เมื่อโลกของผม...หมุนรอบตัวคุณ (Yaoi) [END]

ตอนที่ 8 : 07:53 - คนของ‘เงียบ’ 100 per

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11,479
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 626 ครั้ง
    9 ก.พ. 61

B
E
R
L
I
N
 

07:53

คนของ‘เงียบ’



17.30 น.

Y : *ส่งรูปภาพ*

Y : วันนี้พระอาทิตย์สวยไหมครับ?

Y : :)


20.12 น.

Y : พึ่งออกจากห้องเชียร์

Y : วันนี้เหนื่อยมากเลย

Y : อ่า...พี่ไม่ว่างเหรอครับ

Y : งั้นว่างเมื่อไหร่ก็ตอบผมหน่อยนะ

Y : บอกผมหน่อยว่ารูปพระอาทิตย์วันนี้สวยไหม


23:20 น. 

Y : อ่า...


นิ้วของเขาหยุดอยู่หน้าห้องแชทที่คุ้นเคย ข้อความที่เขาส่งไปเกือบสิบข้อความไม่มีแจ้งเตือนขึ้นว่าอีกฝ่ายอ่านข้อความของเขาแล้ว ทั้งที่ปกติเขาพิมพ์ไปไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงอีกฝ่ายก็ตอบกลับมา แต่ทำไมวันนี้ถึงไม่อ่านข้อความของเขาเลย

เขาคงคิดมากไป

“เฮ้อ...” ลมหายใจร้อนพ่นออกมาพร้อมกับโทรศัพท์ที่กดออกจากหน้าแชทที่คุ้นเคย ถึงจะอยากทักซ้ำไปอีกครั้งแต่ดูเหมือนผลลัพธ์ก็เหมือนเดิม

พรุ่งนี้คงตอบ...

หย๋งปล่อยโทรศัพท์ให้ร่วงลงบนเตียงก่อนที่จะยกมือข้างหนึ่งขึ้นมาก่ายหน้าผาก วันนี้มีเรื่องให้ปวดหัวทั้งวัน ตั้งแต่เรื่องงานที่กว่าจะคุยตกลงความเห็นกันได้ก็กินเวลาไปหลายชั่วโมง ไหนจะเรื่องวันปิดประชุมเชียร์ที่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ทั้งที่ความจริงเป็นสิ่งที่เขารอคอย แต่มันต้องแลกมากับชั่วโมงในห้องเชียร์ที่ถูกพี่ยืดเวลาให้นานขึ้นกว่าที่เคยเป็น เรื่องสุดท้ายคงหนีไม่พ้นเรื่องของพี่ภู

เขาหวังว่ามันจะจบ...ลึกๆแล้วเขาเชื่อแบบนั้น

วันนี้เขาชัดเจนในระดับที่ไม่เคยชัดเจนแบบนี้มาก่อน ถ้าเป็นเมื่อก่อนเขาอาจจะลองให้โอกาสพี่ภูอีกครั้ง แต่มาถึงตอนนี้เขากลับให้โอกาสนั้นกับพี่ภูไม่ได้อีก สาเหตุหนึ่งอาจเป็นเพราะเขาไม่อยากกลับไปอยู่ในวังวนแบบเดิม อีกสาเหตุคือ...เขามีใครอีกคนที่กำลังสนใจ

ตอนนี้เขาแค่แอบหวังลึกๆว่าคนๆนั้นจะสนใจเขา

สนใจในฐานะที่เขาเป็นหย๋ง...ไม่ใช่รุ่นน้องในคณะ



“บ่อยไปรึเปล่าวะ” เสียงหนึ่งดังขึ้นขณะที่เขาเลี่ยงตัวออกมาหลังตึกเรียน

“เหรอ...ก็ปกติ” เขาตอบกลับไปเมื่อเห็นว่าคนที่เดินตามมาคือโฉ 

“ไม่ปกติเท่าไหร่มั้ง” คนที่ดูอาการเพื่อนออกเอ่ยแซว “วันนี้กูเห็นมึงเดินออกมาสูบบุหรี่เป็นรอบที่ห้าได้ มึงสูบจัดไปรึเปล่าวะ”

“ปกติก็สูบแบบนี้” เขาตอบ “ช่วงก่อนสูบน้อย”

“แล้วทำไมอยู่ๆถึงกลับมาสูบจัด” เขาถามพร้อมกับจุดบุหรี่ในมือขึ้นสูบตาม “มีเรื่องเครียดอะไรรึเปล่า เล่าให้กูฟังได้นะ” ควันสีขาวขุ่นถูกพ่นออกมาช้าๆ

สายตาของเขาหันไปมองเพื่อนที่ยืนอยู่ข้างๆ เขาไม่รู้จะเริ่มเล่ายังไง ไม่รู้แม้กระทั่งว่าตัวเองกำลังเป็นอะไรอยู่ ช่วงสามสองวันที่ผ่านมานี้เขารู้สึกว่าตัวเองแปลกไป

แปลกที่ว่าคือ...เหมือนเขาเป็นตัวเอง เป็นตัวเองเมื่อก่อน

ตอนที่โลกของเขามีแค่เขา

“ถ้ามึงไม่อยากเล่าก็ไม่ต้องเล่า...กูก็แค่ถามไปงั้น” เขาไม่ได้อยากรู้อะไรขนาดนั้น แค่เห็นว่าเพื่อนดูแปลกๆไปช่วงสองสามวันที่ผ่านมาก็เลยลองถามดู

“ไม่รู้จะเริ่มเล่าตรงไหน”

“แล้วมึงอยากเล่ารึเปล่าล่ะ”

“อืม ก็อยาก”

“งั้นก็เล่ามา...เอาตามที่มึงคิดแล้วก็พูดออกมา เดี๋ยวกูเรียบเรียงเอง” เขารู้ว่าเพื่อนเป็นคนยังไง น้อยครั้งที่จะพูดประโยคยาวๆออกมา “เผื่อมึงจะสบายใจมากขึ้น”

“อีกสองคนจะไม่บ่นใช่ไหม” เขาแว๊บออกมาตอนที่กำลังทำงานกลุ่ม ไม่อยากจะกินแรงเพื่อนเท่าไหร่

“เออ มันไม่ว่าอะไรหรอก” โฉยิ้มนิดๆ “พวกนั้นมันก็ห่วงมึง แต่ไม่กล้าถาม”

“อ่อ” เขาพยักหน้า “คือ...ไปได้ยินอะไรมาน่ะ”

“ได้ยินอะไรวะ”

“ก็ไม่รู้” เขาถอนหายใจ ไม่รู้จะเริ่มเล่ายังไงจริงๆ “รู้แค่ไม่ชอบ ไม่อยากได้ยิน”

“อืม แล้วยังไงต่อ”

“แล้วก็กลัว”

“…”

“กลัวว่าจะหายไป”

“อะไรที่จะหายไป” โฉถามต่อ เขาพยายามปะติดปะต่อเรื่องราวแม้ว่าจะมีความไม่เข้าใจอยู่สูงมาก “สิ่งที่จะหายไปนี่เป็นสิ่งของหรือคน”

“คน”

“อ่าฮะ...แล้วยังไงต่อ”

“ก็แค่นั้น”

“กูเข้าใจขึ้นมากเลยไอ้มืด” เขาหัวเราะออกมา ไม่ว่าใครมาฟังก็คงไม่เข้าใจในสิ่งที่คนข้างๆเล่าให้เขาฟัง “แล้วคนๆนั้นเขาเป็นใคร สำคัญกับมึงมากเลยเหรอ”

“…”

“ถ้าสำคัญ...สำคัญแบบไหน แบบเพื่อน แบบพี่ แบบน้อง หรือแบบคู่รัก”

“ไม่รู้”

“เอ้า”

“ไม่รู้ว่าเขาคิดยังไง...บางทีอาจจะไม่คิดเลย”

“มึงตัดพ้อเก่งเหมือนกันนะเนี่ย” 

“เหรอ”

“เออดิ” เขาหัวเราะอีกครั้ง “ที่เป็นอยู่ตอนนี้เหมือนคนกำลังอกหัก มึงบอกมึงไม่อยากได้ยินสิ่งที่ได้ยินมา มึงบอกว่ามึงไม่ชอบ แสดงว่าคนนั้นมีอิทธิพลกับมึงมากๆ”

“อืม…ก็มี”

มีอยู่มาก

“แล้วได้คุยกับเขารึยัง”

“ยัง” เขาส่ายหน้าช้าๆ “ไม่รู้จะคุยอะไร”

“ไม่ได้เจอกันเลยเหรอวะ”

“ก็…ประมาณนั้น” ความจริงก็เจออยู่ทุกวัน มีแต่เขาเองที่หลบไม่ยอมไปเจอซึ่งๆหน้า เวลาเจอกันเขาก็เป็นฝ่ายหลบหน้าตลอด

แค่เห็นหน้า...ประโยคในวันนั้นก็ลอยกลับมา

“หลบหน้าเขาเหรอ”

“ปอดแหกดี” เขาเอ่ยออกมา “แต่ก็ใช่...หลบหน้า”

“รู้ตัวอีกนะว่ากูจะด่า” โฉหัวเราะ “แล้วถ้าไม่คุยกันมันจะเข้าใจกันได้ยังไงวะ”

“ไม่รู้สิ”

“กูอยากจับมึงไปให้หนอนแดกมากๆ ไม่รู้อะไรเลยสักอย่าง” เขาถอนหายใจหนักๆ พอจะเริ่มเข้าใจอะไรบ้างแล้ว “ที่มึงเป็นอยู่นี่เหมือนเด็กพึ่งมีความรักครั้งแรก”

“ยังไง”

“พอได้ยินอะไรเข้าหน่อยก็เก็บมาคิดมาก คิดไปไกล ไม่ยอมถามเจ้าตัวตรงๆ ทั้งที่ความจริงมันอาจจะไม่เป็นอย่างที่มึงคิดเลยก็ได้”

“แล้วถ้ามันเป็นอย่างที่คิดล่ะ”

“มึงก็ต้องยอมรับ แต่อย่างที่เป็นตอนนี้คือมึงไม่ยอมรับ มึงหนีความจริง”

“…”

“ความจริงยังไงมึงก็ต้องเจออยู่ดี...มึงหนีไปตลอดไม่ได้หรอก”

“แล้วที่เป็นอยู่ตอนนี้คืออะไร...หมายถึง เป็นอะไร”

“กูก็ตอบแทนมึงไม่ได้หรอก” มือหนักวางลงบนไหล่คนข้างๆ “เรื่องแบบนี้กูไม่อยากคิดแทน แต่ถ้าเป็นกู...ไอ้อาการที่เป็นอยู่ตอนนี้กูคงรู้ตัวว่ากูเป็นอะไร”

“เป็นอะไร”

“กูชอบเขา”

“…”

“เพราะถ้ากูไม่ชอบใครกูคงไม่กลัวว่าเขาจะหายไป”

“แล้วถ้าชอบต้องทำยังไงต่อ”

“รวบหัวรวบหางแล้วจับเข้าห้องมั้ง...คิดเองสิวะไอ้มืด”

“ทำได้เหรอ”

“ทำอะไร”

“แบบที่บอก...ทำได้จริงๆเหรอ”




นาฬิกาข้อมือบอกเวลาเที่ยงคืน คนที่นั่งอยู่ใต้คณะถอนหายใจออกมา ไม่รู้ว่าเดือนนี้เขาเลยเวลาเข้าหอเป็นครั้งที่เท่าไหร่ ทั้งที่เขาควรจะกลับตั้งแต่เลิกประชุมเชียร์ แต่พอรู้อะไรบางอย่างก็ทำให้เขาเลือกที่จะอยู่คณะต่อ อยู่เพื่อรอเคลียร์ในเรื่องที่เขาไม่เข้าใจ

และเขาไม่รู้ว่ามันเกิดขึ้นได้ยังไง

หย๋งหันไปมองรอบๆคณะที่มีรุ่นพี่นั่งทำงานกันเป็นกลุ่มๆ เขามานั่งอยู่ที่นี่ตั้งแต่เลิกประชุมเชียร์ ตั้งใจว่าจะมาเคลียร์ให้เข้าใจตรงกันแล้วจะได้กลับหอ แต่มาถึงตอนนี้เขายังไม่เห็นร่างของคนที่เขามารอ

แต่อินบอกว่าทำงานต่อนี่นา...

“เฮ้อ...” หย๋งถอนหายใจออกมาอย่างคนคิดเยอะ เขาไม่ชอบที่ตัวเองเป็นแบบนี้เท่าไหร่นัก เขาไม่รู้แม้ระทั่งว่าเหตุผลที่แท้จริงของเรื่องนี้คืออะไร

สิ่งที่เขารู้คือ...ความผิดปกติของอีกคน

ความผิดปกติที่ไม่ว่าใครก็ต้องสังเกต

สิ่งที่ไม่ชอบที่สุดคือการที่คนๆหนึ่งเปลี่ยนไปโดยที่เขาไม่รู้สาเหตุว่าเกิดขึ้นจากอะไร สิ่งที่ทำให้เขาเริ่มแน่ใจขึ้นเรื่อยๆก็คงจะเป็นการที่อีกคนพยายามหลบหน้าเขาทุกครั้งที่เจอกัน ทำไมเขาจะไม่รู้ ทำไมเขาจะไม่เห็น แค่แกล้งทำเป็นไม่เห็นไม่ได้แปลว่าไม่เห็นจริงๆ

ถ้าวันนี้เขาไม่ได้เจอ...ถ้าวันนี้เขาไม่ได้คำตอบ

อย่าเรียกเขาว่าหย๋ง

คนอยากเขา...อยากรู้อะไรเขาต้องรู้ให้ได้ เป็นนิสัยอย่างหนึ่งที่เขาแก้ไม่เคยหาย ทั้งที่พยายามลดลงแล้ว แต่ดูเหมือนว่าครั้งนี้เขาต้องเอานิสัยนี้กลับมาใช้ใหม่อีกครั้ง

ถ้าไม่ยอมตอบ...เขาก็มีวิธีของเขา

Y : พี่ฟรายครับ พี่ทำงานเสร็จรึยัง?


หย๋งกดส่งข้อความไปยังห้องแชทใหม่ที่เขาพึ่งได้รายชื่อมาจากเพื่อนสนิทของตัวเอง กว่าที่จะได้มาก็โดนอินบ่นอยู่หลายวัน เขาพอจะดูออกว่าเพื่อนของตัวเองไม่อยากจะเข้าไปยุ่งวุ่นวายกับรุ่นพี่ปีสองคนนี้ แต่มันคือทางวิธีเดียวที่เขาจะได้เจอคนที่เขาอยากเจอโดยที่คนๆนั้นไม่หลบหน้าเขาอีก

FRENCH FRIES : กำลังเก็บของครับ

FRENCH FRIES : น้องหย๋งรออยู่ใช่ไหม?

Y : ครับ

FRENCH FRIES : โอเคๆ

FRENCH FRIES : เดี๋ยวพี่บอกไอ้มืดให้ว่าเรารอมัน

Y : อย่าบอกครับ

FRENCH FRIES : อ่าว

Y : เอาเป็นว่าอย่าบอก

Y : มีเรื่องอยากจะคุยกับพี่เงียบนิดหน่อย

Y : ถ้าพี่บอก

Y : เขาคงไม่ยอมคุยกับผม

FRENCH FRIES : อ่า โอเคๆ พี่ไม่บอก

FRENCH FRIES : กำลังจะออกจากห้องแล้ว

FRENCH FRIES : หย๋งอยู่ไหน?


หย๋งลุกขึ้นทันทีที่อ่านข้อความล่าสุด ขาทั้งสองข้างเดินตรงไปยังห้องที่เปิดไฟสว่างอยู่ เขาพิมพ์ตอบข้อความพี่ฟรายก่อนจะเก็บโทรศัพท์มือถือลงในกระเป๋าเสื้อ

พอจะได้คุยจริงๆ...ก็รู้สึกกลัวแปลกๆ

พี่เงียบไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน

แกร๊ก!

ประตูห้องเปิดออกพร้อมกับร่างของนักศึกษาที่เดินออกมาเป็นกลุ่ม หย๋งหยุดยืนอยู่ไม่ไกลจากเป้าหมาย สายตาจับจ้องไปยังกลุ่มผู้ชายที่เดินออกมาพร้อมกับของในมือ เสียงร่าเริงที่คุ้นหูทำให้เขามั่นใจว่าอีกไม่กี่วินาทีต่อจากนี้คนที่จะเดินออกจากห้องตามมาคือใคร

ไม่รอให้สมองได้ประมวลความคิด ขาทั้งสองก้าวเดินฉับๆไปหยุดอยู่หน้าประตู เป็นเวลาเดียวกันกับที่ร่างสูงเดินออกมาพอดี นิ้วยาวเอื้อมไปจับข้อมือคนตรงหน้าแน่นราวกับกลัวว่าถ้าเขาจับไว้ช้ากว่านี้คนตรงหน้าจะหายไป มือที่จับข้อมือกระชับแน่นขึ้นก่อนที่เขาจะเงยหน้าขึ้นไปสบตาคนตรงหน้า

“จับได้สักที” หย๋งกระตุกยิ้มก่อนที่จะหันไปมองเพื่อนของพี่เงียบที่มองเขาอย่างไม่เข้าใจสถานการณ์ “ผมขอพาเพื่อนพี่ไปก่อนนะครับ”

“อ่า…ครับ” พี่ฟรายที่ดูเหมือนจะเข้าใจสถานการณ์แต่ก็ไม่เข้าใจเอ่ยออกมาพร้อมรอยยิ้มแหยๆ “คุยกันดีๆนะ”

“…” ร่างสูงมองคนตรงหน้าที่จับข้อมือเขาไว้ไม่ยอมปล่อย เขาไม่ได้ขัดขืน แต่ก็ไม่เข้าใจว่าหย๋งมาอยู่ตรงนี้ได้ยังไง นี่มันเที่ยงคืนกว่าแล้ว

“ผมมีเรื่องอยากคุยกับพี่” เขาเอ่ยออกมาตรงประเด็นทันที ไม่อยากอ้อมค้อม “จะหลบหน้าผมอีกไหม”

“เปล่า...ไม่ได้หลบ”

“ไม่ได้หลบอะไรวะ...ก็ที่เป็นอยู่มันเรียกว่าพี่หลบ” เขาเอ่ยออกมาด้วยอารมณ์ที่สับสนภายในจิตใจ เขาไม่เข้าใจด้วยซ้ำว่าเขาทำอะไรผิด

คิดไปถึงตอนที่เจอกันแล้วพี่เงียบแกล้งเมินมองไม่เห็นเขาแล้วมันรู้สึกจุกอกแปลกๆ

เขาไม่ชอบ

“หย๋ง” เขาเรียกชื่อคนตรงหน้อย่างใจเย็น “ไปคุยที่อื่น” ตรงนี้คงไม่เหมาะเท่าไหร่นัก เขาไม่อยากให้ใครมาเห็นว่าตอนนี้คนตรงหน้าอารมณ์ร้อนแค่ไหน

หย๋งอยากรู้อะไร...เขาพร้อมที่จะบอกอยู่แล้ว

“อืม” เขาตอบรับในลำคอก่อนจะเดินนำออกไป มือของเขายังคงจับข้อมืออีกคนแน่น

ถ้าปล่อย...ไม่รู้ว่าจะหายไปอีกตอนไหน

เขาไม่ชอบที่เป็นแบบนี้เลย ไม่ชอบเลยจริงๆ

ทางเดินในมหาวิทยาลัยตอนเที่ยงคืนมีเพียงแสงไฟจากตึกและแสงไฟริมทางที่ให้ความสว่างเป็นจุดๆ หย๋งเดินมาตามทางข้างๆคนตัวสูงที่เงียบไม่ยอมพูดอะไรออกมา เขาค่อยๆคลายมือที่จับข้อมืออีกคนออกก่อนจะเดินไปดักข้างหน้าไม่ให้เดินหนีเขาไปไหน

“พี่เป็นอะไร” เขาถามเสียงนิ่ง ทั้งที่พยายามควบคุมอารมณ์ แต่สุดท้ายเขาก็ทำไม่ได้

ไม่เข้าใจ

“ถ้าบอกว่าไม่เป็น...ก็ไม่เชื่อ”

“แล้วกล้ายืนยันรึเปล่าว่าไม่ได้เป็นจริงๆ”

“ไม่” เขาตอบทันที “ก็เป็น”

“เรื่องที่เป็น...จำเป็นต้องหลบหน้าผมด้วยเหรอ”

“…”

“ผมทำอะไรผิดวะ” เขาถามออกมาอย่างไม่เข้าใจ คิดทบทวนซ้ำไปซ้ำมาเขาก็ไม่รู้ว่าเขาทำอะไรผิด เขาเหมือนเดิมมาตลอด เขาไม่ได้เปลี่ยนไป

“หย๋งไม่ผิด” เขาถอนหายใจ “นี่ผิดเองที่คิดไปเอง”

“คิดไปเองเรื่องอะไร” เขาถามต่อ

“เรื่องหย๋ง”

“แล้วมันเรื่องอะไรล่ะ”

“…”

“เรื่องอะไรที่ทำให้พี่คิดถึงขั้นหลบหน้าผม มันหนักหนาขนาดนั้นเลยเหรอ”

“…”

“หรือรำคาญ...ผมยุ่งกับพี่มากไปจนพี่ไม่ชอบใช่ไหม”

“…”

“ถ้าเป็นแบบนั้นจะได้เข้าใจ จะไม่ยุ่งอีกแล้ว”

นี่คงเป็นอีกนิสัยที่เขาแก้ไม่หาย เขาไม่อยากอารมณ์ร้อนใส่คนตรงหน้า แต่เขาแค่ไม่เข้าใจ ตอนนี้ในหัวเขามีแต่คำว่าไม่เข้าใจเต็มไปหมด เขาไม่เข้าใจ ไม่เข้าใจอะไรเลย

“ไม่…ไม่ใช่แบบนั้น” ร่างสูงส่ายหน้าไปมา “ไม่เอา...ไม่เอาแบบนั้น”

“…”

“พี่อยากให้หย๋งยุ่ง...ยุ่งมากกว่านี้ก็ได้”

“แล้วพี่เป็นอะไร หลบหน้าผมทำไม”

“หลังตึก”

“หลังตึก?”

“ได้ยินหย๋งคุยกับใครไม่รู้...ดูเหมือน...” เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆก่อนจะถอนหายใจออกมา “ดูเหมือนหย๋งจะไปกับเขา”

“ผมคุย?” เขาเลิกคิ้วขึ้น สมองค่อยๆประมวลความคิดก่อนที่ความทรงจำเรื่องในวันนั้นจะกลับมา “ผมกับพี่ภูเหรอ? พี่ได้ยินผมคุยกับพี่ภูเหรอ”

“ไม่รู้...ไม่รู้จักชื่อ”

“…”

“รู้แค่ว่าเขาคิดถึงหย๋ง...เขาอยากให้หย๋งกลับไป”

“นี่คือสาเหตุที่พี่หลบหน้าผมเหรอ”

“…”

“แล้วพี่ได้ฟังต่อไหมว่าผมตอบกลับไปว่าอะไร”

“…”

“ทุกวันนี้ที่ทำอยู่ยังไม่ชัดเจนพออีกเหรอวะ”

“…”

“ยังไม่ชัดเจนพออีกเหรอว่ารู้สึกยังไง”

“…”

“ดูไม่ออกจริงๆใช่ไหม” เขารัวคำพูดไม่หยุดเมื่อคนตรงหน้าไม่ยอมตอบโต้อะไรกลับ 

พี่เงียบไม่ผิดที่ไปได้ยินบทสนทนาระหว่างเขากับพี่ภู แต่พี่เงียบผิดที่ไม่ยอมฟังให้จบแล้วตีความมั่วไปหมด วันนั้นเขาเคลียร์ทุกอย่างหมดแล้ว ถ้าพี่เงียบฟังจนจบพี่เงียบจะรู้ว่าเขาไม่ได้เลือกพี่ภูเลย

เขาเลือกคนตรงหน้า

คนที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขาตอนนี้

“อยากให้ผมชัดเจนกับพี่ใช่ไหม” หย๋งเอื้อมมือไปจับแขนคนตรงหน้าอีกครั้ง “ได้”

“หย๋ง”

“ไป”

“ไปไหน” เขาถามออกมาอย่างไม่เข้าใจ

วันนี้หย๋งดูอารมณ์ร้อน...ไม่เหมือนหย๋งคนเดิมที่เขาเคยรู้จัก

“ไปคอนโดพี่”

“…”

“จะไปทำให้มันชัดเจน”

“…”

“ว่าผมรู้สึกยังไง”

“…”

“และรู้สึกกับใคร”



ปัง!!

ประตูห้องปิดลงพร้อมกับหย๋งที่เงียบตลอดทางที่เดินมาที่ห้องของเขา ร่างสูงมองมือที่ยังจับแขนเขาอยู่ก่อนจะเงยหน้ามองคนตรงหน้าที่จ้องมองเขาไม่วางตา

ต้องทำอะไรต่อ...

หมายถึง...เขาจะจัดการสถานการณ์ตรงหน้านี้ยังไง

“ดึกแล้ว” เขาตัดสินใจเอ่ยออกมาก่อนที่บรรยากาศจะอึดอัดมากไปกว่านี้

“อืม ผมรู้” หย๋งค่อยๆคลายมือตัวเองออก เขารู้สึกถึงเหงื่อที่เปียกไปทั่วทั้งมือ 

ตลอดทางจากที่คณะจนมาถึงที่นี่เขาไม่ได้พูดอะไรอีก เขาไม่รู้ว่าจะพูดอะไรในเมื่ออีกคนไม่ยอมอธิบายหรือพูดอะไรให้เขาเข้าใจ ยิ่งอีกคนเงียบเขายิ่งไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไง

หรือเป็นเขาที่คิดไปเองคนเดียว...แคร์ไปเองคนเดียว

“หิวไหม”

“…”

“ในตู้เย็นมี...”

“ผมว่าพี่รู้ว่าผมจะพูดเรื่องอะไร”

“…อืม” เขารับคำ “ก็รู้...แต่ไม่รู้จะอธิบายยังไง” ต้องพูดแบบไหนที่จะทำให้หย๋งอารมณ์เย็นลง ต้องพูดแบบไหนที่จะทำให้หย๋งเข้าใจว่าเขาคิดอะไรอยู่

ไม่รู้เลยจริงๆว่าจะต้องพูดยังไง

“พี่เลยเลือกที่จะหลบหน้าผมใช่ไหม”

“…”

“พี่เงียบ ตอนนี้ผมต้องการคำตอบ”

“หย๋ง”

“…”

“มีวิธีไหน...ที่จะทำให้ใจเย็นลง”

“…”

“ช่วยบอกหน่อย...จะทำให้” เขาไม่อยากให้หย๋งอารมณ์ร้อน ยิ่งอารมณ์ร้อนยิ่งคุยกันไม่เข้าใจ

หย๋งถามอะไรมาเขาก็พร้อมที่จะตอบทุกอย่าง แต่เขาไม่อยากให้หย๋งเป็นแบบนี้ เขาไม่อยากให้หย๋งอารมณ์ร้อนเพราะเรื่องของเขา...เรื่องที่เขาอาจคิดไปเองคนเดียว

“พี่ไม่ชอบที่ผมเป็นแบบนี้ใช่ไหม” หย๋งถามกลับ เขาพอจะรู้ว่าเวลาตัวเองอารมณ์ร้อนเป็นยังไง เขาก็ไม่อยากแสดงด้านนี้ให้ใครเห็นสักเท่าไหร่

พยายามแล้ว

“ไม่ใช่ไม่ชอบ” เขาตอบ “แค่...ทำตัวไม่ถูก”

“ผมก็ทำตัวไม่ถูกเหมือนกันตอนที่พี่หลบหน้าผม”

“…”

“ทำไมมีอะไรถึงไม่ถามผม...ทำไมพี่ถึงคิดไปเอง”

“กลัว” เขาเงยหน้าขึ้นสบตาคนตรงหน้า คนที่ไม่ละสายตาไปจากเขา “กลัวหย๋งจะไม่ชอบ”

“ผมเป็นคนยังไงพี่ยังไม่รู้เหรอ” หย๋งพยายามควบคุมอารมณ์เมื่อเห็นว่าคนตรงหน้าหลบสายตาเขาอีกครั้ง

เพราะเป็นพี่เงียบเขาเลยเข้าใจว่าการที่จะสบตากับใครนานๆ...มันยาก

“ไม่ใช่...คือ...”

“พี่คิดอะไรอยู่พี่พูดออกมา...พูดออกมาให้หมด” เขาอยากจะฟังความรู้สึกของคนตรงหน้า อยากรู้ว่าคิดอะไร อยากแน่ใจว่าเขาไม่ได้คิดไปเองคนเดียว

“ชอบ…ที่มีหย๋ง”

“…”

“ไม่ชอบ...ที่ได้ยินวันนั้น”

“…”

“ไม่ชอบ...จริงๆ” เขาก้มหน้ายอมรับความรู้สึกของตัวเอง เขายอมรับความรู้สึกของตัวเองมาตลอด แต่แค่มันยังไม่อยู่ในจุดที่ชัดเจนพอที่จะเข้าใจ

ในชีวิตของเขาไม่ได้มีใครเข้ามามากมายนัก

เรื่องแบบนี้สำหรับเขา...มันไม่ง่าย

“แล้วถ้าผมไม่รู้สึก ถ้าผมไม่สังเกต พี่จะหลบหน้าผมแบบนี้ไปตลอดเหรอ”

“…”

“พี่เงียบ...ผมจะไม่มีวันเข้าใจพี่เลยถ้าพี่ไม่ยอมพูดออกมา” หย๋งถอนหายใจ เขาไม่อยากเดาความคิดใคร ไม่อยากเข้าใจไปเอง เพราะสิ่งที่เข้าใจอาจไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้อง

“อืม…ก็ใช่”

“ตลอดเวลาที่ผ่านมา...พี่ไม่รู้สึกอะไรเลยเหรอ” ช่วงเวลาที่อยู่ด้วยกัน แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆสำหรับเขา แต่เวลาเหล่านั้นมันเต็มไปด้วยความสุขและรอยยิ้ม “ที่ผมบอกว่าชอบพี่มากกว่าเมื่อวาน...ในความหมายที่พี่เข้าใจมันคืออะไร”

“ก็ชอบ”

“แค่นั้นเหรอครับ”

“อืม”

“งั้นหมายความว่าที่ผ่านมา...พี่ไม่เคยรู้เลยว่าผมคิดอะไรอยู่”

“…”

“ผมเข้าไปอยู่ในโลกของพี่แล้วจริงๆใช่ไหมวะ”

“…”

“ทำไมดูเหมือนผมไม่เคยได้เข้าไปเลย”

“…”

“ถ้าพี่ไม่อยากให้ผมเข้าไป...บอกกันตรงๆดิ บอกมาเลยว่าหย๋งล้ำเส้นมากเกินไปแล้วนะ บอกมาเลยว่าให้หยุด”

“…”

“แต่พี่ไม่พูดอะไร...ผมเลยคิดว่าเราเข้าใจตรงกันแล้ว”

“ไม่จริง” เขาเอ่ยขัด “หย๋งเข้ามาในโลกของพี่แล้ว เข้ามานานแล้ว...จริงๆ” เขาสบตาคนตรงหน้า แววตาของหย๋งที่มองมาทำให้เขารู้สึกเจ็บที่อกแปลกๆ

ตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาไม่เคยรู้ว่าหย๋งคิดแบบนี้

ไม่เคยรู้เลย

“ทำไมจะไม่อยากให้เข้ามา”

“…”

“โลกของพี่...ไม่เคยมีใคร”

“…”

“หย๋งเป็นคนแรกที่ได้เข้ามา” อยู่ๆเขาก็เผลอกำมืออย่างไม่รู้ตัว ไม่ใช่เพราะความโกรธ แต่เป็นเพราะเขาต้องพูดในสิ่งที่ยากจะพูดออกไป

มันไม่ง่ายเลยสำหรับเขา...มันไม่เคยง่าย

“ไม่เคยอยากให้หย๋งออกไป...อยากให้อยู่ตลอด”

“…”

“คำว่าชอบที่เข้าใจ...ก็เข้าใจว่าชอบจริงๆ” เขาไม่ได้โง่ขนาดที่จะไม่รู้ว่าความรู้สึกชอบมันเป็นยังไง “ชอบก็คือชอบ”

“…”

“หย๋งบอกชอบ...ก็คือชอบ”

“…”

“และพี่จะไม่บอกชอบใคร...เพราะพี่ชอบหย๋ง”

“…”

“แต่ที่หลบหน้า...เพราะคิดว่าสู้อะไรไม่ได้...หมายถึง...ไม่มีอะไรไปสู้...หย๋ง...หย๋งคงชอบเขา...เขาดู...เขา...” คำพูดติดขัดขึ้นมาดื้อๆ เขาเรียบเรียงคำพูดที่จะพูดต่อไม่ได้

ความจริงแล้วเขาก็แค่คนขี้แพ้คนหนึ่ง

คนขี้แพ้ที่ยอมแพ้ตั้งแต่ยังไม่เริ่ม

“ผมไม่เคยขอให้พี่สู้เลยนะ” หย๋งที่ยืนฟังอยู่เอ่ยออกมา เขาไม่เข้าใจคำพูดที่คนตรงหน้าพูดออกมา แต่เขารับรู้ได้จากความรู้สึกที่สื่อสารผ่านสายตา

“รู้…แต่...”

“พี่กลัวผมจะกลับไปเหรอ”

“อืม”

“กลัวว่าผมจะไม่อยู่กับพี่แล้ว”

“อืม”

“แล้วถ้าวันหนึ่งมันเกิดขึ้นจริง...พี่ไม่คิดจะรั้งผมไว้เหรอ”

“ไม่มีสิทธิ์...”

คำพูดถูกกลืนหายไปทันทีที่คนตรงหน้าดึงเข้าไปประกบริมฝีปากอย่างไม่ทันตั้งตัว ริมฝีปากนุ่มขบเม้มริมฝีปากเขาอย่างชำนาญ มือข้างหนึ่งคอยประคองท้ายทอยเขาไว้ไม่ให้หลีกหนีจากสัมผัสตรงหน้า ความหวานจากริมฝีปากทำให้เขาตอบรับสัมผัสอย่างไม่นึกรังเกียจ มือหนาดึงคนตรงหน้าเข้ามาประชิดตัวไว้ก่อนที่ร่างสูงจะเป็นฝ่ายครอบครองริมฝีปากหวาน

ขายาวดันร่างของอีกคนให้ชิดกับโต๊ะอาหารก่อนที่มือทั้งสองข้างจะช้อนตัวให้ขึ้นไปนั่งบนโต๊ะ มือเรียวไล้ไปตามแผ่นหลังกว้างที่ดูแข็งแกร่งก่อนที่มืออีกข้างจะประสานกับมือหนาที่วางอยู่ข้างตัว จากที่เป็นคนเริ่มแต่ในตอนนี้กลับเป็นฝ่ายถูกรุกล้ำเกินควบคุม ขาทั้งสองข้างแยกออกจากกันเพื่อให้ร่างของอีกคนเข้ามาใกล้ตัวเขามากยิ่งขึ้น ไอร้อนจากริมฝีปากไม่ได้ทำให้สัมผัสตรงหน้าหยุดลง

มือสอดประสานกันแน่นตอบรับสัมผัสที่ไม่มีท่าทีว่าจะหยุดลง ลมหายใจของเขาเริ่มขาดห้วง สัมผัสที่อบอุ่นทำให้เขาลืมเรื่องราวทุกอย่างที่เคยเกิดขึ้น ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเขาชอบสัมผัสจากคนตรงหน้า

สัมผัสที่อบอุ่น

สัมผัสที่เขาต้องการให้อีกคนครอบครองแต่เพียงผู้เดียว

ริมฝีปากค่อยๆผละออกจากกันพร้อมกับสายตาที่สอดประสานเหมือนกับว่าช่วงเวลาแห่งความสุขนั้นสั้นเกินไป ริมฝีปากซีดยกยิ้มก่อนที่มือหนาจะเอื้อมมาลูบเส้นผมคนตรงหน้าอย่างแผ่วเบา

“นั่นคือคำตอบของผม” หย๋งเอ่ยออกมา 

จากที่คิดว่าคนตรงหน้าต้องเป็นฝ่ายเขิน แต่ไปๆมาๆกลายเป็นเขาที่เขินจนไม่กล้าสบตา เป็นครั้งแรกที่เขาหลบสายตาคนตรงหน้า

ผิดจากที่คิดไว้...

“อืม”

“…”

“รู้แล้วว่ามีสิทธิ์”

“พี่เลิกมองผมได้แล้ว หันไปมองทางอื่นเลย” เขาเริ่มทำตัวไม่ถูกเมื่อถูกคนตรงหน้าจ้องมองไม่วางตา

ก่อนหน้านี้ยังไม่กล้าสบตาเขาอยู่แท้ๆ

“หย๋ง...ที่ทำไปรู้ตัวใช่ไหม”

“อืม รู้ตัว”

“อย่าทำแบบนี้กับใครอีก”

“พี่…”

“หมายถึง...”

“…”

“ทำกับพี่คนเดียว” เขายิ้มออกมา

ยิ้มทั้งที่ไม่รู้ว่าตัวเองมีความสุขอะไร ไม่หรอก...จริงๆแล้วเขารู้ว่าเขายิ้มเพราะอะไร

เพราะจูบ...

“ตกลงไม่ได้ซื่ออย่างที่คิดจริงๆใช่ไหม” หย๋งถามอย่างจับผิด จากเมื่อกี้ที่เขาได้สัมผัส พี่เงียบไม่ได้เป็นอย่างที่เขาคิดไว้ตอนแรก

“ซื่อจริงๆ”

“…”

“แต่เมื่อกี้...เป็นสัญชาติญาณ”

“งั้นเหรอ” เขาหัวเราะออกมา “แล้วชัดเจนพอรึยัง”

“…”

“ถ้ายังไม่ชัดเจน...ก็ไม่ต้องเข้าใจแล้ว”

“จริงๆก็ชัดเจนตั้งแต่ที่คณะแล้ว” เขาเอ่ย “แต่เมื่อกี้ชัดเจนที่สุด”

“ย้ำจังเลยนะ” เขาคิดผิดจริงๆที่มองว่าคนตรงหน้าดูใสซื่อ “อย่าทำแบบนี้อีกนะ มีอะไรก็ถาม อย่าเก็บไปคิดเองเออเอง มันไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้นเลย”

“อืม รู้แล้ว”

“พี่เงียบ”

“ครับ”

“ตอนนี้ผมเลือกพี่นะ” หย๋งสบตาคนตรงหน้าอีกครั้ง “ผมหมายถึง...ผมจริงจังกับพี่ เวลาผมจริงจังกับใครผมก็มีแค่คนนั้นคนเดียว ผมไม่มองคนอื่น”

“อืม รู้แล้ว”

“…”

“จริงจังเหมือนกัน”

“…”

“จริงจังกับหย๋ง” 



“ยังไม่นอนเหรอครับ” เสียงหนึ่งดังขึ้นเรียกให้ร่างสูงที่ยืนสูบบุหรี่อยู่นอกระเบียงหันมองตามต้นเสียง 

“นอนไม่หลับเหรอ” เขาถามเสียงเรียบ “ดึกแล้ว”

“รู้ครับ” หย๋งยิ้มนิดๆ “ผมนอนไม่หลับเลยอยากออกมาคุยด้วย”

“คุยอะไร” เขาขยี้บุหรี่ในมือเมื่อเห็นว่าหย๋งเดินเข้ามาใกล้ “ไม่คิดว่าจะออกมา เหม็นไหม”

“ไม่เป็นไรครับ แต่ผมไม่ค่อยชอบกลิ่นมันเท่าไหร่”

“ขอโทษ”

“ขอโทษผมทำไม ผมไม่ได้ว่าอะไรพี่สักหน่อย” เขาหัวเราะออกมา เขาไม่มีสิทธิ์ห้ามอะไรอยู่แล้ว ไม่ได้อยู่ในจุดที่เขาห้ามอะไรได้

ไม่ได้เป็นอะไรกัน

“อยากให้เลิกไหม”

“ทำได้เหรอ”

“ก็ยากอยู่”

“ไม่เป็นไรครับ ผมเข้าใจ”

“แต่หย๋งไม่ชอบ”

“ก็ไม่ชอบ ผมไม่เห็นว่ามันจะดีตรงไหน”

“อืม…แล้วอยากให้เลิกไหม”

“วนกลับมาคำถามเดิมอีกแล้ว” หย๋งหัวเราะออกมา เขาหันไปมองคนข้างๆที่มองเขาอย่างต้องการคำตอบก่อนจะพูดต่อ “ผมอยากให้เลิก เพราะมันดีกับตัวพี่เอง”

“หย๋งไม่ชอบด้วยใช่ไหม”

“ทำไมพูดคำนี้บ่อยจัง”

“ก็หย๋งไม่ชอบ”

“…”

“ถ้าไม่ชอบก็จะไม่ทำ”

“พี่เงียบ” เขาเรียกคนข้างๆพร้อมรอยยิ้มบางๆ “จริงอยู่ที่ผมไม่ชอบ แต่ไม่จำเป็นที่พี่จะต้องเลิกเพราะผมไม่ชอบ ผมไม่อยากให้พี่ฝืน”

“…”

“ค่อยๆปรับเข้าหากันเหมือนที่เป็นอยู่ก็ได้ครับ”

“…”

“ไม่เห็นต้องรีบร้อนไปไหนเลย...ยังมีเวลาเรียนรู้กันอีกเยอะ”

“อืม…ขอให้เป็นแบบนั้น” มือของเขาวางลงบนเส้นผมนุ่มอย่างอ่อนโยน “อะไรที่ทำ...ไม่เคยฝืน”

“…”

“หมายถึง...เต็มใจทำให้”

“ครับ ผมเข้าใจแล้ว” 

ตอนแรกเขายอมรับว่าเขาอารมณ์ร้อนมาก แต่พอได้คุยกัน ได้ปรับความเข้าใจ แม้วิธีการปรับความเข้าใจของเขามันจะทำให้เขารู้สึกเสียเปรียบอยู่บ้าง แต่มันก็ทำให้เขารู้ว่าอีกคนก็คิดไม่ต่างกับเขา รู้ว่าอีกคนก็แคร์ความรู้สึกของเขา มันทำให้เขาเห็นความชัดเจนในความสัมพันธ์

ไม่ต้องรีบร้อนเพื่อหาสถานะให้ความสัมพันธ์

ดูไปนานๆแต่มั่นคง...มันดีกว่า

“พี่มีหย๋ง...คนเดียวนะ”

“หืม?”

“หมายถึง...มีแค่หย๋ง” สายตาของเขาทอดมองออกไปดูบรรยากาศรอบข้าง สิ่งที่เขาพูดอาจจะดูเข้าใจยาก แต่มันคือความพยายามทั้งหมดของเขา “คนในครอบครัว...พี่ไม่เคยมี”

“พี่เงียบ...” เขาเรียกคนข้างตัวเสียงเบา พอจะเริ่มเดาออกว่าอีกคนกำลังจะพูดอะไรต่อ และถ้าสิ่งที่จะพูดเป็นเรื่องที่กระทบกระเทือนจิตใจตอนเล่า...เขาก็ไม่อยากฟัง

เพราะรู้ว่าพี่เงียบมีเรื่องในใจ

“ไม่เป็นอะไรแล้ว”

“…”

“ไม่ได้รู้สึกอะไรมาสักพักแล้ว”

“ถ้าพี่ยังไม่พร้อม...ก็ยังไม่ต้องเล่านะครับ” มือข้างหนึ่งเอื้อมไปสอดประสานมือของอีกคนไว้หลวมๆ เขาไม่อยากให้คนข้างตัวรู้สึกไม่ดี

เขาห่วง

เขาแคร์

“อืม”

“…”

“เป็นลูกคนเดียว...พ่อกับแม่...ไม่อยู่แล้ว”

มือที่จับมือหย๋งอยู่กระชับขึ้นทันทีที่พูดถึงเรื่องในอดีต...อดีตที่เขาไม่อยากนึกถึง แต่ไม่ว่าจะพยายามลืมยังไงสุดท้ายความจริงก็คือความจริง

เขาหนีความจริงเรื่องนี้ไม่พ้น

“แม่เสียตอนอายุแปดขวบ...ตอนนั้น...ไม่มีใครคุยด้วยเลย...ญาติบอกว่า...เป็นตัวซวย”

“ไหวไหมครับ” หย๋งถามซ้ำอีกครั้ง แรงที่จับมือเขาอยู่ทำให้รู้สึกได้ว่าอีกคนกำลังข่มความรู้สึกไว้ในใจ

“ตอนนั้น...คุยกับพ่อนับคำได้เลย...พ่อบอกไม่ใช่ความผิดพี่...แต่ทำไม...ทุกคนถึงไม่คิดแบบนั้น”

“…”

“หลังจากนั้นพ่อก็เสีย...ตอนอายุสิบสี่” เขาถอนหายใจออกมาหนักๆ “ช่วงนั้นทำอะไรไม่ถูก ไปอยู่ที่บ้านญาติ...แต่เหมือนเขาไม่อยากให้อยู่”

“…”

“ไม่มีใครอยากให้ไปอยู่ด้วย” เขาหันไปสบตาคนข้างๆ “จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่เข้าใจ...ว่าผิดอะไร”

“…”

“ไม่เคยรู้อะไรเลย...รู้แค่ที่บ้านไม่ชอบ”

“…”

“ไม่มีใครชอบ”

เหตุการณ์ในอดีตเขาจำได้ดีราวกับภาพฉายซ้ำ ตั้งแต่เกิดมาช่วงเวลาที่มีความสุขที่สุดก็คงเป็นตอนที่ได้อยู่กับพ่อกับแม่พร้อมหน้าพร้อมตา และหลังจากนั้นทุกอย่างก็เริ่มเปลี่ยนไปเมื่อบริษัทของพ่อเริ่มมีปัญหา พ่อกับแม่เขาทะเลาะกันบ่อยขึ้น บ้านที่เคยมีแต่เสียงหัวเราะก็กลับกลายเป็นบ้านที่เต็มไปด้วยความอึดอัด

และเขาเป็นที่ระบายเดียวของพ่อกับแม่

เคยคิดว่าการที่เด็กคนหนึ่งจะเกิดมาบนโลกเป็นสิ่งที่ดีที่สุดในครอบครัว เขาเคยคิดแบบนี้มาตลอดจนกระทั่งเรื่องทุกอย่างเปลี่ยนไปราวกับหน้ามือเป็นหลังมือ

ไม่รู้เกิดขึ้นเมื่อไหร่ ไม่รู้เกิดขึ้นได้ยังไง รู้แค่ว่าตอนที่เกิดขึ้น...เขากลายเป็นตัวซวย

ตัวซวยที่เกิดมาแล้วทำให้ทุกอย่างแย่ลง

ตัวซวยที่ทำให้ธุรกิจตกต่ำ

ตัวซวยที่ทำให้พ่อกับแม่ไม่รักกันเหมือนเดิม

“พี่เงียบ”

“…”

“พอแล้ว ไม่ต้องเล่าแล้ว”

“…”

“หย๋ง...”

“ไม่เคยเล่าให้ใครฟัง ไม่เคยเลยนะ” มือข้างที่ว่างอยู่เอื้อมไปลูบเส้นผมคนข้างตัวอย่างอ่อนโยน “ที่เล่าเพราะอยากให้หย๋งรู้”

“…”

“ที่ไม่แสดงออก...เพราะไม่รู้ว่าต้องแสดงออกยังไง”

“…”

“ไม่เคยมี...ไม่เคยรู้สึกกับใคร...กลัวสิ่งที่แสดงออกไป...มันจะไม่ดี”

“ไม่เป็นไรครับ” เขาตอบ “อยู่กับผม...พี่อยากจะพูดอะไรพี่ก็พูด อยากแสดงออกยังไงก็แสดงออกมา ให้ผมรู้ว่าพี่คิดอะไรอยู่”

“…”

“เป็นอย่างที่พี่อยากเป็น...ตอนอยู่กับผม”

“หย๋ง...ที่เล่าไปไม่ได้อยากให้สงสาร”

“…”

“ถ้าวันหนึ่งหย๋งรู้สึกฝืน...อย่าฝืน”

“…”

“ถ้าไปต่อไม่ได้จริงๆ...บอกนะ” เขาระบายยิ้มบางๆ เขาเข้าใจจริงๆถ้าวันหนึ่งหย๋งจะรู้สึกว่ามันไม่ใช่ ถึงแม้ว่าถึงวันนั้นจริงๆเขาจะรับไม่ไหว

แต่เขาจะยอมรับ

“อย่าอยู่เพราะสงสารพี่”

“…”

“อยู่เพราะสงสาร...มันน่าสงสารที่สุดแล้ว”

“พี่เงียบ...ผมไม่รู้หรอกว่าอนาคตเป็นยังไง ผมจะเปลี่ยนหรือพี่จะเปลี่ยนผมไม่รู้”

“…”

“ที่ผมรู้ตอนนี้คือผมอยู่กับพี่...อยากอยู่กับพี่...อยากรู้จักพี่มากขึ้น”

“…”

“ตอนนี้ผมเป็นคนของพี่”

“…”

“และพี่...เป็นคนของผม”

“หย๋ง”

“ครับ?”

“กอดได้ไหม”

“ไม่เห็นต้องขอเลย” เขายิ้มออกมา “มากกว่านั้นพี่ก็ทำมาแล้ว”

“เดี๋ยวเถอะ” เขาหลุดยิ้มตามคนตรงหน้า “กอดนะ”

“อืม”

แขนทั้งสองข้างดึงคนตรงหน้าเข้าไปกอดไว้แน่น กอดที่แทนความรู้สึกทุกอย่าง กอดที่สื่อความหมายว่าเขาจะอยู่ตรงนี้และหย๋งก็จะอยู่กับเขา

หย๋งเข้ามาทำให้ชีวิตของเขาเปลี่ยนไป

ตลอดไปเลยได้ไหมหย๋ง

อยู่กับเขา...ตลอดไปได้ไหม






-----------------------------------------------------

กอดพี่เงียบแน่นๆนะคะ :)


ก็ยังคงคอนเซ็ปเดิมว่าเรื่องนี้มันแหวกจริงๆ

พาฉากเล็กๆน้อยๆมาให้จั๊กจี้หัวใจเล่น

เนื้อเรื่องไม่เร็วเกินไปน้า เป็นไปตามความต้องการของเรา

รอดูพัฒนาการกันต่อไปเนอะ :)



ขอบคุณที่ติดตามกันมานะคะ ดีใจที่ยังมีคนรออ่านอยู่

จะพยายามมาบ่อยๆ จะไม่หายและไม่ดอง

เรารักตัวละครของเราทุกตัว เราจะทำให้ทุกตอนที่แต่งออกมาดีที่สุด

อย่าทิ้งกันไปไหนนะคะ <3



คอมเม้นท์คือสิ่งสำคัญ อย่างน้อยก็เม้นท์กันคนละหนึ่งเม้นท์ให้เรารู้ว่ายังมีคนอ่านอ่านอยู่

ไม่อยากดราม่าเรื่องนี้ แต่เราอยากรู้ฟีดแบคจริงๆนะคะ เป็นกำลังใจที่ดีมากสำหรับเรา

ขอบคุณทุกคอมเม้นท์และทุกกำลังใจค่ะ ^^


แวะพูดคุยกันได้ทาง #เมื่อโลกของผม

FAN PAGE : Perlina

Twitter : @perlinjun

 รักกกกก <3

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 626 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,035 ความคิดเห็น

  1. #2035 N-Ming (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2563 / 10:38
    พิ่เงียบเก่งที่สุดด
    #2,035
    0
  2. #2008 pkcyhst (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 2 กันยายน 2563 / 04:07
    กอดแน่นๆ เลยนะะะ พี่เก่งมากกกก
    #2,008
    0
  3. #1997 rraindomm (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2563 / 01:46
    กอดด้วยยยยยยยย แงงงง
    #1,997
    0
  4. #1995 whitelava blue (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2563 / 22:56
    กอดพี่เงียบบบบบ
    #1,995
    0
  5. #1973 space_NPW (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2563 / 01:17
    กอดๆนะคะพี่เงียบ ;-;

    โอ๋ๆนะคนดี
    #1,973
    0
  6. #1943 -dddd- (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2563 / 22:22
    พี่เงียบเก่งมากๆเลย
    #1,943
    0
  7. #1935 MinaMon (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2563 / 00:11
    แงงงงงงงงงง จะร้องไห้ หน่วงมาก เข้าใจเลยเด็กตัวแค่นั้นต้องเจออะไรขนาดนั้นจนโตมา ฮืออ แต่พี่เขาโตมาอย่างดีเลยแลหะ จิตใจไม่บิดเบี้ยวไป พี่เงียบเก่งมากๆๆๆ
    #1,935
    0
  8. #1931 tangthaiparichat (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2563 / 22:38
    แงงงง พี่เงียบบกอดดดดด
    #1,931
    0
  9. #1901 miiiina (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2562 / 23:21
    กอดพี่เงียบแน่น ๆ เลยนะ
    #1,901
    0
  10. #1892 MARRYBENN21 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2562 / 23:01
    อยากโอ๋พี่เงียบมากค่ะ
    #1,892
    0
  11. #1862 Kim-kibom (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2562 / 21:03
    พี่น่าสงสารอ่ะ..ถ้าต้องเลิกกันพี่จะอยู่ยังไง
    #1,862
    0
  12. #1840 Lolo02 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 25 เมษายน 2562 / 17:51

    สงสารพี่เงียบจัง

    #1,840
    0
  13. #1811 jajee7 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 30 มีนาคม 2562 / 02:28
    อยู่เพราะสงสารมันน่าสงสารที่สุดแล้ว แงงจุกๆเลยคำนี้
    #1,811
    0
  14. #1787 sonsawanya22 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2562 / 13:52
    อยากกอดพี่เค้าฮือออออ
    #1,787
    0
  15. #1770 PuayPuayPloy (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:40
    ฮือออ กอดกันนะ
    #1,770
    0
  16. #1724 mischiefme (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 14 มกราคม 2562 / 01:22
    คือแบบยังอ่านไม่จบตอนแต่พรุ่งนี้เราเรียนเข้า คือเรา ฮือ เรากลัวลืมความรู้สึก มันอินมาก น้ำตาไหลพรากๆ ความรู้สึกเคาคือ อินมากเลยต้อนพี่เขาพูดถึงเรื่องที่บ้าน คือไม่ไหวแล้วจะล้ม อยากกอดพี่เขาแล้วบอกว่า "เก่งมากเลยคนดีของพี่ มีความสุขมากๆ เธอเป็นเด็กดี คนดีที่สุดในโลกแล้ว อย่าเสียใจเลย" แล้วก็หันไปกอดหย๋ง แล้วบอกให้หย๋งจับมือพี่เขาแน่นๆเลย รักพี่เขามากๆ อย่าทิ้งพี่เขานะหย๋ง คือไม่ไหว เราอินจัดมากแง แต่งเก่งจังเลยคับㅜㅠ พูดไม่ออกแร้ว คือสุดอิน แง
    #1,724
    0
  17. #1671 nannapas331 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2561 / 00:27
    สงสารพี่เลยผ่านอะไรมาเยอะการอยู่โดยที่ไม่มีใครต้องการมันคงทรมานสุดๆ...
    #1,671
    0
  18. #1447 manoysa (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2561 / 13:34

    อ่านตอนนี้แล้วเปิดเพลงหน้าเรื่องไปด้วยนี่แบบ ฮือออออออ กอดฉันไว้จริงๆ พี่เงียบผ่านมันมาได้ยังไง ไม่มีใครเคียงข้างแต่ผ่านมันมาได้นี่สุดไปเลย กอดดดดดด
    #1,447
    0
  19. #1371 pparpbebi。 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 30 กันยายน 2561 / 11:12
    อยากกอดปลอบจังเลย โลกที่ไม่มีใครของพี่ในเมื่อก่อน ทำไมพี่เข้มแข็งจังนะ ตอนนี้มีน้องแล้วไม่กลับไปอยู่ในโลกที่เงียบเหงาแลบเดิมแล้วนะ
    #1,371
    0
  20. #1353 Mint S (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 29 กันยายน 2561 / 11:35
    กอดทั้งคู่เลยยยย
    #1,353
    0
  21. #1348 OHMeMEII (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 29 กันยายน 2561 / 05:19
    จะว่าไป เหมือนเราเคยมีอะไรแบบนี้เหมือนกันนะ แต่ต่างที่ว่า เราไม่ใช่อะไรที่โลกของเขาหมุนตาม แล้วเราก็ทะเล่อทะล่าเข้าไปในโลกของเขาด้วยความใจร้อน มันก็เหมือนจะได้เข้าไปแล้วแหละ แต่มันเหมือนโลกของเขาหมุนช้าไป ไม่ทันใจเรา เราเลยกะจะไปหมุนแกนโลกเขาเสียหน่อย มันก็เลยระเบิดไง เราเนี่ยระเบิดหน้าแหก บ้าบอไปคนเดียว แต่ก็คงทำให้เขารู้สึกมึนๆงงๆไปว่าอีบ้านี่จะมาอะไรกับกรุนักหนา ถ้าเราค่อยเป็นค่อยไปแบบหย๋งก็คงดี แต่บริบทสมัย 20 กว่าปีก่อนมันก็ไม่ได้เอื้ออะไรให้กับเราหรือสถาณการณ์ของเราเท่าไหร่ อย่างน้อยแม้หย๋งกับพี่เงียบจะต่างกันอย่างกรณีเรากับเพื่อนคนนั้น แต่หย๋งไม่ได้กะจะเปลี่ยนแปลงอะไรพี่เงียบ หย๋งคอยเรียนรู้และทำความเข้าใจสานความสัมพันธ์กับพี่เงียบไปเรื่อยๆ แต่เรานี่ยัดเยียดไปตั้งแต่แรก ดีแค่ไหนที่เขาไม่ได้ผลักออกให้หน้าแหกแต่แรก พอเขาไม่ว่าแทนที่จะได้คืบค่อยเอาศอก เราดันได้ไม่ถึงนิ้วแต่ริจะเอากิโลเมตร มันเลยพังไม่เป็นท่า และเขาก็ไม่ได้มีอารมณ์ร่วมใดๆ มีแต่เราเล่นใหญ่รัชฏาลัยหน้าโต๊ะจีนลิง ลิงก็เลยงงมีแค่เราที่อินกับบทคนเดียว นี่แหละนะคนที่ทำดีก็จะได้ดีอย่างที่ทำ คนที่ทำเพื่อหวังผลถ้าไม่ระวังไม่อดทนมากพอจากที่จะได้ผลก็จะได้ฉิบแทน ฉิบหายยยยย หล่ะนะ 5555555 ดีต่อใจนะ 10-10-10 เราว่ายังน้อยไป แหวกแนวดีมากอ่ะ แล้วบอกเลยผู้ชายซื่อๆแบบนี้มีจริงนะ ถ้าได้คงโชคดีและไม่ต้องระแวงอะไรเลย ติดตรงที่มันหายากมากกกกก แถม-ที่ได้ครองเขาเนี่ยบางคนก็แลไม่เห็นค่าเขาเลย เพลียแทน ไก่ได้เพชรแท้ๆ
    #1,348
    1
    • #1348-1 เ ม ษ า(จากตอนที่ 8)
      14 ตุลาคม 2561 / 18:32
      ยิ่งกว่ารายงาน55555
      #1348-1
  22. #1335 fazaferinns (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 27 กันยายน 2561 / 16:20
    เราชอบบบบบ แง้ น่ารักมากๆๆๆๆ
    #1,335
    0
  23. #1322 chompu_y (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 25 กันยายน 2561 / 22:41
    กอดกันๆเนอะ งืออออ
    #1,322
    0
  24. #1307 mummummi (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 23 กันยายน 2561 / 08:26
    กอดดดดดดดด้วยยย
    #1,307
    0
  25. #1243 Yumajiharu (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 9 กันยายน 2561 / 18:16
    ฮืออออออ พี่เงียบบบมาๆอยากกอดพี่เงียบเลยย
    #1,243
    0