เมื่อโลกของผม...หมุนรอบตัวคุณ (Yaoi) [END]

ตอนที่ 6 : 05:55 - โลกของ 'เงียบ' 100 per

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12,006
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 584 ครั้ง
    14 ม.ค. 61

B
E
R
L
I
N
 

05:55

โลกของ ‘เงียบ’




“ไม่เชื่อว่าผมจะกลับมาเหรอ” หย๋งถามหลังจากที่เดินออกมาจากซุปเปอร์มาร์เก็ตไม่ไกลจากคอนโดของอีกคน

เขากับพี่เงียบแวะมาซื้อของกินก่อนจะเข้าคอนโด และก็พึ่งได้รู้ว่าอีกคนยังไม่ได้ซื้อจานชามเข้าไปเพิ่ม ทำให้เขาต้องแวะเข้าซุปเปอร์เพื่อซื้อจานชามของตัวเอง ไม่อยากนั้นคงได้กินในกล่องโฟมเหมือนเดิมแน่ๆ

“เปล่า” เขาตอบ

ก็แค่ไม่คิดว่าหย๋งจะกลับมาอีก

ไม่คิดจริงๆ...

“งั้นผมจะฝากจานชามพวกนี้ไว้ที่พี่เลยนะ ผมคิดว่าหลังจากนี้จะมาบ่อยๆ”

“จริงรึเปล่า”

“ครับ?”

“ที่บอกว่าจะมาบ่อยๆ”

“…” คำถามของร่างสูงเรียกรอยยิ้มจากคนฟังได้ไม่น้อย “ครับ จะมาบ่อยๆ ถ้าเจ้าของห้องอยากให้มา”

“อืม แน่นอนอยู่แล้ว”

“…”

“หมายถึง...อยากให้มา”

“เนี่ย...ก็เป็นซะอย่างงี้” หย๋งยิ้มออกมา

พูดให้เขินด้วยสีหน้าแบบนั้นได้ยังไงกันนะ...

หลายๆอย่างที่เกิดขึ้นทำให้เขาไม่เข้าใจในตัวเองเท่าไหร่นัก จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่เข้าใจว่าตัวเองทำอะไรอยู่ ทั้งที่ไม่มีเหตุผลอะไรในการเข้าหาพี่เงียบเลยด้วยซ้ำ แต่เขากลับรู้สึกว่าคนๆนี้มีพลังแม่เหล็กอ่อนๆที่ดึงดูดให้เขาเข้าหาอยู่ตลอด ทั้งที่ความจริงพี่เงียบไม่ตรงตามสเปคที่เขาชอบเลยสักนิด

สิ่งหนึ่งที่เขาไม่ปฏิเสธคือ...เขาอยากรู้จักโลกของคนนี้ให้มากกว่าเดิม

อยากรู้จักพี่เงียบในมุมที่ไม่เคยเห็น มุมที่ไม่เคยรู้ และที่สำคัญที่สุด เขารอวันนั้น...

วันที่จะได้รู้ชื่อของคนข้างตัว ชื่อที่เป็นชื่อของคนๆนี้จริงๆ ไม่ใช่ชื่อ ‘เงียบ’ ที่เขาตั้งให้

ไม่ช้าหรือเร็วเท่านั้นเอง

“เหม่ออะไร” น้ำเสียงทุ้มเอ่ยถามพร้อมกับมืออุ่นๆที่เอื้อมมาจับแขนเขาไว้เบาๆ “จะเดินชนประตูอยู่แล้ว”

“คิดอะไรเรื่อยเปื่อยไปหน่อย” หย๋งหัวเราะเบาๆ “ขอบคุณที่บอกนะครับ ไม่งั้นหย๋งหัวโนแน่ๆเลย” เขายิ้มออกมาตามประสาคนยิ้มเก่ง

คนตัวสูงมองคนข้างๆก่อนจะยิ้มออกมา การได้รับความสดใสจากอีกคนมันส่งผลมาถึงตัวเขาอย่างคาดไม่ถึง แค่รอยยิ้มที่ยิ้มมา เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความสุข สองอย่างที่ดูธรรมดา...แต่มันกลับมีคุณค่าสำหรับเขาเหลือเกิน

“ไม่ให้เป็นแบบนั้นหรอก”

เขาอยู่ตรงนี้...ดูแลได้

ประตูห้องเปิดออกพร้อมกับไฟในห้องที่สว่างขึ้นตามจุด หย๋งเดินไปวางถุงอาหารที่ซื้อมาไว้บนโต๊ะก่อนจะหยิบจานชามที่ซื้อมาใหม่ไปล้างเพื่อเตรียมกินข้าวเย็น

“ให้ช่วยไหม” เจ้าของห้องเดินมายืนข้างๆ “หิวแล้วเหรอ”

“หิวครับ แต่เดี๋ยวตรงนี้ผมจัดการเอง พี่ไปทำธุระส่วนตัวพี่ก่อนก็ได้” หย๋งเอ่ยเหมือนรู้ทัน ถึงเขาจะไม่ค่อยอยากสนับสนุนเท่าไหร่ แต่เขาไม่สามารถห้ามอีกคนได้

เขาอยู่ในสถานะรุ่นน้องของพี่เงียบคนหนึ่ง

“อืม…มีอะไรก็เรียก” เขาพยักหน้ารับคำก่อนจะเดินไปหยิบไฟแช็กที่วางไว้ตรงที่ประจำก่อนจะเปิดประตูออกไปยังระเบียง

ช่วงสองสามวันมานี้เขาสูบบุหรี่น้อยลง ทั้งที่แต่ก่อนวันหนึ่งเขาสูบหมดไปหลายมวน แต่ช่วงที่ผ่านมาเขาสูบไปแค่สามถึงสี่มวนต่อวัน ซึ่งถือว่าน้อยกว่าปกติจนน่าแปลกใจ

ควันสีขาวพ่นออกมาพร้อมกับสายตาที่ทอดมองไปไกลอย่างไร้จุดหมาย แสงสีในยามค่ำคืนยังคงน่ามองเหมือนทุกๆครั้งเวลาที่เขาออกมายืนอยู่ตรงนี้ ถ้าเป็นทุกๆวันเขาคงยืนดูเพลินๆได้หลายนาที แต่พอเป็นวันนี้ วันที่มีใครอีกคนอยู่ในห้องกับเขา สิ่งที่เคยคิดว่าจะทำได้...ก็กลับไม่อยากทำ

อยากสูบบุหรี่ให้เสร็จเร็วๆแล้วกลับเข้าไปในห้อง

อาจเพราะไม่รู้ว่าเวลาแห่งความสุขนี้จะอยู่กับเขานานเท่าไหร่

พรุ่งนี้อาจจะหายไปก็ได้

ร่างที่เดินไปเดินมาทำให้เขาละสายตาจากบรรยากาศตรงหน้าแล้วหันไปสนใจร่างที่กำลังวุ่นอยู่ที่ครัวแทน ริมฝีปากซีดเผยยิ้มออกมา เขามองการกระทำเหล่านั้นผ่านกระจกบานใหญ่ก่อนจะตัดสินใจวางบุหรี่ลงตรงที่เขี่ยบุหรี่

บุหรี่หมดช้าเกินไป...

“เสร็จแล้วเหรอครับ” หย๋งหันมาถามทันทีที่ได้ยินเสียงเปิดประตูระเบียง “ผมพึ่งล้างจานเสร็จเอง เดี๋ยวผมจะเอาข้าวใส่จานให้นะ”

“เดี๋ยวช่วย”

“ไม่ต้องเลย เจ้าของห้องไปนั่งรอเฉยๆเลยครับ เดี๋ยวตรงนี้ผมทำให้เอง”

“เจ้าของห้องช่วยไม่ได้เหรอ”

“ไม่ได้ครับ”

“อืม” เขาพยักหน้าเข้าใจ แม้ว่าจะไม่เข้าใจ

ทั้งที่ช่วยกันมันน่าจะเสร็จไวกว่าแท้ๆ...

พอไม่มีอะไรให้ทำเขาก็เลยยอมไปนั่งรอเฉยๆตามที่อีกคนบอก ถึงจะอยากช่วยแต่ในเมื่อหย๋งยืนยันมาแบบนั้น แค่นั่งดูอยู่เฉยๆคงไม่เป็นไร

สายตาของเขาจ้องมองไปยังร่างที่เดินไปเดินมา หย๋งเคลื่อนไหวคล่องแคล่ว ใบหน้าที่ดูสดใสยิ้มออกมาบางๆพร้อมกับฮัมเพลงเสียงเบาๆ แม้ว่าห้องจะเงียบ แต่ก็ฟังไม่ออกว่าหย๋งร้องเพลงอะไร

“เลิกจ้องผมสักที” หย๋งเอ่ยเมื่อเห็นว่าร่างสูงที่นั่งอยู่ที่โต๊ะเล่นจ้องเขาไม่วางตา “เกร็งไปหมดแล้วเนี่ย”

“ไม่ได้เหรอ” เขาถามออกมาอย่างไม่เข้าใจ “ก็ไม่ให้ช่วย”

“ครับไม่ให้ช่วย” หย๋งพยักหน้า “และก็ไม่ให้จ้องแบบนี้ด้วย”

“เข้าใจยากจัง” เขาพึมพำคนเดียวก่อนจะเบนสายตามองไปทางอื่น

“อดทนอีกนิดนะครับ เดี๋ยวจะได้กินข้าวแล้ว”

“…” เขาพยักหน้าแทนคำตอบ

ไม่ได้จ้องเพราะหิวสักหน่อย

หย๋งจะให้มองอะไรในเมื่อหย๋งน่ามองที่สุดแล้ว...

ข้าวในจานไม่ได้หายไปจากตอนแรกเพราะคนตรงหน้าเอาแต่เล่าเรื่องราวในห้องเชียร์ให้เขาฟังไม่หยุด ถึงจะไม่ได้ตอบอะไรกลับไป แต่เขาตั้งใจฟังทุกประโยคที่หย๋งเล่า อาจเพราะช่วงปีหนึ่งเขาไม่ค่อยได้เข้าไปทำกิจกรรมอะไรแบบนี้สักเท่าไหร่เลยทำให้เขาสนใจกับทุกเรื่องที่หย๋งกำลังเล่า

“แล้วพี่ประธานนะ โหดมากกกกกกกกกกกกกก” หย๋งลากเสียงยาวให้สมกับความโหดที่เขาเจอมา “เวลาถามอะไรแล้วไม่มีคนตอบก็ชอบสุ่มรหัสผมทุกที”

“…”

“รหัสผมจำง่ายก็จริง แต่ไม่ต้องสุ่มโดนบ่อยก็ได้ ผมไม่ได้อยากโดนบ่อยๆซะหน่อย”

ทำได้แค่ระบายให้อีกคนฟัง กว่าจะจบห้องเชียร์เขาคงต้องโดนแบบนี้ไปอีกสักพักใหญ่ๆ

“ไม่กินแล้วเหรอ” เขามองจานข้าวหย๋งที่ยังมีข้าวอยู่เต็มจาน “สามทุ่มครึ่งแล้ว”

“สามทุ่มครึ่งแล้วเหรอ” คนที่ตั้งใจเล่าเรื่องถึงกับเบิกตากว้าง “ผมต้องกลับหอก่อนสี่ทุ่ม ทำไมพี่ไม่บอกให้เร็วกว่านี้” เขายังกินข้าวไปได้ไม่กี่คำเอง

“เห็นหย๋งพูด...เลยไม่อยากขัด”

“แย่แน่ๆ ผมต้องกลับแล้ว”

“…” เขามองคนตรงหน้าที่รีบตักข้าวเข้าปากก่อนจะหัวเราะออกมา

อาจจะผิดที่เขาเอง...ที่ไม่ยอมบอกเวลาอีกคน

อยากให้หย๋งอยู่ตรงนี้...อยากให้อยู่นานกว่านี้อีกหน่อย

“เดี๋ยวก็ติดคอ” เขาเอ่ยเมื่อเห็นแก้มทั้งสองเคี้ยวตุ่ยๆไม่หยุด

“ก็ยังกินข้าวไม่หมดนี่นา” หย๋งพูดพร้อมกับตักอาหารเข้าปาก “คราวหลังต้องเตือนผมไวกว่านี้นะ วันนี้ผมโดนจดชื่อแน่ๆเลย”

“ขนาดนั้นเลย?”

“ก็ผมอยู่หอใน” เขาถอนหายใจหนักๆ เมื่อไหร่จะหมดเทอม เขาอยากจะย้ายออกมาอยู่หอนอกแทบขาดใจ

“กลับหลังสี่ทุ่มจะโดนอะไร?”

“ก็มีโควตาครับ ในหนึ่งเดือนจะกลับเกินสี่ทุ่มได้ไม่เกินห้าครั้ง ถ้าเกินจะโดนแจ้งผู้ปกครอง”

“…”

“ตลกเนอะ เหมือนเด็กหอเลย” ถึงเขาจะเข้าใจระบบหอใน แต่ก็อดหงุดหงิดไม่ได้ เวลาที่ออกไปไหนแล้วเกินเวลาเข้าหอเขาก็มักจะไปนอนหอเพื่อนแทนการโดนจดชื่อทุกที

แต่ครั้งนี้เขาไม่คิดว่าจะกลับไปไม่ทัน

“งั้น...” เขาเว้นช่วงไปพักหนึ่ง ไม่รู้ว่าควรจะพูดออกไปดีไหม ไม่รู้ว่าเหมาะรึเปล่าที่เขาจะพูดคำๆนี้ออกไปตอนนี้

ถ้าหย๋งไม่รังเกียจ...

“นอนที่นี่ไหม”

“ครับ?” หย๋งถามเสียงหลงทันทีที่ได้ยินประโยคที่ไม่คิดว่าจะได้ยิน

เมื่อกี้...ไม่ได้หูแว่วไปใช่ไหม

“ถ้าไม่อยากโดนจนชื่อ...ก็นอนที่นี่ได้”

“…”

“หมายถึง...นอนได้จริงๆ”

“รบกวนพี่รึเปล่า”

“…” เขาส่ายหน้าแทนคำตอบ

คอนโดเขามีสองห้อง ถึงอีกห้องจะทำเป็นห้องทำงาน แต่ห้องนั่งเล่นเขามีโซฟาเบดอยู่ ให้หย๋งไปนอนในห้องนอนของเขา ส่วนเขานอนที่ห้องนั่งเล่นก็ได้

ถ้าแบบนั้น...หย๋งคงไม่อึดอัด

“หรือจริงๆพี่แกล้งไม่บอกเวลาผมเพราะจะให้ผมนอนที่นี่” หย๋งเอ่ยแซว

“เปล่า” เขาไม่ได้คิดแบบนั้น “คิดไม่ถึงหรอก”

“…”

“นอนที่นี่...หย๋งจะได้ไม่โดนจดชื่อ”

“เพราะเป็นห่วงผมเรื่องนั้นเหรอ”

“ก็ส่วนหนึ่ง”

“แล้วอีกส่วนล่ะ?”

“…” ทำไมถึงรู้สึกว่าตอบไปตอบมาแล้วตัวเองโดนต้อนจนมุม

อีกส่วนงั้นเหรอ...

“อยากให้ตอบแบบไหน” เขาถามกลับไป ในหัวของเขามีหลายคำตอบที่จะตอบอีกคน ทั้งคำตอบที่เขาคิดจริงๆ และคำตอบที่หย๋งจะไม่รู้สึกอึดอัดกับเขา

หย๋งอยากได้คำตอบแบบไหน...

“แบบที่ผมอยากฟัง” คนร่าเริงยิ้มออกมา เขาอดรู้สึกตื่นเต้นไม่ได้เมื่อได้สบตากับคนตรงหน้า

เกินไปแล้วพี่เงียบ...

“อยากให้อยู่”

“…”

“อยากให้อยู่นานกว่านี้อีกหน่อย”

คำตอบนี้รึเปล่าที่หย๋งอยากฟัง...


ไฟห้องนอนสว่างขึ้นพร้อมกับหย๋งที่เดินตามเขาเข้ามาในห้อง ปกติก็ไม่มีใครมาที่คอนโดเขาอยู่แล้วนี่เลยถือเป็นครั้งแรกที่มีใครอีกคนเข้ามาในห้องนอนของเขา รู้สึกแปลกๆบอกไม่ถูก

อาจเพราะเขาชินกับการที่อยู่คนเดียว

“ห้องพี่ไม่มีทีวีเหรอ” หย๋งถามขึ้นทันทีที่กวาดสายตามองไปรอบๆห้อง

ห้องนอนที่เป็นห้องนอนจริงๆ ภายในห้องมีเตียงขนาดใหญ่ที่ปูผ้าปูสีทึบกับผ้าห่มโทนสีเดียวกัน ถัดไปเป็นตู้เสื้อผ้าที่อยู่ติดกับห้องน้ำ และเครื่องปรับอากาศขนาดใหญ่

เป็นห้องนอนจริงๆ...

“ไม่ค่อยชอบดู” เขาตอบ 

ชีวิตประจำวันของเขาส่วนมากจะอยู่ที่ห้องทำงานกับห้องนั่งเล่น ห้องนอนถือเป็นห้องที่เอาไว้สำหรับพักผ่อนจริงๆเลยไม่มีอะไรเป็นพิเศษ ห้องเลยดูโล่งกว่าห้องอื่นๆ

“ห้องเงียบเกินไป ไม่ชินเลย”

“ไม่เงียบ” เขาเอ่ยพร้อมกับเดินไปเปิดเครื่องเล่นที่อยู่ข้างตู้เสื้อผ้า

เสียงเพลงบรรเลงขึ้นพร้อมกับจังหวะดนตรีที่เริ่มหนักขึ้นเรื่อยๆ หย๋งพึ่งสังเกตว่าข้างๆตู้เสื้อผ้ามีลำโพงราคาแพงตั้งอยู่ สมแล้วที่ราคาลำโพงแพงแสนแพง

เสียงเพลงคนละอารมณ์กับลำโพงปกติที่เคยฟัง

“แบบนี้ค่อยดีหน่อย” หย๋งยิ้มออกมา “ผมไม่ชอบอยู่ที่เงียบๆคนเดียว”

“…”

“ผมชอบฟังเพลง”

“อืม” เขาพยักหน้ารับ

ส่วนเขาจะอยู่ที่เงียบ หรือที่เสียงดัง...ก็อยู่คนเดียวอยู่ดี

“พี่ชอบเพลงสากลเหรอ” หย๋งถามเมื่อเพลงที่เปิดขึ้นมาเป็นเพลงสากลของนักร้องชื่อดัง “ผมก็ชอบนักร้องคนนี้อยู่เหมือนกัน เสียงเขาฟังสบายมาก เนื้อหาเพลงก็ดีอีก”

“อืม ชอบเนื้อหา”

“เหมือนกันเลย” เขายิ้มอีกครั้ง

นี่เป็นสิ่งแรกรึเปล่าที่ชอบเหมือนกัน

“หย๋ง” ร่างสูงหันกลับมาเรียกชื่อคนที่กำลังยืนฟังเพลงเพลินๆ 

“ครับ?”

“หลับตา”

“หืม?”

“มีอะไรอยากจะให้ดู”

“ไม่น่ากลัวใช่ไหม?” เขาไม่ค่อยถูกกับสิ่งลี้ลับสักเท่าไหร่ เกิดพี่เงียบคิดเล่นอะไรแผลงๆขึ้นมา เขาคงตะโกนลั่นห้อง

เรื่องแบบนี้หย๋งไม่สู้จริงๆ

“ไม่ต้องกลัว”

“…”

“อยู่ที่นี่ ไม่มีอะไรให้น่ากลัว” เขาไม่คิดจะทำอะไรให้หย๋งกลัวอยู่แล้ว เขาก็แค่อยากจะทำอะไรให้หย๋งดู เพราะคิดว่าหย๋งคงชอบ

“ก็ได้ครับ” หย๋งพยักหน้านิดๆพร้อมกับหลับตาลงช้าๆ

ร่างสูงเดินไปยังประตูห้องก่อนจะหันกลับมามองคนที่ยืนอยู่อีกครั้งเพื่อเช็คว่าหย๋งยังหลับตาอยู่ มือหนาเอื้อมไปหยิบรีโมทที่ติดอยู่ข้างรีโมทแอร์ขึ้นมากด ริมฝีปากได้รูประบายยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจ

เพราะไม่เคยมีใครมา...หย๋งเลยเป็นคนแรกที่ได้เห็น

“ลืมตาได้”

“…”

คนที่หลับตาอยู่ค่อยๆลืมตาขึ้นช้าๆ สิ่งแรกที่เขาเห็นเรียกรอยยิ้มออกมาได้มากกว่าที่เจ้าของห้องคิดไว้ หย๋งมองไปรอบๆห้องที่มีแสงไฟสีส้มวิ่งวนช้าๆคล้ายๆกับไฟในผับ แต่แปลกออกไปตรงที่แสงไฟสีส้มสะท้อนออกมาเป็นรูปดวงดาวและพระจันทร์ หย๋งหันไปยิ้มให้กับคนที่ยืนอยู่

แสงไฟภายในห้องค่อยๆมืดลงจนเห็นรูปร่างของดวงดาวและพระจันทร์ได้ชัดเจน มันคล้ายกับเขาถูกสองสิ่งนี้โคจรรอบตัว ทั้งสวยงามและโรแมนติก

“ชอบไหม” ถึงแม้จะเห็นรอยยิ้มของหย๋ง แต่เขาก็ไม่แน่ใจว่ารอยยิ้มนั้นเป็นรอยยิ้มที่ชอบจริงๆหรือรอยยิ้มปลอบใจเขา

“ชอบครับ”

“อืม”

“ชอบที่สุดเลย” หย๋งยิ้มกว้าง “ไม่คิดว่าในห้องพี่จะมีอะไรแบบนี้นะเนี่ย”

“ชอบน่ะ” เขาตอบ “เวลานอนไม่หลับก็ชอบนอนดูไปเรื่อยๆ”

“…”

“รู้ตัวอีกทีก็นอนหลับไป”

“ดวงดาวกับพระจันทร์...ถือเป็นโลกของพี่ใช่ไหม” หย๋งหันไปถามอย่างสื่อความนัย เขาชอบในความสวยงาม แต่กลับรู้สึกว่าความสวยงามตรงหน้าแฝงไปด้วยความโดดเดี่ยวของอีกคน

“อืม มั้ง” เขาตอบอย่างไม่มั่นใจ

“เป็นโลกที่มีดาวกับพระจันทร์”

“แล้วพระอาทิตย์ล่ะครับ?”

“ไม่มีหรอก”

“ถ้าไม่มีพระอาทิตย์...แล้วดวงดาวกับพระจันทร์จะส่องสว่างได้ยังไง”

“ได้สิ”

“…”

“ก็ที่เห็นอยู่ตอนนี้ไง”

“ผมหมายถึงดวงดาวกับพระจันทร์ในโลกของพี่...ไม่ใช่ไฟในห้องตอนนี้สักหน่อย” หย๋งสบตาคนตรงหน้า “พี่บอกว่าพี่ไม่มีพระอาทิตย์ งั้นดวงดาวกับพระจันทร์ในโลกของพี่เป็นยังไง”

“…”

“มันไม่สว่างเลยใช่ไหม”

“…”

“ถ้าพี่ไม่อยากตอบก็...” 

“อืม”

“…”

“มันไม่สว่างเลย”

เพราะแบบนั้นเลยถ่ายรูปพระอาทิตย์ทุกวัน...หวังว่าสักวันพระอาทิตย์เหล่านั้นจะทำให้ดวงดาวและพระจันทร์ในโลกของเขาสว่างขึ้นมา

“แล้วพี่ไม่อยากได้แสงสว่างจากพระอาทิตย์เหรอครับ”

“ถ้าได้แสงสว่างแค่ชั่วคราว...ก็ไม่อยากได้”

“…”

“เพราะคงทนไม่ได้ ถ้าสิ่งที่เคยได้...มันไม่ได้เหมือนเดิม”

“แต่แสงสว่างนั้นมันก็ทำให้พี่มีความสุข”

“อืม…แต่ถ้าเป็นความสุขชั่วคราว”

“…”

“สุดท้ายก็ทุกข์อยู่ดี”

“พี่เงียบ...”

“รู้ไหมว่าทำไมพระอาทิตย์กับพระจันทร์ถึงมีดวงเดียว”

“…”

“เพราะสิ่งที่สำคัญควรมีสิ่งเดียว” เขายิ้มบางๆ “แต่ไม่ได้หมายความว่าดาวที่มีหลายดวงไม่สำคัญ”

“…”

“แต่ดาวไม่สามารถแทนที่พระอาทิตย์กับพระจันทร์ได้”

“พี่เลยอยากมีพระอาทิตย์ที่อยู่กับพี่ตลอดไปใช่ไหมครับ” ถึงแม้ว่าการถามคำถามออกมาตรงๆจะง่ายกว่าการเปรียบเทียบเป็นสัญลักษณ์ แต่เขากลับรู้สึกว่าการถามแบบนี้ เขาได้รู้จักตัวตนของอีกคนมากกว่าเดิม

“อืม”

“แล้วถ้าไม่มีล่ะ”

“ไม่เป็นไร” 

“…”

“แค่แสงจากหลอดไฟ...ก็สว่างพอแล้ว”

เพราะรู้อยู่แล้วว่าคงไม่เจอ...พระอาทิตย์ที่เหมาะกับโลกของเขา

“แล้วถ้าวันหนึ่งมีพระอาทิตย์ที่เข้ากับโลกของพี่...พี่จะยังพอใจแสงสว่างจากหลอดไฟอยู่ไหม?”

“คงไม่”

“…”

“ถ้าคนนั้นเป็นพระอาทิตย์...แค่แสงจากเขาก็พอแล้ว”

“…”

“แสงจากเขาสว่างที่สุดแล้ว”

แต่กว่าจะถึงตอนนั้น...ต้องรออีกนานเท่าไหร่เขาไม่รู้ และถ้าวันนั้นไม่มีอยู่จริง เขาก็พร้อมยอมรับและเข้าใจ เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมา...

เขาไม่เคยมีพระอาทิตย์ในโลกของเขาตั้งแต่แรก

“ผมชอบพี่นะ”

“…”

“ชอบพี่มากกว่าเมื่อวาน”

“หืม?” เขาเลิกคิ้วอย่างไม่เข้าใจ ขาทั้งสองข้างก้าวเข้าไปหาคนที่ยืนอยู่ก่อนที่มือของเขาจะเอื้อมไปลูบหัวอย่างนึกเอ็นดู “หมายความว่ายังไง”

“มันก็แล้วแต่พี่จะตีความ”

“…”

“ผมก็แค่รู้สึกชอบมากกว่าเมื่อวาน”

“อืม” เขาพยักหน้า “จะพยายามเข้าใจ”

“กว่าพี่จะเข้าใจ...คงต้องใช้เวลาอีกสักหน่อย” หย๋งหัวเราะออกมาเบาๆ “แต่ผมชอบเรื่องพระอาทิตย์กับพระจันทร์นะ ถึงจะเคยได้ยินอะไรแบบนี้มาแล้วก็เถอะ”

“อืม นั่นสิ”

“ถ้าโลกของพี่มีดวงดาวกับพระจันทร์...งั้นผมขอเป็นดวงดาวหนึ่งดวงในโลกของพี่นะ”

“…”

“ถึงมันจะไม่สำคัญเท่าพระอาทิตย์...แต่มันก็อยู่รอบๆพระจันทร์”

“หันไปหาเมื่อไหร่ก็เจอสินะ”

“ทำไมทีงี้รู้ทัน” หย๋งขมวดคิ้ว “เก่งขึ้นนะเนี่ย”

“ตลก” เขายีหัวคนตรงหน้า “ไปอาบน้ำได้แล้ว”

“เดี๋ยว ผมยังพูดไม่จบ”

“อืม ว่าไง”

“พี่ก็เป็นดวงดาวในโลกของผมนะ”

“เหรอ” เขาถามออกมาอย่างไม่เชื่อหู

“ใช่!” หย๋งพยักหน้าหงึกหงัก “ถึงจะเป็นดวงดาวที่ส่องแสงเพียง 1%”

“โห…”

“แต่ผมเชื่อว่าสักวัน...ดาวดวงนี้จะส่องแสงสว่างมากกว่าเดิม”

“อืม” เขาพยักหน้าพร้อมรอยยิ้มบางๆ “ถึงจะไม่สว่าง...แต่ก็อยู่ตรงนี้ตลอด”

“…”

“ต้องการเมื่อไหร่...มันก็ยังอยู่ที่เดิม”

“…”

“ไม่หนีไปไหน”

“อย่าพึ่งหนีไปไหนแล้วกัน” หย๋งยิ้มออกมา คำพูดที่ดูไม่มีอะไร แต่แฝงไปด้วยความจริงใจ และเขาเชื่อว่าพี่เงียบจะทำอย่างที่พูดไว้จริงๆ

“อาบน้ำได้แล้ว” นิ้วชี้ยื่นมาดีดหน้าผากเขาเบาๆหนึ่งที “เน่ามาทั้งวัน”

“ใช้คำว่าเน่าเลยเหรอ”

“ไม่ได้เหรอ”

“ไม่ได้” เขาหัวเราะ “ไม่ได้เน่าสักหน่อย หรือว่าตัวผมเหม็น”

“…” 

ร่างสูงไม่ตอบคำถามคนตรงหน้า ขาทั้งสองเดินเข้าไปใกล้หย๋งมากกว่าเดิมก่อนที่เขาจะโน้มตัวลงไปข้างหน้า กลิ่นหอมอ่อนๆจากคนตรงหน้าคือคำตอบว่าหย๋งไม่เน่าอย่างที่เขาบอก

“อืม…ไม่เน่าจริงๆด้วย”

“…” น้ำเสียงเรียบๆ แต่กลับทำให้คนฟังถึงกับยืนค้างอยู่กับที่

ใครให้พี่เงียบใช้วิธีนี้ในการเช็คกลิ่น

ซื่อจริงๆหรือแกล้งซื่อ...เริ่มไม่มั่นใจ

“หย๋ง”

“คะ…ครับ?”

“ยิ้มอะไร”

“หืม ผมยิ้มเหรอ” หย๋งชี้นิ้วเข้าหาตัวเอง “ผมยิ้มตอนไหน”

“ตอนนี้” คนตรงหน้าหลุดยิ้มออกมา “คิดอะไรอยู่ บอกหน่อย”

“จะอยากรู้ไปทำไมเล่า”

“ก็…”

“…”

“อยากยิ้มด้วย”



INOUT : หย๋ง มึงนอนรึยังวะ


ข้อความที่เด้งขึ้นมาระหว่างที่กำลังเช็ดผมอยู่ในห้องน้ำทำให้หย๋งหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดตอบเพื่อนสนิททันที อินมักจะทักมาบ่นกับเขาแบบนี้ทุกวันเสมอ วันนี้จะบ่นเรื่องอะไรก็ต้องคอยลุ้นเอา


Y : ยัง ว่าไง มีอะไร

INOUT : มึงจำรุ่นพี่ที่กูเคยเล่าได้ป่ะ ไอ้คนที่ทำตัวประหลาดๆอะ

Y : ที่ชื่อของกิน?

INOUT : เออ นั่นแหละ

INOUT : กูไปบังเอิญเจอแม่งมา

Y : แล้ว?

INOUT : อยากจะโทรเล่า แต่ตอนนี้กูหงุดหงิดหนักมากเลยพิมพ์ให้มึงอ่านแทน

INOUT : วันนี้เราเข้าห้องเชียร์ แล้วปกติกูจะแวะหาอะไรกินก่อนเข้าหอ 

INOUT : กูก็ไปหาอะไรกินร้านแถวหน้ามอตามปกติแล้วก็เจอพี่แม่ง

INOUT : กูพยายามหันตัวหลบให้ไม่เห็นกู แต่พี่แม่งดันเห็นไง!!!!

Y : 555555555555555

Y : ขอขำรอเลย

INOUT : กูไม่ขำ!!!

INOUT : พอเจอกูแม่งก็ถาม น้องอินมาคนเดียวเหรอครับ

INOUT : ห่า กูนั่งคนเดียวทั้งโต๊ะ กูมากับเพื่อนสิบคนมั้ง

Y : 55555555555555555

Y : ทำไมเกรี้ยวกราดจังวะ

INOUT : ไม่ให้กูเกรี้ยวกราดได้ไง พอรู้ว่ากูมาคนเดียว พี่แม่งก็เนียนมานั่งด้วยเลยจ้า ไร้ซึ่งการถามความสมัครใจใดๆ

Y : เอ้า ก็ดีแล้วไม่ใช่เหรอ จะได้ไม่เหงา

INOUT : ให้กูเหงาเถอะ

INOUT : แล้วมีการบอกว่า ไว้รอบหน้ามากินด้วยกันแล้วจะเลี้ยง แต่รอบนี้ไม่มีตังเลยขอจ่ายใครจ่ายมัน

INOUT : กูอยากจะบอกไปว่า ไม่ต้องเลี้ยง กูมีตัง กูรวย และอีกอย่าง

INOUT : กูไม่อยากเจอพี่มึงอีกแล้วโว๊ยยยยยยยยยยยยยยยยย

Y : 555555555555555555

Y : ทำไมดูไม่ชอบพี่เขาขนาดนั้นวะ ดูเหมือนพี่เขาอยากสนิทกับมึงนะ

INOUT : มองจากดาวอังคารกูก็รู้ว่าอยากสนิทด้วย 

INOUT : แต่มึงเข้าใจป่ะ...จะมีคนบางประเภทที่ไม่ว่ายังไงเราก็เข้ากับเขาไม่ได้อะ

INOUT : แล้วกูว่าพี่แม่งเข้ากับกูไม่ได้

INOUT : คนบ้าอะไร

INOUT : น่ารำคาญฉิบหาย 


แกร๊ก!

ประตูห้องน้ำเปิดออก ร่างในชุดนอนเดินออกมาพร้อมกับผ้าเช็ดผมผืนเล็กในมือ เขาใส่ชุดนอนของพี่เงียบได้พอดี ถึงจะรู้สึกหลวมไปนิดหน่อย แต่ก็ไม่ได้หลวมเกินไป สายตาของหย๋งมองไปรอบๆห้องก่อนที่จะรู้ว่าอีกคนไม่ได้อยู่ในห้องนี้

ทำงานอย่างนั้นเหรอ...

หย๋งเปิดประตูห้องนอนก่อนจะถือวิสาสะเดินเข้าไปยังห้องที่เปิดประตูแง้มไว้ ร่างของคนที่นั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานทำให้เขาเผลอยิ้มออกมา ท่าทางจริงจังตรงหน้าทำให้เขาเลือกที่จะยืนดูอีกคนอยู่ห่างๆ

ไม่เคยเห็นมุมนี้มาก่อน

“อาบน้ำเสร็จแล้วเหรอ” คำถามที่เอ่ยออกมาจากปากร่างสูงทำให้คนที่ยืนยิ้มอยู่สะดุ้งนิดๆ

“รู้ได้ยังไงว่าผมเข้ามา”

“หอม”

“…”

“…” เขาเงียบลงเมื่อเห็นว่าอีกคนไม่ตอบอะไร

เมื่อกี้เขาพูดอะไรผิดไปรึเปล่า

“พี่ไม่ไปอาบน้ำเหรอครับ ดึกแล้วนะ”

“อีกสักพัก”

“เน่านะ”

“ไม่เน่า ดมแล้ว” เขาพูดพร้อมกับหันตัวไปมองอีกคน “ดมไหม”

“ไม่!!!” หย๋งตอบกลับเสียงหนักแน่น “พอเลย ผมไม่คุยกับพี่แล้ว”

“อ่าว” เขาไม่เข้าใจ “ทำไมไม่คุย”

“…”

“อยากคุย” เขาเอ่ยต่อ “อยากคุยกับหย๋ง”

“พี่ก็เป็นซะอย่างนี้” หย๋งเอ่ยออกมา “ผมก็แค่พูดไปแบบนั้น ไม่ได้หมายความว่าจะไม่คุยกับพี่จริงๆสักหน่อย” เขาเดินเข้าไปใกล้อีกคน

“…”

“งานยังไม่เสร็จเหรอครับ”

“อืม…แต่ก็ไม่ได้รีบอะไร”

“พี่ทำงานไปเถอะ ผมไม่กวนหรอก” หย๋งพูดพร้อมกับเดินไปนั่งลงบนเก้าอี้มุมห้อง “ถ้าจะไปอาบน้ำเมื่อไหร่ก็เรียกผมนะ ผมไม่อยากอยู่ที่ห้องคนเดียว”

“ไม่เบื่อเหรอ”

“ไม่ครับ ผมก็คุยแชทกับเพื่อนนี่แหละ ยังไม่ง่วง”

“อ่อ”

“เพื่อนผมมาบ่นเรื่องรุ่นพี่ ตลกดี มันบ่นไม่หยุดเลย”

“ใคร”

“อินเพื่อนผมไง พี่ก็เคยเจอแต่คงจำไม่ได้” เขาเอ่ย “ส่วนรุ่นพี่ผมจำชื่อไม่ได้ แต่เคยเจออยู่ครั้งหนึ่ง ก็ดูเป็นคนอัธยาศัยดีนะ”

“แล้วยังไง”

“เหมือนพี่แกจะจีบเพื่อนผมมั้ง” หย๋งหัวเราะ “ไม่รู้เหมือนกัน แต่ดูๆแล้วน่าจะยาก ไอ้อินดูไม่โอเคเอามากๆ”

“แล้วโอเคกับใครบ้าง”

“หืม?” หย๋งเลิกคิ้วอย่างไม่เข้าใจคำถาม “หมายความว่ายังไงครับ?”

“ถ้ากับคนนั้นไม่โอเค” เขาถอนหายใจ “แล้วกับพี่...จะโอเคไหม”

“…” คำถามที่ทำให้เขายิ้มออกมาทันทีที่ฟังจบ หย๋งมองคนตรงหน้าก่อนจะส่ายหน้านิดๆ “ไม่รู้สิครับ จะเข้าทางเพื่อนเหรอ”

“เข้าทางเพื่อน?”

“ก็ที่พี่ถามผมไง”

“เปล่า...คือ...” 

“ผมล้อเล่นน่า” หย๋งยิ้ม “มันโอเคอยู่แล้ว พี่ไม่ได้จีบมันนี่นา”

“อืม ไม่ได้จีบ”

“ครับๆ ผมรู้แล้วน่า”

“ถ้าง่วงก็เข้าไปนอนได้เลย”

“ผมยังไม่ง่วง พี่นอนตอนไหนผมก็นอนนตอนนั้นแหละ” เวลานี้ไม่ใช่เวลานอนของเขา “พี่ทำงานไปเถอะครับ ผมไม่กวนแล้ว”

“อืม แต่จริงๆ...”

“…”

“กวนได้”

ทุกครั้งที่ตั้งใจทำอะไรนานๆเขามักจะลืมดูเวลาเสมอ ร่างสูงลุกขึ้นยืดเหยียดร่างกายหลังจากนั่งทำงานมาหลายชั่วโมง วันนี้คงพอไว้แค่นี้แล้วค่อยทำต่อวันพรุ่งนี้ เขาควรจะไปอาบน้ำนอนได้แล้ว

“หย๋ง” เขาหันไปเรียกคนที่นั่งอยู่มุมห้อง

ร่างที่นอนอยู่บนเก้าอี้ตัวใหญ่ทำให้เขาเผลอยิ้มออกมา ทั้งที่บอกว่าให้เข้าไปนอนก่อนแท้ๆ เขาเดินเข้าไปใกล้ๆก่อนจะย่อตัวนั่งลงข้างๆ เขาควรจะปลุกหย๋งรึเปล่า

แต่หย๋ง...กำลังนอนหลับสบาย

ความคิดแว๊บหนึ่งที่แล่นเข้ามาคงไม่ดีแน่ถ้าเขาคิดจะทำ แม้ว่าจะเคยเห็นในละครหลายเรื่อง แต่นี่ไม่ใช่ละครที่เคยเห็นผ่านตา และเขาไม่ใช่พระเอกในละคร

ทำแบบที่คิดไม่ได้หรอก...

“หย๋ง” มือของเขาเอื้อมไปจับมืออีกคนก่อนจะเขย่าเบาๆเพื่อให้คนตรงหน้าตื่น “ไปนอนในห้อง”

“…”

“หย๋งครับ”

“อื้อ” ร่างที่นอนหลับอยู่ตอบกลับเสียงเบา ดวงตาทั้งสองข้างค่อยๆลืมตาตื่นขึ้นมาช้าๆ “ผมเผลอหลับไปตอนไหน”

“ไม่รู้” เขายิ้มนิดๆ “ไปนอนในห้อง นอนตรงนี้เดี๋ยวปวดตัว”

“อืม” หย๋งพยักหน้าก่อนจะก้มลงมองมือของตัวเองที่มีมืออีกคนจับอยู่ “แอบจับมือผมเหรอ”

“เปล่า...แค่ปลุกน่ะ”

“อ่อ” เขายิ้มออกมา “ง่วงแล้ว ไปนอนกัน”

“อืม” 

“เหมือนผมละเมออยู่เลย” เขาหัวเราะออกมา “พี่นำผมไปที่ห้องเลย ผมยังไม่ตื่น” มือของเขาจับมือของอีกคนแน่น อยากจับมือไม่รู้ทำไม

มือของพี่เงียบ...อบอุ่นแปลกๆ

“ครับ...ตามใจหย๋ง” 

ร่างสูงลุกขึ้นพร้อมมือที่ถูกมือของอีกคนจับไว้แน่น เขาเดินออกมาจากห้องทำงานก่อนจะเปิดประตูห้องนอน ทั้งที่รู้ว่าหย๋งเดินเองได้ แต่ไม่รู้ทำไมเขาถึงไม่ปฏิเสธสัมผัสจากอีกคน

อาจเพราะ...เขาเองก็ไม่อยากให้หย๋งปล่อยมือ

“นอนได้แล้ว” เขาบอกคนที่เดินตามหลัง 

“อืม รู้แล้วน่า” หย๋งตอบ “ผมนอนดิ้นนะ”

“นอนไปเลย เดี๋ยวจะออกไปนอนข้างนอกให้”

“ทำไมอะ...ทำไมไม่นอนด้วยกัน” เขาถามอย่างไม่เข้าใจ “ผมมาแย่งที่นอนพี่เหรอ”

“เปล่า” เขาตอบ “กลัวนอนไม่สบายไง”

“ผมจะนอนไม่ได้ถ้าต้องนอนคนเดียว”

“…”

“จริงๆก็นอนได้ แต่มีคนนอนด้วยมันสบายใจกว่า”

“…”

“นอนด้วยกัน”

“…”

“หรือพี่ไม่อยากนอนกับผม”

“เปล่า” เขาตอบกลับทันที “ทำไมคิดแบบนั้น”

“ก็พี่...”

“นอนก็ได้” เขาเอ่ย “นอนก่อนเลย เดี๋ยวจะไปอาบน้ำก่อน”

“งั้นฝันดีนะครับ” หย๋งยิ้มออกมาอย่างสบายใจ เขามานอนที่นี่ก็เกรงใจอีกคนมากอยู่แล้ว ถ้ารู้ว่าพี่เงียบต้องออกไปนอนข้างนอกเขาคงยิ่งไม่สบายใจ

นอนด้วยกันไม่เห็นเป็นไร...ก็เป็นผู้ชายด้วยกัน

“อืม” มือหนักๆวางลงบนหัวเขาพร้อมกับรอยยิ้มของคนตรงหน้า

รอยยิ้มที่เขาเริ่มเห็นบ่อยขึ้นเรื่อยๆ

“ฝันดีครับหย๋ง”






---------------------------------------------------

เราว่าชื่อตอนในตอนนี้ เหมาะกับเนื้อหามากที่สุดเลยค่ะ :)

อยากบอกว่าเราอ่านทวนตอนนี้หลายรอบมาก แต่งเองชอบเอง

ไม่ใช่ทุกคนที่จะมีพระอาทิตย์เป็นของตัวเอง ยิ่งกับพี่เงียบแล้ว...

ตลอดเวลาที่ผ่านมา โลกของพี่มันไม่สว่างเลยใช่ไหม...


สวัสดีปีใหม่นักอ่านทุกคนค่ะ ^_________^

ขอให้นักอ่านมีความสุข มีสุขภาพร่างกายแข็งแรงตลอดปีนะคะ

เรากลับมาอัพนิยายตามปกติแล้ว และตอนนี้....ถือว่าดำเนินเข้ามาในเส้นเรื่องหลัก

คอยดูพัฒนาการของพี่เงียบและน้องหย๋งกันนะคะ สปอยเล็กๆว่า...เรื่องนี้ไม่เรียบเหมือนเรื่องก่อนๆ XD


ขอร้องอย่างเช่นเคย คอมเม้นท์ส่งฟีดแบคกันหน่อยน้าาา ;___;

อยากได้กำลังใจจากคนอ่านจริงๆค่ะ ถ้ามีจุดบกพร่องตรงไหนเราจะได้รีบแก้ไขได้


สุดท้ายนี้ ไปพูดคุยกันได้ที่แท็ก #เมื่อโลกของผม เราตามรีทวิตทุกอันเลยยยย

แวะพูดคุยทักทายกันได้ที่แฟนเพจ Perlina หรือทางทวิตเตอร์ @perlinjun

แล้วเจอกันตอนหน้าจ้าาาา คอมเม้นท์เยอะ กำลังใจเยอะ เราก็มาไว ._____.


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 584 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,035 ความคิดเห็น

  1. #2006 pkcyhst (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 กันยายน 2563 / 03:43
    พี่ผ่านมาได้ไงวะะ ฮืออออ อยากให้ถึงวันเฉลยเร็วๆๆ แล้วพี่ที่ชอบแกล้งอินนัานพี่เทคป่าวว
    #2,006
    0
  2. #1971 space_NPW (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2563 / 00:29
    โอ้โห้ตอนคุยกัน เราหน่วงไปกับพี่เงียบเลย ;-;

    แต่เหนือสิ่งอื่นใด เราชอบความอึนของพี่เค้าด้วย555555 น่ารักจีงงงง
    #1,971
    0
  3. #1929 tangthaiparichat (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2563 / 21:59
    ตอนพูดเรื่องพระอาทิตย์พระจันทร์และดาวอะ แบบเป็นบทสนทนาที่มันกินใจมากเลยค่ะ
    #1,929
    0
  4. #1900 miiiina (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2562 / 20:28
    อิพี่น่ะ มันคิดไปละ แต่อิน้องนี่ ยังอยู่ในช่วงอ่อนแอป่าว
    #1,900
    0
  5. #1860 Kim-kibom (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2562 / 20:10
    น่ารักมากเลย
    #1,860
    0
  6. #1848 ซิ่ว (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2562 / 20:02

    น่ารักขอบคุณที่แต่งนิยายดีให้อ่านชอบมากค่ะ

    #1,848
    0
  7. #1839 Lolo02 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 เมษายน 2562 / 16:39

    งื้อออออ

    #1,839
    0
  8. #1830 SkmilkSk (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 เมษายน 2562 / 13:50
    แต่ตอนนี้เราไม่อยากมีพระอาทิตย์ ร้อนโว้ยยยยย5555
    #1,830
    0
  9. #1822 Chompoo_mg (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 เมษายน 2562 / 17:35
    น่ารัก แงงงงงงงงง
    #1,822
    0
  10. #1799 Juuzou61 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 มีนาคม 2562 / 08:47
    พี่น่ารักว่ะ
    #1,799
    0
  11. #1745 WSwen (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 26 มกราคม 2562 / 10:08
    ฮื่อน่ารักมากเลย ชอบชื่อตอนนี้มากๆด้วย
    #1,745
    0
  12. #1517 HAN (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2561 / 11:02

    ขอโทษที่ไม่ได้เม้นต์มาหลายตอนเลย ชอบบรรยากาศที่หมุนรอบของทั้งสองคนมากค่ะ งื้ออมันอบอุ่นในหัวใจทุกครั้งที่อ่าน อ่านมาหกตอนยังไม่หยุดยิ้มเลยค่ะ ตอนนี้ชอบพาสที่เปรียบเทียบดวงจันทร์พระอาทิตย์ดวงดาวมากเลยยยย แต่งดีมากค่ะ สู้ๆนะ

    #1,517
    0
  13. #1369 pparpbebi。 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 กันยายน 2561 / 10:42
    โลกของพี่เงียบเรื่องดวงดาวดวงจันทร์เรารู้สึกเหงาไปด้วยกันกับเค้าจริงๆ._. เจ็บจังพี่ทนได้ยังไงกันนะ // เนี่ยยคู่เนี้ยเหมือนแฟนกันเข้าไปทุกวันแล้วววววว
    #1,369
    0
  14. #1351 Mint S (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 29 กันยายน 2561 / 10:59
    ความซื่อของพี่เงียบนี่จริงๆก็แอบทำให้เจ็บนะ
    #1,351
    0
  15. #1306 mummummi (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 กันยายน 2561 / 08:08
    นี่มัน เกินแฟนไปแล้วววววว โอ้ยคือฟินแบบ ฟินจะวูบ
    #1,306
    1
    • #1306-1 เ ม ษ า(จากตอนที่ 6)
      14 ตุลาคม 2561 / 18:17
      เกลียดภาพโปรได้มะ5555
      #1306-1
  16. #1119 Bacon & Bear (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2561 / 00:55

    เกินไปแล้วค่ะะะ อยากให้คบกันให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย ฮือออ เขิน

    น่าติดตามมากว่าเรื่องนี้จะไม่เรียบยังไง

    เท่าที่อ่านมาน่าจะเกี่ยวกับเรื่องแบล็กกราว์?ของทั้งพี่เงียบทั้งหย๋ง รึเปล่า เดาเอา
    ส่วนคนที่ตามจีบอินจะใช่พี่ฟรายรึเปล่าน้า 55555



    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 29 กรกฎาคม 2561 / 00:57
    #1,119
    0
  17. #949 chimpleesky (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2561 / 01:55
    พี่เงียบสนใจเอาเราไปจานดาวเทียมในโลกของพี่มั้ยคะ ถึงจะเป็นแค่จานดาวเทียมแต่ก็อยู่ในวงโคจรในโลกของพี่เงียบตลอดนะคะแงงงงง
    #949
    0
  18. #879 ttni♡ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2561 / 08:51
    อยากได้พี่เงียบเป็นของตัวเอง
    #879
    0
  19. #878 chocEHEH (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2561 / 05:03
    น้ำตาไหลตรงเรื่องพระจันทร์ พระอาทิตย์ ดวงดาว ไม่รู้ว่าอินเพราะเป็นคนเหงาๆรึไง อยู่ดีๆก็ร้อง555555
    #878
    0
  20. #869 arimasa12345 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 29 เมษายน 2561 / 17:56
    พี่เม้ง อยากเห็นพี่เม้ง กับ มืดอีก 555
    #869
    0
  21. #670 panapupae (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 มีนาคม 2561 / 10:28
    ชอบบ น้องหย๋งมาเป็นพระอาทิตย์ให้โลกของพี่เงียยบไวๆนะ
    #670
    0
  22. #638 moblie- (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 มีนาคม 2561 / 01:45
    คือนี่ชอบนิยายไรต์มาก ความฟีลกู้ดนี้หาได้ยากยิ่งเจ้าค่ะ บ้าเอ้ยหยุดอ่านไม่ได้
    #638
    0
  23. #581 myyirbb:) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 มีนาคม 2561 / 13:59
    ชอบจังงง
    #581
    0
  24. #515 mothergod (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2561 / 18:26
    พี่เงียยบบบบบบบ
    #515
    0
  25. #486 Toey_109 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2561 / 08:13
    ชอบบบบค่ะ
    #486
    0