Fic Harry Potter - Eternal War (SS/HP)

ตอนที่ 10 : Chapter 10 : Pray for our immature selves

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1503
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 270 ครั้ง
    1 เม.ย. 62

Chapter 10 : Pray for our immature selves








แฮร์รี่นั่งอยู่ที่เก้าอี้ตัวหนึ่งของห้องประชุม เขาไม่เอ่ยอะไร มองการประชุมที่เป็นไปอย่างน่าอึดอัด ตอนแรกที่เขาเข้ามาร่วมประชุมมีเสียงคัดค้านยาวเป็นหางว่าว แต่สุดท้ายก็มานั่งจนได้ การประชุมครั้งนี้เซเวอร์รัสไม่ได้เข้าร่วมทำเอาแฮร์รี่แอบสงสัยนิดหน่อย แต่หากจะโพล่งถามไปทันทีคงเสียมารยาทไปหน่อย แฮร์รี่ลูบขอบแก้วน้ำเงี่ยหูฟัง



“ขอบคุณที่พวกมันยังไม่สามารถเข้าไปฮอกวอตส์ได้ และผมว่าเราควรเกณฑ์คนไปประจำที่ตรอกไดแอกอนเพิ่มขึ้น” แฟรงค์ ลองบัตท่อมเอ่ย



แฟรงค์คือคนแรกที่ได้สติกลับมาจากการจู่โจมครั้งก่อน เป็นคนกระตือรือร้น มาเอ่ยขอบคุณเขาหลายต่อหลายครั้ง ส่วนอลิสยังคงไม่ได้สติ ลิลี่ก็เช่นกัน



แฮร์รี่กวาดสายตาไปรอบห้อง หัวโต๊ะยังคงเป็นอัลบัส ถัดไปเป็นคิงส์ลีย์ พวกตัวกวน วิสลีย์ ลองบัตท่อม ในส่วนวิสลีย์รุ่นลูก นอกจากบิลแล้วแฮร์รี่ไม่เห็นคนอื่นมาประชุม จำได้ว่าเฟร็ดกับจอร์จบอกว่าคุณมอลลี่กีดกันพวกเขาออกจากการประชุม รอนก็เช่นกัน เขาจำได้ดีว่ารอนดูบูดบึ้งขนาดไหนตอนที่รู้ว่าเขาได้เข้ามาร่วมประชุมภาคีวันนี้



เขามองคนที่นั่งอีกฝั่งของโต๊ะ แม้ดอายส์มู้ดดี้นั่งข้างท็องส์ วันนี้ผมของท็องส์เป็นสีน้ำเงินเข้ม แฮร์รี่มองท็องส์ทีรีมัสที แปลกมากที่เห็นรีมัสนั่งกับเจมส์และซิเรียสแทนที่จะเป็นท็องก์แบบนี้


“ฉันจะจัดการเรื่องคนให้ สักสิบคนพอไหม” คิงส์ลีย์เสนอ ซึ่งทุกคนดูจะเห็นด้วย


“โวลเดอร์มอร์มีแผนที่จะโจมตีเขตทวิงเกนแฮมคืนวันเสาร์นี้ แฟรงค์ คิดว่าคงนำโดยตัวเขาเองพร้อมลูกน้องอีกไม่กี่คน” อัลบัสเอ่ยขึ้นทำเอาทุกคนชะงักก่อนจะพยักหน้าเข้าใจว่ามันมาจากเซเวอร์รัสที่เป็นสายให้


แฮร์รี่เลิกคิ้ว นึกทบทวนภาพที่เห็นตอนเช้าหลังตื่นนอน ไม่ ไม่ใช่คืนวันเสาร์ แฮร์รี่เอ่ยขัดขึ้นมาทันที


“คืนวันศุกร์”


เขาค่อนข้างมั่นใจ ไม่มีทางที่เขาจะจำผิด และโวลเดอร์มอร์ในโลกนี้ก็ยังไม่รู้เรื่องการเชื่อมต่อ


“เธอหมายความยังไง ที่ว่าเป็นวันศุกร์”


แฮร์รี่มองแฟรงก์ ลองบัตท่อม และเอ่ยเสียงหนักแน่น “โวลเดอร์มอร์จะมาพร้อมแมกแนร์คืนวันศุกร์ วันเสาร์น่าจะเป็นวันลวงที่เขาเอาไว้หลอกสายลับ”


รู้ว่าสายตาจับจ้องเขา เขาหันไปมองตอบดัมเบิลดอร์และพยักหน้าให้ ศาสตราจารย์ใหญ่พยักหน้าตอบและเอ่ยแก้


“ตามนั้น วันศุกร์ เราเชื่อเขาได้” อัลบัสยืนยัน แฟรงค์มองมาทางเขาอยู่นานและพยักหน้ายอมรับโดยไม่ถามเหตุผล


แฮร์รี่ฟังที่ทุกคนคุยแผนไป บางครั้งมีบ่นถึงเรื่องโวลเดอร์มอร์ไม่ยอมตายเสียที แฮร์รี่ก็มองอัลบัส เขายังไม่ได้บอกเรื่องฮอร์ครักซ์ไป ตั้งใจว่าจะบอกหลังการประชุมนี้ การบอกในที่ประชุมเลยคงไม่ดีเพราะมันโจ่งแจ้งเกินไป แถมเรื่องพวกนี้คนรู้เยอะก็ใช่ว่าเป็นเรื่องดี


ในที่สุดอัลบัสก็กล่าวเลิกประชุม แฮร์รี่ลุกขึ้นรีบเดินไปหาอัลบัส เชาชะงักเล็กน้อยขณะเดินผ่านหน้าเจมส์ที่มองเขาลอยๆ พอแฮร์รี่หันไปสบตากับเจมส์ คนโตกว่าก็เบือนหน้าหนี แฮร์รี่กลับมาสนใจอาจารย์ใหญ่


“อัลบัส ผมขอคุยด้วยหน่อยครับ”


ดัมเบิลดอร์พยักหน้าและผายมือเชิญเขา คงเป็นเพราะรอบข้างตอนนี้ไม่ค่อยจะส่วนตัวเท่าไหร่นัก ศาสตราจารย์ใหญ่ยิ้ม ใบหน้าชราแฝงความน่าเกรงขาม


จนกระทั่งทั้งห้องเหลือแค่แฮร์รี่กับดัมเบิลดอร์ แฮร์รี่ยกไม้กายสิทธิ์เอ่ยพึมพำ ‘มัฟฟลิอาโต’ แน่นอนว่าอัลบัสย่อมแปลกใจ ดวงตาฉายแววสงสัยแต่ไม่ได้เอ่ยท้วงอะไร


แฮร์รี่วางไม้กายสิทธิ์ลงบนโต๊ะต่อหน้าอัลบัส จริงอยู่ที่รักชายชราคนนี้มากแค่ไหน แต่เขาก็ไม่กล้าฟันธงว่าอัลบัสในโลกนี้กับอัลบัสในโลกเขาจะเหมือนกันทั้งหมด เขาจะตัดสินใจว่าควรจะเชื่อศาสตราจารย์ใหญ่ที่เขาเคารพรักคนนี้หรือไม่ เขาอาจอภัยให้อัลบัสในโลกเขาสำหรับทุกอย่างที่คนชราพลาดไป แต่กับคนตรงหน้า—


ไม้กายสิทธิ์แน่นิ่งอยู่บนโต๊ะที่ห่างจากเขาไปหนึ่งก้าว แฮร์รี่มองอาจารย์ใหญ่อย่างจริงจัง


อัลบัสหุบยิ้มเมื่อเข้าใจสิ่งที่แฮร์รี่ต้องการจะสื่อ สายตาสีฟ้าใต้แว่นรูปจันทร์เสี้ยวมองตรงมาที่ไม้กายสิทธิ์ของเขาชั่วครู่ ใบหน้าของอัลบัส ดับเบิลดอร์ดูแก่ลงไปอีกขั้น แฮร์รี่นิ่งมองคนชรากว่าพยักหน้าอย่างเข้าใจแล้วก้มลงหยิบไม้กายสิทธิ์ของตนเองขึ้นมาวางบนโต๊ะข้างๆไม้กายสิทธิ์ของเขา


แฮร์รี่รอจนกระทั่งมือของอาจารย์ใหญ่กลับไปอยู่ข้างตัว เขามองดูไม้กายสิทธิ์เอลเดอร์ ที่วางบนโต๊ะคู่กับไม้ฮอลลี่ของเขา


“ฉันแปลกใจที่รู้ว่าเธอกับตัวฉันในอีกโลกจะสนิทกับขนาดนี้ ในตอนแรกที่เธอบอกว่าเขามองเธอเป็นหลานคนหนึ่ง ฉันไม่นึกเลยว่า —” อัลบัสเอ่ย ดวงตาสีฟ้าดูสั่นไหวชั่วขณะ แต่แฮร์รี่กลับยืดตัวเล็กน้อย ทำตัวตามสบาย


แฮร์รี่มั่นใจแล้วว่าเขาเชื่ออัลบัสคนนี้ได้


“ทุกคนเคยผิดพลาด อัลบัส” แฮร์รี่เอ่ยยิ้มๆทอดสายตามองคนชราราวกับจะปลอบใจ เขาสั่นศีรษะน้อยๆ “แต่ผมไม่ได้มาระลึกความหลังกับคุณ ศาสตราจารย์ ผมมาเพราะว่ามีบางอย่างที่คุณต้องรู้เกี่ยวกับโว— ผมหมายถึง เกี่ยวกับทอม”


แฮร์รี่แทบตีตัวเองที่จะหลุดชื่อโวลเดอร์มอร์มาหลายครั้ง ไม่แน่ใจว่าคำสาปของโวลเดอมอร์ยังอยู่ไหม เขาลูบแผลเป็นเล็กน้อย ก่อนจะสูดหายใจเข้า เช่นเดียวกับอัลบัสที่ดูแปลกใจระคนสงสัย แต่ตัวแข็งขึ้นเมื่อแฮร์รี่ยืดตัวตรงสบตาสีเขียวจ้องเข้าไปในดวงตาสีฟ้า


“มีอะไรที่ฉันพลาดไปงั้นหรือ?” อัลบัสกระซิบ


“ฮอร์ครักซ์” แฮร์รี่เอ่ยตอบ


เกิดความเงียบขึ้นมาหลังจากแฮร์รี่เอ่ยจบ แค่คำเดียวสั้นๆ ดับเบิลดอร์ฟังและตัวแข็งทื่อ เอนหลังเก้าอี้และยกมือกุมริมฝีปาก แฮร์รี่เอ่ยเสริม


“หากโลกของเราไม่ต่างกันมากนัก ผมติดว่าเขาคงสร้างมันขึ้นมาทั้งหมดเจ็ดชิ้น”


“เคราเมอร์ลิน”


คราวนี้อัลบัสอุทาน ดวงตาสีฟ้าพลันตกวูบ แฮร์รี่ไม่เคยเห็นศาสตราจารย์ใหญ่อุทานแบบนี้มาก่อน เขารู้สึกว่าอัลบัสคล้ายเจ็บปวด อาจจะเป็นเพราะทอมทำสิ่งที่ผิดพลาดที่สุดลงไป อาจจะเพราะเวทนา หรือบางทีอาจจะเป็นเพราะเขากำลังโทษตัวเอง


ทุกคนที่ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของสงครามจะต้องแบกรับความตายของพวกพ้องไว้เสมอ นั่นคือสิ่งที่เขารับรู้ผ่านประสบการณ์และเห็นมันในดวงตาของอัลบัส ชายผู้เป็นวีรบุรุษแห่งโลกเวทย์มนตร์


“ผมไม่อยากพูดเรื่องนี้ในที่ประชุม ผมคิดว่าถ้าคนรู้น้อยเท่าไหร่ก็ยิ่งดี พูดตามตรง ผมเองก็ไม่รู้ความสัมพันธ์ของพวกเขาในโลกนี้มากนัก” แฮร์รี่เอ่ย


“ในโลกของเธอ คนพวกนั้น—“


แฮร์รี่นิ่งเงียบเป็นคำตอบให้อาจารย์ใหญ่


“เธอคงลำบากมามาก” อัลบัสเอ่ยทั้งพยักหน้า “พอจะบอกได้ไหมว่าฮอร์ครักซ์เหล่านั้นมีอะไรบ้าง”


แฮร์รี่ทอดสายตาระลึกถึงสงครามที่คล้ายเกิดเมื่อวาน ขยับริมฝีปาก


“ชิ้นแรกคือบันทึกของทอม มาโวโล่ ริดเดิ้ล ไม่ทราบว่าในตอนที่ผมปีสองห้องแห่งความลับได้เปิดรึเปล่าครับ?”


“ไม่ แฮร์รี่ ห้องแห่งความลับไม่เคยถูกเปิดออกมาห้าสิบกว่าปีแล้ว”


“งั้นบางทีตอนนี้สมุดเล่มนั้นมันคงอยู่ที่คฤหาสน์มัลฟอย” แฮร์รี่เอ่ยนึกถึงของชิ้นถัดไป


“ชิ้นที่สองคือสร้อยของสลิธีริน — คุณคงรู้จักน้องชายของซิเรียส”


“เรกูลัส” อัลบัสตอบ “ไม่อยู่แล้ว เขาเป็นหนึ่งในผู้เสพความตายในครั้งสุดท้ายที่ฉันพบ”


แฮร์รี่พอจับกระแสความเศร้าในน้ำเสียงของศาสตราจารย์ชราได้ แฮร์รี่ยกยิ้มเศร้า


“แต่เขาไม่ได้เป็นในช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิตเขา”


เขารู้สึกถึงดวงตาสีฟ้าที่เงยขึ้นมาจากความเศร้า แฮร์รี่ทอดสายตามอง นึกถึงซิเรียสในโลกของเขาที่ไม่เคยได้รู้ความจริงของน้องชายของตัวเอง


“เช่นนั้นหรือ” อัลบัสถาม “เธอจะบอกว่าเขาทรยศจอมมาร?”


“เขาเป็นหนึ่งในคนที่ตั้งใจจะทำลายฮอร์ครักซ์ และจบชีวิตในสงครามเป็นคนแรกเยี่ยงวีรบุรุษ” แฮร์รี่ตอบ “และเพราะเขา ทอมไม่เคยรู้เลยว่าฮอร์ครักซ์ชิ้นหนึ่งของเขาไม่ได้อยู่ในที่ซ่อนที่มันควรจะเป็นหากแต่อยู่กับคนที่ซื่อสัตย์ต่อเรกูลัสมากที่สุด”


“เธอหมายถึง—ครีเชอร์?”


แฮร์รี่พยักหน้า


“—ชิ้นที่สามคือถ้วยของฮัฟเฟิลพัฟ มันอยู่ในธนาคารกริงกรอตส์ในชื่อของครอบครัวเลสแตรงก์ ครั้งแรกเพื่อนกับผมแอบเข้าไปในกริงกรอตส์แต่ผมคงไม่ทำแบบนั้นอีกรอบแน่ ผมต้องขอฝากคุณหรือใครก็ตามที่คุณไว้ใจจัดการกับมัน”


“ชิ้นที่สี่คือรัดเกล้าที่สาบสูญของโรเวน่า เรเวนคลอ” แฮร์รี่มองอัลบัส “หลับใหลอยู่ในห้องต้องประสงค์ของฮอกวอตส์ เรียกหาห้องที่เก็บซ่อนทุกอย่างเอาไว้ มันอยู่ในกล่องเล็กๆ ผมเชื่อว่าคุณคงมีวิธีจัดการกับมัน อย่างไรฮอกวอตส์ก็คือโรงเรียนของคุณ”


เขาพอเห็นแววตกใจจากอัลบัสแต่แฮร์รี่ไม่สนใจ


“ชิ้นที่ห้า นากินี งูที่อยู่กับเขานั่นแหละ เขามักเก็บมันไว้ใกล้ตัวเสมอ คุณควรหาทางจัดการกับมันเมื่อเผชิญหน้ากับเขาอีกครั้ง หรือไม่ก็ควรเก็บไว้เป็นฮอร์ครักซ์ชิ้นท้ายๆ”


แฮร์รี่ถอนหายใจ ที่มั่นใจว่าเป็นนากินีเพราะเห็นในนิมิตคราวก่อน เขานึกถึงชิ้นที่เหลือที่มีแต่ปัญหา


“ชิ้นที่หก —ก่อนผมบอกคุณ ผมอยากให้คุณสาบานกับผมว่าคุณจะไม่ไปตามหามัน” แฮร์รี่เอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ผมต้องการปฏิญาณไม่คืนคำ อัลบัส”


อัลบัส ดับเบิลดอร์มองเขาด้วยสายตาแปลกประหลาด ปฏิญาณไม่คืนคำไม่ใช่สิ่งที่จะทำเล่นๆเลย แฮร์รี่ยื่นมือให้ตรงหน้า เกิดความเงียบอยู่ระหว่างพวกเขานาน อัลบัสคล้ายลังเลแต่เมื่อสบดวงตาสีเขียวที่คล้ายมีแรงมุ่งมั่นบางอย่างก็อดค้างคาใจไม่ได้


“พอเอ่ยเหตุผลได้ไหม?”


“เมื่อผมบอกคุณแล้วคุณจะเข้าใจเหตุผลของผมเองครับ”


อัลบัสถอนหายใจอย่างอ่อนแรง แฮร์รี่รู้ว่าชายชรากำลังเหนื่อย สงครามมันยืดเยื้อมานานเกินไปแล้ว มันพรากอะไรต่อมิอะไรไปมากมาย อัลบัสยื่นมือมาจับมือเขาและเอ่ยคล้ายคนจนมุม


“แฮร์รี่ ฉันคิดว่า—เราต้องการพยาน”


แฮร์รี่เงียบ ใช่ ขาดไปอยู่อย่าง และแฮร์รี่ก็ยิ้มขึ้นมาเมื่อเปลวไฟปรากฏขึ้นระหว่างพวกเขา ร่างสีแดงทองปรากฏขึ้นมาระหว่างอัลบัสกับเขา


ฟอกส์มาได้ถูกจังหวะเสียจริง แฮร์รี่ฟังเสียงร้องที่สงบจิตใจพวกเขาทั้งคู่ บีบมือชายที่เขาเคารพมากที่สุดคนหนึ่งและเอ่ยหลังเสียงร้องของฟอกส์จบลง


“คุณ อัลบัส เพอร์ซิวาล วูลฟลิก ไบรอัน ดับเบิลดอร์ จะไม่ไปตามหาฮอร์ครักซ์ ที่ผม แฮร์รี่ เจมส์ พอตเตอร์จะบอกต่อไปนี้ คุณยอมรับหรือไม่?”


อัลบัสถอนหายใจและตอบรับ


“หากนั้นช่วยให้เราจบสงครามไวขึ้น แฮร์รี่ —ฉันยอมรับ”


มีแสงเรืองเกิดขึ้น แฮร์รี่ปล่อยมือเช่นเดียวกับฝ่ายตรงข้าม เขารู้สึกผ่อนคลายที่จะเอ่ยขึ้นมา ฟอกส์กระโดดขึ้นมาเกาะบ่าเขา เอาใบหน้าชนอย่างออดอ้อนร้องสองสามครั้งก่อนจะยอมกลับไปหาเจ้าของตัวจริง อัลบัสลูบขนของฟอกส์ แฮร์รี่เริ่ม


“ฮอร์ครักซ์อีกชิ้นของโวล— ของทอมคือแหวนประจำตระกูลของแม่เขาซึ่งเป็นแม่มดสายเลือดบริสุทธิ์ —ของที่ถูกเรียกกันว่าแหวนประจำตระกูลก็อนท์ มันมีประวัติยาวนาน และภายในแหวนมีของล้ำค่าที่สืบทอดกันมารุ่นต่อรุ่น —มันเก่าแก่และมีคุณค่าเทียบเท่าได้กับไม้กายสิทธิ์ของคุณที่วางอยู่ตรงนี้ เทียบเท่าได้กับผ้าคลุมที่เจมส์เคยเอามาให้คุณดู มันสืบทอดมาผ่านหญิงสาวจากตระกูลเพฟเวอร์เรล แม้จะเปลี่ยนชื่อไปจนไม่มีใครรู้แต่มันคือของสิ่งนั้นมาเสมอ”


แฮร์รี่หยุด เขาเห็นดวงตาสีฟ้ากระตุก เขาเอ่ยต่ออย่างสงบ


“หิบชุบวิญญาณ คือฮอร์ครักซ์ที่ผมไม่ต้องการให้คุณตามหามัน ศาสตราจารย์”


แฮร์รี่เห็นว่าอัลบัสคล้ายสติหลุดไปแล้ว ชั่วครู่เขารู้สึกว่าเห็นหยาดน้ำสีใสในดวงตาสีฟ้า มีฟอกส์คอยปลอบใจอยู่ไม่ห่าง แฮร์รี่ลุกขึ้นคว้าไม้กายสิทธิ์ของตัวเองเก็บกลับเข้าชุดคลุม


“ผมขอตัวก่อนนะครับศาสตราจารย์ ชิ้นที่เจ็ดนั้นผมจะจัดการมันเอง เพราะผมรู้วิธีจัดการกับชิ้นสุดท้ายดี”


แฮร์รี่ไม่แน่ใจว่าอัลบัสได้ฟังเขารึเปล่า ชายชราคล้ายอยู่ในโลกของตัวเอง เขาคลายคาถามัฟฟลิอาโต้และหันหลังก้าวเดิน ปล่อยให้ศาสตราจารย์ใหญ่ได้ใช้เวลาอยู่กับตัวเอง


แม้ไม่มองก็รู้สึกได้ว่าน้ำตาของอัลบัสไหลลงมาในที่สุด


จมดิ่งลงสู่ชีวิตเยาว์วัยของตนเองก่อนที่จะกลับมาอีกครั้งพร้อมกับหัวใจที่เข้มแข็ง


——————


เฟลิกซ์รู้มาจากรอนว่าการประชุมวันนี้มีแฮร์รี่เข้าไปประชุมด้วย แต่ตอนที่ทุกคนออกมาหมดแล้ว แฮร์รี่ก็ยังไม่ออกมา เขามั่นใจว่ารอนไม่ได้หลอกเขา เพราะถ้าเขาถูกคนอย่างรอนหลอกได้ พวกตัวกวนที่เลี้ยงเขามาคงได้เสียชื่อแน่


“เฟลิกซ์”


เฟลิกซ์เงยหน้าตามเสียงเรียก เขาทักอีกฝ่ายทักทายเรียงคน


“เฟร็ด— จอร์จ” เฟลิกซ์งึมงำเสียงเบาลง สายตาเสออกข้างประหนึ่งเป็นคนมีความผิด “เรื่องวันก่อนฉันขอโทษ”


ถึงจะเบาแค่ไหนก็ไม่มีทางรอดพ้นหูนรกของสองแฝดได้ ทั้งคู่มองหน้ากัน เฟร็ดเป็นคนยักไหล่ก่อนส่วนจอร์จฉีกยิ้ม ทั้งคู่ก้มมองเฟลิกซ์พร้อมกันโดยมีแฝดคนโตเอ่ยก่อน


“ไม่เป็นไรพวก ฉันรู้ว่าตอนนั้นนายลำบากใจ—“ เฟร็ดสะกิดคนข้างตัวที่เอ่ยต่อทันที


“เราขอโทษ เฟลิกซ์ เราไม่ควรเล่นเรื่องอะไรแบบนั้น แต่ เฮ้ ดูนี่สิเรามีอะไร—“


“หูแอบฟัง! ตัวใหม่ล่าสุดเลย เราลองพิสูจน์โดยการแอบฟังน้องสาวผู้น่ารักของพวกเราพูดเพ้อคนเดียวตอนตอบจดหมายกับเพื่อนไปครั้งนึง—“


“—น่าอ้วกมาก พวกเธอคุยกันเรื่องเกี่ยวกับผู้ชายในชั้นปีเดียวกันน่ะ เธออ่านจดหมายนั่นซ้ำๆกับตัวเอง สงสัยจริงๆว่าจินนี่โดนยาเสน่ห์มารึเปล่า แต่นั่นมันจินนี่ไม่ใช่รอนเสียหน่อย—“


“นอกจากนี้เราพิสูจน์อีกครั้งตอนแม่เราจู๋จี๋กับพ่อ ปกติพวกเขากางตาข่ายเวทย์มนต์ไว้บนห้องด้วยนะ” เฟร็ดฉีกยิ้มกว้าง ส่วนจอร์จเลียนเสียงมอลลี่ที่กังวลสุดขีดสลับกับเสียงพ่อตัวเอง


“ที่รัก ฉันเป็นห่วงลูกๆ ฉันกลัวว่าสงครามจะพรากพวกเขาไป— ไม่ต้องห่วงพวกเขาไป มอลลี่ที่รัก พวกเขาเก่งและผมรู้ว่าเราจะปกป้องพวกเขาได้ มานี่สิ ที่รัก— อาเธอร์ ฉันว่าเวลานี้พวกเรา — แหวะ!” ทำหน้าปุเลี่ยนๆ เฟร็ดหัวเราะอยู่ข้างๆเอ่ยเพิ่ม “—เรารู้สึกเหมือนได้ไปเปิดโลกใหม่มาเลย“


เฟลิกซ์ขนลุก แสดงหน้าตาที่เหมือนจะเอียนเอามากๆ


“แต่เรื่องพวกนั้นช่างมันเถอะ นี่—“ เฟร็ดยื่นเม็ดกลมๆบางอย่างมาให้เขา “ของขวัญแด่ทายาทอสูรของเรา ยกให้นายลองคนแรกเลย”


เขามองของที่ได้มา มันคือเม็ดกลมๆสีดำ คนตรงหน้าชี้ไปที่หูตัวเอง เขาเข้าใจทันทีถึงเอาไปเสียบไว้ที่หูตัวเอง


“เราลองทำตามเครื่องดักฟังของพวกมักเกิ้ลดูน่ะ มีตัวนึงอยู่ในห้องประชุมคอยรับเสียง ส่วนเจ้านี่เอาไว้ฟัง” เฟลิกซ์ฟังคำก่อนเพ่งประสาทไปไว้ที่หู เขาได้ยินอะไรเบาๆแว่วมา เฟร็ดกับจอร์จเองก็เสียบลูกกลมๆนุ่มๆนั่นอุดหูตัวเองเหมือนกัน


มันเป็นเสียงหวี่ๆ คล้ายกับว่ากำลังฟังอะไรในที่ๆมีคนพูดมากอย่างร้านไม้กวาดสามอัน ทั้งๆที่ทุกคนในภาคีออกมาหมดแล้ว น่าจะเหลือแค่แฮร์รี่กับดัมเบิลดอร์แท้ๆ


“แปลกจริง ตอนพวกเขาประชุมยังใช้ได้อยู่เลยนี่” เฟร็ดเอามือปิดหูทั้งสองข้างของตัวเอง เพ่งสมาธิฟังหลายนาทีแต่ก็ยังจับใจความอะไรไม่ได้ สุดท้ายก็กรอกตา หนึ่งในสองแฝดแกะหูฟังกลมๆออกก่อนคนแรก ใบหน้าบึ้งตึง


“แฮร์รี่ต้องเล่นตลกอะไรกับเขตเวทย์มนต์แน่ —เราน่าจะรู้นะ”


เฟลิกซ์เอาเครื่องแอบฟังออกจากหูตัวเองบ้าง รู้สึกผิดหวังขึ้นมา “ช่วยไม่ได้นี่ ยังไงก็ขอบใจนะจอร์จ” เฟลิกซ์เอ่ยกับคนที่ถอดหูฟังก่อน และหันไปทางเฟร็ดที่ถอดลูกกลมๆออกคนที่สอง “นายด้วยเฟร็ด”


“ผิดแล้ว ฉันต่างหากเฟร็ด”


“ส่วนฉันจอร์จ—ไม่เห็นนายทายผิดมาตั้งนานแล้วนะเฟย์น้อย”


สองแฝดกลับมาร่าเริงเอ่ยด้วยน้ำเสียงกวนประสาทและท่าทางที่เหมือนกันเป๊ะ ท่าทางจะไม่ได้ผิดหวังที่อดแอบฟังแฮร์รี่มากเท่าไหร่ เฟลิกซ์มองทั้งคู่สลับกันเล็กน้อยและยิ้มเบาบางหันกลับไปที่ประตูห้องอาหารเอ่ยโดยไม่มองสองแฝดอีก


“ไม่หรอก ไม่ผิดแน่ๆ” เฟลิกซ์เอ่ยอย่างมั่นใจ เขารู้ดีว่าตัวเองไม่มีทางโดนพวกแฝดวิสลีย์หลอกง่ายๆ “มุกนี้เก่าไปแล้ว เฟร็ด”


หนึ่งในแฝดเอื้อมมือมาขยี้หัวเขาจากข้างหลัง ท่าทางเหมือนจะหมั่นไส้เขาพอควร เฟลิกซ์รู้ดีว่ามันคือเสียงของเฟร็ด “โชคดีแล้วกัน”


เฟลิกซ์ส่งเสียง ‘อืม’ ในลำคอ จนสองแฝดวิสลีย์จากไป เขาก็ยังยืนอยู่หน้าประตู ในหัวยังคิดว่าถ้าได้เจอแฮร์รี่เขาจะทำอย่างไรดี เขาควรถามแฮร์รี่ว่าทำไมถึงปิดบังเรื่องของตัวเองไหม เขาไม่รู้ว่าในใจตัวเองตอนนี้มันรู้สึกอย่างไรกันแน่ โกรธ? น้อยใจ? โมโห? ไม่ เขาคิดว่ามันยังไม่ใช่คำตอบที่ถูกต้อง


แต่ที่แน่นอน เขารู้สึกผิด เขารู้ว่ามิติที่แฮร์รี่จากมามันดีมากๆ เขาเคยฟังแฮร์รี่เล่าเรื่องเพื่อนๆของเขา เรื่องเด็กนักเรียนฮอกวอตส์ชอบถามคำถามแปลกๆ เรื่องงานมือปราบที่ดูน่าปวดหัวแต่แฮร์รี่ก็มีความสุขกับมัน ครีเชอร์เองก็ดูน่ารักกว่าเอลฟ์บ้าในกริมโมลด์เพลซที่นี่เป็นกอง ถ้าเขาเป็นแฮร์รี่ และได้อยู่ในโลกที่สงบขนาดนั้น เขาต้องโกรธคนที่ลากตัวเองมาในดงสงครามนี่แน่


ยิ่งเขารู้ว่าอีกฝ่ายคือใคร ใจเขายิ่งสับสน


“เฟลิกซ์! มาอยู่นี่เอง”


เขาสะดุ้งเมื่อถูกเรียก พอหันไปเห็นว่าเป็นรีมัสก็โล่งใจ ท่าทางรีมัสดูไม่ดีนัก เขารู้ว่าอีกไม่นานก็จะเป็นคืนจันทร์เต็มดวงแล้ว เขามองรีมัสด้วยสายตามีคำถามแต่รีมัสรีบบอกต่อ


“เธอควรกลับบ้าน ลิลี่ฟื้นแล้ว พ่อเธอเพิ่งไปรับมาจากชาเลสตันเมื่อกี้นี้เอง พวกเขาน่าจะกลับไปถึงบ้านแล้ว”


ดวงตาสีเฮเซลของเขาประกายฉายความโล่งใจ โชคดีที่แม่เขาไม่เป็นอะไรมาก ถึงแบบนั้นเฟลิกซ์ก็สองจิตสองใจ ถึงจะห่วงแม่แต่การที่เขาไม่อยู่ในสายตาของพ่อแม่แบบนี้ มันเป็นโอกาสที่ไม่ได้มีบ่อยๆ


“—เดี๋ยวผมไปฮะ ผมขอคุยกับแฮร์รี่ก่อนได้ไหม”


รีมัสลังเล เฟลิกซ์รู้ดีว่าเพื่อนพ่อคงรู้จักพ่อเขาดี


พ่อเขาไม่ชอบแบบนี้แน่


“ทำไมถึงอยากเจอเขาขนาดนั้นล่ะ เธอน่าจะรู้ว่าเจมส์น่ะ—“


“ไว้พ่อผมหาเหตุผลที่ดีกว่า ‘เขาคือคนแปลกหน้า’ ผมถึงจะฟังเขาฮะ” เฟลิกซ์เอ่ยขัดและไม่ทันไรประตูก็เปิดออก คนเดินออกมาก่อนทำให้เขาตกใจ รู้สึกเหมือนอยากจะวิ่งหนีตอนเห็นใบหน้าคล้ายพ่อผิดแค่ดวงตาสีหยก แต่เขารู้ว่าเขาไม่ควรหนี ปากเขาได้แต่เอ่ยออกมาคำเดียว


“แฮร์รี่”


แฮร์รี่มองเขาอย่างสงสัยชั่วครู่ เงยหน้าไปทางรีมัสและกลับมามองที่เขาด้วยสายตาที่อ่อนลง ทักออกมาอย่างถูกต้อง


“เฟลิกซ์—สินะ?”


เขาผงกศีรษะรัวๆ ก่อนที่แฮร์รี่จะได้เอ่ยอะไรต่อก็รีบเอ่ยอย่างร้อนรน “ผมขอโทษ — ที่คุณต้องมาที่นี่เพราะผม ขอบคุณที่ช่วยแม่ของผม ผมติดหนี้คุณ แล้วก็ — แล้วก็ผมไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไรกับความผิดพลาดที่ผมทำลงไป”


แฮร์รี่เงียบไปนานพอควรจนใจเขาเริ่มแกว่งๆ เฟลิกซ์กำมือแน่นไม่กล้าสบสายตากับคนตรงหน้า ก้มหน้าลงมองพื้น แต่พอตั้งใจมองพื้นได้ไม่กี่วินาทีพื้นก็กลายเป็นใบหน้าของแฮร์รี่ที่กำลังนั่งยองๆเงยหน้าดูเขาแทน


แฮร์รี่ยกยิ้มที่ให้ความรู้สึกว่ามันเศร้า น้ำเสียงที่เอ่ยมันมันแปลกกว่าทุกครั้งที่แฮร์รี่คุยกับเขาแต่ว่ามันมีความอบอุ่น


“รู้ไหม เฟลิกซ์ คนเรามักงี่เง่าตอนอายุสิบสี่สิบห้ากันทั้งนั้น” แฮร์รี่ลุกขึ้นยืนและมันสามารถเรียกให้เขากลับมาเงยหน้าขึ้นจากพื้นตามได้ แฮร์รี่ลูบหัวเขา เฟลิกซ์มองตรงหน้า สิ่งที่แฮร์รี่เอ่ยเป็นแค่ประโยคเดียว แต่พอเห็นรอยยิ้มที่คุ้นเคยแล้วมันก็ทำเอาใจเบาโล่งใจขึ้นมาได้ เขาถามเสียงเบา “ตอนนั้นคุณก็งี่เง่าเหรอฮะ?”


และก็ได้รับคำตอบกลับมา


“มากกว่าเธอเยอะ”


_________


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 270 ครั้ง

461 ความคิดเห็น

  1. #308 nicharipaen04 (@nicharipaen04) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2562 / 19:40
    ฮือออออออ
    #308
    0
  2. #214 TaTar_Wannakarn (@guitar643922) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 เมษายน 2562 / 11:21
    ไม่ไหวแล้วววอ่ะ คือทั้ง2โลกแย่พอๆกันเลย
    โลกของรี่คือ เสียทุกคนไปแต่สงครามจบแล้ว

    โลกของเฟลิกคือ ยังไม่เสียพ่อและแม่ซีเรียสและคนอื่นๆ แต่อีกไม่นาน(ถ้ารี่ไม่โผล่มาช่วย)ต้องมาตายแน่ๆ สงครามก็ยังไม่จบ ;;-;;
    #214
    0
  3. #151 โลลิค่อน (@0881637445) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 7 เมษายน 2562 / 20:10
    ชอบค่าา
    #151
    0
  4. #134 Inaba Hiroshi>< (@zojikarn) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 7 เมษายน 2562 / 12:31
    แต่งสนุกมากๆเลยค่า รอตอนต่อไปนะคะ
    #134
    0
  5. #133 Yumi (@kanun011) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 4 เมษายน 2562 / 06:08
    เกือบร้องไห้ออกมา;;-;; รออ่านตอนต่อไปนะค่า
    #133
    0
  6. #132 DT90 (@DT90) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 เมษายน 2562 / 20:52
    อ่านจบแล้วแหกปากว่า สเนป....
    #132
    0
  7. #131 Boonyisa Rodpat (@lkppim) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 2 เมษายน 2562 / 21:38
    โลกของน้องเศร้ายิ่งกว่าโลกนี้อีกเฟลิกซ์เอ๊ยยย ไม่มีใครรู้ว่าน้องคือฮอร์ครักซ์ชิ้นสุดท้ายของโวลดี้ แล้วการทำลายก็แบบ ฮืออออ ทุกคนที่จะเห็นฉากนั้นจะเป็นยังไง แต่ก็ดีที่ไม่ได้บอกคนอื่นยิ่งรู้เยอะยิ่งไม่ปลอดภัยจริงๆ
    #131
    0
  8. #130 supernei46 (@supernei46) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 2 เมษายน 2562 / 17:28
    รอออเลยยย
    #130
    0
  9. #129 wal_5678 (@wal_5678) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 2 เมษายน 2562 / 10:52

    ในที่สุดก็เจอเฟลิกซ์แล้ววววววว

    #129
    0
  10. #128 Jackalope3305 (@pawidporn-name) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 2 เมษายน 2562 / 09:23
    -และแล้วป๋าเซฟก็บทน้อยอีกครา
    -นึกว่าแฮร์รี่จะบอกอัลบัสเรื่องตัวเองเป็นฮอร์ครักซ์นะเนี่ย จะได้เป็นเหตุผลให้อัลบัสรู้ว่าทำไมแฮร์รี่ถึงรู้ข้อมูล
    -ตลกความน้องเฟย์ โหยหวนหาครีเชอร์แบบโลกของแฮร์รี่กี่ครั้งแล้วลูกกกก55555
    -ลุ้นหลายเรื่องเหลือเกินตอนนี้ รอยาวไปปป
    #128
    0
  11. #127 rookie_king2 (@Rookie_King) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 2 เมษายน 2562 / 07:01
    ฉากที่เฟลิกซ์บอกว่าแฮร์รี่จากโลกที่ดีมาคือจะร้องไห้เลย เฟลิกซ์คิดว่าแฮร์รี่มีความสุขกว่าเฟลิกซ์ในโลกนี้ที่เจอแต่สงคราม เลยคิดว่าโลกนั้นมันดีแล้ว ทั้งๆ ที่ความเป็นจริงแฮร์รี่ต้องใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยว ตายมาแล้วตั้ง 2 หน อยู่ในฮอกวอตส์แบบผจญภัยแทบจะตลอดเวลา กว่าจะฆ่าโวลเดอมอร์ได้ก็จัดการกันไปหลายรอบ ไหนจะสงครามที่ต้องสูญเสียคนที่รักมาทั้งชีวิต โลกที่แฮร์รี่จากมาไม่ต่างอะไรจากการตายทั้งเป็น เธอคงไม่อยากเป็นแบบนั้นใช่มั้ยเฟลิกซ์
    แฮร์รี่ที่รัก เธอจะฆ่าตัวเองอีกแล้วหรอ ชิ้นที่เจ็ดมันจะจัดการมันเอง เกิดเป็นแฮร์รี่นี่ลำบากจริงโว้ย!
    ตอนอายุสิบสี่สิบห้า ใครๆ ก็เคยงี่เง่ากันทั้งนั้น ฮือออ นี่มันเรียลสุดๆ
    #127
    0
  12. #126 Alecxia Drew (Adriene) (@war-1980) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 2 เมษายน 2562 / 01:47
    ได้เจอกันสักทีพี่น้องคู่นี้ ดีจังเลยเนอะ เหลือเจมส์กับลิลี่ อยากให้เปิดใจให้กันมากๆ การเสียพ่อแม่หรือลูกไปเนี่ยเศร้ามากเลยนะ
    #126
    0
  13. #125 My min@Tea (@koli505) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 2 เมษายน 2562 / 01:09

    โลกของแฮร์รี่ดีเยอะก็เสียเยอะนะลูกเอ้ยย;;;

    #125
    0
  14. #124 Secr3t-Key (@Secr3t-Key) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 2 เมษายน 2562 / 00:49
    เฟลิกซ์คิดว่าโลกที่แฮร์รี่จากมามันดี ไม่เลย เลวร้ายกว่านั้นเยอะ โอ๊ย สงสาร
    #124
    0
  15. #123 Secr3t-Key (@Secr3t-Key) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 2 เมษายน 2562 / 00:47
    น้องตายอีกรอบ น้องคือฮีโร่ ในที่สุดก็เจอเฟซะที
    #123
    0
  16. #122 lonely.com (@jiblonely) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 2 เมษายน 2562 / 00:34
    โอ๊ย น้ำตาซึมเลยอ่ะ แบบเรารู้ว่าแฮร์รี่ทำอะไรไปตอนอายุเท่านั้น แล้วเส้าตามเลย แล้วคือไร ที่บอกจะจัดการชิ้นที่เจ็ดเอง ฮือออ แต่แค่ปฏิญาณไม่คืนคำจะพอเหรอ ในเมื่อถ้าผิดคำสาบานก็แค่ตาย เหมือนโลกเก่าเลยอ่ะ

    ปล.ขอบคุณไรท์นะคะที่ไม่เล่น 1 เมษา ถึงแม้ว่าเป็นเพราะเลยเที่ยงคืนมาแล้วก็เถอะ5555
    #122
    0
  17. #121 momosononanami (@momosononanami) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 2 เมษายน 2562 / 00:25
    น่ารักมากเลยอ่าา แง
    #121
    0
  18. #120 ฮิจินะ (@pho-poe) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 2 เมษายน 2562 / 00:14

    ดีที่ตอนนี้มู้ดดี้ไม่ขัดตั้งแต่เจอ สบายหูมาก//??

    #120
    0
  19. #119 •Black Rose• (@yingsawpee141328) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 2 เมษายน 2562 / 00:01

    ได้คุยกันซักที~ พระเอกยังมีอยู่มั้ยคะะ55555
    #119
    0
  20. #118 GOTFAFA (@Yanikajitklang) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 1 เมษายน 2562 / 23:39

    แฮร์รี่กับเฟลิกซ์ได้คุยกันซักที

    เศร้ากับตอนที่เเฮร์รี่บอกว่าตัวเองจะทำรายชิ้นที่7อ่ะ โอ้ยยน้องงงงง ต้องตายแล้วตายอีก
    ฮืออออชั้นสงสารน้อง

    พระเอกมาแค่ชื่อ ค่าตัวป๋าเเพง

    ขอบคุณค่ะ ที่ไรท์ไม่เล่น 1เมษา วันนี้คือเจอมาทั้งวันอ่ะ55555

    รออ่านตอนต่อไปนะคะ สู้ๆๆๆ
    #118
    0
  21. #117 g_risa (@g-risa) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 1 เมษายน 2562 / 23:39
    เย้ๆๆๆๆ จุดพลุ
    ทั้งสองคนได้เจอกันแล้ววววววววว
    ดีจายยยยย
    แถมรี่ยังได้คุยกับอัลอีกด้วย น้ำตาจะไหล อดสงสารทั้งคู่ไม่ได้จริงๆ ต้องพูดเลยว่าคนที่จะรู้จักและเข้าใจ ดบด.นอกจาก กดว.ก็คือรี่นี่แหละ
    #117
    0
  22. #116 nattha_thari (@natthasata) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 1 เมษายน 2562 / 23:34
    ถ้าหนูเฟลิกซ์รู้ว่านุ้งรี่ผ่านอะไรมาบ้างคงไม่คิดแบบนี้แน่ๆ

    กว่าโวลดี้ในโลกโน้นจะตาย......

    รู้สึกจุกๆตอนที่รี่บอกว่าช่วงสิบสี่สิบห้าคนเรามักจะงี่เง่า และรี่เองก็เป็นเยอะด้วย

    คิดแว้บไปถึงฉากที่ซีเรียส..
    #116
    0
  23. #115 Puai244 (@Puai244) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 1 เมษายน 2562 / 23:27
    ทำไมรู้สึกอยากจะร้องไห้
    ตอนแฮร์รี่บอกชิ้นที่เจ็ดผมจะจัดการมันเอง
    กับตอนอายุสิบสี่ สิบห้า ทำเรื่องงี่เง่า
    ถ้ารู้ว่าแฮร์รี่ผ่านอะไรมา เธอคงไม่อยากเป็นแบบนั้นหรอก เฟลิกซ์
    ใครจะอยากเป็นเด็กชายผู้รอดชีวิต ที่โดดเดี่ยว และผ่านความตายมา 2 ครั้ง
    #115
    0
  24. #114 TewadaCat (@TewadaCat) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 1 เมษายน 2562 / 23:25

    แค่เด้งเตือน ก็พุ้งมาอ่านทันทีทันใด . . . (แอบดีใจ เยสสสส ไม่มามุก 1 เมษา ตื้นตัน วงเล็บในวงเล็บ วันนี้โดนมาทั้งวัน)

    ขอบคุณมากๆเลยค่ะ
    #114
    0