์รี่สอนอะไรมากไม่ได้ เด็กบางคนยังเพิ่งเข้าสู่โลกเวทย์มนต์ เขาจึงได้แต่พยายามไปถามหาสัตว์วิเศษต่างๆจากแฮกริดเพื่อเอามาให้เด็กพวกนี้ได้เห็น และเล่าเรื่องราวของพวกมัน และแนะนำในการใช้เวทย์มนต์ทั่วๆไปป้องกันตัวเอง โอเค แฮร์รี่ยอมรับว่าบางทีเขาไม่เหมาะกับการสอนกับหนังสือเท่าไหร่นัก แต่เขาก็ได้แต่จนใจแม้ว่านักเรียนหลายคนจะชอบวิชาของเขาแล้วก็ตาม


แฮร์รี่ยอมรับว่าเด็กแต่ละปีมีลักษณะเฉพาะ หากเด็กปีหนึ่งคล้ายลูกเจี๊ยบหัดเดิน เด็กปีเจ็ดก็คงเป็นพญาหงส์พร้อมออกบิน พวกเขามีความรับผิดชอบ หาความรู้นอกตำรา เตรียมพร้อมนำความรู้ไปใช้จริง


หลังจบวันแฮร์รี่ค้นพบว่าการสอนเต็มเวลาใช้พลังเขาเขาแทบหมด เขาแทบจะโอดครวญตอนที่เห็นอัลบัสยิ้มกว้างมาหาเขาตอนค่ำ


“สายัณห์สวัสดิ์ แฮร์รี่ ข่าวลือการสอนของเธอค่อนข้างไปในทางที่ดีนะ ดูท่าฉันจะตัดสินใจถูกที่ให้เธอมารับตำแหน่งนี้”


“สวัสดีอัลบัส” แฮร์รี่ยิ้มเจื่อน “บังเอิญโชคดีเจอกลุ่มเด็กสอนง่ายน่ะครับ”


แฮร์รี่ไม่ได้โกหก สำหรับปีห้าเขายังไม่เจอสองบ้านที่ปกติมีปัญหากัน สำหรับปีเจ็ดเด็กพวกนั้นก็ดูใส่ใจกับตัวเองเกินกว่าที่จะมีปัญหา ส่วนเด็กปีหนึ่งปีนี้ไม่มีเด็กสายเลือดบริสุทธิ์ที่ถูกปลูกฝังเรื่องเลือดบริสุทธิ์ถึงแก่นอย่างมัลฟอย


“ฉันไม่คิดว่าแบบนั้นหรอกนะ” อัลบัสยิ้มและเปลี่ยนท่าทีเป็นจริงจัง “แฮร์รี่ ฉันคิดว่าฉันพอจัดการเรื่องถ้วยให้เธอได้แล้ว”


แฮร์รี่เบิกตาอย่างสนใจ เขาเอ่ยอย่างตื่นเต้น “คุณทำได้อย่างไร ครั้งสุดท้ายผมลอบเข้าไปในกริงกรอตส์อย่างยากลำบากแถมต้องปล่อยมังกรออกมาด้วยซ้ำ”


“ปล้นธนาคารกริงกรอตส์?” อัลบัสส่งสายตาใส่วิบวับใส่เขาที่ยิ้มเจื่อนเสตาหนี “ฉันเข้าไปเจรจากับหัวหน้าก๊อบลิน ตอนแรกเขาไม่ยินยอม แต่เมื่อสัญญาว่าจะมอบสมบัติชิ้นหนึ่งให้เขาถึงรับคำ และแน่นอนว่าฉันอธิบายว่ามันเป็นสิ่งสำคัญสำหรับสงคราม แน่นอนว่าสงครามทำให้เงินหมุนเวียนผ่านธนาคารน้อยลง”


แฮร์รี่ยกยิ้มเหน็บ พวกก็อบลินไม่ได้คิดจะฟังเขาด้วยซ้ำ ไม่นึกว่าพวกนั้นยังสนใจโวลเดอร์มอร์อยู่


“นั่นถือว่าเป็นเรื่องดี เหลือแค่สมุด แหวนและก็งู”


“สมุดบันทึก ถ้วย แหวน สร้อย รัดเกล้า และงู” อัลบัสเอ่ยอย่างสงสัย “ฉันคิดว่าฉันนับได้หก เธอบอกว่ามันมีทั้งหมดเจ็ดหากในตอนนั้นฉันไม่ได้ไร้สติจนเกินไป”


“อ้อ” แฮร์รี่กระพริบตา ห้ามตัวเองไม่ให้จับศีรษะ เขายกยิ้มอย่างอ่อนแรง “ผมรู้จักชิ้นที่เจ็ดดี และผมจะเป็นคนทำลายมันเองในตอนท้ายสุด”


“ทำไมถึงต้องเป็นตอนท้ายสุด” อัลบัสจ้องตรงเข้ามาในดวงตาของเขา “มันมีเหตุผลบางอย่างที่เธอไม่ยอมบอกฉัน สำหรับแหวนฉันเข้าใจดีว่าทำไม และนั่นคงเป็นที่มาของคำสาบาน แต่ฮอร์ครักซ์ชิ้นที่เจ็ดเธอไม่ยอมบอกแม้แต่ว่ามันคืออะไร”


แฮร์รี่กัดริมฝีปาก เขาไม่คิดว่าเขาจะบอกใครว่าเขาคือฮอร์ครักศ์ชิ้นที่เจ็ด เขาไม่ต้องการให้ใครมองเขาด้วยความรู้สึกแบบนั้น เพราะนี่คือสิ่งที่เขาตัดสินใจเอง


“ผมจะบอกคุณ อัลบัส” แฮร์รี่เอ่ยในที่สุดอย่างมั่นคง และยกยิ้ม “ในตอนท้ายที่สุด ผมสาบาน”


ศาสตราจารย์ใหญ่ยังคงดูไม่มั่นใจ แต่สุดท้ายก็ถอนหายใจ


“ฉันรู้ว่ามีบางอย่างที่เธอไม่ต้องการบอก ในบางครั้งเธอก็ดูเข้าถึงได้ยากแม้เธอจะช่างเอาใจใส่คนอื่นก็ตาม โดยเฉพาะกับคนในภาคี ฉัน หรือคนอื่นๆ”


“คุณพูดถูก” แฮร์รี่พยักหน้ารับและมองออกไปนอกหน้าต่าง “คุณรู้ดีว่าในเรื่องบางอย่าง การไม่รู้อาจจะดีกว่า— ผมไม่มีวันบอกเจมส์กับลิลี่ว่าเพื่อนของพ่อแม่ผมในต่างโลกทรยศเพื่อนรักของตัวเองอย่างไร ลูกของพวกเขาเติบโตมาอย่างไร ผมไม่อาจบอกสองสามีภรรยาลองบัตท่อมได้ว่าลูกชายเขาถูกเลี้ยงมาอย่างลำบากเพียงไร ผมไม่อาจบอกซิเรียสในบางอย่างที่เกิดขึ้น สิ่งที่เกิดขึ้นกับเขา”


“และนั่นทำให้เธอต้องแบกรับสิ่งต่างๆมากมาย” อัลบัสยกยิ้มเศร้า “เหมือนมีบางอย่างที่เกี่ยวกับฉันเช่นกัน บางทีเธออาจบอกฉันได้”


แฮร์รี่เลิกคิ้วและกล่าวอย่างนุ่มนวล


“ผมยังยืนยันคำเดิมว่าคุณไม่รู้มันจะดีกว่า แต่หากคุณอย่างรู้จริงๆ ใช่ ผมบอกบางอย่างแก่คุณได้ครับ”


“มันคือวิธีการที่ทำให้ผมรู้เรื่องของน้องสาวคุณ” แฮร์รี่เริ่มต้น เขาสัมผัสได้ว่าดับเบิลดอร์ตัวแข็งทื่อทันที เขาหยุดลงเพื่อรอว่าศาสตราจารย์ใหญ่จะลุกไปหรือไม่ แต่ไม่ อัลบัส ดับเบิลดอร์ไม่ได้ลุกออกจากที่นั่ง เขายังเอ่ยอย่างสงบเพื่อยืนยัน


“ฉันแก่และชรามากแล้ว แฮร์รี่ ฉันรู้ดีว่าบางอย่างเราไม่สามารถทำอะไรกับมันได้ เพียงแค่รับรู้และปล่อยมันผ่านไป เธอยังเด็กและไม่สามารถเก็บเรื่องราวมากมายไปได้โดยไม่แตกสลายไปเสียก่อน”


“ผมเคยบอกคุณแล้วว่าอัลบัสกับผมสนิทกันไม่ต่างไปจากครอบครัว เขารู้เรื่องฮอร์ครักซ์และออกตามล่ามัน ผมยืนกรานที่จะตามเขาไปด้วย” แฮร์รี่เอ่ยอัลบัสไม่ได้เอ่ยอะไรขัด “แน่นอน เขาไม่ยอม แต่นั่นแค่ในตอนแรก ในที่สุดเขาก็ยอมให้ผมตามเขาไปโดยที่ผมต้องสาบานกับเวทย์มนต์ ผมจะทำตามอะไรก็ตามที่เขาสั่ง ไม่ว่าสิ่งนั้นคืออะไร ไม่ว่าเขาจะสั่งให้ผมทิ้งเขาและหนีไปคนเดียวผมก็ต้องทำตามโดยไม่มีเงื่อนไข”


อัลบัสคล้ายเข้าใจบางอย่าง แฮร์รี่นึกย้อนดูความทรงจำที่ค่อนข้างชัดเจน เขารู้สึกเหงื่อตกเล็กน้อยเมื่อภาพทุกอย่างไม่เคยจางหายไปราวกับเกิดเมื่อวาน


“คลื่นซัดแรง เราตามร่องรอยของเวทย์มนต์เข้าไปถึงถ้ำแห่งหนึ่ง เรือลำเล็กยอมให้พ่อมดผ่านได้แค่คนเดียว แต่เพราะผมอายุไม่ถึงสิบเจ็ดดีมันถึงไม่ยอมนับผมเป็นพ่อมดคนหนึ่ง และพอข้ามแม่น้ำในถ้ำเราก็เจอมัน— อ่างน้ำที่มีถ้วยวางไว้ และน้ำเต็มอ่าง อัลบัสบอกว่าเราต้องเอาน้ำออกไป แต่ทางเดียวที่ทำได้คือดื่มมัน”


“ผมขอร้อง ได้โปรดให้ผมเป็นคนดื่ม แต่สิ่งที่เขาบอกผม เขาบอกว่าชีวิตของตนเองชราและไร้คุณค่า ในขณะที่ผมยังเยาว์วัยและมีค่ากว่ามาก เขาอ้างถึงคำสาบาน คำสั่งแรกของเขา เขาบอกให้ผมป้อนยาพิษให้เขาจนหมดอ่างไม่ว่าเขาจะอ้อนวอนให้หยุดมันเพียงไรก็ตาม และผมก็ทำตามคำสั่งของคุณ” แฮร์รี่รู้สึกมือตัวเองสั่นเทา แต่ยังคงเล่าต่อไป


“เพียงแก้วแรกที่ผมยื่นให้เขาดื่ม เขาก็เริ่มคร่ำครวญ ยาพิษนั้นทำให้พ่อมดที่ดื่มมันคิดถึงความทรงจำที่เลวร้ายที่สุดในชีวิต เขาเริ่มร้องเรียกหาถึงแอริอานน่า ในตอนนั้นผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเธอคือใคร ผมไม่ได้หยุดยื่นยาพิษให้เขา เขาเอ่ยขอโทษต่อเธอ เขาร้องไห้และสะอื้นอ้อนวอนให้ผมหยุดส่งยาพิษให้เขา และในวินาทีนั้นผมอยากจะหยุดมือลง อยากจะเอ่ยว่าผมจะดื่มยาพิษที่เหลือต่อนั้นเอง แต่คำสาบานกลับทำให้ผมรู้ดีว่าผมทำแบบนั้นไม่ได้ ผมยื่นยาพิษต่อ เอ่ยบอกว่าอีกเพียงนิดเดียวมันก็จะจบลง ผมรู้สึกอยากจะร้องไห้และไม่รู้ว่าตัวเองควรจะทำอย่างไร ทำได้แต่ส่งยาพิษให้จนแก้วสุดท้าย และเมื่อคว้าฮอร์ครักซ์ชิ้นนั้นมาได้เรากลับพบว่ามันเป็นของปลอมที่ถูกสับเปลี่ยน”


แฮร์รี่กัดริมฝีปากเอ่ยด้วยดวงตาที่เริ่มอุ่นเมื่อพบว่าอัลบัสนิ่งไป แฮร์รี่กระซิบ


“—ผมบอกแล้วว่าคุณไม่อยากจะรู้หรอก”


“แต่ฉันดีใจที่เธอเล่าให้ฉันฟัง แฮร์รี่” อัลบัสยิ้มอ่อนแรง “ฉันไม่แปลกใจเลยหากฉันในโลกของเธอจะทำแบบนั้น เธอเป็นเด็กดีและอ่อนโยน และฉันรู้ดีว่าการกระทำของอัลบัสในโลกของเธอทำร้ายเธอมากแค่ไหน แม้ว่าหากเป็นฉัน ฉันคงเลือกแบบเดียวกัน”


แฮร์รี่ถอนหายใจและคว้าเอกสารขึ้นมา


“แต่จะดีกว่าถ้าไม่ต้องมีเรื่องแบบนั้นเกิดขึ้นอีก”


“ฉันไว้ใจเธอเรื่องฮอร์ครักซ์ชิ้นสุดท้าย ฉันจะไม่ถามเกี่ยวกับมันอีก เว้นแต่ว่าเธอจะเอ่ยถึงมันด้วยตนเอง” อัลบัสว่า ลุกขึ้นมาบีบไหล่แฮร์รี่ให้เขามั่นใจ “ฉันอยู่ข้างเดียวกับเธอ แฮร์รี่ แม้ว่าเธอจะมาจากโลกคู่ขนานแต่เธอก็ไม่ได้อยู่คนเดียวหรอกนะ เธอรู้ใช่ไหม”


“ผมรู้ครับ” แฮร์รี่ยกยิ้มรู้สึกอุ่นวาบในใจ “ขอบคุณ อัลบัส”


อัลบัสแยกจากเขากลับไป แฮร์รี่มองอย่างคิดถึง เขาไม่ได้บอกว่าอีกฝ่ายจากไปแล้วในโลกของเขา แฮร์รี่ก้มลงและตรวจเช็คว่าเขาต้องสอนอะไรให้เด็กนักเรียนอีกบ้าง พอมาได้สอนแบบนี้แล้วเขาก็อดคิดถึงโลกของเขาไม่ได้ พวกเด็กที่จะสอบป่านนี้จะเป็นยังไงนะ น่าจะสอบไปแล้วในการสอบรอบพิเศษหลังสงคราม หวังว่าผลจะออกมาดี


แฮร์รี่ตั้งรหัสหมุนรูปภาพแม่มดนักอ่านในห้องทำงาน เพราะไม่ใช่อาจารย์ประจำบ้านทำให้ได้ห้องพักแยกออกมา เป็นห้องเล็กๆที่ค่อนข้างดูดี เตียงไม้มีนวมหนา โทนออกสีน้ำตาล มีโคมไฟข้างเตียง ที่นั่งพักทำงาน ที่กินอาหารและห้องน้ำ เขาใช้เวลาไม่นานในการนำรูปที่ได้พกติดตัวมาแปะไว้บนกรอบผนัง มีทั้งรูปแบบพ่อมดและมักเกิ้ล เขามองรูปพ่อเขากับซิเรียสกอดคอกันในวันเรียนจบ รูปแม่ของเขาสมัยเรียน รูปวันแต่งงาน รูปของเขากับรอนและเฮอร์ไมโอนี่ที่เป็นรูปหลังสงคราม รูปของเท็ดดี้ที่เยอะที่สุด รวมทั้งหมดแล้วก็มีเกือบสิบรูป นับว่าพกมาค่อนข้างเยอะทีเดียว และมันก็ช่วยให้แฮร์รี่อุ่นใจไปได้บ้าง ขณะมองห้องถูกตกแต่งอย่างเรียบง่าย เขาหันไปตั้งรหัสผ่านกับรูปภาพแม่มดนักอ่าน


“I open at the close”


และนี่ก็คงเป็นสิ่งที่ทำให้เขาระลึกได้ตลอดว่าตัวเองเป็นใครและได้เลือกตัดสินใจอะไรลงไป ทุกอย่างจะเปิดเผยเมื่อสงครามได้ปิดฉากลง


หวังว่าพวกรอนกับเฮอร์ไมโอนี่จะไม่โกรธเขานานนักที่เขาเลือกเส้นทางนี้ แฮร์รี่ภาวนาให้แค่พวกเขาจะรักและเลี้ยงดูเท็ดดี้หากเขาไม่อยู่


ให้ตาย เขาคิดถึงลูกทูนหัวเขา


__________


Talk :)


ช่วงนี้สมองตื้อมากเลย พิณน่าจะอึนๆเพราะใกล้สอบ พิมพ์อะไรผิดๆสำนวนแปลกๆก็อ่านข้ามๆไปเนอะ ไว้ถ้าแต่งจบคงได้กลับมารีไรต์


สรุปเรื่องแฮชแท็ก ขอเอาเป็น #hpEternalwar  ละกันเน้อ จำง่ายๆดี  (จริงๆชื่อฟิคพิณก็แอบตั้งแบบสิ้นคิดแหละ สารภาพตรงนี้เลยละกัน คือช่วงที่เริ่มแต่งเรื่องนี้ พิณชอบฟังเพลง Eternal flame มาก แต่งไปได้สองตอนแล้วนึกชื่อเรื่องไม่ออก เปิดเพลงนี้พอดีเลยจับเอาชื่อมาใส่ แก้ flame เป็นคำว่า war แทนเลย //อยากกราบขอโทษเจ้าของเพลงมากๆ)


ตอนนี้ที่จริงอยากพยายามดึงมู้ดให้กลับมาปกติหลังจากปล่อยทิ้งดิ่งไปตอนที่แล้ว แต่มันไม่ขึ้นมาเลยนี่สิ ;w;

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 198 ครั้ง

461 ความคิดเห็น

  1. #313 nicharipaen04 (@nicharipaen04) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2562 / 23:09
    เศร้า สงสาร

    เก็บอะไรเอสไว้เยอะแยะเลย
    #313
    0
  2. #233 RUBBY GIRLD >> (@longtime2345) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2562 / 21:01
    งื้อ เศร้างะ รอต่อนะคะ
    #233
    0
  3. #232 Secr3t-Key (@Secr3t-Key) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2562 / 01:29
    ท็องก์เป็นผู้หญิงที่ดี สดใสเหมือนเท็ดดี้ แววว้

    แฮร์รี่เหมือนเพื่อนที่เป็นครูอ่ะ เลยสอนสนุก อีกแล้ว เด็กๆชอบฟังบรรยายหรือปฏิบัติมากกว่านั่งอ่านทฤษฎีอยู่แล้ว
    #232
    0
  4. #231 Akatsuki Alice (@petchjeed) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 30 เมษายน 2562 / 23:53

    สนุกมากกกกกกก สงสารแฮรี่ หนูแบกอะไรไว้เยอะเหลือเกินลูก

    อยากเห็นโมเม้นท์เฟลิกซ์กับแฮรี่ ชอบความพี่น้อง มันละมุนๆดี

    #231
    0
  5. #230 Boonyisa Rodpat (@lkppim) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 29 เมษายน 2562 / 21:52
    ทำไมน้องน่าสงสารขนาดนี้ พูดอะไรไม่ได้ เก็บไว้คนเดียว ประโยคสุดท้ายคืออะไรน้องงงงไม่เอาลูก เท็ดดี้ยังต้องมีพ่อทูนหัว
    #230
    0
  6. #229 Moon-dust (@stampberryjolove) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 29 เมษายน 2562 / 14:45
    ขอ อีกกกกกกก
    #229
    0
  7. #228 lonely.com (@jiblonely) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 29 เมษายน 2562 / 10:55
    ค่าตัวป๋าแพงมาก แต่ชอบนะคะ ค่อยเป็นค่อยไป ตัวแฮร์รี่น่าสงสารมากเลย ดูเก็บทุกอย่างเอาไว้ นั้ำตาไหลแล้ว
    #228
    0
  8. #227 เด็ก.ติสท์ (@new-sureerat) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 29 เมษายน 2562 / 09:50
    ทำไมป๋าออกมาแค่นี้ง่ะ ค่าตัวพระเอกจะแพงเกินไปแล้ว
    #227
    0
  9. #226 ฮิจินะ (@pho-poe) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 29 เมษายน 2562 / 02:08

    สงสารง่ะ ทุกอย่างมาหนักกับแฮร์คนเดียวเลยยยย

    #226
    0
  10. #225 Patjungy (@Ratchuma44) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 29 เมษายน 2562 / 01:49

    รอนะคะ
    #225
    0
  11. #224 momosononanami (@momosononanami) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 29 เมษายน 2562 / 01:01
    ชอบมากกก แง อ่านไปขนลุกไป สงสารแฮร์รี่ที่รู้ไปหมดแต่พูดไม่ได้แงงงงง
    #224
    0
  12. #223 Puai244 (@Puai244) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 29 เมษายน 2562 / 00:53
    แฮร์รี่คุยกับท็องค์ มันชดเชยกับโลกของตัวเอง ที่แฮร์รี่เลี้ยงดูเท็ดดี้
    แม่ของเท็ดดี้ช่างสดใสเหมือนเจ้าหนูเลยเนอะ
    การเป็นอาจารย์เหมาะกับแฮร์รี่กว่าที่คิด อ่อนโยน ใจดี เข้าใจเด็ก
    มันส่งไปถึงดัมเบิ้ลดอร์มั่นใจ แฮร์รี่มากขึ้น จนอยากสนิทให้เหมือนตัวเองโลกนั้น
    แต่นั่นแหละ ในเวลาสุดท้าย เมื่อทุกอย่างใกล้จบ แฮร์รี่จะต้องตาย
    คนที่พร้อมตาย ทำทุกอย่างราวกับสั่งลา และไม่อยากให้ใครมารักตัวเอง คราวนี้จะจากไปอย่างโดดเดี่ยวมันแย่นะ
    #223
    0
  13. #222 Jackalope3305 (@pawidporn-name) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 28 เมษายน 2562 / 23:57
    -การที่แฮร์รี่คุยกับท็องส์มันทำให้รู้สึกว่าแฮร์รี่ยังได้อะไรกลับมาบ้างจากคนในโลกนี้ ไม่ใช่เป็นผู้ให้อย่างเดียว รู้สึกดีมากๆเลยค่ะ
    -แฮร์รี่บอกอัลบัสว่าเป็นตัวแทนภาคี ทำเอาเราเผลอคิดไปว่า 'ส่วนแฮร์รี่ก็เป็นแค่ใครก็ไม่รู้ในโลกนี้' เลยค่ะ เหมือนไม่เสียดายอะไรตัวเองเลย
    -ดีใจที่คนสอนปกศม.เป็นแฮร์รี่ค่ะ!
    -แฮร์รี่เรียกเจมส์กับลิลี่ด้วยชื่อ... เศร้าใจนิดๆนะคะ ถึงจะคนละมิติและไม่ใช่คนที่ให้กำเนิดโดยตรง แต่ก็ยังเป็นพ่อแม่อยู่ดีนะ;--;
    -ชอบเวลาแฮร์รี่สอนมากเลยค่ะ อาจจะด้วยแฮร์รี่เองไม่ได้เป็นเด็กเรียนขนาดนั้นเลยทำให้สอนแบบสนุกเข้าใจเด็กดีด้วย
    -แฮร์รี่เก็บทุกอย่างไว้ในตัวมากเกินไปจริงค่ะ โลกนี้ไม่มีใครให้คุยปรับทุกข์ด้วยเลย ความไม่ไว้ใจมันเต็มไปหมด
    #222
    0
  14. #221 Alecxia Drew (Adriene) (@war-1980) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 28 เมษายน 2562 / 23:41
    รอดูฉากที่แฮร์รี่สอนเฟลิกซ์อย่างใจจดใจจ่อ 55555
    ฉันรักพี่น้องคู่นี้
    #221
    0
  15. #220 Aconite_ (@Rookie_King) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 28 เมษายน 2562 / 23:23
    อยากไปเรียนกับแฮร์รี่บ้าง 5555555
    ป๋าเซฟคือมาแค่นี้หรือคะ เอาจริงหรอ 5555555
    #220
    0
  16. #219 EPDB01 (@Amp2233) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 28 เมษายน 2562 / 23:23
    สู้ๆนะคะ รอค่ะ
    #219
    0
  17. #218 RainyBird (@Rainny6159) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 28 เมษายน 2562 / 23:12

    ค่าตัวสเนปคงจะแพงน่าดู555 สู้ๆนะคะไรท์
    #218
    0
  18. #217 เงาที่รัก (@goldenblack) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 28 เมษายน 2562 / 23:06

    กริ๊ด~ ไรท์มาแล้วววว~♥~
    #217
    0