เมื่อโลกของผม...หมุนรอบตัวคุณ (Yaoi) [END]

ตอนที่ 5 : 04:56 - ใกล้ 100 per

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11,802
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 622 ครั้ง
    13 ม.ค. 61

04:56

ใกล้



“วันนี้พอแค่นี้ก่อนดีไหมวะ” ฟรายเอ่ยขึ้นหลังจากที่คิดงานล่วงเลยเวลามาจนเกือบจะเที่ยงคืน ยังพอเหลือเวลาในการทำงานชิ้นนี้

“เออ ไฉมันจะวูบไปหลายรอบแล้ว” โฉเอ่ยขึ้นพร้อมกับเก็บอุปกรณ์ที่กระจัดกระจายอยู่เต็มโต๊ะ “ดึกมากแล้วด้วย”

“กูว่าจะไปช่วยพี่ปีสามตัดโมต่อว่ะ” ฟรายหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูเวลา “เห็นพี่บอกว่าทำไม่ทัน”

“เออ งั้นเดี๋ยวกูกับไฉเอางานกลับไปเอง”

“ได้ใช่ไหม” คนที่นั่งเงียบอยู่เอ่ยถาม จริงๆคอนโดเขาอยู่ไม่ไกลมาก เขาเอางานกลับไปเองก็ได้ถ้าคนอื่นไม่สะดวก

“สบายมาก” โฉยักคิ้ว “วันนี้คงนั่งแท็กซี่กลับ ไอ้ไฉไม่ไหวแล้ว”

“ไม่ขนาดนั้น” ไฉขยี้ตาเพื่อไล่ความง่วง “แต่คงต้องพอแค่นี้ก่อน เจอกันพรุ่งนี้นะฟรายกับมืด”

“เออ กลับกันดีๆนะพวกมึง” ฟรายยิ้มกว้าง “เดี๋ยวกูไปหาพี่ต่อ”

“กลับไปพักผ่อนได้แล้วมึง” โฉหันมาพูดกับเขา “ส่วนค่าอุปกรณ์เท่าไหร่ก็บอกในกลุ่ม กูย้ำมึงรอบที่สามแล้วเนี่ย” 

“รอให้งานเสร็จค่อยบอก” เขาไม่อยากคิดเงินหลายรอบ อุปกรณ์ที่ซื้อมายังไงก็ต้องซื้อเพิ่มอยู่ดี เขาไม่ได้รีบใช้เงินไปทำอะไรอยู่แล้ว

ค่อยเอาเมื่อไหร่ก็ได้

“เออ แล้วแต่มึงอะ” โฉตอบ “งั้นกูไปก่อน พวกมึงกลับกันดีๆ”

“อืม” เขาพยักหน้าก่อนจะหันไปหยิบกระเป๋าขึ้นมาสะพายเตรียมกลับ

เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว

“เจอกันมึง” ฟรายโบกมือบ๊ายบายฝาแฝดที่เดินออกไปพร้อมกับหันไปมองเพื่อนอีกคนที่ยืนอยู่เงียบๆ “มึงจะกลับเลยใช่ป่ะมืด”

“อืม” เขาพยักหน้า “แล้วมึง?”

“ไปหารุ่นพี่ ไปช่วยแม่งตัดโม”

“อ่อ”

“ไปด้วยกันป่าว” เขาถามทั้งที่พอรู้คำตอบอยู่แล้วว่าอีกคนจะตอบกลับมาว่ายังไง “พวกพี่มันอยู่ตึกนู้นกัน ทางผ่านมึงป่ะ”

“ไม่ผ่าน” เขาตอบ “แต่ไปด้วยก็ได้”

“เห๊ย ถ้าไม่ผ่านก็ไม่ต้องไปหรอก มึงจะได้กลับไปพักผ่อน”

“เดี๋ยวเดินไปส่ง”

“กูไปได้น่า”

“อืม ไป” เขาทำเป็นไม่ได้ยินในสิ่งที่คนตรงหน้าพูด เขาไม่ค่อยได้ไปตึกที่อีกคนบอกสักเท่าไหร่ ไปเดินผ่านดูก็ไม่เสียหาย เขาไม่ได้เสียเวลามาก

คอนโดไม่ได้หายไปไหน

“เออๆ เรื่องของมึงละกัน” ฟรายหัวเราะออกมา

ขัดไปก็เท่านั้น...ปล่อยเลยตามเลย

“แล้วนี่มึงพักอยู่แถวไหน หอหน้ามอป่ะวะหรือว่ากลับบ้าน” เขาถามออกมาระหว่างเดินไปยังอีกตึกที่อยู่ถัดไปไม่ไกล

“อยู่คอนโด” 

“โอ้โห...คนรวยของจริงว่ะ” ฟรายหัวเราะ “ส่วนกูอยู่บ้าน ต้องนั่งรถเมล์มามอทุกวัน”

“ทำไมไม่อยู่หอ”

“บ้านกับมอก็ไม่ได้ไกลกันมาก ประหยัดค่าใช้จ่าย”

“อ่อ”

“แต่จริงๆกูชอบคอนโดนะ มันน่าอยู่ดี”

“อืม” เขาพยักหน้ารับ จริงอย่างที่พูด คอนโดมันน่าอยู่ แต่สำหรับเขา มันไม่ได้น่าอยู่ขนาดนั้น “ก็น่าอยู่...มั้ง” เขาเอ่ยออกมาเสียงเบา

อาจเพราะเขาไม่ได้รู้สึกแบบนั้นจริงๆ

เสียงคนคุยกันดังออกมาถึงข้างนอกทั้งที่ประตูห้องยังปิดอยู่ ฟรายหัวเราะออกมากับท่าทีสงสัยของคนข้างตัว ให้เดานี่คงเป็นครั้งแรกที่อีกคนมาเห็นอะไรแบบนี้

“เวลาปกติของพวกพี่ๆมันน่ะ” ฟรายยิ้มนิดๆ “เข้าไปด้วยกันก่อนดิ เดี๋ยวกูพาไปรู้จักพี่ๆ”

“ไม่เป็นไร กลับเลยดีกว่า”

“ไป” เขาพูดพร้อมกับจูงมืออีกคนเดินเข้ามาในห้อง

เสียงคุยยังคงดังไม่หยุด พื้นเต็มไปด้วยเศษของต่างๆที่ใช้ทำโมเดลส่งอาจารย์ในอีกไม่กี่วัน บางคนก็ทำจนเห็นเป็นรูปเป็นร่าง บางคนยังขึ้นมาแค่โครง ดูๆแล้วน่าจะอีกนานกว่าจะทำเสร็จ

เห็นอะไรแบบนี้ก็รู้ชะตากรรมในปีหน้าทันที...

“ไอ้ฟรายน้องรักกกกกกก~” เสียงที่มาจากมุมใดมุมหนึ่งดังขึ้นพร้อมกับร่างของผู้ชายที่เดินตรงมายังจุดที่พวกเขาอยู่ “มึงเหมือนสวรรค์ของกู”

“โคตรเว่อร์อะเฮีย” ฟรายหัวเราะออกมา “งานถึงไหนแล้ว”

“ถามเหมือนไม่เคยรู้จักกูอะ”

“อะ…พอเดาออกเลย” เขาถอนหายใจ “คืนนี้ผมจะได้กลับบ้านไหมวะ”

“กูเอาหมอนกับผ้าห่มมาเผื่อ”

“ขอบคุณในความหวังดีนะเฮีย” ความหวังดีที่เขาไม่ได้อยากจะรับไว้สักเท่าไหร่ “เออนี่เพื่อนผม ชื่อมืด”

“มืด?” เขาเอ่ยชื่อที่ไม่คิดว่าจะเป็นชื่อของคนก่อนจะหันไปมองตามมือของน้องที่แนะนำ “นั่นคือชื่อมึงจริงๆใช่ไหมวะ ชื่อมืดเนี่ย”

“ว่าไงก็ว่างั้น” เขาตอบ “มืดมั้ง”

“อ่าว กวนตีนกูอีก” 

“มันไม่ได้กวนตีน” ฟรายรีบอธิบาย “มึงจะกลับเลยป่ะมืด”

“เฮ๊ย จะรีบกลับทำไม ไหนๆก็มาแล้ว”

“เฮียพอเลย ผมมาช่วยแล้วนี่ไง” เขาก็แค่อยากจะแนะนำเพื่อนให้รุ่นพี่รู้จัก ไม่ได้แนะนำเพื่อให้รุ่นพี่มาขอให้ช่วยต่อ เขาเกรงใจ

“กูจะให้ไปช่วยไอ้เม้งมัน มึงดูนู่น ทำอยู่คนเดียว ไม่มีน้องมีนุ่งมาช่วย” 

เขามองไปตามมือที่รุ่นพี่ชี้ไป ร่างของผู้ชายคนหนึ่งที่กำลังเคร่งเครียดอยู่กับโมเดลที่ดูๆแล้วก็น่าจะเหลือรายละเอียดอีกไม่เยอะ ดูใกล้จะเสร็จสมบูรณ์ที่สุดถ้าเทียบกับของคนอื่นที่อยู่ภายในห้องนี้

“โห ก็พี่แกเล่นเป็นประธานห้องเชียร์นี่นา”

“เออไง คงเพราะคนอื่นเห็นว่ามันเก่ง แบ่งเวลาได้”

“…”

“แต่แม่งเหนื่อยกว่าคนอื่น เวลานอนมันแทบจะไม่มี”

“ช่วยยังไง” เขาหันไปถามฟรายกับรุ่นพี่ที่ยืนอยู่ “ถ้าจะช่วย...ช่วยยังไง”

“มึงก็เดินเข้าไปแล้วบอกว่าจะมาช่วยทำ”

“อ่อ โอเค” เขาพยักหน้า “งั้น...ไปล่ะ” 

“เฮ๊ยไอ้มืด!” ฟรายเรียกคนที่เดินนำไปแต่ดูเหมือนจะไม่ทัน “พี่ไปแนะนำมันแบบนั้นได้ไง เกิดพี่เม้งไม่พอใจจะทำยังไง”

“มันจะไม่พอใจอะไรวะ” คนเป็นพี่หัวเราะออกมา “ก็ไอ้มืดของมึงอะ...เป็นน้องรหัสมัน”

“หืม? จริงหรอวะ”

“เออดิ แต่แม่งน่าจะจำหน้าไอ้เม้งไม่ได้มั้ง” เขาหัวเราะออกมา “ก็ไม่แปลกป่ะวะ ตอนปีสองมันหล่อชิบหาย พอขึ้นปีสามแม่งแปลงกายเป็นทาซานเข้าป่า”

“พี่มึงก็ช่างเปรียบเทียบเนอะ...”

ร่างสูงหยุดลงตรงหน้าคนที่กำลังตั้งใจทำงานตรงหน้าด้วยสีหน้าเคร่งขรึม เขาคุ้นๆหน้าเหมือนเคยเจอรุ่นพี่คนนี้ที่ไหนสักที่ แต่ก็แค่คุ้น สุดท้ายเขาก็นึกไม่ออกอยู่ดี

“มาช่วยทำ” เขาเอ่ยขึ้นมาทันทีที่คนตรงหน้าเงยหน้าขึ้นมาสบตาเขา

“พูดกับกู?” คนตรงหน้าถามกลับอย่างงงๆ 

“อืม เหลือตรงไหนอีกบ้าง”

“เดี๋ยว กูงง” ไม่งงคงจะแปลก อยู่ดีๆก็เดินดุ่มๆเข้ามาแล้วบอกว่าจะช่วยเขาทำงาน ถึงจะรู้อยู่แล้วว่าคนตรงหน้าเป็นใคร แต่เขาก็สงสัยอยู่ดี

ร้อยวันพันปีไม่เคยได้เห็นหน้า

“งงอะไร” เขาถามกลับ “มาช่วยทำ”

“กูขอ?”

“ถ้าไม่ขอ...ช่วยไม่ได้เหรอ” 

“โว๊ะ!…อะไรวะ” เขาถอนหายใจออกมาอย่างไม่เข้าใจ ยิ่งถามดูเหมือนคนตรงหน้ายิ่งงง เขารู้ว่าน้องไม่ด้จะกวนประสาท แต่น้องมันถามเพราะไม่รู้จริงๆ

แล้วตัวเขาเองก็ไม่รู้จะอธิบายยังไงเพราะงงเหมือนกัน

“ตัดโมเป็นใช่ไหม” เขาถาม เวลานี้ไม่ใช่เวลาที่จะต้องมานั่งอธิบายอะไรยืดยาว การที่น้องรหัสของเขาที่ร้อยวันพันปีไม่เคยได้คุยกัน เดินเข้ามาหยิบยื่นน้ำใจอันงดงามนี้ให้

บอกเลย...ไม่อยากปฏิเสธ

เพราะ...กูอยากนอน!!!!

“อืม” เขาพยักหน้านิดๆ “ให้ตัดยังไง”

“กูร่างดินสอไว้แล้ว มึงก็ตัดตามนั้นไปก่อน อย่าเบี้ยวนะ”

“อืม”

“แล้วนี่มึงชื่ออะไร”

เพราะความที่พวกเขาไม่ได้คุยกันมานานทำให้เขาลืมชื่อเล่นของน้องรหัสตัวเอง จำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าตอนนั้นน้องได้บอกเขารึเปล่าว่าชื่ออะไร แต่เท่าที่ระลึกได้...เหมือนจะไม่เคยบอก

“มืด”

“ห๊ะ?”

“ชื่อมืด”

“นั่นคือชื่อคนจริงๆเหรอวะ” เขาหัวเราะออกมา จะบอกว่าชื่อแปลกแหวกแนวก็คงใช่ คงเป็นชื่อแรกและชื่อเดียวที่ไม่มีใครอยากใช้ซ้ำ

คนบ้าอะไรชื่อมืด

“ก็คิดเหมือนกัน” เขาตอบ “ชื่อไม่เหมือนชื่อคน”

“ส่วนกูชื่อเม้ง”

“รู้แล้ว”

“มึงจำได้?” แปลกใจขึ้นมาทันที ขนาดเขาเองยังไม่คิดว่าน้องจะจำชื่อของเขาได้ แล้วถ้าน้องจำชื่อของเขาได้จริงๆ เขาคงรู้สึกผิดมากที่จำชื่อน้องไม่ได้

แต่เขามั่นใจว่าปีที่แล้ว...ชื่อ มืด ไม่เคยเข้ามาในระบบความจำของเขา

“พี่ตรงนู้นบอก” เขาตอบพร้อมกับชี้นิ้วไปยังจุดที่ฟรายนั่งอยู่

“กูก็ตกใจเก้อ” เขาถอนหายใจออกมา

เมื่อกี้เขารู้สึกผิดไปตั้งสิบวิ...

“ตัดตรงนี้ใช่ไหม” เขาถามย้ำเพื่อความแน่ใจ ถึงจะเคยทำมาแล้ว แต่เขาไม่เคยทำช่วยคนอื่น เคยก็แต่งานตัวเองกับงานกลุ่ม

พอเป็นงานคนอื่นเลยต้องระวังเป็นพิเศษ

“เออ ตรงนั้นแหละ”

“อืม”

“แต่ถ้าง่วงหรืออยากพักมึงก็บอกได้ กูไม่ว่าอะไร”

“ไม่เป็นไร” เขาตอบ “เดี๋ยวช่วย”

“เพื่ออะไรวะ”

“อยากช่วย” เขาตอบออกมาตามความจริง “ต้องมีเหตุผลด้วยเหรอ”

“โว๊ะ!!! กูไม่คุยกับมึงแล้วโว๊ย” คุยไปก็ปวดหัวเปล่าๆ “ทำเสร็จแล้วก็บอก เดี๋ยวจะให้ตัดอันอื่นต่อ”

“อืม”

“ไอ้สาม!!!” เสียงหนึ่งดังขึ้นพร้อมกับร่างของผู้ชายคนหนึ่งที่เดินเข้ามาพร้อมกับถุงเซเว่นถุงใหญ่ “กูจะย้ำมึงเป็นรอบที่ร้อยว่ากูไม่ใช่ไลน์แมน”

“กูก็จะย้ำมึงรอบที่ร้อยว่ากูรู้แล้ว” เขาหัวเราะออกมา “มึงเห็นใต้ตาเพื่อนไหมสอง กูแทบจะเป็นซอมบี้เดินได้อยู่แล้ว”

“แล้วกูจำเป็นจะต้องรู้กับมึงไหม”

“โถ่สองเพื่อนรัก”

“กูอยากตัดสายสัมพันธ์กับมึงเดี๋ยวนี้มาก” คนตรงหน้าถอนหายใจออกมา เขาก็บ่นไปอย่างนั้น สุดท้ายเขาก็เป็นห่วงเพื่อนของเขาอยู่ดี

“ขอบคุณสำหรับเสบียง”

“เออ คืนนี้ไม่กลับหออีกสินะ”

“ไม่แน่ อาจจะกลับไปดึกๆ วันนี้มีคนมาช่วย น่าจะเสร็จไวขึ้น”

“เออๆ กูซื้อขนมมาเผื่อเยอะอยู่ แบ่งๆกันกินนะ”

“รู้แล้วน่า มึงจะกลับเลยรึเปล่าวะ”

“กลับสิวะ มึงดูเวลาด้วยครับเพื่อน”

“เออไปๆ เจอกันที่หอ”

“หมดประโยชน์ก็ไล่กูอย่างไม่มีเยื่อใย”

“หรือมึงจะช่วยกูตัดโม ได้นะครับสอง”

“งั้นกูไปล่ะ โชคดีมึง” เขาทิ้งท้ายไว้แค่นั้นก่อนจะเดินออกจากห้องไป

“ก็แค่นั้น” คนเป็นเพื่อนเอ่ยตามหลังก่อนจะเปิดถุงขนมที่เพื่อนตัวเองซื้อมา “โห...ซื้อมาเยอะอย่างกับจะให้กูกินยันชาติหน้า”

ก็พูดเว่อร์ไปงั้น...

“ตกลงชื่อเม้ง...หรือสาม” คนที่นั่งฟังบทสนทนาเมื่อครู่ทุกประโยคถามออกมาอย่างอดสงสัยไม่ได้

“ชื่อเม้ง” เขาตอบ “แต่สามเป็นชื่อเรียกที่รู้กันเองในกลุ่ม”

“…”

“กลุ่มกูมีสี่คน ก็เรียกเรียงกัน หนึ่ง สอง สาม สี่”

“เรียงยังไง”

“กูก็ไม่รู้ตรรกะแม่ง” เขาหัวเราะ “รู้อีกทีกูก็ชื่อสามแล้ว เรียกไปเรียกมาก็ติดปากกันเลยเรียกแทนชื่อเล่นจริงๆ”

“อ่อ”

“กูรู้ว่ามันเท่”

“…”

“อย่าให้กูรู้ว่ามึงแอบด่ากูในใจนะไอ้มืด” เขาเอ่ยออกมาอย่างรู้ทัน “แล้วเป็นยังไง ได้คุยกับน้องรหัสบ้างรึเปล่า” เขาถามระหว่างนั่งรอกาวที่ติดอยู่แห้ง

“ทำไม”

“กูอยากรู้”

“ก็…คุย”

“เป็นยังไง เล่าให้ฟังหน่อย”

อยากใส่ใจ

“ก็ดี” เขาไม่รู้จะอธิบายยังไง ไม่รู้ด้วยว่ามีเหตุผลอะไรที่เขาจะต้องเล่าให้คนตรงหน้าฟัง ที่เขามานั่งอยู่ตรงนี้ก็เพราะเขาตั้งใจจะช่วยทำงาน

ไม่ได้มานั่งเพื่อตอบคำถามเรื่องอื่น

“ก็ดีหมายความว่าไง ช่วยขยายความด้วยครับ” ต้องพูดยาวๆใช่ไหม คนตรงหน้าถึงจะเข้าใจว่าเขากำลังจะสื่อถึงอะไร

มันคุยกันรู้เรื่องจริงๆรึเปล่าวะ...

“ก็ดี หมายถึง”

“…”

“ดีที่สุด...ในตอนนี้”




ทุกวันยังดำเนินต่อไปไร้ซึ่งสีสัน หย๋งยกมือขึ้นปิดปากหาวหลังจากที่นั่งฟังเลคเชอร์ในวิชาเลือกเสรีมานานกว่าหนึ่งชั่วโมง คงไม่ต้องถามถึงคนที่นั่งเรียนข้างๆ รายนั้นนอนหลับไปตั้งแต่อาจารย์ขึ้นสไลด์แรก

เฮ้อ...

“อิน เดี๋ยวกูไปเข้าห้องน้ำแป๊บนะ” เขาสะกิดบอกเพื่อนเสียงเบาเพื่อไม่ให้เสียงของตัวเองไปรบกวนคนอื่น

แต่ความจริงพูดดังกว่านี้ก็คงไม่เป็นไร คนเกือบครึ่งห้องได้ไปนอนเฝ้าพระอินทร์กันหมดแล้ว...

คนที่ฟุบหลับไม่ตอบอะไรกลับมา มีเพียงแค่ศรีษะที่ขยับเล็กน้อยเป็นเชิงว่ารับรู้แล้ว หย๋งหยิบกระเป๋าสตางค์ติดมือออกมาก่อนจะเดินออกมาจากห้องเงียบๆ ขืนอยู่นานกว่านี้มีหวังเขาได้นอนหลับไปอีกคน

ช่วงนี้มันน่าเบื่อเกินไป...

การเป็นปีหนึ่งทำให้ต้องปรับตัวหลายๆอย่าง ทั้งเวลาเรียนที่แปลกออกไปจากมัธยม กิจกรรมที่มีมากขึ้น และไหนจะสังคมเพื่อนและพี่ที่กว้างขวางขึ้น ทุกวันนี้เขาไปกินข้าวกับเพื่อนๆแทบจะไม่ซ้ำกลุ่มเดิม บางวันก็ไปกันเป็นกลุ่มใหญ่จนนึกว่าเหมาร้านกินข้าว บางวันถ้าเสร็จจากงานที่อาจารย์สั่งก็มีไปเที่ยวกับรุ่นพี่บ้างเป็นบางครั้ง รวมๆก็ถือว่าเป็นสังคมที่เขาชอบและรู้สึกสนุก แต่อีกมุมเขาก็รู้สึกเบื่อ

อาจเพราะยังไม่เจออะไรที่สนใจจริงๆ...

Y : วันนี้น่าเบื่ออีกแล้ว

Y : พี่ทำอะไรอยู่ครับ?


คำถามที่เขามักจะถามคู่สนทนาทุกครั้งที่กดเข้าแอพลิเคชั่นที่คุ้นเคย เขายังคงคุยกับพี่เทคตัวเองทุกวัน แม้ในบางวันประโยคสนทนาจะวนลูปเดิมๆ แต่ก็ไม่เคยมีวันไหนที่พวกเขาไม่คุยกัน

ชินกับการคุยแบบนี้ไปซะแล้ว

Y : ตอนนี้หนีออกมาจากห้องเลคเชอร์

Y : ง่วงมาก


เขายังคงพิมพ์ส่งไปไม่หยุด บางครั้งอีกฝ่ายก็ตอบกลับช้าจนเขาแทบจะลืมความรู้สึกตอนที่พิมพ์ส่งไป แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังเลือกที่จะเล่าทุกอย่างให้อีกคนฟัง

มีคนรับฟัง...แค่นั้นก็พอแล้ว


: อยู่ไหน


ข้อความที่ตอบกลับมาทำให้คนที่กำลังพิมพ์ขมวดคิ้วทันที ปกติอีกฝ่ายไม่ได้อ่านข้อความเร็วขนาดนี้ หรือว่าตอนนี้อีกฝ่ายไม่มีเรียนแล้ว

Y : อยู่ตึกสองครับ

Y : จะมาหาเหรอ :)

: เปล่า

: พึ่งเลิกเรียน

Y : พี่อยู่ตึกไหน เดี๋ยวผมไปหาเองก็ได้


เหมือนพูดเล่น แต่เขาพูดจริง


: ไม่บอก

Y : เดี๋ยวหย๋งรู้


เขารีบพิมพ์ไปอย่างรู้ทัน รอยยิ้มเล็กๆเผยออกมาอย่างคนอารมณ์ดี เขาเจอข้อความนี้ของอีกฝ่ายบ่อยจนจำได้ขึ้นใจ แรกๆก็รู้สึกเฉยๆกับข้อความนี้ แต่หลังๆเริ่มรู้สึกชอบอย่างบอกไม่ถูก

เหมือนประโยคประจำที่เขาต้องเห็นทุกครั้งเวลาคุยกับอีกฝ่าย

: เข้าเรียนได้แล้ว

: ออกมานานรึยัง

Y : พึ่งออกมาได้สักพักเอง

Y : ขอเวลาอีกหน่อย กลับเข้าไปก็ง่วงอยู่ดี

: แล้วทำยังไงถึงจะไม่ง่วง

: กาแฟ?

Y : ก็ดีนะครับ

Y : จะซื้อมาให้เหรอ?

: อืม

คำตอบที่ส่งกลับมาทำให้เขาหยุดชะงัก ทั้งที่ปกติข้อความที่ตอบต้องเป็นเชิงบอกปัดแท้ๆ แต่ทำไมครั้งนี้รับคำง่ายจัง จู่ๆก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมา

จะได้เจอกันก่อนวันเฉลยงั้นเหรอ...


: หมายถึง

: เดี๋ยวฝากเพื่อนไป


“โธ่…” ลมหายใจร้อนๆพ่นออกมาพร้อมกับความผิดหวังที่แสดงออกอย่างปิดไม่มิด

นึกว่าจะมาเองแท้ๆ


Y : ไม่เป็นไร ผมเกรงใจเพื่อนพี่

Y : ผมอยากเจอพี่นี่นา


หย๋งนั่งลงที่โต๊ะว่าง นิ้วกดข้อความส่งกลับไปก่อนที่เขาจะเงยหน้ามองไปรอบๆ คณะของเขายังเต็มไปด้วยผู้คนเหมือนทุกๆวัน จริงๆมันก็เหมือนความฝันที่เขาได้เข้ามาเรียนที่นี่ ได้เรียนในคณะที่อยากเรียน

ยังจำช่วงเวลาที่อ่านหนังสือติวสอบอย่างหนักเพื่อให้เข้าที่นี่ได้อยู่เลย...

“อ๊ะ…!” ไอเย็นที่สัมผัสที่แก้มทำเอาคนที่นั่งเหม่ออยู่สะดุ้งสุดตัว เขาหันไปมองพร้อมกับปากที่กำลังจะพ่นคำด่าออกมา แต่คำเหล่านั้นกลับหายไปกลายเป็นรอยยิ้มเข้ามาแทนที่ทันทีที่รู้ว่าคนที่ทำเป็นใคร

“ตกใจเหรอ” คนที่ถือแก้วกาแฟอยู่ถามออกมาด้วยท่าทางใสซื่อ

ถ้าเป็นคนอื่นเขาคงคิดว่ากำลังแกล้งเขาเล่น แต่พอเป็นคนๆนี้...เขาเชื่อว่าซื่อจริงๆ

“ใครสอนให้พี่ทักทายคนแบบนี้เนี่ย” หย๋งบ่นคนที่ยืนอยู่ ทั้งที่เขาควรจะโกรธ แต่พอเห็นหน้าตาซื่อๆแล้วเขากลับโกรธไม่ลง

“ทักทายหย๋ง” เขาเอ่ยออกมาอย่างไม่เข้าใจ ทำอะไรผิดตรงไหน

แค่ซื้อกาแฟมาให้...

“พี่นี่มันพี่จริงๆเลย” หย๋งหัวเราะออกมา “มีอะไรรึเปล่าครับ”

“…” เขาไม่ตอบคำถาม แต่กลับยื่นแก้วกาแฟที่ถืออยู่ให้ “ให้”

“ของผม?” เขาชี้นิ้วเข้าหาตัวอย่างงงๆ “พี่ซื้อให้ผมเหรอ”

“…” จะให้บอกว่ายังไง

เขาควรจะตอบออกไปว่ายังไง

พี่เทคของหย๋งฝากเขามาอย่างนั้นเหรอ...แต่พี่เทคของหย๋งก็คือเขา พี่รหัสของหย๋งก็คือเขา เพื่อนของพี่เทคหย๋งก็คือเขา หรือจะสรุปง่ายๆคือ ทุกคนคือเขา

“พี่ผมฝากพี่มาเหรอ?”

“…” เขาพยักหน้ารับทันทีที่หย๋งถามซ้ำ “ใช่”

ก็น่าจะแบบนั้น

“แล้วพี่รู้ได้ยังไงว่าผมอยู่ที่นี่”

“…”

“ผมหมายถึง...รู้ได้ยังไงว่าคนที่นั่งอยู่ตรงนี้เป็นผม”

“จำได้” เขาตอบกลับทันที

ไม่เห็นจะจำยากตรงไหน

“แต่ผมนั่งหันหลังอยู่”

“อืม” เขาพยักหน้า “จำได้”

“แค่เห็นหลังก็จำได้แล้วเหรอ?”

“คงงั้น” เขาตอบ “ไม่ยาก จำได้หมด”

“…”

“จำยากตรงไหน” เขาถามออกมาอย่างไม่เข้าใจ หย๋งอยู่ในสายตาเขามาโดยตลอด เวลาไปไหนเขาก็มักจะเห็นหย๋ง พอเห็นบ่อยๆเขาก็จำลักษณะท่าทางได้

ไม่เห็นแปลก

“ท่องไว้หย๋ง...พี่เงียบก็คือพี่เงียบ” หย๋งพึมพำบอกกับตัวเอง “เฮ๊ย!!!” เขาร้องออกมาเสียงหลงเมื่อร่างที่ยืนอยู่โน้มตัวเข้ามาใกล้

“เมื่อกี้...พูดอะไร”

“…”

“เหมือนได้ยิน...แต่ไม่ชัด”

“เปล่า...ไม่มีอะไรสักหน่อย” เขาปฏิเสธออกไปก่อนจะยื่นมือไปรับแก้วที่อีกคนถืออยู่ “กาแฟแก้วนี้ใช่ไหม...ที่พี่ผม...เอ่อ...ฝากพี่มาให้”

“อืม”

“พี่กับพี่ผมเป็นเพื่อนกันเหรอ”

“…”

จะว่างั้นก็ได้มั้ง...

“ดีจังเนอะ” หย๋งยิ้มออกมา “คราวหน้าถ้าผมอยากฝากอะไรให้พี่ ผมฝากผ่านพี่ได้ใช่ไหม”

“…อืม” เขารับคำ “ได้”

“เวลาพี่ผมจะฝากอะไรให้ผม ก็คงจะฝากผ่านพี่ใช่ไหมครับ?”

“อืม”

“งั้นก็ดีสิเนอะ” เขายิ้มกว้าง “พี่คงหาผมเจอง่ายกว่าทุกคน” ไม่รู้ทำไมพูดออกมาแล้วเขารู้สึกเขินเองอย่างบอกไม่ถูก ก็พี่เงียบเคยบอกเขาเองว่า


หย๋งไม่เจอพี่...พี่ก็เจอหย๋ง


เขาเริ่มเชื่อคำพูดนั้นจริงๆแล้ว...

“คงใช่”

“…”

“หย๋งหาไม่ยาก...ยังไงก็หาเจออยู่แล้ว”

“ผมก็อยากให้เป็นแบบนั้น”

“…?” เขาสบตากับหย๋งที่กำลังดูดกาแฟอย่างไม่เข้าใจ “แบบไหน”

“แบบที่พี่บอกว่าหาผมได้ไม่ยาก”

“…”

“ผมก็อยากหาพี่เจอ”

“…”

“อยากเจอเมื่อไหร่ก็ได้เจอ...หันไปหาเมื่อไหร่ก็เห็นพี่”

“…”

“ผมอยากให้เป็นแบบนั้น”

คำพูดที่ออกมาจากความรู้สึกจริงๆของหย๋งทำให้คนฟังถึงกับเงียบไป หลายครั้งที่เขาไม่เข้าใจในสิ่งที่หย๋งต้องการจะสื่อออกมา แต่แปลกที่ครั้งนี้เขาเหมือนจะเข้าใจทุกอย่าง เข้าใจทุกคำพูด

เหมือนหย๋งกำลังบอกเขาว่า...อยากมีเขาอยู่ในชีวิตของหย๋ง

เขาเข้าใจถูกรึเปล่า เขาไม่ได้เข้าใจผิดไปเองใช่ไหม และถ้าสิ่งที่เขาเข้าใจมันถูก...

จะต้องตอบกลับไปยังไง

จะตอบกลับไปแบบไหน...เพื่อให้อีกคนรู้ว่า...เขาดีใจที่ได้ยินคำพูดเหล่านั้น

ดีใจจริงๆ

“แน่ใจเหรอ...ว่าอยากให้เป็นแบบนั้น”

“แล้วมีเหตุผลอะไรที่ผมต้องไม่แน่ใจ”

“ไม่รู้”

แค่คิดว่า...คนอย่างเขาน่ะเหรอที่หย๋งอยากจะหันไปหาเมื่อไหร่ก็เจอ

เขาจริงๆเหรอ

“ตอนแรกผมไม่ได้นึกสนใจพี่เป็นพิเศษหรอกนะ” หย๋งสารภาพออกมาจากความรู้สึกจริงๆของเขา “แต่ตอนนี้ผมอยากรู้จักพี่ให้มากขึ้น”

“…”

“แต่ผมคิดว่า...คำว่ารู้จักให้มากขึ้นของเราสองคนคงต่างกัน”

“แล้ว...ของหย๋งหมายความแบบไหน”

“อยากรู้จริงๆเหรอครับ?”

“อืม…จะได้เข้าใจ”

“เข้าใจ?”

“อืม อยากเข้าใจ”

“…”

“จะได้เข้าใจตรงกัน”

คำถามที่อีกฝ่ายถามออกมาทำให้เขายิ้มออกมาอย่างควบคุมไม่อยู่ เพราะเป็นพี่เงียบเลยทำให้คำพูดนี้ดูใสซื่อขึ้นหลายเท่า ถ้าเป็นคนอื่นเขาคงไม่คิดแบบนั้น

“ผมไม่บอกหรอก”

“อ่าว...”

“เข้าใจไม่ตรงกันก็ไม่เห็นแปลกตรงไหน”

“…”

“เดี๋ยวสักวันมันก็ตรงกันเองแหละ” เขาเชื่อแบบนั้น

ตอนนี้เขารู้สึกว่าชีวิตเขา...เริ่มมีสีสันขึ้นมาแล้ว

“พี่เงียบ” เขาเรียกคนตรงหน้าเมื่อเห็นว่าเงียบไป ความจริงเขาก็เริ่มชินกับปฏิกิริยาของพี่เงียบ รู้ว่าเป็นคนคุยไม่เก่ง “เย็นนี้พี่ไปไหนต่อไหมครับ?”

“…” เขาหยุดคิดไปพักหนึ่ง ตอนแรกเย็นวันนี้เขามีนัดทำงานต่อ แต่ดูเหมือนว่าโฉกับไฉจะไม่ว่างเลยเลื่อนนัดไปทำวันพรุ่งนี้แทน “น่าจะกลับเลย”

“รอผมก่อนสิ”

“…?”

“ผมคิดว่าเย็นนี้ต้องหิวข้าวมากแน่ๆ”

“อืม ยังไงต่อ”

“อยากไปกินข้าวบนคอนโดสูงๆครับ” หย๋งยิ้มกว้างจนตาหยี เขาหัวเราะออกมาเมื่อเห็นท่าทางของคนตรงหน้าที่ดูอึ้งนิดๆ “ก็ผมเคยบอกว่าจะไปอีกนี่นา”

“อืม” เขาพยักหน้า “ไม่ได้ว่าอะไร”

“หมายถึง?”

“เลิกห้องเชียร์กี่โมง” เขาจะได้กะเวลาออกมารับหย๋งถูก “อยากกินอะไร”

“วันนี้น่าจะเลิกเกือบๆสองทุ่ม” หย๋งถอนหายใจ “ความจริงกะจะโดดแต่คิดไปคิดมา ไม่โดดดีกว่า”

“ดีแล้ว” เขายิ้มบางๆ “ไม่ต้องโดด เดี๋ยวออกมารับ”

“ผมจำทางไปคอนโดพี่ได้ ไม่ต้องออกมารับก็ได้”

“ไม่เป็นไร เดี๋ยวออกมารับ”

“ผมไม่เถียงแล้ว” เขายิ้ม “‘งั้นเดี๋ยวเราค่อยซื้ออาหารไปกินละกันเนอะ”

“อืม…เอางั้นก็ได้”

“ขอบคุณครับ~” 

“หย๋ง”

“หืม?”

“อยากกินที่คอนโดจริงๆเหรอ” เขาถามออกมาอย่างไม่มั่นใจ ไม่เคยมีใครพูดแบบนี้กับเขามาก่อน การที่หย๋งพูดออกมาแบบนี้ทำให้เขาไม่มั่นใจว่าหย๋งต้องการแบบนั้นจริงๆไหม

หรือมีอะไรแอบแฝง

ถ้ามี...ช่วยบอกเขาตรงๆ เขาไม่รู้จริงๆ

“ครับ หรือว่าพี่อยากไปกินข้างนอก?”

“เปล่า...ช่างเถอะ” เขาถอนหายใจออกมา

ไม่รู้จะถามยังไง

“มีอะไรรึเปล่าครับ หรือว่าพี่ไม่สะดวกให้ผมไป” หย๋งถามกลับ เขาไม่อยากไปรบกวนถ้าพี่เงียบไม่ว่าง

“เปล่า” เขาส่ายหน้า 

“ผมอยากไปกินข้าวกับพี่”

“…”

“แค่นี้แหละครับ...เหตุผลของผม”

ไปกินที่คอนโดสูงๆ...มันก็แค่ข้ออ้าง


วันนี้พระอาทิตย์ดูสวยกว่าทุกวัน และพระจันทร์ก็น่ามองกว่าทุกครั้ง...

ร่างสูงเดินกลับเข้ามาที่คณะอีกครั้งหลังจากที่นาฬิกาบอกเวลาใกล้จะสองทุ่ม หลังจากที่กลับไปที่คอนโดเขาก็เคลียร์งานที่ทำค้างไว้เพื่อรอเวลากลับเข้ามหาวิทยาลัยเพื่อมารับอีกคน เขาไม่เคยทำอะไรแบบนี้ นี่เป็นครั้งแรก

โทรศัพท์มือถือราคาแพงถูกหยิบขึ้นมาพร้อมกับนิ้วยาวที่กดเข้าไปที่กล้องถ่ายรูป เขามักจะถ่ายรูปพระอาทิตย์ทุกครั้ง และน้อยครั้งที่เขาจะถ่ายรูปพระจันทร์

อาจเพราะพระจันทร์คล้ายกับตัวเขาเกินไป...

“รอนานไหมครับ” น้ำเสียงสดใสที่แค่ได้ยินก็สามารถเดาได้ทันทีว่าคือใคร เขาหันกลับไปตามเสียงก่อนจะส่ายหน้าช้าๆแทนคำตอบ

พึ่งมาถึง

“ถ่ายรูปอะไรอยู่เหรอ” หย๋งถามออกมาด้วยความอยากรู้ เขาเห็นพี่เงียบดูหน้าจอโทรศัพท์ก่อนจะกดถ่ายรูปตั้งนาน

“พระจันทร์” เขาตอบ “วันนี้พระจันทร์สวย”

“เหรอครับ” หย๋งพูดพร้อมกับเงยหน้ามองท้องฟ้า “ผมว่าก็เหมือนทุกๆวันนะ”

“เหรอ...”

ทำไมเขารู้สึกว่ามันไม่เหมือน

พระจันทร์วันนี้สวยและน่ามอง

“หิวรึยังครับ ผมหิวตั้งแต่เข้าห้องเชียร์” เขาบ่นออกมา ทั้งที่กินข้าวก่อนจะเข้าไปแต่ซ้อมได้ไม่นานก็หิวอีก สงสัยคงใช้พลังงานไปเยอะ

“อืม หิวเหมือนกัน” เขายิ้มนิดๆ 

หย๋งจะรู้ตัวไหมว่าเวลาที่กำลังพูดถึงอะไรสักอย่าง...มันน่ารัก

“ผมจะกินให้ลืมหิวเลย” 

“อืม เต็มที่”

“กินให้ท้องแตกเลย”

“อันนั้นก็เกินไป”

“นึกว่าจะไม่ห้ามกันซะแล้ว” หย๋งยิ้ม “วันนี้พี่มีงานต้องทำไหมครับ”

“มี แต่เริ่มทำไปบ้างแล้ว” เวลาว่างทั้งหมดเขาก็เอาไปทำงาน เลยไม่มีปัญหาเวลาที่ต้องส่งงานในแต่ละครั้ง “หย๋งล่ะ”

“จริงๆก็มี” เขาถอนหายใจออกมา “งานแก้น่ะครับ ตอนแรกคิดว่างานดีแล้ว แต่พอส่งไปอาจารย์บอกว่ามีจุดผิดเยอะเลย” เขาหัวเราะออกมาทั้งที่ความจริงในสถานการณ์ตอนนั้นมันเครียดจนหัวเราะไม่ออก

ก็มั่นใจว่าทำดีแล้วจริงๆ

“…”

“หรือผมไม่เหมาะกับคณะนี้จริงๆ”

“คิดมาก” คนที่ฟังทุกประโยคเอ่ยออกมา “งานแรกใช่ไหม”

“ถ้าของวิชานี้ ก็ใช่ครับ”

“แล้วจะตัดสินได้ยังไงว่าตัวเองเหมาะหรือไม่เหมาะ”

“…”

“ไม่มีใครเก่งมาตั้งแต่เกิด ทุกคนก็มีจุดที่ต้องพัฒนา”

“อืม นั่นสิ” หย๋งยิ้มออกมา “ผมก็คิดแบบที่พี่พูดออกมา”

“…”

“แต่ไม่รู้ทำไม พอเป็นพี่พูด...ผมรู้สึกดีกว่าที่ตัวเองบอกกับตัวเอง”

“…”

“คงเป็นเพราะปกติพี่ไม่พูดยาวกับผมแบบนี้” เขาหันไปยิ้มให้คนข้างๆ ทั้งที่คำพูดที่พี่เงียบพูดมาเป็นคำพูดที่เขารู้อยู่แล้ว เป็นคำพูดทั่วไปที่ใครๆก็พูดกัน

แต่พอเป็นพี่เงียบที่พูดออกมา...เขากลับรู้สึกว่ามันมีพลังมากเป็นพิเศษ

“ที่พูดกับหย๋ง...ก็ยาวที่สุดแล้ว”

“ครับ ผมเชื่อ” เขาเชื่อทุกอย่าง

“ไม่คิดมากแล้วนะ” มือข้างหนึ่งเอื้อมไปยีหัวอีกคนอย่างอดไม่ได้ เขาไม่รู้จะแสดงออกยังไงให้ดูเหมาะสม เขาไม่รู้วิธีการแสดงออก รู้แค่ว่าอยากทำอะไรเขาก็จะทำ

“เนี่ย ก็เป็นซะแบบนี้”

“…”

คนพึ่งเลิกกับแฟนมันอ่อนไหวง่าย...พี่รู้ไหม

“พี่เงียบ”

“อืม”

“ที่ผ่านมา พี่อยู่ยังไงเหรอครับ” อาจจะดูเป็นคำถามแปลกๆ แต่เป็นสิ่งที่เขาอยากรู้จริงๆ อยากรู้ว่าที่ผ่านมาก่อนที่จะเจอกันเป็นยังไง

“ปกติ”

“ปกติคือ?”

“เรียน ทำงานส่ง กลับคอนโด”

“แค่นี้เหรอครับ?”

“อืม…แค่นี้ก็ไม่มีเวลาทำอย่างอื่นแล้ว”

“ไม่ไปเที่ยวกับเพื่อนบ้างเหรอครับ”

“…” เขาเงียบไปเมื่อเจอคำถามที่ไม่คิดว่าอีกคนจะถาม ทั้งที่ความจริงหย๋งจะสงสัยเรื่องนี้ก็ไม่แปลก เขาไม่รู้จะตอบคำถามนี้ยังไง แต่ถ้าให้ตอบตามความจริงเขาก็คงจะตอบว่า “ไม่มี”

“ครับ?” หย๋งหันไปหาทันทีที่ได้ยินคำตอบ “จริงเหรอ”

“อืม…ก็จริง”

“พี่โอเคไหม”

“อืม”

ทำไมจะไม่โอเคในเมื่อเขาก็อยู่แบบนี้มาตลอด

อยู่คนเดียวทั้งที่เขาไม่เคยรู้ว่าที่ผ่านมาเขาทำอะไรผิด...

ไม่รู้ว่าทำไมคนอื่นถึงไม่อยากสร้างสัมพันธ์ด้วย

เขาไม่รู้

“เวลาพี่มีเรื่องไม่สบายใจพี่ทำยังไงครับ”

“เดี๋ยวก็ลืม”

“ไม่อยากพูดให้ใครสักคนฟังเหรอครับ”

“พูดทำไม”

“…”

“พูดไปก็ไม่มีใครฟังอยู่ดี”

“…” คำตอบที่ได้รับทำให้ขาทั้งสองข้างหยุดเดินลงทันที คำตอบเพียงไม่กี่คำทำไมทำให้เขารู้สึกเศร้าได้ถึงขนาดนี้ ทั้งที่พี่เงียบพูดมันออกมาด้วยท่าทีปกติ

แต่เขารับรู้ถึงความโดดเดี่ยวในคำตอบเหล่านั้น

มันเกิดอะไรขึ้นกับพี่กันแน่...

“หย๋ง” เขาเรียกชื่อคนตรงหน้าออกมาอย่างไม่เข้าใจ “เป็นอะไร”

“ถ้าผมเป็นคนนั้นล่ะ”

“…”

“เป็นคนที่พร้อมจะฟังพี่ในทุกๆเรื่อง”

“…”

“ให้ผมเป็นคนนั้นได้ไหม” หย๋งสบตาคนตรงหน้าด้วยแววตาจริงจัง เขาไม่เข้าใจสาเหตุเลยด้วยซ้ำว่าทำไมพี่เงียบถึงเป็นแบบนี้

เขาไม่เคยรู้มาก่อน

“ไม่ว่าพี่จะพูดอะไร...ผมจะเป็นคนฟัง”

“…”

“จะฟังทุกอย่าง”

“เป็นอะไรรึเปล่า” เขาถามออกมา แม้จะไม่เข้าใจสิ่งที่หย๋งพูดมากนักแต่เขายอมรับว่าเขารู้สึกดีกับสิ่งที่หย๋งพูดกับเขา รู้สึกถึงความจริงใจที่ส่งผ่านมา

“ที่บอกว่าผมอยากรู้จักพี่...ผมหมายความแบบนั้นจริงๆ”

“…”

“โลกของพี่เป็นยังไง...มีที่ว่างจะให้ผมเข้าไปได้ไหม”

“…”

“ผมอยากเข้าไปในโลกของพี่”

อยากเข้าไปจริงๆ

“มันไม่มีอะไรให้น่าค้นหาหรอก”

“…”

“ทั้งหมดที่ผ่านมา...คือโลกของพี่”

“…”

“หย๋งเข้ามาในโลกของพี่แล้ว”








----------------------------------------------------

หย๋งเข้ามาอยู่ในโลกของพี่เงียบตั้งนานแล้ว...


เฉลยหนึ่งอย่างแต่ไม่รู้คนอ่านสังเกตไหม(?)

พี่เม้งของเราก็คือพี่สาม เพื่อนของน้องบุ๋นใน (ผม)จีบหมอ นั่นเองค่ะ

ฝากพี่เม้งของเราไว้ในอ้อมอกอ้อมใจด้วยนะคะ <3


ดีใจที่ทุกคนยังรอกันอยู่ ฝากติดตามกันต่อไปเรื่อยๆด้วยนะคะ

เรื่องนี้เราจะอัพตอนนึงยาวเป็นพิเศษเพราะรายละเอียดค่อนข้างเยอะ

เนื้อเรื่องในช่วงแรกจะค่อยๆเป็นพัฒนาการของแต่ละตัวละคร

หวังว่าจะชอบและถูกใจกันนะคะ

สุดท้ายนี้


คอมเม้นท์ให้กำลังใจกันหน่อยน้าาาา 

คอมเม้นท์ของนักอ่านสำคัญกับเรามากจริงๆ มันเป็นกำลังใจที่ทำให้รู้ว่ายังมีคนรอติดตามอยู่

ขอบคุณทุกกำลังใจนะคะ

รักน้าาา <3333


ปล. อย่าลืมติดแท็ก #เมื่อโลกของผม ด้วยน้าาา XD

B
E
R
L
I
N
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 622 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,035 ความคิดเห็น

  1. #2026 oohsalu (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 กันยายน 2563 / 23:25
    หึยยยย เขินๆ
    #2,026
    0
  2. #2005 pkcyhst (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 กันยายน 2563 / 03:31
    ขำที่คนพี่จำพี่รหัสตัวเองไม่ได้ แล้วไปช่วยเขา พี่ดูโดดเดี่ยวมากเลยย เอาน้องมาเติมสีสันนะ อยากรู้ชื่อจริงๆ แล้ว
    #2,005
    0
  3. #1970 space_NPW (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2563 / 00:12
    นึกภาพออกเลย พี่เงียบคล้ายดวงจันทร์จริงๆ
    #1,970
    0
  4. #1928 tangthaiparichat (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2563 / 21:49
    แงง สงสารพี่เงียบต้องเหงามากแน่ๆ
    #1,928
    0
  5. #1859 Kim-kibom (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2562 / 20:00
    พี่เงียบ คงเหงามานานมากอ่ะ
    #1,859
    0
  6. #1852 maemond (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2562 / 22:15
    น้ำตาไหลเลยอะ
    #1,852
    0
  7. #1819 Mew (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 เมษายน 2562 / 16:22

    สตั้นตอนที่พี่เงียบบอกว่า พูดไปก็ไม่มีใครฟัง

    #1,819
    0
  8. #1760 HaeMay (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 มกราคม 2562 / 22:18
    น้องเข้าไปอยู่ในโลกของพี่ล่ะนะ แงงงงง
    #1,760
    0
  9. #1743 WSwen (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 มกราคม 2562 / 07:06
    พี่เงียบน่ารักจังค้าบ แง้
    #1,743
    0
  10. #1729 Piszerel (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 มกราคม 2562 / 03:07
    ฮื้มมมมมม
    #1,729
    0
  11. #1728 Piszerel (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 มกราคม 2562 / 02:29
    ทาซานเข้าป่า55555555555
    ฉันว่าแล้วๆๆๆๆๆ
    #1,728
    0
  12. #1502 __b.bam (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2561 / 20:10
    ก็ว่าคุ้นๆ 1 2 3 4
    #1,502
    0
  13. #1458 findmamaa (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2561 / 02:25
    ขออนุญาติกระแซะๆเข้าไปอยู่ในโลกของพี่ด้วยได้ไหมคะ
    #1,458
    0
  14. #1368 pparpbebi。 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 30 กันยายน 2561 / 10:29
    ในที่สุดก็รู้ชื่อของสามแล้วววววดีใจจค่ะ555555 โลกของพี่เงียบที่ผ่านมามันเหงาจังเลย พี่เหมือนกระต่ายอยู่บนดวงจันทร์มากๆเลย ตอนนี้มีเพื่อนที่เข้าหา มีน้องที่น่าเอ็นดู ไม่เหงาแล้วนะ อย่ากลับไปเหงาอีกเลยนะ
    #1,368
    0
  15. #1350 Mint S (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 29 กันยายน 2561 / 10:45
    เราก็ว่าแก๊งหนึ่ง สอง สาม สี่นี่คุ้นๆ ฮาาา
    ทำไมพี่เงียบเหงาจังเลยนะ หย๋งเข้าไปแล้วห้ามทำพี่เงียบเสียใจนะ
    #1,350
    0
  16. #1334 fazaferinns (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 กันยายน 2561 / 12:49
    น่ารักกกกก ตอนพี่เงียบพูดว่า พูดไปก็ไม่มีใครฟัง อีนี่น้ำตาคลอเลยจ้าสา ฮื้อ พี่เงียบของน้องงงง
    #1,334
    0
  17. #1320 chompu_y (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 กันยายน 2561 / 10:24
    พี่สามมมมม แก๊งบุ๋นนี่เอง โอยยยดีจาย
    #1,320
    0
  18. #1305 mummummi (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 กันยายน 2561 / 07:58
    คือแบบแก๊รรรร มันเหมือนคำสารภาพรักแบบของพี่เงียบอ่ะ ดี โคตรดี หย่งยิ่งดี ฮือออ
    #1,305
    0
  19. #1298 Hibiki10 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 กันยายน 2561 / 09:09
    เรื่องนี้ถ้าไม่มีหย๋ง เราคิดว่ามืดคือนายเอกแล้วเม้งคือพระเอกแล้วนะเนี่ย ฟิลได้เหมือนกันนะ 55
    #1,298
    0
  20. #1118 Bacon & Bear (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2561 / 00:35

    ชอบฟีลลิ่งแบบนี้มากเลยค่ะ แบบที่เรื่องค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป ความรู้สึกของตัวละครค่อยๆ พัฒนา

    เอาจริงตอนนี้พี่เงียบเหมือนแอบอ่อยน้องโดยที่ตัวเองก็ไม่รู้ตัวนะ ถถถถ ฮือออ ซื่อจริงๆ ค่ะ แต่น่ารักและจริงใจที่สุด

    ส่วนหย๋ง เราก็มองว่าได้ความจริงใจของพี่เงียบเนี่ยแหละเยียวยาความรู้สึกแย่ๆ ต่างๆ ><

    อยากจะบอกว่าจำได้ทันทีที่เห็นชื่อสามกับสองเลยค่ะไรท์ 5555 อดอุทานไม่ได้ว่า อ้าว เพื่อนบุ๋นนี่!

    #1,118
    0
  21. #1037 filmfilm12123 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2561 / 19:05
    ชอบบบบบ
    #1,037
    0
  22. #984 MissbeeeBunnyfiy (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2561 / 01:24
    มันเหมือนจะฟินแต่ก็แอบเศร้าอ่ะ ไม่รู้สิ บอกไม่ถูกเหทือนกันท
    #984
    0
  23. #948 chimpleesky (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2561 / 01:40
    เพ่!!มันจะเกินไปแล้วว้อยยยยย เขินว้อยยยยย
    #948
    0
  24. #751 Rainbow_Jang (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 เมษายน 2561 / 08:35
    ใสใสสไตล์พี่เงียบ
    #751
    0
  25. #669 panapupae (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 มีนาคม 2561 / 10:04
    น้องหย๋งจะเขินขนาดไหน ขนาดเรายังเขินเลย><
    #669
    0