เพียงพิภพ [Yaoi]

ตอนที่ 7 : 7 : คนในครอบครัว 100 per

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,722
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 188 ครั้ง
    15 พ.ย. 62

B
E
R
L
I
N
 

คนในครอบครัว



ไม่ได้...จะมุมไหนก็ไม่ได้

“ต้องใส่ชุดนี้จริงดิ” ฝันพูดพร้อมกับมองตัวเองในกระจก ภาพตรงหน้าสะท้อนตัวเขากับเสื้อผ้าที่เข้าชุด “มันจะไม่ทางการไปหน่อยเหรอวะ”

“ทางการก็ถูกแล้ว...งานใหญ่นะ” เตที่นั่งรออยู่ข้างนอกตะโกนตอบ “มึงออกมาดิวะ...เดี๋ยวกูช่วยดู”

“มึงไปกับแบร์สองคนไม่ได้เหรอวะ...กูไม่ชอบไปงานแบบนี้มึงก็รู้”

“กูย้ำเป็นรอบที่ล้านแล้วว่าพ่อแบร์เป็นคนชวน”

“กูไม่ชินสักทีเนี่ย”

“เออ กูก็ไม่ชินเหมือนกัน” เตตอบ “เพราะฉะนั้นอย่าปล่อยกูไปคนเดียว”

“โว้ะ” ฝันถอนหายใจหนัก ๆ ก่อนจะเปิดผ้าม่านเผยให้เห็นร่างของเขาในชุดสูทเข้ารูป “มึงว่ามันแปลก ๆ ไหม...กูว่าแปลก แปลกมาก ๆ เลยแหละ”

“มึงถามกูหรือพูดกับตัวเอง” เตเงยหน้าขึ้นมาก่อนที่ภาพตรงหน้าจะทำให้เขาเงียบไป

จริงอยู่ที่เคยเห็นเพื่อนสนิทใส่ชุดทางการมาหลายครั้ง...แต่ครั้งนี้มันต่างออกไป

ชุดสูทราคาแพงที่พ่อของแบร์เลือกให้...มันเหมาะกับฝันมาก

ราวกับว่าชุดเลือกเจ้าของ

“ดีสัด” อดไม่ได้ที่จะเอ่ยความจริงออกมา

ดูดีจริง ๆ

ถ้าแบร์มาเห็นก็คงคิดเหมือนกันกับเขา

“เออ ชุดสวยจริง...แต่ไม่แพงไปเหรอวะ” ฝันก็ยังเป็นฝันที่ไม่มั่นใจในตัวเอง เมื่อกี้เห็นป้ายราคาแล้วแทบจะเข่าอ่อน เงินเดือนทั้งเดือนรวมกันยังไม่ได้เสื้อสูทตัวเดียวเลย

“ไม่หรอก...คุณลุงเขาจ่ายตังแล้ว”

“กูเกรงใจจริง ๆ นะ”

“มึงพูดมาล้านรอบแล้วฝัน” เตส่ายหน้าไปมาก่อนจะลุกขึ้นยืน เขาเองก็อยู่ในชุดคล้ายกันแต่แค่โทนสีต่างออกไป “รีบไปเถอะ เดี๋ยวแบร์จะรอนาน”

“เออ ๆ”

ถึงจะยังไม่ชินแต่ก็เลี่ยงไม่ได้ วันนี้ถือเป็นวันสำคัญวันหนึ่งของเพื่อนสนิทเขา ที่ต้องแต่งตัวแบบนี้เพราะเขาได้รับเชิญไปงานเปิดตัวบริษัทคู่ค้าใหม่ของพ่อแบร์ พ่อที่รักเขากับเตเหมือนลูกแท้ ๆ

พ่อแบร์หวงลูกสาวมากกว่าสิ่งไหน ทุกครั้งที่มีงานเข้าสังคมพวกเขาก็มักจะถูกเชิญไปด้วยเสมอ เรียกว่าเป็นไม้กันหมาก็ได้ และอีกเหตุผลคือไว้ใจ เพราะรู้ว่าเขากับเตไม่มีทางคิดไม่ซื่อกับแบร์

ซึ่งก็จริง...

สวยแต่ดุเหมือนแม่ขนาดนั้น...เป็นใครก็ต้องถอย

เตหยุดลงหน้าร้านทำผมร้านใหญ่ สายตาสาดส่องเข้าไปในร้านก่อนที่จะสะดุดตาเข้ากับร่างของหญิงสาวที่นั่งอยู่หน้ากระจก รอยยิ้มปรากฏขึ้นก่อนที่จะเอื้อมมือมาสะกิดเพื่อนที่ยืนอยู่ข้างตัว แค่มองตาก็รู้ใจ ทั้งสองพยักหน้าให้กันก่อนที่จะเดินตรงไปหาเป้าหมาย

หนึ่ง

สอง

สาม...

“หยุดความคิดซะ”

และพวกเขาช้าไปหนึ่งก้าวเสมอ...

“อะไรวะ” เตโวยวาย “ก็ว่าเนียนแล้วนะ”

“มันไม่เคยเนียนเลย” แบร์หัวเราะออกมา สายตามองเพื่อนผ่านกระจก เธอเลื่อนสายตาที่จับจ้องอยู่ที่เพื่อนคนหนึ่งก่อนจะหยุดลงที่อีกคน

ทันทีที่สบตา...ใบหน้าก็ร้อนขึ้นมา

และเธอรู้ดีกว่ามันเกิดจากอะไร

“หล่ออะดิ” ฝันยิ้มให้คนที่มองเขาอยู่ “มองตาไม่กะพริบเลย”

“ก็…งั้น ๆ”

“เห้ย อย่าชมแค่มันดิ” เตท้วง “วันนี้ผมก็หล่อนะครับคุณ”

“กูหล่อกว่า”

“กูดิวะ”

“พอ” แบร์ยกมือห้าม “ไปทำผมเลย...เดี๋ยวจะไม่ทันเปิดงาน”

“ต้องทำผมด้วยเหรอ” เขานึกว่าแค่มารับแบร์ที่ร้านเฉย ๆ “ไม่ทำได้ไหม แค่นี้ก็โอเคแล้ว”

“ถ้าอยากโดนพ่อดุก็ตามใจ” 

“ไปทำเดี๋ยวนี้แหละครับ” รับคำทันทีที่ยกพ่อขึ้นมาอ้าง

โดนแบร์ดุว่าน่ากลัวแล้ว...โดนพ่อแบร์ต้องคูณสอง

“ฝัน” แบร์เรียกไว้ก่อนที่เขาจะเดินออกไป

“หืม?”

“วันนี้ดูดีมาก”

“…”

“จริง ๆ”

“รู้แล้วครับ” เขายิ้ม “เหมือนกันนะ”

“…”

“วันนี้แบร์สวยมาก ๆ เลย”




รถยนต์จอดลงหน้าโรงแรมที่เป็นสถานที่จัดงาน ประตูรถเปิดออกเผยให้เห็นหญิงสาวผู้เป็นที่รักของเจ้าของบริษัท ทุกสายตาหันมาจับจ้องอย่างห้ามไม่ได้ รอยยิ้มที่ปรากฏขึ้นบนริมฝีปากบางทำให้เธอดูมีเสน่ห์ชวนหลงใหล หลายครั้งที่มีคนพร้อมจะปีนกำแพงเข้ามา และทุกครั้งก็เป็นเธอที่คอยก่อกำแพงให้สูงขึ้น

ไม่เคยมีใครข้ามมาได้

“วันนี้คิวกู” ฝันหันไปยักคิ้วให้เพื่อนที่ยืนอยู่อีกฝั่ง แขนข้างหนึ่งยื่นออกข้างลำตัวเพื่อให้ผู้หญิงเพียงคนเดียวคล้องแขนอย่างเคยชิน

อาจจะดูแปลกในช่วงแรก...แต่เขาทำแบบนี้มาหลายครั้งจนเคยชิน

ไม่เขาก็เต

“คนมองตาไม่กะพริบเลยนะครับคุณ” ฝันเอ่ยแซวเพื่อนสนิทที่เดินอยู่ข้างตัว

ปฏิเสธไม่ได้ว่าเพื่อนของเขาสวยมากจริง ๆ และเขาเริ่มรู้สึกประหม่าเมื่อเห็นว่างานในวันนี้ใหญ่กว่าทุกครั้งที่เคยมา เริ่มไม่แปลกใจแล้วว่าทำไมพ่อของแบร์ถึงเตรียมชุดเหล่านี้ไว้ให้

เพื่อให้สมฐานะเพื่อนลูกสาวเจ้าของบริษัท

“งานใหญ่กว่าที่คิด” เตที่เดินอยู่อีกข้างเอ่ยขึ้น “ที่บริษัทมีตำแหน่งว่างไหมวะ...เพื่อนกำลังหางานอยู่”

“พรุ่งนี้พ่อเรียกเข้าบริษัท” แบร์เอ่ย “ทั้งสองคนเลย”

“จริงเหรอวะ” เตถาม “แค่พูดเล่นนะเนี่ย”

“อืม…พ่ออยากเรียกคุยมาสักพักแล้ว”

“มันจะไม่แปลก ๆ เหรอ...คนจะมองว่าเส้นเข้ารึเปล่า” เขาไม่ชอบอะไรแบบนี้ที่สุด ถ้าได้มาอย่างไม่ถูกต้องเขาก็ไม่ต้องการ

“ถ้าไม่มีฝีมือก็ไม่เก็บไว้หรอก” แบร์ตอบกลับ “ไม่ต้องห่วง”

“อืม…เข้าใจแล้ว”

ภาพในหัวที่คิดไว้กับภาพที่เกิดขึ้นจริงแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ประตูบานใหญ่ที่เปิดออกเผยให้เห็นผู้คนที่มาร่วมงานนับร้อย แม้จะเป็นแค่การกินเลี้ยงและกล่าวเปิดบริษัทอย่างเป็นทางการ แต่คนกลับมาร่วมงานกันมากกว่าที่คิด

รู้สึกเกร็งขึ้นมาแปลก ๆ

“เป็นอะไรรึเปล่าฝัน” แบร์ถามขึ้นเมื่อเห็นว่าเขานิ่งไป

“อ่อ…เปล่า” เขาส่ายหน้า “ไปเข้าห้องน้ำแป๊บนะ เดี๋ยวมา”

“อืม…รีบไปรีบมา เดี๋ยวงานจะเริ่มแล้ว”

“อืม” ฝันรับคำก่อนจะเดินออกไปทั้งที่ยังไม่ได้ก้าวเข้าสู่ภายในงาน

“ตื่นคนอีกแล้วสินะ” เตที่มองเพื่อนจนเลี้ยวหายไปเอ่ยขึ้น “ก็หลายครั้งแล้วนะ...ทำไมมันดูไม่ชินสักที”

“คงต้องให้เวลามากกว่านี้มั้ง”

“มันไปแล้ว เลิกมองตามได้แล้วน่า” คนที่รู้เรื่องราวทุกอย่างดีเอ่ยออกมา “วันนี้อย่าคิดว่าไม่ได้ยินนะ...ที่ชมกันอยู่สองคนน่ะ”

“ทำไม น้อยใจเหรอ” ใบหน้าสวยหันกลับมายังคนตรงหน้า “ก็...ดูดีจริง ๆ นี่นา”

“ครับ ๆ ผมรู้ครับ” เตรับคำ “เข้าไปในงานไหม พ่อคงรอแล้ว”

“อืม เดี๋ยวฝันคงตามมา”

“งั้นปะ” เขายื่นแขนไปข้างลำตัว “คล้องแขนผมไว้นะครับ ถึงจะไม่สุขใจเท่าอีกคนแต่ผมก็พาคุณเข้าไปได้เหมือนกัน”

“เลิกเพ้อเจ้อ” แบร์ส่ายหน้าไปมาก่อนจะคล้องแขนเพื่อนสนิทไว้หลวม ๆ “เต...”

ยังไม่ทันที่ขาทั้งสองจะก้าวเดินต่อภาพตรงหน้าก็ทำให้เธอหยุดชะงัก ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นแขกที่มาร่วมงาน

นั่นมัน...

“แบร์” มองตามสายตาไปก็รับรู้ถึงสิ่งที่เกิดขึ้น ใบหน้าที่เปื้อนยิ้มเจื่อนลงเล็กน้อยก่อนที่รอยยิ้มจะหายไป “รู้มาก่อนรึเปล่าว่าเขาจะมา”

“ไม่รู้”

“…”

“ถ้ารู้...ก็คงไม่ให้ฝันมา”

“ขนาดนี้แล้ว เราควร...”

“หยุดความคิดนั้น” เธอเอ่ยก่อนจะถอนหายใจเล็ก ๆ “เราทำแบบนั้นไม่ได้”

“แต่ก็ปิดไปตลอดไม่ได้เหมือนกัน”

“อย่างน้อยก็ปิดให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้” เธอหันไปสบตากับเพื่อนสนิท “จำไม่ได้เหรอ...ตอนที่เล่าเรื่องของเขา เพื่อนเรามีความสุขมากแค่ไหน”

“แล้วความสุขของแบร์ล่ะ”

“ไม่เป็นไรหรอก”

“…”

“ฝันควรได้รับมันมากกว่า”

“เฮ้อ...มันจะรู้ไหมวะว่ารักมันมากขนาดนี้”

ไม่รู้

ฝันไม่มีทางรู้

ถ้าเพียงนึกเอะใจสักนิดคงไม่ยากที่จะรู้...แต่เพราะมองว่าเธอเป็นเพื่อนมาโดยตลอดเลยไม่รู้

ไม่รู้อะไรเลย

“แล้วจะเอายังไง” เตถาม

“ยังไงก็ได้” แบร์ตอบ “แต่ให้เจอกันไม่ได้”

“…”

“ไม่ว่ายังไง...ก็เจอกันตอนนี้ไม่ได้”

“…”

“ครอบครัวเพียงพิภพน่ะ”

งานดำเนินไปเหมือนเช่นทุกงานที่เคยผ่านมา ช่วงเวลาที่ขึ้นกล่าวคำขอบคุณบนเวทีทำให้ฝันยกมือขึ้นปิดปากหาวอย่างห้ามไม่ได้ เขาไม่ค่อยชอบมางานแบบนี้เท่าไหร่ มาทีไรก็รู้สึกง่วงทุกที

“เก็บอาการหน่อยครับ” เตกระทุ้งสีข้างเพื่อนสนิท เขาดูออกว่าฝันไม่ชอบงานพวกนี้ “ออกไปเดินรับลมหน่อยไหมมึง เผื่อจะดีขึ้น”

“ออกไปพร้อมกันแล้วใครจะอยู่กับแบร์ล่ะ” ฝันเอ่ยเสียงเบา สายตาจับจ้องไปยังร่างเล็กที่หันหน้ามองผู้เป็นพ่อบนเวที

“หมายถึงให้มึงออกไป”

“อ่อ…”

“เดี๋ยวก็เป็นพวกกรรมการกับผู้ถือหุ้นที่ขึ้นมากล่าวขอบคุณ...น่าจะอีกนาน”

“งั้นเดี๋ยวกูออกไปเข้าห้องน้ำแล้วจะรีบกลับมา”

“ไม่ต้องรีบก็ได้มึง”

“อ่าว”

“กูหมายถึง...ไม่ต้องรีบหรอก...น่าจะอีกนานกว่าที่จะเข้างานเลี้ยง”

“เออ ๆ” เขาพยักหน้า ถึงแม้จะไม่ค่อยเข้าใจอะไรมากแต่ก็ไม่ได้ถามอะไรกลับไป “ถ้ามีอะไรด่วนก็รีบโทรหากู เดี๋ยวกูรีบเข้ามา”

“เออได้” เตพยักหน้าก่อนจะเอื้อมมือไปสะกิดคนข้างตัว “ฝันมันออกไปข้างนอกแป๊บนะ”

“อืม”

“ดีนะมันไม่สงสัยอะไร” เตเอ่ยหลังจากที่เพื่อนเดินออกไปจากโต๊ะแล้ว สายตามองตรงไปยังเวทีที่ปรากฏร่างของคนที่คุ้นหน้าเป็นอย่างดี

ไม่ว่าใครก็ต้องรู้จักครอบครัวนี้

“เกือบไม่ทัน” แบร์ถอนหายใจ แม้ภายนอกจะไม่แสดงออกใด ๆ แต่ข้างในก็ลุ้นไม่ต่างกัน

เสียงประกาศชื่อดังขึ้นท่ามกลางผู้คนที่มุ่งความสนใจไปยังแขกหน้าเวที นามสกุลที่โด่งดังไม่ว่าใครก็ต่างรู้จักทำให้ทุกสายตาจับจ้องคนที่ยืนอยู่หน้าไมค์ รอยยิ้มปรากฏขึ้นพร้อมกับคำกล่าวทักทายที่เป็นทางการแต่กลับให้ความรู้สึกที่เป็นกันเอง

เรื่องแบบนี้...เพียงพิภพถนัดอยู่แล้ว




ค่อยยังชั่ว...

ความรู้สึกแรกหลังจากเดินออกมาจากห้องน้ำ พอได้อยู่ในที่ที่ปลอดโปร่งก็ทำให้หายใจสะดวกขึ้น ความง่วงในตอนแรกหายไป ฝันมองตัวเองผ่านกระจกบานใหญ่ ภาพที่ไม่ว่าจะกี่ครั้งก็ยังไม่ชิน

ภาพสะท้อน...เหมือนไม่ใช่เขา

ความคิดฟุ้งซ่านถูกสลัดออกไปหลังจากที่คิดได้ว่าตัวเองออกมานานเกินไป แม้จะไม่อยากเดินกลับเข้าไปในงานแต่ก็คงเลี่ยงไม่ได้ เขาเดินออกมาจากห้องน้ำก่อนที่สายตาจะสะดุดเข้ากับประตูหนีไฟที่ปิดไม่สนิท จากชั้นล่างสุดขึ้นมาถึงชั้นนี้ก็น่าจะสูงพอสมควร

ออกไปสูดอากาศรับลมสักหน่อยแล้วค่อยเข้าไปดีกว่า

ประตูหนีไฟเปิดออกช้า ๆ พร้อมกับร่างของเขาที่แทรกตัวออกไปรับลมที่ตีกระทบใบหน้า อากาศตอนกลางคืนทำให้เขารู้สึกผ่อนคลาย พอมองกรุงเทพจากมุมนี้ก็สวยไปอีกแบบ ภาพของตึกราที่เปิดไฟเรียงรายเป็นแถวดูเป็นศิลปะที่สวยงามเมื่อมองผ่านดวงตาทั้งสองข้าง

อาจเพราะมัวแต่มองภาพตรงหน้าเลยทำให้เขาไม่ทันได้สังเกตว่ามีใครอีกคนนั่งอบู่ที่บันได ขาทั้งสองข้างชะงักเล็กน้อย หัวใจแทบหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่มเมื่อหลังมือสัมผัสเข้ากับอวัยวะบางส่วนของอีกคน

“ขอโทษครับ...ผมไม่เห็นว่ามีคนอยู่ตรงนี้” เงาตรงหน้ามืดเกินกว่าที่จะรู้ว่าอีกคนเป็นใคร

ลำพังแค่แสงไฟจากข้างนอกไม่สว่างพอจะมองเห็น

“ครับ” ร่างของคนที่นั่งอยู่ตอบกลับทำให้รู้ว่าเป็นผู้ชายเหมือนกัน

“งั้นผมไม่รบกวนดีกว่า”

เอาจริง ๆ คือแอบกลัว...

ไม่ได้โดนผีหลอกใช่ไหมวะ

“ไม่กวนหรอก...มานั่งด้วยกันสิ” เขาเขยิบที่เว้นว่างไว้ให้คนที่กำลังจะเปิดประตูออกไป “มางานเดียวกันใช่ไหม”

“อ่า…คิดว่าใช่”

“น่าเบื่อเนอะ”

“…”

“ถ้ายังไม่อยากกลับเข้าไป...มานั่งด้วยกันก็ได้”

“…”

“ผมไม่รู้หรอกว่าคุณเป็นใคร”

“คุณเป็นผีรึเปล่า”

“เคยเรียนวิทยาศาสตร์รึเปล่า?”

“…”

“ถ้าเคยผมคิดว่าคุณไม่ควรถามกับคนที่ตอบทุกคำถามแบบนี้”

“โอ้โห...พูดขนาดนี้ก็ด่ากันเลยเถอะ” ฝันเอ่ยออกมา ขาทั้งสองข้างก้าวเข้าไปหาอัตโนมัติ

เรื่องคุยกับคนแปลกหน้าไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับเขา นี่ไม่ใช่คนแรกที่เขาคุยด้วย และประเมินเบื้องต้นแล้วก็ไม่ได้น่ากลัวอะไร อย่างน้อยก็ไม่ใช่ผีอย่างที่เขาคิด

“แรงไปเหรอ” เสียงหัวเราะดังขึ้น “โทษที...พอดีเบื่อ ๆ น่ะ”

“เบื่อขนาดนั้นทำไมไม่กลับซะล่ะ”

“แล้วทำไมคุณไม่กลับ”

“ก็กลับไม่ได้ไง”

“อืม…ก็เหมือนกัน”

“แล้วมานั่งตรงนี้นานรึยัง”

“ก่อนคุณจะมาไม่นานหรอก”

“อ่อ” ฝันพยักหน้า “คุยอะไรต่อดี”

“ถ้าไม่มี...นั่งเงียบ ๆ ก็ได้”

“ไม่ได้ด่าใช่ไหม?”

“เปล่าสักหน่อย” คนข้างตัวรีบปฏิเสธ “แค่บอกเฉย ๆ”

“อ่อ”

“เหมือนด่ารึไง”

“อืม…มันก็ตีความแบบนั้นได้มั้ง”

“อ่อ”

“อืม”

บทสนทนาสุดท้ายจบลงพร้อมกับความเงียบ เขาปล่อยให้ความเงียบครอบงำอยู่อย่างนั้น แปลกดีเหมือนกันที่การนั่งอยู่เงียบ ๆ กับคนไม่รู้จักไม่ได้ทำให้เขาอึดอัดอย่างที่ควรจะเป็น

ก็แค่คนสองคนที่เบื่อเหมือนกัน

“คุณมางานพวกนี้บ่อยรึเปล่า” คนข้างตัวถามขึ้น

“ก็…ไม่ค่อยบอกมาก มันไม่ใช่ตัวผมเท่าไหร่น่ะ”

“…”

“แล้วคุณล่ะ”

“บ่อยมาก”

“…”

“โคตรเบื่อเลย”

“…”

“ถึงกับเงียบเลยเหรอ”

“ก็ไม่รู้จะตอบว่าอะไร”

“…”

“เห็นด้วยก็ได้...เพราะน่าเบื่อจริง ๆ”

“อืม…แต่ก็เลี่ยงไม่ได้หรอก”

“ทำไมล่ะ”

“ก็…ต้องทำ”

“ก็ไม่ต้องทำสิ ใครจะมาบังคับคุณได้”

“คุณยังเด็กอยู่ใช่ไหม”

“เด็กไม่เด็กเกี่ยวอะไรล่ะ”

“ช่างมันเถอะ...คุณไม่ต้องเข้าใจทุกอย่างหรอกน่า”

“เออ…ไม่ยุ่งก็ได้” เขาก็ไม่ได้อยากรู้อะไรขนาดนั้น เห็นชวนคุยก็เลยคุยด้วยเฉย ๆ “แล้วจะกลับเข้างานรึยัง ไม่มีใครตามเหรอ”

“ไม่หรอก”

“…”

“ไม่ได้สำคัญขนาดนั้น”

“ตัดพ้อเหมือนน้อยใจ”

“เปล่า”

“…”

“ไม่ได้น้อยใจ”

“ออกไปพร้อมกันไหม”

“ไม่ครับ”

“…”

“ถ้าออกไปพร้อมกันก็รู้สิว่าผมเป็นใคร”

“รู้แล้วยังไงล่ะ...คุณดังขนาดนั้นเลยรึไง”

“ขี้โมโหนะคุณน่ะ” เขาหัวเราะออกมาก่อนจะเปลี่ยนท่านั่งเล็กน้อย แสงจากดวงจันทร์ที่สาดส่องไม่ได้ทำให้เขาเห็นว่าคนที่คุยด้วยเป็นใคร

ดีแล้วที่เป็นแบบนี้

เพราะไม่รู้ว่าเป็นใคร...เลยเป็นตัวเองอย่างที่อยากเป็น

“ก็คุณพูดอะไรเข้าใจยาก”

ไม่อยากเข้าใจแล้ว...ปวดหัว

“คุณจะไปแล้วเหรอ” พอเห็นอีกคนลุกขึ้นยืนก็อดถามไม่ได้

พึ่งนั่งแป๊บเดียวเอง

“อืม…เดี๋ยวเพื่อน ๆ รอ”

“อ่อ…ครับ”

“ผมไปก่อนนะ”

“ครับผม”

“จะไม่บอกผมจริง ๆ เหรอว่าคุณเป็นใคร”

“ไม่ครับ” เขายืนยันคำเดิม รอยยิ้มบาง ๆ ปรากฏขึ้นหากแต่อีกคนไม่เห็น “ผมยังไม่รู้เลยว่าคุณเป็นใคร”

“เออ…ไม่เห็นก็ไม่เห็น”

“ผมจำเสียงเก่ง”

“…”

“ถ้าบังเอิญเจอกันอีก...ผมจะเข้าไปทักนะคุณ”

“คงไม่บังเอิญขนาดนั้นหรอก”

“…”

“ระวังทักคนผิดด้วย”

“ครับผม”

“ไปละ...ไว้เดินสวนกันในงานนะคุณ”

“ครับ...ไว้เดินสวนกันนะ” 

ประโยคทิ้งท้ายจบลงพร้อมกับประตูหนีไฟที่ปิดลง 

รอยยิ้มที่ประดับอยู่บนใบหน้าเลือนหายไปพร้อมกับโทรศัพท์ที่สั่นขึ้น รายชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอทำให้เขาถอนหายใจออกมาก่อนจะกดรับสายอย่างห้ามไม่ได้

หมดเวลาหนีแล้ว

กลับสู่โลกความเป็นจริงสักที

“พี่ออกมาเข้าห้องน้ำ...กำลังกลับไปครับ”




“หายไปนานเลยนะครับ” เสียงของน้องชายดังขึ้น “ปล่อยให้ก่อนนั่งอยู่ที่โต๊ะคนเดียว” ก่อนมองพี่ชายทั้งสามคนที่เดินกลับมาที่โต๊ะในเวลาไล่เลี่ยกัน

เขาไม่ชอบอยู่คนเดียว...ทำตัวไม่ถูก

“พี่ไปเข้าห้องน้ำมาครับ” เพื่อตอบกลับ

“เมื่อกี้พี่เอกก็ไปเข้าห้องน้ำ” ก่อนหันไปมองพี่ใหญ่ที่กลับมาก่อนไม่นาน “ไม่ได้เจอกันเหรอครับ”

“คนละฝั่งมั้ง” เขาตอบกลับก่อนจะมองน้องชายคนกลางที่พึ่งนั่งลง “เกิดอะไรขึ้นรึเปล่านันต์”

“เปล่าครับ” คนถูกถามส่ายหน้านิด ๆ “ที่โรงพยาบาลวันนี้วุ่นนิดหน่อย”

“ต้องกลับไปรึเปล่า”

“ผมบอกเพื่อนไปแล้ว...ไม่เป็นไรครับ” น้ำเสียงเรียบตอบกลับพร้อมโทรศัพท์ที่ยกขึ้นมากดพิมพ์ข้อความ

“เราจะกลับกันกี่โมงเหรอครับ” ก่อนถามขึ้นอีกครั้ง ตั้งแต่เข้ามาในงานครอบครัวของเขาเหมือนตกเป็นเป้าสายตา ทุกคนมองมาจนเริ่มทำตัวไม่ถูก

ไม่เคยชินเลยสักครั้ง

เบื่อแล้ว

“คงอีกสักพัก พี่ต้องไปที่โต๊ะคุณลุงไพศาลก่อน” เพื่อตอบ “พี่เอกไปด้วยกันไหมครับ”

“ไม่เป็นไรครับ” เพียงเอกตอบกลับแทบจะทันที “เพื่อไปน่าจะดีกว่า...พี่ชวนคุยไม่เก่งครับ” รอยยิ้มที่ส่งกลับมาทำให้เขาได้แต่พยักหน้ารับ

เขาก็ไม่ได้ดีไปกว่าพี่ชายสักเท่าไหร่

“นันต์จะพาก่อนกลับก่อนก็ได้...เดี๋ยวพี่กลับพร้อมพี่เอก” เขารู้ดีว่าน้องทั้งสองคนเบื่อเต็มทน ไม่ใช่แค่น้อง เพราะตัวเขาเองก็รู้สึกไม่ต่างกัน

แต่เขาเลือกไม่ได้

“กลับไปนอนพักผ่อนเถอะ...พรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้า” เพียงเอกหันไปบอกน้องทั้งสองคน ดูก็รู้ว่าน้องคนที่สี่เริ่มงอแง และนันต์เองก็ควรเอาเวลาไปพักผ่อน

แค่วันนี้มาด้วยกันเขาก็ดีใจมากแล้ว

เสียดายที่จบมาด้วยไม่ได้...วันนี้ครอบครัวเพียงพิภพเลยมากันแค่สี่คน

“พี่เอกอยากกลับไหม” เพื่อถามพี่ใหญ่เสียงเบาเพื่อให้ได้ยินกันแค่สองคน “จริง ๆ ผมอยู่ต่อเองได้...ถ้าพี่อยากพักผ่อน”

“ไม่เป็นไรครับ”

“…”

“เดี๋ยวพี่อยู่ด้วย” เพียงเอกก็ยังเป็นพี่ใหญ่ของน้อง ๆ เสมอ แม้จะรู้ว่าเพื่ออยู่ได้อย่างที่บอกเขา แต่เขาสบายใจที่จะอยู่ด้วยมากกว่า

“อืม ตามใจครับ” เพราะไม่รู้จะพูดยังไงเลยตอบกลับไปแบบนั้น “ไป...กลับกันก่อนเลย”

“ไล่เลยเหรอ” ก่อนหัวเราะ “จริง ๆ อยู่ด้วยก็ได้ ก่อนแค่บ่นไปงั้น”

“ไม่ได้ไล่ครับ”

“กลัวจะเหนื่อยกัน กลับไปนอนหลับพักผ่อนดีกว่านะ” คำพูดของพี่ใหญ่ฟังแล้วอบอุ่นเสมอ เพื่อลอบถอนหายใจก่อนจะพยักหน้านิด ๆ

“ตามนั้นครับ”

“อืม…งั้นเดี๋ยวผมกลับก่อนนะ” นันต์ลุกขึ้นยืนก่อนจะหันไปมองน้องที่กำลังจะลุกขึ้น “เจอกันที่บ้านครับ วันนี้ผมคงนอนบ้าน”

“ครับ...กลับบ้านดี ๆ นะ”

“ถึงแล้วบอกด้วย” เพื่อเอ่ยพร้อมกับมองร่างของน้องทั้งสองคนที่เดินออกจากงานไป

แขกเริ่มทยอยกันกลับหากแต่ว่าเขายังไม่สามารถขยับไปไหนได้ เหตุผลข้อที่หนึ่งคือเขาเป็นหนึ่งในหุ้นส่วนใหญ่ของบริษัท แม้ว่าจะไม่ได้เข้ามายุ่งเกี่ยวเต็มรูปแบบก็ตาม

“เมื่อกี้ที่ขึ้นไปพูดบนเวที...เก่งมากเลยครับ”

“ก็พูดตามสคริปที่เตรียมมา” เพื่อตอบ 

“ฟังเพลินมากเลยครับ”

“จริง ๆ วันนี้คนที่ต้องขึ้นไปควรเป็นพี่เอก...ไม่ใช่ผม”

“…”

“เกิดอะไรขึ้นรึเปล่า”

“เปล่าครับ” เพียงเอกส่ายหน้า “ไม่มีอะไร”

“ถ้าผมไม่ได้อ่านสคริป...คงแย่นะครับ”

“…”

“ถ้าไม่มีอะไร...คราวหน้าผมคงทำแบบนี้ไม่ได้”

“มันดูไม่ดีใช่ไหม”

“ครับ”

“…”

“ไม่ใช่ผม”

“…”

“แต่เป็นพี่เอก”

“ครับ...พี่เข้าใจแล้ว”

“…”

“ขอโทษด้วยนะครับ”

“ผมจะไปที่โต๊ะคุณลุงไพศาล”

“เดี๋ยวพี่นั่งรอตรงนี้นะครับ”

“ครับ” เพื่อรับคำก่อนจะลุกขึ้น เขารู้ดีว่าถึงพูดไปครั้งที่สามพี่ชายคนโตก็ยังจะยืนยันคำเดิม ในเมื่อบอกว่าไม่ไปเขาก็จะไม่คาดคั้น

แม้จะไม่เข้าใจอะไรเลยก็ตาม

โต๊ะของประธานบริษัทเต็มไปด้วยคนอายุรุ่นราวคราวเดียวกัน มีก็แต่คนสามคนที่ดูจะแตกต่างจากคนอื่น ๆ และใช้เวลาเพียงไม่นานก็พอจะเข้าใจได้ด้วยตนเองว่าหนึ่งในนั้นคือลูกสาวที่เคยได้ยินมาว่าหวงยิ่งกว่าอะไร

ส่วนอีกสองคน...ไม่คุ้นเลยสักนิด

“สวัสดีครับ” คำทักทายดังขึ้นพร้อมรอยยิ้มที่ประดับบนใบหน้า

“ลุงก็ว่าเพื่อหายไปไหน มา ๆ มานั่งกัน” คนที่นั่งสังสรรค์อย่างออกรสชาติหันมายิ้มให้ก่อนจะผายมือไปยังเก้าอี้ที่ว่างอยู่ “เมื่อกี้ที่พูดบนเวทีดีมากเลย ลุงชอบ”

“ขอบคุณครับ”

“แบร์”

“คะ?” เสียงใสตอบกลับมาพร้อมใบหน้าที่หันมาสบตากับเขา

เข้าใจแล้วว่าทำไมถึงหวงลูกสาว

ไม่แปลกใจสักเท่าไหร่

สวย...ไม่มีที่ติ

“นี่พี่เพื่อ เพียง...”

“อ๋ออออออออ” ยังไม่ทันที่จะแนะนำชื่อจบคนตรงหน้าก็เอ่ยออกมาเสียงดัง “สวัสดีค่ะพี่เพื่อ” รอยยิ้มหวานปรากฏขึ้นหากแต่สายตาที่มองมาไม่สัมพันธ์กับสีหน้า

“รู้จักกันแล้วเหรอ?”

“เคยเห็นค่ะ พี่เพื่อดังจะตาย” แบร์ตอบกลับแทบจะทันที

“จริง ๆ มีพี่เอ...”

“พ่อคะ...เดี๋ยวหนูขอไปหยิบอาหารเพิ่มกันก่อนนะ”

“อ้าว”

“เตมันยังไม่อิ่มเลย เนอะเตเนอะ”

“อะ…อ่า…ใช่ครับ” คนที่นั่งถัดไปพยักหน้างง ๆ “ปะ...ฝัน...ไปหาไรกินกัน”

“ต้องไปด้วยเหรอวะ” น้ำเสียงที่ดังขึ้นทำให้ความสนใจทั้งหมดตกไปอยู่ที่อีกคน

เสียงนี้...

“พึ่งได้นั่งแป๊บเดียวเองเนี่ย” ประโยคที่ยาวขึ้นทำให้ย้ำถึงความชัดเจนตั้งแต่คำแรกที่เอ่ยออกมา

โลกกลมจริง ๆ นั่นแหละ

“ชื่อฝันเหรอ” เป็นครั้งแรกที่ถามออกไปอย่างลืมตัว

“อ่า…ครับ” เจ้าของชื่อหันมาสบตากับเขาพร้อมรอยยิ้มแห้ง ๆ

ใช่...ใช่แน่ ๆ

“พี่ชื่อเพื่อนะครับ”

“อ่า…ครับผม”

“จำเสียงได้ไหม” 

คำถามที่เอ่ยออกไปจนแทบจะเรียกว่ากระซิบทำให้คนรอบข้างไม่ได้ยินสิ่งที่ถาม มีเพียงแค่สายตาของคนตรงหน้าที่อ่านปากของเขาด้วยสีหน้าที่เปลี่ยนไป

“เชี่ย...” คำแรกที่เพื่ออ่านปากอีกคนได้ก่อนจะตามมาด้วยรอยยิ้มบาง ๆ ที่ปรากฏขึ้น “ผิดคนรึเปล่า”

“ไม่ครับ” เขายืนยันในคำตอบ 

“รู้จักกันแล้วเหรอ?” คำถามเดิมถูกถามขึ้นอีกครั้งหากแต่ว่าคนถามไม่ใช่คนเดิม แบร์มองเขาสลับกับคนข้างตัว สีหน้าที่แสดงออกถึงความกังวลยิ่งเพิ่มความสงสัยมากขึ้นไปอีก

“คิดว่า...รู้จัก” ฝันยกมือขึ้นเกาหัว “มั้งนะ”

“รู้จักแล้วครับ”

พึ่งรู้จักเมื่อกี้นี้เลย

“รู้จักกันไว้ก็ดีนะ...เดี๋ยวอีกหน่อยจะได้ทำงานด้วยกันง่าย”

“พ่อ…”

“ครอบครัวพี่เพื่อเป็นหุ้นส่วนใหญ่ของบริษัทเรา...หลังจากนี้คงได้เจอกันบ่อยขึ้น”

“…”

“เมื่อกี้พึ่งคุยกับฝันกับเตไป...เดือนหน้าทั้งสองคนจะมาทำงานที่บริษัทลุง”

“อ่อ…อย่างนั้นเหรอครับ” เพื่อหยักหน้ารับรู้ก่อนจะมองคนตรงหน้าที่มองเขาตาไม่กะพริบ “คงได้เจอกันบ่อยขึ้น...ฝากตัวด้วยนะครับ”

“อ่า…ครับ” 

“ฝัน…ไปตักอาหารกัน” เสียงของเตที่ดังขึ้นทำให้สายตาของเขาหลุดโฟกัสจากคนตรงหน้า

“เออ…ไปดิ” เขาลุกขึ้น “งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ”

“ครับ”

“…”

“น้องฝัน” เพื่อหัวเราะออกมาเมื่อเห็นสีหน้าของอีกคนที่มองมา เขาไม่ได้จะกวน แค่ทำตามที่ได้พูดไว้

เจอกันอีกครั้ง...เขาจะทัก

และเขาไม่เคยผิดคำพูด

ภาพเหตุการณ์ทุกอย่างอยู่ในสายตาของคนที่นั่งมองจากโต๊ะอีกฝั่ง ดวงตาทั้งสองที่ยังคงจ้องมองอยู่อย่างนั้น ภายในใจเกิดความรู้สึกต่าง ๆ มากมายที่อธิบายออกมาเป็นคำพูดไม่ได้

แต่มีสิ่งหนึ่งที่ชัดเจน

กลัว...

กลัวว่าวันพุธจะไม่ใช่วันของเขาอีกต่อไป


 

---------------------------------------------------

1 คอมเมนท์แทนกำลังใจที่ยิ่งใหญ่


จะพยายามอัพให้บ่อยขึ้น

ทุกคนอย่างพึ่งไปไหนนะ

อยู่ติดตามกันก่อน เรื่องนี้เราตั้งใจมากจริงๆค่ะ ;-;

 

รักทุกคนเหมือนเดิมนะ

เราจะยังอยู่ตรงนี้ตราบใดที่คนอ่านยังอยู่กับเรา

รักมากเลยนะ <3


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 188 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

631 ความคิดเห็น

  1. #585 baekbow (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2563 / 13:08
    นักเขียนจะเล่นตลกอีกไหมเนี่ย พี่น้องจะมาชอบคนๆเดียวกันไม่ได้นะ แบร์ก็สวยใช่ไหมเพื่อ ชอบแบร์ดีกว่านะ ดีต่อธุรกิจด้วย
    #585
    0
  2. #537 PREEMILY (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2563 / 00:09
    สงสารพี่เอก โอ๋ๆกอดๆนะคะ
    #537
    0
  3. #532 Sunflower.W (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2563 / 02:39
    เพื่อจะมาลงสนามเเข่งกับพี่เอกไม่ได้นะ เรากลัวใจพี่เอกมาก เรากลัวว่าพี่เอกจะยอมสละความสุขของตัวเองให้เป็นของเพื่ออ่ะ ขนาดนั้นคงรับไม่ไหวจริงๆ
    #532
    0
  4. #498 CaOH- (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2563 / 23:18
    ฮือออ กอดๆน้าพิเอกก ;-;
    #498
    0
  5. #397 n_u_r_2307 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2563 / 20:29
    ;-;-;-;-!-;;-;
    #397
    0
  6. #307 Fah_Nueafah (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 18 เมษายน 2563 / 13:15
    จะน้องไห้แน้ว
    #307
    0
  7. #280 aomwyj (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 เมษายน 2563 / 23:23
    อยากโอ๋พี่เอก
    #280
    0
  8. #248 mod152545 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 มีนาคม 2563 / 14:24
    พี่เอกใจเย็นๆนะคะ
    #248
    0
  9. วันที่ 20 มกราคม 2563 / 23:59
    พี่เอกอย่าคิดมากนะ
    #203
    0
  10. #195 Bice2213 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 มกราคม 2563 / 17:25
    ฮืออออ ไม่น้าาาา
    #195
    0
  11. #145 Hatsuyuki (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2562 / 06:01
    อย่าว่าแต่พี่เลย หนูก็กลัวววว
    #145
    0
  12. #144 SOUL (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2562 / 23:49
    วันพุธยังเป็นของพี่ ิน่าพึ่งกลัววววววววว
    #144
    0
  13. #143 ibelieveit (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2562 / 22:55
    พี่เอกอย่ายอมเด้อ
    #143
    0
  14. #142 ooy1565 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2562 / 22:22
    เอ๊ะเราเข้าใจผิดที่แท้คนที่คุยกับฝัยคือเพื่อหรือมิน่าฝันถึงว่าทำไมจำเสียงพี่เอกไม่ได้สงสารพี่เอกอย่ากลัวไปเลยวันพุธหน้าก็ยังเป็นวันของพี่เอกนะ
    #142
    0
  15. #141 ตะวันแห่งราตรี (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2562 / 21:29
    รอวันพุธธธ
    #141
    0
  16. #140 Shiro・ᆺ・Kuma (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2562 / 21:19

    อึดอัดอ่ะ ร้องไห้แน้ววว
    #140
    0
  17. #139 pcard (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2562 / 19:42
    ฮืออออ พี่เอกใจเย็นๆก่อนนะ น้องคงไม่คิดอะไรด้วยหรอก
    #139
    0
  18. #138 Somluck2510 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2562 / 19:41

    ไม่น้าาาาาาพี่เอก
    #138
    0
  19. #137 tk27xwxt (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2562 / 20:53
    ชอบเรื่องนี้มากกกกกกกกก
    #137
    0
  20. #136 pcard (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2562 / 21:49
    คุยกับคนแปลกหน้าซะงั้น >.<
    #136
    0
  21. #135 Somluck2510 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2562 / 21:17

    พี่เอกป่ะ
    #135
    0
  22. #134 ooy1565 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2562 / 20:54
    ทำไมฝันจำเสียงพี่เอกไม่ได้ล่ะงง
    #134
    0
  23. #133 ao_Sumaree (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2562 / 20:35

    สู้ๆ คนแปลกหน้า
    #133
    0
  24. #132 RJRP Ph. (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2562 / 20:17

    เป็นกำลังใจให้ค่ะะ
    #132
    0
  25. #131 akakai (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2562 / 23:05
    รอนะคะ
    #131
    0