เมื่อโลกของผม...หมุนรอบตัวคุณ (Yaoi) [END]

ตอนที่ 3 : 02:58 - ต้องอ่อนโยน 100 per

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 13,133
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 694 ครั้ง
    3 ม.ค. 61

02:58

ต้องอ่อนโยน



Y : พึ่งถึงหอ เหนื่อยมากเลยยยยยยยยยย

Y : พี่ทำอะไรอยู่ครับ?


ข้อความที่เด้งขึ้นมาทันทีที่หมุนตัวกำลังจะเดินกลับไปที่คอนโดทำให้เขาหันหลังกลับไปมองอีกครั้ง ร่างของเด็กปีหนึ่งที่พยายามพิมพ์ข้อความลงมือถือทั้งที่มือยังคงอุ้มกล่องใบใหญ่อยู่

ดูแล้วรู้สึกแปลกดี

ไม่เห็นต้องรีบบอกขนาดนั้น


: กำลังจะกลับคอนโด


เขาส่งข้อความกลับไปก่อนที่ขาทั้งสองข้างจะเดินห่างออกมาจากหอพักในมหาวิทยาลัย ตั้งแต่ที่เข้ามาเรียน นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้เดินมาในโซนหอใน ปกติก็วนเวียนอยู่กับคณะและตึกเรียนรวมบ้างบางครั้ง แต่ไม่เคยผ่านมาแถวนี้เลยสักครั้ง

เปลี่ยนบรรยากาศไปอีกแบบ


Y : ไปไหนมา

Y : ดึกแล้วนะ

Y : หรือว่าทำงานที่คณะครับ

: เปล่า

: ไปส่งเด็กมา

Y : เด็กที่ไหน ทำไมผมไม่เห็นรู้!!!!!

Y : วันนี้ผมก็เดินกลับหอนะ ดึกด้วย ทำไมไม่มาส่ง


ก็ไปส่งแล้วไง...

ใจอยากจะพิมพ์ไปแบบนั้น แต่ติดตรงที่อีกฝ่ายยังไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร และก็ไม่รู้ว่าจะคิดยังไงเมื่อรู้ว่าพี่ที่ตัวเองตื่นเต้นอยากจะเจอ เป็นเขา

คิดถึงวันเฉลยไม่ออก

ถ้าเป็นไปได้...ไม่อยากให้มาถึงเลยด้วยซ้ำ


: กลับคนเดียว?


เขาถามเบี่ยงประเด็น


Y : เปล่าครับ มีพี่เงียบกลับด้วย

: พี่เงียบ?


ข้อความที่พิมพ์มาทำให้ริมฝีปากซีดยกยิ้มขึ้นมาเล็กน้อย ไม่คิดว่าจะเรียกเขาด้วยชื่อนี้จริงๆ หย๋งอยากจะเรียกเขาว่าอะไรมันก็เป็นสิทธิ์ของหย๋ง

เขาไม่ขัดอยู่แล้ว


Y : พี่เขาไม่ยอมบอกชื่อผม

Y : ดูเป็นคนเงียบๆ ไม่ค่อยพูด ผมเลยตั้งชื่อให้เลย

: อ่อ

: แล้วเป็นยังไง

: หมายถึง

: เขาโอเคไหม?


ไม่รู้ว่าเพราะอะไรที่ทำให้เขาตัดสินใจพิมพ์ถามกลับไปอย่างนั้น รู้ตัวเองอีกทีก็ตอนที่อีกฝั่งขึ้นว่าอ่านแล้ว หัวใจเขาเต้นผิดจังหวะไปช่วงหนึ่ง

แค่คาดหวัง...ว่ามันจะโอเค

Y : ก็โอเคนะครับ 

Y : ถึงจะไม่ค่อยพูด แต่ก็ดูไม่ได้รำคาญผม

Y : ว่าแต่พี่ถึงคอนโดรึยังครับ?

: ยัง

: พึ่งเดินออกมาจากมอ

Y : โหยยยยยยยยยยยยย

Y : ถ้าไม่ติดว่าผมอยู่หอใน ผมวิ่งออกไปหาแล้ว

Y : อยากเจอพี่ :)

: ไม่ต้องออกมา ดึกแล้ว

: เดี๋ยวก็ได้เจอ


ถึงตอนนั้น...จะยังอยากเจอเหมือนตอนนี้ไหม

เดาไม่ออกเลยจริงๆ

Y : พี่ครับ

: หืม?

Y : พี่ว่าหอในมีผีป่ะ..

Y : คือผมกลับมาที่ห้อง แต่เมทยังไม่กลับมาเลยสักคน

Y : แล้วตอนนี้ได้ยินเสียงกึกๆอะไรไม่รู้

: ห้องข้างๆรึเปล่า

Y : ไม่รู้

Y : พี่ ผมกลัว

Y : พี่

Y : คอลด้วยหน่อยดิ

Y : นะ


Y โทรหาคุณ...


ไม่รอให้เขาพิมพ์อะไรกลับไปโทรศัพท์ก็ปรากฏรายชื่อของอีกคนที่กดโทรมาหาเขาผ่านทางแอปพลิเคชั่นที่ใช้คุยกัน ร่างสูงประหม่าเล็กน้อยเพราะเขาแทบไม่ได้คุยกับใครผ่านทางโทรศัพท์มานาน

อีกเหตุผลคงเพราะ...เขาไม่รู้จะพูดอะไร

คุยกับเขาก็ไม่ต่างอะไรกับคุยคนเดียว

แต่ถ้ามันทำให้อีกฝ่ายสบายใจ...เขาก็จะรับสาย

“อะ…อืม” เพราะมัวแต่คิดทำให้เขาไม่ได้เตรียมคำพูดที่จะทักทายอีกฝ่าย 

( นึกว่าจะไม่รับซะแล้ว ) น้ำเสียงสดใสจากปลายสายเอ่ยออกมา ( พี่ พี่ว่ามันมีจริงปะ เมื่อกี้ผมได้ยินจริงๆนะ )

“อา…ครับ” เขาตอบก่อนจะถอนหายใจออกมา “ไม่รู้สิ” 

เขาไม่เคยรู้เรื่องนี้จริงๆ

( พี่ถึงคอนโดรึยัง ผมรบกวนเวลาพี่รึเปล่า ) ปลายสายถามออกมาเมื่อเห็นว่าคนพี่เงียบไป ( แต่ถึงยุ่งผมก็ไม่ยอมวางนะ ผมกลัวอะพี่ กลัวจริงๆ )

“ไม่ได้บอกว่าจะวาง”

( … )

“จะคุย…จนกว่าเมทเราจะมา” เขาพยายามเรียบเรียงคำพูดเพื่อให้อีกคนไม่รู้ว่าตอนนี้เขารู้สึกอะไรอยู่ ไม่อยากให้น้ำเสียงที่พูดออกไปเป็นการแสดงออกว่าเขาประหม่า

พยายามอยู่

( งั้นผมไม่อยากให้เมทกลับมาเลย )

“…”

( จะได้อยู่คุยกับพี่นานๆ )

“ไหนบอกว่ากลัว” เขาหัวเราะออกมาเบาๆ “พี่...คุยไม่เก่ง”

( แต่หย๋งคุยเก่งไง )

“…” ใช่ เขารู้ดี “ครับ”

( วันนี้เพื่อนถามด้วยว่าพี่เทคผมเป็นผู้ชายหรือผู้หญิง )

“…”

( แต่ตอนนี้ได้คำตอบแล้ว )

“แล้ว...ดีไหม”

( ดีครับ ) ปลายสายตอบกลับมาทันที ( เป็นผู้ชายก็คุยกันง่ายดี แต่เอาจริงๆผู้หญิงหรือผู้ชายผมก็ไม่เกี่ยงหรอก )

“อ่อ”

( พี่เดินถึงไหนแล้วครับ ถึงรึยัง ) หย๋งถามออกมาเป็นระยะ ถึงจะได้ยินเสียงรถวิ่งบนถนนอยู่ก็ตาม ( คอนโดพี่อยู่ไกลจากมอเหรอ )

“เปล่า” เขาตอบ “กำลังจะถึงแล้ว”

( คอนโดไหนครับ )

“ไม่บอก” เขาพูดออกมาเหมือนกับตอนที่พิมพ์คุยกับปลายสาย “เดี๋ยวหย๋งรู้”

( ก็แบบนี้ตลอด ) เสียงหัวเราะชอบใจของหย๋งทำให้เขาเผลอหัวเราะตามออกมาอย่างไม่มีสาเหตุ ( ถ้าเฉลยพี่เมื่อไหร่ พี่ต้องบอกทุกเรื่องที่ไม่ยอมบอกผมตอนนี้นะ )

“…”

( อยากใส่ใจ )

“ครับ” เขารับคำ “ถึงตอนนั้น...”

( … ) 

“หย๋งถามอะไร...พี่ก็จะตอบ”

( พี่เทคกับพี่รหัสเป็นคนเดียวกันรึเปล่านะ...ทำไมผมถึงอยากให้เป็นคนเดียวกัน ) พูดเองก็รู้สึกเขินเอง ไม่รู้อะไรทำให้เขาพูดออกไปแบบนั้น

รู้แค่ว่าอยากพูด...อยากพูดให้อีกคนได้รับรู้

“ถึงเวลา...หย๋งอาจจะเปลี่ยนใจก็ได้”

( ผมไม่รู้อนาคตหรอก )

“…”

( แต่ตอนนี้ผมรู้สึกแบบนี้นี่นา )

“…”

( พี่เทคให้ขนมมาเป็นลังแบบนี้ พี่รหัสคงต้องเหนื่อยหน่อย )

“เอาอีกก็ได้...ถ้าอยากกิน”

( แค่นี้ผมก็ไม่รู้จะกินหมดตอนไหนแล้ววววว ) หย๋งลากเสียงยาวอย่างคนอารมณ์ดี ( พี่เทคผมไปรวยมาจากไหนนะ~ )

“หุ้น” เขาตอบกลับไปซื่อๆ “เล่นหุ้น”

( หืม? ) ปลายสายหัวเราะออกมา ( นี่พี่จริงจังรึเปล่า ผมแซวเล่น )

“หรอ…นึกว่าถามจริงๆ” เขายกมือขึ้นมาเกาหัว

จะไปรู้ได้ยังไงว่าแซวเล่น...

ร่างสูงกดรหัสสิบหลักหน้าห้องก่อนจะเปิดประตูเข้าไปในห้องที่ปิดไฟมืดสนิท มือข้างที่ว่างอยู่วางกระบอกใส่งานไว้บนโต๊ะทำงานก่อนที่จะเดินตรงไปที่ระเบียง

วันนี้ท้องฟ้าไม่มีดาวอีกแล้ว...

( ถึงห้องแล้วหรอครับ )

“อืม”

( อีกสักพักเมทผมก็คงจะมาแล้ว )

“อ่อ”

( พี่จะวางเลยก็ได้นะครับ เผื่อพี่มีงานอะไรจะต้องทำ ผมรบกวนพี่มาหลายนาทีแล้ว )

“ไม่เป็นไร” เขาตอบออกไป “คุยได้”

( … )

“หมายถึง...”

( … )

“พี่จะคุยกับหย๋ง”

( ก็ไม่บอก ) ปลายสายเอ่ยออกมาอย่างโล่งอก เขานึกว่าอีกคนจะรำคาญที่เขาเอาแต่พูดไม่หยุด 

พอได้โทรคุยแล้วเขากลับรู้สึกว่าพี่เทคของเขาถนัดพิมพ์มากกว่าคุยโทรศัพท์ บทสนทนาส่วนใหญ่จะเป็นเขาที่เริ่มเปิดประเด็น แต่เขาก็หาเรื่องมาชวนอีกคนคุยได้ไม่หยุด

อาจเพราะ...อยากคุย

( หย๋งก็จะคุยกับพี่ ) เขาเอ่ยออกมาพร้อมรอยยิ้ม

เป็นอะไรไปวะหย๋ง...

“ครับ”

( … )

“คุยกัน”



สิ่งที่เกลียดที่สุดในชีวิตการเรียนมหาวิทยาลัยคงหนีไม่พ้นงานกลุ่ม...

ลมหายใจร้อนๆพ่นออกมาทันทีที่ได้ยินคำสั่งของอาจารย์ประจำวิชา ร่างของอาจารย์วัยกลางคนเดินออกไปพร้อมกับเสียงภายในห้องที่ดังขึ้นมาทันที ดวงตาทั้งสองข้างหลับลงช้าๆก่อนจะถอนหายใจออกมาอีกครั้ง

ที่ผ่านมาก็เคยทำงานกลุ่มมาบ้าง...แต่กลุ่มที่อยู่ก็ไม่ได้เรื่องเลยสักกลุ่ม

ต้องกลับไปเจออะไรแบบนั้นอีกแล้วเหรอ

“เห้ย มึงมีกลุ่มรึยังวะ” เสียงของเพื่อนภายในห้องตะโกนคุยกันอย่างออกรสชาติ 

เขาไม่จำเป็นต้องหากลุ่มอยู่...เหลือกลุ่มไหนก็อยู่กลุ่มนั้น

ก็ทำแบบนี้ประจำอยู่แล้ว

“เห้ย มึงยังไม่มีกลุ่มใช่ป่ะ” มือหนักๆวางลงบนบ่าเมื่อเห็นว่าคนที่คุยด้วยไม่มีท่าทีตอบกลับ “กูคุยกับมึงเนี่ย”

“…” เขาหันไปมองยังต้นเสียง คิ้วหนาขมวดเข้าหากันก่อนที่เขาจะชี้นิ้วเข้าหาตัวเอง “กู?”

“เออ มึงนั่นแหละ” คนตรงหน้าตอบกลับ “เรียกตั้งนานก็ไม่ตอบกู”

“โทษที” เขาเอ่ย “นึกว่าคุย...กับคนอื่น”

“แล้วตกลงมึงมีกลุ่มยัง”

“ยัง”

“เออก็แค่นั้น งั้นมึงอยู่กลุ่มกูนะ” คนตรงหน้าสรุปเสร็จสรรพโดยไม่รอให้เขาตอบอะไรกลับไป “ไอ้โฉ ไอ้ไฉ กูได้คนแล้วโว๊ยยยยยยยย” 

“…” เขามองคนตรงหน้าอย่างไม่เข้าใจ

ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงเป็นเขา

ทำไม...

“มึงไม่ต้องทำหน้างง อยากถามอะไรก็ถามมา” เหมือนคนตรงหน้าจะรู้ว่าเขาต้องการจะพูดอะไร “กูเห็นมึงชอบอยู่คนเดียว เลยคิดว่าน่าจะยังไม่มีกลุ่ม”

“…”

“เห๊ย แต่ถ้ากูเข้าใจผิดกูขอโทษเว๊ย” เขารีบออกตัวทันทีที่เห็นว่าคนตรงหน้าเงียบไป

ไม่ได้ตั้งใจจะหมายความแบบนั้น...แค่พูดไปตามสิ่งที่เห็น

“ไม่เป็นไร” เขาตอบ 

ไม่แปลกที่คนจะเข้าใจแบบนั้น ก็นั่นเป็นสิ่งที่เข้าใจถูกต้องอยู่แล้ว เขาไม่มาคิดเล็กคิดน้อยในเรื่องเล็กๆน้อยๆแบบนี้หรอก ใครจะมองยังไงก็มองไป

แค่เขารู้ว่าตัวเองทำอะไรอยู่...ก็พอแล้ว

“มึงชื่ออะไร กูชื่อฟรายนะ ฟรายแบบเฟรนช์ฟรายส์”

“…”

เรียกยากชะมัด

“ทำหน้าเหมือนด่ากูในใจอยู่อะ” เขาหัวเราะออกมา “เรียกฟายก็ได้ กูชินแล้ว”

“โอเค ฟาย”

“ว่าง่ายจังวะ” เขาหัวเราะออกมาเสียงดัง ถึงจะเป็นชื่อที่คนเรียกอยู่แล้ว แต่การที่ได้คุยกันครั้งแรกหลังจากที่เรียนผ่านมาหนึ่งปีมันก็ค่อนข้างไวในการเรียกแบบนี้

“ตามนั้น”

“แล้วมึงชื่ออะไร กูจะได้เรียกถูก”

“อยากเรียกอะไรก็เรียก” เขาพูดพร้อมกับสะพายกระเป๋าพาดบ่า “ตกลงตามนั้น”

“เหมือนมึงกำลังกวนตีนกูอยู่อะ...แต่ดีนะ กูเป็นคนใจเย็น”

“ไม่ได้กวน”

บอกไปก็แค่นั้น...

“ทำไมวะ จะบอกชื่อเฉพาะคนสนิทรึไง”

“…”

“จริงเหรอวะ”

“อืม” เขาพยักหน้ารับคำ

เป็นอย่างที่คนตรงหน้าพูดจริงๆ...เขาเป็นแบบนี้ และแก้ไม่หาย

ถ้าไม่ไว้ใจ...ก็รู้ได้เท่าที่เขาอยากจะให้รู้

“แปลกคนจังวะ” ฟรายหัวเราะออกมา “ไปกินข้าวเที่ยงกับพวกกูป่าว จะได้รวดคุยงานกันเลย” เขาพูดพร้อมกับหันไปกวักมือเรียกเพื่อนอีกสองคนที่กำลังนั่งกดโทรศัพท์เล่นอยู่

“…”

ที่เงียบไม่ใช่เพราะไม่อยากไป...แต่ไม่เคยมีใครชวนเขาไปกินข้าวแบบนี้มานานมากแล้ว

นานมากจริงๆ

“ไปไม่ไป มึงตอบกูสิโว๊ย นี่กูคุยกับร่างไร้วิญญาณเหรอ”

“ไป” เขาตอบกลับ “ไปดิ”

“ก็แค่นี้แหละวะ” มือหนักๆวางลงบนบ่าของเขา “งั้นกูเรียกมึงว่าอะไรดี ตอนนี้ยังไม่สนิทกูยังไม่รู้ชื่อเล่นมึงสินะ”

“อือ”

“ไอ้เงียบ”

“ไม่ได้” เขาโพลงขึ้นมาทันทีอย่างไม่ต้องคิด เหมือนเป็นปฏิกิริยาตอบรับอัตโนมัติ

“เอ้า ทำไมวะ”

“ไม่ได้”

“…”

“ชื่อนี้...มีคนเรียกแล้ว”






สมุดขนาดเอห้าถูกส่งต่อกันเป็นทอดๆหลังจากคำสั่งในห้องเชียร์เมื่อวานจบลง สมุดล่าลายเซ็นที่ถูกออกแบบให้เหมือนกันทั้งรุ่นถูกจัดทำอย่างเร่งด่วนเมื่อคืนและเสร็จสมบูรณ์พร้อมเข้าเล่มในเที่ยงวัน จะว่าเร็วก็คงพูดได้ว่าเร็ว แต่บางทีมันก็เร็วเกินที่จะตั้งตัว

“อะไรนักหนาวะเนี่ยยยยยยย” หย๋งโวยวายออกมาหลังจากที่เปิดดูสมุดล่าลายเซ็นที่ต้องตามล่าให้ได้มากที่สุด “กูไม่ทำไม่ได้เหรอวะอิน”

“กูอยากทำมากมั้ง หน้าตากูดูสดใสมากเลยดิ” อินตอบกลับมาก่อนจะเก็บสมุดที่พึ่งได้ลงกระเป๋า “โวยวายไปก็แค่นั้น ไปหาอะไรกินกันเถอะ วันนี้ยังอีกยาวไกล”

“ให้กำลังใจกูดีมาก” เขาถอนหายใจออกมา

เมื่อก่อนก็เคยคิดว่ากิจกรรมพวกนี้เป็นกิจกรรมน่าสนุก แต่พอเอาเข้าจริงๆเขากลับไม่รู้สึกแบบนั้นเลยสักนิด งานที่อาจารย์สั่งมาก็เยอะอยู่แล้ว ไหนจะกิจกรรมห้องเชียร์ที่ต้องเข้า กิจกรรมรุ่นของปีหนึ่ง แล้วนี่ยังมีสมุดล่าลายเซ็นอีก จะเยอะอะไรนักหนา

ใจลึกๆของเขาอยากจะพูดออกไปว่า...ไม่ทำ

แต่ก็ได้แค่คิดในใจ

“โต๊ะนี้นะ” อินพูดพร้อมกับวางของลงบนโต๊ะในโรงอาหารที่มีคนพลุกพล่าน “มึงเอาของวาง จะได้ไปซื้อข้าวพร้อมกู”

“เออ รู้แล้วน่า” หย๋งถอนหายใจหนักๆ เขายังเซ็งไม่หายเรื่องสมุดล่าลายเซ็น มันคงจะดีถ้าเขาจะเดินเข้าไปขอรุ่นพี่อย่างเต็มใจ ไม่จำกัดจำนวน

แต่มันติดก็ตรงที่...ต้องได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

เพื่อ!!!!!

ปึก!!!

“โอ๊ะ...ขอโทษครับ” เพราะมัวแต่คิดเรื่องสมุดทำให้เดินไม่ระวังทาง หัวของหย๋งชนเข้ากับอกคนตรงหน้าอย่างจัง “ขอโทษครับ”

“ฉิบหายแล้วหย๋ง...” เสียงของอินดังขึ้นตามหลัง

“อะไรวะ...” คำพูดถูกกลืนหายลงไปในลำคอทันทีที่เงยหน้าขึ้นมาเจอกับคนที่ยืนอยู่ตรงหน้า

ถ้าจะให้เขาเปรียบเปรยให้เห็นภาพชัดที่สุดก็คงเป็น เวลาที่เรากลัวอะไรสักอย่างแล้วพยายามหนีทุกทางเพื่อไม่ให้เจอ แต่สุดท้ายเราก็มาเจอเพราะความโง่ และซื่อบื้อของตัวเอง

สิ่งเหล่านั้นมักจะมาในรูปแบบของ...เฮดว๊าก

ฉิบหายของจริงเลยหย๋ง...

“ปีหนึ่งใช่ไหมคุณ” น้ำเสียงดุดันเอ่ยถามเขาพร้อมกับแววตาที่จ้องมองมาที่เขาไม่กระพริบ

ร่างสูงตรงหน้าอยู่ในชุดนักศึกษาถูกระเบียบกับทรงผมที่ไว้ยาวประบ่าแต่รวบผมไปครึ่งหัว หน้าตาคมเข้ม ถ้ามองจากนอกคณะก็จัดว่าเป็นคนที่หน้าตาดีคนหนึ่ง แต่พอรู้ว่าเป็นเฮดว๊าก...สิ่งที่คิดทั้งหมดก็มลายหายไป

“ชะ…ใช่ครับ” หย๋งตอบกลับด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก จะไม่ให้เขาทำตัวตะกุกตะกักได้ยังไงในเมื่อ...

เขาถอดป้ายห้อยคอเก็บไว้ในกระเป๋า

โถ่เว๊ยยยยย!!!!!

“ทำไมไม่ห้อยป้าย”

“…”

ถ้าตอบออกไปว่าไม่อยากห้อย...จะเป็นยังไง

“เอ่อ พี่ครับ ผมขอโทษแทนเพื่อนผมด้วยนะ” อินเดินเข้ามาจับแขนหย๋งไว้เบาๆ ดูท่าทีก็รู้ว่าเพื่อนไม่ชอบอะไรแบบนี้ เขาเองก็ไม่ชอบเหมือนกัน

“ผมถามทำไมคุณไม่ตอบ”

“เอ่อ...”

“แล้วไหนสมุดลายเซ็น คุณไม่ขอรึไง”

“ผมพึ่งได้ครับ พึ่งได้ตอนเที่ยง”

“พึ่งได้ก็เลยไม่อยากทำงั้นสินะ” รอยยิ้มเหยียดๆเผยออกมาก่อนที่ร่างสูงตรงหน้าจะเปลี่ยนท่าเป็นยืนกอดอก “ชื่ออะไรล่ะเราน่ะ”

“หย๋งครับ”

“รหัส”

“002” เขาตอบออกไปอย่างเลี่ยงไม่ได้ หิวก็หิว เวลากินข้าวก็เหลือน้อย แถมยังต้องมาตอบคำถามกับคนที่ไม่อยากตอบคำถามด้วยอีก

หงุดหงิดโว๊ยยยยยย!!!

“ผมขอสั่งให้คุณเอาสมุดมาให้ผมเซ็น...ผมจะเป็นลายเซ็นแรกของคุณ”

“…”

“ถ้าไม่มีลายเซ็นของผม...ผมถือว่าลายเซ็นที่เหลือเป็นโมฆะ”

ได้ไงวะ...

หย๋งได้แต่สบถคำด่าอยู่ในใจ เขาอยากจะตอบออกไปว่าไม่อยากจะได้เหมือนกัน แต่สุดท้ายก็ต้องพยายามบอกกับตัวเองว่าคนตรงหน้าคือรุ่นพี่ปีสาม คนตรงหน้าเป็นเฮดว๊าก และเขาไม่อยากทำตัวเด่นเป็นจุดสนใจให้ใครเกลียด

สุดท้ายก็ต้องยอม

“แค่เอามาให้เซ็นก็จบใช่ไหมครับ”

“ง่ายไปไหมคุณ”

“พี่จะเอายากขนาดไหนล่ะ” เขาถามออกมาอย่างเหลืออด อินที่จับแขนอยู่บีบแขนเขาเบาๆเหมือนเตือนสติ

“คุณเห็นคนในโรงอาหารนี้ไหม”

“ครับ”

“เดินไปหาใครก็ได้ในโรงอาหารนี้ แล้วตะโกนสารภาพรักดังๆ”

“…”

ถึงจะเคยได้ยินมานักต่อนักกับคำสั่งแบบนี้ แต่เขาก็ไม่คิดว่าเรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้นกับตัวเอง มันเป็นการกระทำที่น่าอาย และเขาไม่อยากทำ

“แต่มีข้อแม้...คนที่บอกต้องไม่ใช่รุ่นเดียวกัน” เหมือนคนตรงหน้ารู้ทันว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่

ดักทุกทางแบบนี้แล้วเขาจะทำยังไง...

“แค่นั้นแล้วทุกอย่างจะจบใช่ไหมครับ” หย๋งถามย้ำอีกครั้ง

“คำไหนคำนั้น” รุ่นพี่ตรงหน้าดูสนุกไม่น้อยที่เห็นท่าทีของปีหนึ่งตรงหน้า ดีแค่ไหนแล้วที่เขาไม่สั่งทำโทษที่ไม่ยอมห้อยป้ายชื่อ

อาจจะดูไร้เหตุผลไปบ้าง...แต่นั่นคือหน้าที่ของเขา

“มึงจะทำจริงๆเหรอวะ” อินกระซิบถามข้างหู “มึงไม่ต้องทำก็ได้ถ้ามึงไม่...”

“อยากให้ทำกูก็จะทำ” หย๋งหันไปตอบเพื่อน สายตากวาดมองไปรอบๆโรงอาหารที่มีคนอยู่พลุกพล่าน เขาไม่รู้จะไปทำเรื่องแบบนี้กับใคร

พึ่งเปิดเทอมมาไม่นาน...เขาไม่ได้รู้จักคนเยอะขนาดนั้น

“ไอ้มืด โต๊ะอยู่นี่โว๊ยยยยยยยยย” เสียงทุ้มต่ำที่ตะโกนเรียกเพื่อนใหม่ที่หาที่นั่งไม่ได้ดังขึ้นเรียกความสนใจจากคนที่กำลังมองไปรอบๆ

ใครชื่อมืด...

ร่างสูงหันไปตามเสียงเรียกก่อนจะหันไปสบตากับคนที่ยืนมองอยู่อีกฝั่งพอดี ทันทีที่รู้ว่าเจ้าของชื่อคือใคร ใบหน้าที่ตึงเครียดก็ค่อยๆผ่อนคลายลงก่อนจะเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มเข้ามาแทนที่

เจอแล้ว...

หย๋งเดินตรงไปยังจุดที่อีกคนยืนอยู่ทันที เหมือนอีกคนจะรู้ตัวว่าเขากำลังเดินไปหา ร่างสูงที่หยุดยืนอยู่กับที่มองมาที่เขาพร้อมกับเลิกคิ้วเชิงถามว่ามีอะไร

มีอะไรรึเปล่า...

“พี่เงียบ” หย๋งเรียกชื่อคนตรงหน้าพร้อมรอยยิ้มเมื่อเห็นท่าทีงงๆ

“ว่า...ไง”

“คือพี่เห็น...” หย๋งพูดพร้อมกับเหล่ไปฝั่งที่มีคนยืนจ้องมองเขาอยู่ “ผมขอโทษนะพี่”

“…?” เขาไม่เข้าใจสิ่งที่อีกคนต้องการจะสื่อ แต่ก็พอจะรู้ว่าต้องการความช่วยเหลือ ถึงเขาจะไม่รู้ว่าเรื่องอะไร แต่ยืนอยู่ตรงนี้สักพักก็ไม่น่ามีปัญหา

“ผม หย๋ง รหัส 002!!!!” เสียงที่ตะโกนดังลั่นโรงอาหารทำให้ทุกสายตาหันมาจับจ้องเขาเป็นตาเดียว

หย๋งหลับตาลงช้าๆ เขาไม่กล้าแม้จะลืมตาขึ้นมาดูบรรยากาศรอบข้าง ตัวแข็งไปหมด ปากสั่น เขาพูดไม่ออก เหมือนกับโดนร่ายมนต์ให้หยุดนิ่ง

เขาทำไม่ได้...

“ไม่เป็นไร” มือหนาวางลงบนเส้นผมนิ่มอย่างเบามือ “จะพูด...อะไร”

“…” เหมือนเขาได้รับคำปลอบโยนจากน้ำเสียงที่คนตรงหน้าส่งผ่านมา เขาค่อยๆลืมตาช้าๆก่อนจะเห็นว่าคนตรงหน้ายังคงสบตากับเขาอยู่

ถ้ามองแค่พี่เงียบ...เขาคงทำได้

“ผมชอบพี่ครับ!!!!!” หย๋งตะโกนออกมาสุดเสียง โรงอาหารตกอยู่ในความเงียบก่อนจะตามมาด้วยเสียงโห่ร้องและเสียงแซวที่ดังขึ้นไม่หยุด

ทำไปแล้ว...เขาทำมันออกไปแล้ว

“ครับ...” คนตรงหน้านิ่งไป เขายังคงลูบผมคนตรงหน้าอย่างอ่อนโยน “ดีขึ้นไหม”

“…”

“ไม่เป็นไร...พี่รู้”

เขารู้ว่าหย๋งไม่ได้ต้องการจะพูดแบบที่บอกเขาจริงๆ น่าจะเป็นคำสั่งจากใครสักคนที่สั่งให้น้องต้องมาทำอะไรแบบนี้ และมันดีแล้วที่คนที่โดนเป็นเขา

ดีแล้วที่เป็นเขา

“ขอบคุณนะครับ” หย๋งเลื่อนมือขึ้นมาจับมือที่ลูบหัวเขาอยู่ “ขอบคุณที่ช่วยนะ”

“…”

“พี่เงียบ”

“ไม่เป็นไร”

ไม่เป็นไรจริงๆ...

“งั้นผมไปก่อนนะ” เขาไม่กล้าแม้แต่จะสบตาคนตรงหน้า ไม่ใช่เพราะความรู้สึกผิด แต่มันเป็นความรู้สึกที่อายจนไม่กล้าแม้จะสบตา

แค่มือที่จับมืออีกคนอยู่ยังรู้สึกได้เลยว่ามือสั่น

หย๋ง...

“อืม” คนตรงหน้ารับคำก่อนจะคลายมือที่จับอยู่ออก

หย๋งหมุนตัวกลับไปยังจุดที่มีอีกคนยืนยิ้มอยู่ด้วยท่าทีพอใจ เขาเดินกลับไปพร้อมกับสมุดล่าลายเซ็น และปากกาในมือ สิ่งที่เขาทำเมื่อกี้มันคงชัดเจนพอที่จะได้ลายเซ็นจากคนๆนี้

“กล้ากว่าที่คิดไว้” รอยยิ้มเจ้าเล่ห์เผยออกมาก่อนที่จะรับสมุดไปเขียนตามที่ได้ตกลงไว้


‘เม้ง ปีสาม’


คำสั้นๆที่เขียนลงช่องว่างขนาดใหญ่ถูกส่งกลับมาหากแต่ว่าดันเว้นช่องว่างที่ต้องเขียนไว้หนึ่งช่อง หย๋งรับมาดูก่อนที่จะเรียกคนตรงหน้าไว้ไม่ให้เดินออกไป

“พี่เขียนไม่ครบช่อง เขียนให้ครบสิครับ”

“ผมสบายใจแบบนี้”

“ได้ไง...”

“เดี๋ยวอีกช่องคุณก็รู้เอง”

“…”

“ไม่นานหรอก” เขาทิ้งท้ายไว้แค่นั้นก่อนจะเดินจากไป

“อะไรของพี่แม่งวะ” อินที่ยืนอยู่ข้างๆบ่นออกมาก่อนจะยื่นหน้ามาดูสมุดลายเซ็นของเพื่อนตัวเอง “แล้วช่องที่เว้นไว้นี่ดูสำคัญมากมั้ง”

“เออดิ...เว้นช่องชื่อไว้กูว่ายังดูสำคัญกว่า” หย๋งถอนหายใจออกมา

เว้นช่องรหัส...แต่ไม่เว้นช่องชื่อ

อะไรของพี่วะ...พี่เม้ง



“เมื่อกี้โคตรได้ซีนเลยว่ะไอ้มืด” ใบหน้าสดใสของคนที่นั่งอยู่ที่โต๊ะยิ้มแฉ่งให้เขาทันทีที่เดินมาถึง “บอกรักกลางโรงอาหาร น้องแม่งโคตรใจกล้า”

“อือ” เขาพยักหน้าก่อนจะวางจานข้าวลง 

“ไม่เขินหน่อยเหรอวะ” 

“…” เขามองคนตรงหน้าแทนคำตอบ

ต้องเขินด้วยรึไง

“อ่า…เหมือนโดนด่าทางสายตา” ฟรายยิ้มเจื่อน “กูแนะนำเพื่อนอีกรอบ ไอ้นี่ชื่อโฉ” เขาชี้ไปยังเพื่อนที่นั่งอยู่ข้างๆ “ส่วนไอ้แว่นชื่อไฉ” 

“โฉ” เขาชี้นิ้วไปยังคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม ผู้ชายที่ไว้ผมสั้นเกือบจะสกินเฮด “ไฉ” เขาหันไปมองอีกคนที่นั่งอยู่ข้างๆ ดูแล้วเลนส์แว่นน่าจะหนากว่ากรอบอยู่หลายมิล

“เออ พวกกูเป็นแฝดกัน” โฉเอ่ยขึ้น “แต่แฝดไข่คนละใบ กูหล่อ มันขี้เหร่”

“…”

แบบนี้ก็ได้เหรอ...

“สงสัยอะไรก็ถามได้นะคุณมืด” ไฉที่นั่งอยู่ข้างๆเอ่ยขึ้น

ไม่อยากถามเพราะเรียกมืดนี่แหละ...

“ไม่มี” เขาตอบกลับไป “ยินดี...ที่ได้รู้จัก”

“กว่ามึงจะพูดจบ กูคงขาดอากาศหายใจตายก่อน” ฟรายหัวเราะออกมา “ปกติเป็นคนพูดน้อยแบบนี้อยู่แล้วป่ะวะ”

“ไม่”

หมายถึง...ไม่พูด

“ไม่พูดเลยสินะครับ” ไฉเอ่ยออกมาอย่างรู้ทัน “แต่คุณมืดคุยกับพวกเราได้นะครับ พวกเราคุยกันได้ทุกเรื่องเลย”

“อืม ก็ตามนั้นแหละ” โฉเอ่ย “ไฉมึงกินข้าว กินให้หมดด้วย”

“รู้แล้วน่า”

“พี่น้องเขาแสดงความรักต่อกันแบบนี้แหละ” ฟรายอธิบายพร้อมรอยยิ้ม “มึงมีช่องทางติดต่อปะวะ กูจะได้ลากเข้ากลุ่ม เวลาคุยงานจะได้คุยกันง่ายๆ”

“มี” เขาพูดพร้อมกับหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา

“อื้อหือ เอาซะกูไม่กล้าหยิบโทรศัพท์ของตัวเองเลย” ฟรายหัวเราะแห้งๆก่อนจะหยิบโทรศัพท์ที่เหมือนผ่านการรบมาสิบชาติ “จะสแกนคิวอาร์โค้ดปะ ถ้าแสกนกล้องกูคงถ่ายไม่ติด”

“เอาไอดีมา เดี๋ยวแอดเอง” เขาเอ่ยออกมา มองจากโทรศัพท์ของอีกคนก็พอจะเดาออกว่าน่าจะใกล้ปลดระวางเต็มที

“คุณมืดใช้โทรศัพท์ราคาแพงจังเลยนะครับ” ไฉหันมามองโทรศัพท์ที่เขาถืออยู่

โทรศัพท์ที่ใครต่อใครก็ใช้กัน เขาไม่เคยมองว่ามันราคาแพงหรือใช้เพื่ออวดว่ามีเงิน เขาใช้เพราะเขาชอบ ชอบกล้องโทรศัพท์ที่สามารถถ่ายพระอาทิตย์ได้ ถ่ายบรรยากาศได้ ไม่เห็นแปลกอะไร

“มึงไม่ควรชวนเพื่อนที่พึ่งได้คุยกันวันแรกคุยเรื่องพวกนี้ป่ะวะ” โฉเอ่ยขึ้น 

“ไม่เป็นไร” เขาตอบกลับ ไม่ได้คิดอะไรอยู่แล้ว “มันถ่ายรูปสวยดี”

“เออ ก็พอรู้” ฟรายยิ้มแห้งๆ “ว่าแต่มึงโอเคใช่ไหมที่จะอยู่กลุ่มทำงานกับพวกกูอะ”

“อืม” 

ทำไมจะไม่โอเค

“คำถามของมันหมายถึง...” โฉถอนหายใจออกมา “พวกกูไม่เก่ง เวลาทำงานกลุ่มส่งทีไรก็โดนแก้มาตลอด เป็นพวกกากน่ะ”

“มึงจะพูดให้เขาหนีไปทำไมวะ” ฟรายเอ่ยออกมา “แต่พวกกูก็กากจริงๆนั่นแหละ”

“งานของเราได้สูงสุดก็ซีบวก” ไฉเอ่ย

“ของกูบีลบ” โฉเอ่ยตาม

“ของกูซีเฉยๆเลยจ้า” ฟรายยิ้มแห้ง “แล้วมึงอะมืด”

“เอ” 

“…” คำตอบของเขาทำเอาทั้งสามคนที่ตั้งใจฟังพร้อมใจกันเงียบ

ทำไม...แปลกรึไง

“ถ้ามึงอยากไปอยู่กลุ่มที่ดีกว่านี้ก็ได้นะ” ฟรายกลืนน้ำลายอึกใหญ่ เขารู้ว่าไม่ใช่แค่คนตรงหน้าที่ได้เอ ยังมีอีกหลายคนในคณะ และคนพวกนั้นมักจะจับกลุ่มทำงานกันเองเพื่อให้งานออกมาได้ดีที่สุด

ถ้าอยากเปลี่ยนกลุ่ม...เขาก็ไม่โกรธหรอก

“ไม่เป็นไร” เขาตอบออกมา “อยู่นี่แหละ”

“…”

“ช่วยกัน” 

ไม่รู้ทำไมถึงตัดสินใจพูดออกมาแบบนั้น ทั้งที่เขาเบื่อกับการที่เคยอยู่แต่กลุ่มที่ไม่ได้เรื่อง แต่เขาไม่ได้มีตัวเลือกมากเหมือนที่ทั้งสามคนคิด

ถึงไม่ได้อยู่กลุ่มนี้...กลุ่มที่เหลือก็คงไม่ต่าง

ผลลัพธ์มันเท่ากัน

Y : *ส่งรูปภาพถึงคุณ*

Y : แวะมาถ่ายรูปพระอาทิตย์ส่งให้พี่อาทิตย์ครับ

: ?

: มาแปลก


ร่างสูงที่หยุดยืนถ่ายรูปพระอาทิตย์ตัดสินใจตอบกลับข้อความที่พึ่งส่งมาแทนที่จะถ่ายรูปพระอาทิตย์ตรงหน้า เขาพึ่งคุยงานกับเพื่อนอีกสามคนเสร็จ แต่ดูเหมือนจะคุยนอกเรื่องมากกว่าคุยงาน

ก็ไม่ได้น่าเบื่อเหมือนที่คิดไว้...

Y : วันนี้พี่เงียบไปทั้งวันเลยนี่นา

Y : ผมเลยคิดถึง~


รู้สึกแบบที่พิมพ์มาจริงๆรึเปล่าหย๋ง...


: ยุ่งนิดหน่อย

: เราทำอะไรอยู่

Y : กำลังจะเดินเข้าไปทักคนๆหนึ่งครับ

Y : แต่ผมไม่กล้า

Y : ทำยังไงดี

: ทำไมไม่กล้า

: ไปทักสิ

Y : ผมเขินมั้ง 55555555555

Y : กลัวเขาไม่คุยกับผม

: คุยสิ ทำไมถึงคิดว่าไม่คุย

Y : ผมควรจะเข้าไปทักเขาใช่ไหม?

: อืม ลองดู

: เป็นยังไงก็บอกได้

Y : ครับ

Y : ผมจะเข้าไปทักเขา


“พี่เงียบ!!!” เสียงที่ดังขึ้นจากทางด้านหลังทำให้คนที่กำลังสนใจโทรศัพท์สะดุ้งเล็กน้อย “ผมทำให้พี่ตกใจเหรอ” หย๋งถามออกมาทันทีที่เห็นอาการของคนตรงหน้า

“เปล่า” เขาส่ายหน้าแทนคำตอบ “ไง”

“ไม่ไง” หย๋งยิ้มออกมา “แค่เห็นเลยเข้ามาทัก”

“…” เขาพยักหน้า เรื่องเมื่อตอนกลางวันวกกลับเข้ามาให้คิดทันทีที่เห็นรอยยิ้มของคนตรงหน้า

คิดทำไม...

“เงียบใส่ผมอีกแล้ว” หย๋งถอนหายใจออกมา “ไม่ดีใจที่เห็นผมหน่อยเหรอ?”

“…?” เขาเลิกคิ้วอย่างไม่เข้าใจ

ทำไมต้องดีใจ

“ช่างเถอะ...พี่จะไปไหนครับ?”

“กำลังจะกลับ” เขาตอบ รู้สึกหิวข้าว คงแวะหาซื้ออะไรกินก่อนกลับเข้าคอนโด

“ผมไปด้วยดิ”

“…”

“อยากโดดห้องเชียร์”

“จริงเหรอ” เขาถามออกมาอย่างไม่เชื่อหู ตอนกลางวันที่หย๋งเดินมาหาเขาก็เพราะโดนสั่งให้ทำตามคำสั่งของรุ่นพี่ปีสูง เขาไม่นึกว่าหย๋งอยากจะโดดห้องเชียร์อีก

“ก็ไม่อยากเข้านี่นา” หย๋งตอบกลับตามความจริง “วันนี้เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว เพื่อนผมก็โดดไปเที่ยว”

“อืม” เขาพยักหน้า ไม่ได้ขัดถ้าอีกคนจะไปด้วย แต่เขาไม่ได้จะไปไหน “จะไปไหน”

“ไปกับพี่ไง” หย๋งตอบกลับมาอย่างไม่ต้องคิดนาน “พี่ไปไหนผมก็ไปด้วยแหละ”

“จะกลับห้อง”

“งั้นไปด้วย”

“…”

“ถ้าพี่ให้ผมไป...ผมก็จะไป”

“อืม”

“…”

“แล้วแต่”



ประตูห้องเปิดออกพร้อมกับร่างของอีกคนที่ตามมาอย่างที่บอกไว้จริงๆ ถึงเขาจะไม่เข้าใจว่าทำไมถึงตามมาแต่ก็ไม่ได้ถามอะไรออกไป เขาเดินไปวางอาหารที่ซื้อมาไว้บนโต๊ะปล่อยให้คนที่เดินตามเข้ามาสอดส่องรอบห้องเขาตามใจชอบ

ดูเหมือนหย๋งจะตื่นเต้นไม่น้อย

“โห…ห้องพี่เหรอเนี่ย” หย๋งมองไปรอบๆด้วยสายตาเป็นประกาย 

ตอนแรกที่รู้ว่าอยู่คอนโดนี้เขาก็ตกใจมากแล้ว เพราะเป็นคอนโดที่ราคาห้องค่อนข้างสูงและอยู่ในทำเลดี แต่เขาไม่คิดว่าพอเปิดห้องออกมาจะเป็นห้องใหญ่ที่ไม่ใช่ห้องสตูดิโอธรรมดา

นี่พี่เงียบอยู่คนเดียวจริงๆน่ะเหรอ...

“ผมไม่กล้าแตะอะไรเลย” หย๋งกลืนน้ำลายอึกใหญ่

ห้องที่ถูกจัดเป็นระเบียบเรียบร้อยทุกตารางนิ้ว ของทุกอย่างภายในห้องคุมโทนสีเทาดำดูน่าค้นหา พื้นห้องที่ถูกทำความสะอาดมาอย่างดีกับเครื่องใช้ต่างๆที่ดูทันสมัย

บ้าไปแล้ว...นี่มันไม่ใช่ห้องของนักศึกษาธรรมดา

“อยากทำอะไรก็ทำ” เขาเอ่ยออกมา ไม่บ่อยครั้งนักที่จะมีคนเข้ามาในห้องของเขา

ไม่ได้หวงห้อง...แค่ไม่มี

“พี่อยู่คนเดียวจริงๆเหรอ” เขาอดที่จะสงสัยไม่ได้ “ห้องนี้มันใหญ่เกินกว่าที่จะอยู่คนเดียว”

“อืม” เขาพยักหน้า “คนเดียว”

จริงอย่างที่อีกคนพูด เขาตัดสินใจซื้อห้องนี้เพราะอยากได้ความเป็นสัดส่วนของการทำงาน เขาเปลี่ยนห้องนอนห้องเล็กให้กลายเป็นห้องทำงาน ส่วนห้องนอนใหญ่เป็นห้องที่ใช้สำหรับพักผ่อน

พักผ่อนจริงๆ

“เหงาไหมครับ”

“…”

คำถามที่เขาถามออกมาทำให้อีกคนหันมามองหน้าเขาทันทีที่ถามจบ หย๋งสบตากับคนตรงหน้านิ่ง สายตาที่มองมาเหมือนต้องการจะสื่ออะไรบางอย่างกับเขา

เพียงแต่ว่า...เขาไม่เข้าใจ

“ผมขอ...”

“ไม่” เขาตอบออกมา “ไม่เหงาแล้ว”

“ไม่เหงาแล้ว?” หย๋งทวนประโยคอย่างไม่เข้าใจ “หมายความว่ายังไงครับ”

“ก็…” เขาเงียบไปพักหนึ่ง “มีหย๋ง”

“…!!!”

“หย๋งอยู่ตรงนี้...ไม่เหงา”

“ใครสอนให้พี่พูดแบบนี้ต่อหน้าคนฟังเนี่ย” หย๋งถามออกมาก่อนจะหลบสายตามองไปทางอื่น เขาไม่รู้ว่าสิ่งที่คนตรงหน้าพูดออกมาต้องการจะสื่อความหมายไปทางไหน

แต่สำหรับเขา...เขาตีความไปไกลแล้ว

“ทำไม” เขาถามออกมาอย่างไม่เข้าใจ “ถาม...ก็ตอบไง”

“แต่มันตรงไป”

“ยังไง” เขาถามต่อ “ก็คิดแบบนั้น...จริงๆ”

คิดผิดหรือคิดถูกที่บ้าจี้ตามมาวะหย๋ง...

“งั้น...หลังจากนี้ผมมาที่นี่บ่อยๆได้รึเปล่า” เขาตัดสินใจถามออกมา ยอมรับว่าเขารู้สึกถูกชะตากับคนตรงหน้ามาก แม้ว่าจะเป็นเขาที่เป็นฝ่ายพูดซะส่วนใหญ่

ไม่รู้ทำไมถึงอยากรู้จักคนตรงหน้ามากกว่านี้

“มีหย๋ง...พี่จะได้ไม่เหงา”

“อืม”

“…”

“ตามใจ...หย๋ง”

เขาตามใจหย๋งอยู่แล้ว...

“งั้น...จะมาบ่อยๆเท่าที่อยากมาเลย”

“…”

“จะมาจนพี่เบื่อผมเลย”

“รีบๆมาให้เบื่อ”

แต่คงยากหน่อย...สู้ๆนะ






---------------------------------------------------

จุดเด่นของเรื่องนี้คงเป็นบทสนทนาที่จั๊กจี้หู

เข้าใจพี่เงียบกันหน่อยนะคะ พี่เงียบเขาซื่อ ;__________;


ขอบคุณนักอ่านทุกคนที่เข้ามาอ่านในตอนที่สองนี้น้าาาา

ช่วงแรกๆอาจจะเอื่อยๆหน่อยเพราะดำเนินเรื่องตามเส้นเรื่องที่วางไว้

ถูกใจคนอ่านกันบ้างรึเปล่า? ยอมรับว่าแอบคาดหวังว่าคนอ่านจะชอบ

ชอบไม่ชอบยังไงคอมเม้นท์บอกกันหน่อยได้ไหมมมม อยากอ่านฟีดแบคจากทุกคน

มายิ้มไปด้วยกัน อย่าปล่อยให้เราเพ้อไปคนเดียวววววว


เม้นท์บอกหน่อยน้าาา .______.


พูดคุยกับเราได้ทางแฟนเพจ และอย่าลืมติดแฮชแท็ก #เมื่อโลกของผม นะคะ

เราจะเข้าไปอ่านทุกอันเลยยยยย XD


ด้วยรัก <3

B
E
R
L
I
N
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 694 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,035 ความคิดเห็น

  1. #2003 pkcyhst (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 กันยายน 2563 / 03:06
    ใส่รหัสก็รู้หมดสิคนเราาา เก็บไว้ให้ตื่นเต้น พี่จะซื่ออไปไหมมม ตรงเกิ้นน น้องเสียอาการเลย55555
    #2,003
    0
  2. #1991 Osanana Blue (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2563 / 21:28
    หนูเขินอะแม่ บอกตรงๆ นิสัยต่างกันสุดขั้วสองคนนี้ไม่น่าโคจรมาเจอกันได้
    #1,991
    0
  3. #1968 space_NPW (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2563 / 15:42
    อ๋อยยยยยยยย

    น่ารักจัง คนน้องก็สดใส คนพี่ก็แสนซื่อ
    #1,968
    0
  4. #1955 Bam_2401 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 เมษายน 2563 / 11:18
    พี่ชื่อตะวันใช่มั้ยย
    #1,955
    0
  5. #1954 Sang Tean (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 มีนาคม 2563 / 04:07
    พี่ว๊ากนี่ลุงรหัสใช่มั้ย
    #1,954
    0
  6. #1952 ฟักทองซึน (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 มีนาคม 2563 / 00:06
    แล้วตกลงพี่ชื่ออะไร

    ชื่ออาทิตย์รึเปล่าา
    #1,952
    0
  7. #1934 MinaMon (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2563 / 21:49
    ฮือออ น่ารักมากเลยอ่ะ แพ้ทางคนดบบพี่เงียบ น่ารักมาก
    #1,934
    0
  8. #1933 Baeklittle (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2563 / 22:50
    ตามใจน้องทู๊กอย่าง
    #1,933
    0
  9. #1926 tangthaiparichat (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2563 / 21:29
    พี่จะมีเพื่อนแล้วใช่ไหมคะะะะ
    #1,926
    0
  10. #1917 catjoy (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2562 / 16:47
    น่ารักอ่ะ
    #1,917
    0
  11. #1878 จารวี วิชญาศิริ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 กันยายน 2562 / 12:43
    พี่เม้งรหัส 002 แน่เลยอ่ะ
    #1,878
    0
  12. #1857 Kim-kibom (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2562 / 19:26
    น่ารักเชียว
    #1,857
    0
  13. #1851 maemond (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2562 / 21:26
    น่าร้ากกกกก
    #1,851
    0
  14. #1838 Lolo02 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 เมษายน 2562 / 15:36

    น้องหย๋งรุกคนพี่แล้วววววว

    #1,838
    0
  15. #1821 Chompoo_mg (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 เมษายน 2562 / 15:05
    โง้ยยน่ารัก
    #1,821
    0
  16. #1817 Mew (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 เมษายน 2562 / 15:31

    มีสงวนชื่อให้น้องเรียกได้คนเดียวด้วย

    #1,817
    0
  17. #1807 happychristmas (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 มีนาคม 2562 / 20:41
    ชอบบบบบ น่ารักไปแล้ว >< ขอบคุณนะไรท์
    #1,807
    0
  18. #1806 happychristmas (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 มีนาคม 2562 / 20:40
    ชอบบบบบ น่ารักไปแล้ว >< ขอบคุณนะไรท์
    #1,806
    0
  19. #1769 PuayPuayPloy (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2562 / 16:07
    พี่เหมือนจีบน้องเลยอ่ะ แต่คือเข้าใจว่าพี่ไม่ได้คิดไร(มั้ง)555555
    #1,769
    0
  20. #1768 PuayPuayPloy (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2562 / 15:56
    ฟาย นี่ควาย? ป่ะคะ555555 เราคิดดีไม่ได้55555
    คนอ่านยังไม่รู้ชื่อพี่แกสักทีเล้ยยย
    #1,768
    0
  21. #1758 HaeMay (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 มกราคม 2562 / 21:39
    มันเป็นความเงียบที่แบบเราเห็นภาพอ่ะ

    ค่อยๆเป็นค่อยๆไปดีค่ะ
    #1,758
    0
  22. #1752 JutakanWhanyan (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 มกราคม 2562 / 21:38
    รุ้สึกเหนื่อยเเทนคนที่เข้ามาชวนพี่เงียบคุยจัง55555
    #1,752
    0
  23. #1744 GbFg (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 มกราคม 2562 / 09:46
    ถึงจะอึดอัดไปหน่อยแต่อบอุ่นหัวใจมากกกกกกกก
    #1,744
    0
  24. #1741 WSwen (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 มกราคม 2562 / 22:22
    พี่เงียบพูดน้อยต่อยหนักน้าาาาาาาา
    #1,741
    0
  25. #1727 Piszerel (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 มกราคม 2562 / 02:03
    งื้อออ
    #1,727
    0