เพื่อนที่หนึ่ง [YAOI] END

ตอนที่ 9 : 09 : กฎการย้อนกลับ 100 per

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,056
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 481 ครั้ง
    19 มิ.ย. 62


กฎการย้อนกลับ


รถยนต์จอดลงหน้าบ้านที่คุ้นเคยหลังจากที่โทรบอกเจ้าของบ้านไว้ว่าจะมารับ กว่าจะรู้ตัวว่าลืมโทรศัพท์ไว้ในกระเป๋าก็ตอนที่ขับรถออกมาได้ครึ่งทาง ไม่ทันที่จะดับเครื่องร่างของอีกคนก็เดินออกมาจากบ้านพร้อมกระเป๋าใบใหญ่ ร่างที่ตรงมายังประตูฝั่งเขาทำให้คิ้วทั้งสองขมวดเข้าหากันอย่างไม่เข้าใจ

“ไปนั่งตรงนู้น” ประตูรถเปิดออกจากคนที่ยืนอยู่ข้างนอก สายตาภายใต้กรอบแว่นมองมายังเขาก่อนจะถอนหายใจหนักๆ “กูบอกมึงไปแล้วว่าไม่ต้องมา”

“มาแล้ว” ยิ้มแกล้งหูทวนลมก่อนจะดึงประตูปิด “มึงไปนั่ง กูไม่ย้ายแล้ว”

“ยิ้ม” คนตรงหน้าถอนหายใจออกมา “มึงไปนั่งเฉยๆไป กูขับได้” เขาขับรถไปบ้านยิ้มมาเป็นร้อยครั้ง จำทางได้แม่นยิ่งกว่าทางไปมหาวิทยาลัย

“กูมารับก็คือมารับ”

“มึงเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว”

“ก็เหนื่อยเหมือนกัน” เขาหันไปสบตาเพื่อนที่ยืนขวางประตูไม่ยอมให้เขาปิด “ถ้าไม่อยากให้เหนื่อยก็รีบนั่ง”

“อืม” เขาไม่เคยชนะเลยสักครั้ง

เพื่อนวางกระเป๋าไว้เบาะหลังก่อนจะปิดประตูฝั่งข้างคนขับลง จริงๆที่คุยกันไว้ตอนแรกก็คิดว่าเข้าใจตรงกันแล้ว ไม่รู้ทำไมอยู่ๆยิ้มถึงเปลี่ยนใจมารับเขาถึงบ้าน

ไม่เข้าใจจริงๆ

“ลืมโทรศัพท์ไว้ที่บ้าน”

“อืม รู้แล้ว” เขาตอบ “โทรไปแล้วยุ่งรับสาย”

“อืม”

“ถามได้ไหม”

“อยากถามก็ถาม”

“ทำไมถึงมารับกู”

สัปดาห์สอบกลางภาคเริ่มใกล้เข้ามา สิ่งที่เป็นกิจวัตรประจำช่วงนี้คือการติวหลังเลิกเรียน จริงๆก็พึ่งเริ่มได้ไม่กี่วัน แต่ความรู้สึกเหมือนผ่านมานานเป็นเดือน พอติวเสร็จก็นัดทำงานกลุ่มกันต่อเพราะไม่อยากปล่อยงานค้างไว้นาน งานกลุ่มที่ว่าก็รวมไปถึงเพื่อนเขาอีกคนด้วย แต่ช่วงนี้ไม่ค่อยได้ทำงานพร้อมหน้าเพราะเหตุผลส่วนตัวของเพื่อนเขาและน้องยุ่ง

บรรยากาศในกลุ่มเวลาอยู่ด้วยกันเลยแปลกไปเล็กน้อย แม้จะพยายามทำตัวเหมือนเดิม แต่ก็ดูออกว่าไม่เหมือนเดิม หลายครั้งที่เขาอยากจะถามออกไป แต่ก็หลายครั้งที่เขาเลือกจะเก็บความสงสัยนั้นไว้...เพราะมันเป็นเรื่องส่วนตัวที่ต้องจัดการกันเอง

“อยากขับรถเล่น”

“รวยน้ำมันมากว่างั้น” เพื่อนหัวเราะออกมา ดูก็รู้ว่าตอบกวนเขาไปอย่างนั้น

“อืม”

“เครียดเรื่องยุ่งเหรอ”

“…”

“กูเดาถูกอีกแล้วสินะ”

เขารู้จักยิ้มดีกว่าใคร

“เบื่อรึเปล่า”

“เบื่อก็ไปไหนไม่ได้” เพื่อนตอบ “น้องเป็นยังไงบ้างล่ะ”

“อย่างที่เห็น”

“…”

“พยายามเข้มแข็งไปอย่างนั้น”

“แล้วตัวมึงล่ะ”

“…”

“ยังไหวอยู่ไหม” เพื่อนหันไปมองคนข้างตัวที่นิ่งไป ใบหน้าที่ดูอิดโรยเป็นต้นเหตุที่ทำให้เขาไม่อยากให้ยิ้มขับรถมารับที่บ้าน

“ไม่ตอบมึงก็รู้”

“มึงทำให้ทุกเรื่องเป็นอย่างที่มึงต้องการไม่ได้”

“…”

“อะไรที่หนักเกินไป...วางมันลงบ้าง”

“…”

“คนเป็นพี่ไม่ได้หมายความว่าอ่อนแอไม่ได้”

“อืม ขอบคุณ”

“ที่มารับกูเพราะเรื่องนี้ใช่ไหม”

“เปล่า...ไม่ใช่”

“…”

“ไม่เกี่ยวกับเรื่องยุ่ง...หรือเรื่องใคร”

“…”

“แค่อยากอยู่ด้วย”

“กูก็อยู่กับมึงทุกวัน อยู่จนเบื่อหน้าแล้วยังไม่พออีกเหรอ"

“ไม่”

“…”

“สำหรับกูมันไม่เคยพอ” สายตาที่หันมาสบตาเขาเพียงแวบเดียวทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ

เก่งจังเรื่องแบบนี้...

“อืม กูเข้าใจแล้ว”

“เข้าใจว่ายังไง”

“ก็เข้าใจที่มึงพูดไง”

“เข้าใจว่ามาหาเพราะเครียด...หรือเข้าใจว่ามาหาเพราะอยากอยู่ด้วย”

“เออ…อย่างหลัง”

“อืม…เข้าใจถูกแล้ว” คนข้างตัวยิ้มออกมาอย่างพอใจ สายตาที่มองทางข้างหน้าทำให้เขาไม่เห็นว่าคนข้างตัวยิ้มออกมาอย่างไม่ได้ตั้งใจ

ชอบเวลาที่ยิ้มเป็นแบบนี้ แม้บางครั้งมันจะทำให้เขาถลำลึกในความรู้สึก

แต่ให้ถอนตัวตอนนี้...คงไม่ทันแล้ว

“กูว่าตอนนี้ตี๋มันก็ไม่ได้มีความสุขหรอก”

“อืม ก็พอดูออก”

“ไม่ได้คุยเรื่องนี้อีกเลยใช่ไหม”

“หลังจากคืนนั้น...ก็ไม่ได้คุยอะไรอีก”

วันที่เกิดเรื่องที่บ้านของเขาหลังจากวันนั้นทุกอย่างก็เปลี่ยนไป ตี๋กับยุ่งไม่ได้เจอกันอีก แม้ปากจะไม่ยอมพูดอะไรออกมา แต่การกระทำที่เปลี่ยนไปของเพื่อนเขาทำให้รู้ว่าตี๋เองก็เสียใจไม่ต่างกัน ตั้งแต่ที่ไม่ได้เจอกับยุ่งตี๋ก็รวนไปพักหนึ่ง

เขารู้มาตลอดว่าน้องชายรู้สึกยังไงกับเพื่อนสนิท แต่เพราะเขาอยู่ตรงกลางระหว่างความสัมพันธ์เลยทำให้ทำอะไรมากไม่ได้ และวันที่ไม่อยากให้มาถึงก็มาถึงเร็วกว่าที่คิดไว้ ยุ่งบอกความรู้สึกทุกอย่างออกไปโดยไม่ได้ตั้งใจ เขารู้ดีว่านิสัยของเพื่อนเป็นยังไง และเรื่องที่เกิดขึ้นก็ไม่ต่างจากที่คาดการณ์ไว้สักเท่าไหร่

คืนนั้นเขาลงมาข้างล่างหลังจากที่เพื่อนนอนหลับไปแล้ว เพราะความรู้สึกอะไรบางอย่างบวกกับนอนไม่หลับทำให้เขาได้รู้เรื่องเร็วกว่าที่ควร เสียงสะอื้นที่ดังอยู่พักหนึ่งค่อยๆเบาลงจากความเหนื่อยล้าและฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ เขารอจนเสียงเงียบไปก่อนจะเปิดเข้าไปในห้องที่เจ้าของห้องเผลอนอนหลับไป และตอนนั้นทำให้รู้ว่าความสุขของยุ่งกำลังพังลง แสงไฟที่เปิดอยู่ข้างล่างทำให้เขาเดินลงมาเหมือนกับเดาได้ว่าอีกคนยังอยู่ และก็เป็นไปตามที่เขาคิด ร่างที่นั่งเหม่อมองราวกับคิดอะไรบางอย่างทำให้เขาตัดสินใจพูดในสิ่งที่รู้สึก

เรื่องในคืนนั้นที่เขาคุยกับตี๋ถูกลืมไปราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม เขากับตี๋ยังเป็นเพื่อนกันและแยกแยะระหว่างเรื่องน้องกับเรื่องเพื่อนออกจากกัน ดีก็ตรงที่ไม่มีใครพูดถึงหรือรื้อฟื้นขึ้นมาอีก

ถ้าถามว่าเป็นแบบนี้มันดีไหม...ตอบได้เลยว่าไม่

แต่มันเป็นเรื่องของคนสองคน จะให้ยุ่งมากกว่านี้ก็คงไม่ได้

“มึงทำดีที่สุดแล้วยิ้ม”

“ไม่พูดเรื่องนี้แล้วได้ไหม”

“อืม ได้” ถ้ายิ้มไม่อยากฟังเขาก็จะไม่พูด อะไรที่เป็นความสบายใจของยิ้มเขาก็จะทำให้ “พูดเรื่องอะไรดี ขอเว้นเรื่องสอบไว้หน่อย กูปวดหัวมาก”

“เหนื่อยรึเปล่า”

“หืม?”

“จริงๆถ้าไม่อยากติวมึงก็ไม่ต้องอยู่ติวทุกวันก็ได้”

“แล้วมึงล่ะ”

“กูทำไม”

“ถ้ากูไม่อยู่ มึงก็ติวคนเดียว”

“…”

“เหนื่อยไปด้วยกัน...ถือว่าทบทวนเนื้อหา ไม่ได้หนักหนาอะไร”

“คิดอย่างนั้นจริงๆเหรอ”

“ก็ไม่” เพื่อนหัวเราะออกมา “ก็มีบ้างที่กูขี้เกียจ แต่ก็อยากอยู่กับมึงมากกว่า”

“รู้แล้วว่าจะพูดเรื่องอะไร”

“เปลี่ยนเรื่องไวเลยนะ”

“ไม่ได้เปลี่ยน...ก็คุยเรื่องเดิม”

“เรื่องสอบ?”

“เรื่องของกูกับมึง”

คำตอบที่ออกมาจากปากทำให้ทั้งรถตกอยู่ในความเงียบ นานนับนาทีที่ปล่อยให้ความเงียบเข้ามาครอบคลุม เพื่อนถอนหายใจออกมาช้าๆสลับกับหัวใจที่เริ่มเต้นรัว

อาจเพราะไม่ได้คิดไว้ว่าจะพูดเรื่องนี้

“ไม่ต้องรีบ...ค่อยๆเคลียร์ไปทีละเรื่อง”

เขารอได้

รอได้มาตลอด

“จะปล่อยให้นานกว่านี้อีกเหรอ”

“…”

“ทำไมถึงคิดว่าเรื่องอื่นสำคัญกว่าเรื่องนี้”

“…”

“ทั้งที่กูให้เรื่องนี้มาเป็นเรื่องแรก” ยิ้มเอ่ยออกมา เขาหันไปมองคนข้างตัวที่นั่งก้มหน้าไม่ยอมสบตา ทำไมจะไม่รู้ว่าเพื่อนรู้สึกยังไง

วันนั้นเขาเกือบเสียเพื่อนไป

เขาจะไม่ยอมเป็นคนโง่ที่รู้ตัวตอนที่สายไป

“มึงแน่ใจแล้วเหรอ”

“อืม”

จริงๆเรื่องเพื่อน...ไม่เคยมีสักครั้งที่ไม่แน่ใจ

“เพราะวันนั้นกูบอกจะหยุดใช่ไหม”

“อืม”

“ขอโทษ”

“ไม่ใช่มึงที่ต้องพูด”

“…”

“ขอโทษ...ที่ไม่เคยให้ความชัดเจน”

“…”

“วันที่มึงบอกจะหยุด...กูกลัว” เขายังจำความรู้สึกวันนั้นได้ดี สีหน้า และแววตาที่มองมาบ่งบอกว่าเพื่อนตั้งใจจะทำอย่างที่พูดจริงๆ “กูเสียมึงไปไม่ได้”

“ถ้าย้อนกลับไปได้คงไม่เป็นเพื่อนมึงตั้งแต่แรก”

“ทำไมล่ะ” ใจเขากระตุกวูบเมื่ออีกคนเอ่ยออกมา

“ทุกอย่างคงไม่เป็นแบบนี้” มันคงง่ายกว่านี้ถ้าเขากับยิ้มไม่เคยเจอกัน คงดีกว่านี้ถ้าได้เจอกันในสถานะอื่น

ไม่เคยเกลียดสถานะเพื่อนเท่าตอนนี้

“ถ้าไม่เป็นเพื่อน...อาจจะไม่ได้เจอกันเลย”

“…”

“แบบนั้นดีแล้วจริงๆเหรอ?”

“…”

“มึงจะไม่ได้เจอคนที่รักมึงที่สุด”

“ตอนนี้กูเจอแล้วเหรอ”

“มึงเจอมาหกปีแล้ว”

“…”

“กูนี่ไง”

“รู้ไหมว่าพูดอะไรออกมา” เขาหันไปมองคนข้างตัวที่สายตายังคงจ้องมองทางข้างหน้า ทุกประโยคที่ยิ้มเอ่ยออกมามันทำให้เขาคิดไปไกล

ไกลเกินกว่าที่จะถอย

“รู้”

“มึงเก่งทุกเรื่องเลยนะยิ้ม”

“…”

“พูดแค่นี้กูก็ไปไหนไม่ได้แล้ว”

“อืม…ก็หวังให้เป็นแบบนั้น”

“…”

“ไม่ให้มึงไปไหนแล้ว”




ถึงจะบอกว่างานไม่รีบแต่สุดท้ายก็อยากรีบทำให้เสร็จเพื่อที่จะมีเวลาไปทำอย่างอื่น รู้ตัวอีกทีนาฬิกาก็บอกเวลาของวันใหม่ คนที่นั่งพิมพ์ข้อมูลสลับกับหาข้อมูลพับหน้าจอลงหลังจากที่จ้องหน้าจอติดต่อกันหลายชั่วโมง

“ง่วงรึยัง” เจ้าของห้องถามขึ้นเมื่อเห็นอีกคนลุกขึ้นบิดขี้เกียจ

“นิดหน่อย แต่รอทำบทนี้เสร็จก่อน”

“ง่วงก็นอน”

“ยัง…กูหิวมากกว่า” ลืมไปเลยว่าตัวเองยังไม่ได้กินอะไร “ที่บ้านมีอะไรให้กินไหมวะ”

“อยู่ในตู้เย็นข้างล่าง ลงไปหาดู”

“มึงหิวรึเปล่า”

“ถ้ามีนมเหลืออยู่ก็เอาขึ้นมาเผื่อสักกล่อง”

“อืม ได้” เพื่อนรับคำก่อนจะเดินออกมาจากห้อง ถือว่าพักเบรคก่อนเพราะท้องร้องจนไม่มีสมาธิทำงานต่อ 

ไฟห้องครัวที่เปิดอยู่ทำให้เขานึกสงสัย ยังไม่ทันที่จะคิดอะไรไปไกลร่างที่เดินสวนออกมาก็สะดุ้งสุดตัว ยุ่งที่อยู่ในชุดนอนถือแก้วน้ำที่เผลอทำหกไปเกือบครึ่ง

“ตกใจหมดพี่” ขวัญกระเจิงไปไกล ถ้าสติน้อยกว่านี้อีกนิดคงเผลอปล่อยแก้วในมือไปด้วย

“ขอโทษ ไม่คิดว่าจะยังไม่นอน” เขาเอ่ยพร้อมกับเดินไปเอาไม้ถูพื้น “อย่าพึ่งเดินมา เดี๋ยวลื่น”

“ตกลงใครเป็นเจ้าของบ้านกันแน่เนี่ย” ยุ่งเอ่ยแซว “ยังทำงานไม่เสร็จเหรอพี่”

“อืม แต่ทำอีกนิดก็คงนอนแล้ว ดึกกว่านี้คงไม่ไหว”

“อย่าหักโหมมากดิพี่ ไหนบอกไม่รีบส่ง”

“ไม่รีบแต่ก็อยากทำให้เสร็จเร็วๆ จะได้มีเวลาทำอย่างอื่น”

“ก็จริง”

“แล้วนี่ทำอะไร ทำไมยังไม่นอน”

“ถ้าบอกว่าอ่านหนังสือพี่จะเชื่อไหม” ยุ่งหัวเราะเบาๆ “มีหลายเรื่องที่ต้องอ่านใหม่ พอตั้งใจอ่านดีๆแล้วถึงรู้ว่าที่ผ่านมาผมไม่ตั้งใจเรียนเลย”

“เอามาสิ เดี๋ยวพี่ช่วยดูให้”

“เกรงใจอะพี่” ยุ่งยิ้ม “ผมเห็นช่วงนี้พี่เครียดๆกัน ไม่อยากรบกวนมาก”

“เห็นพี่เหรอ”

“เห็นตี๋ก็ได้” ยุ่งก็ยังเป็นยุ่งที่ซื่อตรงกับความรู้สึกของตัวเองเสมอ “ก็ใกล้สอบแล้ว...คงไม่ว่างกัน”

“อืม ช่วงนี้อ่านหนังสือจนแทบบ้า” เขาหัวเราะ “ผ่านช่วงสอบไปคงดีขึ้น”

“นั่นสิ”

“ยุ่ง”

“ครับ?”

“พี่ขอโทษเรื่องคืนนั้น...ถ้าพี่เข้าไปก่อนตี๋เรื่องก็คงไม่เป็นแบบนี้” เขารู้สึกผิดมาตลอดแต่ไม่มีโอกาสได้พูดเรื่องนี้กับยุ่ง ยิ่งตอนนี้ยุ่งกับตี๋เป็นแบบนี้เขายิ่งไม่สบายใจ

“ขอโทษผมทำไม...พี่ไม่ผิดอะไรสักหน่อย”

“…”

“ถ้าผมไม่เข้าใจผิด...ทั้งชีวิตนี้ผมอาจไม่ได้พูดเลย”

“…”

“ถึงจะผิดเวลาไปหน่อย...แต่ไม่เป็นไรเลย”

“…”

“ความรู้สึกของผมต่อให้พูดวันนี้หรือวันไหนๆ...ก็คงพูดเหมือนเดิม”

“…”

“ก็รักแค่คนนี้”

“ไม่เปลี่ยนไปเลยจริงๆ” ไม่ว่าจะเมื่อไหร่เพื่อนของเขาก็ยังเป็นที่หนึ่งสำหรับคนคนนี้เสมอ ตั้งแต่ที่รู้จักยุ่งมาจนถึงตอนนี้ ความรู้สึกของยุ่งมั่นคงไม่เคยเปลี่ยน

“เหมือนพี่ไง”

“พี่?”

“ไม่พูด...ไม่ได้แปลว่าไม่รู้นะพี่” ยุ่งสบตากับเขาพร้อมรอยยิ้ม “ถึงผมจะไม่เข้าใจทุกอย่าง...แต่รับรู้ได้นะ”

กลายเป็นเขาที่พูดไม่ออก สายตาที่มองมาบ่งบอกว่าสิ่งที่ยุ่งพูดออกมาไม่ใช่การล้อเล่น หลายครั้งที่แสดงออกมากเกินไป แต่ทุกครั้งก็จะจบลงด้วยคำว่าเพื่อนสนิท แค่คำว่าเพื่อนสนิทก็สามารถทำให้ทุกอย่างเป็นปกติ

แต่มันไม่ใช่เลยสักครั้ง

“เฮียเข้าใจยาก แต่จริงจังกับทุกเรื่อง”

“อืม พี่รู้”

“พี่เข้าใจเฮียใช่ไหม”

“ครับ”

เข้าใจดีเลยด้วย

“อาจจะดูเห็นแก่ตัว...แต่ผมขอนะ”

“…”

“อย่าทิ้งเฮีย”

“ไม่ทิ้ง”

“…”

“ทิ้งไม่ได้หรอก”

ให้ทิ้งคนที่รักที่สุด...คงทำไม่ได้





ข้อสอบวิชาแรกผ่านไปแต่เหมือนรบมาสิบสนาม ร่างของนักศึกษาสัตวแพทย์เดินออกมาจากห้องสอบราวกับร่างไร้วิญญาณ ทั้งที่เป็นวิชาแรกแต่กลับดูดพลังงานไปเสียหมด สมองเริ่มหนักอึ้งจนไม่อยากรับอะไรเพิ่มเติม

“เป็นไง” คำถามแรกดังขึ้นจากคนที่เดินออกห้องสอบพร้อมกัน

“พอได้ แต่ยากกว่าที่คิด” เขาตอบก่อนจะหันไปมองเพื่อนอีกคนที่เดินมาตามหลัง “ยิ้ม”

“อืม” ยิ้มที่พึ่งเดินออกมาพยักหน้านิดๆก่อนจะตรงมาหาเขากับตี๋ที่ยืนอยู่

“เป็นไงบ้างมึงอะ” ตี๋ถาม

“ยากดี”

“อ่านหนังสือดึกล่ะสิ หน้ามึงดูเหมือนคนไม่ได้นอน”

“อืม เพลียๆนิดหน่อย”

“แล้วเดี๋ยวมึงจะไปไหนต่อไหม” เพื่อนหันไปถามตี๋ที่หยิบกุญแจรถเตรียมตัวจะกลับ

“กลับบ้าน เมื่อคืนดึกไปหน่อย”

“อ่อ”

“แล้วพวกมึงล่ะ”

“คงอยู่ที่มออีกสักพัก” เพื่อนตอบ

“อยู่ทำไมวะ มีงานอะไรอีก”

“รอยุ่ง”

“อ่อ…อืม...งั้นกูกลับก่อน” คำตอบที่ได้ยินทำเอาคนถามไปไม่เป็น ตี๋เลือกที่จะจบบทสนทนาไว้แค่นั้น เขาโบกมือลาเพื่อนทั้งสองคนก่อนจะเดินออกไป

ถ้าไม่ติดว่าเป็นเพื่อนคงนึกว่าเป็นโจร

หนีเก่ง...

“หิวไหม ไปหาอะไรกินรอยุ่งกัน” เขาหันไปหายิ้มที่ยืนอยู่ข้างๆ “ยิ้ม”

“อืม…ได้ยินอยู่”

“เป็นอะไรรึเปล่า” สีหน้าดูไม่ดีสักเท่าไหร่ จริงๆก็สังเกตเห็นตั้งแต่ก่อนเข้าห้องสอบ แต่คิดว่าคงอ่านหนังสือหนักเลยไม่ได้ถามอะไร

“ปวดหัวนิดหน่อย”

“ไหนดูหน่อย” ไม่ว่าเปล่า หลังมือเอื้อมไปแนบกับหน้าผากของคนตรงหน้าที่ยืนนิ่งไม่ขัดขืนใดๆ “ตัวร้อน มีไข้แน่ๆ เมื่อคืนมึงนอนกี่โมง ไหนบอกตีหนึ่ง”

“ถามมาก...ไม่ตอบ”

“เออ ก็แบบนี้ทุกที” เขาถอนหายใจหนักๆ เวลาเป็นอะไรไม่เคยจะบอก ต้องให้สังเกต ต้องให้ถาม “กลับบ้าน”

“ไม่เป็นไร รอรับยุ่ง”

“เดี๋ยวกูมารับเอง มึงกลับบ้านก่อน”

“ไม่เป็นไร”

“กูไม่ได้ถาม กูสั่ง” เป็นแบบนี้จะให้ปล่อยไปได้ยังไง “มึงนอนดึกติดต่อกันหลายวันร่างกายเลยอ่อนแอ”

“บ่น”

“เออกูบ่นแน่”

“ขี้บ่น”

“ก็ดูทำ”

“บ่น บ่น บ่น”

เคยมีใครบอกไหมว่าเป็นคนกวนหน้าตาย

“ยิ้ม กลับบ้าน”

“รอกลับพร้อมยุ่ง”

“ทำไมดื้อจังวะ”

“ไม่ดื้อ”

“มึงดื้อ”

“กูไม่ดื้อ”

“แบบนี้แหละดื้อ” ตลกดีเหมือนกันที่ยืนเถียงกับคนที่ตาทั้งสองข้างแทบจะปิด ดูก็รู้ว่าพักผ่อนไม่พอ “ยืนคุยกับกูทำไมไม่มองหน้ากู”

“…”

“ยิ้ม!!!”

“…”

“จะยืนหลับแบบนี้ไม่ได้นะโว๊ยยย” เขาแกล้งโวยวายปนขำ ไม่บ่อยนักที่ยิ้มจะเป็นแบบนี้

น่ารักดี

“งั้นไปนอนรอในรถ เดี๋ยวกูจะแวะซื้อยาแล้วขับไปจอดรอยุ่งหน้าโรงเรียน”

“…”

“รู้ว่าได้ยิน”

“…”
“ไม่ให้กลับบ้านแล้วไง...แต่มึงต้องกินยา”

“…”

เวลาไม่เห็นด้วยทีไรก็ชอบเงียบแบบนี้ทุกที

“มึงนี่โคตรดื้อเลย” บ่นแต่ก็อดยิ้มออกมาไม่ได้

ยิ้มไม่เคยเป็นแบบนี้กับใคร

ยิ้มที่เห็นอยู่ตอนนี้...เป็นกับเขาแค่คนเดียว

“แว่น”

“อะไร”

“ไม่เอาเจลลดไข้นะ”

“หืม?” เขาหันกลับไปหาคนข้างตัวอย่างไม่เข้าใจ “เจลลดไข้อะไร”

“ที่มันแปะๆ” ยิ้มพูดพร้อมกับทำท่าทางประกอบ มือข้างหนึ่งยกขึ้นแตะที่หน้าผากตัวเองเบาๆ “แบบของเด็ก ที่แปะๆหน้าผาก..พอแปะแล้วจะนูนๆ ไม่เอา”

“ทำไมล่ะ ไข้จะได้ลดไง” อดขำออกมาไม่ได้

ถ้าไม่เป็นเพราะฤทธิ์ไข้...จะเป็นแบบนี้ไหมนะ

“ไม่ชอบ ไม่เด็กแล้ว”

“…”

“โตแล้ว”

“เหรอ โตแล้วเหรอ”

“อืม โตแล้ว”

“ถ้าโตแล้วก็ต้องเชื่อเวลาพูดอะไร...อย่าดื้อเข้าใจไหม”

“เข้าใจๆ” ยิ้มพยักหน้าหงึกหงัก

แม่ง...

มึงตอนนี้น่ารักฉิบหาย

“ต้องกินยาด้วยนะ”

“ถ้ากินยาแล้วยังไม่กลับบ้านนะ”

“อืม รอกลับพร้อมยุ่งไง”

“งั้นกิน”

“…”

“จะกลับพร้อมยุ่ง”

“…”

“รอยุ่ง”

“รู้แล้วน่า” เพื่อนหัวเราะ เขาเอื้อมมือไปจับข้อมือคนข้างตัวหลวมๆก่อนจะออกแรงดึงให้เดินตาม อาจจะดูแปลกไปบ้างแต่ไม่น่าผิดสังเกตอะไร

ก็พวกเขาเป็นเพื่อนสนิทกัน

“แว่น”

“อืม ว่าไง”

“กูไม่สบาย”

“รู้แล้ว ตัวร้อนขนาดนี้”

“คืนนี้ยุ่งบอกจะไปติวหนังสือกับเพื่อน”

“…”

“ไม่อยากอยู่บ้านคนเดียว”

“…”

“มาอยู่เป็นเพื่อนหน่อย”

“เบื่อมึง”

“เบื่อกู...หรือเบื่ออยู่เป็นเพื่อน”

“…”

“แว่น”

“…”

“เบื่อเป็นเพื่อนกูรึยัง”

คำถามที่เอ่ยออกมาทำให้ขาทั้งสองข้างหยุดชะงัก ร่างกายหยุดนิ่ง รอบข้างเงียบสนิทเหมือนหูดับ สายตาหันไปมองคนข้างตัวที่เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงยากที่จะคาดเดา

พูดเล่นหรือพูดจริง

ในใจก็หวังให้มันเป็นเรื่องจริง

“ถ้าบอกว่าเบื่อแล้วจะทำไม”

ใจเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมาอยู่แล้วยิ้ม

“อืม…นั่นสิ” คนถามหัวเราะเบาๆ คิ้วเลิกขึ้นอย่างคนขี้กวน “ไม่อยากเป็นเพื่อนกูแล้วเหรอ”

“เออ ไม่เคยอยากเป็น”

ตอบจากจิตใต้สำนึกล้วนๆ

“งั้นอยากเป็นอะไร”

“…”

ไม่ถามก็น่าจะรู้คำตอบดีอยู่แล้ว

“ทำไมไม่ตอบล่ะ”

“กวนแล้วยิ้ม” เขาถอนหายใจใส่คนข้างตัวที่ดูอารมณ์ดีเป็นพิเศษ อาจเพราะพิษไข้เลยทำให้ยิ้มไม่ค่อยเป็นตัวเอง

อย่าพูดแบบนี้บ่อย...เขาไม่ได้มีความอดทนเก่งขนาดนั้น

“ไม่ได้กวน...ถามจริงๆ”

“…”

“แว่น”

“กูรู้ว่ามึงห่วงความรู้สึกกู” เขาตัดสินใจเอ่ยออกไป “แต่กูอยู่กับมึงมานาน และกูก็ห่วงมึงเหมือนกัน”า

“…”

“รู้ว่ายังห่วงเรื่องน้องอยู่”

“…”

“ค่อยเป็นค่อยไปก็ได้ยิ้ม”

“…”

“กูแค่อยากอยู่ข้างมึง”

คำตอบที่ออกมาจากความรู้สึกข้างในส่งผ่านออกมาให้อีกคนได้รับรู้ ยิ้มมองคนตรงหน้าก่อนที่รอยยิ้มจะปรากฏขึ้น คนตรงหน้าเขาตอนนี้ไม่เคยเปลี่ยนไปเลย เพื่อนคือคนเดิมตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้

เพื่อนที่คิดถึงตัวเขามากกว่าตัวเอง

เพื่อนที่ห่วงเขามากกว่าตัวเอง

เพื่อนที่เสียสละเพื่อเขา

เพื่อนที่รักน้องของเขาเหมือนที่เขารัก

แค่คนนี้ก็พอแล้วสำหรับเขา

“ขอบคุณครับ”

“อืม เต็มใจ”

“ขอบคุณที่ห่วงยุ่ง”

“ที่ห่วงไม่ใช่เพราะยุ่งเป็นน้องของมึง”

“…”

“แต่เพราะยุ่งเป็นยุ่ง”

“รู้”

“…”

“ขอบคุณครับ”






ก๊อก ก๊อก ก๊อก

เสียงเคาะประตูเป็นจังหวะดังขึ้นเบาๆคล้ายกับว่าไม่อยากปลุกให้คนที่นอนหลับอยู่ตื่นขึ้นมา ประตูห้องเปิดออกพร้อมกับใบหน้าที่ค่อยๆโผล่เข้ามา รอยยิ้มของเพื่อนปรากฏขึ้นทันทีที่เห็นว่าน้องชายเดินเข้ามาในห้องของพี่ชายเป็นรอบที่สามหลังจากกลับมาถึงบ้าน

“ยังไม่ตื่นครับ” เพื่อนเอ่ยอย่างรู้ทันว่ายุ่งจะถามอะไร “มีอะไรรึเปล่า”

“เปล่า” ยุ่งส่ายหน้า สายตามองไปยังร่างของพี่ชายที่นอนหลับสนิทอยู่บนเตียง “ไม่คิดว่าป่วยหนัก”

“ไม่หนักหรอก มันแค่ไม่ได้นอนเลยถือโอกาสนอนพักผ่อนยาวๆ”

“ไม่เห็นต้องฝืนขนาดนั้นเลย เฮียเก่งอยู่แล้ว” ยุ่งถอนหายใจ เขาไม่ชอบเห็นพี่ชายเป็นแบบนี้เท่าไหร่นัก ใจมันว้าวุ่นอยู่ไม่สุข

เป็นห่วง

“ตื่นมาก็ว่ามันเลย”

“เคยทำได้จริงสักครั้งไหมล่ะ” ยุ่งหัวเราะ “วันนี้นอนที่นี่ใช่ไหมครับ”

“ยังไม่แน่ใจ รอดูยิ้มก่อน” เขาหันไปมองคนที่นอนหลับสนิท “ถ้ามันดีขึ้นก็คงกลับ”

“ผมว่าไม่ดีขึ้นแน่ๆเลย”

“หืม?”

“ปกติไม่เคยเห็นเฮียป่วยขนาดนี้ เฮียน่ะแข็งแรงจะตาย”

“…”

“ถ้านอนหลับไม่รู้เรื่องขนาดนี้ผมว่าเป็นหนักแน่ๆ”

“เหรอ...”

“แต่ถ้าพี่ไม่ว่างก็ไม่เป็นไร เดี๋ยวผมเอาหนังสือเข้ามาอ่านแล้วเฝ้าเฮียไปด้วยก็ได้”

“อ่อ งั้น...”

“แต่คงอ่านไม่ค่อยรู้เรื่องเพราะไม่มีสมาธิ เป็นห่วงเฮีย”

“อ่า…”

จริงๆจากที่ดูก็ไม่ได้เป็นหนักขนาดนั้น...

“ผมก็มีพี่ชายคนเดียว”

ไปกันใหญ่แล้วยุ่ง...

“เดี๋ยวพี่นอนที่นี่ก็ได้” ตอนแรกก็คิดไว้อยู่แล้ว กลับบ้านไปตอนนี้ก็เป็นห่วงยิ้มอยู่ดี “ยุ่งไปอ่านหนังสือเถอะ เดี๋ยวพี่ดูมันให้ จะได้ไม่ห่วง”

“พี่จะนอนที่นี่ใช่ป่ะ!” ยุ่งเอ่ยเสียงดังอย่างลืมตัว ลืมไปเลยว่าต้องเก็บอาการ

ช่วยถึงที่สุดแล้วนะเฮีย...

“อ่า…ใช่ครับ”

ทำไมดูดีใจขนาดนั้น...

“ดีเลย ผมเป็นห่วงเฮียมากๆ”

“พี่รู้แล้วครับ” เขายิ้มให้คนตรงหน้า “เดี๋ยวพี่ว่าจะลงไปอุ่นข้าวต้มให้ยิ้ม อีกสักพักคงตื่นแล้ว ฝากดูก่อนได้ไหม” 

“ได้ครับ” ยุ่งรับคำอย่างเต็มใจ เขายิ้มให้เพื่อนสนิทของเฮียจนประตูห้องปิดลง

เขาพูดเวอร์ไปอย่างนั้น...ถึงจะห่วงแต่ก็ดูออกว่าเฮียไม่ได้เป็นอะไรมาก

“รู้นะว่าตื่นแล้ว” ยุ่งเอ่ยออกมาทันทีที่ห้องมีเพียงแค่เขากับพี่ชาย “เมื่อกี้เห็นแอบลืมตา ไม่ต้องเนียนเลยเฮีย”

“ก็ว่าเนียนแล้วนะ” คนที่นอนอยู่หัวเราะออกมา ดวงตาทั้งสองข้างค่อยๆลืมตาขึ้นมาก่อนที่แขนทั้งสองจะพยุงตัวลุกขึ้น เขาเอนหลังพิงหัวเตียงพร้อมกับความปวดที่แล่นขึ้นมา

ปวดหัว

“ไหวไหม เดี๋ยวกินข้าวแล้วก็กินยานอนพัก”

“อืม รู้แล้ว” เขาตอบก่อนจะยกมือขึ้นนวดขมับ “เมื่อกี้ทำอะไร”

“เปล๊า ไม่ได้ทำอะไรเลย” 

“เสียงสูงเนอะ”

“เปล่าสักหน่อย” เขากดเสียงต่ำ ต้องมองไปทางอื่นไม่ให้เฮียจับพิรุธได้

แต่ยุ่งคงไม่รู้ว่ายิ่งทำแบบนั้นยิ่งดูออกว่ามีพิรุธ

“แว่นมันเหนื่อย จริงๆให้มันกลับไปพักผ่อนก็ได้ ไม่ได้เป็นไรมาก...แล้วอีกอย่าง”

“…”

“อ่านหนังสือไม่รู้เรื่องเพราะเป็นห่วง...คิดดีกว่านี้ไม่ได้แล้วเหรอ”

“…”

“ไม่สบาย...ไม่ได้ป่วยใกล้ตาย”

“โห่เฮีย” คนโดนจับได้โวยวายยกใหญ่ “คนเรามันห่วงไม่เท่ากันปะวะ ไม่ต้องมาจับผิดน้องได้ป่ะ”

“ไม่ได้จับผิด...แสดงออกชัดขนาดนี้”

“ถ้าไม่อยากให้พี่เขาอยู่เฮียก็บอกเองดิ”

“เสียน้ำใจ”

“เหรออออออออออ” อดที่จะแซวไม่ได้ จริงๆก็พอดูออกแต่แค่ไม่อยากพูดออกมาตรงๆ เขารอเวลาที่เฮียจะบอกเรื่องนี้กับเขาเอง “อยากให้อยู่ก็แค่พูด มันไม่ยากเลย”

“เปล่า”

แกร๊ก!

“ยุ่ง จะให้พี่อุ่นข้าวให้เลยไหม...อ่าว ตื่นแล้วเหรอ” คนที่เปิดประตูเข้ามาขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าคนที่นอนอยู่บนเตียงตื่นแล้ว

รู้สึกว่าลงไปยังไม่ถึงสองนาที...

“อืม” ยิ้มพยักหน้า

“เป็นยังไง ยังปวดหัวหนักอยู่ไหม”

“เฮียบอกว่าไม่เป็นไรมากแล้ว” ยุ่งตอบแทน

“งั้นเหรอ...งั้นกู...”

“ปวด…ปวดหัวมากๆ”

“อ้าวเฮีย...” ยุ่งหันไปมองหน้าพี่ชายตัวเองที่ไม่แม้แต่จะสบตากับเขา “แต่เมื่อกี้เฮียบอกว่าไม่ได้ใกล้ตาย”

“ใช่…แต่ปวดหัวหนัก”

“โหยยย ไข้ขึ้นแน่ๆเลยเฮีย” ยุ่งรีบเอื้อมมือไปแตะหน้าผาก “โห ร้อนขนาดนี้มีหวังผมติดไข้ไปด้วยแน่ๆ พี่แว่น...ผมว่าวันนี้พี่กลับไปนอนบ้านก็ได้ครับ เดี๋ยวจะติดเฮีย”

“ไม่ติด”

“แต่เฮีย...”

“มันก็เริ่มดีขึ้นแล้ว...ไม่ติดหรอก”

“ไหนมึงบอกปวดหัวหนัก” เขาเริ่มงงอาการ ตกลงดีขึ้นหรือแย่ลงกันแน่

“ก็ปวดหัวหนัก...แต่ไม่ติดไข้”

“งั้นเดี๋ยวผมเฝ้าเฮียแทนก็ได้ จะเอาหนังสือมาอ่านในห้องนี้”

“กลับห้องไป เดี๋ยวติดไข้” ยิ้มหันไปพูดกับน้องชายที่นั่งอยู่บนเตียงกับเขา องศาที่ยุ่งนั่งมันทำให้เขาเห็นสีหน้าของน้องชายทุกประโยค

รู้เลยว่ากำลังสนุก

“อ้าวเฮีย ถ้านี่จะติดพี่แว่นก็ติดด้วยดิ”

“ไม่ติด” เขาตอบ

“จะไม่ติดได้ไง ก็พี่แว่นจะเฝ้าเฮีย”

“ยุ่ง” ยิ้มหันมาสบตากับน้องชายที่พยายามกลั้นหัวเราะ ดีที่ยุ่งนั่งหันหลังให้ประตู ไม่อย่างนั้นเพื่อนคงเห็นหน้าของยุ่งที่ไม่ได้ดูเป็นห่วงเขาเลยสักนิด

“ไหนลองบอกอาการตอนนี้มา” เพื่อนที่ยืนฟังอยู่นานเอ่ยขึ้น

“ปวดหัวมากๆ”

“…”

“ตัวร้อน”

“…”

“ไม่สบายตัว”

“…”

“แต่ไม่เป็นหนักมากแล้ว”

“ถ้าไม่หนักมากพี่แว่นก็กลับบ้านได้ใช่ป่ะ”

“ปวดหัวมากๆไง” เขาย้ำประโยคเดิม ถ้าไม่ติดว่าอีกคนยืนอยู่ที่ประตูเขาคงกระโดดทับน้องชายตัวเองไปแล้ว “ไปอ่านหนังสือได้แล้ว ไม่ต้องเป็นห่วงมากขนาดนี้”

ประโยคหลังไม่ได้บอกให้ยุ่งสบายใจ...แค่อยากให้รีบๆออกไป

อยู่นานเขายิ่งปวดหัว

“พอๆ เดี๋ยวพี่อยู่เฝ้ามันเอง” เพื่อนถอนหายใจออกมา ขืนปล่อยไว้นานกว่านี้คงไม่ได้พักผ่อนกันพอดี

“แต่พี่จะติดไข้เฮียนะ” ยุ่งยังไม่หยุด

หมั่นไส้คนปากแข็ง

“ไม่ติดหรอก” เพื่อนเอ่ย

“แต่…”

“ยิ้มบอกว่าไม่ติดก็คือไม่ติดนั่นแหละ” เขาหัวเราะออกมาก่อนจะมองผ่านไปยังคนที่นั่งอยู่บนเตียง “ใช่ไหมยิ้ม”

“อืม”

“ตามนั้น” ยุ่งยักไหล่ก่อนจะหันไปมองหน้าพี่ชาย “เป็นห่วงนะเฮีย หายไวๆนะ”

“ไปอ่านหนังสือไป”

“ไปแล้วครับ” ยุ่งหัวเราะออกมาพร้อมกับลุกขึ้น “เดี๋ยวผมเอาข้าวต้มขึ้นมาให้ พี่อุ่นไว้แล้วใช่ไหม”

“ครับ น่าจะอุ่นเสร็จแล้ว”

“งั้นเดี๋ยวผมลงไปเอามาให้”

“ขอบคุณครับ”

ประตูห้องปิดลงพร้อมกับสายตาของเพื่อนที่หันไปมองร่างที่นั่งอยู่บนเตียง เขาเดินเข้าไปหาพร้อมกับหลังมือที่ทาบลงบนหน้าผากคนตรงหน้า ความร้อนที่เบาลงจากตอนแรกทำให้เขาเบาใจลง

“ดีขึ้นแล้วนิ”

“อืม แต่ก็ยังปวดหัวอยู่” ยิ้มตอบ

“เดี๋ยวกินข้าวแล้วก็นอนพัก”

“รู้แล้ว”

“ยิ้ม”

“หืม”

“แค่มึงพูดว่าอยากให้กูอยู่...กูก็อยู่แล้ว”

“…”

“ไม่ต้องหาเหตุผลร้อยแปด”

“…”

“ต่อให้มึงสบายดีแต่อยากให้กูอยู่...กูก็จะอยู่”

“ดูออกเหรอ” 

“อืม…ปกติมึงไม่เป็นแบบนี้”

“ไม่แปลกใจ”

“แต่กูชอบนะ” เพื่อนเอ่ย “มึงแบบนี้ก็แปลกดี”

“ยังไง”

“ไม่รู้ แค่รู้สึกว่า”

“…”

“มึงน่ารักดี”







-----------------------------------

พี่ยิ้มคะ พี่ยิ้มมมมมมมมม

อยากเป็นพี่แว่นมากค่ะจุดนี้ ;-;



หายไปนาน กราบรอบทิศ T_____T

เราหายไปเพราะติดสอบและทำปัญหาพิเศษเทอมสุดท้าย

ซึ่งตอนนี้!!!! Perlina เรียนจบอย่างเป็นทางการแล้ววววว~ รัวมือ.

ขอบคุณทุกคนที่ยังรอคอยและติดตามกันนะคะ หลังจากนี้คงเห็นกันจนเบื่อหน่อย

อย่าพึ่งหายไปไหนน๊า T-T


แอบกระซิบว่ากำลังจะเปิดเรื่องใหม่เร็วๆนี้...

อยากให้ติดตามนะคะ เพราะว่า... -///////////-

แล้วเจอกันตอนต่อไปจ้าาาาาาา


1 คอมเม้นท์ = กำลังใจ

นักเขียนยังต้องการคอมเม้นท์จากทุกคนนะคะ T-T


#เพื่อนที่หนึ่ง

T
B
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 481 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,010 ความคิดเห็น

  1. #981 CallistoJpt (@CallistoJpt) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 30 มกราคม 2563 / 10:36
    ขำพี่ยิ้มกับน้องยุ่งอะ ช่วยพี่แต่ก็แกล้งพี่ด้วยอะน้องยุ่ง 555555555 ชอบพี่น้องคู่นี้มากเลย เขารักกันจริงๆ พี่ยิ้มโหมดอ้อนงอแงนี่น่ารักดี ^^
    #981
    0
  2. #957 loveseriesY (@loveseriesY) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 มกราคม 2563 / 07:11
    เอ็นดูพี่ยิ้มได้ไหมงิ
    #957
    0
  3. #943 HaeMay (@HaeMay) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 27 มกราคม 2563 / 00:02
    นี่ชอบยิ้มตอนนี้อ่ะ ได้เห็นมุมน่ารักๆเหมือนที่เพื่อนว่าจริงๆ

    ชอบยุ่งอ่ะต้อนพี่ซะจนมุมเลย
    #943
    0
  4. #536 fazaferinns (@tqxofaniiza) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2562 / 13:56
    คอนเกรทน้าา //// ใจบางงงงง
    #536
    0
  5. #426 GOIDFIOWER (@GOIDFIOWER) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2562 / 22:02

    แงงงงงง
    #426
    0
  6. #425 Xialyu (@Xialyu) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2562 / 21:14
    ใจฉ๊านนนนนนนนนน
    #425
    0
  7. #416 aeae_holic (@aeae_holic) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2562 / 23:10
    แง้ พี่ยิ้มขี้อ้อน แต่ก็สมกับเป็นพี่แว่นที่อยู่ด้วยกันมานาน รู้ว่าพี่ยิ้มแค่อ้อนให้อยู่ด้วย ฮืออ อยากใหพี่นิ้มกับพี่แว่นหวานๆ มีความสุขแล้ววววววฟหกดะ่าวว้ดทท
    / เป็นกำลังใจให้ไรต์นะคะ ขอส่งกอดไปน๊า
    #416
    0
  8. #415 SOUL (@kana1920) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2562 / 14:32
    หาเหตุผลอ้อมโลกมาก 555
    #415
    0
  9. #414 supervisor-imm (@supervisor-imm) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2562 / 13:31
    ใจน้องบางไปหมดแล้วค่ะ งื้อ
    สู้ๆสำหรับตอนต่อๆไปนะคะ
    #414
    0
  10. #413 ppumpimm (@ppumpimm) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2562 / 10:57
    แงงงง น่ารักกกกก//ยินดีกับความสำเร็จนะคะไรท์ ^__^
    #413
    0
  11. #412 pcard (@pcardcards) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2562 / 07:33
    พี่ยิ้มมุมนี้น่ารักจริงๆแหละ ><
    //พี่น้องบ้านนี้ก็น่ารักกกกกก
    #412
    0
  12. #411 IammAngel (@IammAngel) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2562 / 04:40
    เราก็ชอบน่ารักดี555 พี่ยิ้มไม่เนียนเลยนะ
    #411
    0
  13. #410 bbbbbb_b (@bbumbum) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2562 / 23:25
    แงงงงงงง
    #410
    0
  14. #409 Cho milk (@j_natcha) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2562 / 22:50
    โอ้ยยยยย

    ต้องเอาแม่มาขอแล้วค่าาพี่แว้น
    #409
    1
    • #409-1 Cho milk (@j_natcha) (จากตอนที่ 9)
      19 มิถุนายน 2562 / 22:50
      ต้อง *แว่น
      #409-1
  15. #408 ninemilnac (@romehokeyliet91) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2562 / 22:44
    น่ารักจังเลยพี่ยิ้มมมม อยากให้เพื่อนอยู่ด้วยก็แค่อ้อนเองเนาะ
    #408
    0
  16. #407 CNSky (@lisianthus01) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2562 / 22:31
    โอ้ยพี่ยิ้มมมมม ช้าหวะ จะขโมยแว่นหนีแล้วนะ
    #407
    0
  17. #406 toon_kk2 (@TooN_KK) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2562 / 22:15
    พี่ยิ้มมมมมน่ารักกกกกกกก น้องยุ่งคือรู้เเน่ๆว่ามีซัมติง
    #406
    0
  18. #405 Rainbow_Jang (@bovy30) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2562 / 21:56
    พี่ยิ้มย่ารัก
    #405
    0
  19. #404 PeEarn (@PeEarn) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2562 / 21:51
    ฮื้ออ โคตรน่ารักเลยอ่ะคู่นี้
    #404
    0
  20. #403 Bice2213 (@bice9620) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2562 / 21:50
    แหมมม พี่ยิ้มอ้อมโลกเลย555555
    #403
    0
  21. #402 ooy1565 (@ooy1565) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2562 / 21:48
    โอ้ยพี่ยิ้มป่วยแล้วงอแงน่ารักที่สุดยุ่งยังรู้เลยถึงได้แกล้งอยากขนาดนั้นอยากให้เพื่อนอยู่ก็บอกตรงตรงก็ได้
    #402
    0
  22. #401 Devil strawberry (@pimonsone) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2562 / 21:48
    ยิ้ม ที่น้องมันแกล้งก็แค่อยากให้ยิ้มเลิกปากแข็งอะแหละ
    #401
    0
  23. #400 Pheaw_ (@kminbb) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2562 / 21:22
    อ้อนให้อยู่ไปอี้กกกกกกก
    #400
    0
  24. #399 Rainbow_Jang (@bovy30) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2562 / 09:29
    อ่อยเก่งไปอีกก
    #399
    0
  25. #398 IammAngel (@IammAngel) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2562 / 22:02
    พี่ยิ้มอ่อยเก่งงง
    #398
    0