เสี้ยวลมหายใจ [Yaoi] END

ตอนที่ 3 : 2 : เหมือนเดิมของลม 100 per

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 13,325
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 591 ครั้ง
    14 ก.พ. 61

B
E
R
L
I
N
 

เหมือนเดิมของลม



นาฬิกาบอกเวลาหกโมงตรง ร่างที่ลุกขึ้นจากเตียงตั้งแต่ตีห้ากำลังเดินไปมาในครัวเพื่อเตรียมอาหารเช้าสำหรับสองคน วันนี้เขาต้องออกไปที่ทำงานตอนแปดโมง กว่าที่จะเตรียมตัวทำอะไรเสร็จก็คงจะถึงที่ทำงานทันเวลาพอดี

กระทะที่ตั้งไฟรอไว้ร้อนพอที่จะตอกไข่ลงไป เขาชอบทำอาหารเช้าง่ายๆ บวกกับแต่ก่อนที่ต้องรีบตื่นขึ้นมาทำอาหารเพื่อให้คนที่จะออกไปทำงานไม่ต้องรอนาน การที่ต้องตื่นมาเตรียมตั้งแต่เช้าไม่ใช่เรื่องง่ายๆสำหรับเขาในตอนนั้น ยังจำช่วงเวลาที่เขาต้องตั้งนาฬิกาปลุกอย่างน้อยสามครั้งได้อยู่เลย บางวันก็ตื่นก่อนนาฬิกาปลุกเพราะกลัวรบกวนคนที่นอนอยู่ข้างๆ

ลมสบัดไล่ความคิดเก่าๆออกไป ลมหายใจร้อนพ่นออกมาก่อนที่เขาจะตอกไข่ลงไปในกระทะ นานแล้วที่เขาไม่ได้ทำอาหารกินเอง ตั้งแต่ที่อยู่คนเดียวเขาก็เลิกทำอาหารไปโดยปริยาย การทำอาหารทุกๆวันไม่ใช่เรื่องที่เขาชอบเท่าไหร่นัก ถึงจะชอบทำอาหาร แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเขาอยากจะทำทุกวัน ทุกเวลา แต่ตอนนั้นที่ทำเพราะ...มีคนที่อยากจะทำให้กิน

ตอนนี้ไม่มีแล้ว...ก็ไม่รู้จะทำไปทำไม

“อ๊ะ…” เพราะมัวแต่คิดเรื่อยเปื่อย รู้ตัวอีกทีไข่ที่ตอกลงไปก็เริ่มส่งกลิ่นไหม้ “อีกแล้ว” เขาพูดกับตัวเองเสียงเบา

ไม่ว่าจะกี่ครั้ง...ก็ไม่เคยทอดไข่ดาวสวยในฟองแรก

ไข่ดาวไหม้ๆตรงหน้าไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาทำไหม้ นี่เป็นไข่ดาวฟองที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ที่เขาทอดออกมาผิดพลาด ถ้าให้นับตั้งแต่เริ่มทอดเขาคงตอบได้ว่านับไม่ถ้วน

ทอดไหม้ทุกวัน...

‘พี่ลมทอดไข่ดาวอร่อยที่สุดเลย~’


จะไม่ให้อร่อยได้ยังไงใต้...ทอดไข่ทีเกือบครึ่งแผง

ที่ใต้เคยถามว่าทำไมลมถึงไม่กินข้าวพร้อมกับใต้...ก็เพราะลมอิ่มไข่ดาวไหม้ๆที่ทอดไป

แต่ใต้ไม่รู้หรอก ลมไม่เคยบอก เพราะลมอยากได้ยินคำชมจากใต้ทุกๆวัน

คำชมว่า...ไข่ดาวที่ลมทำอร่อยที่สุด

“ลม” เขาเรียกชื่อตัวเองเพื่อดึงให้กลับมาสู่ปัจจุบันอีกครั้ง เพราะต้องทำอะไรเหมือนที่เคยทำเลยทำให้ภาพวันเก่าๆย้อนกลับมา

เขาชอบทำอาหาร และทำได้ดีในทุกเมนู เขาไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมสิ่งที่ทำง่ายที่สุดกลับเป็นสิ่งที่เขาไม่ถนัดที่สุด ทั้งที่การทอดไข่น่าจะเป็นพื้นฐานสำหรับการทำอาหาร

บางครั้งก็ทอดไหม้ บางครั้งก็ทอดเละจนกลายเป็นไข่คน

ไข่ดาวไหม้ถูกวางลงบนจานเปล่าที่วางข้างกันสองใบ ลมหันไปตอกไข่ใบใหม่ลงบนกระทะก่อนที่จะหันไปจดจ่ออยู่กับไข่ดาวตรงหน้า

ครึ่งแผงเหมือนแต่ก่อนไม่ไหวแล้วนะลม...

กินไข่ดาวไหม้เหมือนเดิมทุกวันไม่ไหวแล้วเหมือนกัน



ร่างสูงเดินออกมาจากห้องน้ำหลังจากถูกปลุกด้วยนาฬิกาปลุกหลายตัวภายในห้อง ไม่ว่าจะผ่านมานานกี่ปีเขาก็ยังแก้นิสัยนี้ไม่หาย นิสัยนอนหลับลึกตื่นยาก บางวันสะดุ้งตื่นขึ้นมาพร้อมกับเสียงนาฬิกาปลุกตัวสุดท้าย 

จริงๆแต่ก่อนก็ไม่จำเป็นต้องพึ่งนาฬิกาปลุก...แต่ตอนนี้ไม่พึ่งคงไม่ได้

เสื้อผ้าเข้าชุดถูกแขวนไว้ที่ประตูตู้เสื้อผ้า รอยยิ้มบางๆเผยออกมาทันทีที่รู้ว่าเป็นฝีมือของใคร แค่เห็นเขาก็รู้ทันทีว่าอีกคนเป็นคนเลือกให้ ชุดทำงานกับเนคไทสีเข้ม ลมยังเลือกชุดทำงานสไตล์เดิมไม่เปลี่ยน

หรือนี่อาจจะเป็นอย่างเดียว...ที่เหมือนเดิมสำหรับลม

ใต้หยิบชุดที่อีกคนเตรียมไว้ให้มาสวมใส่ทันที เขาไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนชุดในเมื่อชุดที่อีกคนเลือกให้เป็นชุดที่เขาพอใจ และมันเป็นหน้าที่ของลมที่จะต้องเตรียมเสื้อผ้าให้เขาในทุกๆเช้า แน่นอนว่าแม่บ้านคนเก่าเขาไม่เคยทำแบบนี้ 

เพราะตอนนี้คนที่ทำหน้าที่คือลม...เพราะเป็นลม

คำพูดของภัคเมื่อคืนทำให้เขานอนไม่หลับ เขาตอบตัวเองไม่ได้ว่ากำลังทำอะไรอยู่ ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงทำแบบนี้ เขาไม่เข้าใจอะไรเลยสักอย่าง

รู้แค่ว่าอยากให้เป็นแบบนี้...อย่างน้อยมันก็เป็นเหตุผลเดียวที่จะทำให้ลมยอมอยู่ที่บ้านของเขาจนกว่าลมจะหาที่อยู่ใหม่ได้ ถ้าเขาบอกว่าให้ลมอยู่บ้านเฉยๆ ไม่ต้องทำอะไร เขารู้เลยทันทีว่าลมจะไม่ยอม

คนขี้เกรงใจแบบลม...ไม่ยอมอยู่เฉยๆแน่

เพราะงั้นเขาเลยยื่นข้อเสนอแบบนั้นไป ทั้งที่ความจริงแค่ลมดูแลบ้านธรรมดาก็น่าจะพอ แต่ตอนนั้นไม่รู้อะไรทำให้เขาพูดออกไปแบบนั้น

แค่ได้กลับมาเจอหน้ากันอีกครั้ง...สมองมันก็ขาวโพลนไปหมด

เลิกคิดได้แล้วใต้...

ร่างสูงเดินลงมาจากชั้นสองหลังจากที่แต่งตัวเตรียมออกไปทำงาน กลิ่นหอมที่ลอยมาแตะจมูกทำให้ขาทั้งสองข้างก้าวเร็วขึ้นเพื่อตรงไปยังที่มาของกลิ่น

กลิ่นหอมของอาหารที่คุ้นเคย

อยู่ๆก็คิดถึงขึ้นมา...

ภาพตรงหน้าทำให้ขาทั้งสองข้างหยุดเดิน ใต้มองไปยังร่างของคนที่วุ่นอยู่ในครัว ท่าทางชำนาญในการทำอาหารและใบหน้ายิ้มแย้มสดใส รอยยิ้มที่รู้ว่าถ้าลมเห็นเขาเมื่อไหร่...รอยยิ้มนั้นจะหายไป ถ้าเป็นแบบนั้น ขอยืนดูอยู่แบบนี้สักพัก

อดคิดถึงเมื่อก่อนไม่ได้เลยจริงๆ...

เขาจำเรื่องราวเหล่านั้นได้ดี ทุกเช้าก่อนออกไปทำงานเขาจะลงมาเจอลมที่กำลังทำอาหารเช้าเตรียมไว้ให้ อาหารเช้าที่เขามักจะชมอีกคนเสมอว่าอร่อย และเขาจะไม่ยอมไปทำงานถ้าไม่ได้ทานอาหารเช้าจากฝีมือของอีกคน คิดถึงตอนนั้นก็ตลกตัวเองไม่หาย

เขาติดใจรสชาติอาหารของลมมากจริงๆ

“ตื่นตั้งแต่กี่โมง” เขาตัดสินใจพูดออกมาหลังจากที่รู้สึกตัวว่าเขาไม่ควรยืนมองลมนานกว่านี้

ทั้งที่ลึกๆเขาอยากทำ...แต่ทำไม่ได้

“ครับ?” ลมสะดุ้งเล็กน้อยที่ได้ยินเสียงของอีกคนที่จู่ๆก็ดังขึ้นมา “อ่อ...ตื่นสักพักแล้ว”

“อ่อ”

“ไปนั่งรอที่โต๊ะเลย เดี๋ยวจะเสร็จแล้ว”

“ให้ช่วยอะไรไหม”

“ไม่เป็นไรครับ” ลมตอบโดยไม่ได้หันหลังไปคุยกับอีกคน 

“ทำไมไข่ดาวไหม้”

“…!!!” เขาสะดุ้งอีกครั้งที่จู่ๆใต้ก็เดินมายืนอยู่ข้างๆเขา “ผม...บอกว่าให้ไปรอที่โต๊ะ”

“อยากช่วย” ใต้ตอบกลับหน้าตาย “แล้วทำไมไข่ดาวไหม้” เขาถามย้ำอีกครั้ง จริงๆก็ไหม้แค่จานเดียว

แต่ปกติลมไม่เคยทอดไข่ไหม้...

“ไม่ได้ทำมานานแล้ว” ลมตอบตามความจริง “จานนั้นของผม”

“ทอดใหม่ก็ได้ ไหม้แบบนี้จะไปกินได้ยังไง”

“…” ลมหันไปสบตาคนข้างๆแว็บหนึ่งก่อนจะหลุบสายตาลงต่ำ “ผม...ชอบกินแบบเกรียมๆ”

“เหรอ” เขาไม่ค่อยเชื่อสักเท่าไหร่ “ชอบตั้งแต่เมื่อไหร่”

“เมื่อไหร่ก็ช่างมันเถอะ” ลมเลี่ยงที่จะตอบคำถาม “เสร็จแล้วครับ ถ้าอยากช่วยก็ถือจานของตัวเองไป” เขาพูดพร้อมกับถอดผ้ากันเปื้อนออก

“อืม” เขาพยักหน้า “พี่ลม”

“…”

“ลม”

“อืม ว่า”

“กินข้าวพร้อมกัน...เดี๋ยวก็ออกไปทำงานแล้วนิ”

“ครับ”

“สายตั้งแต่วันแรกคงไม่ดี”

“รู้แล้ว” ลมตอบก่อนจะหันไปหยิบจานของตัวเอง เขามองไข่ดาวที่อยู่บนจาน ตอนแรกก็คิดว่าจะทอดใหม่ แต่คิดไปคิดมามันก็ไม่ได้ไหม้มาก

กินได้...

ใต้มองจานอาหารเช้าที่ถูกจัดจานอย่างดี ถ้าให้เปรียบเทียบก็คงเหมือนอาหารเช้าตามโรงแรมระดับห้าดาว เขาไม่ได้เวอร์ แต่มันคือความจริงที่อยู่ตรงหน้า

อาหารที่บ่งบอกความตั้งใจของคนทำ

“เข้าไปเตรียมชุดตอนไหน” เขาถามทันทีที่ลมนั่งลงตรงข้ามกับเขา แม้จะนั่งเฉียงออกไปเหมือนเมื่อวานก็ตาม

“ตอนตื่น” ลมตอบ “ตื่นแล้วก็เข้าไปเลือกชุดให้”

“อ่อ”

“แม่บ้านที่ออกไปรีดผ้าไม่เรียบเลย” เขาบ่น เมื่อเช้าเขาต้องเอาเสื้อผ้าออกมารีดใหม่อีกครั้ง รีดผ้ายังไงให้มีรอยยับหลายจุด

“อืม ไม่ค่อยสังเกต” เขาตอบ “เมื่อเช้าเอาออกไปรีดใหม่ให้เหรอ”

“อืม รีดซ้ำตรงที่ไม่เรียบ”

“ขอบคุณครับ”

“ไม่เป็นไร”

“ลม”

“…”

“ถ้าวันพรุ่งนี้เข้ามา...เดินมาปลุกด้วยได้ไหม”

“…”

“ทุกวันนี้ต้องตั้งนาฬิกาปลุกตั้งหลายตัว”

“…”

“ถ้าไม่มากเกินไป แต่ถ้าไม่ได้ก็ไม่เป็นไร”

“อืม เดี๋ยวปลุก”

“…”

“ถ้าปลุกแล้วต้องตื่นนะ”

“ครับ” รอยยิ้มบางๆเผยออกมา หากแต่ว่าคนที่นั่งเฉียงออกไปไม่ได้เห็นรอยยิ้มนั้น ลมไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมาสบตากับเขา

เอาแต่จ้องอาหารเช้าในจาน

“ตื่นแน่ๆ”

“อืม”

“…”

“เดี๋ยวปลุกเอง”




สมุดบันทึกเล่มเล็กถูกเปิดออกทันทีที่เริ่มการประชุมงานวันแรก วันนี้เป็นวันที่ต้องมาคุยถึงภาพรวมต่างๆของภาพยนต์เรื่องใหม่ที่มีการวางโครงร่างไว้เกือบสมบูรณ์แล้ว ซึ่งทีมเขียนบทต้องมาช่วยกันออกความคิดเห็นว่าเนื้อเรื่องควรจะไปในทิศทางไหน

เป็นวันแรกที่ค่อนข้างปวดหัวตั้งแต่เริ่มประชุม

การเขียนบทละครหรือบทภาพยนต์ออกมาหนึ่งเรื่องไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ทุกคนในทีมต่างมีไอเดียและความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ซึ่งกว่าจะตกลงจนได้บทที่สมบูรณ์แบบก็เสียเวลาไปหลายวัน ถึงแม้รอบนี้จะมีกรอบของบทมาให้ แต่ก็ไม่ง่ายที่จะคุยเสร็จภายในวันเดียว

“ขยันไม่เปลี่ยนเลยนะ” พี่รุ้งหันมาแซวคนที่นั่งข้างๆ “น้องลมมีอะไรก็เสนอได้เลยนะ”

“ครับผม” ลมยิ้มก่อนจะหันไปมองหัวหน้าทีมเขียนบทที่กำลังอธิบายถึงคอนเซ็ปต์หลักของเรื่อง

“พี่อยากให้ภาพยนต์เรื่องนี้มีกลิ่นอายของความดราม่า เป็นรักโรแมนติกที่มีความดราม่าปนอยู่” คนที่ยืนพูดอยู่เอ่ยเสียงดังฟังชัด 

“แต่จบสมหวังใช่ไหมครับ” หนึ่งในทีมเขียนบทถามขึ้น

“ใช่ ตอนจบสมหวัง แต่ในระหว่างนั้นอยากจะให้มีครบทุกอารมณ์”

ครบทุกอารมณ์...คำนี้อีกแล้ว

“อย่างที่บอกว่าบทของตัวร้าย เราจะไม่เขียนให้ร้ายที่สุด เพราะสุดท้ายคนทุกคนมีเหตุผลที่จะทำแบบนั้น”

“…“

“ตัวร้ายไม่ได้หมายความว่าจะเป็นตัวร้ายตลอด”

“…”

“คนดีก็ไม่ได้หมายความว่าจะถูกเลือกอยู่ตลอด”

“…” มือที่กำลังจดอยู่ชะงักลง ลมหันไปสบตากับหัวหน้าทีมเขียนบทก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ

นี่คือบทภาพยนต์...

“น้องลมมีอะไรอยากเสนอรึเปล่า” พอเห็นว่าคนที่นั่งอยู่เงยหน้าขึ้นมาสบตาเธอเลยถามออกมา “เสนอได้เลยนะ”

ลมเป็นนักเขียนบทอิสระที่เธอเอ็นดูและคอยให้ความช่วยเหลือมาตลอด เป็นเด็กที่น่ารักและทำงานที่มอบหมายอย่างเต็มที่เต็มความสามารถ ไม่แปลกที่เธอจะเรียกลมกลับมาเขียนบททุกครั้งที่มีโปรเจคใหม่

“เปล่าครับ ผมแค่เห็นด้วยกับประโยคที่พี่พูด”

“อันไหนคะ”

“คนดีไม่ได้หมายความว่าจะถูกเลือกอยู่ตลอด” ลมระบายยิ้มบางๆ 

“…”

“ทำดี...สุดท้ายเขาไม่เลือกก็มีเยอะแยะไป”




ประตูห้องประชุมเปิดออกหลังจากที่ประชุมกันยาวนานกว่าเจ็ดชั่วโมง ลมเดินออกมาด้วยท่าทางหมดแรง การคุยงานในวันแรกๆของโปรเจคมักสูบพลังงานเขาไปจนหมด กว่าที่จะเลิกประชุม เขาถอนหายใจไปไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง ยอมรับว่าโปรเจคครั้งนี้เป็นโปรเจคใหญ่ที่น่าสนใจและมีความกดดันในงานค่อนข้างสูง

ปวดหัว...อยากกลับไปนอนแล้ว

“อ้าว พี่ลม!!!” น้ำเสียงอารมณ์ดีดังขึ้นพร้อมกับร่างสูงในชุดไปรเวท 

“อ้าว น้ำ” ลมยิ้มออกมา “ไม่ได้เจอกันตั้งนาน เปลี่ยนไปเยอะเลยนะเรา”

“หล่อขึ้นใช่ป่าว” เขายิ้มกว้าง “พี่ลมเขียนบทโปรเจคนี้ด้วยเหรอ”

“ใช่”

“งั้นพี่คงต้องเบื่อหน้าผมอีกแล้ว” คนอารมณ์ดีหัวเราะออกมา “ผมก็ร่วมโปรเจคนี้ วันนี้มาประชุมเหมือนกัน”

“พี่พึ่งประชุมเสร็จ ปวดหัวใช้ได้” เขาหัวเราะ “แล้วนี่ยังทำสถานที่อยู่เหมือนเดิมรึเปล่า”

“เหมือนเดิมแหละพี่ วันนี้ตอนเย็นไปไหนป่าว” เขาไม่ได้เจอพี่ลมตั้งหลายเดือน มีหลายเรื่องที่อยากจะคุยด้วย “ไปกินข้าวกันไหมพี่ พี่ทีมเขียนบทก็ไปนะ”

“อืม พี่รุ้งก็ชวนอยู่”

“งั้นต้องไปแล้ว ผมมีเรื่องอยากคุยกับพี่เยอะเลย”

“อยากคุยหรืออยากระบาย” เขาหัวเราะออกมาอย่างรู้ทัน คุยกับน้ำทีไรเขาแทบไม่ได้พูดอะไรทุกที แค่ฟังน้ำบ่นคนเดียวก็กินเวลาไปหลายชั่วโมง

“พี่แกล้งไม่รู้บ้างก็ได้” เขายิ้ม “ไปเหอะพี่ ไม่ได้เจอกันมานานแล้วเนี่ย”

“ไม่ดึกใช่ไหม ถ้าดึกคงไม่ไป”

“เรื่องนั้นอย่าเอามาเป็นปัญหา น้องน้ำคนนี้จะขับรถไปส่งพี่ลมเองครับผม!!!”

“อะ…งั้นรบกวนด้วย”

พูดมาขนาดนี้แล้ว...คงปฏิเสธไม่ได้





ก๊อก ก๊อก ก๊อก

เสียงเคาะประตูที่เป็นจังหวะไม่ต้องบอกก็รู้ว่าใครอยู่หลังประตูนั้น คนที่นั่งอ่านเอกสารอยู่เงยหน้าขึ้นมามองประตูเพราะรู้ว่าในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้าคนๆนั้นจะเปิดประตูเข้ามาพร้อมคำทักทายที่เขาท่องจำได้ขึ้นใจ

แกร๊ก

“วันนี้ร้านไหนดีครับเพื่อน”

“หึ” เขาหัวเราะในลำคอ “ไม่มีเมียสักทีก็เพราะแบบนี้” 

“โกรธแค้นไรกู”

“เปล่าสักหน่อย” ใต้หัวเราะ เขาปิดแฟ้มเอกสารที่อ่านอยู่ก่อนจะผายมือ “เชิญนั่งครับคุณภัค”

“กวนละ” เขาหัวเราะตาม “วันนี้เพื่อนผมแต่งตัวดูดีนะครับเนี่ย ดูเป็นผู้เป็นคนเหมาะสมกับหน้าที่การงาน”

“เดี๋ยวแฟ้มจะบิน”

“วันนี้มีอะไรเป็นพิเศษรึเปล่า”

“ไม่มี” เขาส่ายหน้า “ชุดนี้ดูดีเหรอ” วันนี้เลขาก็ชมแบบนี้ ไม่ใช่แค่เลขา คนอื่นๆในบริษัทก็พูดว่าแต่งตัวดีกว่าทุกวัน

แต่เขาว่ามันก็ปกติ...แปลกตรงไหน

“เออ ดูดีกว่าทุกวันที่กูเจอมึงอ่ะ”

“ลมเลือกให้”

“…” คำตอบของเขาทำเอาเพื่อนสนิทขมวดคิ้วเข้าหากันทันที “เมื่อคืนเราคุยกันรู้เรื่องแล้วไม่ใช่เหรอวะ”

“ก็รู้เรื่อง” เขาถอนหายใจออกมา “ก็ไม่ได้คิดอะไร”

“แล้วลมคิดแบบมึงไหมล่ะ”

“เหมือนสิ...เหมือนยิ่งกว่าเหมือน” ถ้าเทียบกันแล้ว ลมเว้นระยะกับเขามาก มากจนเขาเชื่อว่าลมไม่เหมือนเดิม

“กูสงสารลมจริงๆ” ภัคถอนหายใจออกมา “เบาๆลงบ้างเถอะ ระวังมันจะกลับมาทำร้ายมึงเอง”

“…”

“ความรู้สึกมึงน่ะ”

“อืม…รู้แล้ว”

“ไม่คุยเรื่องนี้แล้ว ยิ่งคุยยิ่งเครียด”

“แล้วแต่มึงเลย” เขาไม่มีปัญหาอะไรอยู่แล้ว พูดก็ได้ ไม่พูดก็ได้

“ตกลงวันนี้กินร้านไหน กูปวดหัวมาก อยากจะไปหาร้านนั่งชิวๆคลายเครียดสักหน่อย” มือหนาดึงเนคไทให้คลายออก วันนี้ปวดหัวกับงานมามากพอแล้ว 

“ได้หมด”

“ไม่เมาไม่กลับนะครับ”

“เออ” เขาพยักหน้า “เอ่อ...” อยู่ดีๆก็นึกขึ้นได้

เขาไม่ได้อยู่บ้านคนเดียวเหมือนเมื่อก่อน

“มีอะไรวะ”

“กูยังไม่ได้บอกลมว่าจะไม่กลับไปกินข้าวเย็น”

“โทรบอกดิ”

“ไม่มีเบอร์” เขาตอบเสียงเรียบ “เขาไม่ได้ให้ไว้”

“คงไม่เป็นไรหรอกมั้ง ถ้าไม่เห็นมึงอยู่บ้านลมก็คงไม่ทำอาหารไว้รอหรอก”

“แต่เมื่อก่อนลมทำ” เขาเอ่ย “ถึงจะเห็นกูหรือไม่เห็น...เขาก็ทำ”

“นั่นมันเมื่อก่อน นี่มันปัจจุบัน”

“กูขอให้เขาทำเหมือนเดิม”

“…”

“เขาต้องทำอยู่แล้ว”




22.40

นาฬิกาฝาผนังบอกเวลาใกล้จะห้าทุ่ม ร่างสูงยังคงนั่งอยู่บนโซฟาตัวใหญ่ตั้งแต่กลับมาจนถึงตอนนี้ โทรศัพท์ที่วางอยู่ข้างตัวถูกหยิบขึ้นมากดดูทุกห้านาที เพราะลึกๆเขาหวังว่าอีกฝ่ายจะโทรมาหาหรือส่งข้อความมาบอก เขาบอกไปแล้วว่าเขายังใช้เบอร์เดิม

บางทีมันอาจจะไม่มีความหมาย...ลมอาจจะลบเบอร์ของเขาออกไป ไม่ก็จำเบอร์เขาไม่ได้อีกแล้ว

ร่างสูงถอนหายใจออกมา เขาถอนหายใจวันละหลายครั้ง เพราะเรื่องงานที่ค่อนข้างวุ่นวายทำให้ปกติเวลาเลิกงานเขามักจะออกไปหาร้านนั่งดื่มกับเพื่อนสนิทอยู่บ่อยๆ วันไหนดื่มกันหนักก็ไปค้างที่บ้านของเพื่อน วันไหนที่กินแถวบ้านก็กลับมานอนบ้าน เป็นแบบนี้อยู่ประจำจนถึงวันนี้ที่เขาเลือกปฏิเสธนัดเพื่อน ทั้งๆที่ภัคมาหาเขาถึงที่ แต่พอคิดถึงอีกคนที่อยู่ที่บ้านเขาก็อดห่วงไม่ได้ เพราะคำพูดที่เขาเคยบอกไว้ว่าให้อีกคนทำเหมือนเดิมเลยทำให้เขากลัวว่าลมจะรอเขาอยู่

แต่เปล่า...กลายเป็นเขาที่นั่งรออีกคนอยู่

รอทั้งที่ไม่รู้ว่าทำไมถึงต้องรอ

เสียงท้องร้องประท้วงคนที่ไม่มีอะไรตกถึงท้องตั้งแต่ช่วงเย็น ใต้หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูอีกครั้งก่อนจะวางลงที่เดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงมีแต่เวลาที่เดินไปเรื่อยๆ

จะห้าทุ่มแล้วทำไมยังไม่กลับ

ทั้งที่ตอนนี้เป็นเวลาที่เขาควรอาบน้ำเตรียมจะนอนหลับ แต่กลับต้องมานั่งรออยู่ข้างล่าง น้ำก็ยังไม่ได้อาบ ข้าวก็ยังไม่ได้กิน ทั้งที่จะลุกขึ้นไปอาบน้ำตอนนี้ก็ได้ แต่ไม่รู้ทำไมเขาถึงไม่ยอมไปไหน

ทำไมต้องมานั่งรอทั้งที่ไม่รู้ว่าลมจะกลับมาเมื่อไหร่

เสียงรถกับเสียงคนคุยกันดึงความสนใจคนที่นั่งรออยู่เงียบๆให้หันไปตามต้นเสียง ใต้มองไปยังประตูรั้วหน้าบ้านที่มีรถยนต์จอดอยู่ ร่างที่คุ้นเคยยืนคุยกับคนที่นั่งอยู่ในรถ แม้จะเห็นเพียงแค่ด้านหลังแต่เขาก็รู้เลยทันทีว่าเป็นใคร บทสนทนาเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะจบท้ายด้วยรอยยิ้ม

สิ่งเหล่านั้นล้วนไม่เกิดขึ้นกับเขา

แกร๊ก

เสียงไขกุญแจบ้านดังขึ้นพร้อมกับประตูที่เปิดออก ร่างที่ถือถุงผ้าใบใหญ่เดินเข้ามาในบ้านด้วยสีหน้าอิดโรย ลมสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อเห็นร่างของใครอีกคนนั่งอยู่ที่โซฟาตัวใหญ่ เขาเดินไปเปิดสวิตซ์ไฟตรงที่อีกคนนั่งอยู่

“ทำไมไม่เปิดไฟ” เขาถามออกมา 

“ลืม” คนที่นั่งอยู่ตอบกลับนิ่งๆ “ตอนแรกคิดว่าจะนั่งตรงนี้ไม่นาน”

“อ่อ”

“เป็นแบบนี้เองเหรอ”

“หืม? อะไร” ลมถามอย่างไม่เข้าใจ อยู่ๆใต้ก็พูดขึ้นมาแบบนี้ เขาไม่รู้ว่าใต้ต้องการจะสื่อว่าอะไร

“เวลารอใครสักคนทั้งที่ไม่รู้ว่าเขาจะกลับมาเมื่อไหร่”

“…”

“เมื่อก่อนรอได้ยังไง”

“…”

“รอแบบนี้มาเป็นเดือนได้ยังไง” เขาเงยหน้าขึ้นสบตาคนที่ยืนฟังอยู่ เขารู้ว่าลมเข้าใจเรื่องที่เขาพูด

แค่วันนี้ที่เขารอลมวันเดียว...มันยังยาก

เป็นห่วงไปหมด ไม่รู้ว่าหายไปไหน ไม่รู้ว่าไปกับใคร ไม่รู้ว่าไปทำอะไร ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง โทรหาก็ไม่ได้ ทำได้แค่นั่งรอ

มันไม่ง่ายเลย

“ทำไมถึงพึ่งมาอยากรู้”

“…”

“ยังไม่ได้กินข้าวใช่ไหม” เขารู้ว่าใต้ยังไม่ได้กินอะไร ถ้ากินข้าวแล้วป่านนี้ใต้คงอยู่ในชุดนอนเตรียมเข้านอนตั้งแต่หัวค่ำ

“อืม ช่างเถอะ” เขาลุกขึ้นเตรียมจะไปอาบน้ำ “กลับมาถึงบ้านก็ดีแล้ว”

“ครึ่งชั่วโมง”

“อะไร”

“จะทำกับข้าวให้”

“…”

“ขอโทษด้วยที่ไม่ได้บอกล่วงหน้า คราวหลังจะบอกก่อนว่าไม่ต้องรอ”

“อืม”

“ถ้าบอกว่าไม่ต้องรอ...ก็ไม่ต้องรอจริงๆ”

“…”

“เพราะรอไปก็ไม่มีประโยชน์”

“อืม...เข้าใจแล้ว” เขาตอบ “ครั้งหน้าคงไม่รอแบบนี้แล้ว เพราะไม่รู้ว่ารอไปแล้วลมจะกลับมารึเปล่า”

“ครับ”

“ลม”

“…”

“รู้ว่ามันสายไป...แต่ขอโทษสำหรับทุกอย่าง”

“…”

“ขอโทษที่ตอนนั้นทำตัวไม่ดี”

ขอโทษที่ไม่รักษาไว้ในตอนที่ยังมีโอกาส

“อืม ไม่เป็นไรหรอก” คำขอโทษที่ไม่เคยได้ยินตลอดหลายปีที่ผ่านมาทำให้ลมรู้สึกจุกที่อก น้ำเสียงของใต้เต็มไปด้วยความรู้สึกผิด เขารับรู้ได้ถึงความรู้สึกที่ส่งผ่านมา

ถ้อยคำที่แสดงออกว่า...ใต้รู้สึกผิดกับสิ่งที่เคยทำลงไป

แต่มันสายไป...

สายเกินไปแล้วใต้

“ถ้ารู้ว่าต้องมาอยู่ที่นี่ตั้งแต่แรก...ลมคงไม่ยอมมาใช่ไหม”

“ครับ” เขาตอบกลับทันที “ผมคงไม่รบกวน”

“เกลียดกันขนาดนั้นเลยเหรอ”

“…”

“ไม่อยากเจอกันอีกแล้วใช่ไหม”

“ใต้...ผมว่าใต้ขึ้นไปอาบน้ำเถอะ เดี๋ยวผมจะทำอาหารให้” เขาสบตาคนตรงหน้า เรื่องที่ผ่านมาเขาไม่อยากพูดถึงมันอีก

กว่าจะผ่านช่วงเหล่านั้นมาได้...มันไม่ง่าย

“ตอบก่อนสิ”

“อยากรู้ไปทำไม”

“จะได้ทำตัวถูก”

“ผมไม่ได้เกลียดใต้”

“…”

“แต่ถ้าเลือกได้...ผมก็ไม่อยากเจอใต้อีก” 

เรื่องราวระหว่างเขากับใต้ตลอดเวลาที่เคยคบกันมันเป็นช่วงเวลาที่ดีมาก ดีจนเขาไม่เคยเผื่อใจว่าวันหนึ่งเขาจะต้องเจอกับอะไร เพราะคิดมาตลอดว่าใต้คือคนสุดท้ายและเขาทุ่มเทให้ใต้หมดทุกอย่าง

คำพูดในอดีตยังคอยหลอกหลอนเขาอยู่ทุกๆวัน คำพูดที่เหมือนคำสัญญา คำพูดที่สร้างฝันให้กับคนๆหนึ่งได้มีความสุขไปไกล แต่สุดท้ายคำพูดนั้นกลับเป็นมีดเล่มใหญ่ที่หวนกลับมาแทงตัวเขาเอง


‘ถ้าทุกอย่างลงตัว’

‘…’

‘ปีหน้า...เราแต่งงานกันนะ’


ใครจะไปรู้ว่าปีหน้าไม่มีจริง...

“แต่ทำไมใต้ยังอยากเจอลมอยู่” เขาสบตาคนตรงหน้า “พอรู้เรื่องลม ใต้ก็...”

“พูดตอนนี้มันได้อะไรขึ้นมา”

“…”

“ใต้จะขุดเรื่องเดิมๆขึ้นมาอีกทำไม”

“…”

“อยากได้อะไรจากผมอีกเหรอ”

“…”

“ใต้ได้ทุกอย่างจากผมไปหมดแล้ว...ได้ทุกอย่างไปหมดแล้วจริงๆ” มือเรียวเผลอกำหมัดแน่นอย่างไม่รู้ตัว

เขาไม่อยากพูดถึง...ไม่อยากรำลึกความหลัง

เจ็บ...เจ็บจนน้ำตาพาลจะไหลออกมา

อย่าร้องไห้นะลม

“ได้ทุกอย่าง...แต่รักษาไว้ไม่ได้เลยสักอย่าง”

“…”

“ไม่ได้อยากจะเรียกร้องอะไร”

“…”

“รู้ว่ากลับไปเป็นเหมือนเดิมไม่ได้”

“…”

“แต่ลมรู้อะไรไหม...”

“…”

“แค่สองวันที่เราอยู่ด้วยกัน...ความทรงจำเก่าๆมันกลับมาเต็มไปหมด ความทรงจำระหว่างเราสองคน”

“…”

“รู้ว่าไม่อยากฟังอะไรอีกแล้ว แต่ขอพูดอีกหน่อยได้ไหม”

“…”

“ใต้คิดถึงลม”

“…”

“รู้ว่าเห็นแก่ตัวที่พูดแบบนี้...แต่อยากบอกให้รู้ ถึงจะรู้ว่าบอกไปก็เปลี่ยนอะไรไม่ได้” เขารู้ดีว่าทุกอย่างไม่มีทางกลับมาเป็นเหมือนเดิม

ความรู้สึกมันเปลี่ยนไปแล้ว

แต่วันนี้ที่เขาได้ลองมาเป็นคนที่นั่งรอมันทำให้เข้าใจหลายสิ่งที่เคยเกิดขึ้น ตอนนั้นลมนั่งรอเขาที่คอนโดทุกๆวัน ทำอาหารเตรียมไว้ให้ทั้งที่ไม่รู้ว่าเขาจะกลับมาเมื่อไหร่

ลมในตอนนั้น...เก่งมากๆ

เก่งกว่าเขาในตอนนี้...แค่วันเดียวยังแทบทนไม่ได้ ทั้งที่ตอนนี้ไม่ได้เป็นอะไรกันเขายังรู้สึกมากขนาดนี้ แล้วตอนนั้นที่ยังคบกันอยู่ ลมจะรู้สึกมากขนาดไหน

“ใต้รู้ไหม...ว่าผมไม่อยากฟัง”

“…” คำพูดของลมเหมือนค้อนปอนด์ที่ทุบเข้ากลางหัว เขายืนนิ่งไม่โต้ตอบ ทั้งที่รู้ว่าลมจะตอบอะไรกลับมา แต่เขาก็ยังเลือกที่จะพูด

“ผมไม่อยากได้ยินอะไรทั้งนั้นเกี่ยวกับเรื่องของเรา”

“…”

“มันผ่านมาแล้วใต้...ผมไม่อยากกลับไปคิดถึงมันอีก”

“…”

“ใต้เสียใจผมรู้ ใต้รู้สึกผิดผมรู้”

“…”

“วันที่ผมร้องไห้จะเป็นจะตาย...ใต้ไปอยู่ไหน”

“…”

“แล้ววันนี้ที่ผมกลับมาใช้ชีวิตปกติได้แล้ว...ใต้จะรื้อฟื้นมันขึ้นมาอีกทำไม” เขากำมือแน่นจนรู้สึกเจ็บไปทั่วทั้งมือ

อย่าร้องไห้นะลม...อย่าอ่อนแอ

ลมเก่งแล้ว...ลมเก่งแล้วจริงๆ

“แค่สองวันที่อยู่ด้วยกันมันก็แค่ระยะเวลาสั้นๆ ใต้อาจจะแค่คิดถึงช่วงเวลาเหล่านั้นแล้วพูดมันออกมา หลังจากนี้ใต้อาจจะไม่รู้สึกอะไรอีก”

“…”

“แต่ผมขอร้อง เลิกพูดอะไรแบบนี้ได้แล้ว”

“…”

“คำพูดของใต้...ใต้อาจจะลืม”

“…”

“แต่คนที่จำได้...คือผม”

“อืม นั่นสินะ” เขาพยักหน้านิดๆ “ลมคิดว่าใต้จำคำพูดตัวเองไม่ได้มาตลอด”

“…”

“ทั้งที่ใต้จำได้”

“…”

“คำว่ารักที่เคยบอก...ใต้รู้สึกแบบนั้นจริงๆ”

“พอเถอะ ถ้าใต้จะพูดอีกผมจะเข้าห้อง” ขืนฟังมากไปกว่านี้เขาไม่รู้ว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น ความอดทนเขามีขีดจำกัด เขาไม่อยากฝืนตัวเองมากไปกว่านี้

มันพังจนกลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้อีกแล้ว

“คำว่าคิดถึงที่บอกเมื่อกี้...ใต้รู้ว่าพูดอะไรออกไป”

“…”

“ถ้าไม่ติดข้อตกลงที่ลมตั้งขึ้น”

ข้อตกลงที่บอกว่าห้ามสัมผัสหรือแตะต้อง ทั้งที่เป็นข้อตกลงที่เขาคิดว่าทำได้ง่ายๆ แต่ในเวลาแบบนี้มันไม่ง่ายอย่างที่คิด เขาคิดถึงสัมผัสเก่าๆ

“ใต้จะดึงลมเข้ามากอดไว้แน่นๆ”

เมื่อก่อน...เขาชอบกอดลมทุกวันก่อนจะออกไปทำงาน 

กอดของลมอุ่นที่สุด

“ลมจะได้รู้ว่าที่พูดไป...ใต้พูดจริง”

“ถ้าใต้ทำ”

“…”

“ใต้จะไม่ได้เจอผมอีก”

“…”

“เรื่องของเราให้มันจบลงได้แล้ว”

“…”

“อย่ารื้อฟื้นเลยนะ”

“…”

“ถือว่าผมขอ"









------------------------------------------------------

หลังจากนี้ เรามาเดินไปพร้อมๆกันนะคะ

บอกแล้วว่าดราม่า แต่สัญญาว่าจะไม่ดราม่าหนัก (หรอ) ;-:

ปล. กอดพี่ลมอุ่นที่สุดแล้วจริงๆนะพี่ใต้ :)


ขอบคุณนักอ่านที่ยังเปิดเข้ามาอ่านในบทนี้

เราออกตัวตั้งแต่แรกว่าเป็นนิยายดราม่า

เพราะฉะนั้นเรื่องนี้จะค่อนข้างหม่นและดราม่า T-T

เป็นความต้องการของเราจริงๆค่ะ อยากแต่งดราม่าที่แฝงแง่คิดเอาไว้

หวังว่านิยายเรื่องนี้จะถูกใจนักอ่านทุกคนนะคะ

ถึงเรื่องนี้จะเน้นดราม่า แต่ไม่ได้หมายความว่าจะดราม่าทุกตอนเสมอไป


เรามาเดินไปพร้อมกับตัวละครกันนะคะ

เดินไปพร้อมกับพี่ลม เดินไปพร้อมกับพี่ใต้

เรื่องราวในอดีตเราจะถ่ายทอดตามช่วงเวลาที่เหมาะสม


ดีใจที่นักอ่านชอบนะคะ

ติดตามกันต่อไปนะ เราสัญญาว่ามันจะดี ^^

จริงๆ


แวะทักทายพูดคุยกันได้ทางแฟนเพจ Perlina หรือทางทวิตเตอร์ @perlinjun

แวะไปคุยทักทาย แลกเปลี่ยนความรู้สึกกันที่เแท็ก #เสี้ยวลมหายใจ มาคุยกันนน


คอมเม้นท์คือกำลังใจสำคัญของเราจริงๆนะคะ ^-^

ชอบไม่ชอบ รู้สึกยังไงบอกกันหน่อยน้า อยากรู้จริงๆ <3


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 591 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,257 ความคิดเห็น

  1. #1246 pkcyhst (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 กันยายน 2563 / 05:06
    มาคิดได้อะไรตอนนี้
    #1,246
    0
  2. #1237 Naamyuki (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2563 / 16:00
    เอ่อใต้ จะพูดมห้ได้อะไรขึ้นมา

    คำตอบกลับแต่ละอันของลมคือเรื่องจริงคือตรงประเด็นสุดๆ

    ถ้าเราเป็นลมนะ โมโหเลยอ่ะ จะพูดทำไม ทำมาเป็นคิดได้ โถ่ (อินสุด)
    #1,237
    0
  3. #1227 Saaree6612 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2563 / 17:58
    หน่วงงง อื้อออออ
    #1,227
    0
  4. #1208 MarkBam1n1a (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2563 / 10:52
    หน่วง จุก แน่นไปหมด จิไหวไหม เราเนี่ย แงงงงงง
    #1,208
    0
  5. #1197 JssLin (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2563 / 23:16
    เราเพิ่งมาตามอ่าน เจอตอนนี้ไป น้ำตาไหลเลย เข้าใจลมมากจริงๆ
    #1,197
    0
  6. #1172 Baeklittle (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2563 / 19:15
    ไปให้สุดจร้า อย่ายอมง่ายๆนะน้องลมดูแล้วว่าใต้คงแย่จริงเมื่อก่อนอ่ะ
    #1,172
    0
  7. #1159 เขาเรียกฉันว่าเต่า (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2563 / 09:41
    แงงงงงทำไมเลิกกัน
    #1,159
    0
  8. #1155 Wick55 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2563 / 22:09
    นำ้ตาไหลตอนไหนไม่รู้ ที่รู้สงสารลม แต่ก็ไม่อยากว่าใต้ ใต้คงมีเหตุผลเหมือนกัน ชอบเพื่อใต้คือดีมาก เตือนเพื่อนด้วย
    #1,155
    0
  9. #1153 mamaew1921 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2563 / 19:06
    อยากรุ้เหตุที่เลิกกัน
    #1,153
    0
  10. #1138 mileyduchess (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 มกราคม 2563 / 12:46
    น้ำตาไหลเลยอะ สงสารลมมาก ลองคิดว่าตัวเองอยู่ตรงนั้นมันคงแย่ไปหมด ลมเข้มแข็งมากเลยที่ไม่ร้องไห้ออกมา ไม่แสดงความอ่อนแอออกมา อนากดึงลมมากอดมากๆๆ ;-; ส่วนใต้เลิกพูดอะไรที่เห็นแก่ตัวออกมาได้แล้ว มาพูดพร่ำทำไมในวันที่ทุกอย่างมันสายไปแล้ว เห็นแก่ตัวสุดๆๆๆ เลย
    #1,138
    0
  11. #1121 saisaisaisai14 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2562 / 00:30
    เข้าใจพี่ลมเลยว่าต้องเจ็บที่ต้องมาฟังเรื่องเก่าๆ คือพี่ลมมูฟออนมานานแล้วแต่พอมาอยู่ที่เดิมๆมันก็เหมือนวนมาอยู่ที่เก่าปะ
    #1,121
    0
  12. #1073 Beom_0601 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 กันยายน 2562 / 00:47
    พูดได้เห็นแก่ตัวดีนะใต้
    #1,073
    0
  13. #1041 ppphmt (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 กันยายน 2562 / 00:48
    ร้องไห้เลยค่ะ สงสารพี่ลม ไม่รู้เรื่องเป็นมายังไงแต่คงเจอมาหนักพอสมควร อยากให้ใจแข็งๆไว้ฮื่ออยากกอด
    #1,041
    0
  14. #1030 Kim-kibom (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2562 / 21:29
    อืม..หน่วงมากๆๆ
    #1,030
    0
  15. #1021 Kfhhh (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2562 / 17:31
    โคตรชอบบฮืออออออ
    #1,021
    0
  16. #1014 Chocoppp (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2562 / 17:44

    หน่วงงงงงงงมาก สงสารลม
    #1,014
    0
  17. #987 brownquartz (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2562 / 11:07
    ภาษากับการบรรยายดีมากก ปกติเราไม่อ่านดราม่าเลย แต่เรื่องนี้น่าสนใจจริงๆ ติดตามจ้า
    #987
    0
  18. #986 Lซ็Jโลก (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:18
    อย่าม่าเยอะน้าาา ติดตามมม
    #986
    0
  19. #955 HaeMay (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2561 / 18:03
    ลมกำลังอดทนมากๆอ่ะ กว่าจะป่านความเจ็บปวดมาได้ ไม่ง่ายเลยจริงๆอ่ะ แล้วตอนนั้นใต้ไปอยู่ไหน ทำไมถึงเพิ่งจะมาคิดได้ตอนนี้
    #955
    0
  20. #935 Jibangrin (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2561 / 23:43
    เจ็บมากกกกกก
    #935
    0
  21. #920 _arsunp (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2561 / 03:32
    ไม่รู้ว่าใต้ทำอะไรกับพี่ลมไว้บ้างแต่เตรียมตีละ ใจร้ายมากๆ
    #920
    0
  22. #911 Not found (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2561 / 23:25
    ใต้เป็นพระเอกหรอคะ
    #911
    0
  23. #886 fluffyboy_J (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2561 / 23:57
    กว่าพี่ลมจะเข้มแข็งได้คงจะหนักน่าดูเลย .. ใต้นี่ยังไง ยังรักพี่ลมอยู่? แต่ก็พูดได้ไม่เต็มปาก
    #886
    0
  24. #861 Katniss20 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2561 / 14:29
    พี่ลมต้องเจ็บขนาดไหนอ่ะถึงปฏิเสธได้เด็ดขาดแบบนี้ เป็นชั้นคงร้องไห้ต่อหน้าเค้าตั้งแต่เค้าพูดว่าคิดถึงแล้ว พี่ใต้ใจร้าย TT
    #861
    0
  25. #851 Tono_Miya (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2561 / 02:45
    แอบรำใต้แทนลม 55555
    #851
    0