เพื่อนที่หนึ่ง [YAOI] END

ตอนที่ 4 : 04 - กฎแรงโน้มถ่วง 100 per

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,580
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 369 ครั้ง
    28 พ.ย. 61

T
B

กฎแรงโน้มถ่วง



การคัดเลือกตัวแทนครั้งสุดท้ายจบลงพร้อมกับผลที่ออกมาไม่ผิดไปจากที่คาดการณ์ไว้ ใบหน้าของผู้ถูกคัดเลือกไม่ได้แสดงออกว่าตัวเองดีใจที่ได้เป็นตัวแทนของโรงเรียน ไม่มีรอยยิ้มบนใบหน้า ไม่มีความรู้สึกยินดี ไม่มีความรู้สึกยินร้าย

ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะต้องรู้สึกยังไง

“ยิ้ม” เสียงที่คุ้นเคยเรียกคนที่กำลังเดินออกจากห้องเตรียมจะกลับบ้าน “รอก่อน”

ร่างสูงหยุดเดินก่อนที่จะหันหลังกลับมามองคนที่เดินตามมา รอยยิ้มบางๆปรากฏขึ้นจากใบหน้าที่ไร้อารมณ์มาทั้งวัน คิ้วทั้งสองผ่อนคลายลงเมื่อเห็นใบหน้าที่ดูเป็นกังวล

“มึงโอเครึเปล่า” คำถามที่แสดงออกถึงความเป็นห่วงถูกส่งผ่านมายังเขาที่ยืนรอฟังอีกคนพูด

“เรื่องอะไร”

“ตัวแทนสอบไง”

“อืม โอเค” เขาพยักหน้า “แล้วเพื่อนโอเครึเปล่า”

“เฉยๆ ได้ก็ดี ไม่ได้ก็ไม่ได้เสียใจ” เขาตอบ “เห็นมึงดูนิ่งแปลกๆตอนครูประกาศชื่อเลยเป็นห่วง”

“ไม่มีอะไร” เขาตอบ “ไม่รู้ว่าจะต้องแสดงออกยังไง เรารู้สึกเฉยๆน่ะ”

“อืม งั้นก็ดีแล้ว”

“ขอบคุณที่เป็นห่วง”

“เออ เล็กน้อย” เขายิ้มออกมา “แล้วมึงจะไปไหนต่อ กลับบ้านเลยรึเปล่า”

“อืม เดี๋ยวนั่งรถเมล์กลับ”

“อ่อ เออ...งั้นกลับบ้านดีๆ”

“แล้วเพื่อนจะกลับบ้านยังไง” นี่ก็เกือบหกโมงเย็นแล้ว วันนี้ครูนัดคนที่จะสอบคณิตศาสตร์วิชาการให้อยู่ต่อ เขาเลยต้องกลับบ้านเอง

“ยังไม่กลับ ว่าจะไปหาอะไรกินแถวตลาดหน้ามอ”

“อ่อ”

“มึงรีบกลับเถอะ เดี๋ยวรถติด”

“อืม เวลานี้รถติดเลย”

“รีบไปๆ”

“เรา…”

“หืม?”

“ขอไปหาอะไรกินกับเพื่อนได้ไหม”

“เอาดิ” เพื่อนตอบกลับมาทันที “หน้ามอมีอะไรกินเยอะแยะ นึกว่ามึงรีบกลับบ้านเลยไม่กล้าชวน”

“ชวนเถอะ”

“…”

“ถ้าเป็นเพื่อน...จะชวนไปไหนก็ได้ทั้งนั้น”

“เหงาเหรอมึง”

“อืม…เรียกแบบนั้นก็ได้” ถ้าเพื่อนอยากเข้าใจแบบนั้นเขาก็จะไม่ขัด ถึงแม้ว่าจะเข้าใจไม่ตรงกัน แต่ผลลัพธ์ก็ไม่ได้ผิดเพี้ยนไปซะเท่าไหร่

“ไว้จะชวนบ่อยๆ”

“อืม ต้องชวนนะ”

“เออ รู้แล้วน่า” เขายิ้มนิดๆกับการย้ำซ้ำไปซ้ำมา

รู้แล้วว่าเหงา

เชื่อแล้ว...

ตลาดนัดหน้ามหาวิทยาลัยในเวลาหกโมงนิดๆยังมีหลายร้านที่ยังตั้งร้านไม่เสร็จ แต่ส่วนใหญ่ก็เริ่มเอาของออกมาวางขายบ้างแล้ว คนที่เคยมาไม่กี่ครั้งดูตื่นเต้นไม่น้อยจนลืมตัวว่ามีสายตาอีกคู่ที่จับจ้องมองอยู่ ริมฝีปากเผยยิ้มออกมาเมื่อยิ้มชี้ของกินที่เดินผ่านในแต่ละร้าน

ตัวก็ไม่ได้ใหญ่...ทำไมดูกินเยอะจังวะ

“มึงหิวใช่ไหมยิ้ม” เขาแกล้งถามออกมาเมื่อหยุดลงที่หน้าร้านขายเครป

“ไม่ได้หิวมาก”

โกหกไม่เนียนเลยมึง...

“เพื่อนกินเครปไหม เราเลี้ยงเอง”

“ป๋าเหรอ” 

“เปล่า...นี่ยิ้ม” เขาตอบ “ไม่ใช่ป๋า”

“มุกนี้ไม่ผ่านนะ” เพื่อนตอบกลับ “มึงกินเถอะ เดี๋ยวกูค่อยแย่งมึงกิน”

“ต้องแย่งนะ” ยิ้มเอ่ยก่อนจะยื่นกระดาษให้เจ้าของร้านที่กำลังทำเครปอยู่ “เราอยากกินหลายอย่าง ปกติไม่ค่อยได้มาเดิน”

“ไว้วันหลังถ้าอยากมาก็ชวนได้”

“จะมาด้วยเหรอ”

“ไม่รับปาก...แต่ถ้าไม่ติดอะไรก็มาได้”

“แล้วติดอะไรถึงจะมาด้วยไม่ได้”

“ถามเยอะจังวะ” ถึงจะอยู่ด้วยกันทุกวันแต่ก็ยังไม่ชินกับคำถามของยิ้มสักเท่าไหร่ อาจเพราะเขาไม่เคยเจอใครที่ถามเยอะแบบนี้

บางคำถามคนปกติก็ไม่ถาม...

“ก็เราอยากรู้”

“อืม…” เขาพยักหน้าอย่างใช้ความคิด “ก็คงเป็นตอนมีแฟนมั้ง ถ้ากูมีแฟนก็จะมากับแฟน”

“เพื่อนจะมีแฟนเหรอ”

“เปล่า ไม่ใช่แบบนั้น”

“ไม่มีได้ไหม”

“อะไรนะ”

“ตอนนี้ยังไม่มีแฟนได้ไหม”

“มึงเป็นอะไรของมึงเนี่ย” ประโยคที่ยิ้มตอบกลับมาทำให้เขาทำตัวไม่ถูก สายตาที่มองมาดูจริงจังเกินกว่าที่จะเป็นการพูดเล่น

“เพื่อน”

“ฟังอยู่”

“อย่าพึ่งมีแฟนได้ไหม”

“ยิ้ม”

“แค่บอกว่าจะไม่มี”

“งั้นมึงบอกเหตุผลมาว่าทำไมถึงไม่ให้มี”

“หวง”

“ว่าไงนะ...”

“เราหวง”

คำตอบที่ไม่คิดว่าจะได้รับทำให้เขานิ่งไปชั่วขณะ สายตาที่มองมาจริงจังจนเขาเชื่อว่าที่ยิ้มพูดออกมาเป็นเรื่องจริง แวบหนึ่งเขาเห็นความสับสนอยู่ในดวงตาคู่นั้น และเป็นเขาที่หลบสายตาที่มองมา

ทำไมรู้สึกแปลกๆ...

“กูไม่รับปากหรอก”

“…”

“เพราะกูไม่เข้าใจจริงๆว่ามึงจะหวงกูทำไม”

“ในสถานะเพื่อน”

“เพื่อนกันเขาไม่หวงกันแบบนี้”

“แล้วต้องในสถานะไหน...เราถึงจะหวงได้” 

“ยิ้ม กูไม่เล่น”

“เราเคยพูดเล่นเหรอ” เขาถามกลับ ในใจรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุ ทั้งที่เขารู้ว่าสิ่งที่ตัวเองต้องการคืออะไร แต่ปากมันไม่กล้าที่จะพูดออกไป

ทุกวันนี้ที่เป็นอยู่มันก็ดีมากแล้ว

ถ้าเพื่อนไม่พูดเรื่องนี้ขึ้นมาเขาก็คงไม่หลุดปากพูดออกไป

คำว่าหวง...มันแปลว่าหวงจริงๆ

“ยิ้ม”

“ช่างมันเถอะ ไม่มีอะไร”

“กูไม่เข้าใจจริงๆ” เขาดูไม่ออกว่ายิ้มรู้สึกอะไรอยู่ เพราะยิ้มไม่ได้เป็นคนที่ดูออกง่ายขนาดนั้น บางครั้งเขาก็คิดว่าเขาดูอีกคนออก แต่จริงๆแล้วเหมือนเขายังไม่รู้จักอีกคนดีพอด้วยซ้ำ

คำว่าหวงที่พูดออกมา...เข้าใจตรงกันกับเขารึเปล่า

“เราชอบเพื่อน”

“…”

“ตอนนี้เราชอบเพื่อนมากกว่าทุกๆคน”

“มึงหมายความว่า...”

“อืม”

“มึงหวงกูเพราะสนิทกับกูที่สุดใช่ไหม” เพื่อนยิ้มออกมา “กลัวกูมีแฟนแล้วมึงจะเหงาไม่มีใครคุยด้วยใช่รึเปล่า”

แล้วจะพูดให้เข้าใจยากทำไม

“มึงไม่ต้องกลัว...เวลากูมีแฟนกูไม่เคยทิ้งเพื่อน”

“คือ…”

“กูไม่ทิ้งเพื่อนอยู่แล้ว”

“เฮ้อ” เขาถอนหายใจออกมาเสียงดัง

เหมือนจะเข้าใจ แต่สุดท้ายก็ซื่อบื้ออยู่ดี

“โล่งเลยอะดิ” เพื่อนยิ้มกว้าง “ได้พูดออกมาแล้วโล่งเลยใช่ไหม”

“อืม ถ้าคิดแบบนั้นก็ได้”

ตามใจเลยเพื่อน

อยากคิดอะไรก็คิดเลย...





ประตูห้องนอนปิดลงไม่ถึงหนึ่งนาทีก็ถูกเปิดออกอีกครั้งด้วยร่างของเด็กผู้ชายวัยสิบสามปีที่เดินยิ้มร่าเข้ามา ท่าทีที่สดใสทำให้คนเป็นพี่ยิ้มออกมาก่อนจะตบที่ว่างข้างเตียงเหมือนทุกครั้ง

“วันนี้เฮียกลับบ้านดึก” ยุ่งเอ่ยขึ้นพร้อมกับร่างที่นั่งลงติดกับเขาโดยไม่เหลือพื้นที่ว่าง

ชินแล้ว

“ครูเรียกคุยเรื่องสอบคณิต”

“เฮียงานเยอะ”

“เดี๋ยวขึ้นมอปลายก็จะเข้าใจเอง” มือหนายีหัวคนข้างตัวอย่างมันเขี้ยว “กินข้าวเย็นรึยัง ซื้อขนมมาแช่อยู่ในตู้เย็น”

“ดึกๆค่อยลงไปกินก็ได้” ยุ่งเอ่ยอย่างเด็กอารมณ์ดี “เฮียเหนื่อยมากไหม ให้นวดไหล่ให้เปล่า”

“อยู่เฉยๆไม่ซนก็พอแล้ว” เขาหัวเราะออกมา “วันนี้เป็นยังไงบ้าง คะแนนสอบย่อยได้เท่าไหร่"

“ทำไมเฮียจำได้”

“ก็ไม่เคยลืม” เรื่องของน้องเขาจำได้ดีกว่าเรื่องของตัวเอง “เป็นยังไง ที่สอนไปได้ผลบ้างไหม”

“ก็ไม่แย่นะเฮีย” ยุ่งเอ่ย “เต็มยี่สิบได้สิบสอง ยุ่งก็ว่าไม่แย่ แต่พ่อบอกว่าคราวหน้าต้องได้เยอะกว่านี้”

“แค่นี้ก็เก่งมากแล้ว” ยุ่งเป็นความภูมิใจของเขาเสมอ “น้องเฮียเก่งที่สุดแล้ว ไว้ครั้งหน้าเฮียจะสอนให้ดีกว่านี้”

“เฮียสอนดีที่สุดแล้ว ยุ่งไม่ตั้งใจเอง” คนเป็นน้องเอ่ยออกมาเมื่อเห็นว่าพี่โทษตัวเอง ทุกครั้งเวลาเขาทำอะไรได้ไม่ดีพี่ชายมักจะโทษตัวเองแทนการโทษเขาอยู่เสมอ

ทั้งที่ความจริง...เฮียของเขาดีที่สุดแล้ว

“เฮีย”

“หืม?”

“เหนื่อยไหม”

“…” 

คำถามจากน้องชายทำให้เขาเงียบไปพักใหญ่ เมื่อหันไปสบตาก็รับรู้ได้ว่าคำถามนั้นจริงจัง แววตาที่มองมาบ่งบอกว่ายุ่งเป็นห่วงเขาไม่น้อยกว่าที่เขาห่วงยุ่ง

เป็นพี่น้องที่ขี้เว่อจริงๆนั่นแหละ...

“ไม่เหนื่อย”

“…”

“เฮียไม่เคยเหนื่อยเลย” มือลูบหัวน้องเหมือนอย่างเคย 

ยุ่งชอบเข้ามาอยู่ในห้องของเขาบ่อยกว่าอยู่ในห้องของตัวเอง แต่ก่อนเขากับยุ่งนอนห้องเดียวกัน พึ่งได้มาแยกห้องนอนเมื่อปีก่อน แต่แยกไปก็เท่านั้น ไม่เขาก็ยุ่งที่จะสลับไปนอนห้องของกันและกัน

เป็นแบบนี้จนชิน

“ถ้าเหนื่อยก็พักกับยุ่งได้นะ” แววตาใสซื่อหันมาสบตากับเขาพร้อมรอยยิ้ม “สัญญาว่าจะไม่บอกใคร”

“…”

“ไหล่ไม่กว้าง...แต่เป็นที่พักพิงให้เฮียได้นะ”

“ไปฝึกพูดแบบนี้มาจากใคร” เขายิ้มออกมาอีกครั้ง ยิ้มกว้างกว่าทุกครั้งเมื่อคนตรงหน้าคือน้องชายของเขา

ตอนเด็กๆพ่อแม่บอกให้รักน้องมากๆ เขาเชื่อที่พ่อแม่บอกมาโดยตลอด จนวันหนึ่งเขารู้สึกว่าไม่จำเป็นต้องทำตามที่พ่อแม่บอก ถึงไม่บอกเขาก็รักน้องของเขามากอยู่ดี รักมากเท่าที่พี่ชายคนหนึ่งจะทำให้น้องได้

ก็มีกันสองคนพี่น้อง

“เท่ใช่ไหมเฮีย” ยุ่งยิ้มออกมาอย่างภาคภูมิใจ “เพื่อนยุ่งเอามุกนี้ไปจีบสาวแหละ”

“เริ่มจีบสาวแล้วเหรอ” เขาหัวเราะออกมา “มอหนึ่งเอง”

“ความรักมันไม่ขึ้นอยู่กับอายุสักหน่อย”

“งั้นเหรอ”

“มีสาวมาจีบยุ่งเยอะมากเลยนะเฮีย แต่ยุ่งไม่สนใจหรอก”

“อวด?”

“พูดความจริงต่างหาก!!!”

“แล้วรู้ได้ยังไงว่ามาจีบ”

“โหยยยย เฮียไม่เคยมีใครมาจีบเหรอ” ยุ่งหัวเราะออกมาเสียงดัง “ก็บอกแล้วไงว่าให้เปลี่ยนแว่นตา จริงๆเฮียหล่อสูสีกับยุ่งเลยนะ”

“นอกประเด็นแล้ว”

“อะๆ…จริงๆก็ดูไม่ยาก เวลาเจอกันก็จะเขินๆ บางทีก็เอาขนมมาให้ แต่ถ้าจะให้ชัดเจนต้องส่งเพลง”

“ส่งเพลง?” 

กลายเป็นพี่ชายกำลังเรียนรู้จากน้องชายซะงั้น...

“ส่งเพลงบอกความรู้สึกไงเฮีย” ยุ่งถอนหายใจออกมา “ทำไมเฮียทำเหมือนไม่เคยทำเนี่ย”

“ก็ไม่เคยไง”

ไม่เคยจีบใคร ไม่เคยรู้สึกชอบใคร

“ได้ไง! จืดชืดมาก” ยุ่งเปลี่ยนท่านั่งหันมามองเขาตรงๆก่อนจะพูดต่อ “อย่างน้อยเราก็ต้องมีคนที่ทำให้เรากระชุ่มกระชวยหัวใจรึเปล่าเฮีย”

“อ่อ”

แบบนั้นก็มีอยู่คนหนึ่ง...

“แล้วจะรู้ได้ยังไงว่าชอบ...หมายถึง...ชัดเจนแล้วว่าชอบ”

“เฮียไม่รู้จริงๆดิ” ยุ่งหัวเราะเสียงดัง “ตลกอะ”

“ยุ่ง”

“ไม่ล้อแล้วๆ” คนอารมณ์ดีเอ่ย “ก็ไม่รู้จะให้คำจำกัดความยังไง แต่ยุ่งชอบกินลูกอมใช่ไหม”

“อืม มาขอเฮียทุกวัน”

“นั่นแหละ”

“?”

“ก็ถ้าวันหนึ่งเหลือลูกอมแค่หนึ่งเม็ด...ยุ่งก็จะเอาเม็ดนั้นให้เขา”

“…”

“ถึงจะชอบลูกอม แต่ก็ชอบเขามากกว่าอยู่ดี”

“อ่อ”

“แล้วเฮียชอบอะไร” ยุ่งถามพี่ชายที่ดูคิดหนักเกินกว่าที่จะเป็นการคุยเล่นกัน “แบบของที่เฮียชอบมากๆ”

“ถ้าแต่ก่อนไม่ชอบ แต่เดี๋ยวนี้ชอบแล้วได้ไหม”

“ได้ดิ”

“เข้าใจแล้ว”

“เข้าใจจริงๆใช่ไหมเฮีย” ต้องถามย้ำเพราะเป็นครั้งแรกที่รู้สึกไม่มั่นใจในพี่ชายตัวเอง ยิ่งท่าทีที่แสดงออกมายิ่งหวั่นๆ “เฮียเข้าใจจริงๆใช่ป่ะ”

“อืม เข้าใจ”

เข้าใจแล้วจริงๆ

“แล้วต้องส่งเพลงด้วยไหม”

“ส่งดิเฮีย เพลงแทนใจไง”

“โอเค”

เพลงแทนใจ




\(•ิ_•ิ\) FRIEND (/•ิ_•ิ)/  - Online


สถานะที่ปรากฏบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ทำให้คนที่พึ่งเข้าสู่ระบบยิ้มออกมา คำแนะนำจากน้องชายลอยเข้ามาในหัวอีกครั้ง แม้ว่าจะใช้เวลานานในการทำความเข้าใจ แต่สุดท้ายเขาก็เข้าใจ

ให้ในสิ่งที่ชอบ


20:54 ◕‿◕。 YiMYiM : เพื่อน

20:54 ◕‿◕。 YiMYiM : เรามีอะไรจะให้


ตึ้ง!

เสียงข้อความตอบกลับมาพร้อมกับชื่อของคนที่เขาพึ่งทักไป


20:55 \(•ิ_•ิ\) FRIEND (/•ิ_•ิ)/ : ว่าไงมึง

20:55 ◕‿◕。 YiMYiM : *ส่งลิ้งค์...คณิตศาสตร์ ม.4 ชุดที่2* 

20:55 ◕‿◕。 YiMYiM : เอาไปฝึกทำนะ

20:55 ◕‿◕。 YiMYiM : เราให้ :)


ต่อไปก็เพลงแทนใจ


20:55 ◕‿◕。 YiMYiM : *ส่งลิ้งค์...เพลงคณิตศาสตร์ ฟังก์ชัน*

20:56 ◕‿◕。 YiMYiM : เบื่อๆก็ฟังเพลงระหว่างทำแบบฝึกนะ

20:56 ◕‿◕。 YiMYiM : จะได้ไม่ง่วง





วันเสาร์ควรเป็นวันแห่งการพักผ่อน แต่ไม่ใช่สำหรับยิ้ม ร่างในชุดนักเรียนถูกระเบียบเดินลงจากรถพร้อมกับเสียงน้องชายที่ให้กำลังใจตามหลัง รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าให้ผู้เป็นพ่อกับแม่สบายใจก่อนที่จะก้าวเดินเข้ามาในโรงเรียนที่เป็นสนามสอบคณิตศาสตร์วิชาการ

เตรียมตัวมาเยอะเลยค่อนข้างมั่นใจ

นักเรียนต่างสถาบันเดินสวนกันไปมาจนลายตา ไม่มีใบหน้าของคนคุ้นเคย ไม่มีเสียงพูดคุยออกมาจากปากของคนที่แบกความหวังไว้เต็มบ่า ยิ้มลอบถอนหายใจก่อนที่จะเดินไปนั่งลงตรงที่นั่งข้างสนาม มือเย็นเฉียบขึ้นมาอัตโนมัติ แม้จะเป็นการสอบที่ต่างคนต่างทำข้อสอบ แต่สุดท้ายผลคะแนนก็คือตัวตัดสินว่าเขาทำได้มากหรือน้อย

ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะได้มาอยู่จุดนี้

เมื่อก่อนเขาไม่ใช่คนเก่ง...เรียนพอถูไถ

เสียงรอบข้างทำให้เขาหยิบหูฟังขึ้นมาเสียบกับโทรศัพท์ เพลงที่โหลดใส่ไว้ในเครื่องดังขึ้นพร้อมกับทำนองที่ทำให้ความตื่นเต้นลดลง ดวงตาทั้งสองข้างค่อยๆหลับลงเพื่อตั้งสมาธิ เนื้อหาที่หมั่นฝึกฝนอยู่ทุกๆวันขอให้เขาได้ประโยชน์จากสิ่งเหล่านั้น เพราะในวันนี้เขาไม่ได้ทำเพื่อตัวเองเพียงอย่างเดียว เขาทำเพื่อโรงเรียน เพื่อครู เพื่อครอบครัว และทุกคนที่อยู่รอบข้าง

ดูยิ่งใหญ่จนนึกว่าไปออกรบ

ตลกดี

“ยิ้ม” เสียงที่ดังลอดเข้ามาทำให้คนที่นั่งฟังเพลงเพลินๆลืมตาขึ้นมา ภาพแรกที่ปรากฏตรงหน้าทำให้เขาแปลกใจเล็กน้อย ยิ้มถอดหูฟังออกก่อนจะขยับที่ว่างข้างตัวให้อีกคนนั่ง

“พึ่งมาเหรอ” เขาถาม

“เออ ไปโรงอาหารมา” เพื่อนตอบก่อนจะหันไปมองคนข้างตัวที่ยืนยิ้มให้ “นี่มีน...เพื่อนกู” ประโยคหลังแผ่วเบาจนคนฟังแทบไม่ได้ยิน

“อ่อ…สวัสดี” เขาพยักหน้ารับ “ชื่อยิ้ม”

“เราชื่อมีน” น้ำเสียงสดใสของผู้หญิงวัยเดียวกันตอบกลับ “เราอยู่โรงเรียนเดียวกันตอนมอต้น แต่มอปลายเราย้ายไปเรียนอีกที่”

“อ่อ”

ก็ว่าทำไมเพื่อนถึงรู้จัก

“เจอมีนวันนี้เราก็ยอมแพ้แล้ว” คนที่ดูอารมณ์ดีกว่าทุกวันเอ่ย “ใครจะกล้าสู้มีนได้เนี่ย”

“พูดเวอร์ตลอดเลยเพื่อน” รอยยิ้มน่ารักส่งกลับมาหาคนพูด “เดี๋ยวเราไปหาเพื่อนก่อนนะ ไว้เจอกันก็ทักได้นะ”

“อืม” ยิ้มพยักหน้าอีกครั้ง “ไว้เจอกันใหม่”

ทันทีที่มีนเดินออกไปคนที่ยืนยิ้มอยู่ก็นั่งลงข้างเขาอย่างอารมณ์ดี หูฟังที่ถอดออกหนึ่งข้างถูกดึงไปใส่หูอีกคนก่อนที่สายตาที่เต็มไปด้วยความสุขจะหันมามองเขา เพื่อนยิ้มกว้างกว่าทุกวัน และนั่นทำให้เขารู้ว่าคนๆนั้นพิเศษกว่าใคร

“ชอบเหรอ” คำถามแรกที่ถามขึ้นทำให้คนข้างตัวแปลกใจไม่น้อย

“ดูออกเหรอวะ” ไม่มีคำปฏิเสธจากปากของคนอารมณ์ดี “จริงๆก็ไม่น่าดูยากอะไร” เพื่อนหัวเราะออกมา เขาก็ชัดเจนมาตลอด

“ชอบเหรอ” ยิ้มย้ำถามคำเดิมอีกครั้ง

“อืม”

“…”

“ชอบ”

ชัดเจนดี...

“นานเท่าไหร่แล้ว” เขาถามต่อ

“ตั้งแต่มอหนึ่ง”

อืม...ก็นานแล้ว

“แต่ไม่เคยบอกหรอก...กูกลัวว่าเขาจะเปลี่ยนไป”

“ไม่คิดว่าเขาชอบบ้างเหรอ”

“ไม่กล้าคิด” เพื่อนยิ้มนิดๆ “กูไม่ได้เข้าข้างตัวเองขนาดนั้นว่ะ”

“อืม”

“เพลงมึงเพราะดีนะ” เขาหันมาสบตา “เพราะว่าเพลงคณิตไรนั่นที่มึงส่งมา”

“งั้นเหรอ” ยิ้มหัวเราะเบาๆ “เพื่อน”

“ว่าไง”

“ชอบเพราะอะไร”

“หมายถึงมีน?”

“อืม”

“ก็…” รอยยิ้มปรากฏขึ้นมาอีกครั้ง คนที่เห็นภาพตรงหน้าหลบสายตาลงต่ำก่อนจะลอบถอนหายใจ ทั้งที่เขาเป็นคนถามเอง แต่กลับกลัวคำตอบที่จะได้รับ “ไม่มีอะไรพิเศษหรอก”

“…”

“มีนเป็นคนใจดี ชอบช่วยเหลือคนอื่น มีนเรียนเก่งมาตั้งแต่ไหนแต่ไร เวลาทำงานกลุ่มก็มีแต่คนอยากอยู่กับมีน กูก็เป็นหนึ่งในนั้น แต่ไม่ใช่เพราะเขาเก่ง”

“…”

“แต่เพราะรอยยิ้ม...กูชอบเวลาเขายิ้ม” เพื่อนเอ่ย “มีนยิ้ม...เหมือนโลกกูสดใสขึ้นมา”

“ชอบคนที่รอยยิ้มเหรอ”

“อืม มันมีเสน่ห์นะ”

แล้วต้องยิ้มแบบไหน...บอกได้ไหม

“ไม่เหมือนใครบางคนที่ชื่อยิ้มแต่ทำหน้าเป็นตูด”

“ขอโทษด้วย”

เป็นแบบนี้มาตั้งแต่ไหนแต่ไร

คงยิ้มอย่างที่อยากเห็นไม่ได้

“กูล้อเล่น หน้าตึงเชียว” เพื่อนตบบ่าคนข้างตัว “อาจเพราะกูเจอกันทุกวันเพราะอยู่ห้องเดียวกัน รู้ตัวอีกทีก็ชอบเขาไปแล้ว เวลาทำอะไรเขาก็อยู่ในสายตากูมาตลอด”

“ตอนนี้ก็ยังชอบอยู่เหรอ”

“อืม ใช่”

“…”

“ไม่รู้สึกว่าจะชอบใครมากกว่าคนนี้”

“…”

“แต่ก็ไม่ได้ปิดกั้นว่าจะชอบแค่คนนี้”

“…”

“แค่ยังไม่เจอคนที่ชอบมากกว่า”

“อืม”

“แล้วมึงล่ะ”

“เราทำไม?”

“เวลาชอบใครสักคน...มึงชอบเขาที่ตรงไหน”

“…” ยิ้มหันไปมองคนข้างตัว ริมฝีปากยกขึ้นเล็กน้อยก่อนจะส่ายหน้าไปมา “ไม่มีเหตุผล”

“…”

“เวลาชอบก็คือชอบ...ไม่เคยหาเหตุผลว่าชอบเพราะอะไร”

“…”

“ไม่เคยจำว่าชอบตอนไหน”

“…”

“รู้ตัวอีกทีก็ชอบไปแล้ว”





เสียงประกาศหมดเวลาเป็นเวลาเดียวกันกับที่ฝนข้อสอบข้อสุดท้ายเสร็จ ยิ้มในตอนนี้เหมือนสมองกำลังจะระเบิด มันอ่อนล้าเกินกว่าที่เขาจะรับไหว ของที่วางอยู่บนโต๊ะถูกรวบไว้ด้วยมือเดียวก่อนที่จะลุกออกจากห้องเมื่อคนคุมสอบอนุญาต กระเป๋าเป้ที่วางอยู่ถูกยกขึ้นพาดบ่า ลมหายใจหนักๆพ่นออกมาก่อนจะหันไปมองคนที่เดินตามหลังออกมา

ข้อสอบไม่แย่อย่างที่คิด...แต่ใช้สมองหนักจนไม่อยากรับรู้อะไร

“มีน” เสียงที่คุ้นหูดังผ่านตัวเขาไป ร่างของคนที่เขายืนรอเดินผ่านหน้าเขาตรงไปยังร่างของอีกคนที่พึ่งเดินออกมาจากห้องสอบ

ไร้ตัวตนโคตรๆเลยยิ้ม

“เป็นไงมั่ง” น้ำเสียงสดใสของเพื่อนดังขึ้น รอยยิ้มที่มีความสุขคือสิ่งแรกที่มอบให้คนที่เข้าไปทัก

“ยาก แต่ก็พอทำได้นะ” เสียงใสตอบกลับพร้อมรอยยิ้มที่น่ามอง

ไม่ปฏิเสธ...เพราะน่ามองจริงๆ

“ยิ้มมานี่ๆ” เพื่อนหันมาสบตากับเขาที่กำลังจะเดินผ่าน “หน้าเป็นตูดแบบนี้คือทำได้หรือไม่ได้วะ”

“พอได้”

“แล้วเดี๋ยวไปไหนกันต่อ” มีนถาม “หรือว่ากลับไปพักผ่อนเลย”

“ยังไม่ได้คิดเลย มีนจะไปไหนเหรอ” เพื่อนตอบคำถามแทนเขาไปแล้ว

“นัดกับเพื่อนไปดูหนัง...เดี๋ยวจะไปแล้ว”

“อ่อ”

“งั้นเราไปเลยดีกว่า”

“มีน” 

“หืม?”

“ว่างๆก็กลับมาเยี่ยมโรงเรียนบ้างนะ” 

“ได้สิ” มีนตอบคนที่ยังมีรอยยิ้มอยู่บนใบหน้า “ไว้เราไปแล้วเราจะบอกเพื่อนนะ”

“ต้องบอกนะ”

อยากออกไปจากตรงนี้...

“บอกแน่นอน” มีนยิ้มรับ “เราไปก่อนนะ เพื่อนตามแล้ว”

“ครับ”

“ไว้เจอกันนะเพื่อน บ๊ายบายยิ้ม”

“อืม” ยิ้มพยักหน้านิดๆก่อนจะมองตามร่างที่เดินออกไปสลับกับคนที่อยู่ข้างตัว รอยยิ้มที่ปรากฏค่อยๆจางลงจนหายไปในที่สุด

“ข้อสอบสูบพลังชิบหาย” เพื่อนบ่นออกมาทันทีที่ร่างของอีกคนเดินพ้นไปแล้ว

“ทำได้ไหม”

“อืม ก็พอทำได้” เพื่อนตอบ “ไปหาอะไรกินกันไหม กูหิวข้าวแล้ว”

“อืม”

“ร้านไหนดีวะ เอาร้านที่ได้ไวๆ โคตรหิวเลย”

“ร้านอาหารตามสั่งหน้าโรงเรียน” เขาพูดพร้อมกับคว้าแขนให้อีกคนเดินตาม ถ้าไม่เดินนำก็คงยืนบ่นอยู่กับที่ไม่ได้ไปกินข้าวสักที

ทั้งที่เมื่อกี้ตอนอยู่ต่อหน้ามีนทำเหมือนไม่เป็นอะไร...แต่ตอนนี้ดูเหมือนจะเป็นลมให้ได้

“เดินช้าๆดิวะ มึงจะรีบไปไหน ร้านข้าวไม่หายไปหรอก”

ไม่ได้รีบ

ก็บอกเองว่าหิว

“เข้าใจยากจริงๆ” ยิ้มพึมพำกับตัวเอง

เป็นไปอย่างที่คิดไว้ ถ้าออกมาช้ากว่านี้อีกสักห้านาทีคงได้รอข้าวนานแน่ๆ ตอนเดินมาถึงร้านก็มีคนเข้ามากินก่อนหน้าอยู่หลายโต๊ะ ดีที่เขาสั่งอาหารเหมือนกันเลยได้ไวกว่าทำแยกจาน

“บางข้อโคตรงง กูนั่งคิดนานจนเกือบไม่ทัน” คนหิวบ่นออกมาทั้งที่ยังเคี้ยวข้าวอยู่เต็มปาก

“เคี้ยวก่อนค่อยบ่น” ยิ้มหัวเราะเบาๆกับภาพตรงหน้า

หิวก็หิว...อยากบ่นก็อยากบ่นสินะ

“แม่ง...ไม่อยากรู้คะแนนเลย”

“อืม”

“มึงไม่อยากบ่นอะไรหน่อยเหรอ”

“ไม่อะ” ยิ้มตอบ “เพื่อนบ่นแทนเราแล้วไง”

“เป็นงั้นไป” เพื่อนหัวเราะออกมา “กูว่ามีนน่าจะได้คะแนนสูง”

มีนอีกแล้ว...

“อืม”

“มีนเก่งมากเลย เก่งทุกวิชา คนอะไรวะฉลาดรอบด้าน...เฮ๊ย อะไรของมึงเนี่ย” เพื่อนดึงจานหลบเมื่อเห็นอีกคนตักข้าวจากจานของตัวเองใส่จานของเขา

“กินเยอะๆ หิวไม่ใช่เหรอ”

“แล้วมึงไม่หิวรึไง”

“กินไปจะได้ไม่พูดมาก”

ไม่อยากฟังแล้ว

“เออ ขอบใจ” ถึงจะไม่เข้าใจแต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธ ดูเหมือนเขาจะหิวกว่าอีกคนที่นั่งกินเงียบๆ “เบื่อฟังกูบ่นแล้วอะดิ” จริงๆเขาก็ไม่ได้เป็นคนพูดมาก

อยู่กับยิ้มทีไรพูดมากทุกที

“ไม่เคยเบื่อ” เขาเงยหน้าขึ้นสบตา “แค่ไม่รู้จะตอบอะไร”

ยิ่งเรื่องของมีน...ยิ่งไม่รู้

“มึงไม่ได้รู้จักมีนมาก่อนนี่เนอะ” 

“อืม”

“แล้วจากที่มึงดู...มึงว่ามีนคิดอะไรกับกูรึเปล่า”

คำถามที่ถามออกมาทำให้เขาวางช้อนที่ถืออยู่ ยิ้มเงยหน้าขึ้นสบตากับคนตรงหน้าอีกครั้ง แม้คำถามกับท่าทางของเพื่อนจะดูไม่จริงจังมาก แต่เขารับรู้ได้ว่าเพื่อนหวังในคำตอบของเขา

“ไม่รู้”

ดูไม่ออก เขาไม่ได้เก่งขนาดนั้น

“อ่อ”

“ชอบมากขนาดนั้นเลยเหรอ”

ถามทั้งๆที่ก็เคยได้คำตอบไปแล้ว

“อืม ก็บอกแล้วไงว่ายังไม่เจอคนที่ชอบมากกว่าคนนี้”

“แล้วถ้ามีคนที่ทำให้ชอบได้มากกว่าคนนี้...จะเลิกชอบคนนี้ไหม”

“ไม่เคยคิดถึงขั้นนั้น กับมีนกูก็ไม่ได้หวังอะไรมาก”

“อืม”

“แต่จากที่มึงดูวันนี้คงไม่รู้สึกอะไรใช่ไหม”

“อืม ไม่รู้สึก” ยิ้มตอบกลับตามความจริง

เหมือนเพื่อนเก่าเจอกันธรรมดา

“ก็คงงั้น” เพื่อนยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ มีนเป็นคนที่เขาชอบก็จริง แต่เขาไม่ได้ชอบจนหมกมุ่นว่ามีนต้องชอบเขากลับ เพราะมีนเป็นเรื่องดีๆเรื่องหนึ่งที่เคยเกิดขึ้นในชีวิตของเขา

ก็แค่นั้น

“ดูจากสายตา”

“อะไรวะ”

“ที่บอกว่าไม่รู้สึก...เราดูจากสายตาที่มีนมองเพื่อน”

“ลึกซึ้งขนาดนั้นเลยเหรอ” เพื่อนเลิกคิ้ว “แล้วแบบไหนที่แสดงออกว่ารู้สึก”

“แบบที่เรามอง”

“มึงหมายความว่ายังไง”

“ถ้าใครมองเพื่อนเหมือนที่เรามองอยู่ตอนนี้”

“…”

“แปลว่ารู้สึก”

“มึงหมายความว่ายังไง”

“เราว่าเพื่อนเข้าใจในความหมายของเรานะ”

“…” น้ำเสียงจริงจังบวกกับสายตาที่มองมาทำให้เขากลืนน้ำลายอึกใหญ่ คำพูดของยิ้มชัดเจนดีทุกอย่าง ไม่จำเป็นต้องกระจ่างความอะไร

“เรามองเพื่อนแบบนี้มาตลอด”

“…”

“ชัดเจนที่สุดแล้ว”

“ยิ้ม...คือกู...” ไม่รู้จะตอบกลับยังไง ในหัวของเขามันโล่งไปหมด อย่างแรกที่รู้สึกคือตกใจ อย่างที่สองที่รู้สึกคือเขาทำตัวไม่ถูก

ที่ผ่านมาเขาไม่เคยรู้ ไม่เคยแม้แต่จะคิด

“ไม่ต้องพูดอะไรหรอก” ยิ้มเอ่ย “รู้ดีว่ารู้สึกยังไง”

“…”

“แค่มองก็รู้แล้วว่าไม่รู้สึก”

“…”

“สายตาที่เพื่อนมองเรา...ไม่เหมือนที่เรามองเพื่อน”

“…”

“รู้มาตั้งนานแล้ว”







------------------------------------------

ได้ฟังเพลงดูดีของ polycat แล้วชอบในท่อน

'แกลองมองในตาเขา ถ้ามีสายตา แบบเดียวกับฉันที่มองแกตลอดมา ก็แปลว่ารักหมดหัวใจ'

ก็เลยหยิบท่อนนี้ขึ้นมาพูดถึงความรู้สึกของยิ้มที่มีต่อเพื่อน

ยิ้มเป็นคนตรงๆที่รู้สึกอะไรก็พูดออกมา ไม่ได้มีระบบคิดที่ซับซ้อนมาก

และสายตาของพี่ยิ้ม...มันตอบคำถามทุกๆอย่างจริงๆ :)


คอมเม้นท์กันหน่อยน้า ชอบไม่ชอบบอกได้ค่า <3


#เพื่อนที่หนึ่ง << เจอกันในแท็กจ้า


อัพเดทซ้ำเพื่อโปรโมทนิยายจ้า

ขออภัยนักอ่านทุกท่านด้วยนะคะ T_T



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 369 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,010 ความคิดเห็น

  1. #972 CallistoJpt (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 มกราคม 2563 / 23:26
    เป็นตอนที่อ่านแล้วอารมณ์ขึ้นๆลงๆทั้งตอนเลย มีครบทั้งซึ้งกับความสัมพันธ์ของพี่ยิ้มน้องยุ่ง น้ำตาไหลกับคำพูดน้องยุ่งถึงต่อมาจะพาขำก็ตาม 55555555555 ไหนจะขำและยิ้มไปกับพี่ยิ้ม แต่สุดท้ายคือหน่วง พี่ยิ้มมมมม T^T
    #972
    0
  2. #959 Bammiiee (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 มกราคม 2563 / 09:57
    อ่านแล้วเพลงนี้ก็ลอยมาเหมือนกันค่ะ แต่งดีมากๆเลย
    #959
    0
  3. #937 HaeMay (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 มกราคม 2563 / 22:36
    ยิ้ม สู้นะ สู้!!! นายมันแน่ แน่ที่สุดอยู่แล้วนายยิ้ม
    #937
    0
  4. #532 fazaferinns (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2562 / 08:09
    คือแบบบ หน่วงในหน่วงงง ฮืออ พี่ยิ้มของน้อง
    #532
    0
  5. #430 Skinyyy14 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2562 / 18:22
    พี่ยิ้มมมม สู้นะพี่ยิ้ม่
    #430
    0
  6. #429 Skinyyy14 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2562 / 18:15
    พี่ยิ้มมมม สู้นะพี่ยิ้ม
    #429
    0
  7. #420 Xialyu (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2562 / 18:54
    เจ็บไปอีกกกกกกก
    #420
    0
  8. #392 PeEarn (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2562 / 11:50
    polycat ไปเล๊ยพี่ยิ้มม
    #392
    0
  9. #389 IammAngel (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2562 / 11:12
    รู้สึกเจ็บนิดๆ
    #389
    0
  10. #338 wumeili (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2562 / 18:54
    พี่ยิ้มคือชัดเจนที่สุด ใครก็อยากได้ความชัดเจน
    #338
    0
  11. #332 CcMΣW (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2562 / 23:46
    งื้อออ พี่ยิ้ม อยากแซวความรุกแรง แต่ก็สงสาร
    #332
    0
  12. #292 VaderPoong (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 เมษายน 2562 / 23:41
    พึ่งได้อ่าน แล้วคือติดแล้วจ้า ชอบมากกก
    #292
    0
  13. #268 insinsutee (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 เมษายน 2562 / 10:33
    ยิ้มชัดเจน
    #268
    0
  14. #255 ptabb1010 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 มีนาคม 2562 / 15:56
    โอโห ถ้าเราเป็นเพื่อนเราก็ทำตัวไม่ถูกเหมือนกันนะ จะเจอคนที่ไม่เข้ามาหวังผลประโยชน์ก็ดันไม่ได้มองสถานะเดียวกัน หวังว่าเพื่อนจะไม่ได้เกลียดยิ้มนะ ยิ้มคนชัดเจนทิ้สุดในโลกเลยยยย
    #255
    0
  15. #243 insinsutee (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:26
    รักยิ้มจัง
    #243
    0
  16. #181 mew7367 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 มกราคม 2562 / 22:21

    บางครั้งเหมือนจะแลดูว่าคุยเรื่องเดียวกัน... เเต่กลับเข้าใจกันไปคนละความหมาย

    พี่ยิ้มก้ชัดจนไม่รู้จะชัดยังไง

    ส่วนพีาเเว่นของเราน้านนนนน...อยากจะ

    เฮ้ออออออออออ. ไปหั้ยถึงดาว..... พระศุกร์
    #181
    0
  17. #145 13pncy (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2561 / 19:51
    วกเข้ามาอ่านอีกรอบแล่วค่ะ งืออออ ชอบๆๆ เอาใจช่วยยิ้ม
    #145
    0
  18. #144 duckii_memo (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2561 / 18:10
    ฮืออออออ กอดเฮียยิ้มแน่นๆเลยค่ะ TT
    #144
    0
  19. #143 Naries (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2561 / 17:49
    แง้ อย่ายอมแพ้นะ
    #143
    0
  20. #142 มามา (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2561 / 09:42

    ยิ้้มเท่ห์อะที่กล้าพูดตรงๆ

    #142
    0
  21. #141 jadefloral (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2561 / 20:09

    อึ้งไหมเพื่อนน

    #141
    0
  22. #139 13pncy (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2561 / 16:06
    เาใจช่วยยิ้ม
    #139
    0
  23. #138 ooy1565 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2561 / 13:57
    คิดอย่างไรก็พูดอย่างนั้นพี่ยิ้มของเรา
    #138
    0
  24. #137 milloo (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2561 / 13:10
    อ่าาาาา
    #137
    0
  25. #136 Montha (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2561 / 13:07
    ฮื่ออออ พี่ยิ้ม
    #136
    0