Fic Harry Potter - Eternal War (SS/HP)

ตอนที่ 13 : Chapter 13 : Gone

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1365
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 197 ครั้ง
    22 เม.ย. 62

Chapter 13 : Gone












แสงจันทร์ส่องทอประกายให้เห็นใบหน้าที่เขามั่นใจว่าเขาเกลียดแสนเกลียด ดวงตาสีมรกตคล้ายกับกำลังอ้อนวอนบางอย่างจากเขา เสียงหอนาฬิกาของมักเกิ้ลตีดังบอกเวลาเที่ยงคืนบนถนนสายที่ว่างเปล่า บอกว่าเป็นการเริ่มต้นวันใหม่ วันที่หนึ่งกันยายน วันเปิดเทอมวันแรกของฮอกวอตส์ แสงไฟบนถนนค่อนข้างริบหรี่


“ผมอยากเชื่อใจคุณ” เด็กนั่นบอก น้ำเสียงติดสั่น แต่ถึงแบบนั้นมันกลับไม่มีวี่แววของการเสแสร้ง หรือหากเป็นการเสแสร้งจริงๆ เด็กพอตเตอร์นี่คงเป็นนักแสดงที่เก่งเอามากๆ


เชื่อใจ— ไม่มีใครเอ่ยคำนี้กับเขามานานมากแล้ว ไม่แม้แต่ดัมเบิลดอร์ หรือกระทั่งลิลี่ ในแต่ละวัน เขารู้ตัวดีว่าตัวเองกำลังจมดิ่งลงไปทีละน้อย เหมือนกำลังอยู่ในเขาวงกตที่ไร้ทางออก ค่อนข้างมั่นใจว่าหากไม่ใช่เพราะคำสาบานต่อเวทย์มนต์ ดัมเบิลดอร์จะต้องแน่ใจว่าเขาทรยศภาคี


แม้ในความเป็นจริง เขาเริ่มที่จะเลิกสนใจอำนาจเวทย์มนต์และคำสาบานพวกนี้เต็มทีแล้ว


จริงอยู่ที่เขายังคงรักลิลี่ เธอคือรักแรกและเป็นสิ่งล้ำค่าที่เขาไม่มีวันลืมและจะปกป้องไปชั่วชีวิต เขารักเธอด้วยทั้งหมดของหัวใจ และมันจะเป็นแบบนี้ตลอดไป นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้ตลอดหลายปีเขาเฝ้ามองเธอทั้งทุกข์และสุขอยู่ห่างๆ


แต่เขาจะยังอยู่ฝั่งนี้ไปเพื่ออะไรหากลิลี่ไม่ต้องการให้เขาอยู่ หากเธอมีความสุขมากกว่าที่จะไม่มีเขา หากการอยู่ใกล้เธอมันทำให้เธอมีปัญหา หากเธอยินดีที่จะพบเขาในฐานะศัตรู—


เช่นนั้นเขาจะไปเอง


ถึงจะตัดสินใจทุกอย่างไปแล้ว จู่ๆก็ดันไปนึกถึงเจ้าเด็กที่โผล่มาจากต่างมิติ และมันทำให้เขาหงุดหงิด เหมือนกับว่าลูกของเธอที่ควรตายไปแล้วเพราะความผิดของเขาเมื่อสิบแปดปีก่อน กลับมาเป็นคนฉุดเขาให้หลุดออกจากความมืดที่เขาพร้อมใจจมดิ่งลงไป


เขาบอกตำแหน่งชัดเจนของพวกลองบัตท่อมไป บอกผู้เสพความตายว่าจังหวะไหนที่จะจู่โจมง่ายที่สุด ทั้งหมดเพียงเพื่อที่ไม่ให้โวลเดอมอร์ไปจู่โจมบ้านเกิดของลิลี่อย่างเขตซูรีย์ นึกไม่ถึงว่าลิลี่จะไปเจอพวกลองบัตท่อมในวันที่จอมมารจเลือกลงมือพอดี


มันเป็นอีกครั้งที่รู้ว่าเด็กพอตเตอร์นี่เอาตัวเข้ามายุ่งและพังทุกสิ่งทุกอย่าง ขณะเดียวกันก็สร้างความโล่งใจให้เขา ลิลี่รอดชีวิตมาได้ราวกับปาฏิหาริย์


เขาเกลียดที่จะต้องนึกถึงเรื่องของเด็กพอตเตอร์ในหัวทุกครั้งที่เห็นหน้า และเริ่มที่จะไม่มั่นใจกับการตัดสินใจของตัวเอง เขาเกลียดที่มีคนมาเชื่อใจเขาในขณะที่เขารู้ว่าตัวเองได้ทำอะไรลงไป


ปรายตามองคนเด็กกว่านับยี่สิบปีด้วยสายตาเย็นชา


“เช่นนั้นคุณเชื่อใจผิดคนแล้ว คุณพอตเตอร์ เลิกอวดดีสู่รู้ทำตัวราวกับว่ารู้จักฉันดีเสียเหลือเกิน ฉันไม่ต้องการความเชื่อใจจากคนอย่างคุณ”


เขาเลือกที่จะเอ่ยบอกให้เด็กหนุ่มตามเขาไปในวันนี้เพื่อทำลายความไว้วางใจที่มันกวนใจเขา เพื่อแสดงให้เห็นว่าแท้จริงแล้วเขาไม่ใช่คนอย่างที่อีกฝ่ายคิด


ริมฝีปากเด็กผมยุ่งกระตุก คล้ายลังเลจะเอ่ยอะไรออกมา สุดท้ายมันก็ขยับช้าๆ


“ในร้านนั้น คุณ—“ น้ำเสียงนั้นกังวานในความมืดด้วยน้ำเสียงสับสน แสงไฟรอบๆส่องกระพริบน้อยๆ ไฟข้างทางดวงหนึ่งบนถนนดับลงไป มีเสียงเปรี๊ยะๆของหลอดไฟที่เสียดังขึ้นก่อนที่จะเงียบสงัด มีลมพัดพุ่มไม้ให้มีเสียงไหวๆอยู่บ้าง บรรยากาศรอบๆชวนให้นึกถึงเรื่องสยองขวัญ “ให้อะไรเขาไป?”


“กุญแจนำทาง” เซเวอร์รัสเอ่ยเสียงเรียบราวกับเพิ่งบอกว่าสิ่งที่เขาให้ไปเป็นเพียงลูกกวาดลูกหนึ่ง และเอ่ยเสริมด้วยน้ำเสียงที่ไร้อารมณ์


“ไม่ต้องเป็นห่วงไป มันใช้การไม่ได้จนกว่าฮอกวอตส์จะลดการป้องกันลง”


เขาเห็นว่าใบหน้าของเด็กหนุ่มผมยุ่งเปลี่ยนไปฉับพลัน มันซีดเผือดและริมฝีปากขยับทิ้งค้าง เด็กนี่ไม่ได้โง่ที่จะไม่รู้ว่าเขาเพิ่งให้กุญแจนำทางเข้าฮอกวอตส์กับจอมมารไป เด็กพอตเตอร์มีใบหน้าที่พลิกไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ คล้ายผิดหวังอย่างรุนแรง


“ดัมเบิลดอร์รู้เรื่องนี้รึเปล่า?”


แต่ก็ยังคงคาดหวัง


“ไม่มีความจะเป็นที่จะต้องบอกอาจารย์ใหญ่” เขาตอบ มองใบหน้าที่คล้ายปนเปไประหว่างสับสน คาดหวัง ผิดหวัง และโกรธ


“คุณทรยศภาคี—“


มันไม่ใช่ประโยคคำถาม เซเวอร์รัสหรี่ตา เด็กหนุ่มผมดำยุ่งหัวเราะในลำคอคล้ายเสียสติ ขยี้หัวตัวเอง เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเสียดสี


“คุณรู้ไหม ศาสตราจารย์— ผมไม่เข้าใจคุณเลยจริงๆ ผมไม่ได้อยากอวดอ้างว่าผมรู้จักคุณดี ผมแค่พยายามจะรู้จักคุณ พยายามจะเข้าใจสิ่งที่คุณเป็น และคุณก็ทำให้ผมรู้ว่าผมคิดผิด เพราะสุดท้ายผมก็ไม่มีวันเข้าใจคุณอยู่ดี” ดวงตาสีเขียวเปลี่ยนไปเป็นความเศร้าที่ปนไปกับความโกรธจนแยกไม่ออก “คุณทรยศภาคีไปเพื่ออะไร คุณไม่ได้อะไรตอบแทนด้วยซ้ำ โวลเดอมอร์ให้อะไรคุณกันแน่ คุณถึง—“


“อย่าเอ่ยชื่อนั้น!” เขาตวาด มันคือคำสาปของจอมมาร การเรียกชื่อนี้จะทำให้จอมมารรวมไปถึงผู้เสพความตายรู้ตำแหน่ง ยิ่งกับการที่พวกเขามาอยู่ที่สาธารณะแบบนี้ด้วยแล้ว ตรามารบนแขนของเขาแผดร้อนขึ้นมาในพริบตา


มือของเด็กหนุ่มผมยุ่งขยับเข้าไปใต้ชุดคลุม เซเวอร์รัสรู้ว่ามือนั้นคงกำลังคว้าไม้กายสิทธิ์ เขาขยับเดิน ชุดคลุมขยับตามการเคลื่อนไหว มือบีบข้อมือพอตเตอร์แน่น ใบหน้านั้นแสดงความเจ็บปวดเล็กน้อยเขาถึงคลายแรงกดลง


“คุณจะสนใจสงครามที่ไม่เกี่ยวข้องกับคุณไปเพื่ออะไร ฉันจะทรยศหรือไม่มันก็ไม่ใช่เรื่องของคุณ คิดว่าคุณกำลังเล่นเป็นฮีโร่แห่งกริฟฟินดอร์อยู่หรือไง กระโจนเข้าปัญหา อวดดีว่าสามารถจัดการกับทุกอย่างได้ทั้งๆที่แท้จริงแล้วไม่ได้รู้หรือเข้าใจอะไรเลย หรือบางทีสำหรับคุณพอตเตอร์ผู้สูงส่ง สงครามจะเป็นเพียงเรื่องน่าสนุกในสายตาของเขา—”


“นี่คุณคิดว่าผมกำลังสนุก!?”


เด็กนั้นเลิกคิ้วสูง ร้องด้วยอารมณ์ เป็นครั้งแรกที่เห็นอีกฝ่ายแสดงท่าทางโกรธ ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้เขาเห็นเด็กนี่ใจเย็นมาโดยตลอด เด็กพอตเตอร์สะบัดมือเขาทิ้ง แต่มือไม่ได้ขยับไปจับไม้กายสิทธิ์อย่างที่ตั้งใจในทีแรก กำหมัดแน่น มองมาด้วยสายตาวาวโรธ ดวงตาสีเขียวกลายเป็นเฉดเดียวกับคำสาปพิฆาต


“ถ้างั้นคุณเองก็เข้าใจผิดเหมือนกัน สงครามนี้มันเกี่ยวข้องกับผมมากกว่าที่คุณคิด ศาสตราจารย์ คุณคิดว่าผมอยากจะเล่นทำตัวเป็นวีรบุรุษงั้นหรือ!? ผมมีคนที่ผมรัก คนที่สำคัญต่อผม ซึ่งพวกเขาอยู่ในมิติที่ผมจากมา คิดจริงๆหรือว่าผมอยากติดอยู่ที่นี่ เล่นตลกต่อสู้เสี่ยงตายอีกครั้งงั้นหรือ ผมไม่ได้เสียสติขนาดนั้น!”


เขาเงียบ ดวงตาของเด็กนี่วาวโรธได้ไม่นานก็แดงขึ้น เซเวอร์รัสมองมันชั่วครู่


“อย่าพูดว่าคุณรู้จักผมดีเพียงเพราะคุณรู้จักผมแค่เท่าที่ผมแสดงออกมา” แฮร์รี่เอ่ย มือที่กำแน่นค่อยๆคลายออก และกำแน่นอีกครั้งคล้ายกำลังควบคุมตัวเองให้สงบ “ผมรู้ว่าคุณเข้าใจความหมายของมันดี ไม่ว่าจะคุณหรือผม เราล้วนแต่มีเรื่องที่ปิดบัง บางทีผมคงหวังกับคุณมากเกินไป —”


พอตเตอร์ถอนหายใจอย่างผิดหวัง


“ผมหวังมากไปว่าคุณจะยอมรับผมบ้างสักครั้ง”


คล้ายกับมีบางอย่างที่พังทลาย เซเวอร์รัสมองใบหน้าของเด็กหนุ่มนานพอควร เป็นครั้งแรกที่เด็กนี่ผลักไสเขาออกมา


ใช่ มันคือสิ่งที่เขาต้องการ


อยู่อย่างโดดเดี่ยว —ตลอดไป


เมื่อมองดวงตาสีเขียว เขารู้สึกเป็นครั้งแรกว่ามันแตกต่างจากลิลี่ ดวงตาที่มองตรงมา รูปร่างเฉดสีของมันเป็นทรงอัลมอนด์เหมือนดวงตาของรักแรกเขาก็จริง แต่นี่กลับต่างออกไป เพราะด้วยภายในแววตาที่หม่นหมองแต่กลับฉายบางอย่างส่งมาถึงเขา


มันไม่ใช่โกรธ


ไม่ใช่ผิดหวัง


ไม่ใช่คาดหวัง


แต่เป็นข้อความที่ทั้งซับซ้อนและยากที่จะหยั่งถึง


เซเวอร์รัส สเนปไม่เข้าใจความหมายของมันแม้แต่น้อย

_________



แดดสาดส่องชานชาลารถไฟ ถึงจะเป็นช่วงสงคราม แต่ฮอกวอตส์ยังคงเปิดเทอมโดยการให้นักเรียนขึ้นชานชาลาเก้าเศษสามส่วนสี่เช่นเดิม เสียงสัตว์เลี้ยงดังแซ่งแซ่ พ่อแม่คุยกับลูกของตนเอง มักเกิ้ลบอร์นที่เพิ่งเคยมาครั้งแรกดูลนลาน บางกลุ่มช่วยขนของขึ้นรถไฟ และเมื่อนาฬิกาชี้เลขสิบเอ็ด รถไฟก็ส่งเสียงเตรียมออกขบวน


เฟลิกซ์ขึ้นรถไฟไป มองซ้ายขวาอยู่หลายที เพื่อนสนิทของเขามักจะนั่งโบกี้ท้ายๆแทบจะติดห้องเก็บของอยู่เรื่อย เฟลิกซ์หยุดเมื่อเห็นใบหน้าคุ้นเคย


“อลัน” เขาทัก เปิดประตูเข้าไปถือวิสาสะนั่งด้วย เพื่อนของเขามีผมหยักศกสีน้ำตาลไว้ยาวป่ะบ่า ดวงตาสีเดียวกันคล้ายสุขุมตลอดเวลา ผิวสีน้ำผึ้งและคิ้วเข้มช่วยเสริมให้ตาคมกว่าที่ควรจะเป็น รูปร่างสูงแต่ผอมแห้ง


“สวัสดี เฟลิกซ์” อลัน ริเวอร์บลูมีเสียงโทนต่ำแต่ไร้อารมณ์คล้ายไม่แยแสโลก ในมือมีแผ่นไม้สีน้ำตาล แผ่นไม้มีรอยตัดตารางดำชัดเจน มองออกว่าเป็นตารางหมากรุก อลันคว้านจับหมากที่ใส่ในถุงสีน้ำเงินก่อนจะเงยหน้ามาถาม “สักตาไหม?”


ตอนแรกเข้าใจว่าเป็นหมากรุก จนกระทั่งอลันหยิบคว้านของในถุงผ้าออกมา มันเป็นแผ่นไม้ที่มีสัญลักษณ์ของรูนแต่ละประเภทสลักอยู่ เฟลิกซ์เอียงตาดูของเล่นใหม่ของอลัน เขารู้ว่าอลันออกจะเป็นคนแปลกๆ แต่นั่นก็ไม่ใช่เรื่องเลวร้ายอะไร เฟลิกซ์ลุกไปนั่งเก้าอี้ฝั่งอลันเป็นคำตอบ เจ้าของผมหยักศกวางกระดานลงบนเก้าอี้ระหว่างพวกเขาทันที


“น่าสนุกดีนี่” เฟลิกซ์เอ่ยขณะมองอลันเรียงแผ่นอักษรรูน “มันเล่นยังไง?”


อลันไม่ได้ตอบแต่กลับตั้งใจวางเรียงหมากรูนพื้นฐานฝั่งละยี่สิบสี่ตัวจนเสร็จอย่างตั้งใจ เมื่อเรียงเสร็จก็ยกนิ้วชี้ไปที่อักษรรูนที่ละตัว เอ่ยอธิบายอย่างใจเย็น เฟลิกซ์พอสรุปได้ว่ามันก็คือหมากรุกที่มีการเดินไม่เป็นระบบนั่นเอง อย่างเช่น อักษรเฟโอท์ มันขยับได้แค่แนวนอน ไม่สามารถขยับขึ้นหน้าได้ แต่พอไปอยู่กับหมากตัวอื่นแล้วกลับทำให้หมากตัวนั้นเดินขึ้นหน้าได้เพิ่มอีกช่อง


หลังเข้าใจวิธีเล่นคร่าวๆก็ลองเล่นไปพลางถามไปพลาง กระทั่งคล่อง ก็ได้เล่นหมากรูนพิสดารของอลันไปตลอดการเดินทางสู่ฮอกวอตส์ เสียงรถไฟเคลื่อนตัวดังชัดเจน มีรถเข็นขนมเดินผ่าน พวกเขาตัดสินใจซื้อกบช็อกโกแลต ลูกกวาดอีกจำนวนไม่น้อยมากินเล่นระหว่างทาง


“สวัสดี” น้ำเสียงล่องลอยดังขึ้นมา เฟลิกซ์ที่กำลังเครียดกับหมากที่กำลังถูกต้อนไม่ได้เงยหน้าขึ้น ผิดกับอลันที่ลุกไปเปิดประตูโบกี้ เฟลิกซ์ตัดใจขยับหมากตัวหนึ่งในที่สุด โกโบ— ขยับหมากและหมากก็กลายจากสภาพหินรูนเป็นเด็กโยนระเบิดกล่องของขวัญใส่หมากด้านหลัง


เฟลิกซ์ถอนหายใจและเงยหน้ามองคนมาใหม่ อายุมากกว่าเขาสองปีก็จริงแต่เป็นอีกคนที่เป็นมิตรและนิสัยดีมาก


“สวัสดี ลูน่า” เขาส่งยิ้มกว้าง เขารู้จักรุ่นพี่คนนี้เพราะเธอเป็นเพื่อนของจินนี่ จนพอได้คุยกันก็รู้สึกแปลกใจที่พวกเขาเข้ากันได้กว่าที่คิด


“เห็นฟ้านั้นไหม ฉันคิดว่าข้างนอกต้องหนาวมากแน่ๆ พวกเธอรีบไปเปลี่ยนชุดจะดีกว่า ฉันว่าฉันสังหรณ์ใจไม่ดีเลย” ลูน่ายกยิ้มทั้งๆที่บอกว่าสังหรณ์ใจไม่ดี ถ้าสังเกต เธออยู่ในชุดนักเรียนประจำบ้านแล้ว เนคไทสีฟ้าประจำเรเวนคลอ ที่คอสวมสร้อยจุกบัตเตอร์เบียร์ เหน็บไม้กายสิทธิ์ไว้บนผมบรอนซ์ยุ่งยาว


เฟลิกซ์งุนงง มองอลันที่มองมาที่เขาเช่นกัน รู้ดีว่าลูน่าแปลกที่กังวล และมันทำเอาเขาระแวงไปด้วย ลูน่าลูบต่างหูรูปหัวไชเท้าของเธอเล่น เฟลิกซ์พยักหน้าตอบรับ เหลือบมองนอกหน้าต่างที่เมื่อรถไฟเคลื่อนตัวผ่านหน้าผา หมอกมันกำลังลามเข้ามาเรื่อยๆจนเริ่มเห็นสีขาวฟุ้ง


“ตกลง ขอบใจที่เตือน ลูน่า”


ลูน่าพยักหน้างึมงำบางอย่างที่จับใจความได้ว่าตัวนาเกิ้ลกำลังเล่นสนุกอยู่ เฟลิกซ์มองจนผู้หญิงเพียงหนึ่งเดียวกลับไปก็เริ่มเปลี่ยนชุดทันที จับไม้กายสิทธิ์ของตัวเองไว้ข้างกาย


ตอนแรกตั้งใจจะเล่นหมากรุกต่อก็มารู้สึกคล้ายกับหายใจไม่ออก อากาศเย็นหนาวเหน็บขึ้นมาเฉียบพลันทันทีที่รถไฟเข้ามาในดงหมอกสีขาว เฟลิกซ์ได้ยินเสียงพรีเฟ็คบอกให้ระวังตัวและพร้อมรับมือสถานการณ์ไม่คาดฝันเสมอ เสียงวิ่งบนทางรถไฟดัง ‘ตึกๆ’ อยู่สักพัก


หมอกควันเริ่มสอดแทรกเข้ามาในรถไฟ มันหนาวยะเยือก เฟลิกซ์รู้แค่ว่าตัวเองกำลังรู้สึกแย่ ก้มลงที่พื้นเห็นควันบดบังส่วนขาเขาเหลือแต่ขาอ่อน เขารู้สึกเหมือนเห็นภาพความฝันลอยเข้ามาในหัว เขาเห็นภาพพ่อกับแม่ร้องไห้ เขาเห็นคนที่เขาไม่รู้จักกรีดร้อง เขาเห็นหมู่บ้านหลายแห่งที่พังทลาย เขาเห็นภาพฮอกวอตส์ถูกจู่โจม เห็นว่าเดนนิสถูกฆ่าตาย เห็นอะไรอีกหลายอย่าง เห็นคนที่สำคัญต่อเขาเสียชีวิต คนที่ปกป้องเขาล้มลง กระทั่งคนที่ไม่รู้จักล้มตาย และเขาก็เห็นภาพงูยักษ์ตัวใหญ่ดวงตาสีเหลืองสดกำลังโฉบตรงมาที่เขา


เฟลิกซ์หน้าซีดเผือก ตัวสั่นระริก เขาเกลียดความฝัน มันเป็นฝันร้าย เขาเคยเล่าให้ซิเรียสฟังก็จริงแต่ทุกคนมักมีเรื่องวุ่นวายเกินกว่าจะมาใส่ใจกับมัน พยายามปิดหูไม่ให้ได้ยินเสียง ปิดตาไม่ให้เห็นภาพที่ไม่ต้องการ ร่างกายสั่นไหว


เฟลิกซ์รู้ว่าอลันกำลังจับบ่าเขา เจ้าของผิวสีน้ำผึ้งมองมาที่เขาอย่างกังวล


“นายโอเคนะ?”


“ฉัน” เฟลิกซ์รู้สึกเหมือนได้สติ เขาเห็นผ้าคลุมเก่าๆนับสิบลอยผ่านด้านนอกรถไฟ พวกมันคือผู้คุมวิญญาณ เขาจำได้ว่าพ่อของเขาเคยพูดถึงมัน “โอเค”


พยายามดึงตัวเองกลับออกมาจากความฝัน รีมัสเคยบอกว่าของหวานๆช่วยเยียวยาการจู่โจมของผู้คุมวิญญาณได้ เพราะฉะนั้นเฟลิกซ์ถึงก้มลงหยิบช็อกโกแลตที่ซื้อไว้ก่อนหน้าขึ้นมากิน ดวงตาสีเฮเซลขยับมองพวกผู้คุมวิญญาณด้านนอกที่พยายามไล่ตามรถไฟที่กำลังเคลื่อนไหว ความสิ้นหวังยังคงเกาะกุมหัวใจจนน่าตกใจ เฟลิกซ์เห็นแสงสีเงินจากผู้พิทักษ์พุ่งเข้าหาพวกผู้คุมวิญญาณ สัตว์หลากชนิดตั้งแต่ พุ่งเข้าปะทะ เปิดช่องทางให้รถไฟเคลื่อนตัวหนีไปเบื้องหน้า


“ดัมเบิลดอร์เหมือนรู้ว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น” อลันเอ่ย สีหน้าไม่ดีนักแต่ไม่ได้อาการหนักเท่าเฟลิกซ์ อลันหยิบช็อกโกแล๊ตขึ้นมากัดกินตามเขา “เล่นพามือปราบมานั่งกับพวกเราตั้งหลายคน”


เฟลิกซ์ไม่ได้กระพริบตา เขาเห็นแสงสีเขียวพาดผ่านด้านนอกกระจกรถไฟ เมื่อเงยหน้าขึ้นไปบนท้องฟ้าก็เห็นสัญลักษณ์สีเขียวรูปหัวกระโหลกที่มีงูพันโดยรอบ


ตรามาร สัญลักษณ์ที่แสดงถึงการโจมตีของผู้เสพความตาย


เฟลิกซ์พินิจมองตรามาร นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเห็นมันใกล้ขนาดนี้ มันเป็งูตัวโตขยับเลื้อยพันหัวกระโหลก ชวนให้ขนหัวลุกเป็นที่สุด


แสงของคำสาปพิฆาตอยู่ใกล้แค่นี้เอง เสียงรถไฟดังฉึกฉักเคลื่อนตัวเร็ว เสียงของลมปะทะรถไฟ หมอกมืดทึบด้านนอก ในหมอกมีแสงพุ่งเข้าใส่กัน พอจะได้ยินเสียงเปรี๊ยะๆคล้ายสายฟ้าฟาด ฝั่งหนึ่งสีเขียว อีกฝั่งหนึ่งสีแดง มีสีฟ้าปะปนอยู่บ้าง


ทางค่อนข้างคุ้นเคย เขารู้ว่าพวกเขาใกล้ถึงฮอกวอตส์แล้ว พวกเขาหลุดจากหมอกทึบเป็นภาพของภูเขาลูกสุดท้ายก่อนถึงปราสาท พวกผู้คุมวิญญาณจากไปทำให้หายใจคล่องคอขึ้นมาบ้าง แต่ความหนาวสั่นยังคงทิ้งความยะเยือกในกระดูก


เสียงกรีดร้องของใครบางคนดังขึ้น


เฟลิกซ์รู้สึกว่าร่างกายเย็นเฉียบ เขาไม่แน่ใจว่าเกิดอะไรขึ้น มองหน้าเพื่อนร่วมห้องโดยสารเพียงหนึ่งเดียวอย่างต้องการคำตอบ อลันเลิกคิ้ว


“เสียงนี้— เพื่อนร่วมบ้านนาย?”


“เสียงของโกลด์สตีน —สกาเล็ต โกลด์สตีน” เขาตอบ มือสั่นๆควานหาไม้กายสิทธิ์ที่หล่นจากเก้าอี้ไปอยู่พื้น “เราควรไปหาเธอ บางทีผู้เสพความตายอาจจะเข้ามาในรถไฟก็ได้” น้ำเสียงเขาไม่มีความมั่นใจแม้แต่น้อย แต่สุดท้ายก็คว้าไม้กายสิทธิ์ไซเปรสมาอยู่ในมือได้สำเร็จ


“เธอรอพรีเฟ็คได้” อลันเอ่ย ดวงตาคมกริบมองสภาพของเขาอย่างไม่เห็นด้วย ถึงจะเหมือนฟื้นตัวจากผู้คุมวิญญาณได้เร็วแต่ขากลับสั่นไม่หยุด


“แต่โกลด์สตีนกับเรานั่งห้องโดยสารติดกัน” เฟลิกซ์เอ่ย “พรีเฟ็คเพิ่งวิ่งไปที่หัวขบวน ไม่มีทางที่พวกเขาจะได้ยิน—“


เพล้ง!


เสียงกระจกแตกดังมาอีกครั้งในห้องของโกลด์ และครั้งนี้เฟลิกซ์กลืนน้ำลายกระตุกยิ้มร้ายข่มความหวาดกลัว กำไม้กายสิทธิ์แน่นขึ้นอีกนิด


“ให้ตาย อย่างน้อยฉันก็เป็น—“


“—กริฟฟินดอร์”


เฟลิกซ์เงยหน้าขึ้น อลันพูดตัดบทเขา ท่าทางไม่แยแสแต่ในมือถือไม้กายสิทธิ์ของตัวเอง เปิดประตูห้องโดยสารออก พยักเพยิดหน้าออกไปด้านนอก เฟลิกซ์ยิ้มกว้าง


ลุกขึ้นและเดินออกไปจากห้องโดยสาร ก้าวขาบนทางเดิน รถไฟขับเร็วและไม่สม่ำเสมอทำเอารู้สึกเหมือนทรงตัวได้ยากกว่าปกติเล็กน้อย เฟลิกซ์อยู่ด้านหน้า อลันอยู่ด้านหลัง


แต่ไม่ทันเปิดประตูออกก็มีเสียงสูงของเด็กผู้หญิงร้องก่อน


“เอ็กซ์พัลโซ!”


เฟลิกซ์เบิกตากว้างรีบกระโดดหลบออกจากวิถีของเวทย์มนต์ระเบิด ประตูที่ตั้งใจจะเปิดเข้าไประเบิดออกพังย่อยยับ ฝุ่นสีเทาฟุ้งโขมง เขาได้ยินเสียงสำลักควันของอลันที่รู้ตัวและหลบวิถีระเบิดออกไปคนแรก


เสียงหอบหายใจดังอยู่ในควัน เฟลิกซ์รีบมองเข้าไปในตู้รถไฟ มีชายสวมหน้ากากสีขาวกำลังชี้ไม้กายสิทธิ์มาทางพวกเขา


“อะวาดา เค—“


“ริกตัสเซมปรา!”


ร่างกายของเฟลิกซ์ของเฟลิกซ์ขยับไปก่อนที่จะรู้สึกตัวเสียอีก แสงเวทย์มนต์สีเงินพุ่งเข้าใส่ร่างของผู้เสพความตาย เขาหรือเธอกระตุกไม่สามารถเอ่ยร่ายเวทย์มนต์ต่อได้ แต่นั่นมันก็แค่ครู่เดียว เพราะเขารู้ตัวว่ากำลังถูกใบหน้าใต้หน้ากากจับจ้อง ไม้กายสิทธิ์ขยับจากกลุ่มควันมาที่เขา


ร่างกายเขาเย็นเฉียบ แต่ไม่ทันได้ร่ายคาถาอะไรต่อ น้ำเสียงของผู้หญิงที่สั่นเทาก็ร้องออกมาก่อน


“ออบสกูโร! โลโคมอเตอร์ มอร์ติส!”


เริ่มจากผ้าที่มัดพันบริเวณส่วนของดวงตาบนหน้ากากแน่น เชือกมัดมันขาของผู้บุกรุก ตอนแรกก็ทำให้เขาเซได้อยู่หรอก แต่เฟลิกซ์เห็นว่าผู้เสพความตายป้องกันตัวจากคาถาพวกนั้นได้อย่างง่ายดายในไม่กี่วินาทีถัดมา เขาชี้ไม้กายสิทธิ์อีกครั้งและเอ่ยคาถาที่เคยเห็นคนรอบตัวเขาใช้


“โลโคมอเตอร์” เห็นว่าผู้เสพความตายกระตุกแต่เล็กน้อยจากคาถาของเขา เขากระตุกยิ้ม สายตาขยับมองรอบๆ โบกี้รถไฟมีทั้งประตูที่หายไป กระจกที่แตกละเอียด เห็นอลันขยับเข้าไปใกล้ผู้เสพความตายตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้


“อะวาดา เคดาฟรา!”


แสงสีเขียวพุ่งเข้ามา ในจังหวะเดียวกันสายตาของเขาก็มองไปทางหน้าต่าง อลันอยู่ด้านข้างผู้เสพความตาย ใช้ขาสกัดให้ศัตรูล้มลงไป ในวินาทีเดียวกัน เขากระตุกไม้กายสิทธิ์ขึ้นบน รู้ว่าได้ยินเสียงร้องตกใจของผู้เสพความตายที่หล่นออกไปจากรถไฟในทันที แสงเวทย์มนต์สีเขียวยังคงพุ่งมา เฟลิกซ์ขยับขาข้างหนึ่งจะวิ่งหลบแต่กลับไม่ทัน


หลับตาลงเมื่อรู้สึกว่าแสงของคำสาปจะถึงตัว มีมือข้างหนึ่งมากระชากแขนเขาให้พุ่งไปทางซ้าย ดวงตาที่เผลอหลับตาต้องเปิดขึ้น มองเส้นทางของแสงเวทย์มนต์ที่พุ่งเข้าชนผนังรถไฟและหายไป


“ให้ตายเถอะ!” น้ำเสียงปนหอบดังขึ้น เด็กหญิงเพื่อนร่วมบ้านและชั้นปีกำลังนั่งชันเข่า มือกำไม้กายสิทธิ์หันไปทางหน้าต่างราวกับกลัวว่าผู้เสพความตายจะกลับมาอีกรอบ จนรถไฟวิ่งผ่านเข้าเขตแดนของฮอกวอตส์เธอถึงหันกลับมา


“ใจฉันตกไปที่ตาตุ่มตอนที่นายเกือบจะโดนคำสาปพิฆาต!” น้ำเสียงค่อนข้างห้าวถ้าให้เทียบกับผู้หญิงคนอื่นๆ เธอเป็นผู้หญิงผมสีทองตัดสั้นเป็นทรงบ๊อบ ใบหน้าขาวตัดกับสีเลือดที่เกิดจากแผลบนใบหน้า คางค่อนข้างแหลม แขนไขว้ มือกอดอก


“เฟลิกซ์ พอตเตอร์” น้ำเสียงของเธอคล้ายว่าจะแปลกใจด้วยซ้ำเมื่อเห็นเต็มตาว่าเป็นเขา หรืออย่างน้อยๆดวงตาของเธอก็แสดงความประหลาดใจออกมา เธอพ่นลมหายใจพรูดลุกขึ้นก่อนและยื่นมือมาให้เขา


“อะไร?” เฟลิกซ์กรอกตา นี่มองหน้าเขาและทักแบบนี้มันหมายความว่ายังไง ทำอย่างกับว่าเขามาขัดทางของคุณเธอเข้าอย่างไรอย่างนั้น เขาได้ยินเพื่อนเขางึมงำว่า ‘ไม่น่ารักเลย’ ซึ่งพอมั่นใจว่าสาวเจ้าคงได้ยิน เขาลุกขึ้นยืนโดยปฏิเสธมือของเธอที่ยื่นมาให้


เขายืนขึ้น สกาเล็ต โกลด์สตีน ลดมือกลับไป เธอมองห้องโดยสารที่เธอนั่งมาแล้วเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงไม่เต็มใจนัก


“ถึงยังไงก็ต้องขอขอบคุณ พอตเตอร์”


เฟลิกซ์ส่งเสียงอืมในคอ เห็นว่าอลันร่ายคาถารักษาคร่าวๆให้เพื่อนร่วมบ้านเขา


“เพื่อนเธอล่ะ?” อดสงสัยขึ้นมาไม่ได้ ปกติแล้วจะเห็นเธออยู่กับเพื่อนสองคนบ่อยๆ โกลด์สตีนขยับดวงตาสีเทามองเขาอย่างเอาเรื่อง ยกแขนขึ้นใช้นิ้วโป้งชี้ไปข้างหลัง เพยิดหน้านิดๆ


“ห้องพรีเฟ็ค”


นั่นก็ถือว่าเป็นคำตอบที่ดีที่ว่าทำไมเธอถึงมาอยู่คนเดียวได้ อลันรักษาให้เธอเรียบร้อยก็เกิดความเงียบขึ้นระหว่างพวกเขา เกิดความอึดอัดชั่วครู่ แล้วพวกเขาก็ได้ยินเสียงวิ่งและเสียงของความวุ่นวายจากด้านหน้าขบวน


“เกิดอะไรขึ้นน่ะ?” โกลด์สตีนเอ่ยขึ้นมาด้วยความสงสัย


เฟลิกซ์หรี่ตาลง เขาเห็นคนกำลังมุงดูอะไรอยู่ด้านหน้าของขบวน ก้าวเข้าไปด้วยความสงสัย มือปราบหลายคนยืนอยู่ ที่ตรงกลางมีร่างๆหนึ่ง เขาเห็นแค่ใบหน้าครึ่งเดียวก่อนที่ร่างนั้นจะถูกผ้าสีขาวปิดทับ เขารู้สึกว่าเขาน่าจะรู้จักร่างๆนั้น เด็กๆถูกไล่ออกมาไม่เว้นแม้แต่เฟลิกซ์เอง


รถไฟที่ขยับโยกตามการเลี้ยวของรางหยุดลง


แล้วพวกเขาก็ถึงฮอกวอตส์

________________


“ยินดีต้อนรับ สู่อีกปีของฮอกวอตส์”


น้ำเสียงของชายชราผู้เป็นอาจารย์ใหญ่ของฮอกวอตส์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเศร้าโศก


“ก่อนจะเริ่มพิธีการใดๆถัดไป พวกเรา คณะอาจารย์ และนักเรียนทุกคน ได้โปรด ยืนขึ้น และหลับตาลงเพื่อระลึกถึงแฟรงก์ ลองบัตท่อม มือปราบผู้ที่ควรจะมาเป็นศาสตราจารย์ประจำวิชาป้องกันตัวจากศาสตร์มืดของเราในปีนี้ ได้โปรดระลึกถึงเขา ความกล้าหาญและความเสียสละของเขา เขาผู้ซึ่งต่อกรกับเหล่าผู้เสพความตาย ต่อสู้—“


ดัมเบิลดอร์หยุด เฟลิกซ์รู้ว่าดวงตาสีฟ้ากำลังกวาดมองรอบๆ ตั้งแต่โต๊ะของเขา กริฟฟินดอร์ โต๊ะของอลันอย่างเรเวนคลอ โต๊ะฮัฟเฟิลพัฟ โต๊ะสลิธีริน และสุดท้ายนักเรียนใหม่ที่กำลังรอคอยการคัดสรร เขาหลับตาลง ในใจมันโหวง


นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่คนที่เขารู้จักเสียชีวิต นับตั้งแต่เขาอยู่ในแวดวงของภาคีนกฟินิกซ์ เขาก็รู้จักว่าความตายนั้นเป็นอย่างไร มันเจ็บปวด และเกิดขึ้นเร็วเกินกว่าที่จะรู้ตัว


เขาจำได้ว่าครั้งแรกที่จัดงานศพของสองพี่น้องพรีเวต คุณนายวิสลีย์ร้องไห้อยู่นานขนาดไหน พวกเฟร็ดกับจอร์จเองก็เหมือนขาดเสียงหัวเราะไปอยู่หลายวัน


“เขาต่อสู้—เพื่อปกป้องเด็กๆของเรา จนกระทั่งพวกเธอรอดปลอดภัยทุกคน เพื่อคุ้มครองไม่ให้มีใครต้องเสียชีวิต มองนักเรียนเป็นดั่งครอบครัว — ลูกหลานของตัวเอง”


เฟลิกซ์กุมมือของตัวเองยืนไว้อาลัย ภาพของสามีภรรยาลองบัตท่อมลอยผุดขึ้นมา บางครั้งพวกเขาก็มาพูดคุยกับเขาอย่างใจดี อ่อนโยน


เขาอยากที่จะเก่งกว่านี้ เขาไม่อยากให้มีใครต้องจากไปอีก


ในความมืด มันเงียบมาก เงียบราวกับไม่ได้มีอีกร้อยชีวิตยืนอยู่รอบๆ สุดท้ายเขาก็ลืมตาขึ้นมาในจังหวะเดียวกับที่ดัมเบิลดอร์กล่าวต่อ


“ขอบคุณ โปรด ลืมตาขึ้น— ต่อไป จะเป็นพิธีคัดสรร”


ศาสตราจารย์ใหญ่พยักหน้าให้ศาสตราจารย์มักกอนนากัลลุกขึ้นมาวางหมวกคัดสรรบนเก้าอี้ น้ำเสียงเข้มงวดกล่าวเรียกนักเรียนใหม่


“แอนนา ฟรีชลีย์”


เฟลิกซ์ถอนหายใจ


ความรู้สึกหดหู่ยังคงตกตะกอนอยู่ในใจของเขา แต่ก็เห็นว่าเด็กใหม่เดินกล้าๆกลัวๆขึ้นไปบนเก้าอี้ ศาสตราจารย์มักกอนนากัลวางหมวกคัดสรร ไม่นานมันก็ร้องออกมา


“กริฟฟินดอร์!”


เด็กกริฟฟินดอร์คนอื่นปรบมือ หลายคนเอ่ยเสียงยินดี เด็กใหม่รีบวิ่งเข้ามาหาบ้านของเขา เฟลิกซ์ถอนหายใจ


เขาไม่เคยชินเลยกับการที่ทุกคนกลับมาหัวเราะและมีความสุขได้หลังจากมีคนตายไปเพียงไม่กี่ชั่วโมง อาจเป็นเพราะคนอื่นๆไม่เคยรู้จักคนที่ตายไปอย่างเขา เฟลิกซ์ขยับมือหยิบขนมปังที่อยู่บนโต๊ะที่เต็มไปด้วยอาหารช้าๆ


เขารู้ดี— ต่อให้มีคนตาย ต่อให้คิดถึงคนที่จากไป เขาก็ทำได้เพียงแค่ใช้ชีวิตของตัวเองต่อไป


______________


แฮร์รี่ไม่นึกว่าตัวเขาจะได้กลับมาเยือนคฤหาสน์ชาเลสตันอีกครั้งเร็วขนาดนี้


ฝนตกเหมือนรับรู้ถึงความเศร้าโศกเสียใจของคนรอบๆ เขากางร่ม ยืนฟังเสียงร้องไห้ของคุณออกัสต้าที่ปกติจะชอบใส่ชุดสีเขียว วันนี้เห็นเธอใส่ชุดสีดำ ยืนซับน้ำตาอยู่ ข้างๆมีอลิสที่ร้องไห้สะอื้น ลิลี่กับเจมส์ พอตเตอร์พยายามปลอบเธอ คฤหาสน์ชาเลสตันที่เป็นหินอ่อนขาวคล้ายปราสาทเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง มันอบอวลไปด้วยความทุกข์ระทม คนมาร่วมงานมีทั้งคนในภาคีและมือปราบผู้ร่วมงานกับคุณแฟรงก์ แฮร์รี่จำได้ว่าจุดนี้คือจุดเดียวกับที่เขาเห็นคุณออกัสต้ามายืนในวันที่เขาบาดเจ็บ


เขารู้แล้วว่าคืนนั้นคุณย่าออกัสต้า ลองบัตท่อมยืนมองอะไร


เขามองแท่นหินที่สลักข้อความไว้อย่างงดงามด้วยคำว่า


Neville Longbottom
1990-1991
ของขวัญที่พิเศษสุดในชีวิต


นี่คือเหตุผลที่เขาไม่เคยเจอเพื่อนของเขาเลย แฮร์รี่มองมันด้วยความรู้สึกพิกล เขารู้ดีว่าเพื่อนตัวจริงของเขายังคงมีชีวิตอยู่ในอีกมิติหนึ่ง แต่การมาเห็นหลุมศพแบบนี้มันทำให้เขาใจหาย และมันไม่ใช่ความรู้สึกที่ดี


คุณอลิสปลีกตัวมายืนอยู่ข้างๆเขาตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ แฮร์รี่มองเธอ ในสายตาของเธอมันมืดมน เธอไม่สนใจจะใช้ร่ม ผมของเธอเปียกลู่ เสียงของฝนดัง เขายื่นมือขยับร่มในมือของเขาไปบังฝนให้เธอ


แฮร์รี่เข้าใจแววตาแบบนี้


แววตาของคนที่ผ่านสงครามมา มันเป็นแววตาแบบเดียวกับที่เฮอร์ไมโอนี่ รอนและเขามี แววตาของคนที่รอดชีวิตจากสงคราม แววตาของคนที่ถูกสงครามฆ่า


สงครามไม่เคยทำให้ใครชนะ มันมีแค่คนที่แพ้ กับคนที่ทั้งแพ้มากกว่าเท่านั้น


“เธอรู้ไหม ฉันไม่เคยปกป้องอะไรได้เลย—“ อลิสก้มลง น้ำเสียงแหลกสลาย ลูบหินที่สลักชื่อลูกชายเธอ เธอถามเขา “เขามีชีวิตในโลกของเธอรึเปล่า?”


แฮร์รี่นิ่งก่อนจะพยักหน้าช้า ใบหน้าเขาไม่สามารถแม้จะฝืนยกยิ้ม คุณนายลองบัตท่อมถามเสียงกระซิบ แต่สายฝนกลับไม่ได้กลบเสียงของเธอ


“เขาเป็นอย่างไร?”


แฮร์รี่ระลึกถึงใบหน้าเพื่อนที่เขาจดจำได้ตั้งแต่ครั้งที่เป็นเด็กขี้กลัว ทำเทรเวอร์หายอยู่บ่อยๆ กลัวที่จะขี่ไม้กวาด กลัวทุกสิ่งทุกอย่าง จนทุกวันนี้เป็นมือปราบที่เก่งกาจ


“เนวิลล์— ผมเห็นเขาตั้งแต่ปีหนึ่ง พวกเราอยู่บ้านกริฟฟินดอร์เหมือนกัน เขาเติบโตขึ้นมาอย่างเข้มแข็ง และกล้าหาญ เขาเป็นหนึ่งในคนที่สามารถดึงดาบของกริฟฟินดอร์ออกมาได้ ทุกวันนี้เขาศึกษาเกี่ยวกับสมุนไพรที่เขารัก คุณจะค้นพบว่าเขาจะกลายเป็นคนช่างพูดขึ้นมาหากเอ่ยถึงสมุนไพร—”


แฮร์รี่หยุดพูดเมื่อคนอื่นๆเริ่มขนร่างของแฟรงก์ ลองบัตท่อมลงโลง คุณอลิสเอ่ย


“งั้นเหรอ เหมือนฉัน— “ เธอยกยิ้มขึ้นมาได้แม้ว่ามันจะเป็นรอยยิ้มที่พังพินาศ


แฮร์รี่มองเธอเดินจากไป อลิส ลองบัตท่อมเดินเข้าไปหาร่างของสามีตัวเองเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่จะต้องจากลากันตลอดกาล เอ่ยบางอย่างกับเขาด้วยเสียงสะอื้น แฮร์รี่รู้ว่าเธอน่าจะเอ่ยบางอย่างเกี่ยวกับลูกชายของพวกเธอ


เขารู้ว่าเขาทนดูภาพแบบนี้ไม่ได้ แต่เขาก็ยังคงยืนอยู่ตรงนั้นกระทั่งงานศพจบลง


ท่ามกลางสายฝนที่รุนแรงขึ้น หลังฝังศพทุกคนก็กลับเข้าไปคฤหาสน์ แฮร์รี่เห็นร่างสีดำคล้ายค้างคาวตัวโตขยับอยู่


ในใจที่กำลังหดหู่เต็มไปด้วยความแค้น เขาวิ่งตรงไปที่ร่างของชายตัวสูง กระชากผ้าคลุมนั้น เอ่ยอย่างเกรี้ยวกราด


“บอกผมมา นี่มันเป็นฝีมือของคุณรึเปล่า!?”


แฮร์รี่กดเสียง “ศาสตราจารย์”


ดวงตาสีนิลนั้นยังคงเย็นชาไม่บ่งบอกว่ารู้สึกอย่างไร แฮร์รี่ไม่เข้าใจว่าทำไมอีกฝ่ายถึงโผล่มางานศพทั้งๆที่ควรจะอยู่ฮอกวอตส์มากกว่า เขาร้องออกมาเมื่ออีกฝ่ายยังไม่ตอบ เสียงฝนยังคงดัง แต่เขาตะโกนดังกว่า


“นี่ใช่ไหมล่ะ สิ่งที่คุณต้องการ! น้ำตา เสียงกรีดร้อง งานศพ —คุณใช่ไหมที่ทำให้พวกผู้เสพความตายจู่โจมรถไฟ!”


แฮร์รี่รู้สึกพังทลาย เขาคลายมือของตัวเองออก เขารู้สึกว่าตัวเองจะรู้สึกดีกว่าหากได้เจอศาสตราจารย์สเนปที่มิติของเขา ฝ่ายนั้นจะเอ่ยโต้ตอบเขาไม่ใช่นิ่งเงียบแบบนี้ ไม่ได้มีสายตาเย็นชาขนาดนี้ ไม่ได้ปล่อยให้เขารับรู้ว่าอีกฝ่ายกำลังทรยศทุกคนอยู่แบบนี้ เขาอยากอยู่ต่อหน้าคนที่ต่อให้เกลียดเขาแต่ก็ช่วยเหลือเขา ไม่ใช่คนที่ทรยศหักหลัง


“ครั้งนี้—“


น้ำเสียงที่เอ่ยออกมาเป็นเสียงต่ำ แฮร์รี่มอง ความรู้สึกหลากหลายตีพันอยู่ในท้อง เขาเกลียดอีกฝ่าย เขาพยายามเข้าใจ เขายอมแพ้ เขาคิดถึง เขาเคารพ โหยหา สุดท้ายก็แตกหัก


“—ไม่ใช่ฝีมือของฉัน”


แต่เขากลับเชื่อคนที่ทรยศหักหลังทุกคนด้วยประโยคเดียว


แฮร์รี่รู้สึกว่าตอนนี้เขาเกลียดตัวเองยิ่งกว่าที่เกลียดอีกฝ่ายเสียอีก


__________


Talk:)


กลับมาจากเที่ยวแล้วค่ะทุกคน! ตอนแรกเห็นคอมเม้นละว่าจะแต่งตอนเที่ยวแต่มันไม่ได้จริงๆ ไม่มีสมาธิเลยค่ะ 55555


รอบนี้พิณลองเอาเข้าเวิร์ดก่อนเอามาลง เนื้อหาตัวใหญ่ขึ้นมั้ยคะ?


สุดท้ายแล้ว ..มาเสนอแฮชแท็กทวิตกันเถอะค่ะ! เหตุผลก็ง่ายๆเลย คือพิณอยากเล่นแต่นึกแฮชแท็กไม่ออกอะ เลยมาขอพึ่งใบบุญจากรีด5555 เม้นไว้ให้และเดี๋ยวจะเปิดโหวตตอนหน้าน้า



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 197 ครั้ง

461 ความคิดเห็น

  1. #312 nicharipaen04 (@nicharipaen04) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2562 / 22:55
    หน่วงมากกก
    #312
    0
  2. #216 SatitKansc (@SatitKansc) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 26 เมษายน 2562 / 17:18

    เย้กลับมาแล้ว
    #216
    0
  3. #215 TaTar_Wannakarn (@guitar643922) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 24 เมษายน 2562 / 12:10

    หนักหน่วงมาก😫 สงสารยัยรี่มาก นางต้องกลับมามองความตายที่ค่อยๆพรากคนรอบตัวไปอีกครั้ง ฮืออออออออ
    PS.แต่งนิยายสู้ๆนะคะ
    #215
    0
  4. #210 Patjungy (@Ratchuma44) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 23 เมษายน 2562 / 15:01

    รอนะคะ
    #210
    0
  5. #209 wal_5678 (@wal_5678) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 23 เมษายน 2562 / 13:26

    บ้าเอ๊ยยยย ตอนแรกแฟรงก์ยังรอดอยู่เลย ตายเฉยย


    คงไม่ใช่ว่าเพือนแฮรี่ทุกคนยกเว้นบ้านวีสลีย์ตายเรียบเลยใช่มั้ยเนี่ย?? เดรโกอาจจะตายแล้ว? แต่ไม่น่านะ...?


    คิดดูดีๆ โลกนึงแฮรี่รอดพ่อ- // โลกนึงแฮรี่ตายพ่อแม่รอด


    โลกนึงเนวิลล์รอดพ่อแม่เป็นบ้า // โลกนึงเนวิลล์ตายพ่อแม่รอด (+พ่อพึ่งตาย)


    บางทีกรณีเฮิร์มอาจจะ เฮิร์มเป็นแม่มด // เฮิร์มเป็นมักเกิ้ล (??)

    #209
    0
  6. #208 เด็ก.ติสท์ (@new-sureerat) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 23 เมษายน 2562 / 08:51
    ตอนนี้หนักหน่วงมากค่ะ บรรยายได้ดีมากเลย
    เราทำเอาเราตอนนี้ทำอะไรไม่ถูกเลย แต่เรากลับชอบที่มันเป็นอย่างนี้

    อารมณ์ตัวละครไม่หลุดคาแรคเตอร์ต้นฉบับเลย เราชอบตรงนี้ที่สุด เหมือนได้กลับมาอ่านต้นฉบับอีกรอบ แต่เป็นรอบพิเศษ

    สุดท้าย เดรโกของนุล่ะะะะะ เดรกยังมีชีวิตใช่ไหมมม คงไม่ได้โดน....ไปใช่ป่าววว
    #208
    0
  7. #207 rookie_king2 (@Rookie_King) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 23 เมษายน 2562 / 07:04
    เป็นตอนที่หน่วงหนักมาก อารมณ์หม่นๆ ทั้งตอนเลย มีแต่ความสูญเสียจากสงคราม เห็นคนรอบตัวๆ ตายจากไปทีละคน บรรยายได้ดีจริงๆ ค่ะ ขอชื่นชมจากใจ อ่านแล้วเข้าใจความรู้สึกเลย

    แฮร์รี่ไม่รอด เนวิลล์ไม่รอด แล้วเฮิร์มฉันล่ะจะรอดมั้ย ตั้งแต่มานี่ยังไม่เจอเดรกเลยนะ แง คุณช๊ายยยยยย
    #207
    0
  8. #206 Puai244 (@Puai244) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 23 เมษายน 2562 / 06:55
    เป็นตอนที่หดหู่
    บางทีก็รู้แล้วว่าอะไรทำให้แฮร์รี่ กับ เนวิลจากไปในโลกนี้
    และสเนปทำอะไร

    อยากเกลียดแค่ไหน ประโยคเดียวเชื่อเขาหมดใจ



    พ่อเจมส์ แม่ลิลลี่ ถ้ายังเมิน เสียลูกชายไปอย่างสิ้นเชิงละนะ ลูกชายคนโดของคุณ

    การรับรู้ว่าในต่างโลก ลูกชายมีชีวิต มันมีความสุขนะ แต่ก็รับได้ยากยิ่ง โลกนี้สงครามหนักหน่วง และไม่จบลงซะที

    อ่านตอนนี้บางจุด ข้ามบางประโยคได้ยาก วนอ่าน และคิดตามหนักหน่วงมาก ทั้งที่ไม่ซับซ้อน
    #206
    0
  9. #205 Boonyisa Rodpat (@lkppim) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 23 เมษายน 2562 / 01:27
    ตอนนี้มีแต่คำว่าอึดอัด คู่นี้หน่วงจังเลย ขนาดแค่นี้ยังรู้สึกแบบแงพอแล้ววว แต่เชื่อว่ายังหน่วงได้อีกสินะ
    #205
    0
  10. #204 Tomaiey (@tueysmall) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 23 เมษายน 2562 / 00:20
    โอโห รสขมปร่าลิ้นนี่มันอะไรกัน... บรรยากาศหนักอิ้ง..
    เซเวอร์รัสโลกนี้ว่างเปล่า เหมือนเหลือแค่ร่างกายแล้ว หนูรี่จะพากลับมาได้มั้ยนะ โอยย ปวดใจ
    #204
    1
    • #204-1 Tomaiey (@tueysmall) (จากตอนที่ 13)
      23 เมษายน 2562 / 00:26
      คนละมู๊ดกับตอนที่ผ่านมาเลย โอยย ขมปากขมขม! แงง
      #204-1
  11. #203 Tidvita (@Tidvita) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 22 เมษายน 2562 / 22:42
    เศร้าเลย ฮื่อ TAT)
    #203
    0
  12. #202 ฮิจินะ (@pho-poe) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 22 เมษายน 2562 / 22:11

    #ป๋าแฮร์กับความหน่วงนี้ หน่วงจริงจัง อ่านแล้วเปิดเพลงเศร้าบิ้วไปด้วยยิ่งเข้าไปใหญ่T^T อยากให้ทั้งสองลงเอยด้วยดีจริงๆนะ

    #202
    0
  13. #201 ฮิจินะ (@pho-poe) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 22 เมษายน 2562 / 21:58

    โอยยยยยย แฮรี่ลูกก อย่าร้องงงง

    #201
    0
  14. #200 oocc (@onpilin55) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 22 เมษายน 2562 / 21:41
    อ่านจบแล้งเคว้งเลยค่ะ ;-: แบบ หนักหน่วงขึ้นทุกตอนเลย ฮือ สงสารทุกคนมากๆ ตัวเองด้วย แง5555 ยังไงก็เป็นกำลังใจให้ในตอนต่อไปนะคะ ชอบมากๆ

    (ร เราคิดแท็กไม่ออกแหละค่ะ พยายามคิดแต่ไม่ได้จริงๆ แฮะๆ555)
    #200
    0
  15. #199 P A N A (@00000o) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 22 เมษายน 2562 / 21:28
    ทำไมมันหน่วงเยี่ยงนี้ ฮึก;-; #Eternal War
    #199
    0
  16. #198 GOTFAFA (@Yanikajitklang) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 22 เมษายน 2562 / 21:24

    เศร้า หดหู่ โกรธ โมโห สงสาร
    #198
    0
  17. #197 Alecxia Drew (Adriene) (@war-1980) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 22 เมษายน 2562 / 21:07
    สงครามมีแต่สูญเสียจริงๆค่ะ
    และตราบใดที่จอมมารยังไม่ตายสงครามก็ยังเกิดต่อไป เฮ้ออออออ
    คิดแล้วก็ตะเตือนใจ คิดชื่อแท็กกันดีกว่า! เอาเป็น#HPdimension หรือ#HPeternalwar หรืออันนี้#นุงรี่กับโลกต่างมิติ กร๊ากกกกกก
    #197
    0
  18. #196 lonely.com (@jiblonely) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 22 เมษายน 2562 / 21:01
    หน่วงมากกกก ก ไก่ล้านตัว คือไม่รู้จะเม้นท์แบบไหนดี คือเหมือนเข้าใจทุกอย่างที่ไรต์อยากจะสื่อ ตันไปเลยความรู้สึก ไม่รู้จะสงสารใคร จะโกรธใครดี ทุกอย่าง ทุกคนเป็นผลจากสงครามทั้งนั้น

    ก็คิดอยู่แล้วว่าเนวิลล์จะรอดเหรอ ในเมื่อคนในคำนายมีสองคน ฆ่าแฮร์รี่โลกนี้ จะไม่ฆ่าเนวิลล์ด้วยเหรอ มันเป็นไปไม่ได้ เริ่มคิดแล้วว่าคนที่แฮร์รี่รู้จักจะเหลือใครบ้าง แต่สังหรณ์ใจว่าเฮิร์มในโลกนี้ไม่น่ารอดนะ เป็นมักเกิ้ลด้วย แงงง
    #196
    0
  19. #195 ::คนปากไม่ดีย์:: (@windycloud) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 22 เมษายน 2562 / 20:25
    ตาเซฟฟฟฟฟ เเงงงงง ตาเซฟว้อยยยยยยย ทำตาหนูเก้วกราดหลายรอบเเล้วนะ ก็พอเข้าใจความรู้สึกเซฟนะ ที่บอกว่าอยากจะทำทุกอย่างเพื่อได้เห็นลิลลี่ เเม้กระทั่งทรยศกับภาคี เเต่มันก็ไม่ใช่เรื่องที่ต้องทำขนาดนี้มั้ยอ่ะ เเงงงง เราโป้งตาเซฟเเล้ว!
    คือมันพีคตรงที่ว่าเนวิลล์ตายพร้อมเเฮร์รี่ในมิตินี้อ่ะ ทีเเรกก็คิดว่าจะอยู่ฮอกวอตส์กับน้องเฟ ฮืออออออ เนวิลล์ลู๊กกกกกก
    ถ้าเราเป็นอลิซเราคงรู้สึกเหมือนโลกมันเคว้งคว้างอ่ะ เพราะเขาเหลือกันเเค่สองคนเองนะ เเล้วนี่เเฟรงค์ก็มาจากไปอีกคน ตอนนี้อลิซคือโดดเดี่ยวมากเเม่ เเงงงงงงง สงสารอลิซสุด
    #195
    0
  20. #194 RainyBird (@Rainny6159) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 22 เมษายน 2562 / 20:25

    สงสารป๋าอ่ะ สงสารรี่ด้วย ฮรือออออ อยากให้ทั้งคู่มีบทมากกว่านี้จัง
    #194
    0
  21. #193 Jackalope3305 (@pawidporn-name) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 22 เมษายน 2562 / 20:14
    เข้าใจแหละ สเนปโลกนี้ไม่มีแรงใจอะไรในการช่วยเหลือภาคีเลย การเข้ามาก็เพื่อเป็นสายลับแค่นั้น ไม่มีใครสนใจไม่มีใครแคร์ และถึงจะผูกพันกับแฮร์รี่ไม่ว่าจะรูปแบบไหนไป มันก็ไม่ได้อะไรอยู่ดี แฮร์รี่มีโลกเดิมให้กลับไป แล้วสเนปก็จะเคว้งเหมือนเดิม

    เท่านี้ก่อนนะคะ ยังอ่านไม่จบตอน แหะๆ
    #193
    2
    • #193-1 Jackalope3305 (@pawidporn-name) (จากตอนที่ 13)
      22 เมษายน 2562 / 20:22
      ช็อกสุดใจที่แฟรงค์ตายค่ะ ไปพร้อมๆกับเนวิลล์ โลกนี้สูญเสียพอๆกับอีกโลกเลย เพียงแค่เปลี่ยนคนเท่านั้นเอง
      #193-1
    • #193-2 Jackalope3305 (@pawidporn-name) (จากตอนที่ 13)
      22 เมษายน 2562 / 20:24
      แต่แล้วใครจะมาเป็นคนสอนป้องกันตัวล่ะคะเนี่ย คนยิ่งหายากขึ้นทุกวันแล้วแบบนี้
      #193-2
  22. #191 My3547TRSH (@My3547TRSH) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 22 เมษายน 2562 / 19:57
    สงสารน้องจัง ต้องกลับมาช่วงสงครามอีกแล้ว ครั้งนี้สเนปก็ไม่เหมือนโลกเก่าด้วย
    #191
    0
  23. #190 RainyBird (@Rainny6159) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 22 เมษายน 2562 / 19:48

    อัพแล้วววว เย้ (ขอเม้นก่อนอ่านนิสนึงงง คริๆ)
    #190
    0