เมื่อโลกของผม...หมุนรอบตัวคุณ (Yaoi) [END]

ตอนที่ 7 : 06:54 - ดวงดาวอย่าหายไปไหน 100 per

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11,581
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 520 ครั้ง
    25 ม.ค. 61

B
E
R
L
I
N
 

06:54

ดวงดาวอย่าหายไปไหน



“แล้วกูก็รีบเดินหนีเว่ย ดีนะหนีทัน มึงคิดดูดิถ้ากูหนีไม่ทัน กูต้องเจอพี่แม่งตอนเช้า”

“…”

“หย๋ง”

“…”

“หย๋ง มึงฟังกูอยู่รึเปล่าเนี่ย” อินหันไปเรียกเพื่อนเมื่อเห็นว่าหย๋งไม่ตอบอะไรกลับมา “ยิ้มอะไรของมึงวะ หย๋ง หย๋งโว๊ยยยยยยยย”

“หา…หา อะไรวะ” คนที่เดินเหม่อขานรับพร้อมหันหน้าไปหาต้นเสียง “เมื่อกี้มึงว่าไงนะ”

“มึงฟังอยู่รึเปล่า”

“ฟังดิ แต่เมื่อกี้เหมือนฟังไม่ชัด มึงพูดว่าไงนะ”

“ฟังไม่ชัดตั้งแต่ตอนไหน” อินเริ่มจับผิด ดูก็รู้ว่าหย๋งไม่ได้ฟังเขาพูดเลย แต่ในเมื่อเจ้าตัวยืนยันว่าฟัง เขาก็จะรอฟังคำตอบจากหย๋ง

“แฮ่ๆ” หย๋งยิ้มแห้งอย่างรู้สึกผิด “เล่าอีกรอบได้ไหม”

“เนี่ย มึงไม่ได้ฟังกูเลยอะ” อินถอนหายใจ “แล้วนี่เป็นอะไร กูเห็นมึงยิ้มน้อยยิ้มใหญ่มาตั้งแต่เช้าแล้ว”

“เหรอ” เขาถาม “กูเหรอ”

“แมวมั้ง” เขาประชดกลับ “ก็อยู่กันสองคนเนี่ย”

“มีความสุขนิดหน่อย” หย๋งยิ้มกว้าง พอคิดไปถึงเรื่องเมื่อคืนจู่ๆหน้าก็ร้อนขึ้นมา “ไม่มีอะไรหรอก ไปๆ กินข้าวกัน กูหิวแล้ว” เขาดันตัวเพื่อนเข้าไปในโรงอาหารคณะ

ยังไม่พร้อมเล่าให้อินฟังตอนนี้

มันแบบ...

หยุดคิดได้แล้วหย๋ง...หยุดคิด

“ต้องมีอะไรแน่ๆ” อินมองด้วยสายตาจับผิด “มีพิรุธนะมึง”

“พูดมาก จะกินไหมข้าว” หย๋งถาม “เดี๋ยวกูนั่งจองโต๊ะให้ มึงไปซื้อก่อนเลยก็ได้”

“เอากระเป๋าจองไว้ จะได้ไปซื้อพร้อมกัน”

“ไม่เอา เดี๋ยวของหายทำไง” 

“อ่ะ แล้วแต่ๆ” เขาขี้เกียจถามให้มากความ “จะฝากกูซื้อเลยไหมอ่ะ”

“ดีเลย มึงกินอะไรกูก็เอาอันนั้นแหละ”

“หูฉลาม”

“งบสี่สิบบาท ถ้าใจป๋ามากจะซื้อให้กินกูก็ไม่ขัด” หย๋งหัวเราะออกมา

“เออ รอนี่แหละ”

“รู้แล้วน่า”

หย๋งหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาทันทีหลังจากที่เพื่อนเดินออกไป เมื่อคืนเขาหลับๆตื่นๆเลยทำให้วันนี้รู้สึกง่วงตั้งแต่เรียนคาบแรก ดีที่ช่วงบ่ายเขาไม่มีเรียนแล้วทำให้คิดว่าจะกลับไปนอนที่หอก่อน แล้วค่อยออกมาเข้าห้องเชียร์ในตอนเย็น

ขี้เกียจชะมัด


: มีเรียนบ่าย


ข้อความที่ส่งมาตั้งแต่หนึ่งชั่วโมงที่แล้วทำให้เขากดเข้าไปในหน้าแชทเพื่อตอบกลับข้อความ เขายังคงคุยกับพี่เทคของตัวเองอยู่เสมอ แม้ว่าช่วงนี้จะคุยกันน้อยลงบ้าง แต่ก็ยังคุยกันทุกวัน


Y : ผมเลิกเรียนแล้ว

Y : กำลังจะกินข้าว

Y : พี่กินข้าวรึยังครับ?

: ยัง

Y : ผมอยู่โรงอาหารคณะ

Y : เผื่อพี่อยากรู้

: ยังไม่ได้บอกสักหน่อย

Y : ผมบอกไว้ก่อนเฉยๆ 

Y : แต่รู้ว่าพี่ไม่มาหรอก

: อืม

: เดี๋ยวหย๋งรู้


เขาหัวเราะออกมากับข้อความที่อีกฝ่ายส่งมา นิ้วยาวพิมพ์ข้อความตอบกลับ แต่ยังไม่ทันที่จะกดส่งเขาก็ต้องเงยหน้าขึ้นมาจากหน้าจอโทรศัพท์เมื่อมีร่างของใครอีกคนมายืนอยู่ที่โต๊ะของเขา

“อ้าว พี่เงียบ” รอยยิ้มเล็กๆเผยออกมาทันทีที่เห็นคนตรงหน้า “สวัสดีครับ”

“…” ร่างสูงที่ยืนอยู่ยิ้มนิดๆก่อนจะเก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋ากางเกง

“พี่กินข้าวมารึยัง”

“ยัง”

“โต๊ะผมยังว่างนะ ไหนๆก็เจอกันแล้ว...นั่งด้วยกันไหมครับ” เขายิ้มกว้างอย่างอารมณ์ดี

บทจะเจอ...ก็เจอง่ายจริงๆ

“ตั้งใจ”

“ครับ?” หย๋งเลิกคิ้วขึ้นอย่างไม่เข้าใจ “ตั้งใจอะไร”

“ตั้งใจเดินมาหา” เขาตอบกลับเสียงเรียบ “เดี๋ยวจะไปเรียนแล้ว”

“อ่อ…”

ตั้งใจเดินมาหางั้นเหรอ...

คิดไปไกลแล้ว

“ไม่กินข้าว?” เขาถามเมื่อไม่เห็นจานข้าวของคนที่พึ่งพิมพ์มาบอกเขาว่ากำลังจะกินข้าว

“ฝากอินซื้อ ผมนั่งจองโต๊ะ” หย๋งตอบ “พี่เรียนกี่โมงครับ จะไปเรียนแล้วเหรอ” จริงๆก็อยากชวนกินข้าวด้วยกัน แต่ถ้าพี่เงียบมีเรียนเขาก็จะไม่ถามเซ้าซี้

“อีกครึ่งชั่วโมง” เขาตอบพร้อมกับนั่งลงตรงข้ามกับหย๋ง “เดี๋ยวนั่งรอเป็นเพื่อน”

“เป็นเพื่อนเหรอครับ”

“เป็นพี่ก็ได้”

“ผมล้อเล่นน่า” หย๋งหัวเราะออกมาเมื่อเห็นท่าทางของคนตรงหน้า “แล้ววันนี้เลิกกี่โมง ผมต้องเข้าห้องเชียร์ต่ออีก กว่าจะเสร็จก็คงมืด”

“เลิกเย็นๆ แต่เดี๋ยวทำงานต่อที่คณะ”

“อ่อ”

“หย๋ง”

“ครับ?”

“ไปอีกได้นะ”

“หืม” เขาเลิกคิ้ว “ไปไหน”

“คอนโด”

“อ่า…”

พี่เงียบ พอก่อน

“อยากให้มา” เขาพูดออกมาตรงๆ ช่วงเวลาที่ได้อยู่ด้วยกันเมื่อวานเขารู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก มันเป็นความรู้สึกที่บอกกับเขาว่าเขาไม่ได้อยู่คนเดียว

รู้สึกว่า...ห้องไม่ใหญ่เกินไป

ไม่ใหญ่เหมือนที่เคยรู้สึกมาตลอด...เพราะมีหย๋ง

“ที่พูดนี่คิดอะไรรึเปล่าครับ” หย๋งถามกลับตรงๆ ในเมื่อคนตรงหน้าเป็นพี่เงียบ เขาถามอะไรไปก็คงจะตีความต่างจากคนอื่นๆ

พี่เงียบซื่อจะตาย

“คิด” เขาพยักหน้า 

“คิดว่าอะไรครับ”

“ดี”

“…”

“ดีที่มีหย๋งอยู่ด้วย”

“อ่า…” กลายเป็นเขาที่ไปต่อไม่เป็น หย๋งหลบสายตามองไปทางอื่น พักหลังมานี้พี่เงียบจ้องตาเก่งจนเขาต้องเป็นฝ่ายหลบสายตาเสียเอง

แพ้แล้วหย๋ง...แบบนี้แพ้แน่ๆ

“ไปไหม”

“…”

“ไปนะ” เขารู้ตัวเองดีว่าไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน ไม่รู้ว่าสิ่งที่พูดไปดูเอาแต่ใจเกินไปไหม แต่เขาอยากบอกให้อีกคนได้รู้ ไม่อยากเก็บความรู้สึกทุกอย่างเอาไว้

ไม่อยากเก็บไว้คนเดียวอีกแล้ว

“ผมชอบพี่มากกว่าเมื่อวานอีกแล้ว” หย๋งเอ่ยออกมาเสียงเบา “แย่แล้วหย๋ง”

“แย่เหรอ” คนตรงหน้าถาม “ชอบมากกว่าเมื่อวาน...มันแย่เหรอ”

“มันไม่แย่เหรอ” เขาถามกลับ “ผมว่ามันแย่”

“แย่ขนาดนั้นเลยเหรอ” ทั้งที่เคยได้ยินมาตลอดว่าเวลาที่ชอบใครจะมีความสุข แต่ทำไมกลายเป็นว่าชอบเขามากกว่าเมื่อวานแล้วมันแย่

งั้นตอนนี้...เขาคงแย่สุดๆ

“ก็เพราะพี่เป็นแบบนี้ไง ผมเลยแย่” หย๋งถอนหายใจออกมาก่อนจะยิ้มบางๆ “ช่วยรู้อะไรสักหน่อยเถอะว่าพี่กำลังทำอะไรอยู่”

“ก็รู้ตัวอยู่”

“แล้วเรื่องเมื่อคืนพี่รู้ตัวรึเปล่าครับ?”

“…” คำถามของหย๋งทำเอาเขาเงียบไป คำถามที่ไม่คิดว่าอีกคนจะถามออกมา ไม่สิ เขาไม่คิดว่าหย๋งจะรู้ว่าเมื่อคืนเขาทำอะไรกับหย๋ง

คิดว่าหลับไปแล้ว

“หรือว่าเป็นปกติสำหรับพี่” เขาไม่ควรจะบอกคนตรงหน้าเลยด้วยซ้ำว่าเขารู้ตัวทุกการกระทำ แต่ในเมื่อยังซื่ออยู่แบบนี้เขาคงต้องบอก

บอกว่าเขารับรู้ทุกอย่าง

“ไม่ปกติ”

“…”

“แบบนั้น...ไม่ปกติอยู่แล้ว”

“งั้นแสดงว่าพี่ตั้งใจทำ?”

“โกรธใช่ไหม”

“…”

“ไม่พอใจใช่ไหม” เขาถามต่อเมื่อเห็นว่าคนตรงหน้าเงียบไป

“…”

“ขอโทษ จะไม่ทำอีกแล้ว”

“เปล่า ไม่ได้โกรธหรอก” หย๋งส่ายหน้าช้าๆ เขาไม่รู้จะหาเหตุผลข้อไหนมาโกรธอีกคน ถ้าเขาโกรธ เขาคงขัดขืนไปแล้ว แต่ที่เขาไม่ทำก็น่าจะเป็นคำตอบว่าเขารู้สึกยังไง

“…”

“แต่คราวหลังไม่ต้องแอบทำตอนหลับก็ได้”

“…”

“ตอนตื่นผมก็ให้ทำ”

“…”

“หมายถึง...ที่พี่กอดผมเมื่อคืน”

“…”

“อยากกอดตอนไหนก็กอด...แค่พี่บอก”

“…”

“หรือไม่อยากบอกก็แล้วแต่พี่”

“ได้จริงๆเหรอ” 

“ครับ ได้”

“…”

“แต่กอดแน่นแบบเมื่อคืนไม่เอานะ...เกือบหายใจไม่ออก”

“เข้าใจแล้ว” เขาพยักหน้าก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาอีกคน “ขอโทษที่แน่นเกินไป”

“ครับ” หย๋งยิ้มออกมา “กอดเหมือนกลัวผมหายไป”

“ใช่”

“…”

“ก็กลัวหย๋งหายไปจริงๆ"

“จะหายไปไหนเล่า” เขายิ้มกับคำพูดของคนตรงหน้า “หย๋งก็อยู่ตรงนี้ไง ไม่ได้จะหายไปไหนสักหน่อย”

“อืม” เขาพยักหน้า “รู้แล้ว”

“…”

“อย่าหายไป”

“ครับ” เขายิ้มกว้าง เขาจะไม่หายไปไหน แม้ตอนนี้ความรู้สึกของเขายังไม่ชัดเจนถึงขั้นกล้าพูดเต็มปาก แต่เขาก็รู้สึกดีกับคนตรงหน้าในระดับหนึ่ง

ปล่อยให้มันเป็นไปอย่างที่ควรจะเป็น

ถ้ารู้สึก...ก็รู้สึกเอง

“เชี่ยหย๋ง” เสียงหนึ่งดังขึ้นพร้อมกับร่างของเพื่อนสนิทที่เดินกลับมาที่โต๊ะพร้อมกับจานข้าวสองใบในมือ “วันนี้มันวันอะไรวะเนี่ย” อินถอนหายใจหนักๆก่อนจะวางจานข้าวลง

“เป็นอะไรมึง”

“ก็กูเจอพี่...เอ่อ...สวัสดีครับ” พอเห็นว่ามีใครอีกคนนั่งอยู่ที่โต๊ะเขาก็ยกมือไหว้แทบไม่ทัน หน้าตาไม่คุ้น คงไม่ใช่รุ่นเดียวกับเขาแน่ๆ

“ครับ” เขาพยักหน้านิดๆ “งั้น...”

“ไอ้มืดดดดดดดด!!!” เสียงสดใสที่คุ้นหูมาพร้อมกับร่างของเพื่อนที่เดินเข้ามาทักทาย “อ้าว น้องอิน” ฟรายหันไปยิ้มให้กับคนที่นั่งทำหน้าบอกบุญไม่รับ

“ครับ” อินยิ้มแห้งๆก่อนจะหันไปมองอีกทาง

นี่มันเรื่องอะไรวะเนี่ย

“ยังไม่ไปเรียนเหรอวะ"

“กำลังจะไป”

“ไม่ต้องรีบหรอกมึง อาจารย์ชอบเข้าเลท” พูดจบร่างของฟรายก็นั่งลงข้างๆ “สวัสดีครับเพื่อนน้องอิน”

“เรียกว่าหย๋งก็ได้ครับ” เขาหัวเราะออกมากับท่าทางอารมณ์ดีผิดปกติของคนตรงหน้า “แล้วพี่ชื่ออะไรครับ หย๋งจะได้เรียกถูก”

“เฟรนช์ฟรายส์ครับ”

“เอ่อ...”

“พี่รู้มันเรียกยาก เราเรียกว่าพี่ฟรายก็พอ”

“มันไม่ดูหยาบคายใช่ไหมครับ”

ชื่อมันค่อนข้าง...

“ออกเสียงรอเรือให้พี่นิดนึงก็ได้ครับ” เขาหัวเราะอย่างคนอารมณ์ดี “เออมืด แล้วมึงมานั่งอยู่ตรงนี้ได้ยังไง รู้จักกับน้องๆเหรอวะ”

“อืม” เขาหยักหน้านิดก่อนจะหันไปมองคนที่กำลังมองเขาอยู่ “รู้จักหย๋ง”

“อ้าว กูรู้จักน้องอินแต่ไม่รู้จักหย๋ง”

“รู้จักผมเหรอ” อินถอนหายใจหนักๆ “ครับ รู้จักครับ” พอเห็นสายตาที่หย๋งมองมาเขาก็ต้องยอมรับคำ ทั้งที่ความจริงเขากะจะชวนหย๋งออกไปจากโรงอาหารแท้ๆ

ไม่อยากเจอ

รำคาญ

“นี่น้องอิน น้องอินครับนี่เพื่อนพี่ เรียกมันว่ามืดก็ได้”

“มืด?” อินเลิกคิ้ว “ชื่อจริงๆเหรอครับ”

“ไม่จริงหรอก แต่มันไม่ยอมบอกชื่อจริงๆเนี่ยสิ”

“อ่อ…”

“แล้วทำไมพี่ถึงเรียกว่ามืดล่ะ” หย๋งสงสัยขึ้นมา เขาว่าชื่อที่เขาตั้งให้ก็แปลกแล้ว แต่พอได้ยินชื่อมืดเขารู้สึกว่ามันแปลกกว่า

พี่เงียบไม่ท้วงอะไรหน่อยรึไง

“ก็ตอนแรกเรียกมันว่าเงียบ แต่มันไม่ยอมให้เรียก”

“อ้าว ทำไมล่ะ”

“มันบอกชื่อนี้มีคนเรียกแล้ว”

“…”

“พี่ก็งงว่าทำไมเรียกซ้ำไม่ได้...ทำอย่างกับเป็นชื่อที่คนพิเศษเรียกงั้นแหละ”

“อ่อ…แบบนี้นี่เอง” หย๋งยิ้มออกมา “ก็เลยเรียกว่ามืดใช่ไหมครับ”

“ใช่ ก็มันไม่ยอมบอกชื่อของมัน” ฟรายหัวเราะ “แล้วนี่น้องหย๋งกับน้องอินจะไปไหนกันต่อครับ มีเรียนต่ออีกไหม” เขามองคนข้างๆหย๋งที่นั่งกินข้าวเงียบๆไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมาตอบ

เขาไม่ใช่คนโง่ที่จะไม่รู้ว่าอีกคนรู้สึกยังไง

แต่ทำยังไงได้

ก็สนใจไปแล้ว...

“ไม่ครับ เดี๋ยวว่าจะกลับไปนอนสักหน่อย” หย๋งพูดพร้อมกับสบตาคนที่มองมาทางเขาพอดี “เมื่อคืนนอนหลับๆตื่นๆเลยกะว่าจะกลับไปนอน”

“ไม่สบายรึเปล่า ไปวัดไข้ไหม” ฟรายถามด้วยความเป็นห่วง

“เปล่าครับ สบายดี”

“แต่หลับๆตื่นๆ พี่ว่า...”

“เมื่อคืนผมนอนหลับสบายครับ”

“…”

“อุ่นดี”



ร่างสูงหยุดยืนถ่ายรูปพระอาทิตย์เหมือนทุกๆวัน สำหรับเขาการถ่ายรูปพระอาทิตย์ก็เหมือนกับการชาร์จแบตโทรศัพท์ เขาถ่ายทุกวันจนติดเป็นนิสัย แต่ครั้งนี้ต่างออกไปตรงที่เขาไม่ได้ยืนถ่ายรูปนี้คนเดียว

“กูว่ากูถ่ายสวยกว่า” โทรศัพท์หน้าจอแตกถูกยื่นมาตรงหน้าเขาพร้อมกับใบหน้าภาคภูมิใจของฟราย “เป็นไงล่ะ นี่ขนาดไม่ได้ตั้งใจถ่ายนะ”

“เห็นยืนเล็งมาหลายนาทีอยู่” เขาอดแซวไม่ได้ ตอนแรกก็ยืนถ่ายอยู่คนเดียว รู้ตัวอีกทีเพื่อนที่เดินมาด้วยกันก็ยกมือถือขึ้นถ่ายตามทุกคน

“สวยกว่า” ไฉพูดพร้อมกับโชว์รูปที่ตัวเองถ่าย “โฉถ่ายอะไรเนี่ย ไม่สวยเลย”

“พึ่งถ่ายครั้งแรกไหมล่ะ” เขาถอนหายใจใส่ฝาแฝดตัวเอง “ไหน ของมึงสวยไหมมืด”

“ไม่สวย” เขาออกตัวพร้อมกับหันรูปภาพที่ตัวเองถ่ายให้เพื่อนทั้งสามคนดู

ไม่ได้ถ่ายเน้นสวย...ก็แค่ชอบถ่าย

“กูถ่ายสวยสุด กูชนะ!!!” ฟรายชูแขนขึ้นอย่างภาคภูมิใจ “คนชนะมีสิทธิ์เลือกร้านอาหารเย็นนี้!!!”

“มึงก็เลือกชาบูทุกที” โฉเอ่ยอย่างรู้ทัน “มืด มึงไปกินชาบูกับพวกกูไหม”

“ไปเถอะ ไปด้วยกัน” ไฉชวนอีกเสียง

ไหนๆตอนนี้ก็อยู่ด้วยกันแล้ว...เขาก็อยากทำความรู้จักเพื่อนคนนี้ให้มากขึ้น

“อืม ไป” เขาตอบตกลงอย่างว่าง่าย กลับไปก็ไม่มีอะไรทำ

“มันต้องแบบนี้สิ” ฟรายเอื้อมมือมากอดคอคนข้างๆ “ไอ้มืด ทำไมมึงสูงจังวะ กูก็ว่ากูสูงแล้วนะเว๊ย มึงย่อตัวลงหน่อย กูกอดคอไม่ถนัด”

“ไม่ได้ก็อย่าฝืน” โฉเอ่ย

“จริงนะฟราย” ไฉหัวเราะ “มืดสูงกว่าที่คิดนะเนี่ย”

“เหรอ” เขามองคนที่พยายามยืดตัว “คงใช่”

“มึงสูงเกินไป กูเนี่ยส่วนสูงมาตรฐาน” เขายอมเอาแขนออก ขืนยืดตัวไปมากกว่านี้ขาคงเป็นตะคริว

“ฟราย”

“เออ ว่าไง”

“ชาบู”

“…”

“เป็นยังไง”


เพราะคำถามนั้นคำถามเดียวที่ทำให้ตอนนี้...

“ไอ้มืด อันนี้อร่อย” หมูสามชั้นที่สุกได้ที่ถูกวางลงบนถ้วยของเขาที่มีหลายสิ่งหลายอย่างอยู่ในถ้วยใบเดียว

เขาแค่สงสัยแต่ไม่ได้หมายความว่าเขาจะทำอะไรไม่เป็นเลย

“กินบ้างดิมึง เต็มถ้วยหมดแล้วเนี่ย” โฉที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามเอ่ย “กินไม่คุ้มเลยนะ ดูอย่างไอ้ฟายดิ จะกินกุ้งหมดแม่น้ำแล้วเนี่ย”

“เว่อร์ไป” ฟรายที่นั่งข้างๆหัวเราะออกมา “เออมืดแล้วมึงไปรู้จักน้องหย๋งได้ไงวะ”

“ซับซ้อน” เขาไม่รู้จะเริ่มต้นจากตรงไหน เริ่มจากตอนที่เจอกันครั้งแรก หรือว่าควรจะเริ่มตรงที่น้องเป็นสายรหัสของเขา และเขาไม่รู้จะเล่ายังไง

ก็รู้จักธรรมดา

“ไปยุ่งอะไรกับมันเล่า” โฉถาม “แล้วเรื่องมึงกับน้องคนนั้นเป็นไง”

“ก็ถามไอ้มืดเพราะแบบนี้แหละ” ฟรายตอบ “น้องอินเป็นเพื่อนกับน้องที่มืดมันรู้จัก”

“จะเข้าทางเพื่อนน้องว่างั้น?”

“เข้าทางไหนก็ไม่มีหวังสักทาง” ฟรายหัวเราะแห้ง “น้องอินแสดงออกขนาดนั้น” เขาดูท่าทางออก รู้ตลอดว่าน้องรู้สึกยังไง ไม่ได้ดูยากเลยสักนิด

“รู้แล้วจะไปยุ่งอีกทำไม”

“ก็สนใจ”

“สนใจ?” เขาถามออกมาอย่างไม่เข้าใจ “สนใจยังไง”

“ชอบไง”

“ชอบเหมือนรักรึเปล่า”

“คนละอย่างเลยไอ้มืด” ฟรายยิ้มนิดๆ “รักมันมากกว่าคำว่าชอบ แต่ไอ้ที่กูเป็นอยู่ตอนนี้มันก็แค่เริ่มสนใจ เริ่มชอบ อยากทำความรู้จัก”

“แล้วถ้าชอบมากขึ้นทุกวัน...จะเปลี่ยนเป็นรักไหม”

“ถามอะไรเด็กน้อยจังวะ” โฉหัวเราะ “มันเป็นเรื่องของความรู้สึก มันไม่ตายตัวหรอก”

“ทำไมยุ่งยาก”

“มึงอยากได้ง่ายขนาดไหน ถามแบบนี้ดีกว่า”

“ไม่รู้”

“สำหรับเรามันเปลี่ยนได้นะ ชอบไปเป็นรักอะ มีตั้งหลายคู่ เยอะแยะ” ไฉที่นั่งข้างๆเอ่ย เขานั่งฟังมาสักพักก็อยากจะมีส่วนร่วมบ้าง ถึงจะไม่ค่อยรู้เรื่องพวกนี้เท่าไหร่ “มืดชอบใครอยู่เหรอ”

“เออ มีความรักเหรอมึง”

“เปล่า...ไม่มี” เขาส่ายหน้า

“…”

“แต่คนที่ชอบ”

“…”

“คิดว่ามี”


Y : นอนรึยังครับ?


ข้อความของหย๋งเด้งขึ้นมาระหว่างที่เขากำลังตอบข้อความเพื่อนในกลุ่ม ตั้งแต่ที่รู้จักกับฟราย เขาก็โดนดึงเข้ากลุ่มรวมในไลน์ หลังจากวันนั้นก็ต้องตอบข้อความบ่อยกว่าปกติ

สนุกไปอีกแบบ...


: ยัง

: ว่าไงเรา

Y : ไม่มีอะไร แค่จะทักมาบอกฝันดี

Y : *ส่งรูปภาพ*


ภาพถ่ายพระอาทิตย์ที่ถูกถ่ายจากมือถือในเวลาตอนเย็น บรรยากาศโดยรอบเหมือนจะเป็นตึกของคณะ เขาดูภาพที่ส่งมาอยู่พักใหญ่ก่อนจะตอบกลับไป


: ฝันดี แต่ส่งพระอาทิตย์มา?

Y : ก็เห็นพี่ตั้งรูปพระอาทิตย์

Y : เลยคิดว่าพี่ชอบ

: อ่อ

Y : ชอบไหมครับ

Y : ผมหมายถึง

Y : ชอบพระอาทิตย์ไหม

: ครับ

: ชอบ

: ทั้งพระอาทิตย์

: ทั้งคนถ่าย

Y : คนถ่ายก็ชอบพระอาทิตย์นะครับ

Y : ชอบคนที่ส่งให้ด้วย

Y : :)


เปิดเทอมมาได้ไม่นานงานกลุ่มก็มา...

หย๋งเดินลงมาจากตึกเรียนพร้อมกับเพื่อนในกลุ่มที่เตรียมจะไปคุยงานกันต่อที่ลานคณะ ถึงเขาจะรู้ว่าต้องเรียนหนักตั้งแต่ปีหนึ่ง แต่ก็ไม่คิดว่าจะหนักตั้งแต่ต้นเทอมแบบนี้

ขี้เกียจตั้งแต่ยังไม่เริ่มงาน...

“มึงจะกินอะไรก่อนไหมหย๋ง” อินหันมาถามเมื่อเห็นว่าเพื่อนของเขายังไม่ได้กินอะไรตั้งแต่เช้า

“เดี๋ยวเดินไปซื้อมานั่งกินก็ได้มึง” เขาตอบ “อยากรีบคุยงานให้เสร็จ ตอนเย็นต้องเข้าห้องเชียร์อีก” 

ถึงจะได้ยินมาว่าห้องเชียร์ใกล้จะจบลงแล้ว แต่เขายังไม่เห็นวี่แววเลยว่าห้องเชียร์จะจบลงจริงๆ พี่ๆก็ยังนัดไปซ้อมร้องเพลงอยู่ทุกๆวัน

เบื่อ

“เดี๋ยวเอากระเป๋าไปวางจองโต๊ะก่อนละกัน” อินเสนอ

“เออๆ ไปดิ”

“หย๋ง” เสียงหนึ่งที่ดังขึ้นจากอีกฝั่งของตึกทำให้เขาหันหลังกลับไปตามต้นเสียง

ร่างสูงที่อยู่ในชุดเสื้อช้อปวิศวะเดินตรงเข้ามาทันทีที่แน่ใจว่าเขาเรียกไม่ผิดคน หย๋งถอยหลังไปสองก้าวก่อนจะสบตาคนตรงหน้า รอยยิ้มที่เคยมีถูกเลือนหายไปทันทีที่เจอ

จนได้สินะ

“มีอะไรครับ” เขาหันไปมองอินที่ยืนอยู่ข้างๆก่อนจะหันกลับมามองคนตรงหน้า “มาที่นี่ทำไม”

รู้ว่าตั้งใจ...ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ

“มาหาหย๋ง”

“มาทำไม”

“คิดถึง”

“เหอะ” เขาแค่นยิ้ม “หย๋งว่าเราคุยกันจบไปตั้งแต่วันนั้นแล้วนะพี่ภู”

วันที่เจอกันเขาว่าเขาพูดทุกอย่างเคลียร์หมดแล้ว เขาเดินออกมาแล้ว เขากำลังทำใจได้ และมันคงดีมากกว่านี้ถ้าพี่ภูไม่เข้ามายุ่งในชีวิตของเขาอีก

ไม่ง่ายที่จะตัดใจ...แต่ไม่ยากเกินความสามารถของเขา

“พี่อยากคุยกับเรา”

“นานไหมครับ” เขาต้องรีบไปคุยงานต่อ

อีกเหตุผล...เขาไม่อยากคุย

“พี่…”

“ไปคุยที่อื่นเถอะ...หย๋งไม่ชอบคุยในที่คนเยอะๆ” เขาเอ่ยออกมา เขาไม่ชอบตกเป็นเป้าสายตาสักเท่าไหร่ ไม่ชอบเวลาคนมองแล้วเอาไปซุบซิบนินทาลับหลัง “อิน มึงไปก่อนเลย เดี๋ยวกูตามไป” เขาไม่อยากให้เพื่อนต้องมาเห็นอะไรแบบนี้

“อยากให้กูอยู่ไหม” อินเอ่ยออกมาเสียงเบา เขาพอจะรู้เรื่องแฟนเก่าของหย๋งมาบ้าง แต่ก็ไม่ได้รู้อะไรมากเลยไม่อยากทำตัวก้าวก่ายความเป็นส่วนตัวของเพื่อน

“ไม่เป็นไร เดี๋ยวกูตามไป”

“อืม โอเค” อินพยักหน้าก่อนจะเดินเลี่ยงออกไป

“คงคุยได้ไม่นาน หย๋งจะไปทำงานต่อ” เขาเอ่ย

“ครับ ได้หมด” ภูพยักหน้า “นานไม่นานไม่เป็นไร...ยังไงพี่ก็ตั้งใจมาหาหย๋งอยู่แล้ว”

“อืม” 

หย๋งเดินออกมาจากลานคณะก่อนจะหยุดยืนหลังตึกเรียนที่ไม่ค่อยมีคนพลุกพล่าน อาจเพราะเป็นด้านหลังเลยทำให้ไม่ค่อยมีคนเดินผ่านไปมา จะมีก็แต่พวกผู้ชายที่มายืนสูบบุหรี่หลบอาจารย์ในคณะ เขาหันกลับไปมองคนที่เดินตามมาเงียบๆก่อนจะถอนหายใจหนักๆ

คิดว่าจะไม่เจอกันแล้วแท้ๆ

“พี่ภูมีอะไรครับ”

“หย๋งไม่ตอบแชทพี่เลย”

“นี่คือเรื่องที่พี่จะพูดเหรอครับ”

“พี่คิดถึงหย๋ง"

“เฮ้อ” วันนี้เขาไม่ได้อยากฟังคำพูดพวกนี้อีกแล้ว เขาไม่อยากรับรู้ ไม่อยากได้ยิน “พี่ถามว่าทำไมถึงไม่ตอบแชทใช่ไหม”

“ครับ”

“เพราะไม่รู้จะตอบอะไร”

ทั้งที่ทุกอย่างควรจะจบไปตั้งแต่วันนั้น

หลังจากวันที่เจอกัน พี่ภูก็ทักแชทมาหาเขาตลอด ถึงเขาไม่ตอบพี่ภูก็จะพิมพ์ข้อความทิ้งไว้ บางวันเขาก็กดเข้าไปอ่าน บางวันเขาก็ส่งสติ๊กเกอร์กลับไป น้อยครั้งที่เขาจะตอบกลับ ถึงแม้บางครั้งเขาจะอยากกดบล็อกอีกคนให้รู้แล้วรู้รอด แต่ก็ทำไม่ได้ เขายังอยากรู้ความเป็นไป

ยอมรับว่ายังห่วง

“สำหรับหย๋ง...มันง่ายขนาดนั้นเลยเหรอ” ภูสบตาคนตรงหน้า คนที่เขารักที่สุด คนที่เขาต้องการเพียงแค่โอกาสให้เขาได้กลับไปแก้ตัว

เขาจะไม่ทำแบบนั้นกับหย๋งอีก

รู้แล้วว่าตอนไม่มีหย๋งอยู่...มันแย่กว่าตอนที่มี

“พี่คิดถึงหย๋งนะ”

“บอกตอนนี้มันได้อะไรขึ้นมาพี่ภู” ยอมรับว่าเขาดีขึ้นในระดับหนึ่ง แต่เขาไม่ได้เข้มแข็งพอที่จะได้ยินคำพูดที่ชวนให้เขาคิดไปไกล

ได้แต่ห้ามตัวเองไม่ให้คิด...เขาไม่อยากเจ็บอีกแล้ว

“พี่รู้ว่าที่ผ่านมาพี่ทำตัวไม่ดีกับหย๋งเลย”

“…”

“ตอนที่เราเลิกกันไปพี่พึ่งเข้าใจว่าการไม่มีหย๋งอยู่ มันแย่ยิ่งกว่าตอนที่มี”

“…”

“พี่อยากขอโอกาส”

“หย๋งไม่อยากกลับไปทะเลาะกับพี่อีกแล้ว” เขาสบตาคนตรงหน้า “เหนื่อยที่เราต้องมาทะเลาะกันเพราะเรื่องเดิมๆ พี่ภูเคยบอกหย๋งเองว่าพี่เบื่อ พี่เหนื่อย”

“…”

“หย๋งก็รู้สึกเหมือนพี่นั่นแหละ...หย๋งไม่อยากกลับเข้าไปอยู่ในวังวนนั้นอีกแล้ว”

“ให้โอกาสพี่ได้ไหมหย๋ง”

“…”

“พี่จะเปลี่ยนให้” ภูเอื้อมมือมาจับมือคนตรงหน้าช้าๆ ช่วงเวลาที่ไม่มีหย๋งทำให้เขารู้สึกเหมือนขาดอะไรไป เขาไม่ชอบความรู้สึกแบบนั้น

ไม่ชอบเลยจริงๆ...

“พี่ภู”

“…”

“พอเถอะ” เขาค่อยๆแกะมือพี่ภูออกจากมือของเขา มือที่เขาคุ้นเคยกับสัมผัสที่อบอุ่นมาตลอด มือที่เขาต้องการให้จับมือของเขาไว้แน่นๆ

แต่ตอนนี้...ถึงเวลาต้องปล่อยแล้ว

เขาต้องเดินไปข้างหน้า พี่ภูก็เหมือนกัน

“หย๋งขอโทษที่ไม่ได้ตอบข้อความพี่ภู ขอโทษที่ไม่ค่อยอ่านแชท”

“…”

“ขอโทษที่ทำตามที่พี่ภูขอไม่ได้”

“พี่ทำผิดกับหย๋งมากเลยเหรอ”

“มันไม่ได้อยู่ที่ผิดหรือไม่ผิดแล้วล่ะพี่ภู...แค่หย๋งรู้สึกว่ามันไปต่อไม่ได้แล้ว” เขายิ้มบางๆ จริงอยู่ที่เขากับพี่ภูทะเลาะกันบ่อย แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าเขามีช่วงเวลาที่ดีต่อกันเยอะ

เขาอยากเก็บช่วงเวลาดีๆเหล่านั้นไว้

“เราไม่ได้รู้สึกกับพี่เหมือนเดิมแล้วใช่ไหม” แค่คำพูดที่หย๋งพูดออกมาก็ชัดเจนพอที่เขาจะเข้าใจทุกอย่าง หย๋งไม่มีทางกลับมาหาเขาอีกแล้ว

“ครับ”

“…”

“หย๋งยังห่วงพี่เหมือนเดิม”

“…”

“แต่คำว่ารักของหย๋งที่มีให้พี่...มันไม่เหมือนเดิมแล้ว”

“ที่พี่มาหาเราที่คณะ...พี่ไม่ได้เตรียมใจมาฟังคำตอบแบบนี้หรอกนะ” ไม่ได้คิดว่าหย๋งจะใจแข็งปฏิเสธเขาทุกทางแบบนี้ “พี่แอบหวังว่าเราจะให้โอกาสพี่”

“…”

“อย่างน้อยก็ให้พี่ทำอะไรเพื่อเราบ้าง”

“…”

“แต่มันคงสายไป”

“…”

“สายไปจริงๆ” เขายอมปล่อยมือคนตรงหน้า ไม่มีแม้แรงจะดึงรั้งไว้ เขาเข้าใจทุกอย่างดี เขาเป็นคนทำให้ทุกอย่างพังลง เขาไม่มีสิทธิ์เรียกร้องอะไร

ที่เขาตั้งใจมาหาหย๋งที่คณะเพราะเขาหวังว่าหย๋งจะให้โอกาสเขาอีกครั้ง โอกาสที่เขาได้รับมาตลอดแต่ไม่เคยเห็นค่า ที่มาเพราะเขาอยากให้หย๋งเห็นถึงความจริงใจและความตั้งใจจริงของเขา แต่ดูเหมือนว่ามันจะสายไป

สายไปแล้วจริงๆ

“ขอบคุณที่ยอมพูดกับพี่ตรงๆ”

“…”

“เพราะเราไม่ยอมอ่านแชทพี่...พี่เลยต้องมาฟังเราปฏิเสธต่อหน้า” เขาหัวเราะเบาๆ

ฝืนฉิบหายเลยภู...

“ถ้าฝืนที่จะหัวเราะขนาดนั้น...ไม่ต้องหัวเราะก็ได้”

“…”

“ไม่ต้องทำตัวเก่งต่อหน้าผมหรอก...พี่ภู”

“เออ นั่นสิเนอะ” เขาแค่นยิ้ม “ทำอะไรไปหย๋งก็ดูออกอยู่แล้ว”

“…”

“ขนาดตอนนี้...หย๋งยังดูออกเลย”

“…”

“แล้วหย๋งดูออกรึเปล่า...ว่าตอนนี้พี่รู้สึกยังไง”

“พี่ภู”

“พี่โคตรเจ็บเลยว่ะ”

“…”

“แต่พี่ก็เลือกที่จะเจ็บ...เพราะพี่ทำตัวพี่เอง”



บุหรี่หนึ่งมวนถูกหยิบขึ้นมาพร้อมกับไฟแช็กเตรียมจุดสูบ วันนี้เขามีเรียนทั้งวันเลยทำให้ต้องปลีกตัวออกมาระหว่างการเขียนงานภายในห้องที่ลากยาวไปจนถึงเย็น ร่างสูงเดินเลี้ยวไปยังหลังตึกที่ประจำทุกครั้งที่เขาเคยไป

ช่วงนี้เขาสูบบุหรี่น้อยลงจนน่าแปลกใจ

อยู่ๆก็รู้สึกไม่อยากสูบ...

“พี่คิดถึงหย๋งนะ” เสียงที่ดังมาจากหลังตึกทำให้ขาทั้งสองข้างหยุดลงทันที ชื่อที่ได้ยินคือชื่อของคนที่เขารู้จักและคุ้นเคย

“บอกตอนนี้มันได้อะไรขึ้นมาพี่ภู” เสียงคุ้นหูที่ตอบกลับมายิ่งทำให้เขามั่นใจว่าเป็นบทสนทนาของใคร

ขาทั้งสองข้างเปลี่ยนทิศทางเดินไปอีกฝั่งเพื่อไม่ให้คนที่กำลังคุยกันอยู่รู้ตัว สายตาของเขาจับจ้องไปยังร่างของคนสองคนที่ยืนคุยกันอยู่ไม่ไกลจากจุดที่เขายืนอยู่

เพราะไม่ไกล...เลยทำให้เขาได้ยินทุกอย่าง

“พี่รู้ว่าที่ผ่านมาพี่ทำตัวไม่ดีกับหย๋งเลย” ร่างสูงที่อยู่ในชุดของนักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์กำลังยืนพูดอยู่กับคนที่เขาคุ้นเคยเป็นอย่างดี

คนนี้เหรอ...ที่หย๋งเคยเล่าให้เขาฟัง

หย๋งยืนเงียบไม่พูดอะไรกลับไปเพียงแค่ยืนฟังว่าอีกคนจะตอบอะไรกลับมา เขายืนมองอยู่พักหนึ่งก่อนที่ประโยคถัดไปจะดังขึ้น

“ตอนที่เราเลิกกันไปพี่พึ่งเข้าใจว่าการไม่มีหย๋งอยู่ มันแย่ยิ่งกว่าตอนที่มี”

ทั้งคำพูดและสายตาที่อีกคนกำลังมองหย๋งมันแปลความได้อย่างเดียว จริงอยู่ที่เขาไม่คุ้นเคยกับเรื่องพวกนี้ จริงอยู่ที่เขาไม่เก่งเหมือนที่หย๋งเคยบอก แต่เขารับรู้ได้ว่าสายตาและคำพูดที่พูดออกมามันหมายความว่าอะไร

เขาเข้าใจดีคำว่าการไม่มีอยู่มันแย่กว่าตอนที่มี

เข้าใจทุกอย่างแล้ว

ขาทั้งสองข้างพาเขาก้าวเดินออกมาหลังจากที่ประโยคสุดท้ายจบลง ไม่จำเป็นที่จะต้องรับรู้เรื่องราวต่อจากนั้น มันไม่ใช่เรื่องของเขากับหย๋ง มันไม่เกี่ยวอะไรกับเขา และเขาไม่ควรยืนฟังตั้งแต่แรก

เพราะได้ยินประโยคเหล่านั้น...มันเลยย้ำเตือนเขาอีกครั้ง

เขากำลังจะเสียดวงดาวไป...

ดวงดาวที่เขาไม่ได้เป็นเจ้าของตั้งแต่แรก







-------------------------------------------

นี่คือที่มาของชื่อตอนค่ะ...


สวัสดีค่าาา~

ช่วงนี้เราเจอกันบ่อยเกือบทุกวันเลย XD

เบื่อกันรึยังน้ออออ~ หลังจากที่เราเป๋ไปในช่วงแรกๆ ตอนนี้ตั้งหลักได้แล้วค่ะ

เราเริ่มจะลงตัวกับนิยายเรื่องนี้และคิดว่าเนื้อหาไม่ยากไปสำหรับเราแล้ว

ขอบคุณนักอ่านทุกคนที่ยังติดตามกันมาจนถึงตอนล่าสุดนะคะ

บางความสัมพันธ์มันไม่ต้องหวือหวามาก แต่มันมีความหมายในแบบของมัน :)


หวังว่าจะรักพี่เงียบกับน้องหย๋งเหมือนที่เรารักนะคะ

ปล. เรื่องคู่รอง เรามาลุ้นไปด้วยกันนะ... แต่ดูท่าว่าจะยากหน่อยล่ะ ก็ดูเจ้าตัวขี้รำคาญขนาดนั้น


แวะไปพูดคุยกันได้ที่แท็ก #เมื่อโลกของผม

เราจะเข้าแท็กนี้ทุกวัน มีอะไรเข้าไปแลกเปลี่ยนกันได้นะคะ



สุดท้ายนี้อย่าลืมคอมเม้นท์ให้เค้าด้วยน้า

คอมเม้นท์คือกำลังใจจริงๆค่ะ เราไม่ขออะไรมากไปกว่านี้

คอมเม้นท์เยอะกำลังใจมาแยะ เราจะได้มาไวๆ แลกกันนะ ^^


Facebook fanpage : Perlina

Twitter : @perlinjun


เจอกันตอนหน้าค่ะ ^^

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 520 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,035 ความคิดเห็น

  1. #2007 pkcyhst (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 กันยายน 2563 / 03:53
    พี่เข้าใจผิดดด พี่อย่าหายไปได้ไหมมม
    #2,007
    0
  2. #1972 space_NPW (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2563 / 01:01
    แงงงง ได้เห็นการพัฒนาของพี่เงียบในทุกๆคสพก็อดยิ้มไม่ได้

    แต่ดันมาก้อนหินให้สะดุดซะได้ พี่ขาาาา มาฟังให้จยก๊อนนนนน
    #1,972
    0
  3. #1930 tangthaiparichat (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2563 / 22:28
    แงงง พี่ต้องฟังให้จบบบบ
    #1,930
    0
  4. #1861 Kim-kibom (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2562 / 20:20
    พี่เข้าใจผิดรึป่าวเนี่ย
    #1,861
    0
  5. #1831 SkmilkSk (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 เมษายน 2562 / 14:06
    ทำไมแฟนเก่าไม่เป็นชะนี กมอนทองหรือก้านยาวอะไรก็ได้ ทำไมต้องเป็นผู้ชายที่ีคนนั้น เป็นกูนะให้โอกาสไปแล้ว5555
    #1,831
    0
  6. #1786 sonsawanya22 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2562 / 13:36
    พี่~~~ไม่เศร้าสิ
    #1,786
    0
  7. #1746 WSwen (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 26 มกราคม 2562 / 19:11
    พี่เงียบบบบบ;-;
    #1,746
    0
  8. #1370 pparpbebi。 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 กันยายน 2561 / 10:57
    งือออออยู่ต่อฟังอีกซักนิดเถอะพี่เงียบจะได้ไม่เศร้าไงคนดี;-; โอ๋นะคะไม่เป็นไรนะพี่ พี่แค่ฟังไม่หมดง่ะ น้องชอบพี่มากๆนะ
    #1,370
    0
  9. #1352 Mint S (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 29 กันยายน 2561 / 11:15
    พี่เงียบบบบบ โอ๋นะคะ
    #1,352
    0
  10. #1146 ปากวัยรุ่น (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2561 / 10:24
    พี่เงียบไม่ฟังให้หมดเห้อมมม
    #1,146
    0
  11. #1120 Bacon & Bear (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2561 / 02:38

    ตอนแรกก็โดนความตรงไปตรงมาของทั้งคนพี่คนน้องน็อคจนน่วม

    แต่ตอนท้ายนี่ ฮืออ ยังไงคะ

    #1,120
    0
  12. #959 chimpleesky (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2561 / 12:37
    พี่! อยู่เสือ-เอ้ยอยู่ฟังให้จบก่อนนนน เข้าใจผิดไปแล้วนั่นน่ะฮืออออ
    #959
    0
  13. #955 TheViper_ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2561 / 08:20
    งือออพี่
    #955
    0
  14. #880 ttni♡ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2561 / 09:09
    พี่เงียบบ
    #880
    0
  15. #870 arimasa12345 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 29 เมษายน 2561 / 18:19
    พี่เงียบ อย่ากลับไปอยู่คนเดียวอีกนะ
    #870
    0
  16. #671 panapupae (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 24 มีนาคม 2561 / 13:13
    พี่เงียบกลับมาก่อนน
    #671
    0
  17. #656 littleteapot (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 21 มีนาคม 2561 / 18:56
    โถ พี่เงียบ
    #656
    0
  18. #623 Kayja_Giftkay (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 มีนาคม 2561 / 17:49
    เศร้าอ่ะค่ะ!!
    #623
    0
  19. #516 mothergod (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2561 / 18:36
    พี่เงียบบบบบ มามะ มากอดที
    #516
    0
  20. #478 earnnaruk (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2561 / 21:46
    ฮือ​ พี่เงียบ​มันแบบ.. เจ็บหน่อยๆ
    #478
    0
  21. #414 thenungning (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2561 / 20:07
    พี่เงียบอยู่ฟังให้จบก่อนนนรรร
    #414
    0
  22. #366 มามา (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2561 / 23:47
    พี่เงียบอย่าคิดมากนะแต่น่าจะฟังให้จบก่อนสิ
    #366
    0
  23. #364 FairyP718 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 31 มกราคม 2561 / 23:46
    พี่ภูทำอะไรหย๋งอ่ะ แอบอยากรู้
    #364
    0
  24. #357 emie2001 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 25 มกราคม 2561 / 23:17
    อยากรู้ชื่อจริงของพี่เงียบ
    #357
    0
  25. #356 ttbluewp (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 25 มกราคม 2561 / 16:02
    พี่เงียบกลับมาฟังให้จบก่อนสิงื้อออออ
    #356
    0