เพียงพิภพ [Yaoi]

ตอนที่ 3 : 3 : เหมือนฝัน 100 per

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,499
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 244 ครั้ง
    25 ส.ค. 62

B
E
R
L
I
N
 


เหมือนฝัน

เสียงที่ดังอยู่กลางห้องโถงของโรงแรมหรูไม่ได้ทำให้ความเบื่อหน่ายนั้นหายไป แขกเริ่มทยอยเข้ามาตามเวลาที่ใกล้กำหนด ร่างสูงที่อยู่ในชุดพนักงานเสิร์ฟยกมือขึ้นปิดปากเพื่อไล่ความเหนื่อยล้า ใจอยากจะกระโดดตบสักสิบรอบให้หายง่วงแต่ถ้าทำคงประหลาดน่าดู

ยิ่งในงานแบบนี้...

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาได้เข้าร่วมงาน จริง ๆ จะเรียกว่าร่วมงานก็คงจะดูแปลกเพราะเขาไม่ได้รับเชิญ เรียกว่าเลี่ยงไม่ได้มากกว่า

งานแต่งงานทีไร...คนไม่พอสักที

“ไปเตรียมอาหารได้แล้ว เดี๋ยวจะไม่ทัน” เสียงของหัวหน้าเรียกสติได้เป็นอย่างดี 

“ครับผม”

คืนนี้จะได้กลับไปนอนกี่โมงวะเนี่ย...

ความคิดแรกที่แวบขึ้นมาทั้งที่ยังไม่ทันจะเริ่มงาน

เจริญแล้วตัวกู...

“เดี๋ยวฝันไปเอาเค้กอีกห้องให้พี่ที เอาใส่รถเข็นมาที่ห้องนี้เลย”

“ได้ครับ”

เหมือนรู้ว่าขี้เกียจ...เจาะจงชื่อเชียว

ถึงจะไม่ใช่การทำงานครั้งแรกแต่ก็ยังรู้สึกไม่ชินอยู่ดี ทั้งทรงผมที่ต้องเรียบร้อย หวีไม่ต่ำกว่าสามรอบ หรือเสื้อผ้าที่ต้องใส่ตามรูปแบบของโรมแรมที่หูกระต่ายแทบจะรัดคอ ทุกอย่างไม่มีอะไรพอดี และสิ่งเดียวที่เหนี่ยวรั้งไว้ให้เขายังอยู่ตรงนี้ก็คือ...

เงิน

เงินทองหายากนะรู้ไหม...

รถเข็นจอดลงหน้าตู้เย็นขนาดใหญ่ เค้กที่ถูกจัดวางไว้เป็นอย่างดีเรียกน้ำย่อยจากคนที่ไม่มีอะไรตกถึงท้องตั้งแต่เย็น ลึก ๆ อยากจะขอลองชิมสักชิ้น ติดตรงที่ในห้องนี้มีกล้องวงจรปิดจ่อหน้าเขาอยู่

กินคำเดียวหายหิว...แต่งานหาย

ไม่เสี่ยงดีกว่า

“ก่อนจะทำอะไร...ช่วยคิดเยอะ ๆ หน่อยนะครับ” 

เสียงที่แว่วขึ้นมาทำให้ขาที่กำลังเดินหยุดชะงัก ชายเสื้อที่โผล่ออกมาจากกำแพงทำให้รู้ว่ามีคนกำลังยืนคุยกันอยู่ และดูเหมือนจะไม่ใช่เรื่องที่ดีสักเท่าไหร่

จริง ๆ การแอบฟังแบบนี้ก็ไม่ดี

แต่ยังไงก็ต้องเดินผ่าน

งั้นไปแบบเร็ว ๆ ละกัน ปรื้ดเดียวถึง

กึก!!!!

“เชี่ย!” เขาหลุดคำอุทานออกมาอย่างไม่ได้ตั้งใจ ร่างของอีกคนที่อยู่ดี ๆ ก็หมุนตัวออกมาทำให้เขาผิดจังหวะ จากที่จะเข็นผ่านไปเร็ว ๆ กลับกลายเป็นชนเข้าอย่างจัง

คำแรกที่ขึ้นมา...ฉิบหาย

“ขอโทษครับ เป็นอะไรมากไหม” เขารีบตรงเข้าไปหาคนที่นั่งอยู่ที่พื้น “ผม...ผมไม่ได้ตั้งใจ” สายตาที่มองมาทำให้เขาสะอึกเล็กน้อย

“ไม่เป็นอะไร” น้ำเสียงนิ่งเรียบตอบกลับพร้อมกับลุกขึ้นยืน สายตาที่ไม่บ่งบอกอารมณ์มองเขาตั้งแต่หัวจรดพื้นก่อนที่มือจะปัดชายเสื้อที่เปื้อนฝุ่น

“เสื้อ...เสื้อเปื้อนตรง...”

“ไม่เป็นไร” คนตรงหน้าถอยหลังทันทีที่เขาจะเดินเข้าไปหา

อ่า...

เข้าใจแล้ว

“เป็นพนักงานของที่นี่?”

“ครับ”

“ไม่มีการเทรนเหรอ”

“…!!”

“คราวหลังดูให้ดี ๆ”

“…”

“ที่นี่ไม่ใช่สนามเด็กเล่น”

“ขอโทษครับ...ผมไม่ได้ตั้งใจ”

ถ้ารู้ว่าเป็นแบบนี้

กูจะชนให้เต็มแรงเลย!!!!!!!

“แล้วเราเป็น...” ใครอีกคนที่ยืนอยู่เอ่ยขึ้นพร้อมกับเดินเข้ามาหา

“พี่เอก” อีกเสียงเรียกไว้ “ไปเร็ว เราสายแล้ว”

“แต่เขา...”

“คนที่โดนคือผม...ไม่ใช่เขาครับ”

เหอะ...

ตลกดี

“ผมไม่เป็นอะไรครับ...ขอโทษอีกครั้งนะครับ” สิ่งที่ทำได้คือเอาน้ำเย็นเข้าสู้ เขาไม่แม้แต่จะอยากเงยหน้าขึ้นไปสบตากับคู่สนทนา

แค่เมื่อกี้ก็พอแล้ว

“แต่เขาก็...”

“พี่เอก”

“ครับ...รู้แล้วครับ” เขาถอนหายใจอย่างจำยอม “ขอโทษแทนน้องชายผมด้วยนะ” น้ำเสียงที่ดูอ่อนโยนเอ่ยออกมาหากแต่ว่าคู่สนทนาไม่ยอมเงยหน้าขึ้นสบตา

ถึงไม่เห็นหน้า...ก็จำได้

เพียงเอกไม่เคยเชื่อเรื่องความบังเอิญ

แต่ตอนนี้...เริ่มเชื่อแล้ว

“ไปเถอะ” เสียงของน้องชายที่เร่งอีกครั้งทำให้เขาละความสนใจจากคนตรงหน้า ทั้งที่อยากจะคุยให้มากกว่านี้หน่อย แต่ทำได้แค่พยักหน้าให้แล้วเดินออกมา

ถ้าเงยหน้าขึ้นมาสบตา

จะจำเขาได้ไหม...

ต้องจำได้สิ...ขนาดเขายังจำได้เลย





“ดีแค่ไหนแล้วที่ไม่โดนว่าอะไรมาก” เสียงของเพื่อนที่ยืนอยู่ข้างตัวดังขึ้น

“เออ ก็คงงั้น” เขาถอนหายใจออกมา “ก็ไม่ได้ตั้งใจ มันเป็นอุบัติเหตุ” ใจจริงก็ไม่อยากบอกหัวหน้า แต่ติดตรงที่เค้กบนรถเละไปสองสามชิ้นเพราะแรงกระแทก

ยังถือว่ามีบุญที่เละแค่นั้น...

“ไปเสิร์ฟน้ำกันเถอะ” เขามองถาดในมือที่มีแก้วค็อกเทลอยู่หลายแก้ว ถ้าหมดเร็วก็เท่ากับเขาได้เวลาพักมากขึ้น ถึงแม้ว่าจะนานขึ้นแค่สิบนาทีก็ตาม

ธีมงานแต่งงานในครั้งนี้จัดเหมือนปาร์ตี้ในผับ แสงสีเสียงที่ละลานตาทำให้เขารู้สึกปวดหัวอยู่หน่อย ๆ แล้วยิ่งต้องมาเดินท่ามกลางผู้คนที่เบียดเสียดไปมายิ่งปวดหัวไปกันใหญ่ ใจจริงจะยืนรออยู่รอบนอกให้แขกเดินมาเอาก็ได้ แต่เจ้านายก็บอกให้คอยเดินเสิร์ฟอยู่ตลอดเพื่อความสบายของแขก

สบายกว่านี้ก็ป้อนให้แล้ว...

“ทางนี้น้อง ทางนี้” พองานเริ่มเข้าสู่ช่วงสนุกจากคนที่เคยแต่งตัวสวยในลุคคุณหนูก็กลายเป็นเจ๊ใหญ่ขึ้นมาทันที ลวดลายที่เอาออกมาจัดว่าเด็ดใช้ได้

ซ้อมเต้นมาเพื่องานนี้โดยเฉพาะรึเปล่าวะเนี่ย...

“อยากไปมากใช่ไหม ไปเลย!!!” เสียงที่ดังสู้เสียงเพลงมาพร้อมกับมือที่เอื้อมมาคว้าค็อกเทลที่วางอยู่บนถาด

อย่าบอกนะว่า...

ซ่าาาาา

ชัดเจน...

“ถ้าอยู่แล้วไม่มีความสุขก็ไป ออกไปเลย!!!!!” ร่างของผู้หญิงที่เริ่มยืนไม่ตรงเอ่ยขึ้นท่ามกลางกลุ่มเพื่อนกลุ่มใหญ่ ดีที่เสียงเพลงดังพอจะกลบสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

แต่มันไม่ควรเกิดขึ้นในงานแต่งงานแบบนี้นะโว้ย!!!

“งี่เง่าว่ะ” คนที่เหมือนจะเป็นแฟนเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่โมโหพอกัน “พูดเองนะ” นิ้วชี้ชี้ตรงมายังร่างของแฟนสาว ก่อนจะหันหลังเตรียมเดินออกมา

“ใครให้ไป ใครให้ไปวะ!!!”

เอ้า...

ก็เมื่อกี้เจ๊ไล่เอง กูอยู่ตรงนี้ กูเป็นพยานได้

“กลับมา กลับมาสิ!!!!!” เสียงเริ่มดังขึ้นเรื่อย ๆ หากแต่ไม่ได้รับความสนใจจากคนที่เดินห่างออกไป

“เห้ยพี่ อย่า!!!!” ทันทีที่เห็นว่าแก้วค็อกเทลถูกหยิบไปเขาก็รีบเอื้อมมือไปรับไว้ก่อนที่จะโดนตัวอีกคน

ปึก!!!

“โอ๊ย!!!” แก้วค็อกเทลที่กระแทกเข้าที่มือเต็ม ๆ พร้อมกับถาดค็อกเทลที่ร่วงลงมาตามแรงโน้มถ่วง เหมือนทุกอย่างหยุดนิ่งทันทีที่สถานการณ์จบลง

เละ...

หมายถึงกูเนี่ย!!!!

“เพราะเป็นแบบนี้ไงเลยไม่มีใครอยากอยู่กับเธอ!” เสียงของผู้ชายตะโกนตามหลัง

“กลับมาคุยกันให้รู้เรื่อง!!!!!” ร่างของผู้หญิงเดินผ่านหน้าเขาไปพร้อมกับเพื่อนที่ขนาบข้าง

และทุกอย่างก็จบลง

จบตรงที่...เขาต้องลุกขึ้นมาพร้อมกับเก็บเศษซากที่หล่นเต็มพื้น

วันนี้แม่ง...ไม่ใช่วันของเขา

ภาพเหตุการณ์ที่อยู่ในสายตาเขามาตลอดเกือบสิบนาทีทำให้คนที่นั่งอยู่อีกฝั่งลุกขึ้น คนที่ไม่ได้รับความสนใจใด ๆ นอกจากเพื่อนร่วมงานที่มาช่วยเก็บเศษแก้ว แขกคนอื่น ๆ ที่เว้นที่ว่างไว้ให้เก็บกวาดได้ง่ายขึ้นซึ่งมันไม่ใช่สิ่งที่ควรจะเป็น อย่างน้อยควรมีใครสักคนเข้าไปช่วยเหลือ หรือแม้แต่เอ่ยคำว่าขอโทษก็ยังดี

แต่ที่เห็น...ไม่มีเลย

“มันไม่ใช่เรื่องของเรา” เสียงของน้องชายดงขึ้น “นั่งเถอะครับ”

“พี่ว่าเขาทำไม่ถูก” เขาไม่ได้หันกลับไปมองหน้าน้องชายที่นั่งอยู่ “เพื่อเห็นไหม...ไม่มีใครช่วยเขาเลย”

“เพราะมันไม่ใช่เรื่องของพวกเขา”

“นั่นคือเหตุผลเหรอครับ?”

“เรื่องมันจบไปแล้ว ปล่อยให้จัดการกันเอง”

“…”

“ถ้าไม่เอาตัวเข้าไปยุ่ง...ก็จะไม่มีปัญหา”

“แค่เข้าไปช่วยพี่มองว่ามันไม่ใช่ปัญหา”

“แล้วพี่เอกสามารถเข้าไปช่วยทุกคนที่เป็นแบบนี้ได้ไหม?”

“…”

“เรื่องบางเรื่องปล่อยผ่านไปบ้างก็ได้”

“…”

“มันไม่ใช่เรื่องของเรา”

วนกลับมาที่ประโยคเดิม

ประโยคที่ทำให้เพียงเอกเลือกที่จะเงียบ สายตายังคงจับจ้องกับภาพตรงหน้า คงทำงานต่อไม่ได้เพราะเสื้อเปียกค็อกเทลเกือบครึ่ง ไหนจะมือที่โดนแก้วปาเข้าใส่อย่างจัง

แค่เห็น...ยังรู้ว่าเจ็บ

“เลิกสนใจได้แล้วครับ”

“พี่จะไปเข้าห้องน้ำ”

“ผมไปด้วย”

“เพื่อครับ”

“…”

“รออยู่ตรงนี้...เดี๋ยวพี่กลับมา” เขาสบตากับน้องชายที่ทำท่าจะลุกขึ้นเดินตาม “บอกว่าจะไปเข้าห้องน้ำ...ก็คือห้องน้ำจริง ๆ ครับ”

ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่ถูกระแวงทุกการกระทำ

เพียงเอกคนนี้...ไม่มีอิสระเลย

“ครับ” เพื่อรับคำ “ผมคงไม่พูดย้ำ”

“พี่รู้ครับ”

“…”

“ก่อนจะทำอะไร...พี่จะคิดเยอะ ๆ”

“…”

“ไม่ให้เสียมาถึงเพียงพิภพแน่นอน”

“…”

“ไม่ต้องเป็นห่วงเลย”



เลอะเทอะเปรอะเปื้อน...

ภาพสะท้อนตัวเองในกระจกดูไม่จืดเอาซะเลย เสื้อผ้าส่วนสีขาวเปื้อนค็อกเทลจนใส่ต่อไม่ได้ มือที่โดนแก้วค็อกเทลเต็มแรงเหมือนจะเริ่มปวดหน่อย ๆ ทุกอย่างเกิดขึ้นพร้อมกันจนอยากจะสบถออกมาดัง ๆ

ถ้าไม่ติดว่าทำงานคงทำไปแล้ว

ซ่าาาา

มือทั้งสองถูวนสายน้ำที่ไหลออกมา ภาพตรงหน้าทำให้นึกสมเพชตัวเอง ทั้งที่ความจริงถ้าออกมาเร็วกว่านั้นเรื่องก็คงไม่เป็นแบบนี้ มัวแต่ยืนซื่อบื้อทำอะไรก็ไม่รู้

โง่...

“น้ำจะท่วมอ่างแล้วครับ” เสียงที่ดังขึ้นทำให้หลุดออกจากความคิด สายตาจ้องมองไปยังกระจกที่สะท้อนร่างของอีกคนที่พึ่งเดินเข้ามา

“ขอโทษครับ เชิญครับ” เขารีบปิดน้ำแล้วหลีกทางให้ทันที

จริง ๆ อ่างข้าง ๆ ก็ยังว่าง

“เปล่าครับ” เขารีบส่ายหน้าทันที “นี่ครับ” ผ้าเช็ดหน้าสีขาวสะอาดยื่นให้คนตรงหน้า 

“ครับ?”

อะไรวะ...

“หน้าเปื้อน” นิ้วชี้ลงบนหน้าของตัวเองเพื่อให้เห็นตำแหน่ง “ถ้าไม่เช็ดเดี๋ยวจะเหนียวนะ”

“อ่อ…ครับ” เขารับคำก่อนจะหมุนตัวไปเปิดก๊อกน้ำอีกครั้ง 

การกระทำทุกอย่างอยู่ในสายตาของเพียงเอกที่ไม่รู้ว่าคนตรงหน้ากำลังทำอะไรอยู่ เขามองผ้าเช็ดหน้าในมือที่ยังคงอยู่ที่เดิม 

ทำไมล่ะ...หรือมันแปลก?

“ไม่มีแล้ว” คนที่ผ่านการล้างหน้าจนสะอาดหันกลับมาหาเขาพร้อมใบหน้าที่เปียกน้ำ “ขอบคุณที่บอกนะครับ”

“ไม่เช็ดหน้าหน่อยเหรอ”

“เช็ดก็ได้” ทิชชูที่อยู่ไม่ไกลมือถูกดึงออกมาหลายแผ่น

“นั่นมันกระดาษเช็ดมือ”

“เช็ดหน้าได้เหมือนกัน แผ่นหนาดีด้วยนะ”

“…”

ก็รู้...แต่ไม่เคยทำ

“ถ้าไม่มีอะไรแล้วผมขอออกไป...”

“เมื่อกี้เจ็บรึเปล่า” ถามออกไปทั้งที่พอจะรู้คำตอบ “โดนแก้วบาดรึเปล่าครับ”

“เห็นด้วยเหรอ” แปลกใจไม่น้อยที่จู่ ๆ ถามขึ้นมาแบบนี้ เขาไม่คิดว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะได้รับความสนใจจากใคร “ไม่เป็นอะไรมากหรอก”

“ปวดมือไหม”

“อ่า...ก็นิด ๆ แต่ไม่เป็นอะไรมาก”

“ขอผมดูหน่อย” ไม่พูดเปล่า ขาทั้งสองข้างก้าวเข้ามาอย่างรวดเร็วจนทำให้คนที่ยืนอยู่เผลอถอยหลัง

“ดู…ดูทำไมครับ”

ไม่เห็นจะต้องสนใจอะไรขนาดนั้น...แค่ถามก็รู้สึกแปลกใจมากพอแล้ว

“เผื่อโดนเศษแก้ว...ไม่ก็ช้ำ”

“ผมไม่เป็นไร”

“ขอผมดูครับ” เพียงเอกย้ำความต้องการเดิมก่อนจะยื่นมือไปตรงหน้า เขาไม่ได้จะทำอะไร แค่อยากดูให้แน่ใจว่าไม่เป็นอะไรอย่างที่ว่าจริง ๆ

ดูภายนอกก็น่าจะดื้อเอาเรื่อง

“คนที่ทำฝากคุณมาดูผมรึไง”

“เปล่าครับ...ผมมาเอง” เขาสบตาคนตรงหน้า น้ำเสียงต่างกับวันฝนตกลิบลับ แววตาที่ฉายแววขี้เล่นในตอนนั้นกลับกลายเป็นแววตาที่ไร้อารมณ์

จำเขาไม่ได้เลยเหรอ...แค่สักนิดก็ยังดี

“ผมไม่เป็นอะไรครับ”

“ให้ผมดู...ผมจะรู้เองว่าคุณเป็นหรือไม่เป็น”

“บอกว่าไม่เป็นก็คือไม่เป็น” เริ่มรู้สึกรำคาญ จะเดินออกไปก็ไปไม่ได้เพราะเล่นยืนปิดทางออกไว้ซะขนาดนั้น “ผมจะกลับไปทำงานต่อ ขอทางหน่อยครับ”

“จะไปทำงานด้วยชุดแบบนี้เหรอครับ”

“ชุดแบบนี้มันยังไง” 

“มันเปื้อน”

“แล้วให้ทำยังไง...ผมมีชุดเดียว” เสียเวลาไปกี่นาทีกับการพูดกับใครก็ไม่รู้ในเรื่องไม่เป็นเรื่อง “ถ้าไม่ทำงานผมก็ไม่ได้ค่าจ้าง”

มันคือความจริง...และความจริงมันโหดร้าย

“ไม่มีชุดให้เปลี่ยนเหรอครับ”

“ถ้าเป็นวันปกติที่ไม่มีงานแบบนี้ก็คงมีให้เปลี่ยน”

“วันนี้งานใหญ่ชุดเลยไม่มีสำรองสินะ”

“ครับ”

เข้าใจแล้วก็รีบ ๆ ถอยสักที

“งั้นผมขอดูมือคุณก่อน แล้วผมจะ...”

“ทำไมเซ้าซี้จังวะ” หลุดออกมาจนได้ “จะขอดูไปทำไม มันไม่ได้เป็นอะไรมาก อีกอย่างผมไม่ได้เป็นอะไรกับคุณ เราไม่ได้รู้จักกัน”

เรารู้จักกันแล้วไง...ยังจำได้อยู่เลยว่าชื่ออะไร

“ขอทางครับ”

“ขอผมดูนะ”

“อะไรนะ?”

เมื่อกี้พูดว่าอะไรนะ

“ให้ผมดู”

“…”

“ให้ผมเห็นว่าคุณไม่เป็นอะไรจริง ๆ” เขายังย้ำชัดในความต้องการแรก ที่เดินมาถึงนี่ก็เพื่อสิ่งนี้ “น้องชายผมเป็นหมอ...ผมพอจะรู้เรื่องอยู่บ้าง”

“แค่โดนนิดหน่อย”

“แต่มันก็เจ็บไม่ใช่เหรอครับ”

“…”

“ไม่ว่าจะเจ็บมากหรือเจ็บน้อย...ก็เจ็บเหมือนกัน”

“ถ้าให้ดูก็จบใช่ไหม” ถามตัดรำคาญ ในเมื่อยืนยันชัดเจนขนาดนั้นก็คงขัดไม่ได้

“ครับ”

“อะ” ยื่นมือให้ดูอย่างจำยอม ในหัวมีแค่ทำให้มันจบ ๆ ไปเขาจะได้กลับไปทำงานสักที 

“ช้ำอยู่นะ” เพียงเอกมองมือของคนตรงหน้าที่มีรอยช้ำบาง ๆ ให้เห็น ผ่านไปสักพักคงเห็นชัดกว่านี้ “แล้วบอกว่าไม่เป็นอะไร...ดูก็รู้ว่าเจ็บ”

“พอใจแล้วใช่ไหม ผมจะได้ไปทำงานต่อ”

“ต้องทายานะครับ”

“เอาไว้ก่อน เดี๋ยวค่อยทา”

“อยากไปทำงานแล้วใช่ไหม” หัวเราะออกมาทั้งที่ไม่รู้ว่าตลกอะไร อาจเพราะท่าทางของคนตรงหน้าที่ดูอยากจะออกจากห้องน้ำเต็มทน

โอเค...ให้ไปก็ได้

หายห่วงแล้ว

“อย่าลืมทายานะครับ”

“รู้แล้วน่า”

ครั้งเดียวก็พอแล้ว ไม่ต้องย้ำ



งานดำเนินไปใกล้จะจบทำให้แขกในงานเริ่มทยอยกลับ หลังจากที่กลับเข้ามาก็ไม่เห็นเด็กเสิร์ฟคนนั้นอีกเลย อาจเพราะมัวแต่ทักทายคนรู้จักจนไม่มีเวลานั่งดูอะไร รู้ตัวอีกทีก็ตอนที่เสียงพิธีกรกล่าวขอบคุณแขกที่มาร่วมงาน

“เพื่อจะกลับบ้านกับพี่ไหมครับ” เขาหันไปถามน้องชายที่พึ่งคุยกับคนข้างตัวเสร็จ ตอนนี้เป็นเวลาสี่ทุ่มเกือบห้าทุ่ม ถ้ากลับบ้านจะถึงเร็วกว่ากลับไปที่คอนโด

“ไม่ครับ ต้องกลับไปทำงานต่อ เอาแฟ้มทิ้งไว้ที่คอนโด”

“ดึกแล้ว ไว้ทำต่อพรุ่งนี้ก็ได้”

“ผมต้องทำวันนี้ครับ”

“งั้นเดี๋ยวพี่ไปส่งเพื่อก่อน” 

“ผมบอกให้คนขับเอารถอีกคันมารับแล้ว พี่เอกจะได้ไม่ต้องอ้อมไปมา”

“อ่า…โอเคครับ” ในเมื่อน้องพูดมาแบบนี้ก็คงจะไม่ถามอะไรต่อ “กลับดี ๆ ถ้าคืนนี้ทำงานไม่ไหวก็ไม่ฝืนนะครับ”

“อืม พี่เอกก็กลับได้แล้ว”

“…”

“พรุ่งนี้มีประชุมที่บริษัทสิบโมง...จำได้ใช่ไหมครับ”

“ครับ...พี่จำได้” รอยยิ้มปรากฏออกมา

จะจำไม่ได้ได้ยังไง...เลขาแจ้งมาตั้งแต่เมื่อกลางวัน

“งั้นแยกกันตรงนี้นะครับ...ผมให้คนขับไปจอดรออีกประตู”

“ครับ...เจอกันพรุ่งนี้”

ประโยคทิ้งท้ายก่อนที่จะแยกกันหน้าประตูที่แยกทางเดินออกเป็นสองทาง เพียงเอกหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเช็กข้อความต่าง ๆ ก่อนจะกดพิมพ์ข้อความลงกลุ่มแล้วเก็บใส่กระเป๋าเหมือนเดิม

ข้อความที่ขึ้นมาก็มีแต่ปฏิทินเตือนความจำกับอีเมลขยะ


เพียงพิภพ (5)



22:42 กำลังกลับบ้านครับ



กุญแจรถคันหรูถูกหยิบขึ้นมาก่อนจะมีเสียงสัญญาณดังให้รู้ว่าปลดล็อกรถแล้ว วันนี้เพียงพิภพมาแค่สองคนเพราะคนอื่น ๆ ติดธุระ จริง ๆ ก็ขี้เกียจมา แต่ปล่อยให้เพื่อมาคนเดียวก็จะดูแปลก ๆ

ทันทีที่ประตูปิดลงสูทที่ใส่อยู่ก็ถูกโยนออกไปจากตัวทันที กระดุมคอถูกปลดออกเพื่อให้หายใจสะดวกมากขึ้น เวลาใส่เสื้อผ้าแบบนี้แล้วดูไม่เป็นตัวเองยังไงชอบกล

เพียงเอกชอบเสื้อยืดกางเกงสามส่วนมากกว่าชุดเรียบร้อยแบบนี้

ทั้งที่ควรจะขับรถออกไปแต่เขาเลือกที่จะนั่งนิ่ง ๆ แล้วเปลี่ยนคลื่นวิทยุไปเรื่อย ๆ อย่างไร้จุดหมาย ความสุขเล็ก ๆ ของเพียงเอกคือการได้ขับรถโดยฟังเพลงจากวิทยุที่ไม่สามารถเลือกเพลงเองได้ มันคลาสสิคแบบบอกไม่ถูก บางครั้งชีวิตก็ต้องการอะไรที่ไม่ได้อย่างใจบ้าง

จะให้ตรงใจไปทุกเรื่องก็ดูจะน่าเบื่อเกินไป

เพลงของนักร้องชื่อดังที่แค่ฟังเสียงท่อนแรกก็รู้ทันทีว่าเป็นเพลงของใคร เขาชอบฟังเพลงยุค 90 มากกว่าเพลงปัจจุบัน อาจเพราะเพลงในสมัยนั้นมีเนื้อหาที่ชัดเจน ไม่ต้องตีความมากมาย หรืออาจเพราะเขาเกิดมากับเพลงยุคนั้นเลยชินมากกว่า

อีกสักพักค่อยกลับ...ขอฟังเพลงนี้ให้จบก่อน

เพลงที่เล่นไปเรื่อย ๆ กับภาพตรงหน้าที่มีรถเคลื่อนผ่านไปคันแล้วคันเล่าดูไปก็เพลินดีเหมือนกัน เขาปรับเบาะเอนลงเล็กน้อยก่อนจะทิ้งตัวนอนเพื่อคลายความเหนื่อยล้า มองไปอย่างไร้จุดหมายก่อนจะหยุดลงที่ประตูบานเล็กที่เปิดออกพร้อมกับร่างของคนในชุดไปรเวทที่เดินออกมา

ความบังเอิญมีอยู่จริงใช่ไหม...

รถเริ่มขยับทันทีที่ร่างของคนข้างนอกเดินผ่านออกไป เขาขับรถออกไปพร้อมกับสายตาที่จับจ้องไม่ให้คลาดสายตา ไม่ได้ตั้งใจจะสะกดรอยตาม 

ถึงจะดูเหมือนใช่ก็ตาม

รถจอดลงข้างทางเมื่อคนที่อยู่ในสายตานั่งลงตรงป้ายรอรถเมล์ ถึงจะขึ้นรถเมล์ในไทยไม่กี่ครั้งแต่ก็พอจะเดาได้ว่าเวลาแบบนี้น่าจะมีรถน้อยที่ผ่านมา หรืออาจจะไม่มีอีกเลย

แล้วถ้าเป็นอย่างหลัง...จะเป็นยังไงต่อ

ความคิดทุกอย่างจบลงตรงที่เขาตัดสินใจลงจากรถแล้วเดินตรงไปยังป้ายรถเมล์ แปลกดีเหมือนกันที่ทุกครั้งการเจอกันก็จะจบลงตรงนี้ แม้ว่าครั้งนี้จะเป็นเขาเองที่ตั้งใจตามมา

ไม่มีคำพูดทักทายใด ๆ หลุดออกมา มีเพียงสายตาที่หันมามองเพียงเสี้ยววิก่อนจะเบนหน้ามองไปทางอื่น เพียงเอกนั่งลงตรงที่ว่างห่างจากอีกคนสองเก้าอี้ เหม่อมองออกไปไกลอย่างไร้จุดหมาย

ความเงียบที่เข้ามาปกคลุมไม่ได้ทำให้รู้สึกอึดอัดอย่างที่ควรจะเป็น แวบหนึ่งที่เหมือนฝันลอบมองคนข้างตัวที่นั่งเงียบไม่พูดอะไร เสื้อผ้าหลุดรุ่ยดูไม่เรียบร้อยเหมือนอย่างเคย ใบหน้าที่ไร้อารมณ์มองรถขับผ่านไปมาอยู่อย่างนั้น

ราวกับรูปปั้น

ความสงสัยเกิดขึ้นเมื่อเห็นรถคันหรูจอดห่างป้ายรถเมล์ไม่ไกล ดูแล้วก็ไม่น่าจะเป็นรถของใครนอกจากคนที่นั่งอยู่กับเขา และถ้าเป็นอย่างนั้นเหตุผลที่คนนี้นั่งอยู่ตรงนี้คืออะไร

ไม่เข้าใจอะไรสักอย่าง

ปล่อยให้เวลาล่วงเลยไปไม่นานรถเมล์รอบสุดท้ายก็มาถึง เขาลุกขึ้นพร้อมกับโบกมือเพื่อให้คนขับเห็นว่ายังมีเขารออยู่ตรงนี้ 

ทุกการกระทำอยู่ในสายตาของเพียงเอกตั้งแต่แรก ประตูรถเมล์ปิดลงพร้อมกับสายตาที่หันมามองเขาอีกครั้ง เพียงเสี้ยววินาทีที่สบตารอยยิ้มบาง ๆ ก็ปรากฏขึ้น เขาค่อย ๆ ลุกขึ้นหลังจากที่รถเมล์เคลื่อนตัวออกไป

ง่วง

อยากนอนแล้ว

ใช้เวลาบนท้องถนนไม่นานก็กลับมาถึงบ้าน ประตูบานใหญ่เปิดออกพร้อมกับร่างของอีกคนที่เดินลงมาจากชั้นสองของบ้าน ใบหน้าดูอิดโรยเหมือนไม่ได้พักผ่อนอย่างเต็มที่

ไม่ใช่ครั้งแรกที่เคยเห็น

ไม่ว่ากี่ครั้ง...ก็ไม่อยากเห็นสักครั้ง

“กลับมานอนบ้านเหรอนันต์” คำทักทายของพี่ใหญ่สุดในบ้านเอ่ยถามน้องคนกลาง ไม่บ่อยนักที่จะเจอนันต์ที่บ้าน ส่วนมากก็เจอกันเวลาไปงานสังคม

“มาเอาของ” คำตอบไม่ได้ผิดไปจากที่คาดไว้ “พึ่งกลับมาเหรอ”

“ครับ...ไม่สนุกเลย”

น่าเบื่อมาก

“อืม…ก็ไม่แปลกใจ” เอกอนันต์พยักหน้า “พ่กผ่อนเถอะครับ”

“แล้วนันต์มายังไง”

“แท็กซี่”

“ให้พี่ไปส่งที่หอไหม...นี่ก็ดึกแล้ว” เขาดูนาฬิกาข้อมือที่เริ่มเข้าสู่วันใหม่ “แท็กซี่ตอนนี้น่าจะหายาก เดี๋ยวพี่ไปส่ง”

เหนื่อยก็ส่วนเหนื่อย...แต่เป็นห่วงมากกว่า

“ไม่เป็นไร...พี่เอกพักเถอะ”

“พี่ไม่เป็นไรครับ” เขายิ้ม “ไม่ค่อยได้นอนเลยใช่ไหมช่วงนี้”

“อืม…ก็ประมาณนั้น” เขาพ่นลมหายใจออกมา “ขึ้นเวรเยอะ ตารางแน่น”

“ใกล้จะจบแล้ว...อีกไม่กี่เดือน”

“ครับ”

“ถ้าเหนื่อย...ก็กลับมาหาพี่นะ”

“ครับ” รับคำสั้น ๆ เพราะไม่รู้จะตอบกลับว่ายังไง

“ปะ…เดี๋ยวพี่ไปส่ง” เขายืนยันความต้องการเดิมอีกครั้ง ขับรถในเวลาแบบนี้ไม่เหนื่อยเท่าเวลาปกติ “นันต์จะได้นอนพักสักงีบ”

“ครับ” รู้อยู่แล้วว่านิสัยของพี่คนโตเป็นยังไง หลายครั้งที่ต้องยอมเลยตามเลยเพราะรู้ว่าพูดไปก็ไม่ชนะอยู่ดี “ตามใจพี่เอกเลย”

เพียงเอกมองร่างของน้องชายที่เดินนำเขาออกไปที่โรงรถ ร่างกายดูซูบลงจากครั้งสุดท้ายที่เจอกัน เป็นแบบนี้จะไม่ให้เขาเป็นห่วงได้ยังไง เขาเชื่อว่าไม่ว่าใครที่เห็นสภาพของนันต์ตอนนี้ก็คงไม่ปล่อยให้กลับไปคนเดียว

ให้เขาไปส่ง...อย่างน้อยก็ได้งีบหลับ

“ปรับเบาะเอนได้เลยนะ เดี๋ยวถึงแล้วพี่ปลุก” 

“ครับ”

ไม่มีประโยคใด ๆ เอ่ยออกมาอีก ร่างของว่าที่คุณหมอขยับตัวให้นอนสบายก่อนที่ดวงตาทั้งสองจะค่อย ๆ หลับลง ความเหนื่อยล้าจากการขึ้นเวรติดต่อกันทำให้ช่วงนี้รู้สึกร่างกายไม่เต็มร้อยเท่าที่ควร

รู้ตัวทุกอย่าง แต่ไม่รู้ทางแก้

ให้หยุดเพื่อรักษาตัว...คงทำไม่ได้

“พี่เอก”

“ครับ” 

นึกว่านอนหลับไปแล้ว

“ช่วงนี้เป็นยังไงบ้าง”

“เรื่องไหนครับ”

“เรื่องไหนก็ได้”

“ยากจัง” เขาหัวเราะเบา ๆ “เรื่อย ๆ ไม่มีอะไรน่าตื่นเต้นหรอก”

“ที่บริษัทเป็นยังไงบ้าง”

“ดีครับ...เพื่อจัดการทุกอย่างเลย” 

ทุกอย่างที่ผ่านน้องออกมาดีเสมอ

“แล้วพี่เอกล่ะ”

“ก็เข้าประชุมกับเพื่อทุกครั้ง...แต่เพื่อจะตัดสินใจได้ดีกว่า”

“อืม”

“แล้วนันต์ล่ะ...มีติดขัดตรงไหนไหม มีค่าใช้จ่ายตรงไหนที่ต้องขอเพิ่มไหมครับ”

“ยังครับ” ถึงมีมันก็ไม่ได้มากถึงขนาดที่เขาจะต้องขอเบิกเพิ่ม 

“ถ้ามีก็บอกพี่นะ”

“พี่เอก”

“ครับ?”

“อยู่ที่โรงพยาบาลกับหอพักแพทย์”

“…”

“อยากมาหาเมื่อไหร่ก็มา” เขาไม่ว่างกลับมาบ้านก็จริง แต่ถ้าใครอยากจะไปหาเขาก็หาเวลาออกมาเจอได้ “มากินข้าวแล้วกลับก็ได้”

“นันต์เหงาเหรอ”

“ผมหมายถึงพี่เอก”

“พี่โอเคครับ”

ก็พูดแบบนี้ทุกที

ไม่ได้โง่ที่จะดูไม่ออก

“นอนต่อไหม”

“ไม่ละ...ไม่ง่วงแล้ว” เขาปรับเบาะขึ้นมาก่อนจะเอื้อมมือไปปรับอุณหภูมิแอร์ 

“หนาวเหรอ...ปกตินันต์เปิดอุณภูมินี้”

“แต่ไม่ใช่อุณหภูมิพี่เอก” ตอบก่อนจะเปลี่ยนจุดวางสายตาไปที่ท้องถนนตรงหน้า 

“ถึงตอนนี้แล้ว...นันต์ยังอยากเป็นหมออยู่ไหมครับ” คำถามที่ไม่ต้องตีความอะไรมากมาย เพราะเขาต้องการรู้แค่ว่าน้องยังรู้สึกเหมือนเดิมอยู่ไหม

ยังจำภาพวันที่เอกอนันต์เดินเข้ามาหาเขาพร้อมกับผลสอบได้อยู่เลย

แววตาของน้องในวันนั้น...ไม่เคยลืมเลย

“อืม…เหมือนเดิม” เขาหัวเราะออกมา แม้ว่าระหว่างทางมันจะเหนื่อยมาก แต่ก็เป็นความเหนื่อยที่คุ้มค่า “พี่เอกถามคำถามนี้บ่อยนะครับ”

“พี่ไม่อยากให้เราฝืนกับอะไรที่เราไม่ชอบ”

“ไม่เคยฝืน...ถ้าไม่ชอบผมก็ไม่ทำ”

“เอกอนันต์ตัวจริง” เขาหัวเราะ

“ตอนที่ได้ช่วยหลายคนให้หายจากความเจ็บปวด...มันมีความสุขมาก”

“…”

“ต่อให้เหนื่อยแทบตาย มันก็คุ้ม”

“…”

“ตั้งแต่วันนั้นก็รู้ความหมายของชีวิต”

“…”

“อยากช่วยคนไข้ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้”

“ดีใจที่ได้ยินแบบนี้นะ” เขาดีใจมากจริง ๆ 

ในบรรดาน้อง ๆ ทั้งสี่ เอกอนันต์เป็นคนเดียวที่อยู่ในช่วงชีวิตของเขาแทบทุกตอน ตั้งแต่น้องยังเด็กจนตอนนี้กำลังจะกลายเป็นว่าที่คุณหมอ ทุกพัฒนาการที่ผ่านไปอยู่ในความทรงจำของพี่ใหญ่อย่างเพียงเอกเสมอ ถึงแม้จะไม่ได้อยู่ด้วยกันบ่อยเหมือนในอดีต แต่ก็เป็นเพียงคนเดียวที่เขาสามารถพูดคุยได้อย่างไม่ต้องคิดอะไร

“อยากให้หาให้เจอนะครับ”

“…”

“อะไรที่ชอบจริง ๆ”

“…”

“ฝืนทำตลอดไปไม่ได้”

“…”

“วางได้ก็วางลง”

“โตขึ้นเยอะเลยนะเรา” เขายิ้มออกมา มือที่จับพวงมาลัยรถอยากจะเอื้อมไปลูบศีรษะอย่างนึกเอ็นดู แต่ก็ทำได้แค่คิด เพราะเราโตเกินกว่าที่จะแสดงออกแบบนั้น

กอดน้อง ๆ ครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่...จำไม่ได้เลย

ไม่สิ...ถ้ามีใครถามว่าเพียงพิภพกอดกันครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่

คงไม่มีใครตอบถูก




เที่ยงคืนครึ่งแต่ร้านอาหารหน้าปากซอยยังคงคึกคัก แทนที่จะได้กลับเข้าหอไปพักผ่อนแต่กลับต้องมานั่งในร้านอาหารตามสั่งเพียงเพราะคำขอร้องที่ปฏิเสธไม่ได้

“หน้าหงิกมาแต่ไกล” คนที่พึ่งเดินเข้ามาในร้านหัวเราะออกมาทันทีที่เห็นหน้าเพื่อนสนิท “วันนี้งานหนักเหรอ”

“เออ หนักมาก” เขาตอบก่อนจะหยุดสายตาลงที่ชุดของคนตรงหน้า “กางเกงนี่สั้นกว่านี้ได้อีกไหมวะ แล้วเสื้อนี่จะคอกว้างไปไหน”

“บ่นทุกครั้งไม่เบื่อรึไง” แบร์ตอบกลับก่อนจะนั่งลงตรงข้าม “แล้วนี่กินอะไรมารึยัง...เดาว่ายัง”

“สมกับเป็นเพื่อนสนิท” ฝันยิ้มกว้าง “จริง ๆ ว่าจะไม่กินแล้ว...แต่กลิ่นมันยั่วยวนมากเลยว่ะ”

“สั่งดิ...หิวเหมือนกัน”

“ทำไมวันนี้กินดึกวะ ปกติไม่เห็นกินเวลานี้”

“ความหิวมันไม่เลือกเวลาหรอก"

“อะ...เถียงไม่ได้ด้วย”

“ข้าวหมูกระเทียมไข่ดาวใช่ไหม”

“ใช่เหรอ”

“ใส่กระเทียมเยอะ ๆ”

“รู้ใจที่สุดเลยยยยยยยยยยย” 

“แน่นอน นี่ใคร” แบร์ยิ้มก่อนจะยื่นเมนูให้พนักงาน “ไหน วันนี้เป็นยังไงบ้าง...เล่าให้ฟังหน่อย”

“ขอหยาบได้ป่ะ”

“ตามสะดวก”

“โคตรเฮงซวยยยยยยยยยยย!!!” สุดจะทน อยากระบาย “คือมาได้ทันเวลามากอะ กูต้องการระบาย วันนี้มันแม่งโคตรแย่ พังไปหมด”

“ยังไง” แบร์สบตาคนตรงหน้าที่ดูมีอารมณ์กับเรื่องที่จะเล่าออกมา

“คือวันนี้มันงานใหญ่ วุ่นวาย ต้องทำเยอะไปหมด แล้วกูเอารถเข็นไปชนใส่คนที่มาร่วมงาน...ก็โดนด่าแหละ แต่ด่าแบบผู้ดี” ไม่รู้จะอธิบายยังไงให้เข้าใจ

ไม่มีคำหยาบ...แต่เจ็บมากเลย

“พอกูไปเดินเสิร์ฟค็อกเทลก็ดันไปเจอแฟนทะเลาะกัน พังสิครับ แก้วเขวี้ยงมาโดนมือกูเต็ม ๆ เลย” พูดพร้อมกับยื่นมือไปให้คนตรงหน้าดู

ต้องฟ้อง แบบนี้ต้องฟ้อง!!!!

“ช้ำเลยนะ” แบร์จับมือพลิกไปมา “เอามือไปขวางล่ะสิ”

“เออ ตัวมันไปเอง” ฝันตอบ “มันควรจบแค่นั้นแหละ แต่ยังมีแปลกกว่านี้อีกนะ”

“ยังไง”

“คนที่กูเล่าว่ากูไปชนเขาอะ ตอนนั้นมีอีกคนอยู่ด้วย แล้วเหมือนอีกคนเขาเห็นเหตุการณ์ตอนโดนขว้างแก้ว ไม่รู้จิตวิญญาณอะไรเข้าสิง ตามมาถามถึงห้องน้ำว่ากูเป็นอะไรไหม เจ็บมือรึเปล่า”

“ตามมาเลยเหรอ?”

“เออ…ถ้าจะเรียกว่าบังเอิญก็ได้มั้ง กูไม่รู้” ไม่รู้ว่าตามมาหาหรือบังเอิญเจอจริง ๆ

“เขาเป็นใคร”

“กูไม่รู้จักหรอก” 

“ไม่คุ้นหน้าเหรอ”

“จริง ๆ ก็คุ้น...แต่นึกไม่ออก”

“อาจจะเคยเจอ เคยเห็นผ่านตา”

“ไม่รู้ดิ...แต่แปลกคนดี” ยังจำภาพสุดท้ายที่ขึ้นรถเมล์ได้อยู่เลย “ช่างเถอะ คงไม่มีอะไรซวยเท่าวันนี้อีกแล้ว”

“งั้นอยากได้โชคไหม”

“โชคอะไรวะ”

“หัวก้อย” แบร์หยิบเหรียญในกระเป๋าออกมา เกมเสี่ยงดวงที่ชอบเล่นกันเองในกลุ่ม “ถ้าออกอะไร...คนที่เลือกเลี้ยงข้าว”

“วันนี้กูดวงตกอะ...ไม่เล่นได้ป่ะวะ”

“ใจหน่อยดิ”

“เออ…กูเอาก้อย”

เหรียญในมือถูกดีดขึ้นไปก่อนจะตกลงมาบนฝ่ามือ เป็นรอบที่เท่าไหร่แล้วไม่รู้ที่เล่นเกมนี้ด้วยกัน และเพราะมันบ่อยจนชินเลยรู้ว่าครั้งนี้เหรียญบนฝ่ามือออกอะไร

พลิกมืออีกฝั่งก็จบ

“หัวว่ะ”

“เชี่ยยยยย จริงป่ะเนี่ย” คนที่เลือกก้อยร้องเสียงหลง “มื้อนี้กินฟรีอะดิ”

“เออ”

“ฮืออออออ ขอบคุณพระเจ้า” ฝันยกมือไหว้ท่ามกลางผู้คนที่นั่งรอบข้าง สายตาคนอื่นช่างมัน วันนี้ได้กินฟรีเป็นพอ “งั้นมื้อนี้ฝากตัวด้วยนะครับเพื่อนแบร์”

“กินไปเลย...พูดมาก” แบร์หัวเราะออกมาก่อนจะดันจานข้าวที่พึ่งมาถึงไปตรงหน้า

“วันนี้อาหารในงานน่ากินมาก...เสิร์ฟไปท้องร้องไป”

“ไม่ได้กินเลยเหรอ”

“เออ ยุ่งด้วยแหละ โคตรวุ่นวาย”

“สักวันอาจจะเป็นงานของฝันก็ได้”

“ตลกแล้ว” เขาเอ่ย “เป็นไปไม่ได้หรอก”

“จะไม่แต่งงานเหรอ”

“เปล่า”

“…”

“หมายถึงคงจัดงานระดับนั้นไม่ได้”

“ทำไมคิดแบบนั้นล่ะ”

“ไม่อยากฝันไปไกลว่ะ”

“…”

“คนที่ตั้งชื่อนี้ให้กูก็บอกแบบนั้น”

“…”

“เหมือนฝัน”

ฝันที่สักวันก็ต้องตื่น





--------------------------------

สักวันคงจะเจอกันแบบ 'ถูกที่ ถูกเวลา'


1 คอมเม้นท์แทนกำลังใจที่ยิ่งใหญ่

เวลาเปิดเรื่องใหม่ทีไรรู้สึกตื่นเต้นทุกที

กลัวคนอ่านไม่ถูกใจ T_T


หวังว่าทุกคนจะรักครอบครัวเพียงพิภพนะคะ :)


เล่นแท็กกันเร็วววว #เพียงพิภพ

รออ่านอยู่นะ ฮิ_ฮิ 


มีทวิตเตอร์แล้วนะรู้ยังงงง @perlinawriter ตามไปฟอลโล่กันนนนนนน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 244 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

631 ความคิดเห็น

  1. #580 baekbow (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2563 / 19:23
    คุณเอกนี่ทำตัวเหมือนพ่อป่ะหรือยังไง สัมผัสได้ถึงความเทคแคร์ทุกคน ใส่ใจคนอื่นไปหมด ใส่ใจแบบเกินเบอร์ไปเลยอ่ะ มีใครที่ไหนจะตื๊อคนอื่นขนาดนั้น แถมยอมให้น้องบงการด้วย คือดูเป็นคนสุดโต่งอ่ะ โตมายังไงเอางี๊ก่อน
    #580
    0
  2. #558 rampaithepthongk (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 กันยายน 2563 / 16:31
    แล้วคุณเอกไม่บอกล่ะว่าเคยเจอกันแล้วทำไมจำกันไม่ได้เลยเหรออะไรจะขี้ลืมปานนั้น
    #558
    0
  3. #528 Sunflower.W (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2563 / 02:02
    ฉันอึดอัดไปหมด อ่านไปกำมือไป อยากให้ทั้งสองคนได้มีความสุขสักที ขมุกขมังมากกก
    #528
    0
  4. #506 พฤหัสที่ห้า (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2563 / 00:36
    แต่เพียงพิภพแปลกมาก เรารู้สึกอึดอัดแทน อยากให้เจอกันแบบถูกที่ ถูกเวลาแล้วว แล้วก็ที่บรรยายแววตาน้องในวันนั้นกับวันนี้เราสะอึกเลย วัยเรียนก้าวเข้าสู่วัยทำงาน
    #506
    0
  5. #505 พฤหัสที่ห้า (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2563 / 00:34
    ชอบความเป็นเพื่อนของสองคนนี้จังค่ะ เสี่ยงโชคแล้วพลิกอีกมือคือทัชใจเรามากเลย
    #505
    0
  6. #377 senine (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2563 / 03:46

    ให้นะคะ
    #377
    0
  7. #349 warunchaya klumsum (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2563 / 08:34
    ความสัมพันธ์ของพี่น้องแปลกมาก อยากรู้ว่าอะไรคือจุดที่ทำให้เป็นแบบนี้
    #349
    0
  8. #52 manejanb (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2562 / 18:07

    รออออ...
    #52
    0
  9. #51 jogod (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2562 / 14:02
    ยังจะติดตามความแปลกของความสัมพันธ์ของเพียงพิภพค่ะ พี่เอกดูเหมือนจะถูกกำหนดให้เดิน หรือปล่าว
    #51
    0
  10. #49 ibelieveit (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2562 / 01:36
    รอวันพี่เอกได้คุยกับน้องจริงๆ อ่านแล้วเห็นใจพี่เอกเลย เหงาบนหอคอย
    #49
    0
  11. #48 ooy1565 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2562 / 22:06
    อีกไม่นานนะฝันงานแต่งจะเป็นจริงรอคนนั้นคือเพียงเอก
    #48
    0
  12. #47 uchuen (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2562 / 11:36
    https://image.dek-d.com/27/0783/4311/128711426 ชงเพียงพิภพเข้มๆ..แล้วก็ดื่ม อื่ออาย่อยจริมๆ : )
    #47
    0
  13. #46 Nanongkongtugkon (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2562 / 21:54
    รู้สึกสงสารพี่เอกจัง ดูไม่น่าจะมีความสุขกับชีวิต
    #46
    0
  14. #45 wal_5678 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2562 / 21:18

    ชอบพี่เอก พี่มีความเป็นหนุ่มอ่อนโยน


    เศร้าความจะเทคแคร์น้อง แต่น้องไม่สนใจ

    #45
    0
  15. #44 ooy1565 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2562 / 20:51
    ทำไมพี่เอกไม่บอกน้องไปอึดอัดจังเลย ขับรถตามน้องไปเลยสงสารน้องจัง
    #44
    0
  16. #43 emie2001 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2562 / 22:40
    รู้สึกอีดอัด
    #43
    0
  17. #42 akakai (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2562 / 01:53
    ชอบพี่เอกอ่ะไม่รู้ทำไม55555555
    #42
    0
  18. #41 chuenchuen (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2562 / 21:54
    เกิดอะไรขึ้นกับคุณพี่ถึงไม่มีอิสระอ่ะส่วนคุณน้องไปทำบุญน่ะจ๊ะ(อยากจะเฮ้อ).
    #41
    0
  19. #40 ooy1565 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2562 / 21:53
    เห็นแววมาม่าแระพี่เอกจะไปหาน้องใช่ไหมสงสารฝันจัง
    #40
    0
  20. #39 ปั้นปึ่ง (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2562 / 21:52

    เเริ่มเข้มข้น


    #39
    0
  21. #38 wal_5678 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2562 / 21:48

    ครอบครัวเพียงพิภพ..อบอุ่นม๊ากมาก


    //กุมขมับ

    #38
    0