เพียงพิภพ [Yaoi]

ตอนที่ 2 : 2 : คนแปลกหน้า 100 per

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,123
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 265 ครั้ง
    6 ส.ค. 62

B
E
R
L
I
N
 

คนแปลกหน้า



เมฆฝนตั้งเค้ามาแต่ไกล...

เสียงฟ้าร้องดังพอ ๆ กับเสียงท้องที่ร้องโครกครากอยู่ตอนนี้

บรรยากาศแบบนี้โคตรเป็นใจให้นอนต่ออีกสักงีบสองงีบ

แต่ดูเวลาแล้ว...อีกงีบคงเปอร์

“ฉิบหาย” คำแรกที่หลุดออกมายามเช้าอันมืดครึ้ม

ลืมรีดเสื้อนักศึกษา...

ทั้งที่ตั้งใจไว้ว่าจะใช้เวลาสิบนาทีในการอาบน้ำแต่งตัวแล้วรีบไปมหาวิทยาลัย หันไปดูนาฬิกาที่บอกเวลาเจ็ดโมงสี่สิบนาที นอกจากจะตื่นสายไปเกือบครึ่งชั่วโมงยังลืมรีดเสื้ออีก ถ้าไม่ถึงภายในยี่สิบนาทีมีหวังนั่งยิ้มลำพังแน่ ๆ 

ระหว่างรีดเสื้อกับใส่เสื้อยับ ๆ ออกไปตอนนี้...

แน่นอน

ใส่เสื้อกันหนาวทับแม่ง

จะหนาวในวันที่อากาศสามสิบองศาใครจะทำไม!!!!

เสียงฟ้าช่างเป็นใจ ทันทีที่ก้าวขาออกจากหอพักสายฝนก็โปรยลงมาได้ทันเวลาพอดีอย่างกับรู้ใจ ลมหายใจร้อนพ่นออกมาก่อนจะเช็กกระเป๋าสะพายข้างอีกครั้ง ดีที่มีถุงซิปล็อกทำให้เอกสารข้างในไม่มีปัญหาอะไร

จะมีก็แต่...ไปให้ทัน

ไม่งั้นเปอร์แบบไม่ต้องหาสาเหตุ

รถจักรยานคู่ใจพาเขามาถึงตึกเรียนได้ทันเวลา ขายาวรีบตรงไปที่บันได ตอนนี้ไม่มีอะไรเร็วไปกว่าขาทั้งสองข้าง เลขห้องที่อยู่ไม่ไกลทำให้ใจเต้นรัวขึ้นมา รีบจนไม่ได้ดูเวลาว่าตอนนี้กี่โมงแล้ว

อาจารย์คงเห็นความพยายาม...

มือผลักประตูห้องเข้าไปทันทีที่มือสัมผัสกับประตู ความเงียบและวังเวงคือคำตอบ ภาพตรงหน้าทำให้เขานิ่งไปชั่วขณะ ในหัวเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม

หนึ่งในนั้นคือ...อิหยังวะ

เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาก่อนจะพบกับสายไม่ได้รับเกือบยี่สิบสาย ไม่รู้ตอนไหนที่เผลอไปกดปิดเสียงโทรศัพท์ทำให้ไม่ได้ยินเสียงอะไร ตอนนี้งงไปหมด ไม่เข้าใจเลยสักอย่าง

( กูนึกว่ามึงตายไปแล้ว ) คำทักทายแรกดังขึ้น ( ให้เดา...ตอนนี้มึงคงยืนอยู่หน้าห้อง )

“เออ มึงอยู่ไหน ทำไมกูมาแล้วไม่เจอใคร” เขาหันมองซ้ายขวา แต่ชั้นนี้ก็มีแค่ห้องนี้ห้องเดียวที่ใหญ่พอจะจุคนได้ “เปลี่ยนห้องเหรอวะ”

( เปลี่ยนวัน )

“อะไรนะ?!”

จริง ๆ ได้ยินแล้ว แต่ยังไม่ชัวร์

ขออีกรอบ

( เปลี่ยนวัน )

ชัดเจน...

“เอ้า เปลี่ยนทำไมวะ แล้วทำไมไม่มีใครบอกกู”

( ให้พูดใหม่ )

“เออ…ก็…” ด่าไม่ออกเลยกู “ไม่บอกกูให้เร็วกว่านี้วะ!”

( อาจารย์พึ่งบอกเมื่อคืน )

จารย์...

( มึงปั่นเล่มทั้งคืนสินะ )

“เออดิวะ” ลมหายใจร้อนพ่นออกมา

กลิ่นแปลก ๆ 

เชี่ย

“ลืมแปรงฟัน” เขาเอ่ยออกมาอย่างลืมตัว ก็ว่าตอนออกห้องลืมอะไร “กูรีบฉิบหาย สรุปเลื่อนไปวันอื่น?”

กู มา ทำ ไม!!!!!

( ไม่ใช่ความผิดใคร มึงไม่อ่านไลน์กลุ่มเอง )

“เออ ๆ งั้นกูกลับแล้ว”

( กลับไปแปรงฟันซะไป ซกมกฉิบหาย )

“เรื่องของกูคร้าบบบบบบบ~”

กดวางสายพร้อมกับหมุนตัวเดินออกจากตึก รู้งี้น่าจะเช็กโทรศัพท์ก่อนออกมา เสียพลังงานฟรี งานก็ไม่ได้ส่ง น้ำก็ไม่ได้อาบ แถมยังลืมแปรงฟันอีก

วันอะไรวะเนี่ยยยยยยยยยยย!!!!

ครึ้มมมมมม!!

เออ รู้แล้วว่าฝนจะตก ไม่ต้องส่งสัญญาณบ่อย กำลังรีบกลับนี่ไง ถ้ารู้ว่ามาแล้วไม่ได้ส่งงานก็ไม่มาหรอก อย่าพึ่งตกตอนนี้ ขอเวลาอีกสักพัก

“อีกยี่สิบนาทีตกได้”

กูพูดกับใครวะ...

ปั่นจักรยานออกมาจากมหาวิทยาลัยได้ไม่นานก็รู้สึกถึงเม็ดฝนที่เริ่มเทลงมาอีกครั้ง และครั้งนี้มันไม่ได้เบาเหมือนตอนที่ปั่นออกมาจากหอ

ขืนปั่นไปต่อ...เละแน่ ๆ

เขาตัดสินใจจอดจักรยานลงที่ป้ายรถเมล์หน้ามหาวิทยาลัย ฝนเทกระหน่ำลงมาราวกับจะแกล้งให้เขาติดอยู่ตรงนี้ อาจเพราะเป็นตอนเช้า และเป็นช่วงสอบไฟนอลเลยทำให้ที่ป้ายรถเมล์มีเพียงเขากับลุงคนหนึ่งที่นั่งเหม่อมาพักใหญ่

ซ่าาาา!

“โอ๊ะ” คุณลุงข้างตัวอุทานเสียงดัง รถยนต์ที่ขับผ่านไปดีดน้ำที่นองอยู่ขึ้นมาโดนขาทั้งสองข้าง

ซ่าาาา!

“เฮ๊ย!” และครั้งนี้เป็นเขาที่โดน

อุทานว่าเฮ๊ยก็ดูหยาบไป

งั้นขออุทานเพราะ ๆ หน่อย

ไอ้สัด!!!!!!

“ระวัง!” ลุงที่นั่งถัดจากเขาไปสามเก้าอี้ตรงเข้ามาหาก่อนจะ

ปึก!!!

“โอ๊ย!!!” ร่างของเขากระเด็นไปตามแรงผลักของคนตรงหน้า

“เกือบไป”

“เกือบอะไรลุง ผลักอย่างแรง!!!!!”

ก้นกบร้าวแล้ว...

“ดีนะไม่โดนเหยียบ”

“จะโดนใครเหยียบวะ มีแค่ผมลุงเนี่ย!!!!!”

“ไม่เป็นไรแล้วนะ”

“เป็นสิวะ...”

เดี๋ยวนะ...

ภาพตรงหน้าทำให้คำพูดที่เตรียมพ่นออกมาถูกกลืนกลับเข้าไป ร่างของอีกคนนั่งย่อตัวลงกับพื้นสายตาไม่ได้จ้องมาที่เขาอย่างที่เข้าใจ ทุกประโยคที่พูดออกมาก่อนหน้านี้...

ไม่ได้พูดกับเขา

แต่พูดกับ...หอยทาก

“ลุง อะไรของลุงวะ”

เดือด ต้องทำให้รู้สักหน่อยว่าเล่นกับใครไม่เล่น

ถ้าไม่อยากหน้าร้าว...อย่าห้าวกับพี่

“ลุง?” คนที่อยู่ห่างออกไปทวนคำพูดก่อนที่จะละลายตาจากสิ่งตรงหน้า “พูดกับผมเหรอ”

“เออ ลุง...ลุงนั่นแหละ” เสียงกะตุกเล็กน้อยเมื่อสบตากับอีกคน

หล่อ

หล่อทะลุหนวดเครา...

“ผมไม่ใช่ลุง” คนที่ถูกกล่าวหาขมวดคิ้ว เขายืดตัวยืนขึ้นก่อนจะก้าวเข้ามาหา 

“เฮ๊ย โรคจิตเหรอวะ อย่าเข้ามานะเว๊ย!!!”

ขอคืนคำที่ทำตัวห้าวเมื่อกี้

“จะไปไหน”

“อย่าเข้ามา” ขาเริ่มถอยหนีเมื่อคนตรงหน้ารุกเข้ามาเรื่อย ๆ “ถอยออกไป เฮ๊ยลุง!!!!!!”

มือเย็นเอื้อมมาจับแขนทั้งสองข้างของเขาไว้ก่อนจะออกแรงดึงให้เข้าไปหาตัว ขาทั้งสองข้างจิกเกร็งเมื่อรู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากล จนกระทั่งแผ่นหลังสัมผัสได้ถึงความเย็นจากหยดฝนที่เทลงมาไม่ขาดสาย

“เข้ามา” เสียงทุ้มต่ำแต่กลับมีอิทธิพลดังขึ้น “เดี๋ยวก็ไม่สบาย”

แค่คำไม่กี่คำแต่ขาระทวยจนแทบจะยืนไม่อยู่

เหมือนร่างกายไร้การควบคุม

“เมื่อกี้ไม่ได้ตั้งใจจะผลักครับ”

“อะ…เอ่อ...ผม...”

“คุณจะเหยียบหอยทาก”

“…”

“รู้ไหมว่าหอยทากบางตัวอยู่ได้ถึงยี่สิบห้าปี”

“…”

“บางทีตัวที่คุณจะเหยียบอาจจะอยู่มาแล้วยี่สิบปี”

“เอ่อ...”

“ขอโทษที่ทำให้คุณเจ็บตัว”

“…”

“ผมแค่อยากช่วยชีวิตหอยทาก”

นี่ มัน เรื่อง บ้า อะ ไร วะ เนี่ย!!!!!!!!!

“อืม”

“ไม่พอใจเหรอครับ”

ถ้าเป็นคนอื่นถามคำถามนี้คงมีเรื่องไปแล้ว แต่พอออกมาจากปากของลุงตรงหน้ากลับให้ความรู้สึกที่ต่างออกไป แววตาที่ดูใสซื่อมองมาที่เขาไม่ละสายตา

เดี๋ยวนี้เทรนด์ลุงมาแรงรึเปล่าวะ...

“ช่างเถอะ” เขาส่ายหน้าก่อนจะถอยหนีคนที่ยืนอยู่ใกล้เกินไป

คือจริง ๆ มันก็...

“จะออกไปทำไม เดี๋ยวก็เปียกฝน”

มือเอื้อมมาจับแขนเขาไว้อีกครั้ง เพียงแค่ออกแรงดึงเบา ๆ ขาทั้งสองก็พร้อมจะเดินกลับเข้ามาในร่ม ไม่ปฏิเสธว่าเสน่ห์ที่ทะลุความลุงมีอิทธิพลมากอยู่

แต่เขาจำเป็นต้องอยู่ห่าง

“ไม่พูดอะไรสักหน่อยเหรอ”

“…”

คือก็อยากพูด...แต่มันใกล้เกินไป

“ถลอกตรงไหนรึเปล่า”

ตอนทำทำไมไม่คิด...ไม่ต้องมาแคร์!!!!

“คุณ”

เลิกเรียกแล้วถอยออกไปสักที!!!!!!

“ทำไมไม่ตอบ เมื่อกี้ยังพูดกันอยู่เลย”

“ช่วย...ช่วยออกไปห่าง ๆ ได้ไหม”

สาบานได้ว่าไม่ได้โกรธ ความโกรธมันหายไปตั้งแต่สบตาแล้ว แต่แบบเขามีเหตุผลจริง ๆ ช่วยห่างออกไปหน่อย อย่าเข้ามาใกล้มากกว่านี้เลย

“ผมไม่ใช่โรคจิต”

“อืม…รู้”

“รู้แล้วจะถอยหนีทำไม เดี๋ยวก็เปียก”

“หยุด...หยุดอยู่ตรงนั้น” เขาชี้นิ้วทำให้คนที่ทำท่าจะเดินเข้ามาหยุดอยู่กับที่ “อย่าเข้ามา”

ไม่ได้...ตอนนี้ไม่ได้จริง ๆ

“คุณไม่พอใจผม”

“เปล่า”

“ก็เห็นอยู่”

ไม่ใช่อย่างนั้น

“กลัวผมเหรอ"

ไม่ใช่...

“ขอโทษครับ”

ไม่ทนแล้วตัวกู!!!!!!!

“ไม่ได้โกรธไม่ได้กลัวอะไรทั้งนั้น!!!!”

“…”

“ยังไม่ได้แปรงฟัน”

“…”

“ลืมแปรงฟันอะเข้าใจไหม!!!!”

เคยมีคนบอกว่าเวลาโมโหปากจะไวกว่าความคิด

เข้าใจลึกซึ้งก็วันนี้

จบกัน...

“คนเราจะลืมเรื่องสำคัญแบบนั้นได้เหรอครับ?” คำถามส่งกลับมาพร้อมหน้าตาใสซื่อ บ่งบอกว่าไม่เชื่อในสิ่งที่เขาพูดออกมา

“ก็เป็นไปแล้วนี่ไง” 

ไม่เคยคิดว่าจะลืมเหมือนกัน

รีบมากไปหน่อย

“ลูกอมไหม” กล่องลูกอมถูกยื่นมาตรงหน้า ใบหน้าที่ดูไม่มีพิษภัยยิ้มให้เขาก่อนจะเขย่ากล่องเหล็กในมือ “ช่วยได้นะ ผมใช้บ่อย”

“ที่บ้านสอนว่าไม่ให้รับของจากคนแปลกหน้า”

สอนแต่ไม่เคยเชื่อหรอก

ยิ่งคนแปลกหน้าที่หล่อขนาดนี้...ลากไปไหนก็ยอม

“งั้นไม่เอา...”

“เอา” เขารีบตะครุบกล่องเหล็กตรงหน้าไว้ก่อนที่ลุงจะเก็บใส่กระเป๋า “เหลือลูกเดียวอะลุง” ลูกอมกลิ้งออกมาจากกล่องเหล็กที่เบาหวิว

ฝากทิ้งแบบเนียน ๆ ...ดูออก

“เอาไปเถอะ” 

“จะเอากล่องคืนไหม?”

“ไม่เป็นไรครับ” 

“ขอบคุณนะลุง”

“บอกแล้วไงว่าไม่ใช่ลุง” แอบรู้สึกขัดใจเล็กน้อยที่ถูกเด็กตรงหน้าเรียกแบบนี้ เป็นครั้งแรกที่โดนเรียกด้วยคำคำนี้ “ยังไม่แก่ครับ”

“อายุเท่าไหร่”

“คนไม่รู้จักกันถามอายุเลยเหรอ”

“แปลกตรงไหน” เขาเว้นเก้าอี้ห่างจากอีกคนสองตัว ถึงจะได้ลูกอมแล้วแต่ก็ยังไม่มั่นใจในกลิ่นปากอยู่ดี “ผมบอกก่อนก็ได้...ผมอายุยี่สิบสอง”

“จบปีนี้เหรอ”

“ใช่…ที่วันนี้รีบจนลืมแปรงฟันก็เพราะมาส่งเล่มจบ” เขาหัวเราะกับสภาพที่ดูไม่ได้ ยิ่งเปียกฝนไปทั้งตัวแบบนี้ยิ่งแย่เข้าไปใหญ่ “ถ้ารู้ว่าเลื่อนวันคงไม่ออกมา”

“อ่อ”

“แค่นี้?” เล่าซะยาวแต่ตอบกลับมาแค่นี้อะนะ

“ผมอายุสามสิบ”

อะ...เปลี่ยนเรื่องเก่ง

“ห่างกันตั้งแปดปี”

“แต่ก็ไม่แก่จนต้องเรียกลุงครับ”

“โอเค ผมขอโทษ” ดูเหมือนจะไม่ชอบใจคำคำนี้มาก ๆ “ไม่เรียกแล้ว”

“ครับ”

“แล้วนี่มาหลบฝนหรือรอใคร”

“ขี้สงสัยนะครับ”

“ขนาดนี้จะด่าก็ได้ ไม่ถือหรอก” แค่อยากชวนคุยระหว่างรอฝนตก ถ้าปล่อยเงียบบรรยากาศคงอึดอัดน่าดู “แต่ถ้าไม่อยากตอบก็ไม่เป็นไร”

“เปล่าครับ” คนข้างตัวส่ายหน้า “ตอบสิ”

“อืม”

“อยากลองนั่งรถเที่ยวสักครั้ง พึ่งรู้ว่านั่งรถเมล์สนุกมาก ๆ ”

“ไม่เคยนั่งเหรอ?”

“ถ้าที่นี่...ไม่เคย”

“หมายความว่ายังไง”

“อย่างที่พูดครับ” คิดว่าพูดเข้าใจแล้ว “ไม่เคยนั่งรถเมล์”

“แล้วจะไปไหนต่อ”

“ไม่รู้” เขาตอบ “อีกสักพักคงให้คนมารับ”

“ลุง…” ไม่สิ “พี่”

“ครับ”

“ผมมีห้าสิบบาท...แต่มันพอให้นั่งรถเที่ยวอีกหลายรอบ” แบงค์ที่ติดอยู่ในกระเป๋ากางเกงถูกหยิบออกมา “เอาไปนั่งรถเที่ยวนะ”

“ครับ?” คนตรงหน้าเลิกคิ้วขึ้นอย่างไม่เข้าใจ

ให้เงินเขาทำไม

“ตอนนี้มีเงินติดตัวเท่าไหร่”

“สอง…”

“เอาเงินนี้ไปนะ ผมให้” เขายัดแบงค์ห้าสิบใส่มือคนตรงหน้า “ใช้ชีวิตอย่างที่อยากใช้ อย่าให้ใครมาคอยบังคับได้”

สองบาทจะพออะไร

“อย่างน้อยห้าสิบบาทนี้ก็คงทำให้พี่มีความสุขได้อีกสักสองถึงสามชั่วโมง”

“…”

“เอาเงินนี้ไปแล้วใช้ชีวิตซะ"

“คือ…”

“เมื่อกี้โดนน้ำฝนจนเปียกเลยใช่ไหม” เสื้อผ้าที่เปียกเกือบครึ่งตัวทำให้เขาตัดสินใจถอดเสื้อกันหนาวที่ใส่อยู่ “พี่ใส่ไว้นะ ถึงมันจะไม่อุ่นมากแต่มันจะทำให้พี่ไม่เป็นหวัด”

“…”

“ฝนซาแล้ว ผมไปก่อนนะ” เขายิ้มให้คนตรงหน้าด้วยหัวใจที่พองโต

แค่ได้ทำสิ่งดี ๆ แม้จะเป็นแค่เรื่องเล็ก ๆ ก็สุขใจ

“แล้วเสื้อนี่...”

“ผมให้”

“แต่…”

“ขอบคุณที่ทำให้วันนี้เป็นวันที่ดีนะครับ”

“วันพุธ”

“ครับ?” คนที่ขึ้นคร่อมจักรยานเตรียมจะปั่นออกไปหันกลับมายังต้นเสียง “เมื่อกี้พี่พูดอะไรรึเปล่า?”

“จะเอาเสื้อมาคืน...วันพุธ สิบโมง...ที่นี่” ไม่รู้เพราะอะไรทำให้คำพูดติดขัดไปหมด อาจเพราะคนตรงหน้าที่รัวคำพูดมาจนไม่เว้นช่วงให้เขาได้มีโอกาสพูดอะไรกลับไป

เลยตามเลยไปก่อนละกัน

“ผมให้ไง”

“พุธสิบโมง...จะรอนะ”

“เฮ้ออออ โอเค ๆ” ตอบรับส่ง ๆ เพราะกลัวว่าฝนจะเทลงมาอีกครั้ง “อย่าลืม...ใช้ชีวิตให้มีความสุข”

พี่ตูนต้องภูมิใจในตัวกู

“ครับ” คนที่นั่งอยู่พยักหน้าพร้อมรอยยิ้มที่ทำให้เขาไม่อยากละสายตา

ขนาดเป็นผู้ชายด้วยกันยังรู้สึกเคลิ้ม

สติ!!!!!!!!

จักรยานขับออกไปพร้อมกับร่างที่เปียกปอนสายฝน ไม่สงสัยเลยว่าทำไมอีกคนถึงใส่เสื้อกันหนาวในวันที่อากาศร้อน เสื้อนักศึกษาที่ยับยู่ยี่เป็นคำตอบได้ดี และเรื่องที่บอกว่าไม่แปรงฟันคงจะเป็นเรื่องจริง

แปลกคนจริง ๆ 

โทรศัพท์ราคาแพงถูกหยิบออกมาจากกระเป๋ากางเกง เบอร์โทรที่คุ้นเคยปรากฏขึ้น ยังไม่ทันที่จะกดรับสายรถยนต์ที่คุ้นตาก็ขับมาจอดเทียบตรงหน้า

“คุณเอกรอนานไหมครับ” เสียงคนขับรถดังขึ้นทันทีที่ประตูหลังเปิดออก

“ไม่นานครับ” น้ำเสียงนุ่มลึกแต่กลับคงความสุภาพตอบกลับไป มืออีกข้างยังคงถือเสื้อกันหนาวที่อีกคนเอาให้พร้อมกับเงินห้าสิบบาท

‘ใช้ชีวิตอย่างที่อยากใช้’

คำที่ฟังแล้วทำให้รอยยิ้มบาง ๆ ปรากฏขึ้น คำที่เข้าใจง่าย แต่กลับยากในความเป็นจริง ไม่เคยมีใครพูดคำนี้กับเขา และไม่เคยรู้ว่าการใช้ชีวิตอย่างที่อยากใช้เป็นยังไง

ตอบไม่ได้เลยจริง ๆ 

แบงค์ห้าสิบที่กำอยู่ถูกคลี่ออกช้า ๆ กระเป๋าสตางค์ราคาแพงถูกหยิบขึ้นมาก่อนจะพับแบงค์ห้าสิบเก็บไว้ในช่องใส่นามบัตร นี่เป็นอีกเรื่องที่เขาไม่เข้าใจ

สองพันไม่พอขึ้นรถเมล์หรือไง

หรือกลัวว่าถ้าจ่ายแบงค์พันไปแล้วจะโดนกระเป๋ารถเมล์ด่า

ไม่เข้าใจ

ไม่เข้าใจอะไรเลยจริง ๆ 

“คุณเอกหนาวเหรอครับ ให้ผมเบาแอร์ไหม” เมื่อเห็นว่าคนที่นั่งอยู่หยิบเสื้อกันหนาวขึ้นมาก็อดไม่ได้ที่จะถาม “ไปซื้อที่ไหนมาเหรอครับ”

“ไม่รู้สิ” คนที่ได้รับมาอย่างงง ๆ หัวเราะ “ไม่รู้เหมือนกัน”

“อ้าว”

“มีคนคนหนึ่งให้ผมมา”

“คุณเอกไม่รู้จักเหรอครับ”

“คงงั้น” 

รู้แค่ว่าอายุยี่สิบสอง กำลังจะเรียนจบ วันนี้คงตื่นสายเลยไม่ได้รีดเสื้อ และที่จำไม่ลืมคือไม่ได้แปรงฟัน

ไม่เคยเจอคนแบบนี้เลย

“แล้วไปเอามาได้ยังไงครับ มีเชื้อโรครึเปล่าก็ไม่รู้”

“ไม่เป็นไรหรอก” เขาตอบ “ไม่ได้ดูสกปรก”

แค่ไม่ได้แปรงฟัน

“แปลก ๆ นะครับ”

“อืม ก็แปลกครับ” แปลกจนงง

คิดเองเออเอง

ไม่เว้นจังหวะให้ได้พูดอะไรเลย...

“ผมว่าไม่ควรเก็บไว้นะครับ”

“ไม่เก็บไม่ได้หรอกครับ” เขามองเสื้อกันหนาวสีเขียวในมือ “เขาใจดีให้ผมมา”

“…”

“เจ้าของคงเสียใจถ้าผมทิ้งไป”

“แล้วคุณเอกจะเก็บไว้เหรอครับ?”

“ครับ” เขาพยักหน้า “ผมนัดคืนแล้ว”

“…”

“วันพุธสิบโมง...ช่วยมาส่งผมด้วยนะครับ”




“กินขนมไหม” เสียงที่ดังขึ้นเรียกสติที่ใกล้จะเลือนลางเต็มที

เมื่อไหร่จะถึงคิวนำเสนอ...

“เออ กำลังหิวพอดี” เขาแบมือรอรับขนมจากคนข้างตัว “พรีเซนต์เสร็จแล้วจะทำอะไรก็ได้สินะ”

“แต่ก็ไปไหนไม่ได้อยู่ดี”

“กูอยากนอนแต่นอนไม่ได้เนี่ย”

“จำสคริปได้แล้วเหรอ บ่นอยู่นั่น” เพื่อนสนิทอีกคนเอ่ยขึ้น “ถ้ายังก็รีบอ่าน ถ้าออกไปแล้วลืมจะสมน้ำหน้าให้”

“แม่ด่าแล้วนะมึง” เสียงหัวเราะดังขึ้นพร้อมกับกำปั้นเล็ก ๆ ที่เอื้อมมาโขกหัวเขาทั้งสอง

“เกี่ยวไรเนี่ย ไอ้เตมันพูด”

“ทั้งสองนั่นแหละ” ผู้หญิงเพียงคนเดียวในกลุ่มเอ่ย สายตาจับจ้องไปที่คนข้างตัว “เตรียมตัวเลย อีกไม่กี่คนแล้ว”

“รู้แล้วครับ” เอ่ยอย่างจำยอมเพราะไม่รู้จะเถียงอะไร

ดีหน่อยที่อาจารย์เลื่อนวันนำเสนองานมาอีกสองวันทำให้เขาพอมีเวลาเตรียมตัวมากขึ้น จริง ๆ ก็คือพึ่งเตรียมบทเสร็จเมื่อคืน และตอนนี้ยังจำไม่ได้

เจริญแล้วกู...

“มึงอ่านวิชาวันพรุ่งนี้รึยัง” คำถามของเพื่อนรบกวนสมาธิของเขาอีกครั้ง

“พรุ่งนี้มีสอบด้วยเหรอวะ”

“ชัดเจนว่ายังไม่ได้อ่าน” แม่ของกลุ่มถอนหายใจออกมา “เรามีสอบวันพฤหัสกับศุกร์ไง”

“วันนี้วันพุธแล้วเหรอ?”

“เออดิ มึงดูปฏิทินบ้างไหมเนี่ย”

“ไม่จ้า” เขายักไหล่ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดเช็ค ต้องดูด้วยตาตัวเอง

วันพุธจริงด้วย...

“วันพุธ”

ทำไมรู้สึกแปลก ๆ

“เออไง วันพุธ” เตย้ำชัดอีกครั้ง “แบร์ กูว่ามันไม่ไหวแล้ว”

“ลืมวันลืมคืนไปใหญ่แล้ว” แบร์ส่ายหัวไปมา “กลับไปวันนี้รีบอ่านเลยนะ ไม่งั้นพรุ่งนี้ไม่มีอะไรไปสอบแน่ ๆ”

“ปกติก็เป็นแบบนั้น” เขาตอบเสียงเบา

อ่านก่อนสอบหนึ่งวันตลอด...

วันพุธ...วันพุธมีอะไรวะ

“เป็นอะไรมึง” เตถามขึ้นอีกครั้งเมื่อเห็นว่าเพื่อนตัวเองดูแปลก ๆ ปกติก็แปลกมากพออยู่แล้ว ไม่ต้องแปลกมากไปกว่านี้ เขากลัว

“กูเหมือนลืมอะไรสักอย่าง”

“มึงลืมสคริป”

“เปล่า ไม่ใช่ดิ” ไม่ใช่เรื่องนั้น

“อย่าฟุ้งซ่าน จะถึงคิวแล้ว” แบร์เอ่ย

“เออ ฝนใกล้จะตกแล้วเนี่ย”

“ฝน…”

ลุง!!!!!!

“มึง! ตอนนี้กี่โมงแล้ววะ”

“วันนี้มึงเป็นอะไรของมึง” 

“กี่โมง ๆ”

“สิบโมงครึ่ง” แบร์ตอบปัดรำคาญ โทรศัพท์ก็วางอยู่ตรงหน้าแต่ไม่ยอมเปิดดู “มีอะไร”

“กูลืมไปเลย” เขาเอ่ย “กูนัดลุงไว้อะ สิบโมงครึ่งแล้วเหรอวะ”

“เดี๋ยว! จะไปไหน” แบร์จับแขนคนตรงหน้าที่เตรียมจะลุกเดินออกจากห้อง อีกไม่ถึงห้าคนก็จะถึงคิวเพื่อนเขานำเสนอแล้ว จะปล่อยให้ออกไปตอนนี้ไม่ได้

“ลุงคนนั้นไง...ลุงที่กูเล่าให้พวกมึงฟัง”

ลืมไปได้ยังไง

“ที่เขาบอกว่าจะเอาเสื้อมาคืนมึงอะนะ” เตถาม จำได้อยู่ลาง ๆ แต่ไม่ได้ใส่ใจอะไรมาก

“เออ เขานัดกูสิบโมง นี่เลยเวลาแล้วเนี่ย”

“แต่มึงจะออกไปตอนนี้ไม่ได้ไง มึงต้องอยู่พรีเซนต์”

“มันเลยเวลานัดแล้ว”

ยังไม่ได้ถามเลยว่าวันนั้นเป็นยังไงหลังจากที่เขากลับไป

ได้ทำอย่างที่อยากทำไหม

“นัดไว้ที่ไหน...เดี๋ยวไปให้” คนอย่างเพื่อนเขาถ้าไม่ยอมให้ไปก็ต้องมีข้อแลกเปลี่ยน ไม่มีทางที่จะผิดสัญญา ไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็ตาม

“ป้ายรถเมล์หน้ามอ”

“โอเค เดี๋ยวไปให้” แบร์ลุกขึ้นพร้อมกับโทรศัพท์ในมือ “ถ้าไปแล้วไม่เจอคือจบนะ”

“จริง ๆ ให้กูไปเองก็ได้ ไม่เป็นไร”

“จะพรีเซนต์อยู่แล้ว เรียงลำดับความสำคัญหน่อย” ไม่อยากดุเลย แต่ถ้าไม่พูดออกไปตรง ๆ ก็ไม่เข้าใจ “เดี๋ยวไปดูให้ ถ้าเจอจะเอาเสื้อกลับมาคืน”

“อืม”

ไม่ได้อยากได้เสื้อ...อยากรู้มากกว่า

“แบร​์...ถ้าเจอลุงฝากถามอะไรหน่อยดิ”

“เยอะนะ”

“นะ ๆๆๆๆ”

“อืม…ถามอะไร”

“ใช้ชีวิตอย่างที่อยากใช้รึยัง”

“…”

“ต้องถามนะแบร์”

เฮ้อ...

เป็นแบบนี้ทุกครั้ง

ใครจะปฏิเสธได้

“อืม…ถ้าเจอจะถามให้”






ฝนเม็ดเล็กเทกระหน่ำลงมาอีกครั้งหลังจากผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมง ร่างในชุดสูทเข้ารูปนั่งอยู่หน้าป้ายรถเมล์พร้อมกับเสื้อสีเขียวที่ผ่านการซักจนสะอาด เสียงฟ้าร้องที่มาพร้อมกับฝนทำให้นึกถึงบรรยากาศในวันนั้น

วันที่เขานั่งอยู่ตรงนี้...ไม่มีจุดหมาย

“คุณเอกครับ...ฝนเริ่มตกหนักแล้ว กลับไหมครับ” เสียงของคนขับรถที่จอดรออยู่ไม่ไกลดังขึ้นพร้อมกับร่มที่ถือติดมา “ผมว่าเขาคงไม่มาแล้ว”

“ครึ่งชั่วโมงเอง...ผมรอได้ครับ” ตอบกลับไปพร้อมรอยยิ้ม “ไปรอผมที่รถก่อนก็ได้ ผมขออยู่ตรงนี้อีกสักพัก”

รอได้...แต่คงไม่ตลอด

มีประชุมที่บริษัทเที่ยงตรง

สายฝนเทลงมาไม่มีท่าทีจะเบาลง บรรยากาศย้อนกลับไปในวันนั้น วันที่ทุกอย่างแตกต่างจากวันนี้ วันที่เขาเป็นเพียงแค่ผู้ชายคนหนึ่งที่สภาพดูไม่ได้ เป็นเพียงเอกที่ใคร ๆ ก็ต่างไม่รู้จัก เป็นคนวัยสามสิบที่โดนเด็กเรียกว่าลุง

แตกต่างจากวันนี้

ชุดสูทที่สวมอยู่ไม่รู้ว่าตัวเองเคยใส่ชุดนี้ไปแล้วหรือยัง ไม่รู้แม้กระทั่งว่าเขามีชุดสูททั้งหมดกี่ชุด อาจเพราะไม่เคยสนใจเลยไม่ได้ใส่ใจ

มีให้ใส่ก็ใส่

จัดให้ใส่ก็ใส่

เหมือนเป็นแค่หุ่นที่ใครอยากจะให้ทำอะไรก็แค่บอก

เพียงเอก เพียงพิภพทำให้ได้ทั้งนั้น

ขาทั้งสองข้างหยุดลงหน้าป้ายรถเมล์ตามที่อีกคนบอก มือกระชับร่มคันใหญ่ที่ถือไว้ แม้ข้างในจะเชื่อลึก ๆ ว่าคงไม่มีใครมา แต่สุดท้ายก็ต้องมาเพียงเพราะรับปากกับเพื่อนไปแล้ว

ไม่เห็นใครที่เหมือนลุง

มีก็แต่...

สายตาหยุดลงที่ร่างสูงของผู้ชายคนหนึ่งที่แต่งตัวดูดี ชุดสูทสีดำเข้ารูปกับรองเท้าที่ขัดมันดูจากภายนอกห่างไกลจากคำว่าลุงอยู่หลายขุม ขาทั้งสองเตรียมจะหมุนกลับเมื่อไม่เห็นว่ามีใครใกล้เคียงกับคนที่เพื่อนบอก สายตาหยุดลงที่เสื้อสีเขียวที่ดูคุ้นตา เสื้อตัวโปรดที่ใส่มาเรียนแทบจะทุกครั้งที่ไม่ได้รีดเสื้อ

ไม่ใช่ลุง...

“ขอโทษนะคะ” เธอเดินเข้าไปหาทันทีที่สายตาประสานสายตา “คุณ...เอ่อ...เสื้อสีเขียวนั่น”

ไม่รู้จะเรียบเรียงประโยคยังไง

เรื่องที่เล่าให้ฟังว่าเจอลุงคนหนึ่งในวันฝนตก...ดูไม่น่าจะใช่คนเดียวกันกับตอนนี้

“ครับ?” น้ำเสียงนุ่มลึกเอ่ยถาม เขามองเสื้อที่อยู่ในมือสลับกับคนที่มาใหม่ “มีอะไรรึเปล่าครับ”

ทำไมรู้สึกคุ้นแปลก ๆ

“ใช่คุณลุงที่นัดคืนเสื้อรึเปล่าคะ”

“อ่อ…ครับ” เขาพยักหน้า

ไม่ใช่ลุงสักหน่อย...

“อ่อ…โอเคค่ะ” แบร์ยิ้มรับ “พอดีเพื่อนไม่ว่างมาเอา...เลยมาเอาแทนให้ค่ะ”

“งั้นเหรอครับ” เสียงของคนตรงหน้าเบาลงอย่างเห็นได้ชัด “ติดธุระเหรอ”

“ประมาณนั้นค่ะ”

“อ่อ…แล้วจะเสร็จประมาณกี่โมงครับ”

“…”

“ผมรอได้นะ”

อยากเจอ

อยากขอบคุณ

อีกสักครั้งก็ยังดี

“จะรอทำไมเหรอคะ” เธอถามกลับ “แค่มาเอาเสื้อคืนไม่ใช่เหรอ”

“อ่า…ก็ใช่ครับ”

“งั้นก็คืนค่ะ” เธอพูดพร้อมกับยื่นมือไปตรงหน้า 

สิ่งที่เพื่อนเขาขอไว้มีแค่นี้ เขาไม่จำเป็นต้องตอบคำถามอะไรอีก แค่เจอแล้วไม่เหมือนลุงอย่างที่เพื่อนพูดไว้ก็สับสนมากพอแล้ว

“ผม…”

“คุณเอกครับ...ขอโทษครับ” เมื่อเห็นว่ามีอีกคนที่ยืนอยู่ก็รีบขอโทษทันที “งั้นเดี๋ยวผมถอยรถมาตรงนี้นะครับ"

“คุณเอก...” แบร์ทวนชื่อคนตรงหน้าอีกครั้ง

ไม่ใช่แค่คุ้นธรรมดา

จำได้แล้ว

“เพียงพิภพ” น้ำเสียงที่เปลี่ยนไปทำให้คนที่ได้ยินเลิกคิ้วเล็กน้อย

“รู้จักผมด้วยเหรอครับ”

“อ่า…คงงั้นค่ะ” เธอยิ้มบาง ๆ “ขอเสื้อคืนด้วยค่ะ”

“เพื่อนคุณไม่ว่างจริง ๆ เหรอครับ”

“ค่ะ”

“โอเค...ผมเข้าใจแล้ว” ปฏิกิริยาที่คนตรงหน้าแสดงออกมาทำให้เขาไม่กล้าที่จะถามต่อ “งั้นผมฝากคืนเสื้อนี้ให้เขาด้วยนะครับ บอกว่าขอบคุณมาก”

“เกือบลืม” ว่าจะไม่พูดแล้ว แต่ก็อดไม่ได้ “มันฝากมาถามว่า...ใช้ชีวิตอย่างที่อยากใช้รึยัง”

“อ่า…”

ถามแบบนี้...ยิ่งอยากตอบให้ฟัง

“ผมขอเจอเขาเองได้ไหมครับ”

“มันไม่ว่างค่ะ”

“แต่ผม...”

“ถ้าไม่ตอบก็ไม่เป็นไรค่ะ งั้นไปก่อนนะคะ”

“เดี๋ยวครับ”

“คะ?”

“ชื่ออะไรครับ...เจ้าของเสื้อ” ถามทั้งที่ไม่รู้ว่าจะมีโอกาสได้เจออีกเมื่อไหร่ แต่รู้ไว้ก็ไม่เสียหาย 

ถ้าวันหนึ่งได้เจอ...เขาจะตอบคำถามนั้นให้ฟัง

“คงไม่ได้เจอกันอีกแล้ว” แบร์เอ่ย

“ชื่ออะไรครับ”

ตอบไม่ตรงคำถามเลย

“อย่างน้อยให้ผมได้รู้ชื่อก็ยังดี”

“เหมือนฝัน”

“ครับ?”

“ชื่อเหมือนฝัน”

“ขอบคุณครับ” เขายิ้มรับก่อนที่คนตรงหน้าจะเดินจากไป

ไม่เคยได้ยินมาก่อน

เหมือนฝันจริง ๆ ด้วย







----------------------------------------

'และเราไม่ได้เจอกัน'



คอมเม้นท์กันหน่อยน๊า -A-

อยากอ่านฟีดแบคทุกคนเลยยย

จะได้มีกำลังใจมาอัพต่อไวๆๆๆๆๆ


#เพียงพิภพ 

ไปเล่นกันหน่อย อย่าปล่อยให้นักเขียนเล่นเพียงลำพัง T____T


ติดตามอัพเดทนิยายได้ทางแฟนเพจ Perlina

และทวิตเตอร์ @perlinawriter มาคุยกันได้ ไม่กัดค้าบ ._.



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 265 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

631 ความคิดเห็น

  1. #579 baekbow (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2563 / 18:57
    มนต์รักป้ายรถเมล์วันฝนตกก็มาว่ะ 5555 ว่าแต่คุณเอกนี่ดูเรียบร้อยจังเลยนะ
    #579
    0
  2. #573 PKTD (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 กันยายน 2563 / 15:11
    ทำไมแบร์ดุจังเยยย
    #573
    0
  3. #560 mamaew1921 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 กันยายน 2563 / 23:41
    เพียงเอกดูงงๆ
    #560
    0
  4. #557 rampaithepthongk (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 กันยายน 2563 / 16:08

    ตกลงคุณเอกนี่เป็นพระเอกใช่หรือเปล่าพูดก็เพราะแถมหล่ออีกรอตอนต่อไปค่ะ
    #557
    0
  5. #527 Sunflower.W (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2563 / 01:51
    แบร์มีพิรึธจัดๆ
    #527
    0
  6. #504 พฤหัสที่ห้า (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2563 / 00:09
    เนื้อเรื่องน่าติดตามมากๆเลยค่ะ ทำไมแบร์ต้องดูหวงด้วย แปลกๆชอบเพื่อนรึเปล่า แง แต่อยากใก้เขาได้เจอกัน
    #504
    0
  7. #408 live-story (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2563 / 17:42
    เนื้อเรื่องดีมากเลย:_:
    #408
    0
  8. #341 ponnyyyy (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2563 / 14:15
    รอนะคะ
    #341
    0
  9. #273 Ice1234567891011 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 เมษายน 2563 / 22:37

    น่าติดตาม

    #273
    0
  10. #37 Fufee-n129 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2562 / 08:16
    แค่ชื่อก็รับรู้ได้ถึงความละมุน
    #37
    0
  11. #36 tuk-2524 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2562 / 22:24
    ฉันเริ่มไม่ชอบแบร์ซะแหละ กันซีนทำไมว่ะ
    #36
    0
  12. #35 wal_5678 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2562 / 09:19

    เพียงเอก..เหมือนฝัน


    ประทับใจชื่อตัวละครในเรื่องนี้จริงๆนะ55

    #35
    0
  13. #34 Nanongkongtugkon (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2562 / 06:29
    อะไรของแบร์ก็บอกไปตรงๆมันจะอะไรหนักหนา

    แต่ก็รออ่านนะคะ อัพไวไวนะ
    #34
    0
  14. #33 misoman (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2562 / 23:08
    แบร์เกือบดีแล้ว แต่กันซีนนนนนนนน
    #33
    0
  15. #32 ooy1565 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2562 / 22:42
    เกลียดแบร์อ่ะทำไมทำแบบนี้ล่ะนิสัยไม่ดีนะสงสารคุณเอกจะได้เจอกับซีนไหม
    #32
    0
  16. #31 RJRP Ph. (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2562 / 22:10
    แบร์!!! กันซีนทำไมม
    #31
    0
  17. #30 chuenchuen (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2562 / 21:59
    ลูกแบร์ลูกอย่ากันซีนบอกๆไปเถอะ.เนอะ
    #30
    0
  18. #29 ปั้นปึ่ง (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2562 / 21:45

    Wowน่ารัก

    #29
    0
  19. #25 Highbuff (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2562 / 10:56
    น่ารัก น่ารักไปหมดเลยยยยย
    #25
    0
  20. #24 ibelieveit (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2562 / 22:20
    ไรท์มาทรงนี้เลย 5555555
    #24
    0
  21. #23 GGINTONIC. (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2562 / 22:19
    น่ารัก รออ่านนะคะ
    #23
    0
  22. #22 RJRP Ph. (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2562 / 00:45
    น่ารักมากๆๆๆๆๆเลยค่า มาอัพบ่อยๆนะคะ
    #22
    0
  23. #21 ooy1565 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2562 / 00:00
    พี่ใหญ่เราประทับใจน้องสะแล้วในความแปลกสินะ555ฟันก็ไม่แปรงเงินก็ให้เสื้ออีกตัวน่ารัก
    #21
    0
  24. #20 Nanongkongtugkon (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2562 / 21:30
    อ่านไปยิ้มไป

    มาอัพไวไวนะคะตั้งตารอออ
    #20
    0
  25. #19 chuenchuen (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2562 / 21:23
    แค่.สองยังบอกไม่หมดเลยอีหนูเอ๊ย.อิอิอิ
    #19
    0