เพียงพิภพ [Yaoi]

ตอนที่ 5 : 5 : คนที่ไม่อยากเป็น 120 per

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,080
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 234 ครั้ง
    2 ต.ค. 62

B
E
R
L
I
N
คนที่ไม่อยากเป็น

คนที่ไม่อยากเป็น



00:00 น.

นาฬิกาห้องพักแพทย์บอกเวลาเที่ยงคืนตรง ร่างสูงในชุดกาวน์ลุกขึ้นก่อนจะยกกระเป๋าสะพายขึ้นมาพาดบ่า โทรศัพท์ที่ตั้งโหมดห้ามรบกวนไว้ตั้งแต่เย็นถูกหยิบขึ้นมาเพื่อเปลี่ยนเป็นโหมดปกติ

“เหนื่อยหน่อยนะ เวรติดกันขนาดนี้” เพื่อนร่วมห้องเอ่ยขึ้น

“ไม่มีงานไหนสบายนี่นา” รอยยิ้มเผยออกมาก่อนจะเลื่อนเก้าอี้เข้าที่ “เจอกันพรุ่งนี้นะครับ ฝากดูแลต่อด้วย”

“ไปพักเถอะนันต์ ไม่ต้องห่วงอะไรแล้ว”

“ครับ” พยักหน้ารับก่อนจะเดินออกมา

หนึ่งวันของเอกอนันต์จบลงพร้อมกับความง่วงที่คลืบคลาน

กาแฟไม่ช่วยให้ตื่นอีกต่อไป

ครืดดดด

โทรศัพท์ที่อยู่ในกระเป๋ากางเกงสั่นขึ้นมาหลังจากเดินพ้นจากรั้วโรงพยาบาล มือสไลด์หน้าจอโทรศัพท์ทันทีที่เห็นรายชื่อโทรเข้า แม้จะไม่ใช่เวลาปกติที่จะโทรมาก็ตาม

“ครับ”

( พี่เอกอยู่กับนันต์รึเปล่า ) คำถามที่เจาะจงไม่มีการเกริ่นใด ๆ ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ ชินแบบนี้ไปซะแล้ว

“พี่เพื่อมีอะไรรึเปล่าครับ”

( ก็…มีนิดหน่อย ) เสียงถอนลมหายใจดังมาตามสาย ( พี่ติดต่อพี่เอกไม่ได้ )

“…”

( ปกติไม่เคยกลับบ้านดึกขนาดนี้ )

“ทะเลาะกันเหรอ”

( คงงั้น )

“ครับ"

( … )

“เดี๋ยวผมดูแลพี่เอกให้...พี่เพื่อไม่ต้องเป็นห่วง”

( อยู่กับนันต์ใช่ไหม )

“ครับ”

( … )

“อยู่กับผม”

ท่ามกลางความเงียบรอบข้างมีเพียงเสียงลมที่พัดผ่าน เอกอนันต์ถอนหายใจหนัก ๆ ก่อนจะลดโทรศัพท์ลง ปล่อยให้ตัวเองยืนคิดอะไรอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตัดสินใจต่อสายหาอีกคน

ไม่นานเกินรอปลายสายก็กดรับพร้อมกับเสียงที่คุ้นหู

( ว่าไงนันต์...โทรมาดึกเลย )

ไม่มีอะไรที่ผิดสังเกต...ทำทุกอย่างราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

นี่ละ...เพียงเอก

“ทำอะไรอยู่ครับ”

( อ่อ…พี่ออกมาขับรถเล่นครับ )

“เวลานี้?”

( ครับ ถนนโล่ง ขับสบายมากเลย )

โกหก

พี่เอกโกหกอีกแล้ว

( วันนี้นันต์กลับบ้านเหรอ )

“ก็ว่าจะกลับ...แต่โทรไปที่บ้านแล้วแม่บ้านบอกพี่เอกยังไม่กลับ”

( ขอโทษครับ พี่น่าจะบอกนันต์ก่อน )

“พี่เอก”

( ครับ )

“เปล่า...ไม่มีอะไร”

( พรุ่งนี้ว่างรึเปล่า ไปกินข้าวกับพี่ตอนเย็นไหม เดี๋ยวพี่ไปรับ )

“พรุ่งนี้ติดเวรครับ” 

( อ่อ…งั้นไว้ครั้งหน้าก็ได้เนอะ )

“อืม”

( … )

“รีบ ๆ กลับบ้านนะ...ดึกมากแล้ว”

( … )

“หรือถ้าไม่อยากกลับ...ก็แวะมารับหน่อย”

( … )

“เดี๋ยวนั่งเป็นเพื่อน”





เสียงคลื่นทะเลกระทบฝั่งในเวลาค่ำคืนกับลมเย็น ๆ ที่พัดเข้ามากระทบใบหน้าทำให้เผลอลืมเรื่องบางเรื่องไปชั่วขณะ ความเย็นจากกระป๋องน้ำอัดลมทำให้คนที่คิดอะไรเพลิน ๆ สะดุ้งเล็กน้อย

“ดื่มโค้กละกันนะ...เมาไม่ได้” ฝันพูดพร้อมกับนั่งลงข้าง ๆ

“ไม่เคยมาทะเลเวลานี้เลย”

“อืม ไม่เคยมากับคนแปลกหน้าเหมือนกัน” 

“บอกว่าไม่ใช่คนแปลกหน้าไง” เพียงเอกหัวเราะออกมา “รู้จักกันแล้ว”

“ชื่ออะไรนะ” ตลกดีที่คุยกันแต่ไม่เคยถามชื่อ

“เพียงเอก” เขาเอ่ย “เรียกว่าเอกก็ได้"

“เหมือนฝัน”

“…”

“เรียกว่าฝันก็ได้”

“ครับ”

“สบายใจขึ้นรึยัง”

“อืม…ก็ดีขึ้นเยอะ” เขายิ้ม “แล้วฝันล่ะ”

“ผมทำไม?”

“รู้สึกอะไรอยู่”

“ไม่รู้ดิ เคว้ง ๆ มั้ง” สายตามองตรงไปอย่างไร้จุดหมาย ผ่อนลมหายใจก่อนจะหันไปมองคนข้างตัว “พี่เอก...ผมเรียกแบบนี้ได้ใช่ป่ะ?”

“ครับ ได้ทุกอย่างเลย”

“อืม…พึ่งเรียนจบน่ะ”

“…”

“พอเรียนจบแล้วก็เคว้งแปลก ๆ” ฝันหัวเราะ “ไม่รู้ว่าชีวิตจะเป็นยังไงต่อ”

“แล้วฝันอยากทำอะไรล่ะครับ”

“อยากทำอะไรก็ได้ที่เลี้ยงตัวเองได้...อยากมีเงินเยอะ ๆ”

“…”

“ถึงจะบอกว่าเงินไม่ใช่ทุกสิ่ง...แต่มันก็เป็นสิ่งจำเป็นอันดับแรก ๆ”

“…”

“แล้วคุณ...ไม่สิ...แล้วพี่ล่ะ รู้สึกอะไรอยู่”

“คำถามง่ายแต่ตอบยาก”

“…”

“ไม่รู้สิครับ...พี่ไม่รู้ว่ารู้สึกอะไรอยู่” ตอบไม่ได้จริง ๆ “แต่รู้สึกไม่ชอบตัวเอง”

“หมายความว่ายังไง”

“ไม่ชอบตัวเองตอนนี้ครับ” 

“…”

“ไม่ชอบใส่สูท ไม่ชอบผูกไท ไม่ชอบอะไรแบบนี้เลย”

“แล้วทำไมไม่ลาออก”

“เจ้าของ...ลาออกได้ด้วยเหรอครับ” รอยยิ้มที่ปรากฏหากไม่ใช่รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความสุข บ่าทั้งสองข้างรอบรับความคาดหวังจากคนนับพัน

“โห…ผมอยู่กับใครวะเนี่ย” ฝันเอ่ยอย่างไม่เชื่อหู ตอนแรกก็คิดว่าเป็นคนรวยธรรมดา แต่นี่มันเกินสิ่งที่คิดไว้ 

“อยู่กับพี่นี่แหละครับ”

“บางทีพี่ก็ซื่อไป” บางคำถามก็ไม่ได้ต้องการคำตอบเสมอไป “แล้วปกติพี่ชอบทำอะไร”

“ฟังเพลง”

“แล้วอย่างอื่นล่ะ”

“…”

“ไม่มี?”

“ไม่รู้...ไม่รู้มากกว่าครับ”

“เคยมีแฟนรึเปล่า”

“ไม่เคยครับ” เขาส่ายหน้า “ผิดประเด็นรึเปล่า”

“ถูกแล้ว” เขาตอบ “แล้วเรื่อง...แบบว่า...”

“ทะลึ่งนะครับ” อยากจะเอื้อมมือไปดีดหน้าผากสักทีแต่ก็ทำได้แค่คิด เขาไม่กล้าหรอก

“โห อะไรวะ” ฝันหัวเราะออกมา “สุดจริงว่ะพี่”

“ครับ”

“แล้วปกติสุภาพแบบนี้ตลอดเลยป่ะ?” สงสัยมาสักพักแล้ว ทั้งที่เขาคุยเป็นกันเองขนาดนี้แต่ทำไมอีกคนยังดูสุภาพไม่เปลี่ยน

“ปกติก็แบบนี้ครับ”

“พูดแบบปกติดิ”

“นี่ก็ปกติ”

“แบบที่พูดครับลงท้ายทุกประโยคน่ะเหรอ?”

“ครับ”

“…”

“ที่บ้านก็พูดกันแบบนี้...ตั้งแต่เด็กแล้วครับ”

“…”

“พ่อกับแม่สอนว่าต้องพูดจาเพราะ ๆ ...คนฟังจะได้รู้สึกดี และเป็นการให้เกียรติอีกฝั่ง”

“แล้วจริง ๆ พี่อยากทำแบบนั้นไหม”

“มันก็ไม่ได้แย่นะครับ”

“ไม่ได้แย่”

“…”

“หรือไม่ได้เลือก”

ครืดดดดดดดดด

โทรศัพท์มือถือสั่นขึ้นขัดจังหวะ เพียงเอกมองรายชื่อที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอก่อนจะเงยหน้ามองคนตรงหน้า ไม่มีคำพูดอะไรตอบกลับมามีเพียงท่าทางที่พยักหน้าเป็นเชิงรู้กัน

“ว่าไงนันต์...โทรมาดึกเลย”

ประโยคทักทายแรกดังขึ้นพร้อมกับร่างของเจ้าตัวที่เดินออกไป แปลกที่ยอมกดรับสายทั้งที่ตลอดทางที่ขับรถมาโทรศัพท์สั่นไม่หยุด แม้จะไม่เห็นรายชื่อว่าใครเป็นคนโทรเข้าแต่ก็คิดว่าคนคนนี้คงสำคัญมากถึงยอมรับสาย 

ฝันยกกระป๋องน้ำขึ้นดื่มอีกครั้งก่อนจะมองไปยังร่างที่เดินไกลออกไป จนถึงตอนนี้เขายังไม่เข้าใจเรื่องราวสักเท่าไหร่ แต่เท่าที่รับรู้ได้มันก็มากพอสำหรับตอนนี้

ในเมื่อทุกอย่างเกิดขึ้นแบบไม่มีเหตุผล...บางทีก็ลองใช้ชีวิตเหนือเหตุผลบ้างก็คงดีเหมือนกัน

“พี่ต้องกลับแล้วครับ” เพียงเอกเดินกลับมายังจุดเดิมพร้อมกับเก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋ากางเกง

“กลับ?” ฝันเลิกคิ้ว “เราพึ่งมาถึงแป๊บเดียวเอง”

“ครับ” เขาพยักหน้า “เวลาพี่หมดแล้ว”

สัญญาก็ต้องเป็นสัญญา

ขึ้นวันใหม่...เขาจะกลับมาเป็นเพียงเอก เพียงพิภพ

“ผมไม่เข้าใจพี่ว่ะ”

“เคยมีคนถามคำถามหนึ่งกับพี่...และพี่ยังไม่ได้ตอบเขา”

“…”

“คิดว่าถึงเวลาต้องตอบแล้ว” รอยยิ้มปรากฏขึ้นหากแต่ไม่ใช่การฝืนยิ้มเหมือนครั้งก่อน ๆ 

ตอนนี้...รู้สึกอย่างนั้นจริง ๆ

“ใช้ชีวิตอย่างที่อยากใช้รึยัง” สายตาจ้องมองลึกลงไปยังสายตาอีกคู่ที่มองมา แวบหนึ่งที่สายตาของคนตรงหน้าเบิกกว้างก่อนที่จะเอ่ยออกมา

“ประโยคนี้มัน...”

“พี่ใช้ชีวิตอย่างที่อยากใช้แล้วนะครับ”

เดี๋ยวนะ...นี่มันเรื่องอะไรกัน

เขาจำประโยคนี้ได้ดี...ประโยคที่เคยพูดกับใครคนหนึ่งเอาไว้

“ลุง…ลุงวันนั้น” ฝันเว้นช่วงหายใจก่อนจะเอ่ยต่อ “ลุงคนนั้น...คือพี่เหรอ”

“ครับ”

“…”

“เราเจอกันแล้วนะ...เหมือนฝัน”



อึดอัด

ความรู้สึกแรกหลังจากที่นั่งนิ่งอยู่ภายในรถเป็นเวลาเกือบสามสิบนาที ไม่มีประโยคไหนหลุดออกมาจากปากอีกหลังจากประโยคนั้นจบลง ความรู้สึกตีวุ่นอยู่ภายใน แวบหนึ่งที่รู้สึกดีใจ แต่อีกแวบกลับรู้สึกแปลกใจ

แปลกที่รู้สึกดีใจกับคำตอบที่ไม่เคยคิดว่าจะได้ยิน

ทั้งที่เลิกใส่ใจไปตั้งแต่วันที่ได้เสื้อคืน...แต่ตอนนี้ความรู้สึกกลับต่างออกไป

ทุกสิ่งและทุกอย่างที่เกิดขึ้น...

จะให้จบลงแค่วันนี้จริง ๆ เหรอ

ทั้งที่เรา...ได้เจอกันแล้ว

“จะได้เจอกันอีกไหม” ตัดสินใจถามออกไป เสียงเพลงที่เปิดคลอไม่ได้ทำให้รู้สึกว่าบรรยากาศผ่อนคลายลง

“…” นานหลายนาทีที่ปล่อยให้คำถามถูกลอยผ่านไป เพียงเอกได้ยินชัดทุกถ้อยคำ แวบหนึ่งที่มองอีกคนก่อนจะละสายตามองทางข้างหน้า

เป็นอีกครั้งที่ตอบไม่ได้

“ถ้าจะไม่เจอ...ก็แค่บอก”

ปกติก็ไม่ได้เป็นคนชอบวุ่นวายกับใคร...แต่ครั้งนี้กลับต่างออกไป

สิ่งที่ได้รับรู้ สิ่งที่ได้เห็นมันทำให้เขาอยากถามออกไปให้แน่ใจ ปากที่บอกว่าต้องกลับไป แต่สีหน้ากลับไม่ได้รู้สึกดี น้ำเสียงที่บอกว่าได้ใช้ชีวิตอย่างที่อยากใช้ เขากลับไม่เชื่อในคำพูดนั้น

แววตาและความรู้สึก...มันสวนทางกันอย่างชัดเจน

“พี่เอก”

“…”

“พูดออกมาได้”

“…”

“ได้เท่าที่พี่ต้องการ”

เพราะรู้ดีว่าความรู้สึกนั้นมันอึดอัดมากแค่ไหน

เพราะรู้และเข้าใจ...

“ชีวิตอย่างที่อยากใช้”

“…”

“สำหรับพี่...มันหมายความว่าอะไร”

“วันนี้”

“…”

“ตั้งแต่เจอเรา”

คำพูดเพียงสั้น ๆ แต่กลับทำให้คนฟังถึงกับอึ้งไป ยอมรับว่าหัวใจแอบเต้นผิดจังหวะ หากแต่ไม่ใช่การรู้สึกเขินเหมือนในนิยายรักหวานแหวว

แค่รู้สึกดีที่ได้เป็นเรื่องดี ๆ ของใครสักคน

“แค่วันนี้วันเดียวเหรอ”

“ได้มาแค่นั้น”

“มักน้อยจัง” ฝันหัวเราะกลบเกลื่อนความไม่ตลก ไม่รู้ว่าภูมิหลังที่ผ่านมาอีกคนจะเจออะไรมาบ้าง แต่ตอนนี้ได้เจอเขาแล้ว “มันจะไม่ดีกว่าเหรอถ้าพี่ได้ใช้ชีวิตอย่างที่อยากใช้ทุกวัน”

“ทำไม่ได้หรอกครับ”

“ยังไม่ได้ลองเลย...ทำไมถอดใจแล้วล่ะ”

“…”

“ลองก่อนไหม”

“ยังอยากเจอพี่อยู่เหรอครับ”

คำถามที่ดูหลงตัวเอง แต่คนถามกลับไม่คิดอย่างนั้น

“อืม…ก็คงใช่”

“…”

“ตั้งแต่เกิดมาก็ไม่เคยมีใครขับรถพามาทะเลตอนดึก ๆ แบบนี้”

“…”

“ไม่เคยมีใครใส่ใจที่จะตอบคำถาม”

“…”

“บางทีการได้เจอกัน...มันก็มีข้อดี”

“…”

“ถ้าจบลงตรงนี้...คงเสียดายแย่”

“ฝัน”

“…”

“พี่ไม่ได้มีอะไรน่าสนใจเลยครับ ไม่มีเลย” เพียงเอกมองถนนตรงหน้าที่ตรงยาวสุดลูกตา “ถ้าจะให้เล่าเรื่องของตัวเอง...คงจบในเอสี่หน้าเดียว”

“ไม่เห็นเป็นไร”

“…”

“ไม่ได้หมายความว่าจะเพิ่มหน้าเอสี่ไม่ได้สักหน่อย”

“สงสารพี่เหรอครับ”

“พี่มีอะไรให้น่าสงสาร” เขาถามกลับ “ไม่มีใครรู้สึกดีที่รู้ว่าตัวเองน่าสงสารในสายตาอีกคน”

“ฝัน”

“…”

“ขอบคุณครับ”

“…”

“ฝันเป็นเรื่องดี ๆ ของพี่”

“ถ้าเป็นเรื่องดี ๆ”

“…”

“ก็อย่าให้มันจบลงตรงนี้”

“…”

“ยังไม่ได้ใช้ชีวิตอย่างที่อยากใช้เลยนี่นา”





เพียงเอกจอดรถลงหน้าหอพักที่มาเมื่อตอนบ่าย การมาเพียงครั้งเดียวแต่กลับจำได้ทันที แสงไฟที่เปิดสว่างทำให้เห็นหน้าของคนข้างตัวชัดขึ้น ดวงตาทั้งสองข้างหลับสนิทอาจเพราะเหนื่อยล้ามาทั้งวัน นาฬิกาบอกเวลาตีสองสิบห้านาที เวลาล่วงเลยมาไกล ไม่แปลกที่จะเพลียแล้วเผลอหลับไป

ถึงเวลาตื่นแล้วนะ...เหมือนฝัน

“ฝันครับ”

“…”

“ถึงแล้วนะ” น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นพร้อมกับมือที่วางลงบนแขนที่ทิ้งลงข้างลำตัว “ฝันครับ”

“อืม…ได้ยินแล้ว” คนพึ่งตื่นตอบกลับมาพร้อมกับมือทั้งสองที่ยกขึ้นมาขยี้ตา “กี่โมงแล้ว”

“ตีสองครับ”

“โห…หลับไปนานเลยดิ”

ความทรงจำสุดท้ายคือตอนเกือบจะตีหนึ่ง

“ครับ” เพียงเอกรับคำก่อนจะปลดเข็มขัดที่รัดอยู่ออก “ขึ้นไปอาบน้ำนอนเถอะ เพลียมาทั้งวัน”

“อืม” ฝันพยักหน้านิด ๆ ก่อนจะเก็บกระเป๋าลงจากรถ ความง่วงบวกกับตาสองข้างที่ยังไม่ตื่นดีทำให้เขาไม่เห็นว่าอีกคนเดินตามลงมา

“ฝัน”

เสียงของเพียงเอกดังขึ้นทำให้ร่างที่จะเดินเข้าตึกหันกลับมามอง ภายใต้ความพร่ามัวเขาเห็นรอยยิ้มจากอีกคน ก่อนที่ร่างของเพียงเอกจะเดินเข้ามาใกล้เขามากขึ้นเรื่อย ๆ

“ขอบคุณมากพี่...”

“ขอ…”

“…”

“กอดอีกครั้ง...ได้ไหมครับ”

ความเงียบก่อตัวขึ้นอีกครั้ง แม้จะง่วงแต่หูทั้งสองข้างดันรับรู้ได้ดี นานเกือบนาทีที่ยืนนิ่งอยู่อย่างนั้น ยอมรับว่าทำตัวไม่ถูกไม่รู้ว่าจะตอบกลับไปยังไง

ผู้ชายสองคนยืนกอดกันหน้าหอพักในเวลาตีสอง...คนผ่านไปมาจะคิดว่ายังไง

ช่างแม่งดิ ไม่ได้สนใจ

“ไม่เอาแน่นแบบตอนบ่ายนะ”

“…”

“เกือบหายใจไม่ออก”

“ครับ” เพียงเอกรับคำก่อนจะโอบกอดร่างตรงหน้า ความอบอุ่นแผ่ซ่านไปทุกอณูของร่างกาย แขนทั้งสองข้างเผลอกระชับอ้อมกอดอย่างลืมตัวก่อนที่จะค่อย ๆ คลายเพื่อไม่ให้อีกคนอึดอัด

ไม่เคยมีความรู้สึกเหล่านี้เกิดขึ้น

เพียงเอกไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน

ความรู้สึกที่...อยากกอดซ้ำ ๆ

ไม่เคยเป็นเลยจริง ๆ

“วันพุธ...สิบโมง”

“…”

“พี่จะรอนะครับ”

“ไม่ได้ถามความสมัครใจใช่ไหม” ฝันหัวเราะออกมา “แต่...ก็ได้”

“…”

“จะรอเหมือนกัน”

ทุกคนอาจรอคอยวันศุกร์เพื่อไปมีความสุขกับวันเสาร์อาทิตย์

แต่เพียงเอกกลับมีความสุขกับวันพุธตอนสิบโมง

เพราะเวลานั้นคือเวลาที่จะได้ใช้ชีวิตอย่างที่อยากใช้...จริง ๆ สักที



บรรยากาศบริษัทในเช้าวันจันทร์ไม่แตกต่างจากทุกครั้ง พนักงานทุกคนนั่งประจำอยู่ที่โต๊ะทำงานเมื่อนาฬิกาบอกเวลาเริ่มงาน ร่างสูงของผู้บริหารเดินผ่านไปไร้การทักทายเหมือนทุก ๆ ครั้ง ผิดกันกับผู้บริหารอีกคนที่มักจะเดินเข้ามาในบริษัทพร้อมรอยยิ้ม

คงไม่มีใครเชื่อว่าบรรยากาศที่แตกต่างกันนี้มาจากผู้ที่ใช้นามสกุลเดียวกัน

เพื่อถอดสูทวางพาดกับเก้าอี้ทันทีที่เดินเข้ามาในห้องของตัวเอง ลมหายใจพ่นออกมาก่อนจะดูนาฬิกาอีกครั้งด้วยความเคยชิน เขาเป็นคนตรงต่อเวลาไม่ว่าจะเป็นเรื่องไหน เทียบได้ว่าเวลาสำคัญที่สุด

“ขออนุญาตค่ะ” เลขาเดินเข้ามาพร้อมกับแก้วกาแฟร้อนที่ต้องเสิร์ฟเมื่อเจ้านายมาถึง

“คุณเอกมารึยัง” คำถามประจำวันถูกถามออกไป เคยชินกับคำถามนี้

แค่รู้ว่าอยู่ที่ไหนก็พอแล้ว

“มาแล้วค่ะ วันนี้มาตั้งแต่เช้าเลย”

“ขอบคุณครับ” เพื่อรับคำก่อนจะพยักหน้านิด ๆ เพื่อให้อีกคนออกไปทำงาน

ตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ก็เกือบสี่วันที่ไม่ได้คุยกัน ไม่รู้ทำไมครั้งนี้ถึงทิ้งระยะห่างมานานขนาดนี้ทั้งที่ปกติไม่เคยเงียบใส่กันเกินสองวัน และทุกครั้งจะเป็นพี่เอกที่เดินเข้ามาคุยกับเขาก่อน

อาจเพราะครั้งนี้เรื่องมันใหญ่

และเขาก็มีส่วนผิดที่ไม่บอกอะไรพี่ก่อน

แต่สัญญา...ก็ต้องเป็นสัญญา

ร่างสูงหยุดยืนอยู่หน้าประตูห้องที่เชื่อมไปยังอีกห้อง หลายครั้งที่มักจะเป็นฝ่ายได้ยินเสียงเคาะประตู แต่ครั้งนี้กลับกลายเป็นเขาที่ทำสิ่งนั้นแทน

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

เสียงเคาะเป็นจังหวะดังขึ้น พักใหญ่ที่ไร้การตอบรับจากคนที่อยู่อีกห้อง เขาตัดสินใจเคาะประตูซ้ำอีกครั้ง ถ้าเลขาบอกว่ามาแล้วแสดงว่าต้องอยู่ในห้อง

พี่เอกน่ะ...อยู่แค่ไม่กี่ที่

แกร๊ก!

ประตูห้องเปิดออกพร้อมใบหน้าที่ไม่แสดงอารมณ์ แวบหนึ่งที่รู้สึกทำตัวไม่ถูกก่อนที่จะเรียกสติตัวเองกลับมา เขาเดินตามพี่ชายคนโตเข้ามาในห้องก่อนที่จะปิดประตูลงเหมือนเดิม พี่เอกดูแปลกไปจากทุกวัน อาจเพราะการแต่งตัวที่ดูเนี๊ยบเป็นพิเศษกับทรงผมที่เซ็ทมาอย่างดี

แปลกใจนิดหน่อย...ปกติต่อต้านจะตาย

“มีอะไรครับ” เพียงเอกเอ่ยถามเมื่อเห็นว่าคนที่เข้ามาไม่ยอมพูดอะไร สายตาจับจ้องเอกสารตรงหน้าพร้อมมือที่เขียนลายเซ็นลงไป

“คุณธีร์บอกว่าวันนี้พี่นัดน้องหลินทานข้าว”

“ครับ”

“ได้คุยกันแล้วเหรอ”

“ครับ...ก็เพื่ออยากให้พี่คุยไม่ใช่เหรอ” แวบหนึ่งที่เพียงเอกเงยหน้าขึ้นมา สายตาที่ดูสับสนทำให้เขาเลือกที่จะก้มหน้าลงไป

ไม่เคยเข้าใจเพื่อเลย...ไม่เคย

“ครับ...ก็ดีใจที่พี่คุยกับน้องหลิน”

“ครับ”

“ถ้าคุณธีร์ไม่บอกผม...พี่เอกก็คงไม่มาบอกใช่ไหม”

“พี่คิดว่ามันเป็นเรื่องของพี่”

“…”

“ให้เพื่อจัดการมาเยอะแล้ว”

“…”

“เรื่องของพี่...ให้พี่จัดการเองดีกว่าครับ” แววตาที่ดูจริงจังเงยหน้าขึ้นมาสบตากับเขา ไม่มีรอยยิ้มเหมือนทุกครั้ง ไม่มีน้ำเสียงที่อ่อนโยน

ไม่มีพี่เอกคนเดิม

มีแต่เพียงเอก...คนที่เขารู้จักดีในอดีต

“ได้ยินแบบนี้ก็สบายใจครับ”

“ครับ”

“ผมคิดว่าเราโตพอที่จะพูดทุกเรื่องได้”

“…”

“ถ้าวันนั้นทำให้พี่เอกไม่พอใจ...ผมขอโทษด้วยครับ”

“…”

“แต่ผม...”

“คิดมาดีแล้ว” เพียงเอกพูดแทรก “จะพูดแบบนั้นใช่ไหมครับ?”

“…ครับ”

“รู้ครับว่าเพื่อคิดมาดีแล้ว” เพียงเอกยิ้มบาง ๆ “แต่พี่ไม่รู้ว่าคิดมาดีสำหรับใคร...สำหรับพี่ สำหรับเพื่อ หรือสำหรับเพียงพิภพ”

“…”

“แต่ไม่ว่าจะสำหรับใคร...พี่ก็จะทำให้”

“…”

“สบายใจแล้วนะครับ”

“อืม”

“…”

“ผมได้พูดสิ่งที่อยากพูดออกไปหมดแล้ว” เพื่อเอ่ย “พี่เอกอยากพูดอะไรอีกไหมครับ”

“พูดไปแล้วได้อะไรครับ”

“…”

“พี่ไม่ได้ยอกย้อน...แต่มันคือคำถาม” ไม่ได้กวน ไม่ได้จะทำให้โกรธ แต่มันคือสิ่งที่เขาอยากรู้จริง ๆ เพราะตลอดมาคำพูดของเขาไม่เคยมีความหมาย

เป็นพี่ที่ดีแล้วได้อะไร

ถ้าไม่เคยเห็นค่า

เขาก็ไม่อยากเป็น

“เพื่อมีอะไรอีกไหมครับ...ถ้าไม่มีพี่ขอจัดการงานต่อ”

“…”

“พี่อยากอยู่คนเดียวครับ”

“อยู่คนเดียวคงอึดอัดน้อยกว่าอยู่กับผม”

“ใช่ครับ”

“…”

“ตอนนี้พี่อึดอัด”

“…”

“ไม่รู้ว่าพึ่งมาเป็น...หรืออึดอัดมาตั้งนานแล้ว”

“ถ้าพี่เอกอึดอัดมากก็รับผิดชอบส่วนของพี่ให้ดีนะครับ”

“…”

“เพราะถ้ามันดี...ผมก็คงไม่เข้าไปก้าวก่ายอะไรมาก”

“…”

“ขอโทษด้วยครับที่มารบกวนเวลา”

ให้พูดว่าไม่รู้สึกคงทำไม่ได้

เพราะรู้สึก...รู้สึกมากเลย



เคยมีคนบอกว่า...เราสามารถเป็นตัวเองได้อย่างที่อยากเป็น 

เพียงเอกไม่เห็นด้วยกับสิ่งนี้

เพราะสิ่งที่อยากเป็น...คือสิ่งที่ทำไม่ได้

เพราะเป็น...เพียงเอก

ร่างของชายหนุ่มวัยสามสิบปีที่ดูมีภูมิฐานตั้งแต่หัวจรดเท้าเรียกสายตาจากคนรอบข้างที่เดินผ่านไปมา บางคนรู้สึกคุ้นหน้าตามช่องโทรทัศน์ บางคนก็คุ้นหน้าจากหน้าหนังสือพิมพ์ หรือบางคนก็สนใจเพียงเพราะเครื่องแต่งกายที่บ่งบอกฐานะ

นาฬิกาเรือนหรูที่ใส่อยู่ถูกยกขึ้นมาดูเวลา เพียงเอกมองนาฬิกาสลับกับหน้าจอโทรศัพท์ที่บอกเวลาล่วงเลยมาเกือบสิบนาที เวลานัดคือบ่ายโมงตรง แต่ตอนนี้ดูจะเลยเวลานัดมาพอสมควร

อย่างน้อยถ้าสายก็น่าจะมีข้อความมาหรือไม่ก็โทรมาบอกกันก่อน

“พี่เอก!!” น้ำเสียงสดใสดังขึ้นมาจากอีกฟากของทางเดิน ร่างของหญิงสาวในชุดไปรเวทที่ดูสบายกำลังยืนโบกมือให้เขาพร้อมกับถุงใบใหญ่ในมือ

“เดี๋ยวก็สะดุด” เอ่ยออกมาเมื่อเห็นอีกคนรีบวิ่งเข้ามาหา

“ก็เลยเวลานัด...กลัวพี่จะว่าอะดิ” หลินหอบหายใจ “พอดีหลินไปซื้อชุดมา ชุดนี้เป็นยังไงบ้าง” ถามพร้อมกับหมุนตัวช้า ๆ ให้อีกคนดู

“ก็…ดีครับ” เพียงเอกหัวเราะนิด ๆ “พี่ดูเหมือนลุงพาหลานมาเที่ยวเลย”

“เวอร์ละ เราก็ไม่ได้อายุห่างกันขนาดนั้น”

“แล้วเปลี่ยนชุดทำไม ชุดเดิมไม่ดีเหรอครับ”

“ชุดกระโปรงอะ”

“เหมือนที่เคยเจอครั้งก่อนใช่ไหม”

“ใช่แล้ว”

“ก็น่ารักดีนะครับ”

“ไม่ต้องชมเลยพี่เอก...หลินไม่เขินหรอก” เธอไม่อินคำชมพวกนี้เลยสักนิด “มันก็ใส่ได้แหละ แต่ไม่ค่อยชอบใส่ หลินถนัดใส่เสื้อยืดกางเกงยีนส์รองเท้าผ้าใบมากกว่า”

“แล้วทำไมไม่ใส่ชุดแบบนั้นมาจากบ้านเลย”

“พี่เอกพูดเหมือนจำพ่อหลินไม่ได้”

“อ่อ…”

“นั่นแหละ ต่อหน้าที่บ้านก็ต้องเรียบร้อยหน่อย”

“แล้วต่อหน้าพี่?”

“ไม่มีอะไรต้องปิดอยู่แล้ว” หลินยักไหล่ “เราก็ชัดเจนตั้งแต่คุยกันวันนั้นแล้วไง”

“มันจะดีเหรอครับ”

“ดีที่สุดในตอนนี้” เธอตอบ “ก็เราไม่ได้อยากแต่งงานกันสักหน่อย”

“…”

“หลินเป็นสเปคพี่เอกไหมล่ะ?” เธอถามอย่างตรงไปตรงมา อายุขนาดนี้แล้วคงไม่ถามอ้อมค้อมให้เสียเวลา “ไม่ต้องหาคำสวยหรู บอกแล้วไงว่าพูดกับตามสบายเลย”

“พี่ไม่มีสเปคครับ”

ไม่มีจริง ๆ

เพราะไม่เคยคิดว่าต้องมี

“ถ้าชอบใครก็คือชอบ?”

“ครับ...แบบนั้นมั้ง”

ไม่รู้เหมือนกัน ยังไม่เคยรู้สึกอะไรแบบนั้น

“จืดมากเลยพี่เอก” หลินหัวเราะ “ส่วนพี่เอก...ก็ไม่ใช่สเปคหลินเลย”

“แล้ว...หลินชอบคนแบบไหนเหรอครับ”

“ตรงข้ามกับพี่เอกทุกอย่างมั้ง”

ถ้าให้เข้าใจง่าย ๆ 

เพียงพิภพไม่อยู่ในสเปคเลยตั้งแต่แรก

“แอบเสียความมั่นใจเหมือนกันนะ” เพียงเอกหัวเราะแห้ง ๆ “แล้วหลินหิวรึยัง อยากกินอะไรเป็นพิเศษรึเปล่า”

“หิวมากกกกกกก”

“งั้นไปร้านอาหารญี่...”

“กินปิ้งย่างกันมะ!”

“ปิ้งย่าง?”

ด้วยชุดสูทแบบนี้เนี่ยนะ...

“ไม่ต้องห่วง...หลินซื้อเสื้อผ้ามาเผื่อพี่เอกแล้ว” พูดพร้อมกับชูถุงในมือ “ไม่รู้จะถูกใจไหม...แต่ก็น่าจะดีกว่าใส่ชุดสูทแบบนี้แน่ ๆ”

“…”

“หลินรู้...พี่เอกไม่ชอบ”

“รู้ได้ยังไงครับ”

“เพราะหลินไม่ชอบเหมือนกันมั้ง”

“…”

“เลยเข้าใจว่ารู้สึกยังไง”





หลังจากเปลี่ยนเสื้อผ้าออกมาก็เหมือนย้อนวัยไปเกือบสิบปี เพียงเอกมองตัวเองในกระจกห้องน้ำที่สวมเสื้อยืดสีขาวปักลายการ์ตูนตรงอกข้างซ้ายเล็ก ๆ กางเกงยีนส์สีซีดกับรองเท้าแตะที่สวมใส่สบาย ไม่เหมือนรองเท้าที่ใส่มาตอนแรก ยอมรับเลยว่าหลินเลือกเสื้อผ้าได้เก่งจริง ๆ

ไซส์พอดีไม่คับไม่หลวม

“เกือบจำไม่ได้แหนะ” เสียงสดใสเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มที่ประดับบนใบหน้า “ไม่รู้ว่าพี่ใส่รองเท้าไซส์อะไรเลยเลือกรองเท้าแตะให้...ใส่ได้ใช่ไหม”

“พี่ชอบครับ” เขาชอบแต่งตัวสบาย ๆ แบบนี้อยู่แล้ว

“หลินเก่งใช่ไหมล่ะ” ยักคิ้วให้หนึ่งทีก่อนจะพูดต่อ “ไปกินร้านไหนดี...ปกติพี่เอกกินปิ้งย่างร้านไหน”

“พี่ไม่ค่อยกินปิ้งย่างครับ”

“ทำไมล่ะ รักสุขภาพ?”

“เปล่า” เขาส่ายหน้า “แค่ไม่ค่อยได้กิน”

ครอบครัวเขาว่างไม่ตรงกัน...ปกติเวลาเจอกันก็ชอบกินข้าวที่บ้าน

“งั้นเดี๋ยวหลินพาพี่ไปเอง รับรองอร่อยมาก”

“ได้ครับ พี่เตรียมท้องรอเลย” พี่เอกหัวเราะเบา ๆ อย่างนึกเอ็นดูก่อนจะเดินตามคนตรงหน้า

ระยะห่างถูกย่นด้วยจังหวะการก้าวเดิน รู้ตัวอีกทีเพียงเอกก็หยุดยืนอยู่หน้าร้าน ข้างตัวคือคนอารมณ์ดีที่พูดคุยไม่หยุด เขาเผลอยิ้มออกมาซ้ำ ๆ เมื่อได้ฟังเรื่องเล่าที่เล่าออกมาระหว่างรออาหาร

“พี่เอกดูเป็นคนอารมณ์ดีนะ...ยิ้มไม่หุบเลย”

“เหรอครับ...พี่ดูเป็นแบบนั้นเหรอ” บางทีเขาก็ไม่รู้ตัว

“ก็เล่าอะไรให้ฟังพี่ก็ยิ้มไปหมด”

“อ่อ…งั้นก็คงยิ้มมั้งครับ”

“มั้งคืออะไร?”

“อ่า…ไม่รู้สิ” เขาหัวเราะ “บางครั้งที่ก็ยิ้มบ่อยจนคนที่อยู่ด้วยรู้สึกหงุดหงิด”

“เขาบอกว่าไงล่ะ”

“ยิ้มของพี่...ไม่ได้น่ามองสักเท่าไหร่”

“ตรงใช้ได้”

“…”

“แล้วพี่เอกคิดว่ายังไง?”

“พี่เหรอ...ไม่รู้สิครับ” บางทีมันก็เคยตัว “อาจจะเป็นอย่างที่เขาว่ามั้ง”

“ก็อาจจะมีส่วน...เพราะบางเรื่องมันก็ไม่ได้เรียกรอยยิ้มขนาดนั้น”

“…”

“เขาคงหมายถึง...ถ้ายิ้มแต่ข้างในไม่ได้รู้สึกแบบนั้น ไม่ต้องยิ้มดีกว่า”

“พี่คิดว่าเขาคงหมายความแบบนั้น”

“หลินก็เคยเป็นอยู่ช่วงหนึ่งนะพี่เอก...ตอนนั้นมันปัญหารอบทิศเลย ความกดดัน ความเครียด ทุกอย่างมันสุมจนทำให้หลินเหมือนเป็นอีกคน”

“…”

“เหมือนไม่ใช่ตัวเองน่ะ”

“ครับ”

“ไม่อยากรู้เหรอ?”

“พี่ไม่อยากบังคับ...ถ้าหลินไม่อยากเล่า”

“มันผ่านมาจนตกผลึกแล้วล่ะ” หลินหัวเราะ “ถ้าพี่เอกอยากฟัง...หลินจะเล่าให้ฟังนะ”

“ครับ...พี่อยากฟัง”

“…”

“เพราะคิดว่าเข้าใจ...ความรู้สึกที่เหมือนไม่ใช่ตัวเอง”

“เวลาที่แบกความกดดันไว้รอบด้านมันเหนื่อยนะพี่เอก...หลินเมื่อสี่ปีที่แล้วต้องเข้ามาบริหารงานช่วยพ่อ ไม่มีเวลาได้เที่ยวเล่นเหมือนคนอื่น”

“…”

“เรียนจบตรีก็ต่อโทเลย พอจบก็เข้ามาบริหารงาน ช่วงนั้นหนักมากเพราะทุกอย่างใหม่ไปหมด เศรษฐกิจไม่ดีอีก หุ้นบริษัทตก พนักงานลาออก ปัญหามันรอบด้าน”

“…”

“เกือบเป็นซึมเศร้าด้วยนะ” หลินสบตาพร้อมรอยยิ้มบาง ๆ “แต่ก็ไม่ได้เป็นหรอก...เพราะได้เจอคนคนหนึ่ง”

“หมายถึง...”

“คนที่รักน่ะ” แววตาที่เปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคนทำให้เพียงเอกเหมือนตกอยู่ในภวังค์

“…”

“เขาเป็นนักร้องกลางคืน...เจอกันเพราะหลินไปเมาร้านที่เขาทำงาน”

“…”

“ตลกดีเนอะ ใครจะคิดว่าเราจะเจอกันในที่ที่ไม่คิดว่าจะได้เจอ”

“…”

“เขาเป็นโลกอีกใบของหลินเลย”

“แล้วเขา...รู้เรื่องนี้ไหมครับ”

“รู้สิ ไม่มีอะไรต้องปกปิดนี่นา” เธอยิ้มอีกครั้ง “ที่มาวันนี้ก็บอกเขาแล้ว...เขาก็เข้าใจทุกอย่าง”

“ดีใจที่เขาเข้าใจนะครับ”

และดีใจที่หลินได้เจอคนคนนั้น

“หลินคิดว่าเราควรมีข้อตกลงร่วมกัน”

“…”

“ตอนนี้เราคงทำได้แค่นี้”

“ครับ...หลินก่อนเลย”

เขาไม่มีปัญหาอยู่แล้ว

“ในหนึ่งสัปดาห์...ขอเราเจอกันหนึ่งครั้ง” หลินเอ่ย “แค่ไปทานข้าว หรือไปดูหนังก็ได้”

“…”

“ถ้าพี่เอกไม่ว่าอะไร...หลินอยากพาเขามาด้วย”

“ได้ครับ...พี่ยินดี”

“อย่างน้อยเราก็ได้เจอกันจริง ๆ ...ไม่ได้โกหกใคร”

“ครับ...พี่เห็นด้วย”

“…”

“เราบริสุทธิ์ใจกันอยู่แล้ว”

“เป็นพี่น้องกันนะพี่เอก...หลินว่าเหมาะกว่า”

“ครับ...เป็นพี่น้อง” เขายิ้มออกมา ยิ้มเพราะความสบายใจลึก ๆ ที่เรื่องราวไม่ได้แย่อย่างที่เขาคิด อย่างน้อยเขากับหลินก็มีความต้องการที่ตรงกัน

คนไม่รักกัน...อยู่ด้วยกันได้ไม่นาน

“แล้วข้อตกลงของพี่เอกล่ะ?”

“ของพี่...” เพียงเอกเว้นช่วงใช้ความคิด จริง ๆ ก็ไม่ได้คิดมาก่อนว่าตัวเองต้องการอะไร เขาไม่คิดว่าระหว่างเขากับอีกคนต้องมีข้อตกลง

แต่ถ้าจะให้มี...ก็คงเป็นเรื่องนั้น

“ทุกวันพุธเวลาสิบโมงพี่จะมีนัดกับคนคนหนึ่ง”

“แฟนเหรอ?”

“อ่า​…”

“ล้อเล่นน่า...ฮ่า ๆ”

“ครับ”

“แล้วยังไงต่อ”

“ก็…พี่ต้องไปเจอเขา”

“…”

“หลินช่วยทำเหมือนว่า...เรานัดกันทุกวันพุธได้ไหมครับ?”

“หมายความว่าวันพุธหลินต้องไปหาที่แอบให้คนไม่เจอใช่ไหม”

“อ่า…ดูยุ่งยากไปใช่ไหมครับ”

“ทำได้สิ” หลินเอ่ย “ก็ไปอยู่กับแฟนหลินไง”

“แต่…”

“ตกลงตามนี้แหละพี่เอก”

“หลินสะดวก...”

“สะดวกที่สุดเลยค่ะ” เธอยิ้มออกมาก่อนจะยื่นมือไปตรงหน้า “ทำข้อตกลงร่วมกันแล้วนะ”

“อ่า…ครับ” เขาจับมือหลินเบา ๆ ก่อนจะยิ้มออกมา “หลังจากนี้มีอะไรให้พี่ช่วย...บอกได้นะ”

“เหมือนกันนะพี่เอก”

“…”

“ไหน ๆ ก็ร่วมมือกันแล้ว”

“…”

“ทีมเดียวกันแล้ว”

“ครับ...ทีมเดียวกัน”






“มองอะไรวะ” เสียงของเพื่อนเรียกสติให้คนที่ยืนนิ่งมาเกือบนาที

“อ่อ…เปล่า ไม่มีอะไร”

“มองอะไรวะฝัน”

“เปล่า ๆ”

“…”

“แค่รู้สึกคุ้น ๆ น่ะ”

“คุ้นอะไรวะ?...คุ้นคู่รักที่นั่งอยู่ในร้านนั่นเหรอ”

“ไม่มีอะไรหรอก”

“…”

“กูคงคิดมากไปเอง”

คุ้น แต่คงไม่ใช่

ไม่ใช่พี่เอกหรอก...

และถึงใช่...มันก็ไม่เกี่ยวอะไรกับเขาเลยสักนิด






------------------------------

ผ่านมาห้าตอนแล้ว...พระเอกนายเอกเรามีโมเม้นกันกี่ครั้ง...(ปาดน้ำตา)



1 คอมเมนต์แทนกำลังใจที่ยิ่งใหญ่จริง ๆ ค่ะ

ขอบคุณทุกความคิดเห็น ขอบคุณทุกกำลังใจนะคะ


จะมาหาบ่อย ๆ จะมาอัพให้เบื่อกันไปเลย

อยู่ด้วยกันนะคะ <3


#เพียงพิภพ


พูดคุยเม้ามอยกันได้ที่แฟนเพจ Perlina

ตอนนี้มี Facebook Group แล้วนะรู้ยัง? ใครยังไม่ได้เข้าอย่าลืมไปเข้ากันน้า <3 ชื่อกลุ่ม Perlina House

และทางทวิตเตอร์ @perlinawriter ค้าบ ~



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 234 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

631 ความคิดเห็น

  1. #582 baekbow (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2563 / 11:00
    ชอบที่เอกเริ่มตอบโต้เพื่อไปบ้างแล้วอ่ะ เพื่อก็โคตรไม่น่ารักเลย ทำให้ดีหรอจะได้ไม่ต้องไปยุ่ง ....ทำไมเป็นคนแบบนี้วะ ไม่อยากจะคิดว่าเพราะไม่มีพ่อแม่อยู่คอยอบรมพี่น้องตระกูลนี้ถึงได้ไปคนละทิศละทางแบบนี้เลยจริงๆ
    #582
    0
  2. #530 Sunflower.W (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2563 / 02:21
    โมเม้นท์น้อยจัดดดด แต่แค่เขาคิดถึงกันก็เป็นโอเคแล้วว
    #530
    0
  3. #371 หหหห (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2563 / 00:54

    เป็นกำลังใจให้พี่เอก ❤️❤️❤️

    #371
    0
  4. #111 misoman (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2562 / 22:30
    เพื่อคือแบยกดดันพี่เอกมาก
    #111
    0
  5. #110 ฮานามิจัง (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2562 / 11:49

    ชอบหลิน ชอบคาร์แบบหลินจริงๆนะ


    ดีที่หลินมีแฟนแล้ว ไม่มีปัญหารักสามเศร้าเราสามคนในอนาคต



    #110
    0
  6. #109 FahSida (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2562 / 11:24
    แปลกนะ เป็นครอบครัวที่ดูจะรักกัน แต่ดันเย็นชาห่างเหินกัน เพียงเอกเหมือนจะพยายามทำตัวเป็นบ้านให้น้องๆ แต่น้องๆ เหมือนจะแค่รู้ว่ามีบ้าน แต่ไม่ได้อยากกลับ บอกไม่ถูกเลย ที่แน่ๆ คือ อึดอัดแทนพี่น้องบ้านนี้จริงๆ น้องๆ ก็น่าจะรอให้พี่พูด พี่บอกอะไรบางอย่าง แต่คนพี่ดันคิดว่าพูดไปบอกไปก็ไม่ได้อะไร แค่ทำตามที่ทุกคนต้องการก็พอ สุดท้ายเลยเหมือนทุกคนเคยชินจนมองข้ามความรู้สึกพี่ไปเลย
    #109
    0
  7. #108 NamThananya (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2562 / 00:51
    สู้ๆครับพี่เอกกก
    #108
    0
  8. #107 ooy1565 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2562 / 23:15
    ดีจังพี่เอกกับหลินตกลงกันได้ต่างคนต่างอึดอัดกับการถูกคลุมถุงชนหวังว่าแผนจะไม่แตกนะเอกหลินสุ้ๆฝันเห็นพี่เอกแล้ว
    #107
    0
  9. #106 pcard (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2562 / 21:58
    มีคนเป็นทีมพี่เอกเพิ่มอีก1 ดีใจๆ :)
    #106
    0
  10. #105 Cccce (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2562 / 21:57

    หลินดีมาก เข้าใจพี่เอกตลอดเลย อยู่ทีมเดียวกันแล้วนะคะ อย่าเศร้านะกอดๆๆๆ

    #105
    0
  11. #104 Sallysaliha (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2562 / 21:54
    แง สั้นจัง เรารอน่าาา ชอบมากกเลย
    #104
    0
  12. #103 ibelieveit (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2562 / 21:47
    แผนการลับน่าสนุกดี เอาใจช่วยพี่เอกค่ะ แต่น้องอย่าเผลองอนหนรือใจเสียไปก่อนล่ะ
    #103
    0
  13. #102 SOUL (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 กันยายน 2562 / 17:27
    สู้ๆนะคะพี่เอก
    #102
    0
  14. #101 pcard (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 กันยายน 2562 / 23:54
    พี่เอกทำได้ดีแล้ว ค่อยเป็นค่อยไปนะคะ :)
    #101
    0
  15. #100 RJRP Ph. (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 กันยายน 2562 / 22:54
    พี่เอกสู้ๆๆๆ
    #100
    0
  16. #99 ooy1565 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 กันยายน 2562 / 22:48
    พูดบ้างพี่เอกเงียบมานานทำให้เพียงภิภพมามากแล้วใช้ชีวิตเพื่อตัวเองบ้างเห็นแก่ตัวเองบ้างเพื่อนี่ร้ายเหมือนกันนะจะบงการชีวิตพี่เอกไปถึงไหนกัน
    #99
    0
  17. #97 Nanongkongtugkon (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 กันยายน 2562 / 22:32
    พี่เอกต้องอย่างนี้ซิคะ สู้ๆๆคะ
    #97
    0
  18. #96 ibelieveit (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 กันยายน 2562 / 21:59
    พี่เอกสู้ๆค่าาาา
    #96
    0
  19. #95 Cccce (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 กันยายน 2562 / 21:48

    ฮื่ออออออ โกรธอ่าาาาาา โป้งเพื่อมากๆๆๆ สงสารพี่เอกกกกก

    #95
    0
  20. #94 jogod (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 กันยายน 2562 / 21:23
    ต้องเริ่มที่จะก้าวออกมา พี่เอกก้อเริ่มแล้ว
    #94
    0
  21. #93 uchuen (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 กันยายน 2562 / 05:44

    ถามจริงพี่เอกนี้คืนลูกขอมาเลี้ยงใช่ป่าว https://image.dek-d.com/27/0783/4311/128711427 : )

    #93
    0
  22. #91 pcard (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 กันยายน 2562 / 23:17
    อยากให้พี่เอกมีวันพุธทุกวันเลย •~•
    //ไม่รู้พี่เอกกลับไปจะเจออะไรบ้าง ส่งกำลังใจรัวๆเล้ยยย :)
    #91
    0
  23. #90 ibelieveit (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 กันยายน 2562 / 23:10

    กอดพี่เอกแน่นๆเลย ให้กำลังใจค่ะ

    #90
    0
  24. #89 jogod (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 กันยายน 2562 / 23:02
    แล้วพี่เอกจะหลุดจากพันธนาการนั่นได้ยังงัย ต้องแอบมาทุกครั้งละสิ
    #89
    0
  25. #88 ooy1565 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 กันยายน 2562 / 21:43
    อยากให้พี่เอกปล่อยวางใช้ชีวิตที่อยากใช้จังเลยสงสารที่สุดแต่ฝันน่าจะทำให้พี่เอกมีความสุขได้แน่นอน
    #88
    0