เพื่อนที่หนึ่ง [YAOI] END

ตอนที่ 1 : 01 - กฎแรงดึงดูด 100 per

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,635
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 522 ครั้ง
    9 ต.ค. 61


กฎแรงดึงดูด



ตำราหนังสือถูกยกขึ้นมาวางไว้บนโต๊ะเพื่อเตรียมอ่าน นาฬิกาบอกเวลาห้าทุ่มตรง แว่นตาที่ถอดวางไว้ในที่ประจำถูกหยิบขึ้นมาสวมใส่พร้อมกับสายตาที่จ้องมองกองหนังสือตรงหน้า

เป็นอีกวันที่นอนไม่หลับ

แขนทั้งสองข้างยกขึ้นเพื่อบิดขี้เกียจเล็กน้อย วันนี้เรียนมาทั้งวัน แต่กลับไม่รู้สึกเพลียอย่างที่ควรจะเป็น ปกติก็นอนตั้งแต่สี่ทุ่มครึ่ง จะมีแค่บางวันที่นอนไม่หลับจนต้องลุกขึ้นมาอ่านหนังสือเพื่อให้รู้สึกง่วง และวันนี้ก็เหมือนกัน

ครืดดด

โทรศัพท์ที่วางอยู่บนโต๊ะปรากฏข้อความจากรายชื่อที่คุ้นเคย รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นหากแต่ไม่ใช่รอยยิ้มที่เผยออกมาอย่างที่ควรจะเป็น คล้ายกับจะดีใจก็ไม่เชิง

เรียกว่าพอใจคงจะดีกว่า

: ทำอะไรอยู่


ใจความเดิมที่ได้รับทุกวันในเวลาห้าทุ่มไม่ได้ทำให้คนรับรู้สึกเบื่อที่จะตอบ มือหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดข้อความอ่านก่อนจะพิมพ์ข้อความตอบกลับไปในเวลาไม่ถึงหนึ่งนาทีหลังจากที่ได้รับข้อความ


O-O : อ่านหนังสือ

O-O : มึงล่ะ

ประโยคสนทนาเดิมๆ กับคนเดิมไม่ได้ทำให้ความสนใจน้อยลง เขายังอยากรู้กิจวัตรของอีกคนเหมือนที่อีกคนอยากรู้ ไม่ว่าบทสนทนาจะวนลูปมากแค่ไหน

ก็ยังอยากรู้ความเป็นไปในแต่ละวัน


: ดื่ม


ข้อความที่ตอบกลับมาทำให้คนที่กำลังจะอ่านหนังสือขมวดคิ้วเข้าหากัน ลมหายใจร้อนพ่นออกมาก่อนที่ความเร็วในการตอบข้อความจะเพิ่มขึ้น

O-O : เป็นอะไร

O-O : ทำไมถึงดื่ม


ยอมรับว่าไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาเป็นแบบนี้ ทุกครั้งที่รู้ว่าดื่ม มันมักจะมาพร้อมกับความกังวลใจในเรื่องที่เขาไม่รู้ และเป็นเขาทุกครั้งที่ต้องถาม

ถามทั้งที่รู้ว่าอีกคนไม่ยอมตอบ

  : ไม่ชอบ?


เหมือนอีกฝ่ายจะรู้อารมณ์ของเขาในตอนนี้ดี ข้อความที่พิมพ์ตอบกลับมาวิต่อวิทำให้เขาละสายตาจากหนังสือตรงหน้ามาสนใจโทรศัพท์ที่ถืออยู่

O-O : อืม

O-O : เป็นอะไรทำไมไม่บอก


นานนับนาทีที่อีกฝ่ายเงียบไป จากที่ปกติก็แทบไม่ยอมพูดอะไรอยู่แล้ว พอเงียบหายไปแบบนี้ยิ่งยากขึ้นไปอีก เพราะเขารู้ว่าถ้าถามไปตรงๆอีกคนจะไม่ยอมบอก

เป็นห่วง

นั่นคือความรู้สึกแรกของเขา


  : ว่างรึเปล่า

  : มาหาหน่อย

  : คืนนี้กูต้องการมึง


ข้อความที่เด้งขึ้นมาทำให้มือเอื้อมไปคว้ากุญแจรถโดยอัตโนมัติ แม้ว่าตอนนี้จะเป็นเวลาห้าทุ่ม เป็นเวลาที่เขาควรอ่านหนังสือจบสักหนึ่งบทแล้วเข้านอน แต่พอเป็นคำขอจากคนๆนี้ ไม่ว่าจะเรื่องไหนเขาก็ทำให้ได้

คนที่เป็นข้อยกเว้นทุกอย่าง 

O-O : กำลังออกไป

บทสนทนาจบลงเพียงเท่านั้น โทรศัพท์ถูกเก็บใส่กระเป๋ากางเกงก่อนที่เขาจะลุกออกมาจากห้องทั้งที่ยังเปิดหนังสือค้างไว้ ไฟข้างล่างยังคงสว่างอยู่บ่งบอกว่าพ่อกับแม่ยังไม่เข้านอน ร่างในชุดนอนทำให้พ่อกับแม่ที่นั่งดูทีวีอยู่กลางบ้านหันมาสนใจอย่างห้ามไม่ได้

“ดึกแล้วจะออกไปไหนลูก” น้ำเสียงนุ่มของหญิงวัยกลางคนเอ่ยขึ้น

“คนเดิม” เขาเอ่ยเหมือนเป็นโค้ดลับในครอบครัว

แค่คำๆเดียว...ก็เข้าใจทุกอย่าง

“อืม ดึกแล้วก็นอนที่นั่นเลย” พ่อเอ่ย

“ก็คงงั้น” เขาถอนหายใจออกมา “ผมไปก่อนนะ”

“ขับรถดีๆนะลูก”

“ครับ”

ถนนในเวลาห้าทุ่มนับว่ายังดีกว่าช่วงเวลาปกติ ด้วยการจราจรที่เคลื่อนตัวได้อย่างต่อเนื่องทำให้เขาขับรถมาถึงบ้านอีกคนโดยใช้เวลาไม่นาน รถยนต์จอดลงหน้าประตูบ้านที่คุ้นเคย ไฟชั้นล่างปิดมืดสนิท แต่ชั้นบนกลับสว่างทำให้รู้ว่ายังมีคนอยู่ เขาเปิดประตูรั้วหน้าบ้านอย่างคุ้นเคย กุญแจบ้านที่อีกคนให้ไว้ไขประตูเปิดออกก่อนที่เขาจะพาตัวเองเข้ามาอยู่ในบ้าน

วันนี้อยู่คนเดียวหรือไง

ภายในบ้านเงียบสนิทไม่มีแม้แต่เสียงเพลงหรือเสียงของเครื่องใช้ไฟฟ้า ขาทั้งสองพาตัวเองมาหยุดยืนอยู่หน้าห้องที่คุ้นเคย ไม่ต้องมีการเคาะประตูขออนุญาต ไม่ต้องมีการเอ่ยปากเพื่อบอกเจ้าของห้อง

เขามีสิทธิ์ทำทุกอย่างที่อยากทำ

ประตูห้องนอนเปิดออกเผยให้เห็นร่างสูงที่นั่งอยู่ปลายเตียงพร้อมกับกระป๋องเบียร์ที่ถืออยู่ ดวงตาคมเงยหน้าขึ้นสบตากับเขาช้าๆก่อนที่มือข้างหนึ่งจะยกขึ้นเสยผมที่ลงมาปรกหน้า

“เป็นอะไร” คำถามแรกเอ่ยออกมาจากคนที่พึ่งมาถึง

“นั่งก่อนสิ” เจ้าของห้องไม่ได้ตอบคำถามที่เขาต้องการ มือข้างที่ว่างตบลงบนพื้นห้องเบาๆ “ดื่มไหม”

“มึงก็รู้ว่ากูไม่ชอบดื่ม” เขาคออ่อน ดื่มได้ไม่นานก็เมา เวลาที่ดื่มด้วยกันทีไรเขามักจะไปก่อนเพื่อนทุกครั้ง “กระป๋องนี้หมดแล้วพอนะ”

“อืม” 

ร่างในชุดนอนย่อตัวลงนั่งกับพื้นห่างจากอีกคนไม่มากนัก มือข้างหนึ่งเอื้อมไปสัมผัสใบหน้าเบาๆ ความร้อนปะทะเข้าทำให้รู้ว่าตอนนี้สติของคนตรงหน้าไม่เต็มร้อย

“มึงเมาแล้วเหรอ”

“เปล่า” 

คนเมาที่ไหนจะยอมรับว่าตัวเองเมา

“ยุ่งไม่อยู่เหรอ” ชื่อน้องชายของคนตรงหน้าถูกเอ่ยออกมา

ปกติเวลาเขามาจะต้องเจอน้องชายก่อนเจอคนพี่ทุกครั้ง แต่วันนี้เขากลับไม่เจอใคร แถมข้างล่างยังไม่เปิดไฟไว้ ทั้งที่ปกติไม่เคยเป็นแบบนี้

“อืม ไปนอนบ้านเพื่อน”

“อ่อ” เขาพยักหน้าเข้าใจ “แล้วมึง...”

“แว่น” ชื่อที่ได้ยินจนคุ้นหู แต่ไม่ใช่ชื่อจริงๆของเขาถูกเอ่ยออกมาจากปากของคนที่เป็นคนตั้งชื่อนี้ให้

“อืม ว่าไง”

“โทษที...ที่ขอให้ออกมา”

“…”

“แค่อยากให้อยู่ด้วย”

“อืม” เขารับคำ “ก็อยู่กับมึงตรงนี้”

“…”

“กูเคยไปไหนด้วยเหรอ”

สายตาสบสายตา นานนับนาทีที่จ้องมองกันอยู่อย่างนั้น ไม่มีคำพูดใดๆเอื้อนเอ่ยออกมา มีเพียงสายตาที่บ่งบอกความรู้สึกที่อัดอั้นอยู่ภายในใจ

“ยิ้ม...มึงเป็นอะไร”

ชื่อของอีกคนถูกเอ่ยออกมา คนที่ชื่อยิ้ม แต่กลับเป็นคนที่ยิ้มยากที่สุด คนที่ชื่อดูมีความสุข แต่กลับเป็นคนที่มีเรื่องราวมากมายกักเก็บไว้อยู่ในใจ

คนๆนี้ไม่เหมาะสมที่จะชื่อยิ้มเลย

“เหนื่อย” คำตอบสั้นๆเอ่ยออกมาพร้อมกับเสียงลมหายใจ “แค่เหนื่อย”

“อืม” เขาขยับตัวเข้าไปนั่งข้างๆก่อนจะเอนหลังพิงกับปลายเตียง “เรื่องเรียนเหรอ”

“คงงั้น”

ในสายตาใครหลายคนมองว่ายิ้มเป็นคนที่เก่งไม่มีที่ติ แต่ความเป็นจริงแล้วใครจะรู้ว่าคนๆนี้ต้องแบกรับความคาดหวังหลายๆอย่างไว้ ไหล่คู่นี้แบกรับทุกอย่างเอาไว้จนเริ่มรับน้ำหนักไม่ไหว และเขาเป็นคนเดียวที่รู้เรื่องราวพวกนี้มาตลอดหกปีที่รู้จักกันมา

หกปีในความสัมพันธ์ที่เรียกว่า...เพื่อนสนิท

“มีอะไรที่คิดว่ายังทำได้ไม่ดี”

“ไม่รู้” ยิ้มตอบ “กูไม่รู้”

“…”

“แค่เหนื่อย”

“อืม…กูเข้าใจ”

เข้าใจที่แปลว่าเข้าใจจริงๆ

ศีรษะหนักวางลงบนไหล่อย่างคุ้นเคย สัมผัสที่เขาได้รับมาตลอดหลายปีที่เป็นเพื่อนกัน สัมผัสที่ค่อนข้างแปลกในสายตาของใครหลายคน จริงอยู่ที่เพื่อนทำแบบนี้ได้ แต่เขาทั้งคู่เป็นผู้ชาย และเพื่อนผู้ชายเขาไม่ปฏิบัติต่อกันแบบนี้

“ไม่อยากพูดก็ไม่เป็นไร” เขาเอ่ย “กูอยู่ตรงนี้”

“อืม”

“…”

“กูรู้”

ความเงียบคลืบคลานเข้ามาหลังจากที่บทสนทนาจบลง ไม่มีคำพูดใดๆอีกนอกจากเสียงลมหายใจของคนข้างตัวที่เอนศีรษะซบไหล่เขาไม่ยอมขยับออกไป นานหลายนาทีที่เขาปล่อยให้คนข้างๆอยู่กับตัวเองจนความรู้สึกกังวลคลายลงไป มือหนาเอื้อมมาสอดประสานกับมือของเขาอย่างคุ้นเคย สัมผัสเหล่านี้กลายเป็นเรื่องปกติในความสัมพันธ์ของพวกเขา

“ยิ้ม”

“ครับ”

ตลกดีที่การขานรับเวลาอยู่ด้วยกันสองคนมันสุภาพจนลืมว่าปกติพวกเขาคุยกันยังไง แว่นขยับตัวเล็กน้อยก่อนจะใช้มืออีกข้างเอื้อมไปลูบผมอย่างแผ่วเบา

“มึงเหนื่อยมากใช่ไหม”

“อืม”

“…”

“เหนื่อย” 

จริงอยู่ที่เขาเรียนได้ดีในทุกวิชา ทุกครั้งที่สอบก็ได้คะแนนอันดับต้นๆเสมอ ใครหลายคนมองว่าเขาเก่ง และสามารถพึ่งพาได้ไม่ว่าจะเรื่องอะไร แต่ใครจะรู้ว่ากว่าเขาจะทำได้...เขาต้องพยายามมากแค่ไหน

“กูช่วยอะไรมึงได้บ้าง”

“อยู่ข้างๆกู”

“กูก็อยู่มาตลอด”

“อืม…ตอนนี้กูขอแค่นี้”

แค่อยู่ตรงนี้กับเขาก็พอแล้ว

“แว่น”

“ครับ”

“คืนนี้...นอนที่นี่”

“…”

“นอนกับกู”

“อืม”

“…”

“คืนนี้กูจะอยู่กับมึง”

“ลืมไป”

“…”

“มึงไม่เคยไปไหนอยู่แล้ว”

“อืม…ก็รู้นิ” แว่นเอ่ยออกมาพร้อมรอยยิ้ม มือที่จับอยู่กระชับแน่นเพื่อบอกคนข้างตัวว่าเขาอยู่ เขาอยู่ตรงนี้มาตลอด จะอยู่เท่าที่ต้องการ

ความเงียบเข้ามาปกคลุมอีกครั้ง เป็นความเคยชินที่บทสนทนาจะจบลงพร้อมกับความเงียบที่เข้ามาแทนที่ แรกๆอาจไม่ชิน แต่ตอนนี้มันกลายเป็นความเคยชินที่รู้กันดี ไม่มีใครพูดอะไรขึ้นมาไม่ได้หมายความว่าจะไม่อยู่ข้างๆ

ทุกครั้งที่หันไป...ก็จะเห็นอีกคนอยู่เสมอ

ความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนหากแต่ไม่เคยเรียกร้อง หรือถามเพื่อต้องการความชัดเจน ทุกการกระทำ ทุกคำพูด ทุกความรู้สึกมันชัดเจนจนมองข้ามสิ่งเหล่านั้นไป และอาจเพราะหกปีที่ผ่านมา ไม่เคยมีสักวันที่ความกลัวก่อเกิดขึ้นในจิตใจ

แว่นยังเป็นคนเดิม

ยิ้มยังเป็นคนเดิม

ยิ้มคนที่ให้เพื่อนมาก่อนทุกอย่างเสมอ

แค่นั้นก็ชัดเจนมากพอแล้ว

“นอนไหม” นานหลายนาทีที่ปล่อยให้อีกคนอยู่กับอารมณ์และความรู้สึกของตัวเอง แว่นขยับตัวเล็กน้อยก่อนจะหันไปมองร่างที่ยังคงอยู่ในท่าเดิม

ดูก็รู้ว่าง่วงนอนแล้ว

“อืม” ยิ้มรับคำเบาๆก่อนจะยอมปล่อยให้ไหล่ที่พักพิงเป็นอิสระ เขาลุกขึ้นช้าๆก่อนจะเอื้อมมือไปตรงหน้าเพื่อนสนิทที่นั่งอยู่ “นอนพร้อมกัน”

“อืม” คำตอบรับมาพร้อมกับมือที่ตอบรับการเชิญชวนของคนตรงหน้า แรงดึงทำให้ลุกขึ้นง่ายกว่าเดิม ทันทีที่ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงร่างของเขาก็ถูกดึงเข้าไปกอดอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว

ครั้งนี้หนักมากใช่ไหมยิ้ม...

“เหนื่อยมากใช่ไหม” แว่นถามคนที่กอดเขาแน่นไม่ยอมพูดอะไร แขนทั้งสองเลื่อนไปกระชับอ้อมกอด “กูปลอบไม่เก่ง ไม่รู้จะพูดอะไรให้มึงสบายใจ”

“…”

“แต่อยู่ให้มึงกอดได้”

“อืม” ยิ้มขานรับ “ตอนนี้ขอแค่นี้”

“…”

“กอดมึงก็พอแล้ว”

คำที่เอ่ยออกมาทำให้ความอบอุ่นในร่างกายเพิ่มขึ้น ยิ้มเป็นคนที่มีอิทธิพลกับชีวิตในทุกๆเรื่อง เหมือนเขาที่มีอิทธิพลกับยิ้มในทุกๆเรื่อง

ต่อหน้าคนอื่นเป็นยังไง...ตอนอยู่ด้วยกันสองคนไม่ได้เป็นแบบนั้น

เขาเลื่อนมือขึ้นมาลูบผมคนตรงหน้าที่ดูอ่อนแอเกินกว่าที่จะปล่อยให้อยู่คนเดียว ปกติยิ้มไม่ชอบให้ใครเล่นผม ไม่ชอบให้ใครทำเหมือนตัวเขาเป็นเด็ก แต่พอเป็นสัมผัสจากเขา

ไม่เคยมีสักครั้งที่ยิ้มจะห้าม

ไม่เคยมีสักครั้งที่ยิ้มเอ่ยออกมาว่าไม่ต้องการ

“ยิ้ม”

“…”

“ยิ้มครับ”

“อืม”

“นอนไหม”

“แว่น”

“ครับ”

“ขอบคุณ”

“กูฟังคำนี้มาเป็นร้อยรอบแล้ว” เขาหัวเราะออกมา มือที่ลูบผมอยู่ขยี้เส้นผมนิ่มอย่างมันเขี้ยว “ก็ยังจะตอบเหมือนเดิม”

“…”

“เต็มใจ”

ไฟในห้องปิดลงพร้อมกับคนข้างตัวที่ล้มตัวลงนอน มือทั้งสองเลื่อนเข้าหากันก่อนจะสอดประสานอย่างเคยชิน แว่นที่สวมใส่อยู่ถูกถอดวางไว้บนหัวเตียง ความเย็นจากเครื่องปรับอากาศทำให้ร่างกายของคนสองคนขยับเข้าใกล้กันอย่างต้องการความอบอุ่น ความมืดภายในห้องพอผ่านไปไม่นานสายตาก็ปรับเข้ากับความมืดได้

และสายตาของอีกคนคือสิ่งแรกที่เห็น

“ไม่ง่วงเหรอ”

“นิดหน่อย” ยิ้มตอบ “เห็นเหรอว่ายังไม่นอน”

“แค่สายตาสั้น” แว่นหัวเราะออกมา “มึงอยู่ใกล้กูแค่นี้...ทำไมจะไม่เห็น”

“ลืมไป”

“นอนได้แล้ว” เขาเอ่ย “เลยเวลานอนแล้ว”

“แว่น”

“อืม ฟังอยู่”

“ฝันดีครับ”

“ครับ” รอยยิ้มบางๆปรากฏขึ้น “ฝันดีครับ”

คืนนี้...จะไม่ปล่อยมือ






แสงแดดยามเช้าสาดส่องเข้ามาพร้อมกับนาฬิกามือถือที่ตั้งปลุกเวลาเดิมในทุกๆวัน คนที่ตื่นขึ้นมาพร้อมเสียงนาฬิกาปลุกเอื้อมมือไปปิดแจ้งเตือนในโทรศัพท์ ดวงตาที่ปะทะกับแสงหรี่ลงเล็กน้อยเพื่อปรับแสง แว่นตาที่อยู่บนหัวเตียงถูกหยิบขึ้นมาสวมใส่ก่อนที่ภาพตรงหน้าจะทำให้เขายิ้มออกมาอีกครั้ง

คนที่ดูจริงจังทุกเวลา...ตอนนอนก็ยังเป็นแบบนั้น

จะทำหน้าเครียดไปไหน

เขาเลือกที่จะปล่อยให้เพื่อนสนิทนอนหลับต่อก่อนที่ตัวเองจะค่อยๆลุกขึ้นจากเตียง นาฬิกาบอกเวลาแปดโมงเช้า ความง่วงไม่ได้ทำให้เขารู้สึกอยากจะนอนต่อ อาจเพราะความเคยชินที่ตื่นเวลานี้อยู่เป็นประจำ

กระจกสะท้อนภาพของคนที่อยู่ในชุดนอน ตาเรียวภายใต้กรอบแว่นมองตัวเองผ่านกระจกก่อนที่มือจะเอื้อมไปหยิบแปรงสีฟันของตัวเองในแก้วที่มีแปรงฟันอยู่สองอัน

มาบ่อยจนเหมือนเป็นบ้านหลังที่สอง

ใช้เวลาไม่นานเขาก็เดินออกมาจากห้องน้ำพร้อมกับชุดไปรเวทที่หยิบออกมาจากตู้เสื้อผ้า ไม่ว่าจะวันธรรมดาหรือวันหยุดเขาก็ตื่นเช้าเป็นปกติ มันเป็นความเคยชินในทุกๆวัน

ท่านอนของคนตรงหน้าเปลี่ยนไปจากตอนแรก เสื้อนอนที่เลิกขึ้นทำให้เขาเดินเข้าไปใกล้แล้วจัดเสื้อให้เรียบร้อย ยิ้มเป็นแบบนี้ทุกครั้ง นอนทีไรมักไม่รู้ตัว และเป็นเขาที่ต้องคอยจัดการให้ทั้งที่มันเป็นเรื่องปกติ

อะไรเล็กๆน้อยๆ...ก็ทำให้ได้ทั้งนั้น

“ยิ้ม...เช้าแล้ว” เมื่อเห็นว่าถึงเวลาที่ควรปลุกเขาจึงสะกิดเรียกคนที่นอนหลับสนิท

แว่นนั่งลงข้างเตียงก่อนจะใช้มือข้างหนึ่งเอื้อมไปเขย่าตัวเพื่อนเบาๆ ท่าทางขี้เซาทำให้เขาหัวเราะออกมา ปลุกยากทั้งพี่ทั้งน้อง เวลาที่อยู่กับน้อง ยิ้มจะเป็นพี่ชายที่พึ่งพาได้ทุกอย่าง แต่ใครจะไปรู้ว่าพี่ชายที่เฟอร์เฟ็คจะเป็นคนเดียวกับที่นอนหลับไม่ยอมตื่น

ตื่นยากที่หนึ่ง

“ยิ้ม”

“อืม” เสียงงัวเงียตอบกลับแต่ดวงตาทั้งสองข้างยังคงปิดสนิท

“สายแล้วนะ”

“อืม” 

“ยิ้ม”

“…”

“หิวแล้ว ถ้ามึงไม่ตื่นงั้นกูจะออกไปซื้อข้าวก่อน”

“ไม่” คำตอบของคนเอาแต่ใจดังขึ้นพร้อมกับศีรษะที่เปลี่ยนมาหนุนตักเขาอย่างเคยชิน 

ไม่ใช่ครั้งแรกที่ทำแบบนี้

“จะไปซื้อข้าว”

ทำแบบนี้จะลุกไปได้ยังไง

“อีกสิบนาที” เขาต่อรอง

“…”

“เดี๋ยวไปด้วย”

“ยิ้ม...สิบนาทีของมึงไม่มีจริง” พอถึงเวลาจริงๆก็ชอบต่อออกไปทุกที

“สิบนาที” เขายังยืนยันคำเดิม

“เฮ้อ...”

ก็รู้ว่าเขาไม่เคยขัดใจเพื่อนคนนี้ได้เลยสักครั้ง

“ให้สิบนาที...ถ้าไม่ตื่น”

“…”

“ก็ไม่ต้องกินข้าว”

ขู่ไปอย่างนั้น...ถึงเวลาถ้าไม่ตื่นเขาก็ต้องรอให้ตื่นอยู่ดี

ใบหน้าเกลี้ยงเกลาที่นอนหลับสนิทยังคงเป็นใบหน้าที่เขามองไม่เคยเบื่อ หลายครั้งที่เขามองเพื่อนของตัวเองนอนหลับ หลายครั้งที่เขายิ้มให้กับภาพตรงหน้าที่เห็น หลายครั้งที่คนๆนี้ทำให้หัวใจเขาเต้นแรง

ไม่ปฏิเสธ...

ความสัมพันธ์ที่เป็นอยู่ตอนนี้มันเกินคำว่า ‘เพื่อนสนิท’ ไปไกล

และเป็นเขาที่ยอมให้มันเกินเลย

ทั้งที่ทุกอย่างมันเกินคำว่าเพื่อน แต่เขายังมีความสุขกับคำว่าเพื่อน เพราะคำๆนี้ทำให้ความสัมพันธ์ของเราดำเนินมาถึงปีที่หก

คำว่าเพื่อนยาวนานที่สุด

และเขาเชื่อแบบนั้นจริงๆ...

“มองแบบนี้จะนอนหลับได้ยังไง” เสียงที่ดังขึ้นทำให้เขาสะดุ้งเล็กน้อย “หลบตาทำไม”

“…”

“เมื่อกี้ยังมองอยู่เลย”

“ถ้าตื่นแล้วก็ลุกขึ้น” เขาตอบกลับเสียงนิ่ง

ไม่ปฏิเสธว่ามอง...เพราะมองจริงๆ

“ตอบไม่ตรงคำถาม” ยิ้มหัวเราะเบาๆก่อนจะยอมลุกขึ้นตามคำสั่งของเพื่อนสนิท “หิวมากไหม”

“รีบไปจัดการตัวเองไป” ถึงหิวยังไงก็รออยู่ดี 

“ครับ” เขาพยักหน้ารับก่อนจะเดินหายเข้าไปในห้องน้ำ

ไม่นานหลังจากนั้นเจ้าของห้องก็เดินออกมาพร้อมกับกลิ่นสบู่ที่ใช้ประจำ ยิ้มใช้เวลาไม่นานในการอาบน้ำ เพราะรู้ว่าอีกคนหิวข้าวเลยทำให้วันนี้เขาไม่ได้สระผมในตอนเช้าเหมือนทุกๆวัน

ไม่เป็นไร...ค่อยสระก็ได้

“ไปกัน” เขาเอ่ยขึ้นหลังจากหยิบกระเป๋าสตางค์บนโต๊ะ “อยากกินอะไร”

“ไม่รู้” แว่นที่นั่งรออยู่สักพักตอบกลับ เขาลุกขึ้นยืนก่อนจะบิดขี้เกียจเล็กน้อย “ไปใกล้ๆก็ได้”

“อยากกินอะไร” ยิ้มถามซ้ำเป็นครั้งที่สอง ถ้าให้เขาเลือกสุดท้ายก็จะเป็นเมนูเดิมๆที่คนตรงหน้ากินบ่อยนับครั้งไม่ถ้วน

“อะไรก็ได้” 

“ไม่มี”

“เป็นอะไร” เขาถามกลับอย่างไม่เข้าใจ ปกติไม่เห็นคาดคั้นกันแบบนี้ “กูไม่รู้จะกินอะไร”

“ไม่ได้เป็น”

“…”

“แค่อยากตามใจ” ยิ้มตอบกลับด้วยสีหน้าเรียบเฉยเหมือนทุกครั้ง ท่าทีที่ไม่ได้ผิดแปลกไปจากเดิม แต่จากคำพูด และการกระทำมันทำให้เขาแพ้

เป็นอีกครั้งที่แพ้ให้กับยิ้ม

แพ้ซ้ำๆ...

“เอารถกูไป” เสียงของเจ้าของบ้านทำให้คนที่กำลังจะเปิดประตูรถของตัวเองชะงักมือลง “เดี๋ยวขับให้”

“ไม่เป็นไร กูจะขับ” แว่นตอบ “มึงพึ่งตื่น ไปนั่งฝั่งนู้นไป”

“แว่น”

“ยิ้ม”

“อย่าดื้อ” ลมหายใจหนักๆพ่นออกมาอย่างถูกขัดใจ “รถกู”

“กูเปล่า” แว่นตอบกลับ เขาเปิดประตูรถของตัวเองออกก่อนจะเข้าไปนั่งประจำที่คนขับ “ถ้ามึงไม่ไปรถกู ก็รออยู่ที่บ้าน”

ประตูรถฝั่งข้างคนขับเปิดออกทันทีที่เขาพูดจบ ใบหน้าของเพื่อนสนิทไม่แสดงอารมณ์ใดๆ แต่เขารับรู้ได้ว่าคนข้างตัวขัดใจที่เขาไม่ยอมทำตามที่บอก

ปกติไม่เคยขัดใจ...แต่ที่ทำเพราะเป็นห่วง

พึ่งตื่นนอนแถมเมื่อคืนยังดื่มอีก...ให้นั่งไปนั่นแหละดีแล้ว

“ไปร้านติ่มซำตรงหัวมุมไหม ไม่ได้กินมานานแล้ว” เขาเป็นฝ่ายชวนคุยเมื่อขับรถออกมา

“แล้วแต่”

“มึงอยากกินรึเปล่า”

“ได้หมด”

“ไม่มี”

“บอกไปแล้ว” ยิ้มถอนหายใจออกมา “กูตามใจมึง”

“อืม งั้นติ่มซำ”

“อืม” เขาพยักหน้ารับนิดๆ สายตาจ้องมองออกไปนอกรถ ความเย็นจากเครื่องปรับอากาศทำให้รู้สึกหนาวขึ้นมาดื้อๆ ทั้งที่ปกติไม่ได้เป็นคนขี้หนาวขนาดนั้น

“ผ้าห่มอยู่หลังรถ” แว่นที่สังเกตอาการของเพื่อนเอ่ยขึ้น “ไม่สบายรึเปล่า”

“ไม่รู้”

“กลับไปกินยากันไว้ก่อน”

“อืม”

“อืมทุกครั้ง...แต่ไม่กินสักครั้ง”

“ลืม”

“เออ กูไม่ลืม” ทุกครั้งที่ยิ้มเป็นแบบนี้ เขาจะเป็นคนบังคับให้กินยาทุกครั้ง ถ้าไม่จี้ยิ้มก็ไม่กิน ถ้าไม่เตือนก็ลืม

ไม่รู้ว่าลืมจริงหรือไม่อยากกินกันแน่

รถจอดลงในที่จอดรถ ร้านอยู่ห่างจากบ้านของยิ้มไม่มากทำให้ใช้เวลาไม่นานในการเดินทางมา แว่นเดินไปหยิบเมนูขึ้นมาเปิดอ่านก่อนจะยื่นเมนูอีกหนึ่งเล่มให้คนตรงหน้า

ความเงียบเป็นสิ่งที่คุ้นเคยกันเป็นอย่างดีทำให้ไม่รู้สึกอึดอัดที่ไม่มีบทสนทนาระหว่างกัน เขาไล่อ่านเมนูในมืออยู่พักใหญ่ก่อนจะเรียกพนักงานมารับออเดอร์โดยมียิ้มนั่งฟังอยู่เงียบๆไม่เอ่ยอะไรออกมา

แว่นรู้ดีว่าเขากินอะไร

รู้ดีว่าเขา...ชอบอะไร

“รู้สึกเมาค้างอยู่ไหม” แว่นถามขึ้นหลังจากที่พนักงานเดินออกไป

“ไม่ได้เมาขนาดนั้น” ยิ้มวางเมนูในมือลงก่อนจะเอื้อมมือไปเทน้ำใส่แก้วแล้วยื่นให้คนตรงหน้า 

“เหรอ” 

“อืม”

“ไม่เมาก็ไม่เมา”

ถ้ายืนยันแบบนั้นก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเถียงต่อ

ติ่มซำกับเมนูข้าวที่สั่งไว้มาเสิร์ฟหลังจากที่สั่งไปไม่นาน จานที่ถูกเช็ดจนสะอาดกับคู่ช้อนส้อมถูกยื่นมาตรงหน้าแว่นเหมือนทุกๆครั้ง ยิ้มมักทำแบบนี้ตลอดเวลาที่ไปกินข้าวด้วยกัน ไม่ว่าจะตอนที่อยู่ด้วยกันสองคน หรือตอนที่อยู่ด้วยกันกับคนอื่นๆ

ยิ้มมักจะดูแลเขาแบบนี้เสมอ

“ขอบคุณ” แว่นรับมาถือไว้ก่อนจะมองติ่มซำตรงหน้า “ไม่ได้มากินโคตรนาน”

“อืม กินให้หมด” ยิ้มหัวเราะออกมาเบาๆก่อนจะใช้ตะเกียบคีบขนมจีบใส่จานของคนตรงหน้า “เป่าด้วย ยังร้อนอยู่”

“อืม ขอบคุณ” เขาพยักหน้านิดๆก่อนจะคีบฮะเก๋าใส่จานอีกคน “จำได้ว่าชอบ กินเยอะๆ”

“ครับ” 

บทสนทนาจบลงแค่นั้นก่อนที่พวกเขาจะลงมือทานอาหารตรงหน้า เพราะความหิวที่ตื่นมาตั้งแต่เช้าทำให้ติ่มซำที่สั่งมาหมดภายในเวลาไม่นาน ข้าวที่สั่งมาถูกตักแบ่งจากจานของอีกคนใส่จานของเขา

เหมือนทุกครั้ง...

“ไม่คิดว่ากูจะอิ่มบ้างเหรอ” แว่นถามออกมาเมื่อเห็นยิ้มตักข้าวในจานของตัวเองที่ยังไม่ได้กินใส่จานของเขา

“มึงกินเยอะ” คำพูดที่เหมือนประชด แต่พอเป็นคนตรงหน้ากลับไม่ได้ให้ความรู้สึกแบบนั้น ยิ้มพูดออกมาเพราะรู้ว่าเขากินไม่อิ่มจริงๆ

“มึงอิ่มเหรอ”

“อืม อิ่ม”

“อืม งั้นก็ขอบคุณ”

“กินเยอะๆ”

“ยังเยอะไม่พออีกเหรอวะ” แว่นหัวเราะออกมา เขาเป็นคนกินเยอะ แต่โชคดีที่กินไปแล้วไม่อ้วน ไม่ว่าจะกินเยอะแค่ไหนน้ำหนักก็ยังเท่าเดิม

เป็นโชคดีจริงๆ

“กินไปเถอะ”

“…”

“กูเลี้ยงได้”

“เออ กูจะอยู่ให้มึงเลี้ยงจนมึงหมดตัว”

“ยากหน่อยนะ” คนตรงหน้ายิ้มมุมปาก “พยายามเข้า”

“เกลียดมึงชิบหาย”

“เกลียดเหรอ” ยิ้มเงยหน้าขึ้นสบตา สายตาที่แฝงความนัยเหมือนต้องการจะค้นหาความจริงจากปากของเขา “หึ” รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นอีกครั้ง

“…”

“ไม่รู้สึกว่าเกลียด”

“เหรอ...แล้วรู้สึกว่าอะไร”

“อืม”

“…”

“รู้สึกอะไรดี”

“รู้สึกว่ากูหล่อ”

“เหรอ” ยิ้มหัวเราะเบาๆ “อืม ก็คงงั้น”

“…”

“กูไม่ได้มองใครนอกจากมึง”

“…”

“มึงเลยดีที่สุดในสายตากู”

วันแรกที่เจอเป็นยังไง...วันนี้ก็ยังรู้สึกเหมือนเดิม




ประตูบ้านเปิดออกหลังจากที่กลับมาจากกินข้าวเช้า ทีวีที่เปิดอยู่ข้างล่างทำให้รู้ว่าเจ้าของบ้านอีกคนกลับมาแล้ว เสียงเท้าที่เดินลงมาจากชั้นสองทำให้รอยยิ้มบางๆของผู้เป็นพี่ใหญ่ในบ้านปรากฏขึ้น

“กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่”

“อ้าวเฮีย...ก็ว่าหายไปไหน” คนที่เป็นเหมือนรอยยิ้มของบ้านเอ่ยขึ้นด้วยท่าทีสดใส “พี่แว่นสวัสดีครับ~”

“สวัสดี” เขาหัวเราะออกมาก่อนจะทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟา 

“พึ่งกลับมาเมื่อกี้เอง เพื่อนมาส่ง” ยุ่ง น้องชายของยิ้มตอบกลับพร้อมกับนั่งลงบนโซฟา 

“มึงไปกินยา” แว่นเอ่ยขึ้นทันทีที่จำได้ว่าอีกคนต้องทำอะไร “บนหลังตู้เย็น”

“รู้แล้ว” คนถูกเตือนถอนหายใจออกมาก่อนจะยอมเดินเข้าไปในห้องครัวอย่างห้ามไม่ได้

“เฮียไม่สบายเหรอพี่” ยุ่งถามขึ้นทันทีที่เห็นพี่ชายตัวเองเดินไป “เป็นอะไรมากไหม ทำไมเฮียไม่เห็นบอกอะไรเลย เมื่อคืนทักไปก็ไม่ตอบข้อความ”

“ไม่ได้เป็นอะไรมากหรอก” เขาตอบ “แล้ววันนี้จะออกไปไหนอีกรึเปล่า”

“คงไม่อะ ขี้เกียจ” ยุ่งยิ้มนิดๆ “แล้วพี่มาหาเฮียตั้งแต่เช้าเลยเหรอ”

“มาตั้งแต่เมื่อคืน”

“อ้าว...”

“ชินได้แล้ว”

“เอาจริงๆก็ชินแล้วแหละ” มันเป็นความเคยชินจนไม่นึกสงสัยอะไร “ดีเหมือนกันเฮียจะได้ไม่เหงา”

“รายนั้นรู้จักคำว่าเหงารึเปล่า”

“โห่พี่” ยุ่งหัวเราะเสียงดัง “อาจจะเหงาแต่ไม่บอกใครก็ได้ป่ะ”

“อืม งั้นมั้ง”

“แล้วตี๋ไม่มาด้วยเหรอ”

“ไม่มา” เขาส่ายหน้าเล็กน้อย “มันตื่นรึยังไม่รู้ ช่วงนี้งานกลุ่มหนัก”

ตี๋คือเพื่อนอีกคนของเขา เป็นเพื่อนที่รู้จักกันตั้งแต่ปีหนึ่ง และคบกันลากยาวกันมาจนถึงปีสาม ถึงจะไม่ค่อยได้อยู่ด้วยกันทุกเวลาเหมือนเขากับยิ้ม แต่ก็นับว่าเป็นเพื่อนสนิทอีกคนที่มักจะไปไหนมาไหนด้วยกันเสมอ และเป็นคนเดียวที่คนข้างๆแอบรักมาตลอดสามปี

รู้ทุกอย่าง...แค่ไม่พูด

“อ่อ…ไม่ได้อยู่กลุ่มเดียวกันเหรอ”

“อืม อาจารย์สุ่มให้”

“แล้วพี่กับเฮียล่ะ”

“กลุ่มเดียวกัน” เขาตอบ “เหมือนหนีไม่พ้น”

“ไม่ดีเหรอ ได้อยู่กับเพื่อนสนิท”

“ก็…ดีมั้ง”

“จะว่าไปพี่กับเฮียเป็นเพื่อนกันมาตั้งนานแล้ว คงเบื่อกันบ้างใช่ไหม” ยุ่งถามต่อ “ขนาดผมอยู่กับเพื่อนมาสามปียังเบื่อหน้าพวกมัน”

“อืม ก็มีบ้างมั้ง” เขาหัวเราะ

เบื่อไหมงั้นเหรอ...

จริงๆก็ไม่ ไม่เคยเบื่อ

“แต่ตอนมัธยมผมไม่เคยเห็นพี่”

“อืม ตอนมัธยมไม่ได้สนิทกันเท่าไหร่” กลับไปคิดถึงตอนนั้นทีไรรู้สึกตลกไม่หาย “เรียกว่าไม่อยากสนิทดีกว่า”

“ทำไมอะพี่...อยากรู้เลยนะเนี่ย” ยุ่งขยับเข้าหาเขาเหมือนอยากฟังเรื่องราวที่เคยเกิดขึ้น “จริงๆผมไม่เคยถามเฮียเรื่องนี้เลย ถามทีไรก็ไม่ยอมเล่าทุกที”

“อืม…” แว่นพยักหน้าพร้อมรอยยิ้ม “อยากฟังจริงๆเหรอ”

“ครับ” ยุ่งพยักหน้าจริงจัง

“ฟังแล้วอาจจะคิดว่าเป็นเรื่องโกหกก็ได้”

“ทำไมล่ะ”

“พี่ชายของยุ่งตอนนี้...กับยิ้มในตอนนั้น”

“…”

“ต่างกันราวฟ้ากับเหวเลย”








------------------------------------------------

ตอนหน้าเรามาย้อนอดีตของเพื่อนสนิทคนนี้กันเถอะ

รับรองว่าพี่ยิ้มของทุกคนนั้น... 5555555555555555


สวัสดีนักอ่านอย่างเป็นทางการอีกครั้งนะคะ -A-

เปิดเรื่องใหม่อีกแล้ว คราวนี้เป็นเรื่องของคนพี่ หรือ พี่ยิ้ม จากเรื่อง #คนกากของผม

ในเรื่องนั้นเราก็ได้อ่านเรื่องราวของคนน้องไปแล้ว และมีหลายคนอยากรู้เรื่องราวของคนพี่

และวันนี้คนพี่ก็ได้ปรากฏตัวให้คนอ่านทุกคนได้อ่านเรื่องราวไปพร้อมๆกันแล้วค่ะ


ฝาก #เพื่อนที่หนึ่ง ไว้ในอ้อมอกอ้อมใจด้วยนะคะ

เรื่องนี้จะมีความเป็นผู้ใหญ่มากกว่าเรื่องอื่นๆ

สำหรับใครที่ไม่เคยอ่านเรื่อง คนกากของผม ไม่ต้องกลัวงงน๊า

สามารถแยกอ่านกันได้ค่า เราจะค่อยๆเล่าเรื่องราวของตัวละครทั้งสองไปทีละนิด

รับรองว่าไม่งงแน่นอน


หวังว่าเรื่องนี้จะทำให้คนอ่านชอบได้ไม่มากก็น้อยนะคะ ^^



1 คอมเม้นท์ แทนกำลังใจ

ชอบไม่ชอบยังไงติชมกันได้นะคะ <3




T
B
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 522 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,010 ความคิดเห็น

  1. #1009 humingbird (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2563 / 21:44
    ร สระ -ั ก คือมิตรภาพแหละแปลออก
    #1,009
    0
  2. #968 CallistoJpt (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 29 มกราคม 2563 / 18:49
    ตามมาเอาใส่ช่วยเฮียกับพี่แว่นจากคนกากของผมค่ะ
    #968
    0
  3. #948 loveseriesY (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 มกราคม 2563 / 08:36
    ชอบบพวกเขาาา
    #948
    0
  4. #934 HaeMay (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 25 มกราคม 2563 / 21:30
    ชอบอะไรแบบคลุมเครือๆ ดูแบบ เอ๊ะๆๆๆ
    #934
    0
  5. #417 Xialyu (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2562 / 18:12
    มีมาออดมาอ้อน
    #417
    0
  6. #388 PeEarn (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2562 / 10:53
    ชอบความสกินชิพ งื้ออออ
    #388
    0
  7. #329 CcMΣW (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2562 / 22:46
    งุ้ยยยย ชอบความพี่แว่นอะ ดูมีอะไรแต่เดาไม่ออก
    #329
    0
  8. #285 AVA_1998 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 16 เมษายน 2562 / 21:39
    ตามมาจากน้องยุ้งกะพี่ตี๋ คะ. น่ายักกก.

    เฮียยิ้มสู้ๆๆ
    #285
    0
  9. #248 Airzaa1810 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 มีนาคม 2562 / 14:37
    ชอบน้องแว่นนนนนน งื้อใจบางกับน้องยิ้ม
    #248
    0
  10. #140 13pncy (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2561 / 18:54
    เอ็นดูพี่ยิ้ม
    #140
    0
  11. #113 duckii_memo (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2561 / 21:11
    ตามมาจากตี๋กับยุ่งค่ะ มีเรื่องของยิ้มกับแว่นจริงๆด้วย ฮือออ รออ่านต่อเลยค่ะ >////<
    #113
    0
  12. #98 earnnaruk (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2561 / 18:38
    พี่ยิ้มทำไมมมมม พี่แว่นของพี่ยิ้มมม
    #98
    0
  13. #36 nititpran (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2561 / 09:47
    ชอบแว่น
    #36
    0
  14. #35 Spywarcoonler (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2561 / 08:47
    ชอบความเรื่อยๆ
    #35
    0
  15. #34 Ayoung (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2561 / 08:34
    พี่ยิ้มต้องร้ายมากเงแน่ใช่มั้ยพี่แว่น
    #34
    0
  16. #33 ooy1565 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2561 / 00:00
    ยิ้มคงร้ายน่าดูสินะแต่พี่แว่นดูท่าจะเป็นคนใจเย็นมากๆ
    #33
    0
  17. #32 pcard (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2561 / 22:57
    อยากรู้ๆ พี่ยิ้มตอนมัธยมจะเป็นยังไง *0*
    พี่แว่นกับพี่ยิ้มอยู่ด้วยกันมันก็ละมุนๆ เนอะ ><
    #32
    0
  18. #31 Rainbow_Jang (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2561 / 16:27

    ดดีอ่ะแก่

    #31
    0
  19. #30 feelsmiley (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2561 / 18:02
    รอติดตามตอนต่อไปค่าาาา
    #30
    0
  20. #29 Ayoung (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2561 / 15:16
    ละมุนมากกกก อยากเป็นพี่แว่น
    #29
    0
  21. #28 Anxious_z (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2561 / 13:39

    ขนาดแค่อ่านยังรู้สึกว่าอบอุ่นจังงงง ^^
    #28
    0
  22. #27 จะซุ่ม (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2561 / 01:01
    อบอุ่นแปลกๆ แต่ก็เกินเพื่อนจริงๆแหละ
    #27
    0
  23. #26 ooy1565 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2561 / 22:35
    ในที่สุดก็ถึงคิวพี่ยิ้มว่าแล้วแว่นกับยิ้มต้องมีซัมตืงกัน
    #26
    0
  24. #24 pcard (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2561 / 22:16
    พี่แว่นอบอุ่นจัง ><
    #24
    0
  25. #23 nititpran (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2561 / 21:37
    มันเกินเพื่อนจริงๆ
    #23
    0