เพียงพิภพ [Yaoi]

ตอนที่ 4 : 4 : ไม่มีคำว่าบังเอิญ 100 per

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,036
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 243 ครั้ง
    12 ก.ย. 62

B
E
R
L
I
N
 

ไม่มีคำว่าบังเอิญ


“ถ้าไม่มีอะไรสงสัย...ขอจบการประชุมเพียงเท่านี้ครับ” 

การประชุมประจำเดือนยืดเยื้อจนเวลาล่วงเลยมาถึงบ่ายโมงครึ่ง รู้ตัวอีกทีก็ตอนที่ทุกคนลุกขึ้นเดินออกจากห้อง เพียงเอกมองเอกสารที่วางอยู่บนโต๊ะก่อนจะถอนหายใจหนัก ๆ 

ไม่ว่าจะกี่ครั้ง...ก็ไม่ชอบเลยสักครั้ง

“เก่งเหมือนเดิมเลยนะ” อดไม่ได้ที่จะเอ่ยชมน้องชาย ตลอดการประชุมเขาแทบจะไม่ได้พูดอะไร ทุกอย่างถูกตัดสินใจผ่านน้องชายของเขา

ซึ่งก็ถูกแล้ว

“ครับ” เพื่อรับคำก่อนจะเก็บของบนโต๊ะ “หิวรึยัง”

“มากอยู่ครับ”

“ผมจองร้านอาหารไว้ตอนบ่ายสอง...กว่าจะไปถึงก็คงทันเวลาพอดี”

“จองไว้เลยเหรอ” แปลกใจเล็กน้อย “ร้านนั้นคนเยอะเหรอครับ”

“ครับ...ประมาณนั้น”

“พี่เอกชอบอาหารจีนใช่ไหม”

“ครับ”

“อืม…งั้นไปกันเถอะ”

“ครับ” เพียงเอกรับคำอย่างว่าง่าย เขาลุกขึ้นบิดขี้เกียจเล็กน้อยก่อนจะดึงเนคไทออกให้หายใจสะดวกขึ้น “พี่อึดอัดมากเลย” 

“ชินได้แล้วครับ” 

“ครับ...แต่ไม่ชินสักที” ประโยคหลังพูดออกมาเสียงเบาราวกับกลัวว่าคนที่เดินนำหน้าจะได้ยิน

แปลกดีเหมือนกัน...ทั้งที่ควรชินแต่กลับไม่เคยชิน

รถยนต์จอดลงหน้าภัตตาคารอาหารจีน ภาพตรงหน้าทำให้ไม่แปลกใจว่าทำไมเพื่อถึงบอกว่าจองไว้ ปกติก็มากินอาหารที่ภัตตาคารบ่อย แต่ถ้าเอาความชอบส่วนตัว...เขาชอบร้านอาหารข้างทางมากกว่า

อย่างน้อยก็ไม่ต้องสนใจว่าจะแต่งตัวยังไง

“จองห้องเลยเหรอครับ” เพียงเอกถามเมื่อเห็นว่าเพื่อเดินนำเข้าไปด้านในสุดของร้าน

“ครับ”

“มีอะไรพิเศษรึเปล่า...พี่ตื่นเต้นแล้ว” 

ครั้งแรกเลยมั้งที่ได้มากินข้าวกับเพื่อสองคนแบบนี้

“ถ้าคนอื่นรู้นี่โกรธเราแย่เลย” เขาพูดเมื่อเปิดประตูห้องเข้าไป 

อาหารที่ถูกจัดเตรียมไว้เสร็จสรรพกับแอร์เย็นฉ่ำทำให้รู้สึกผ่อนคลายอย่างบอกไม่ถูก โต๊ะจีนที่มีเก้าอี้เรียงล้อมรอบหลายตัวทำให้รู้สึกเคว้งแปลก ๆ

“คราวหลังเราชวนน้อง ๆ มาด้วยนะ” 

“ครับ” เพื่อรับคำสั้น ๆ ก่อนจะกดรับโทรศัพท์ “สวัสดีครับ...ครับ...มาถึงแล้วครับ”

มาถึงแล้ว...

หมายความว่ายังไง

ยังไม่ทันที่จะถามอะไรออกไปประตูห้องก็เปิดออก ร่างของผู้ชายวัยกลางคนเดินคู่มากับผู้หญิงที่ดูอายุไล่เลี่ยกันกับเขา เธอหยุดมองเขาที่ยืนอยู่ก่อนจะโค้งให้เล็กน้อยพร้อมเอ่ยคำทักทาย

“สวัสดีค่ะ...พี่เอก?”

“ครับ...สวัสดีครับ” คำถามผุดขึ้นมาเต็มหากแต่ว่าไม่มีโอกาสได้ถามออกไป

เราไม่ได้มากินข้าวกันสองคนพี่น้องหรอกเหรอ...

“เชิญนั่งก่อนครับคุณธีร์” กลายเป็นเสียงของเพื่อที่ดังขึ้นแทน น้องชายของเขาผายมือเชิญชวนด้วยท่าทีที่ดูเป็นธรรมชาติ รอยยิ้มที่ปรากฏขึ้นบนใบหน้าคือรอยยิ้มที่เขาไม่เคยได้รับ

เขาคือใครเหรอเพื่อ...

อย่างน้อยบอกให้พี่อย่างเขารู้หน่อยก็ยังดี

“สวัสดีครับคุณธีร์” เขายกมือไหว้คนตรงหน้าด้วยความเคารพ แม้จะไม่รู้ว่าเป็นใครแต่คิดว่าคงสำคัญ...ไม่อย่างนั้นเพื่อคงไม่จองห้องปิดแบบนี้

“ไม่ต้องเกร็ง สบาย ๆ เลยเอก” ชายวัยกลางคนว่าพลางพิงตัวกับเก้าอี้ “ไม่ได้เจอตั้งนาน...ตัวจริงดูดีกว่าในทีวีเยอะเลยนะเรา”

“อ่า…ขอบคุณครับ”

“ดูงง ๆ นะเรา” เสียงหัวเราะดังขึ้นอย่างเป็นกันเอง “ลุงเป็นเพื่อนกับพ่อเรา...ซี้มาตั้งแต่ยังเรียน”

“…”

“ตอนนั้นไปไหนไปกัน ลุยทุกที่”

“ครับ” เขายิ้มรับ 

“คุณธีร์ดื่มน้ำอะไรดีครับ เดี๋ยวผมสั่งให้” เพื่อเอ่ยขึ้น

“จะคงจะคุณอะไรกันเล่า” เขาไม่ได้เคร่งอะไรขนาดนั้น “เรียกคุณลุงเถอะ ไม่ต้องคุณหรอก จะทางการไปไหน”

“อ่า…ได้ครับ”

“ลุงเอาน้ำเปล่า ส่วนลูกสาวลุงขอชาร้อน”

“ครับ” เพื่อรับคำก่อนจะมองไปยังพี่ชายที่นั่งนิ่ง “พี่เอกครับ...นี่น้องหลิน”

“ครับ...สวัสดีครับน้องหลิน” เขายิ้มให้คนที่นั่งเฉียงไปอีกทาง 

“ยินดีที่ได้รู้จักค่ะพี่เอก” รอยยิ้มสดใสตอบกลับมา “หลินเห็นพี่เอกแต่ในทีวี...วันนี้เจอตัวจริงแล้ว”

“ครับ” 

“พูดน้อยจังนะเราอะ” ลุงธีร์ที่นั่งฟังอยู่เอ่ยแซว “น้องหลินก็คุยไม่เก่ง อย่างนี้จะคุยกันรู้เรื่องไหมเนี่ย”

“ฮ่า ๆ ขอโทษด้วยนะครับ”

“แล้วนี่เราเป็นยังไงกันบ้าง ลุงได้ข่าวมาว่ากำลังจะขยายบริษัทเพิ่มเหรอ” เขาเริ่มเข้าประเด็น “ลุงเห็นด้วยนะที่จะขยายไปต่างประเทศ แต่ก็ต้องวางแผนกันดี ๆ หน่อย”

“ครับ...ก็คงต้องลงรายละเอียดลึกกว่านี้” เพื่อตอบ “ถ้ามีอะไรผิดพลาดก็บอกได้ตลอดเลยครับ”

“ไม่ต้องทางการขนาดนั้น...ไหน ๆ ก็จะเป็นครอบครัวเดียวกันอยู่แล้ว”

“ครอบครัวเดียวกัน?” เพียงเอกเผลอทวนคำพูดออกมาอย่างไม่เข้าใจ เขาหันไปสบตาน้องชายของตัวเองเพื่อหาคำตอบ แต่สิ่งที่ได้กลับมามีเพียงรอยยิ้มที่แทนทุกอย่าง

และตอนนี้...พอจะเข้าใจแล้ว

“พี่เอกคะ...หลินอยากสั่งอาหารเพิ่ม” เสียงหวานดังขึ้นพร้อมกับร่างบางที่ลุกขึ้น “ไปส่งหน่อยได้ไหม”

“อ่า…” ไม่รู้จะตอบว่าอะไรจนกระทั่งหันไปสบตากับน้องชาย “ครับ...เดี๋ยวพี่ไปส่ง”

ความอึดอัดเริ่มก่อตัว...และมันเริ่มมากขึ้นทุกทีเมื่อการกระทำของเขาอยู่ในสายตาของอีกคนตลอดเวลา เพียงเอกลอบถอนหายใจก่อนจะเป็นฝ่ายเปิดประตูให้อีกคนเดินนำออกไป

คำถามมากมายเกิดขึ้นในหัว...และเขาคงจะไม่ปล่อยให้มันค้างคาอยู่แบบนี้

“น้องหลินครับ” เขาเรียกคนตรงหน้าที่หยุดยืนอยู่กับที่ เจ้าของชื่อยกมือขึ้นคล้ายกับปรามว่าห้ามพูดก่อนจะหันมามองหน้าเขาเล็กน้อย

“ออกไปคุยข้างนอกเถอะ” น้ำเสียงต่างจากตอนอยู่ในห้องอย่างสิ้นเชิง

ให้ทำอะไรก็ทำ

ไม่มีอะไรจะเสียอยู่แล้ว

“งงใช่ไหม” คำถามแรกถามขึ้นทันทีที่เดินออกมาจากภัตตาคาร 

หญิงสาวที่ดูเป็นกุลสตรีในตอนแรกกลับกลายเป็นอีกคน รองเท้าที่ใส่มาเดินลำบากจนต้องถอดออก กระโปรงที่ใส่อยู่เกะกะจนทำให้ขยับตัวไม่สะดวก ผมที่ปล่อยยาวสลวยเริ่มทำให้ร้อนที่ต้นคอ

รวม ๆ คือ...รำคาญ

“อย่าทำหน้าแปลกใจแบบนั้นดิ” หลินหัวเราะแก้สถานการณ์ก่อนจะนั่งลงที่เก้าอี้ข้างตัว “อยากถามตรงไหนก็ถามมา...รู้หรอกว่างง”

“ครับ...งง”

“เดาไม่ออกเหรอว่าสถานการณ์แบบนี้คืออะไร”

“ก็พอเดาออก...แต่ก็ไม่เข้าใจ”

“ไม่เข้าใจเหมือนกันนั่นแหละ” เธอถอนหายใจ “นี่มันยุคไหนแล้ว...โลกพัฒนาไปแล้วแต่ยังมีเรื่องแบบนี้อยู่”

“หลินครับ”

“อย่าถามว่าจะทำยังไง...นี่ก็ตอบไม่ได้เหมือนกัน” นั่งคิดมาตลอดทางแล้วแต่ก็คิดไม่ออก “พี่ก็รู้ใช่ไหมว่าบริษัทเรากำลังจะทำธุรกิจร่วมกัน”

“พึ่งรู้ตอนนี้เลยครับ”

“อืม ถือว่าบอกไปแล้วละกัน”

“แล้วยังไงครับ”

“ก็ไม่รู้อะไรมากหรอก แต่เหมือนพ่อพี่กับพ่อหลินเคยสัญญากันไว้ว่าถ้ามีลูกจะให้ลูกแต่งงานกัน”

“…”

“โคตรนิยายเลยว่าป่ะ”

“ครับ...ก็คงงั้น”

“นั่นแหละ...พ่อหลินเกือบลืมไปแล้วด้วยซ้ำ แต่พี่เพื่อมาเตือนไว้ก่อน”

“เพื่อเตือน?”

“ไม่รู้เหรอ” แปลกใจเล็กน้อย “ก็พี่เขามาหาพ่อหลินที่บ้าน คุยกันอีท่าไหนไม่รู้อยู่ ๆ พ่อก็บอกให้มาเจอพี่วันนี้” เธอสรุปให้เข้าใจง่าย ๆ

ไม่รู้จะอธิบายยาวเหยียดไปทำไม

“แล้ว...ยังไงต่อ”

“เขาก็เลยอยากให้เราเจอกัน”

“…”

“จริง ๆ ก็อยากให้แต่งงานกันด้วย”

“…”

“ตกใจขนาดนั้นเลย?” หลินหัวเราะกับปฏิกิริยาของคนตรงหน้า เพียงเอกที่เคยเห็นในโทรทัศน์ดูเป็นคนสุขุมนุ่มลึก ดูไม่หวั่นกับอะไรง่าย ๆ

แต่ที่เห็นตอนนี้...ไม่ใช่เลย

“เพื่อได้พูดอะไรอีกไหมครับ”

“ก็พูดนะ”

“…”

“เห็นพ่อบอกว่า...พี่เขาอยากทำตามสัญญา”

“…”

“เพราะไม่เคยทำตามสัญญาได้เลย”

“…”

“ครั้งนี้เลยอยากทำให้”

“แล้วหลินโอเคเหรอครับ”

“ถ้าโอเคจะเรียกพี่ออกมาแบบนี้เหรอ” นี่มันยุคไหนแล้ว สัญญารุ่นพ่อก็คือสัญญารุ่นพ่อ ไม่เกี่ยวกับรุ่นลูก “ไม่เอาด้วยหรอก”

“พี่…”

“ไม่ต้องคิดอะไรมากเลยพี่”

“…”

“ต่อหน้าก็ทำให้เขาสบายใจหน่อยก็ได้”

“…”

“ตอนนี้เราก็ทำได้แค่นี้”

แค่นี้จริง ๆ





ความเงียบที่เข้ามาปกคลุมภายในรถไม่ได้ทำให้เขาตัดสินใจพูดอะไรออกไป หลังจากที่แยกย้ายกับคุณธีร์เขาก็นั่งรถกลับบริษัทกันทันที ตลอดทางไม่มีคำถามใด ๆ หลุดออกมาจากปากของพี่ใหญ่ ความตื่นเต้นในแววตาหายไปตั้งแต่ที่เห็นว่าเขาชวนใครอีกคนมาร่วมทานข้าวด้วย

พี่เอกสำหรับเขา...ก็ยังเหมือนเด็กคนหนึ่ง

เด็กที่มีความสุขทุกครั้งที่ได้กินข้าวกันพร้อมหน้าพร้อมตา ภาพฝันที่พี่เอกสร้างไว้มันเป็นเพียงแค่จินตนาการที่พี่อยากให้เกิดขึ้นจริง แต่ความจริง...มันไม่เป็นแบบนั้น

“มีอะไรอยากจะถามไหมครับ” เป็นเขาเองที่เอ่ยถามขึ้นมาก่อนที่อีกคนจะเปิดประตูลงจากรถ

“พี่ต้องถามอะไรเหรอครับ” น้ำเสียงเรียบเฉยถามกลับ ใบหน้าที่ไม่แสดงอารมณ์ใด ๆ มองผ่านเขาออกไปยังประตูอีกฝั่ง “ถามเรื่องเกี่ยวกับวันนี้”

“…”

“หรือถามว่า...มีอะไรที่พี่ยังไม่ได้ทำให้อีกไหม”

“…”

“เพื่อก็รู้ใช่ไหมว่าพี่ตามใจเพื่อทุกอย่าง...อะไรที่เพื่อว่าดี พี่ก็คิดว่าดี”

“…”

“พี่ก็ทำให้เพื่อมาตลอด...แต่วันนี้พี่ก็พึ่งรู้”

“…”

“พี่ไม่เคยได้เลือกอะไรเลย”

“…”

“ทั้งที่มันเป็นเรื่องของพี่โดยตรง...แต่พี่กลับรู้เป็นคนสุดท้าย”

“…”

“ตลกดีนะครับ” เพียงเอกแค่นยิ้ม “เป็นเรื่องตลกที่พี่หัวเราะไม่ออกเลย”

“…”

“วันนี้พี่อาจจะเป็นพี่เอกที่ทำตัวเหลวไหล...แต่ขอให้วันนี้พี่ได้เป็นตัวเองอย่างที่พี่อยากเป็นหน่อยนะ”

“…”

“พรุ่งนี้พี่จะกลับมาเป็นเพียงเอก”

“…”

“กลับมาเป็นคนที่ไม่ว่าจะให้ทำอะไร...พี่ก็จะทำให้”

“…”

“แค่วันนี้วันเดียว”

ให้เพียงเอกคนนี้...ไม่ลืมว่าตัวเองเป็นใคร

ให้เพียงเอกคนนี้...ได้บอกลาตัวเองหน่อยนะ

หลังจากนี้...จะไม่เรียกร้องอะไรอีกเลย




สายฝนเทกระหน่ำลงมาจนต้องหาที่จอดรถกระทันหัน การจราจรที่ติดขัดทำให้เลือกที่จะเลี้ยวรถเข้าในมหาวิทยาลัยที่มาอยู่บ่อยครั้ง ดีที่มีที่จอดรถว่างพอดีเลยทำให้ไม่ต้องวนไปไหนไกล ภาพตรงหน้าพร่าเบลอด้วยสายฝนที่ตกลงมาไม่มีท่าทีว่าจะหยุด เสียงเพลงภายในรถเหมือนเข้าหูซ้ายทะลุหูขวา จำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเพลงก่อนหน้านี้คือเพลงอะไร

15:12 

นาฬิกาบอกเวลาที่ล่วงเลยไป โทรศัพท์มือถือพึ่งเงียบไปหลังจากที่ดังมานานกว่าครึ่งชั่วโมง เพียงเอกรู้ดีว่าสิ่งที่ทำอยู่มันไม่ถูก รู้ดีว่าถ้ากลับไปเขาจะโดนมองด้วยสายตาผิดหวังมากแค่ไหน

รู้ทุกอย่าง

เสียงฝนที่เทกระหน่ำกลับน่าฟังกว่าเพลงที่เปิดภายในรถ มือเอื้อมไปกดปิดเพลงก่อนที่ดวงตาทั้งสองจะปิดลงช้า ๆ ตอนนี้ไม่อยากจะรับรู้อะไร ไม่อยากคุยกับใคร ไม่อยากรู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองเป็นใคร

ภาพที่คนภายนอกมองมันเป็นเพียงแค่ฉากหนึ่งในละครสวยหรู ครอบครัวเพียงพิภพที่ใคร ๆ ต่างพากันอิจฉาเพราะดูเพียบพร้อม แต่เขากลับไม่คิดแบบนั้น จริงอยู่ที่เพียงพิภพมีทุกอย่าง จริงอยู่ที่เพียงพิภพอยากได้อะไรก็สามารถหามาได้ มีเพียงสิ่งเดียวที่เพียงพิภพไม่มี

ความสุข

สิ่งเล็ก ๆ ที่หลายครอบครัวมี สิ่งที่ไม่ต้องไปแสวงหาจากที่ไหน แต่กลับเป็นสิ่งที่หายากที่สุด ตั้งแต่เกิดมาจนจำความได้เพียงเอกก็ถูกปลูกฝังมาว่าเป็นพี่ใหญ่ต้องดูแลน้อง ๆ พี่ต้องเสียสละให้น้อง ต้องเป็นแบบอย่างที่ดี ต้องรักน้อง

ทุกอย่างที่พ่อกับแม่เคยสอน...เขาทำตามทุกอย่าง และไม่เคยขัด แต่วันหนึ่งกลับมีคำถามหนึ่งขึ้นมาว่า...พ่อกับแม่บอกให้เขารักน้อง แล้วพ่อกับแม่ได้บอกรึเปล่าว่าให้น้องรักเขา

ถ้าบอก...ทำไมเพียงเอกไม่เคยรู้สึกได้เลย

หลายครั้งที่คำว่ารักที่พูดออกมาเป็นเพียงแค่การพูดต่อหน้าสาธารณะชน

หลายครั้งที่คำว่ารักต้องแลกกับสิ่งต่าง ๆ ที่อยากได้

หลายครั้งที่คำว่ารักย้อนกลับมาทำร้ายตัวเขาเอง

ถ้ารักแล้วเป็นแบบนี้...สู้ไม่รักเลยคงดีกว่า

เพียงเอกลืมตาขึ้นช้า ๆ เหม่อมองภาพตรงหน้าอย่างไร้จุดหมาย ภาพของคนที่เดินผ่านไปมาเต็มไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ จำไม่ได้เลยด้วยซ้ำว่าเคยมีความรู้สึกแบบนี้ครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่

อาจจะเกือบสิบปีได้...ตอนที่ยังเรียนอยู่

ตอนที่ทุกอย่าง...ดีกว่านี้

แกร๊ก!

ประตูรถเปิดออกหลังจากที่ดับเครื่องยนต์ ฝนไม่มีท่าทีจะเบาลงทำให้เลือกที่จะออกไปนั่งข้างนอกแทนการอุดอู้อยู่ในรถ ป้ายจอดรถที่อยู่ฝั่งตรงข้ามมีคนนั่งอยู่ประปราย แค่อยากอยู่เงียบ ๆ สักพัก ไม่อยากคิดอะไร ไม่อยากทำอะไร

อยากเป็นใครสักคน...ที่ไม่ใช่เพียงเอก เพียงพิภพ

“เปียกหมดเลยเนี่ย” เสียงที่ผ่านเข้าสู่โสตประสาททำให้คนที่นั่งเหม่ออยู่เงยหน้าขึ้นมองภาพตรงหน้า

และความบังเอิญ...ไม่เคยมีจริง

ร่างของนักศึกษาที่เปียกฝนเกือบทั้งตัววิ่งตรงเข้ามาที่เขาพร้อมโทรศัพท์ที่แนบหู ดูเหมือนเจ้าตัวจะไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีใครอีกคนจ้องมองอยู่ ใบหน้ายุ่ง ๆ บ่นกับคนในโทรศัพท์ก่อนจะควานหาอะไรบางอย่างในถุงผ้าที่สะพายอยู่

“น้ำท่วม”

“…”

“กูพึ่งซักรองเท้าเองเนี่ย” น้ำเสียงปนหงุดหงิดเอ่ยออกมาก่อนจะนั่งลง “เออ ไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวก็คงหยุด”

“…”

“อืม ไว้พรุ่งนี้เจอกัน”

“…”

“บาย” บทสนทนาจบลงพร้อมกับเสียงถอนหายใจ

ความสนใจของเพียงเอกมุ่งไปยังคนข้างตัวที่นั่งบ่นคนเดียว น้ำเสียงงุ้งงิ้งข้างหูทำให้เขาหัวเราะออกมาอย่างลืมตัว รู้ตัวอีกทีก็เผลอหันไปสบตากับอีกคนเข้าอย่างจัง

“…” ไม่มีบทสนทนาใด ๆ มีเพียงความเงียบเข้ามาครอบงำ เพียงเสี้ยววินาทีที่สบตากันก่อนจะรีบหันไปมองอย่างอื่นอย่างคนไม่มีพิรุธ

ไม่มีพิรุธก็บ้า

“เปียกหมดแล้ว” เป็นอีกครั้งที่เขาเป็นฝ่ายเริ่มบทสนทนา ผ้าเช็ดหน้าผืนใหม่ที่ยังไม่ผ่านการใช้งานถูกยื่นไปหาคนที่นั่งอยู่ข้างตัว

“เราเคยเจอกันมาก่อนใช่ไหมครับ” ฝันถามออกไปอย่างไม่แน่ใจ

ถึงจะคุ้นมาก ๆ แล้วก็ตาม

“เช็ดหน้าหน่อยไหม” เขาไม่ตอบคำถามแต่กลับวางผ้าเช็ดหน้าลงบนตักอีกคน “ตากฝนแบบนี้เดี๋ยวจะไม่สบายนะครับ”

“ใช่แน่ ๆ” 

“…”

“เจอที่โรงแรม”

“เจอก่อนหน้านั้นอีก”

“…”

“จำไม่ได้เหรอครับ” หรือเป็นเขาคนเดียวที่จำเรื่องราวในวันนั้นได้ ถ้าเป็นแบบนั้นก็คงเสียใจ

ยังไม่ได้ตอบคำถามเลย

“จำ?…จำอะไร”

จำไม่ได้จริง ๆ ด้วย

“ไม่มีอะไรครับ”

“อืม แล้วแต่” ไม่ได้อยากรู้อะไรขนาดนั้นอยู่แล้ว “โลกกลมดี”

“ครับ โลกกลม” ตามหลักวิทยาศาสตร์ก็เป็นอย่างนั้น “ถามได้ไหมครับว่าจะไปไหน”

“ก็ถามมาแล้วนิ” ตลกดีที่การเจอกันมักจะเกิดคำถามแปลก ๆ ขึ้นเสมอ “กลับหอดิ วันนี้ปิดเทอมแล้ว”

ปิดเทอมที่หมายถึง...เรียนจบ

“อ่อ”

“แล้วคุณล่ะ” เขาถามกลับ “มาทำอะไรที่นี่”

“ผมก็ไม่รู้ครับ” เพียงเอกยิ้มบาง ๆ เขาหันไปสบตาคนข้างตัวก่อนจะพูดต่อ “ไม่ได้กวน...แต่ไม่รู้จริง ๆ รู้ตัวอีกทีผมก็มาถึงที่นี่แล้ว”

“เออ…แปลกดี”

“…”

“อกหักเหรอ”

“คิดว่าไม่ใช่นะครับ”

“ไม่ต้องสุภาพขนาดนั้นก็ได้...คุยสบาย ๆ” เขาเอ่ย “ไหน ๆ ก็เคยเจอกันมาแล้ว”

“ปกติก็พูดแบบนี้”

ชินไปแล้ว

“เออเนอะ...ผมลืมไป”

“อะไรเหรอครับ”

“เปล่าหรอก...ไม่มีอะไร” ฝันส่ายหน้าไปมา จะให้เขาบอกไปตรง ๆ ว่าสังคมที่เราอยู่มันต่างกันก็ดูจะตรงไปหน่อย พึ่งเจอกันไม่กี่ครั้ง และคิดว่าหลังจากนี้คงไม่ได้เจออีก

ความบังเอิญไม่ได้เกิดขึ้นบ่อย ๆ

“ผม…”

“ฝนเริ่มซาแล้ว...ผมไปก่อนนะ”

“เดี๋ยว” มือไวกว่าความคิด รู้ตัวอีกทีก็เผลอไปจับแขนอีกคนไว้ไม่ให้เดินออกไป เพียงเอกสบตาคนตรงหน้าก่อนจะยืนขึ้นเต็มความสูง “เดี๋ยวไปส่ง”

“ไม่เป็นไร...แค่นี้เอง”

“ฝนมันยังตกอยู่เลย”

“มันเบาลงเยอะแล้ว”

“แต่ว่า...มัน...ก็...ยังตกอยู่” 

“คุณ”

เสียงนิ่ง ๆ ที่เอ่ยออกมาทำให้มือที่จับแขนอีกคนอยู่เผลอปล่อยออก เพียงเอกสบตาคนตรงหน้าอีกครั้งก่อนที่รอยยิ้มจะเผยออกมา

ทำอะไรที่ไม่น่าทำอีกแล้ว

“ขอโทษครับ...ผมคงเซ้าซี้มากไป”

“ถามจริง ๆ เลยนะ”

“ครับ?”

“เป็นอะไรของคุณ”

“…”

“มีอะไรอยากพูดก็พูดออกมาดิ”

“…”

“มัวแต่ยิ้มแบบนั้นใครจะไปเข้าใจ”

“…”

“แล้วก็นะ...ยิ้มของคุณไม่ได้น่ามองเลยสักนิด”

“…”

“ถ้าข้างในมันไม่ได้รู้สึกแบบนั้น...ก็ไม่ต้องทำ” ไม่รู้เขาหงุดหงิดมาจากไหน แค่เห็นรอยยิ้มที่อีกคนพยายามยิ้มออกมาก็อดไม่ไหว

ถ้าไม่อยากยิ้ม...จะยิ้มออกมาทำไม

“ทำได้เหรอ”

“อะไร?”

“ถ้าไม่ได้รู้สึกอยากทำ...ไม่ต้องทำก็ได้เหรอ”

“ใช่สิ...จะทำให้มันยากทำไม”

“เพราะมันไม่เคยง่ายเลย”

สายตาที่มองมาเปลี่ยนไป รอยยิ้มที่เคยฝืนยิ้มกลับเหลือเพียงใบหน้าไร้อารมณ์ มือทิ้งลงข้างลำตัวก่อนจะถอยหลังไปสองก้าว บางครั้งก็อยากจะทำอะไรตามใจตัวเอง...แต่มันไม่เคยง่ายเลยจริง ๆ

“ผมโคตรไม่ชอบคุณเลย” รู้ว่าเสียมารยาทที่พูดใส่คนที่ไม่รู้จัก รู้ว่ามันเป็นสิ่งที่ไม่ควรแต่เขาก็พูดออกไปแล้ว

“…”

“ชีวิตมันสั้น...คิดอะไรก็พูด...อยากทำอะไรก็บอก”

“…”

“โลกมันหนัก...จะแบกไว้คนเดียวรึไง”

“…”

“เก่งมาจากไหน...ขนาดซุปเปอร์ฮีโร่ยังทำไม่ได้”

“ซุปเปอร์ฮีโร่ไม่มีอยู่จริง”

“ก็ใช่ไง”

“…”

“สุดท้ายทุกคนก็คือมนุษย์”

“…”

“อย่าคิดว่าการที่ไม่ยอมพูดออกมาแล้วคนจะเข้าใจทุกอย่าง”

“…”

“หรือถ้ากลัวพูดแล้วไม่มีใครสนใจ”

“…”

“ก็นี่ไง!...ยืนอยู่ตรงนี้” 

ในหัวมีแต่คำว่าไม่เข้าใจเต็มไปหมด ไม่เข้าใจว่าทำไมตัวเองต้องมายืนพูดอะไรยาว ๆ ทั้งที่ไม่ใช่เรื่องของเขา ไม่เข้าใจว่าคนตรงหน้าต้องการอะไร ทั้งที่โดนเขาว่าขนาดนี้แต่ยังยืนฟังเงียบ ๆ ไม่พูดอะไร

“ไม่ต้องสนใจ...แค่อยู่ด้วยได้ไหมครับ”

“…”

“ถ้าไม่มากเกินไป...อยู่ด้วยกันก่อนได้ไหม”

“…”

“ผมไม่ได้จะทำอะไร"

“…”

“ผมไม่รู้จริง ๆ ว่า...”

“…”

“ถ้าอยากให้คุณอยู่กับผมตอนนี้...ผมต้องทำยังไง”

“…”

“คุณบอกให้ผมพูดสิ่งที่คิดออกมา...ผมก็พูดแล้ว”

“…”

“ช่วยอยู่ตรงนี้”

“…”

“อยู่กับผมได้ไหมครับ”




ประตูห้องเปิดออกพร้อมกับเจ้าของห้องที่รีบวิ่งเข้าไปเก็บเสื้อผ้าที่ตากไว้หลังห้อง ฝนที่ตกหนักสาดเข้ามาถึงในห้องทำให้พื้นหน้าระเบียงเต็มไปด้วยน้ำฝนที่เกาะเป็นกลุ่ม ขาข้างหนึ่งคีบผ้าเช็ดเท้ามาวางซับน้ำก่อนที่มือทั้งสองจะโกยผ้าที่ตากอยู่เข้าห้อง

“อับหน่อยนะ...ฝนตกแบบนี้” เขาหันไปพูดกับคนที่ยืนนิ่งอยู่หน้าประตูไม่ยอมเดินเข้าห้อง

เพียงเพราะคำพูดเพียงไม่กี่คำที่ทำให้ใจอ่อน

อย่าถามหาเหตุผล...เพราะมันไม่มี

“ครับ” เพียงเอกรับคำสั้น ๆ ก่อนจะถอดรองเท้าวางไว้หน้าห้อง

“เอาเข้ามาในห้องก็ได้...เดี๋ยวรองเท้าหาย” ดูจากสายตาแล้วก็น่าจะแพงพอตัว ขืนปล่อยทิ้งไว้ข้างนอกตอนกลับออกไปคงไม่เจอ

“ครับ”

“ทำตัวตามสบาย”

เพียงเอกพยักหน้ารับก่อนจะปิดประตูลง ภาพตรงหน้าคือห้องสี่เหลี่ยมที่มีขนาดเล็กกว่าห้องนอนของเขาถึงสามเท่า ของภายในห้องจัดวางอย่างไม่เป็นระเบียบมากนัก แม้จะอยู่ถึงชั้นสามแต่กลับได้กลิ่นอับของห้อง

เป็นครั้งแรกที่มาอยู่ในที่แบบนี้

“จะกลับเลยก็ได้นะ” ถามออกไปเพราะเห็นอีกคนยืนมองรอบ ๆ ห้องไม่พูดอะไร แต่สายตาที่สื่อออกมาก็แทนคำพูดทุกอย่าง

คนคนนี้ไม่เหมาะกับที่แบบนี้เลยสักนิด

“ไม่กลับครับ” เพียงเอกตอบก่อนจะลากเก้าอี้มานั่ง “อยู่คนเดียวเหรอ”

“อืม…ห้องแค่นี้ให้อยู่กับคนอื่นก็คงไม่ไหว”

“อ่อ”

“จะทำมาม่า...กินด้วยกันไหม”

มีแขกมาแบบนี้จะให้ไม่ถามก็คงไม่ได้

“กินครับ” เขาตอบกลับอย่างรวดเร็ว เมื่อตอนเที่ยงแทบจะไม่มีอะไรตกถึงท้อง กินก็เหมือนไม่ได้กิน รู้สึกหิวก็ตอนที่อีกคนถาม “ทำในนั้นเหรอ”

“อืม…ทำไม?” ฝันเลิกคิ้วเชิงถาม “หม้อสุกี้ไง”

“จะใส่พอเหรอครับ”

“รอดูละกัน” เขาหัวเราะ “ไม่เคยทำใส่หม้อสุกี้เหรอ” 

“ไม่เคยทำเลยครับ”

ทำอาหารเองครั้งสุดท้ายก็แทบจะเลือนลางจนจำไม่ได้

“ปกติแม่บ้านทำให้สินะ”

“ก็ใช่”

“ดีว่ะ”

“ไม่ดีขนาดนั้นหรอกครับ”

“ไม่ต้องถ่อมตัวก็ได้”

“พูดจริง” เขามองคนตรงหน้าที่กำลังวุ่นอยู่กับการเตรียมของ รอยยิ้มปรากฏขึ้นเมื่อเห็นใบหน้ายุ่ง ๆ ที่เหมือนกำลังหาอะไรสักอย่างอยู่ “ให้ช่วยไหม”

“ลืมซื้อไข่ว่ะ” ตอนแรกว่าจะแวะซื้อแต่ฝนดันมาตก “เหลือฟองเดียว”

“ไม่เป็นไร...ผมไม่กินก็...”

“แบ่งกันได้” ฝันเอ่ย “ใส่รวม ๆ ไปด้วยกันนี่แหละ”

“…”

“มองอะไร”

“ผมมองเหรอ”

“ก็เห็นอยู่ว่ามอง”

“งั้น...ก็มองครับ”

“เริ่มกวนแล้วนะ”

“เปล่า...ผมมองจริง ๆ”

“อืม เอาเถอะ” ขี้เกียจเถียงให้มากความ แค่ให้เข้ามานั่งอยู่ในห้องตอนนี้ก็ไม่เข้าใจตัวเองมากแล้ว ไม่อยากจะสงสัยอะไรมากไปกว่านี้

“กินข้าวเสร็จอยากออกไปไหนไหม”

“จะออกไปไหน...ฝนตกขนาดนี้”

“ผมพาไป”

“ถามตรง ๆ ได้ไหม”

“…”

“หรือว่าไม่อยากให้ถาม”

“ถามได้สิ...แค่ไม่รู้ว่าจะต้องตอบยังไง” เป็นอีกครั้งที่เผลอยิ้มออกมาอย่างเคยชิน รอยยิ้มที่ถูกคนตรงหน้าบอกว่ามันไม่น่ามองเลยสักนิด

“หนักสินะ”

“…”

“ถ้าไม่หนักก็คงไม่มานั่งอยู่ตรงนี้”

“…”

“โคตรแปลกใจที่คนอย่างคุณมาพูดอะไรแบบนั้น”

แค่คำว่าช่วยอยู่ตรงนี้...ก็ทำให้ไปต่อไม่ถูกแล้ว

เขาไม่เข้าใจเลยจริง ๆ ว่าเกิดอะไรขึ้นกับคนคนนี้

“คนอย่างผมเป็นยังไงเหรอครับ” เขาถามกลับ หลายครั้งที่เคยได้ยินประโยคเหล่านี้ หลายครั้งที่ตั้งคำถามแต่กลับไม่ได้รับคำตอบกลับมา

คนอย่างเขา...มันเป็นยังไง

“ก็…ดูรวย...ดูมีทุกอย่าง”

“…”

“ดูไม่น่าอยากสุงสิงกับใคร”

ใครที่หมายถึง...เขา

“ผมดูเป็นแบบนั้นเหรอ”

“อืม…ก็ใช่”

“ผมรวย” 

ยอมรับออกมาตรง ๆ เพราะมันคือความจริง ครอบครัวของเขาเป็นแบบนี้มาตั้งแต่จำความได้ ไม่เคยมีสักครั้งที่จะมีปัญหาเรื่องเงิน ไม่ว่าในอดีตหรือปัจจุบัน

“แต่ไม่ได้มีทุกอย่าง”

“…”

“ไม่ใช่ไม่อยากสุงสิงกับใคร...แต่เพราะผมไม่รู้จะเข้าหายังไง”

“…”

“ตอนที่คุณเจอผม คุณก็ไม่ได้อยากจะยุ่งกับผมสักเท่าไหร่”

“อืม…ก็จริง” 

“เงินไม่ได้ซื้อความสุขเสมอไปหรอกครับ...ไม่เลยจริง ๆ” 

ฝันมองคนตรงหน้าที่มองเหม่อ สายตาว่างเปล่าไร้ความรู้สึกใด ๆ ไหล่ที่ดูมั่นคงในตอนนี้กลับตกลงเหมือนไร้ที่ยึดเหนี่ยว ริมฝีปากที่เคยยิ้มแบบฝืน ๆ ในตอนนี้กลับไม่มีเรี่ยวแรงแม้แต่จะยกยิ้ม

ไม่เข้าใจ...เขาไม่เข้าใจ

“ต่อให้มีเงินมากเท่าไหร่...ก็ซื้อความสุขไม่ได้”

“…”

“ทั้งที่สิ่งที่ต้องการตอนนี้”

“…”

“มันคือความสุข” เพียงเอกก้มหน้าลงเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ที่ปะทุอยู่ภายใน 

หลายครั้งที่ต้องทำตัวเป็นพี่ใหญ่ที่ไม่สนใจเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ หลายครั้งที่ต้องโตเป็นผู้ใหญ่ห้ามอ่อนแอให้ใครเห็น หลายครั้งที่อยากจะร้องไห้ออกมาแต่กลับไม่มีน้ำตาให้ไหล

ร่างของเขาเริ่มสั่นเทา มือทั้งสองกำเข้าหากันอัตโนมัติ เขามักจะเป็นแบบนี้ทุกครั้งเวลาที่เกิดเรื่องวุ่นวายขึ้น เรื่องที่เขาไม่อยากแม้แต่จะรับรู้ ไม่มีเสียงร้อง ไม่มีเสียงสะอื้น...ไม่มีน้ำตา

“คุณ”

“…”

“ระบายออกมาเถอะ”

“…”

“ผมฟังคุณอยู่”

ฝันมองคนตรงหน้าด้วยความรู้สึกมากมาย แวบหนึ่งที่เขารู้สึกสงสารคนตรงหน้าสุดหัวใจ แต่รู้ดีว่าการพูดออกไปไม่ได้ทำให้อีกคนรู้สึกดี นี่คงเป็นครั้งแรกที่เห็นร่างที่สั่นเทาแต่กลับไร้หยดน้ำตาและเสียงสะอื้น

“ผม…”

“…”

“แค่อยากเป็นตัวเอง”

“…”

“ได้ใช้ชีวิตของตัวเอง”

“…”

“เรื่องง่าย ๆ ที่ใครก็ทำได้...แต่ผมกลับทำไม่ได้”

“คุณ” ฝันขยับเข้าไปหาคนตรงหน้าอัตโนมัติ ร่างกายที่สั่นแรงขึ้นทำให้เขาวางมือลงบนมืออีกคนเพื่อเรียกสติ “ไม่ต้องเล่าแล้ว”

“ผมไม่เป็นไร”

“…”

“เดี๋ยวก็หายเอง”

“ถ้าหาย...คงไม่เป็นแบบนี้หรอก”

“…”

“อาจจะฟังดูแปลก ๆ แต่...”

“…”

“อยากกอดไหม”

“…”

“เวลาที่รู้สึกแย่...แค่ได้กอดใครสักคนก็พอ”

“ผม”

“…”

“ขอรบกวนด้วยนะครับ”

“เลิกคิดว่ารบกวนสักทีเถอะ” ฝันถอนหายใจก่อนจะดึงคนตรงหน้ามากอดไว้ ยอมรับว่าโคตรแปลกที่ผู้ชายสองคนกอดกันในห้องนอนแบบนี้

ไม่มีอะไรที่ดูเป็นเรื่องปกติเลยสักอย่าง

อ้อมกอดของคนตรงหน้าทำให้ร่างที่สั่นเทาค่อย ๆ เบาลง มือที่กำแน่นคลายออกก่อนที่จะยกมือขึ้นตอบรับสัมผัสตรงหน้า  ความอบอุ่นแทรกซึมเข้ามาแทนที่ เพียงเอกฝังจมูกลงบนไหล่ก่อนจะกระชับอ้อมกอดแน่น

กอดครั้งแรกก็ทำให้ฝันเข้าใจอะไรหลาย ๆ อย่าง

คนคนนี้ไม่เคยกอดใคร

เพราะถ้าเคย...คงไม่กอดเขาแน่นขนาดนี้

กอดแน่นเหมือนกลัวว่าเขาจะหายไป







----------------------------------------------

เป็นเรื่องที่ตั้งใจแต่งมาก ๆ หวังว่าจะชอบกันนะคะ T-T


1 คอมเมนต์แทนกำลังใจ

ให้กำลังใจเราหน่อย เราอยากอ่านทุกความคิดเห็นจริง ๆ นะ T_____T


#เพียงพิภพ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 243 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

631 ความคิดเห็น

  1. #631 janesica (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 มกราคม 2564 / 00:10
    เปียกปอนจนต้องหยุดอ่านไปเช็ดน้ำตาก่อน
    #631
    0
  2. #597 yugy0908 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2563 / 21:53
    อ่านตอนนี้แล้วร้องเบยฉันไปอยู่ไหนมาเพิ่งเจอเรื่องนี้เพียงเอก!!
    #597
    0
  3. #581 baekbow (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2563 / 21:37
    ร้องไห้เลย สงสารเอก อยากรู้จริงๆว่าโตมายังไงอ่ะ มันจะมีสักกี่คนที่เชื่อฟังพ่อแม่จนไม่เป็นตัวเองขนาดนี้อ่ะ หรือเพราะพ่อแม่เสียไปกะทันหัน เขาเลยตั้งใจแบบสุดโต่งจนเป็นแบบนี้ ประโยคที่บอกว่า เขาขอเป็นตัวเองแค่วันนี้วันเดียว ขอทำอะไรที่อยากทำ หรือที่บอกว่ามีอะไรอีกไหมที่พี่ยังไม่ได้ทำเพื่อเรา หรือตัวเขาไม่มีสิทธิ์เลือกอะไรได้เองเลย คือประโยคพวกนี้มันเจ็บมากอ่ะ เขาต้องใช้ชีวิตมาแบบไหน ต้องเสียสละไปเท่าไรจนเป็นแบบนี้อ่ะ คือมันน่ากลัวมากเลยนะ ต้องเป็นพี่แบบไหน ที่น้องกล้ามาบงการแม้กระทั่งเรื่องคู่อ่ะ มันเกินไปมากๆเลยเว้ย เราร้องไห้เพราะสงสารเขาอ่ะ ทำไมการเป็นพี่คนโตต้องมาถูกน้องมองว่าเป็นเด็กแค่เพียงเพราะเขายอมน้องมาตลอด ทำไมวะ // จังหวะที่ฝันบอกว่าเกลียดรอยยิ้มของเอง ที่บอกว่าไม่รู้สึกแล้วจะทำทำไม ไม่อยากทำก็ไม่ต้องทำสิ เราขอบคุณฝันมากที่พูดมันออกมาอ่ะ อย่างน้อยเอกก็คงรู้สึกเหมือนได้พบที่พึ่งพิงสักที่ ที่พอให้เขาเป็นตัวเองได้สักนิดนึง ไหนจะกอดที่มอบให้ คือขอบคุณฝันมากจริงๆ
    #581
    0
  4. #574 PKTD (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 กันยายน 2563 / 15:35
    ช่วยพี่ด้วยย จิร้องไห้
    #574
    0
  5. #553 0651138494 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 กันยายน 2563 / 11:18
    พระเอกหน้ารำคาญ
    #553
    0
  6. #529 Sunflower.W (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2563 / 02:11
    เพื่อต้องมีเหตุผลนะที่บังคับพี่ตัวเองขนาดนี้ เราจะรออ่าน....ขอบคุณไรท์ที่แต่งออกมานะคะ ถึงจะอึดอัดแต่บอกเลยว่าไม่เคยผิดหวังกับนิยายของไรท์สักเรื่องเลยยยย
    #529
    0
  7. #514 Lซ็Jโลก (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2563 / 23:38
    ทำไมเพื่อถึงทำกับพี่ขนาดนี้ งง
    #514
    0
  8. #508 พฤหัสที่ห้า (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2563 / 00:59
    เรารู้สึกไม่ชอบเพื่อเลย ทำไมเลือกที่จะมองข้ามความรู้สึกพี่เอกได้ขนาดนี้ ใจร้ายมากนะ
    #508
    0
  9. #507 พฤหัสที่ห้า (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2563 / 00:58
    สงสารพี่เอก
    #507
    0
  10. #378 senine (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2563 / 04:16
    น้องๆ ช่วยอ่อนโยนกับพี่เอกหน่อยค่ะ😭
    #378
    0
  11. #370 หหหห (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2563 / 00:42

    มันจุกอกไปหมด😥 สงสารพี่เอก


    #370
    0
  12. #342 ponnyyyy (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2563 / 14:38
    พี่เอกคงอึดอัดอ่ะเป็นตัวของตัวเองก็ไม่ได้
    #342
    0
  13. #331 chilfull (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 เมษายน 2563 / 22:42
    กอดกันเนอะ กอดแน่นเลย
    #331
    0
  14. #306 Fah_Nueafah (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 เมษายน 2563 / 03:05
    ร้องไห้เลย ร้องแบบน้ำตาหยดแหมะๆ ไปสุดมาก สงสารพี่เอก คือเราก็เป็นพี่คนโต อินสุด เข้าใจพี่เอกเลยอ่ะ
    #306
    0
  15. #252 Okoy up (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 มีนาคม 2563 / 14:08
    น้ำตาคลอเลยจ้า
    #252
    0
  16. #247 mod152545 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 มีนาคม 2563 / 23:24
    กอดๆนะคะ
    #247
    0
  17. #98 Iplai (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 กันยายน 2562 / 22:37
    จะร้องไห้แล้ว สู้ๆนะทั้งพี่เอก ทั้งไรท์
    #98
    0
  18. #79 pcard (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 กันยายน 2562 / 23:08
    กอดๆพี่เอกด้วยคนค่า :)
    #79
    0
  19. #78 jadefloral (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 กันยายน 2562 / 16:56

    สู้ๆนะไรท์

    สู้ๆพี่ใหญ่

    #78
    0
  20. #77 SOUL (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 กันยายน 2562 / 16:12
    รู้สึกอึดอัดแทนพี่เอกเลยอ่า TT
    #77
    0
  21. #76 wal_5678 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 กันยายน 2562 / 08:19

    เพียงเอกโง้ยยยยย น้องฝันนนนนน งื้อออออออ;;w;;

    #76
    0
  22. #75 noon10124 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 กันยายน 2562 / 00:32
    อึดอัดแทนพี่เอกเลย 😭
    #75
    0
  23. #74 misoman (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 กันยายน 2562 / 22:33
    พี่เอกสู้ๆ ออกไปใช้ชีวิตให้ได้
    #74
    0
  24. #73 Nanongkongtugkon (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 กันยายน 2562 / 21:51
    รออ่านทุกตอนที่ไรท์อัพ เรื่องนี้น่าติดตามนะเราว่า สู้ๆคร้าาา
    #73
    0
  25. #72 ooy1565 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 กันยายน 2562 / 21:43
    โอ้ยสงสารพี่เอกที่สุดน้ำตาจะไหลขอให้ฝันอย่าทอดทิ้งพี่เอกนะกอดให้แน่นๆค่ะ
    #72
    0