RIP UNLOCK [yaoi] END

ตอนที่ 9 : RIP UNLOCK : 08 Stay with me 100 per

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,956
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 18 ครั้ง
    27 มี.ค. 58

Chapter 8

Stay with me

 

            ผมนั่งอยู่บนรถที่ไม่ได้ต้องการขึ้นมานั่งอีกหลังจากเกิดเหตุการณ์เมื่อหนึ่งปีที่แล้ว เสียงเพลงในรถไม่ได้เข้าหูผมเลยแม้แต่น้อย สายตาผมทอดยาวออกไปมองจราจรที่ติดขัดเหมือนทุกๆวัน

            เบื่อกรุงเทพ…

            “เฮ้อ…” ผมถอนหายใจเป็นรอบที่สี่ของวัน

            ความจริงแล้วผมไม่อยากกลับมา อยากอยู่ที่เชียงใหม่ แต่เพราะปายผมไม่กล้าขัดใจเพื่อนของผม อีกเหตุผลหนึ่งคงจะเป็น…ผมได้เจอกับ’เขา’อีกครั้ง นั่นก็ทำให้ขาของผมก็สั่งการให้ขึ้นมานั่งอยู่บนรถแท็กซี่เพื่อที่จะกลับมาที่กรุงเทพ

            โดยที่ผมก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน

            “ตกลงจะให้ไปส่งที่ไหนประโยคแรกที่เอ่ยขึ้นหลังจากที่ขึ้นมาบนรถเกือบครึ่งชั่วโมง ผมหันไปมองตามเสียงของคนถาม

            จอดส่งตรงนี้ก็ได้” ผมมองไปที่ห้างสรรพสินค้าที่รถกำลังจะเคลื่อนไปถึงอีกไม่ไกล ทั้งๆที่ความจริงมันไม่ใช่ทางกลับบ้านของผม

            แต่ไม่เป็นไร ให้ผมลงเร็วๆจะดีกว่า

            “บอกทางกลับมา จะพาไปส่ง” เสียงของคนที่แก่กว่าออกคำสั่ง

            “ไม่เป็นไรครับ ไม่จำเป็นหรอก” ผมตอบกลับไปนิ่งๆ แววตาพี่ไรเวย์หันมามองหน้าผมด้วยท่าทางขัดใจนิดๆ

            “จะพูดดีๆไม่ได้เลยใช่ไหม” เขาถอนหายใจแรงๆก่อนจะหยุดรถแล้วหันมามองหน้าผม

            ดวงตาคมกริบที่ผมมักจะกลัวเสมอทุกครั้งที่สบตาเมื่อหนึ่งปีที่แล้วกับในตอนนี้มันไม่เปลี่ยนไปเลย เขายังคงมีแววตาและท่าทางเหมือนเดิม ริมฝีปากสีซีดเม้มเป็นเส้นตรง มือหนาที่จับพวงมาลัยเปลี่ยนมาเป็นจับแขนผมให้หันหน้าเข้าหาเขา

            “ปล่อย” ผมพูดพร้อมกับแกะมือที่จับแขนผมอยู่ออก แรงบีบที่มากขึ้นทำให้ผมเริ่มรู้สึกเจ็บ

            “ตอบคำถามพี่”

            “อย่ามาแตะต้องตัวผม” ผมไม่สนใจคำพูดของเขา มือที่จับผมอยู่คลายออกอย่างง่ายดายเมื่อผมพูดประโยคนี้ออกไป

            “ควินท์…” พี่ไรเวย์ถอนหายใจอีกครั้ง ดวงตาที่จ้องมองผมไม่ละสายตาทำให้ผมเลือกที่จะหลบสายตา

            ขอบคุณที่มาส่ง”

            “พี่ไม่ให้ไป จนกว่าเราจะคุยกันรู้เรื่อง” เขาพูดพร้อมกับล็อกรถ ผมหันไปมองเขาอย่างเอาเรื่อง

            มีอะไรที่เราต้องคุยกันอีก สำหรับผมแล้ว…ไม่มี

            พี่ถามว่าควินท์จะพูดดีๆกับพี่ไม่ได้เลยใช่ไหม” เขายังคงย้ำถามผมอีกครั้งทั้งๆที่การที่ผมเลี่ยงที่จะตอบก็น่าจะชัดเจนดีอยู่แล้ว

            “ไม่ได้ผมไม่จำเป็นต้องพูดดีๆกับพี่” ผมกระตุกยิ้มก่อนจะเลื่อนสายตาขึ้นไปมองหน้าเขา

            กลัว…กลัวสายตาของคนตรงหน้า

            ถ้าเลือกได้ ผมไม่อยากจะเจอหน้าพี่อีก”

            “ควินท์!”

            “ใช่ผมคือควินท์คนที่เคยถูกพี่ถีบหัวส่ง คนที่ถูกพี่ประจานต่อหน้าทุกคนว่าผมมันน่าสมเพช”

            “…!!!!”

            “คนที่มันเคยรักพี่มากกว่าชีวิตของตัวเอง คนที่ทำทุกอย่างให้พี่ แต่พี่กลับทำลายมันลงจนไม่เหลือชิ้นดี” ผมจ้องตาเขาทั้งๆที่ดวงตาของผมมันสั่นคลอน

            “อดีตมันแก้ไขไม่ได้” พี่ไรเวย์พูดก่อนที่มือหนาจะค่อยๆเอื้อมมาจับมือผม

            “พี่รู้ไหมทุกวันนี้ผมยังฝันร้ายกับเหตุการณ์วันนั้นวันที่พี่ทำให้ผมรู้ว่าความรักที่ผมให้พี่ พี่ไม่เคยต้องการมันเลย” ผมสะบัดมือเขาออกก่อนจะเบนสายตาไปทางอื่น

            ถามว่าตอนนี้ผมยังรักเขาอยู่ไหมผมคงตอบว่ารัก…ถามว่ากลับไปไหม ผมคงตอบว่า

            ไม่

            “แล้วจะให้พี่ทำยังไง” สายตาเขาอ่อนลง น้ำเสียงที่ดูแข็งกร้าวเปลี่ยนเป็นอ่อนโยน ผมมองหน้าเขาอีกครั้งก่อนที่จะกระตุกยิ้มนิดๆ

            “พี่ไม่ต้องทำอะไร ผมไม่เคยคิดจะให้พี่ทำอะไรเพื่อผมอยู่แล้ว”

            “…”

            “แต่ขอให้พี่รู้ไว้ว่าผมจะไม่กลับไปอยู่ในสถานะน่าสมเพชแบบนั้นอีก”

            “…!!!!”

            “ผมจะดีใจมากถ้าพี่ออกไปจากชีวิตของผม ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมาผมมีความสุขโดยที่ไม่มีพี่เพราะงั้น อย่ายุ่งเกี่ยวกันอีกเลย” ผมพูดความรู้สึกของตัวเองออกไปก่อนจะเอื้อมมือไปกดปลดล็อกที่ข้างตัวเขา

            “ความรู้สึกมันบังคับกันไม่ได้หรอกควินท์”

            “ใช่ผมรู้และนั่นทำให้ผมเลือกที่จะเดินจากพี่ไปเจอสิ่งที่ดีกว่า”

            “พี่ก็ไม่ได้ขอให้ควินท์กลับมาหาพี่ เพราะยังไงมันก็เป็นไปไม่ได้” เขาพูดเสียงเรียบ ผมรู้ว่าที่พี่ไรเวย์พูดหมายความว่ายังไง

            เขาไม่เคยรักผมและไม่มีวันรัก

            “ถึงพี่ไม่ขอ ผมก็จะทำอยู่แล้ว”

            “…”

            “ผมไม่กลับไปโง่ให้พี่เหยียบย่ำความรู้สึกของผมหรอก” ผมมองหน้าเขาเป็นครั้งสุดท้าย

            แม้ว่าหนึ่งปีที่ผ่านมาผมจะเลี่ยงเจอเขาทุกช่องทาง ผมต้องพยายามไม่ไปในที่ๆจะเจอเขา ไม่ฟังข่าว ไม่ฟังเพลง ทำทุกอย่างเพื่อที่จะให้เขาออกไปจากชีวิตผม

            ผมเคยโง่ เคยยอมให้เขาทุกอย่าง แต่ในเมื่อเขาไม่ต้องการ…ก็เอาความรู้สึกของผมกลับมา

            ลาก่อน” ผมพูดพร้อมกับปิดประตูรถให้เขาก่อนจะเดินออกมาโดยไม่คิดจะหันหลังกลับไปดูว่าเขามีท่าทียังไง

            แค่เจอกันวันนี้…ความรู้สึกที่เก็บไว้เหมือนมันจะถาโถมกลับมาอีกครั้ง

            ทำแบบนั้นไม่ได้หรอกผมไม่อยากเป็นคนโง่ที่รักใครสักคนแบบไม่ลืมหูลืมตา

            เดี๋ยว!” ยังไม่ทันที่ผมจะเดินพ้นออกมาไกลมือหนาก็คว้ามือผมไว้ เขาบีบมันแรงเหมือนกลัวว่าผมจะขัดขืน แรงกระชากทำให้ผมหันกลับไปประจันหน้ากับเขาอีกครั้ง

            อย่ามาทำกิริยาเก่าๆกับผม!” ผมขึ้นเสียงใส่ก่อนจะสะบัดมือหลุดจากมือเขาง่ายๆ ถึงผมจะดูเป็นคนไม่มีเรี่ยวแรงแต่แรงผมก็เยอะพอๆกับเขา

                งั้นก็ขึ้นรถ พี่จะไปส่งคนตัวสูงพ่นลมหายใจเหมือนพยายามปรับอารมณ์คุยกับผม ปกติแล้วเขาเป็นคนใจร้อน ไม่ชอบคนขัดคำสั่ง เผด็จการ

                ส่งแค่นี้ก็พอแล้ว

                “อย่าดื้อน่าเขาเหมือนจะขี้เกียจเถียงกับผมเต็มทน มือหนาจับแขนผมก่อนจะกึ่งลากกึ่งเดินบังคับให้ผมกลับขึ้นไปบนรถของเขา

                เลิกทำตัวเหมือนเป็นห่วงผมสักทีจะได้ไหมผมเองก็หมดความอดทนแล้วเหมือนกัน ในเมื่อผมพยายามบอกปัดเขาแล้วเขาไม่ยอม ผมก็จำเป็นต้องพูดตรงๆ

                ก็เพราะพี่เป็นห่วงไงสายตานิ่งๆไม่แสดงอารมณ์โมโหมองมาที่ผมก่อนที่ประตูฝั่งข้างคนขับจะเปิดออก

                ห่วง?คำพูดของเขาทำเอาผมชะงักตัวแทบไม่ทัน ปกติผมก็ได้ยินคำทำนองนี้จากเขาบ่อย แต่แปลกที่ผมไม่เคยชินเลยสักครั้ง

                อาจเพราะเขารู้ว่าทุกครั้งที่เขาพูดผมจะยอมเขาทุกอย่าง

                ขึ้นรถเถอะ

                “…” ผมไม่พูดอะไรเพียงแต่ยอมขึ้นรถมาง่ายๆ ทั้งๆที่ในความเป็นจริงแล้วผมควรจะปฏิเสธหัวชนฝา แต่พอเห็นหน้าเขา ได้ยินคำพูดของเขา

                อะไรที่ว่าเข้มแข็งมันก็อ่อนแอลงทุกที

                ระหว่างทางกลับบ้านบทสนทนาของผมกับเขามีเพียงแค่เลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวาไปทางกลับบ้านผมเท่านั้นซึ่งเขาก็ไม่ได้แสดงท่าทางอะไร ถึงผมกับเขาจะไม่ได้เจอกันมาเป็นปีแต่รถของเขา รสนิยมการแต่งตัวทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม ภาพในอดีตที่ผมเคยมีความสุขกับเขาบนรถคันนี้ เพลงที่เขาเคยร้องให้ผมฟัง ทุกอย่างที่ผมคิดว่าเรากำลังจะไปได้ดี มันพังลงเพียงเพราะเขาไม่เคยรักผม

                ทุกอย่างที่เขาทำเพราะเขารักผมเหมือนน้องชายเท่านั้น

                จอดตรงนี้ก็ได้ครับ ผมพูดหลังจากเขาทำท่าจะเลี้ยวรถเข้าไปที่คอนโดผม พอพี่ไรเวย์ได้ยินแบบนั้นเขาก็เพียงแค่ปลดล็อกประตูให้ผมลงไปง่ายๆ

                นี่คงเป็นครั้งสุดท้ายจริงๆที่ผมจะได้อยู่ใกล้เขาได้มองหน้าเขาใกล้ๆแบบนี้ ความรู้สึกหลายๆอย่างในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงหวนกลับมาจนทำให้ผมแทบจะเป็นบ้า

                ขอบคุณที่มาส่งครับ ผมบอกไปตามมารยาทแล้วเตรียมจะลงจากรถ มือหนาของเขารั้งแขนผมไว้อีกครั้งก่อนที่แรงกระชากจะทำให้ผมหันไปประจันหน้าเขาอีกครั้ง

                ริมฝีปากสีซีดกดลงบนริมฝีปากผมอย่างรวดเร็ว สัมผัสร้อนแรงที่พยายามแทรกซอนเข้ามาในโพรงปากรุกล้ำพื้นที่กวาดต้อนผมทุกวิถีทางจนผมไม่มีทางสู้ มือทั้งสองข้างพยายามผลักร่างเขาออกแต่ก็ไม่เป็นผล เรี่ยวแรงทั้งหมดที่มีหายวับไปกับตา กลิ่นบุหรี่อ่อนๆจากปลายลิ้นของเขาสัมผัสกับลิ้นผมเพียงแว๊บเดียวเขาก็ผละออกอย่างจงใจจะให้ผมรู้สึกค้าง

                ใช่...ค้าง

                ถือเป็นของแทนคำขอบคุณเขาพูดหน้าตายแต่เขาจะรู้ไหมว่าหัวใจผมตอนนี่เต้นเร็วจนผิดจังหวะไปหมด ถ้าขืนยังอยู่ในรถเงียบๆของเขาต่ออีกสองนาทีมีหวังผมคงต้องอายมากกว่านี้

                พี่ทำแบบนี้ทำไมผมกลั้นใจถามออกไปพลางคิดถึงเหตุการณ์เมื่อครู่หน้าผมก็ร้อนขึ้นมาอีกครั้ง

                จูบของเขา...

                ทดสอบความรู้สึกฝ่ายตรงข้าม

                “…”

                “เท่าที่พี่รู้สึก นายไม่ได้ปฏิเสธพี่

                “…!!!!!”

                “มันหมายความว่าควินท์ยังรักพี่อยู่...พี่เข้าใจถูกไหมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ปรากฏบนใบหน้าทำเอาผมถึงกับตอนกลับไปไม่ถูก

                จะรักหรือไม่รักมันก็เรื่องของผม

                “ใช่มันเรื่องของควินท์

                “หึ...

                “ที่มีพี่เป็นตัวสำคัญในเรื่องใช่ไหมครับ J

                “…!!!!”

                ไม่มีคำพูดใดๆหลุดออกจากปากผมอีก ผมเพียงแค่เปิดประตูลงจากรถแล้วกระแทกประตูรถเขาแรงๆ ผมรู้สึกโกรธแทนที่จะรู้สึกอาย คำพูดของเขาเหมือนสิ่งที่ตราหน้าผมว่ายังไงผมก็ไม่มีทางลืมเขาได้ และถ้าผมลืมได้เขาก็ไม่ยอมให้ผมลืมยังไงยังงั้น ทั้งๆที่เขาเองก็ไม่คิดจะรักผม

                แล้วทำไปเพื่ออะไรกัน

                กระจกรถของเขาลดลงพร้อมกับใบหน้าเจ้าเล่ห์ที่ยิ้มกว้างจงใจจะกวนผมและนั่นทำให้ผมแลบลิ้นกลับไปก่อนจะเดินขึ้นคอนโดมา

                ถึงมันจะเป็นความรู้สึกดีแต่ทำไมผมรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะกลับไปในวงเวียนเมื่อก่อนอีกครั้ง

                ไม่...ผมไม่อยากกลับไปอยู่ในสภาพนั้น


            ผมมองเข็มนาฬิกาฆ่าเวลาในการรอปาย วันนี้ผมกับปายนัดกันออกมาดูหนัง ชวนกันไว้นานแล้ว แต่พึ่งมามีเวลาดูกันช่วงนี้ ถ้าผมเดาไม่ผิดวันนี้น่าจะวันสุดท้ายที่หนังจะอยู่ในโรง

            นี่ก็ใกล้เวลาเข้าโรงแล้วซะด้วย

            “ควินท์!!” เสียงคุ้นหูทำให้ผมหันไปตามเสียง ปายที่อยู่ในชุดกางเกงขาสามส่วนเสื้อสีขาวผมยาวปรกหน้าที่ถูกมัดเป็นทรงน้ำพุทำให้ผมหลุดหัวเราะออกมานิดๆ

            โซ่ต้องเป็นคนทำทรงผมนี้ให้แน่ๆ

            ขอโทษที่มาสายนะ” ปายหอบหายใจเหมือนคนหายใจไม่ทัน

            “ไม่เป็นไร หนังจะเริ่มแล้วไปกันเถอะ” ผมจับข้อมือเพื่อนสนิทหลวมๆให้เดินตามมา ปายเดินตามมาไม่กี่ก้าวโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น

            “แปปนะ โซ่โทรมา” ปายยิ้มบางๆก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมารับกลัวคนปลายสายจะรอนาน

            โซ่ควรจะดีใจที่มีแฟนน่ารักขนาดนี้

            น่าอิจฉา…

            “อยู่ที่พี่จริงๆด้วย เอาไงดี

            “…” ผมเงียบรอปายคุยธุระเสร็จ คำพูดของปายมันเหมือนกันว่าโซ่อยู่ในห้างนี้แต่อยู่คนละที่กับจุดที่เราอยู่ยังไงยังงั้น

            ถ้าโซ่อยู่แสดงว่าโถ่เว้ย

            แค่คิดผมก็รู้สึกขัดใจขึ้นมาทันที ทั้งๆที่ผมพยายามจะหนีเขาทุกอย่าง ภาวนาให้มันไม่ได้เป็นอย่างที่ผมคิดก็แล้วกัน

            ไม่เป็นไรเดี๋ยวพี่เอาไปให้ ยังไงโซ่ก็จำเป็นต้องใช้นี่นา

            “…”

            “ได้ครับ เดี๋ยวลงไปหานะ” พูดจบปายก็วางสายก่อนจะมองหน้าผมแล้วยิ้มนิดๆ

            “โซ่ลืมของหรอ

            “ลืมกระเป๋าตังน่ะ เขามาโปรโมทคอนเสิร์ตเลยปลีกตัวขึ้นมาเอาเองไม่ได้

            “อ่อ งั้นไปสิเดี๋ยวไปส่ง

            “ควินท์ความจริงให้เราไปเองก็ได้นะถ้าควินท์ยังไม่สบายใจเรื่องนั้น” ผมรู้ว่าเรื่องนั้นที่ปายหมายถึงคืออะไร

            เอาจริงๆผมก็ไม่อยากจะไปเจอหน้าเขาเท่าไหร่ แต่ถ้าผมจะปล่อยให้เพื่อนไปคนเดียวมันก็ดูแปลกๆ

            “ไม่เป็นไร ปายก็เดินไปหาโซ่เดี๋ยวจะยืนรอห่างๆ ไม่นานอยู่แล้วนี่” ผมยิ้มกลับไปให้เพื่อนสบายใจ ปายพยักหน้านิดๆก่อนจะนำผมเดินไปชั้นล่าง

            ผมหวังว่านี่จะเป็นครั้งสุดท้ายที่ผมจะได้เจอเขา

            ทันทีที่ประตูลิฟต์เปิดออกผมถึงกับอึ้งไปพักใหญ่ แฟนคลับที่ออกันเหมือนกับมารอขอลายเซ็นนักร้องเกาหลีอย่างข่าวในทีวี แต่นี่คือสิ่งที่ผมเห็นตรงหน้า เสียงกรี๊ดดังขึ้นเป็นระลอกพร้อมกับป้ายไฟที่มีชื่อของคนในวงกระพริบหลายสีจนผมเริ่มแสบตา

            “ควินท์ ควินท์

            “หะห้ะ” ผมเหมือนหลุดจากความคิดของตัวเอง ปายเห็นท่าทางผมก็แอบยิ้มนิดๆ

             “พึ่งรู้ใช่ไหมว่าแฟนคลับเขาเยอะขนาดนี้

            “รู้หรือไม่รู้ก็ไม่สำคัญหรอก” ผมตอบกลับไปนิ่งๆทั้งๆที่ความจริงมันเกินคาดผมมากๆ

            “รอตรงนี้ก็ได้เดี๋ยวเรามา” ปายเดินพาผมมาจนเกือบจะถึงโต๊ะแจกลายเซ็น

            “โอเคๆ

            ปายเดินฝ่าฝูงชนเข้าไปอย่างยากลำบาก คนที่เบียดเสียดอัดแน่นทำให้ผมที่ยืนดูอยู่ไม่ไกลมากรู้สึกอึดอัดแทน ผมเข้าใจว่าปายทำอย่างอื่นไม่ได้ ถ้าฝากสตาฟก็คงจะถูกสงสัย ถึงแม้ว่าการที่เอาเข้าไปให้โต้งๆแบบนี้จะยิ่งเป็นจุดสนใจก็ตาม

            เสียงประกาศจากพิธีกรทำให้คนที่นั่งแจกลายเซ็นกันอยู่ลุกขึ้นทันทีเหมือนเป็นสิ่งที่พวกเขาทำกันเป็นนิสัย แต่ก็ยังไม่วายหันมายิ้มโปรยเสน่ห์ให้แฟนคลับ ผมมองพวกเขาไปพลางๆแต่สายตาของใครคนหนึ่งทำให้ผมชาไปทั้งตัว สายตาไรเวย์ที่มองผมแบบต้องการสื่ออะไรบางอย่างที่ผมไม่เข้าใจ

            ช่างเถอ

            ผมตัดสินใจหันหลังให้เขาเพราะไม่อยากจะมองหน้าเขาอีกต่อไปและเหมือนเขาเองจะรู้ตัว ถึงจะรู้หรือไม่รู้มันก็เรื่องของเขา

            “เสร็จแล้ว” เสียงปายดังขึ้นจากทางด้านหลัง ผมหันไปยิ้มนิดๆก่อนจะเดินเลี่ยงไปที่ลิฟต์

            ป่านนี้หนังคงเริ่มแล้วละ

            ผมมีเพลงๆนึงที่อยากจะร้องให้กับคนๆหนึ่ง” เสียงคุ้นหูทำให้ผมที่กำลังจะเดินไปที่ลิฟต์ถึงกับชะงัก ไม่ใช่ว่าผมคิดว่าเสียงนั้นกำลังพูดกับผม

            แต่เพราะเสียงนั้นคือเสียงของไรเวย์

            “รู้ฉันรู้ ยังไงก็คงไม่ต่าง รู้ฉันรู้ ยังไงเธอก็เลือกเขา รู้ถึงฉันขอร้องยังไง เธอคงต้องลืมเรื่องของเรา” เสียงทุ้มของเขาเน้นหนักตรงคำว่าลืม

            แปลก…” อยู่ๆปายก็พูดขึ้น สายตามองไปที่เวทีที่มีคนบ้ายืนร้องเพลงอยู่

            แปลกอะไร ไปเถอะ” ผมดึงมือเพื่อนให้เดินต่อ

            “ปกติพี่ไรเวย์ไม่ค่อยร้องเพลงในงานแบบนี้

            “รู้เธอมีเหตุผลอะไรสักอย่าง ที่ทำให้เธอไม่คิดจะอยู่กับฉัน”

            “เขาทำบ้าอะไรของเขา!!!” ผมเอ่ยอย่างหัวเสียก่อนจะหันกลับไปที่เวทีที่อยู่ไม่ไกลจากผมมาก

            สายตาที่เขามองมาทำให้ผมหัวใจเต้นแรง ริมฝีปากของเขายังคงขยับร้องเพลงต่อโดยที่มีโซ่เล่ยกีตาร์คลอเบาๆ ทุกคนในวงยิ้มนิดๆแล้วเล่นกันเหมือนว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น

            ปัญ-ญา-อ่อน” ผมขยับปากเป็นคำแต่ไม่ได้พูดออกไป

            “…!!!” พี่ไรเวย์ถึงกับชะงักไปทันที

            เลิกทำแบบนี้เถอะ ผมไม่สนุก” ผมพูดต่อโดยไม่ได้หวังให้เขาได้ยิน

            ยิ่งทำแบบนี้ มันเหมือนกับผมโดนเขาปั่นหัวเล่นๆ

            “ไปเถอะปาย

            “ควินท์” ปายจับแขนผมไว้ก่อนที่ผมจะเดินออกจากจุดนั้น

            “…”

            “บางทีการที่ควินท์หันหลังไม่ยอมประจันหน้า มันยิ่งทำให้เรื่องมันยากยิ่งกว่าเดิม

            “ปาย สิ่งที่เขาทำมันเหมือนฉันกำลังโดนปั่นหัว

            “แต่ว่า…”

            “อยากรู้ใช่ไหมว่าเมื่อหนึ่งปีก่อนเกิดอะไรขึ้น

            “…”

            “จะเล่าให้ฟัง

      ถ้าควินท์พร้อมจะเล่า เราก็พร้อมจะฟัง” หลังจากที่ปายเงียบไปพักใหญ่ ใบหน้าที่ดูหนักใจก็หันมายิ้มให้ผมบางๆ

            “งั้นวันนี้เราคงไม่ได้ดูหนังแล้วละ” ผมหัวเราะก่อนจะจับมือเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวไปหาร้านกาแฟเงียบๆเพื่อนั่งเล่าเหตุการณ์ทุกอย่างให้เขาฟัง

            เหตุการณ์ที่ผมไม่มีวันลืม…

            ร้านกาแฟที่มีคนอยู่ประปรายกับบรรยากาศที่ค่อนข้างส่วนตัวทำให้ผมเลือกที่จะหยุดลงที่ร้านนี้และตัดสินใจพาปายเข้ามานั่งอยู่กับผม ผมเดินไปสั่งกาแฟของตัวเองรวมถึงสั่งให้เพื่อน ผมรู้ว่าปายชอบทานอะไร ผมใส่ใจเพื่อนของผมทุกอย่างไม่ต่างอะไรกับที่เขา’คนนั้นเคยได้รับ

            “ควินท์แน่ใจใช่ไหมว่าอยากจะเล่า” ปายดูเกรงใจผมอยู่มาก อาจเพราะหน้าตาของผมที่ค่อนข้างนิ่งไปจนดูไม่ออกว่ารู้สึกอะไรอยู่

            แต่ผมพร้อมแล้วที่จะเล่า เรื่องราวทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับผมราวกับนิยาย

            ที่ฉากจบมันไม่สวยงามนัก

            “เรื่องมันเกิดเมื่อสองปีที่ผ่านมาแล้ว…” ผมเริ่มเล่าโดยที่ไม่ได้ตอบคำถามของปายกลับไป

            ในเมื่อผมไว้ใจคนตรงหน้า ก็ไม่มีอะไรต้องปิดเขาอีก

            ตอนนั้นฉันยังเรียนอยู่มหาลัยปีสอง พ่อกับแม่ที่ชอบไปทำงานที่ต่างจังหวัดบ่อยๆในช่วงนั้นเลยฝากฉันไว้กับครอบครัวของพี่ไรเวย์

            เหตุการณ์ในวันแรกหวนกลับมาหาผมอีกครั้ง

 

            ที่บ้านจัดสรรหลังใหญ่ใจกลางกรุง

            ผมเดินเข้ามาในบ้านกับกระเป๋าเดินทางหนึ่งใบพร้อมพ่อแม่ที่เดินเข้ามาขนาบข้างกับผมด้วยรอยยิ้ม เป็นอีกครั้งที่ผมเริ่มชินกับการที่ต้องอยู่คนเดียวไกลพวกท่าน ในตอนแรกที่แม่บอกผมแทบจะยืนกรานค้านไม่ยอมไป ในเมื่อผมก็อยู่หอของมหาลัยอยู่เป็นปกติ แต่เพราะค่าใช้จ่ายที่หอบวกกับค่าเทอมทำให้แม่ต้องขอให้ผมย้ายออกจากหอแล้วมาอยู่กับเพื่อนแม่สักระยะจนกว่าพ่อกับแม่จะตั้งตัวได้

            “ไรเวย์ไปช่วยน้องถือกระเป๋าสิลูก” เสียงที่แสดงถึงความเอ็นดูในตัวผมบอกลูกชายที่ยืนมองผมนิ่งๆ ท่าทางเขาดูไม่ค่อยสบอารมณ์เท่าไหร่

            “เอามานี่” มือหนากระชากกระเป๋าเดินทางผมไปโดยที่ผมยังไม่ทันได้ปล่อยมือ

            “ฝากลูกด้วยนะอ้อม ฉันรบกวนเธอมากจริงๆ” น้ำเสียงของผู้เป็นแม่เอ่ยออกไปอย่างนึกเกรงใจ ผมเงียบไม่ได้ฟังคำพูดของผู้ใหญ่ แต่เพียงมองแผ่นหลังที่เดินนำขึ้นไปชั้นสอง

            มาวันแรกก็รู้สึกไม่ดีซะแล้ว…

            “ช่วงนี้พี่เขาเครียดๆเพราะว่าอีกไม่กี่เดือนก็จะได้เปิดตัวเป็นวงดนตรี พี่เขาเลยซ้อมหนักจนป้าก็เดาอารมณ์ลูกชายตัวเองไม่ได้ ขอโทษด้วยนะจ๊ะ” คุณป้าขอโทษผมแทนลูกชายเขาที่ตอนนี้หายตัวไปไหนแล้วไม่รู้

            “ไม่เป็นไรครับ” ผมยิ้มบางๆกลับไป

            ผมรู้สึกไม่อยากอยู่ที่นี่ยังไงชอบกล...

            “งั้นพ่อกับแม่ไปก่อนนะควินท์” เสียงของผู้ชายที่ผมรักที่สุดในชีวิตดังขึ้น ผมไม่ได้พูดอะไรเพียงแต่เข้าไปกอดพ่อกับแม่แน่นๆ

            “รีบกลับมาหาผมนะครับ” นั่นคือคำพูดสุดท้ายของผม

            หลังจากที่พ่อกับแม่กลับไปแล้วผมก็เข้ามาที่ห้องพักของตัวเอง ตลกดีที่ห้องของผมอยู่ตรงข้ามกับห้องของเขา เสียงเบสหนักๆที่ดังขึ้นเป็นระยะพอทำให้ผมรู้ว่าคนในห้องกำลังรู้สึกยังไง

            ถ้าเดาไม่ผิดเขาคงไม่พอใจที่ผมมาอยู่ที่นี่

            “ควินท์หิวไหมลูก เดี๋ยวป้าจะทำอาหารให้กินนะ” น้ำเสียงอ่อนโยนที่เดินเข้ามาเปิดประตูห้องผมบอกก่อนที่เธอจะเดินไปที่ห้องตรงข้ามของผม

            ผมละสายตาจากประตูก่อนจะเปิดกระเป๋าที่มีของใช้เล็กๆน้อยๆของผมกับตำราหนังสือเรียนออกมาจัดภายในพื้นที่ห้องที่ดูคับแคบแต่ก็ไม่ได้อึดอัดจนไม่น่าอยู่

            เสียงประตูห้องตรงข้ามเปิดออก เรียกว่าเปิดคงเบาไปเพราะผมรู้สึกเหมือนมันถูกกระชากออกด้วยแรงของคนที่ไม่ชอบหน้าผม เสียงตึงตังที่บอกว่าเขาเดินไปข้างล่างทำให้ผมถอนหายใจออกมาเบาๆ

            ในทางที่ดีผมไม่ควรจะไปยุ่งวุ่นวายกับชีวิตของเขา

 

            “ช่วงแรกๆมันก็ไม่มีปัญหาอะไรหรอก เราต่างคนต่างอยู่ เวลาฉันไปมหาลัยก็ขึ้นรถสองแถวไป บางครั้งรีบมากๆก็ขึ้นแท็กซี่ไปบ้าง จนแม่ของเขาเห็นว่าฉันกับเขาออกบ้านพร้อมกันบ่อยๆ ก็เลย…” ผมเล่ามาถึงตรงนี้ก็รู้สึกเจ็บแปล๊บที่อก

            จนถึงตอนนี้ผมยังไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงทำแบบนั้น

 

            สวัสดีครับคุณป้า” ผมยกมือไหว้ก่อนจะออกไปสอบมหาลัยในช่วงเช้า วันนี้ป้าบอกกับผมว่าพี่ไรเวย์จะเป็นคนไปส่งผมที่มหาลัย จะได้ไม่ต้องลำบาก

            ตอนแรกผมก็จะปฏิเสธ แต่พอเห็นใบหน้าคุณป้าที่คาดหวังให้ผมกับเขาสนิทกันนั่นทำให้ผมพูดอะไรออกไปไม่ได้

            ผมขึ้นมานั่งบนรถที่มีคนสตาร์ทรออยู่ก่อนแล้ว ทันทีที่ผมปิดประตูรถคันนั้นก็พุ่งออกจากบ้านไปอย่างรวดเร็วจนผมหน้าเกือบจะกระแทกกับรถ ผมไม่ได้แสดงท่าทางอะไรออกไปเพียงแต่อยู่บนรถกับเขาเงียบๆ

            “ลงไป” เสียงนิ่งๆสั่งผมหลังจากที่เราขับออกจากบ้านได้ไม่ไกล แต่ก็ไกลพอที่คุณป้าจะไม่เห็นว่าเขาจอดรถตรงนี้เพื่อให้ผมลง

            “ครับ?

            “บอกให้ลงไป” เขาย้ำคำเดิมอีกครั้ง

            “อ่าว แล้วที่คุณป้าบอกว่าจะไปส่ง…”

            “มากไปหน่อยมั้ง

            “ครับ?

            “แค่อยู่บ้านเดียวกันก็อึดอัดจะแย่อยู่แล้ว

            “…!!!”

            “ถามตรงๆ เมื่อไหร่จะย้ายออก” เขาถามผมด้วยสายตากดดัน ดูก็รู้ว่าเขาไม่ชอบผมมากๆ

            ผมไปทำอะไรให้เขา

            “คำตอบนั้นผมก็คงตอบพี่ไม่ได้ แต่ผมอยากรู้ว่าผมไปทำอะไรให้พี่ถึงไม่ชอบ

            “หึถ้าไม่บอกก็คงจะดูใจร้ายไปหน่อย” เขากระตุกยิ้มร้าย เป็นครั้งแรกที่ผมถอยหลังจนชิดประตูโดยอัตโนมัติ

            “เกลล์แฟนที่มึงพึ่งทิ้งไปหลังจากคบไม่กี่เดือน

            “…!!”

            “เขาเลิกกับกูที่คบมาเป็นปีเพื่อไปคบคนอย่างมึงไงไอ่เด็กโง่!!!!!”








100 per
ขอคอมเม้นท์กันหน่อยได้ไหม เค้าอยากได้กำลังใจ T_T
ติดตามกันต่อได้ที่แฟนเพจ PERLINA หรือทวิตเตอร์ @perlinjun มาฟอลเค้าเยอะๆน้า >3<
มีอะไรอยากบอกเทรน #RIPUNLOCK นะคะ เค้าจะตามไปอ่านนนน 555555

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 18 ครั้ง

1,257 ความคิดเห็น

  1. #1018 pastelcron (@pastelcron) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 28 มีนาคม 2558 / 14:50
    โอ้โหแซ่บ งานนี้เด็ดแน่ๆ
    #1018
    0
  2. #1012 AT2MOON (@oreonp) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 27 มีนาคม 2558 / 22:41
    หูยยยยยยยยยยยยยยยย มาต่อเลยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย กรี๊ดดดด
    #1012
    0
  3. #1005 onuma781998 (@onuma781998) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 27 มีนาคม 2558 / 20:14
    ค้างง่าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา
    #1005
    0
  4. วันที่ 26 มีนาคม 2558 / 19:53
    โซ่ปายมาแว้บเดียวยังน่ารักเลยยย #ทีมโซ่ปาย ควินท์ต้องนะ!!
    #1004
    0
  5. #1003 ฟ้า (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 26 มีนาคม 2558 / 14:49
    ค้างสุดๆค่ะมาแจ่งต่ออีกนักำลังสนุกเลย^_^
    #1003
    0
  6. วันที่ 26 มีนาคม 2558 / 10:19
    งือออพี่เวย์มาโกรธอะไรควินท์ล่ะก็อิเกลมันเลิกเอง ควินท์จะรุ้มั้ยล่ะ พาลจิงๆ
    #1002
    0
  7. #1001 mmynds (@dnimind) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 25 มีนาคม 2558 / 23:57
    ปูเสื่อรอ55555555555555
    #1001
    0
  8. #1000 FuaNgz Cass (@ffjeje) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 25 มีนาคม 2558 / 22:49
    อื้อ หืออออ งี้นี้ เองงงง นี่คือ เหตุผลใช่ม้ะ
    #1000
    0
  9. #999 raffin (@raffin) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 25 มีนาคม 2558 / 07:07
    งั้นหรอเนี่ยยยยยย =0=;

    รอต่อน้าาาา
    #999
    0
  10. #998 ~~... แมวน้อย...~~ (@swithon) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 24 มีนาคม 2558 / 23:06
    เฮือกกกกก
    #998
    0
  11. #997 Zoul_Zap (@jane-1803) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 24 มีนาคม 2558 / 16:52
    รีบมาต่อน้าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา
    #997
    0
  12. #996 Kids Thief (@pangkids) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 24 มีนาคม 2558 / 12:53
    ควินท์กับไรเวย์นี่ยังไงกันน
    #996
    0
  13. #995 Mam_Luhan (@pitcha24) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 24 มีนาคม 2558 / 11:05
    #!!!ฮึก ค้าง..ค้างอย่างรุนแรงรีบมาต่อเร็วๆนะคะ #ปูเสื่อรอ
    #995
    0
  14. #994 onuma781998 (@onuma781998) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 มีนาคม 2558 / 20:53
    ปายน่ารักมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
    #994
    0
  15. #993 pastelcron (@pastelcron) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 มีนาคม 2558 / 17:42
    อยากรู้ มาต่อเร็ววว เกิดอะไรขึ้นนนน สงสารควินท์ล่วงหน้าแป๊บ ฮือ
    #993
    0
  16. #992 น้องธันมึน'' (@janejibi) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 มีนาคม 2558 / 13:20
    รอ รอ รอ
    #992
    0
  17. #991 Nu'Belle Love P'Mark (@bellfergoll) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 มีนาคม 2558 / 08:17
    พี่ปายยยยยย เปนผู้ใหญ่มากเลยน๊าเปนห่วงเพื่อนด้วย
    #991
    0
  18. #990 raffin (@raffin) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 มีนาคม 2558 / 07:45
    ดูเหมือนคู่ควินท์เปนที่น่าติดตามมากกกกก

    เจ็บไหมนั้น ไรเวย์ -.,-
    #990
    0
  19. #989 FuaNgz Cass (@ffjeje) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 มีนาคม 2558 / 01:40
    กรี้ดดดดดด หนึ่งปีก่อนนน คือออ ค้างงงงง สู้ๆค่า
    #989
    0
  20. #988 mmynds (@dnimind) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 มีนาคม 2558 / 00:33
    มาต่อไวไวน้าา ค้างสุดๆๆ แงงงง
    #988
    0
  21. #987 Zoul_Zap (@jane-1803) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 มีนาคม 2558 / 22:38
    โซ่ปาย  กำลังหวาน และ มีความสุข
    ไรเวย์ควินท์  กำลังมาคุ และ พายุเข้า
    บรรยากาศแตกต่างกันสุดๆ

    #987
    0
  22. #986 palm (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 มีนาคม 2558 / 20:39
    ไรต์คะะอัพอีกๆๆๆๆๆๆอยากรู้แล้ววว>~<
    #986
    0
  23. #985 พัณณพัฒน์ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 มีนาคม 2558 / 20:22
    โซ่ปายกำลังหวาน แต่ไรเวย์ควินอึมครึม พี่ไรเวย์ทำอะไรใว้นะ
    #985
    0
  24. #984 ~~... แมวน้อย...~~ (@swithon) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 มีนาคม 2558 / 20:13
    เฮียเวย์นี่มันยังไงกันนะ
    #984
    0
  25. #983 HalloPD (@131243) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 20 มีนาคม 2558 / 00:13
    อะไรน่อววครับบ 😂😂😂 อัพต่อด่วยๆๆ
    #983
    0