เพียงพิภพ [Yaoi]

ตอนที่ 6 : 6 : สวัสดีวันพุธ 100 per

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,832
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 199 ครั้ง
    26 ต.ค. 62

B
E
R
L
I
N
 

สวัสดีวันพุธ



09:58 

ตัวเลขบนหน้าปัดนาฬิกาบอกเวลานัดที่ใกล้จะมาถึง ขาทั้งสองข้างก้าวยาวที่สุดเท่าที่จะทำได้เพื่อไปยังจุดนัดพบ ไม่มีอะไรเป็นเครื่องประกันว่าอีกฝ่ายจะมาหรือไม่มา ไม่มีอะไรยืนยันนอกจากคำพูดสุดท้ายที่เคยให้กันไว้

ไม่มีช่องทางติดต่อเลยสักทาง

แปลกใจตัวเองเหมือนกันที่รอคอยวันพุธแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน คนที่ชอบตื่นตอนเที่ยง คนที่ไม่ชอบไปไหนวันหยุด ระบบชีวิตมันรวนไปหมดเมื่อคิดถึงนัดวันพุธตอนสิบโมง

ฝันหยุดลงตรงหน้าป้ายรถเมล์ที่คุ้นเคย นาฬิกาบอกว่าเขาเลยเวลานัดมาเกือบห้านาที และแน่นอนว่าเป็นเขาที่มาช้ากว่าอีกคน

มาตามนัดจริง ๆ ด้วย

“มานานรึยัง” คำถามแรกที่เอ่ยออกไปทำให้คนที่นั่งมองเหม่อหันมามองช้า ๆ

แปลกใจกับการแต่งตัวของอีกคนไม่น้อย การเจอกันแต่ละครั้งมักมีเรื่องให้เขาประหลาดใจอยู่เสมอ จากที่คิดว่าจะแต่งตัวชุดสูทเหมือนครั้งก่อนที่เจอกลับกลายเป็นชุดธรรมดาเหมือนวัยรุ่นทั่วไป

ยอมรับตรง ๆ ว่าดูดีมาก

มากเลยละ

“พี่เอก” เรียกชื่อเพราะอีกคนไม่ตอบอะไรกลับมา

เพียงเอกลุกขึ้นยืนเต็มความสูงก่อนจะเดินมาหยุดลงตรงหน้าอีกคน สบสายตาเพียงเสี้ยววิก่อนที่แขนทั้งสองข้างจะโอบกอดคนตรงหน้าไว้แน่น

หนึ่ง

“พี่เอก” ฝันเรียกอีกคนอย่างไม่เข้าใจ

มากอดอะไรตรงป้ายรถเมล์ละวะ!!

สอง สาม...

“พี่”

หก เจ็ด...

“เป็นอะไรรึเปล่า”

เก้า...

“บอกได้”

สิบ

“ได้เจอแล้ว”

“…”

“แค่อยากกอดน่ะ” ไม่รู้จะอ้อมค้อมทำไม

รอมาเจ็ดวันเพื่อกอดสิบวินาที

คุ้มค่าแล้วที่รอมา

“อะไร...ของพี่วะ” ฝันขืนตัวออกจากสัมผัสคนตรงหน้า ยอมรับว่าเมื่อกี้ก็เคลิ้มอยู่หรอก แต่มันผิดที่ไปสักหน่อย รถผ่านไปมาตั้งหลายคัน

ยืนกอดกันในที่โล่งแจ้งแบบนี้...แปลกมากอยู่

“มาถึงก่อนห้านาทีครับ”

“หืม?”

“ที่ถามเมื่อกี้ไง”

“อ่อ…”

“ทานอะไรมารึยัง”

“ยังครับ” เขาส่ายหน้า “พี่เอกกินอะไรมารึยัง”

“รอไปกินพร้อมฝันครับ” 

“อ่า…แล้ว...”

เป็นอะไรวะฝัน!

“คือ…เอ่อ...”

“ครับ?” เพียงเอกเลิกคิ้ว ท่าทางของคนตรงหน้าแปลกไป ใบหน้าเริ่มขึ้นสีอาจเพราะอากาศที่เริ่มร้อน “ร้อนใช่ไหม หน้าแดงเชียว” เขาหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาก่อนจะซับลงบนใบหน้าอีกคน

ตาย...ปล่อยไว้แบบนี้มึงตายแน่ ๆ ฝัน

ความหล่อเข้าตา

“ผมจะถามว่า...วันนี้เราจะไปไหนกัน”

“…”

“แล้วพี่จะกลับกี่โมง”

“ตามใจเลยครับ”

“…”

“มีที่ไหนอยากไปเป็นพิเศษรึเปล่า...พี่ไปได้ทุกที่เลย”

“…”

“อยากกลับกี่โมงก็ได้”

“…”

“วันนี้พี่เป็นของเรา”

คำพูดคำจา...ไม่ห่วงคนฟังเลยโว้ยยยย!!!


รถยนต์ขับไปตามทางอย่างไร้จุดหมาย ในเมื่อตกลงกันไม่ได้สิ่งที่ทำได้อย่างเดียวก็คือการขับรถเล่นไปเรื่อย ๆ อยากจอดแวะตรงไหนก็จอด ถ้าเป็นปกติเวลาไปกับเพื่อนเขาคงโดนด่าไปแล้ว พวกมันคงจะบอกว่าที่บ้านไม่ได้ผลิตน้ำมัน แต่พอมากับคนข้างตัวเขากลับไม่ได้ยินคำเหล่านั้น

ทุกอย่างดูง่ายไปหมด

“ปกติขับรถเที่ยวบ่อยไหม” เขาเป็นฝ่ายชวนคุยเมื่อรู้สึกว่าบรรยากาศในรถเงียบเกินไป

“ไม่บ่อยครับ...ไม่รู้จะไปไหน”

“เหมือนตอนนี้สินะ”

“อ่า…ก็คงใช่” เพียงเอกหัวเราะ “แต่อยากทำแบบนี้มาตั้งนานแล้ว”

“…”

“อยากทำอะไรแบบไม่มีจุดหมาย”

“…”

“น่าตื่นเต้นดีนะ”

“อืม…แต่ก็แค่บางเรื่องเท่านั้นแหละ” ฝันตอบ “เราไม่มีจุดหมายไปตลอดไม่ได้หรอก”

“อยากเล่าอะไรรึเปล่า”

“…”

“ฝันฟังพี่มาเยอะแล้ว”

“ไม่มีอะไรหรอก...ผมแค่คิดอะไรเรื่อยเปื่อย”

“…”

“แล้ววันนี้ไม่ต้องทำงานเหรอครับ”

“ไม่ทำครับ” เพียงเอกตอบกลับทันที “วันนี้ไม่ใช่วันทำงานสักหน่อย”

“อ่อ…”

“แล้วเราล่ะ...วันนี้ต้องไปทำงานรึเปล่า”

“ไม่ไป...ตอนนี้ไม่ได้ทำงานประจำที่ไหน มีก็แต่ไปช่วยเวลาต้องการคนเพิ่ม”

“แล้วไม่กลับบ้านเหรอ เรียนจบแล้วนี่นา”

“ไม่รู้จะกลับไปไหน”

“…”

“ไม่มีที่ให้กลับน่ะ”

“…”

“นี่…พี่ไม่ต้องทำหน้ารู้สึกผิดแบบนั้นก็ได้นะ” พอเห็นสีหน้าของอีกคนก็อดพูดออกมาไม่ได้ แม้เรื่องที่พูดมันจะไม่ใช่เรื่องปกติสักเท่าไหร่ แต่กลับรู้สึกชิน

มันก็ผ่านมานานแล้ว

“ไม่ได้ตั้งใจจะถาม”

“พี่ถามได้...ผมไม่ได้ว่าอะไรสักหน่อย”

“…”

“ถือว่าเป็นการทำความรู้จักกันไง”

“…”

“ไม่รู้สึกแปลกเหรอที่เราอยู่ด้วยกัน นัดเจอกัน ทั้งที่เราแทบไม่รู้อะไรเกี่ยวกับกันและกันเลย”

“ฝันว่ามันแปลกเหรอ”

“อืม ก็นิดนึง”

“งั้น...มาทำความรู้จักกันใหม่ไหมครับ”

“ยังไง?”

“ทุกครั้งที่เจอกัน...เราจะรู้จักกันมากขึ้น”

“ครั้งละหนึ่งเรื่องเป็นไง?” ฝันเสนอ

“ตกลงครับ”

“เรื่องของผมไม่มีอะไรให้พี่สนใจมากนักหรอก”

“ไม่หรอกครับ”

“…”

“ถ้าพี่สนใจอะไรแล้ว...ต่อให้เป็นเรื่องธรรมดา”

“…”

“พี่ก็สนใจ”

“อืม…เหมือนกัน”

“ครอบครัวของพี่มีกันห้าคน”

“ครอบครัวเล็กเหรอ?”

“เปล่าครับ”

“…”

“เหลืออยู่...แค่ห้าคน”

“แล้ว...”

“หนึ่งเรื่องไง”

“…”

“หมดโควตาแล้วครับฝัน”

“อืม…ผมเกือบลืมไป” ฝันหัวเราะออกมา “เคร่งเหมือนกันนะพี่เนี่ย”

“นิดหน่อยครับ”

“แล้วนอกจากวันพุธตอนสิบโมง”

“…”

“จะได้เจอตอนไหน”

“แค่วันพุธครับ”

“…”

“พี่มีเวลาแค่นี้”

ฝันหันไปมองหน้าอีกคนก่อนที่จะพยักหน้ารับ แม้จะมีคำถามมากมายเกิดขึ้นแต่กลับไม่สามารถถามออกไปได้ อาจเพราะข้อตกลงที่บอกว่าเราจะรู้จักกันครั้งละหนึ่งเรื่อง และวันนี้เขาหมดโควตานั้นไปแล้ว

“พี่จะมาเจอเราทุกวันพุธตอนสิบโมง”

“อืม…แล้วถ้าพี่ไม่มาผมจะรู้ได้ยังไง”

“เกินหนึ่งชั่วโมง...สำหรับพี่และฝัน”

“อืม โอเค”

“…”

“อยากให้วันพุธหน้ามาถึงเร็ว ๆ”

“…”

“ผมอยากรู้จักพี่มากกว่านี้”

“ครับ”

“…”

“พี่ก็อยากรู้จักฝันมากกว่านี้”

“ถ้ารู้จักแล้ว...อาจไม่อยากรู้จักอีก”

“นั่นคือสิ่งที่พี่ควรพูด”

“…”

“ถ้ารู้ทุกอย่างแล้ว...ฝันอาจไม่อยู่ตรงนี้”

“…”

“ขอแค่อย่างเดียว”

“…”

“อย่าเกลียดกันเลย”

“ไม่รู้ว่าเรื่องมันร้ายแรงขนาดไหน แต่ที่ผมมั่นใจ...ผมไม่มีทางเกลียดพี่”

“…”

“จนถึงตอนนี้...ยังไม่มีความรู้สึกนั้นเลย”




เคยสงสัยว่าทำไมคนถึงชอบมาเดินห้าง ไม่มีที่อื่นที่จะไปแล้วหรือไง จนกระทั่งวันนี้ที่หนึ่งวันของเขาจบลงที่ห้างสรรพสินค้าไม่ไกลจากหอพัก กว่าจะมาถึงก็ปาไปเกือบหนึ่งชั่วโมงเพราะขับรถเล่นไปไกล และเพราะไม่รู้จะไปไหนสุดท้ายก็ต้องจบลงที่ห้างสรรพสินค้าอย่างสิ้นคิด

คิดไม่ออกจริง ๆ นั่นแหละ

“หิวรึยัง” เพียงเอกถามคนข้างตัวที่ตั้งแต่เดินเข้ามายังไม่หยุดดูร้านไหนเป็นจริงเป็นจัง

“ไม่ค่อยหิว หิวแล้วเหรอ?” 

“ไม่ครับ แค่ถามเราน่ะ”

“ไม่รู้จะกินอะไร ปกติก็กินข้างทางตลอด”

“ข้างทาง?”

“พวกอาหารตามสั่ง ก๋วยเตี๋ยวอะไรแบบนี้” เขาเดินไปเรื่อย ๆ อย่างไร้จุดหมาย “แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าไม่กินในห้างเลย แค่กินแล้วไม่อิ่ม แถมแพงอีกต่างหาก”

“ฝันไม่อิ่มคนเดียวรึเปล่าครับ”

“พูดงี้หมายความว่าไงอะพี่” เขามองอีกคนด้วยหางตา “ก็มันไม่อิ่มจริง ๆ ให้น้อยเหมือนกลัวจะอิ่ม”

“งั้นวันนี้พี่เลี้ยงเอง...อยากกินอะไรเลือกได้เลย”

“ไม่ต้องเลี้ยงหรอก หารกันเนี่ยแหละ”

“หาร?”

“อืม…ก็คนละครึ่ง”

“ไม่เป็นไร พี่โตกว่า เดี๋ยวพี่จ่าย...”

“เฮ้ยพี่ ตรงโน้นมีโชว์ ไปดูกัน ๆๆ” เหมือนหูดับไปชั่วขณะ เขาไม่ได้ยินว่าอีกฝ่ายพูดอะไรกลับมา รู้เพียงแค่ตัวเองเผลอยื่นมือไปจับมืออีกคนให้เดินตามอย่างเสียมารยาท

ไม่ได้สนิทขนาดที่จะดึงไปไหนมาไหนแบบนี้

“ตื่นเต้นอะไรขนาดนั้น” เพียงเอกหัวเราะออกมากับท่าทางของอีกคน สายตามองไปยังโชว์ของเด็กวัยสิบกว่า ๆ ที่กำลังบรรเลงเปียโนอยู่บนเวที

ไม่น่าเชื่อว่าจะชอบอะไรแนวนี้

“เห็นแบบนี้ผมเล่นเปียโนเป็นนะ” ฝันยืดอกเอ่ยอย่างภาคภูมิใจ “เมื่อก่อนนี่อย่างเซียน”

“ชอบเล่นเหรอ”

“ชอบมากเลยแหละ” เขายิ้มออกมา “เมื่อก่อนเล่นทุกวันเลย”

“แล้ว...”

“น้องเล่นเก่งว่ะ”

ประโยคของคนข้างตัวทำให้เพียงเอกเลือกที่จะเก็บคำถามไว้ในใจ สายตาที่มองตรงไปยังเวทีบ่งบอกความรู้สึกเหล่านั้นได้ดี จากสายตาก็รู้แล้วว่าชอบเปียโนอย่างที่พูดจริง ๆ

“อยากเล่นไหม” 

“หืม?” ฝันเลิกคิ้วอย่างไม่เข้าใจ “เล่นอะไร...เปียโนเหรอ”

“ใช่ครับ”

“ก็อยาก แต่ถ้าให้ขึ้นไปเล่นบนเวทีก็ไม่เอาอะ”

“พี่อยากฟังฝันเล่นนะ”

“ฮะ? เดี๋ยว เฮ้ยพี่!!!” ยังไม่ทันที่จะถามอะไรต่อเขาก็ถูกดึงออกจากกลุ่มคนที่ยืนดู ไม่มีคำพูดใดหลุดออกจากปากของอีกคน มีเพียงมือที่จับมือเขาไว้แน่นอย่างมั่นคง

ความสงสัยเกิดขึ้นและดับลงภายในไม่กี่วินาที ภาพเบื้องหน้าคือร้านขายเครื่องดนตรีที่มีเครื่องดนตรีแทบทุกชนิดเรียงรายอยู่ ไม่ทันให้ถามอะไรคนที่พามาก็ผลักประตูเข้าร้านไปพร้อมบอกพนักงานเสร็จสรรพ

เออว่ะ...แค่ยืนฟังเพลงอยู่ดี ๆ ก็ดันมาโผล่ที่นี่ได้

“ฝันมานี่” เพียงเอกในวัยสามสิบตอนนี้กลับกลายเป็นเด็กอายุสิบสามที่ตื่นเต้นกับของเล่นใหม่ มือกวักเรียกคนที่ยืนอยู่หน้าประตูไม่ยอมเดินเข้ามา

“ทำอะไรปรึกษากันก่อนดิวะพี่” 

“ก็ปรึกษาแล้วไง” เขาตอบ “ถามแล้วว่าอยากเล่นไหม”

“แต่มันต้องไม่ใช่เล่นแบบนี้ดิ” ใจก็อยากจะว่าอยู่หรอก แต่พอเห็นความตั้งใจแล้วก็พูดไม่ออก “แล้วนี่พี่บอกพนักงานว่าอะไร”

“ไม่ได้บอกอะไรมาก”

“บอกว่า?”

“พาน้องมาเลือกเปียโน ขอลองทดสอบดูว่าจะชอบตัวไหน”

“เลือกอะไรของพี่เล่า ผมมีเงินติดตัวสองร้อยเนี่ย”

แล้วดูราคาเปียโนแต่ละตัว...จะให้ซื้อก็ได้ แต่ขอหมอนกับผ้าห่มด้วย

กูไม่มีตังโว้ยยยยยยย!!!!

“แต่พี่มีไง” เขาชี้นิ้วเข้าหาตัวเอง ตาแป๋วมองตรงไปยังอีกคนก่อนที่รอยยิ้มจะเผยออกมา “อย่าทำหน้าแบบนั้น แค่อยากพามาเล่นครับ”

“…”

“ถ้าชอบ...พี่ซื้อให้ได้”

“…”

“ถือเป็นของขวัญที่เราได้รู้จักกัน”

“ไม่มีใครเขาซื้อของขวัญให้คนพึ่งรู้จักกันแพงขนาดนี้หรอก” ฝันถอนหายใจ เขารู้ดีว่าเพียงเอกสามารถทำสิ่งที่พูดออกมาได้จริง แต่เขาไม่ได้ต้องการ

“พี่ทำอะไรผิดไปอีกแล้วเหรอ...”

เขาพลาดอีกแล้วสินะ...

“เปล่า...ไม่ได้ผิด” ฝันส่ายหน้า “ผมไม่รู้ว่าที่ผ่านมากับคนอื่นพี่เป็นยังไง”

“…”

“แต่อยู่กับผม...ผมไม่ได้ต้องการเงินจากพี่”

“…”

“ไม่ได้ต้องการของแพง ๆ ไม่ต้องการอะไรเลย”

“ทำไมพี่จะไม่รู้” 

“…”

“ยิ่งฝันไม่ต้องการ”

“…”

“พี่ยิ่งอยากให้...อยากให้เราเยอะ ๆ”

“…”

“ไม่ต้องเกรงใจ แค่รับไปก็พอแล้วครับ”

“ขอบคุณครับ...แต่ครั้งนี้ผมคงรับไม่ได้จริง ๆ” เขายังยืนยันคำเดิม ไม่ว่าอีกคนจะพูดยังไงเขาก็ยังยืนยันความตั้งใจแรก

“อ่า…”

“อยากฟังผมเล่นอยู่ไหม?”

“…”

“ก็ไม่ได้เล่นมานานแล้ว...แต่ก็พอจำได้ลาง ๆ”

“…”

“ถ้าอยากฟัง...เลิกทำหน้าบึ้ง”

“…”

“แล้วจะเล่นให้ฟังเดี๋ยวนี้เลย”

ทั้งที่รู้ว่าเป็นมุกหลอกเด็ก แต่เพียงเอกเองก็ยอมที่จะเป็นเด็กคนนั้น รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นพร้อมกับร่างของอีกคนที่นั่งลงบนเก้าอี้ สายตาประสานสายตาก่อนที่เพลงบรรเลงจะเริ่มขึ้น

เป็นครั้งแรกที่รู้สึกเหมือนเวลาหยุดหมุน

เป็นครั้งแรกที่รู้สึกว่าเปียโนช่างไพเราะ

และเป็นครั้งแรก...ที่อยากให้ทุกวันเป็นวันพุธ

“เป็นยังไง พอได้ไหม” คำถามของคนไม่มั่นใจในฝีมือดังขึ้น เขาไม่ได้เล่นมานาน เมื่อกี้เล่นผิดไปตั้งหลายตัว ไม่รู้ว่าอีกคนรู้สึกรึเปล่า

“ชอบนะครับ” เขาสบตาคนตรงหน้า “ชอบมากเลย”

“เนอะ...ชอบเพลงนี้เหมือนกัน”

“ครับ”

“…”

“พี่ชอบทั้งเพลง...ทั้งคนเล่นเลย”

“โห…เอางี้เลยเหรอ” เขาหัวเราะออกมาอย่างทำตัวไม่ถูก บางทีก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าคำที่พูดออกมารู้สึกยังไง แต่สำหรับคนฟังอย่างเขาแล้ว...

ใจเต้นเบา ๆ เหมือนวิ่งร้อยเมตร

เออ...ก็ไม่เบาเท่าไหร่หรอก

“ทำไมเหรอ พี่พูดผิดตรงไหนครับ” เพียงเอกก็ยังเป็นคนที่ไม่เข้าใจอะไรเหมือนเดิม “ก็ฝันเคยบอกว่าคิดอะไรก็พูด...พี่ก็ทำแล้วไงครับ”

“อืม…ช่างเถอะ ไม่มีอะไรหรอก”

“มีสิ”

“…”

“ฝันหน้าแดง”

“…”

“ร้อนหรือเขินครับ?”

“โว้ะ!!” แกล้งโมโหกลบเกลื่อนคนรู้ทัน

จะให้ร้อนอะไรวะ แอร์สองตัวเป่าหน้าจนตาจะแห้งอยู่แล้ว!!!!

“ฝัน”

“อะไรอีกอะ” เรียกชื่อบ่อยจัง กลัวลืมชื่อเขารึไง

อยากได้เครื่องวัดชีพจร...ใจมันตึกตักอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

และเขาก็ไม่ได้โง่ขนาดที่จะไม่รู้ว่าสาเหตุมาจากไหน แค่ยังไม่อยากยอมรับความจริง ทุกอย่างมันไวจนกลัวว่าจะกลายเป็นแค่อารมณ์ชั่ววูบ

ความรู้สึกที่แค่เห็นรอยยิ้มจริง ๆ แล้วใจเต้นแรง...คงไม่ใช่หรอก

อาจเป็นเพราะคนตรงหน้าดูดีจนไม่ว่าใครก็ต้องเผลอใจเต้น

ใช่แหละ เป็นแบบนั้นแหละ

“ฝัน”

“หืม?” กำลังจะเงยหน้าขึ้นแต่กลับได้รับสัมผัสอุ่นจากฝ่ามือของคนตรงหน้า เพียงเอกลูบผมอย่างเบามือ รอยยิ้มปรากฏขึ้นอีกครั้ง และครั้งนี้มันมาจากความรู้สึกเขาจริง ๆ

“เก่งมากเลย”

“…”

“เก่งที่สุดเลยนะรู้ไหม”

“พี่…”

“ขอบคุณที่เล่นให้ฟังนะครับ”

“…”

“อยากฟังเราเล่นอีกหลาย ๆ เพลงเลย”

“อืม…”

“…”

“ถ้าอยากฟัง...ก็บอกได้”

“…”

“เราเจอกันทุกวันพุธอยู่แล้วนี่”

“ครับ”

“…”

“อยากให้วันพรุ่งนี้เป็นวันพุธ”

“แค่วันพรุ่งนี้เหรอ” เขาถามกลับ “ผมน่ะ...”

“…”

“อยากให้ทุกวันเป็นวันพุธ”

เพราะวันพุธทำให้เขาวางเรื่องทุกอย่างลง และเป็นตัวเองได้อย่างที่อยากเป็น

พึ่งรู้สึกชอบวันกลางสัปดาห์...ก็ตอนนี้

อยากให้เป็นวันพุธทุกวันเลย




หนึ่งวันแห่งความสบายใจจบลงด้วยอาหารมื้อเย็น ทั้งวันพวกเขาวนเวียนอยู่ในห้างหลายชั่วโมง ถ้าถามว่าทำอะไรคงเล่าได้เหมือนคนทั่วไปที่แค่เดินเที่ยว ดูหนังหนึ่งเรื่อง กินข้าวกลางวัน และเข้าร้านหนังสือ ทุกอย่างมันเรียบง่ายและไม่มีอะไรหวือหวา

เป็นแบบนี้ก็ถูกแล้ว

“ไม่ให้ไปส่งจริง ๆ เหรอ” เพียงเอกถามย้ำเป็นครั้งที่สาม เขาสามารถไปส่งฝันที่หอได้

“ไม่เป็นไร กลับเองดีกว่า”

“แต่ว่า...”

“วันนี้สนุกมากเลย”

“…”

“ขอบคุณมากนะ”

“ครับ...วันนี้พี่ก็สนุกมากเหมือนกัน” เขายิ้มให้คนตรงหน้า “ไม่ให้พี่ไปส่งจริง ๆ เหรอ...เย็นมากแล้วด้วย”

“ผมกลับเวลานี้จนชินแล้ว” จากตรงนี้กลับหอพักก็ไม่ได้ไกลกันมาก เขาไม่อยากให้วนรถไปมา “เมื่อกี้เพื่อนมันโทรมาบอกจะชวนไปเดินตลาดแถวมอ...คงเลยไปหามันเลย”

“อ่อ…โอเคครับ” เพียงเอกพยักหน้าอย่างจำยอม “งั้นก็ต้องบ๊ายบายกันแล้ว”

“พูดเหมือนเด็กเลย”

“ก็พี่คุยอยู่กับเรานี่นา”

“อืม…เดี๋ยวก็วันพุธแล้ว”

“…”

“เจอกันวันพุธสิบโมงนะ”

“ครับ...ต้องเจอกันอยู่แล้ว”

“…”

“จนกว่าจะถึงวันนั้น...ต้องดูแลตัวเองดี ๆ นะ”

“…”

“อย่าเจ็บป่วย”

“อืม…พี่ก็เหมือนกัน”

“ขอกอดได้ไหมครับ” ทั้งที่รู้ว่ามันไม่ควรถาม แต่ปากกลับไวกว่าความคิด ท่ามกลางคนนับร้อยที่เดินผ่านไปมากลางห้างสรรพสินค้า

ดูไม่ดีแน่ถ้าจะทำแบบนี้

“จริง ๆ ก็ยังรู้สึกแปลก ๆ อยู่”

“…”

นั่นสินะ

“แต่เดี๋ยวคงชินเอง” ฝันพูดพร้อมกับก้าวเดินเข้าไปประชิดตัวคนตรงหน้า ฝังใบหน้าลงตรงไหล่พร้อมกับมือที่โอบรอบตัว ความอบอุ่นถ่ายทอดผ่านความรู้สึก

แปลกอยู่แล้วที่ทำแบบนี้...แต่กลับรู้สึกดีมากกว่า

“พี่ชอบกอดของเรา”

“…”

“ชอบที่สุดเลย”






พี่เอกอยู่ไหน 19:14

เหมือนเห็นพี่เอกที่หน้าร้านหนังสือ 19:14


ข้อความที่เด้งขึ้นมาหลังจากที่แยกกับอีกคนทำให้เพียงเอกหยุดเดิน เขาเงยหน้ามองไปรอบ ๆ ก่อนที่สายตาจะหยุดลงตรงร่างสูงที่กำลังเดินมาหาเขา

เด็กคนนี้โดดเด่นอยู่เสมอไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน

“ใช่จริง ๆ ด้วย” น้องคนเล็กของบ้านเอ่ยก่อนจะเก็บโทรศัพท์มือถือลง “มาทำอะไรแถวนี้ครับ”

“มาเดินเล่นเปลี่ยนบรรยากาศนิดหน่อย พอดีพี่เบื่อ ๆ ครับ”

“งั้นเหรอ”

“พึ่งทำงานเสร็จเหรอ” เพียงเอกถามกลับ ดูเหมือนน้องพึ่งเสร็จจากงานมา เสื้อผ้าหน้าผมยังเต็มอยู่เลย “แล้วผู้จัดการหายไปไหน ทำไมมาคนเดียว”

“ผมขอแยกออกมาก่อน”

“อ่าว”

“พี่เอกจะไปไหนต่อ”

“ไม่มีครับ...จบอยากไปไหนรึเปล่า”

“อยากดื่ม”

“อ่อ…นัดกับเพื่อนไว้เหรอ ให้พี่ไปส่งไหม”

“ไม่ได้นัดกับใคร”

“…”

“ผมชวนพี่เอก”

“ชวนพี่?” เขาถามอย่างนึกประหลาดใจ อาจเพราะไม่ได้ยินคำชวนเหล่านี้มานานจนทำให้เผลอยิ้มออกมาเหมือนคนบ้า “น้องจบอยากไปร้านไหน...บอกได้เลยนะ...เดี๋ยวพี่เลี้ยงเอง”

“รู้แล้วน่า” มาบรรจบหัวเราะออกมา ไม่เห็นพี่เอกร่าเริงแบบนี้มานานแล้ว “เดี๋ยวผมบอกทางพี่เอกเอง”

“ได้เลย ไปกันเลยไหม”

“อืม…พี่เอกจอดรถไว้ไหน”

“ชั้นนี้แหละครับ” เขาตอบอย่างอารมณ์ดี “จบอยากทานอะไรรองท้องก่อนไหม พี่ว่ารถน่าจะติด”

“ไม่เป็นไร ยังไม่หิวมากเท่าไหร่”

“อ่อ…งั้น...”

“รีบไปที่รถเถอะพี่เอก...ผมอยากพัก” ยืนคุยกันแบบนี้รู้สึกไม่เป็นส่วนตัวยังไงไม่รู้ ทุกสายตาที่เดินผ่านไปมาจับจ้องมายังเขากับพี่ชาย

ไม่แปลกที่ทุกคนจะมอง

แต่แค่ตอนนี้...เหนื่อยจนปั้นหน้ายิ้มไม่ไหวแล้ว

“เดี๋ยวพี่ดูแลจบเอง” เพียงเอกอารมณ์ดีขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด 

อาจเพราะไม่ค่อยได้มีเวลาอยู่ด้วยกันสองคน และจบแทบจะไม่เคยชวนเขาไปทำอะไรแบบนี้ ด้วยช่องว่างของอายุที่ห่างกันหลายปี ทำให้จบเข้ากันได้ดีกับน้องก่อนมากกว่าพี่คนโตอย่างเขา

แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังอยากดูแลน้องทุกคนให้ดี

อยากเป็นคนที่น้องพึ่งพาได้ทุกเรื่อง

‘มาบรรจบ’ ชื่อที่ถูกตั้งขึ้นมาด้วยความรักของพ่อกับแม่ ความตั้งใจที่อยากจะมีลูกห้าคนและก็เป็นไปอย่างที่หวัง อาจจะเศร้าหน่อยที่ลูกทั้งห้าคนเป็นเด็กผู้ชาย แต่ไม่ว่าอย่างไรพ่อกับแม่ก็รักลูกทุกคนที่ให้กำเนิดมา และชื่อของน้องคนสุดท้ายเหมือนเป็นการรวมทุก ๆ อย่างเอาไว้

ชื่อที่ไม่ว่าใครฟังก็รู้สึกถึงความพิเศษ ชื่อที่แสดงถึงความเป็นครอบครัว และชื่อที่แสดงถึงความรัก

อาจฟังดูสวยหรู แต่ในความเป็นจริงกลับไม่เป็นอย่างนั้น

หลายครั้งที่ชื่อนี้คอยตอกย้ำรอยแผลหลายจุดที่เกิดขึ้นหลังจากเหตุการณ์ในครั้งนั้น ครอบครัวที่เคยอบอุ่นกลับเสียศูนย์เมื่อรู้ว่าตระกูลเหลือเพียงแค่ทายาทห้าคน มาบรรจบที่ควรจะหมายถึงความรัก กลับกลายเป็นการบรรจบที่แหลกสลายจนยากที่จะกลับมาดีเหมือนเดิม

ใครบอกว่าพี่น้องต้องรักกัน...เขาคนหนึ่งที่ไม่คิดแบบนั้น

อาจเพราะครอบครัวของเขาตอนนี้ ไม่หลงเหลือความรู้สึกเหล่านั้น

หรืออาจจะเหลือ...แต่มันถูกทับถมด้วยความรู้สึกผิดที่พี่ใหญ่สลัดมันออกไปไม่ได้สักที

จากที่เมื่อก่อนตัวเลือกแรกของเขาคือพี่เอก...แต่ในตอนนี้กลับกลายเป็นงาน เพราะงานทำให้เขารู้สึกยังมีตัวตน รู้สึกถึงการมีชีวิตอยู่

มาบรรจบที่เคยมีแต่ความสุข...เขาไม่ได้เจอมาบรรจบคนนั้นมาหลายปีแล้ว

และไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะได้เจออีก

“งานหนักมากเลยเหรอจบ” เพียงเอกถามขึ้นเมื่อเห็นว่าน้องนั่งเหม่อนานหลายนาที “ไม่สบายรึเปล่าครับ ให้พี่พาไปตรวจที่โรงพยาบาลไหม”

“เวอร์น่าพี่เอก” เขาดึงตัวเองกลับมาสู่ปัจจุบันก่อนจะหันไปมองคนข้างตัว “วันนี้ไม่ต้องเข้าบริษัทเหรอครับ”

“ครับ...วันนี้ไม่ได้เข้า”

“ผมรู้เรื่องนั้นแล้วนะ” เขาเลี่ยงที่จะพูดตรง ๆ ก่อนที่จะหลับตาลงช้า ๆ “ทะเลาะกับพี่เพื่ออีกแล้วใช่ไหม”

“ก็…แค่ปรับความเข้าใจกันไม่ได้นิดหน่อย”

“พี่เพื่อเขาหวังดีนะ”

“…”

“พี่เอกรู้ใช่ไหม”

“รู้สิครับ” เขาพยักหน้านิด ๆ “พี่รู้ว่าทุกคนหวังดี”

“…”

“แต่พี่รับมาเยอะจนไม่อยากรับแล้วจบ”

“…”

“รู้ว่าเป็นห่วง...แต่พี่แค่อยากลองเจ็บบ้าง”

“…”

“เพราะหลังจากเรื่องในวันนั้น”

“…”

“พี่ไม่เคยรู้เลยว่าตัวเองจะเจ็บแบบนั้นได้อีกไหม”

“แล้วทำไมต้องทำให้เจ็บ”

“คงเพราะ...ยังอยากมีความรู้สึกมั้งครับ”

“…”

“พี่ไม่ควรชวนคุยเรื่องเครียดแบบนี้เนอะ...เราเปลี่ยนเรื่องกันดีกว่า”

“ผมเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้พี่เอกคิดแบบนี้รึเปล่า”

“…”

“ถ้าคำตอบคือใช่”

“…”

“ผมก็ขอโทษครับ”

“น้องจบ”

“ผมไม่รู้ว่าตอนนี้เกิดอะไรขึ้นบ้าง ไม่รู้ว่าตอนนี้ความสัมพันธ์ในครอบครัวมันพังแค่ไหน...ผมไม่รู้อะไรเลย” เขาหัวเราะออกมา เสียงหัวเราะที่ฟังแล้วไม่รู้สึกถึงความสุข

“…”

“แค่ไม่อยากรับรู้”

“…”

“ผมพูดไม่เก่ง”

“…”

“แต่ทุกครั้งที่บอกพี่ว่าห่วง...ผมก็ห่วงจริง ๆ”

“…”

“และตอนนี้...ผมห่วง”

“แค่นี้ก็พอแล้วครับน้องจบ”

“จริง ๆ แล้ววันนี้ผมไม่ได้บังเอิญเห็นพี่เอกที่ร้านหนังสือ”

“จบเห็นพี่กับเขาใช่ไหม”

“อืม”

“เป็นความลับได้ไหมครับ”

“พี่เอก”

“เขาเป็นความสุขของพี่ครับ”

“ผมคิดว่าพี่รู้ว่าอะไรควรทำไม่ควรทำ” จบถอนหายใจออกมาช้า ๆ “ผมจะไม่บอกใคร จะทำเหมือนไม่รู้ไม่เห็น” ถึงแม้ว่าภาพที่ยืนกอดกันจะชัดเต็มสองตา

“…”

“แต่พี่เอกรู้ใช่ไหม...ความลับไม่มีในโลก”

“…”

“ปิดไปตลอดไม่ได้”

“ครับ”

“…”

“ขอให้พี่ได้ทำ...ได้มีความสุข...ต่อให้มันจะสั้น”

“…”

“ก็ไม่เป็นไรเลยครับ”

“ที่พี่เอกบอกว่าอยากเจ็บ...ผมคิดว่า...”

“…”

“พี่เอกคงเจ็บมาก ๆ เลย...รู้ตัวใช่ไหม”

“ครับ พี่รู้ดี”

และถ้าวันนั้นมันเกิดขึ้น

ก็แค่เจ็บอีกครั้ง...แค่นั้นเอง







--------------------------------------------------

มาบรรจบก็เป็นแค่เด็กคนหนึ่งที่พูดไม่เก่ง แค่นั้นเอง.



ขอบคุณทุกคนที่รอคอยและติดตามนะคะ จริง ๆ เรื่องนี้เป็นพลอตที่หนักพอสมควร

หวังว่าจะถูกใจกันนะคะ :)


#เพียงพิภพ

เล่นแท็กได้นะ เข้าไปมีแต่เราเล่นอยู่คนเดียว เหงามาก ;-;


หนึ่งคอมเมนต์แทนกำลังใจ ชอบไม่ชอบบอกเราหน่อยนะคนดี <3

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 199 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

631 ความคิดเห็น

  1. #584 baekbow (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2563 / 12:44
    อีกข้อที่สงสัยนี่คือฝันเป็นเกย์อยู่แล้วใช่ไหม ดูไม่แปลกใจอะไรกับการที่ตัวเองรู้สึกดีกับผู้ชายอีกคน
    #584
    0
  2. #583 baekbow (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2563 / 12:43
    ทุกคนหวังดี ไม่อยากให้เอกเจ็บอีก อาจเป็นเพราะการสูญเสียครั้งนั้นมันทำให้เอกโทษตัวเอง จนมันเกิดอะไรขึ้นหรือป่าว พวกพี่น้องคนอื่นๆถึงได้มาเข้มงวดกับเอกแบบนี้ แต่ยังไงเราก็ยังมองเป็นความปรารถนาดีไม่ออกจริงๆอ่ะ การบงการชีวิตคนอื่นทุกเรื่องมันเป็นความหวังดีตรงไหนหรอ คนเราเกิดมามีสมองเป็นของตัวเอง แต่ตัดสินใจอะไรเองไม่ได้สักอย่างมันถูกต้องแล้วหรอ
    #583
    0
  3. #531 Sunflower.W (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2563 / 02:30
    ถึงมันจะสั้นขนาดไหน แต่เราว่าพี่เอกต้องรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนที่โชคดีขนาดไหนที่วันนั้นไปอยู่ที่ป้ายรถเมล์แล้วได้เจอกันฝันอ่ะ เกียมรับดราม่าเลยฉัน(นี่ยังไม่ดราม่าเหรอ 555)
    #531
    0
  4. #515 Lซ็Jโลก (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2563 / 23:58
    ชั้นไม่ชอบเพื่อเลย ;-;
    #515
    0
  5. #409 live-story (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2563 / 19:20
    ทำไมเอกต้องยอมเพื่อด้วยอะไม่เข้าใจเลย จะมีไหมที่พี่เอกตอกกลับไปบ้างอะ หงุดหงิดอะ:_:
    #409
    0
  6. #372 หหหห (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2563 / 01:17

    เป็นพี่เอกแล้วดูหนักไปหมดเลย จะรอวันที่พี่มีความสุขนะ

    #372
    0
  7. #352 warunchaya klumsum (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2563 / 19:45
    สงสารพี่เอกมากๆเลย
    #352
    0
  8. วันที่ 20 มกราคม 2563 / 23:50
    พี่เอกคือนิยามของคำว่าโดดเดี่ยวเลยอะ พี่เขาดูเป็นแบบนั้นจริงๆ(มั้ง) หรือพี่เขาเพิ่งมาเป็นหลังจากที่พ่อแม่ตายนะ
    #202
    0
  9. #126 0935404354 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2562 / 21:02
    สนุกมากเลย รอนะคะ
    #126
    0
  10. #125 jogod (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2562 / 09:13
    พี่เอกคิดถูกละ ถึงจะต้องเจ็บ แต่ทำให้มีความรู้สึกดีๆ สงสารพี่เอกตลอดอ่ะ
    #125
    0
  11. #124 misoman (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2562 / 08:11
    ฝันคือคนเพิ่มกำลังใจให้พี่เอกจริวๆ
    #124
    0
  12. #123 pcard (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2562 / 21:45
    ฮือออ พี่เอกกกกก สงสารพี่จัง TT
    #123
    0
  13. #122 ooy1565 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2562 / 21:16
    ทำไมครอบครัวพี่เอกอึ๋มครึมจังน่าสงสารที่สุดตกลงใครมีอำนาจตัดสินใจได้เพราะพี่เอกเป็นคนโตนังต้องเกรงน้อง
    #122
    0
  14. #121 SOUL (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2562 / 16:07
    บ้าจริง ทำไมเราหยุดยิ้มไม่ด้ายยยย
    #121
    0
  15. #120 akakai (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2562 / 18:28
    เขินอะไรไม่รู้บ้าจริง5555
    #120
    0
  16. #119 ao_Sumaree (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2562 / 07:34
    เราจะทำทุกวันให้เป็นวันพุธ พี่เอกกับน้องฝันบอก
    #119
    0
  17. #118 sir_chad (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2562 / 00:39

    ติดตามค่ะ

    #118
    0
  18. #117 ooy1565 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2562 / 23:13
    เอาใจช่วยน้องฝันพี่เอกมากอยากให้ทุกวันเป็นวันพุทธเช่นกันน่ารักถึงจะหน่วงก็ตาม
    #117
    0
  19. #116 pcard (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2562 / 21:39
    น่าร้ากกกกก อยากให้เค้าสองคนมีวันพุธทุกวันเลย ><
    #116
    0
  20. #115 ooy1565 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2562 / 23:16
    สงสารพี่เอกจังเลยฝันต้องรอจนวันพุธ10โมงจะมาถึงอยากทำความรู้จักกันไปเรื่อยเรื่อยให้มากขึ้น
    #115
    0
  21. #114 manejanb (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2562 / 20:50

    รออออ..
    .
    #114
    0
  22. #113 pcard (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2562 / 20:46
    ใจบางตั้งแต่กอดน้องสิบวิแล้วววว
    ค่อยๆทำความรู้จักกันค่า :)
    #113
    0
  23. #112 chuenchuen (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2562 / 20:34
    บ่าวก้ออยากรู้เรื่องแต่หมดโควต้าถามแล้วอ่ะไม่เปนไรถามพุธหน้าก้อได้เนอะ......แฮ่
    #112
    0