เมื่อโลกของผม...หมุนรอบตัวคุณ (Yaoi) [END]

ตอนที่ 2 : 01:59 - อยากเจอพี่ 100 per

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 16,557
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 764 ครั้ง
    3 ม.ค. 61

01:59

อยากเจอพี่



ป้ายชื่อใบใหญ่ที่ห้อยคออยู่ทำให้รู้สึกหงุดหงิดทุกครั้งเวลาต้องเดินไปไหนมาไหน ลมหายใจร้อนๆของนักศึกษาปีหนึ่งพ่นออกมาพร้อมกับปัดป้ายชื่อไปไว้ข้างหลัง เขาอยากจะถามรุ่นพี่ว่าทำไมต้องให้ห้อยป้ายใหญ่ขนาดนี้ แต่ก็ทำได้แค่คิด สิ่งที่ปีหนึ่งควรจะต้องทำคือเชื่อฟังคำสั่ง

นั่นเป็นสิ่งที่เขาเกลียดที่สุด

“แวะไปที่โต๊ะหน่อยดิ เห็นว่าพี่เทคเอาของมาฝากไว้เต็ม” เพื่อนที่เดินอยู่ข้างๆเอ่ยขึ้นด้วยท่าทางตื่นเต้น “หวังว่าจะเป็นของกิน”

“หิวก็ไปกินข้าวนะมึง” หย๋งหัวเราะออกมา แต่ก็ไม่วายเดินตามเพื่อนไปยังโต๊ะที่มีถุงหลากหลายสีวางอยู่พร้อมกับแผ่นโพสอิทสีสดใส

โต๊ะที่เหมือนจะเป็นโต๊ะฝากของมากกว่าโต๊ะนั่ง...

“มีของมึงปะ” เพื่อนหันมาถามทันทีที่เดินมาถึง

“กูก็มาพร้อมมึง” เขาตอบกลับก่อนจะกวาดสายตามองหาของที่อยู่บนโต๊ะ

ปฏิเสธไม่ได้ว่าเขาเองก็ตื่นเต้นเหมือนกัน จากที่เคยได้ยินเรื่องราวของพี่เทค พี่รหัสในรั้วมหาวิทยาลัยยิ่งทำให้เขาตื่นเต้น อยากจะรู้ว่าพี่เทค พี่รหัสเป็นใคร อยากจะรู้ว่าจะเข้ากับเขาได้ไหม

จะสนิทกันเหมือนที่เคยได้ยินเขาเล่ากันมารึเปล่า

“มึง กูได้ป็อกกี้” เสียงตื่นเต้นของเพื่อนเรียกสติเขาให้เลิกคิดฟุ้งซ่าน

“อินหรอ” หย๋งหัวเราะออกมา

“เออ กูอินไง” อินหัวเราะออกมาพร้อมกับยิ้มด้วยความดีใจ “รสโปรดกูเลย พี่รู้ใจอะ”

“อืม” เขาพยักหน้าก่อนจะกวาดสายตาหาชื่อตัวเอง

“ของมึงมีปะหย๋ง”

“คิดว่าไม่” เขาเอ่ยออกมา “ไม่มี”

“สงสัยพี่เขาติดเรียนมั้ง ตอนเย็นไว้มาดูอีกทีไหมมึง”

“อืม” เขารับคำ “หวังว่าจะเป็นแบบนั้น”

เอาจริงๆก็รู้สึกผิดหวังอยู่ไม่น้อย เขาเห็นเพื่อนหลายๆคนได้รับการเทคแคร์จากรุ่นพี่ นี่ก็ผ่านมาหลายวันแล้ว ทำไมพี่เทคของเขายังไม่ทำอะไรสักที

หรือว่าจริงๆแล้วเขาไม่ควรจะหวัง

แต่ลึกๆแล้วมันก็หวัง

“หย๋ง เขียนอะไรถึงพี่เทคหน่อยไหมมึง” เสียงของอินดังขึ้นพร้อมกับกระดาษโพสอิทที่ยื่นมาตรงหน้า “กูเห็นเพื่อนเขียนกันเต็มเลย เผื่อมึงอยากจะเขียนบ้าง”

“เขียนว่าอะไรวะ” เขาถามออกมา “กูไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพี่เขานิสัยยังไง เกิดเขียนไปแล้วทำให้เขาไม่พอใจจะทำยังไง”

“คิดมากว่ะมึง” อินหัวเราะออกมา 

ถึงเขาจะพึ่งมารู้จักหย๋ง แต่เขาก็รู้สึกว่าหย๋งเป็นคนน่ารัก เข้ากับคนง่าย ถึงพี่เทคจะไม่ดูแลไม่ใส่ใจ แต่เชื่อเถอะ อีกหน่อยคงมีคนพร้อมจะมาทำหน้าที่นี้แทนพี่เทคของหย๋ง

“ไม่งั้นมึงก็เขียนเฟสบุ๊กไม่ก็ไอดีไลน์ไว้ดิ เผื่อพี่เขาแอดไปหา”

“เอางั้นหรอวะ” คนฟังถามออกมาอย่างชั่งใจ

แต่มันก็น่าจะดีที่สุด...ถ้าพี่เทคของเขาสนใจอ่าน

จริงๆแล้วเขาไม่น่ามาสนใจเรื่องพวกนี้เลยด้วยซ้ำ แต่ชีวิตมหาวิทยาลัยของเขา เขาก็อยากจะตื่นเต้นกับทุกๆอย่าง ไม่ว่าจะเป็นรับน้อง พี่เทค พี่รหัส หรือกิจกรรมอื่นๆ

แม้ว่าบางอย่างที่เข้ามา...เขาไม่ชอบก็ตาม

“เขียนแค่นี้หวังว่าคงจะรู้เรื่องนะ” เขาพูดพร้อมกับเดินไปแปะโพสอิทไว้ที่กระดานแผ่นใหญ่ที่มีโพสอิทของคนอื่นๆแปะอยู่

“ชัดกว่านี้ก็รูปภาพแล้วล่ะ” อินหัวเราะออกมา “ไปมึง ไปกินข้าวกัน กูโคตรหิวอ่ะ” แขนยาวๆยกขึ้นพาดบ่าเพื่อนที่ยืนอยู่ข้างๆ

“เออ กินให้อิ่มยันเย็นเลยนะ” หย๋งเอ่ยออกมา

วันนี้ยังอีกยาวไกล

เข้าห้องเชียร์

เฮ้อ...



จานข้าวถูกวางลงบนโต๊ะพร้อมกับขวดน้ำเปล่าที่ซื้อมาจากร้านข้างๆ ร่างสูงนั่งลงที่โต๊ะตัวยาวในโรงอาหารคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ เมนูข้าวร้านเดิมที่กินในทุกๆวัน แต่กลับแปลกที่เจ้าของร้านดูเหมือนจะจำเขาไม่ได้เลยสักครั้ง

ทั้งที่ก็กินอยู่ร้านเดียว

เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเช็คราคาหุ้นเหมือนทุกๆครั้งที่ชอบทำ ตั้งแต่วันแรกที่เริ่มเล่นมาจนถึงปัจจุบัน เขายังตอบตัวเองไม่ได้ว่าทำไมยอดเงินในบัญชีถึงเพิ่มขึ้นไม่หยุด อาจจะมีบางครั้งที่ตกลงไปบ้าง แต่ก็ไม่ถึงขั้นที่ทำให้เขาไม่มีเงินใช้

ตอนนี้เรียกว่า...มีเงินพอใช้ได้ไปตลอดชีวิตน่าจะดีกว่า

ไม่ได้อวด มันคือเรื่องจริง

“ขอโทษนะครับ” เสียงหนึ่งเรียกให้เขาละความสนใจจากโทรศัพท์ที่ถืออยู่

“…?” เขาเงยหน้าขึ้นตามเสียงเรียกที่อยู่ใกล้ตัวจนรู้สึกได้ว่าเสียงนั้นคุยกับเขา

“อ้าว...พี่วันนั้น” เสียงสดใสเอ่ยออกมาพร้อมใบหน้าที่ยิ้มกว้างจนตากลมโตในตอนแรกกลายเป็นเหลือขีดเดียว

จำได้อย่างนั้นหรอ...เป็นความรู้สึกแรกที่เขารู้สึก สายตามองไปยังป้ายใบเดิมกับที่เขาเคยเห็นในวันแรก รหัสที่เรียงกันอยู่บนป้ายยิ่งย้ำให้เขารู้ว่าเขาไม่ได้ตาฝาดไป

คนนี้เป็นน้องของเขาจริงๆ

“ผมขอนั่งด้วยได้ไหม โต๊ะอื่นเต็มไปหมดเลย” เมื่อเห็นว่าคนตรงหน้าไม่ตอบอะไรเขาเลยพูดออกมา “หรือว่าเป็นที่นั่งของเพื่อนพี่?”

“…” เขาส่ายหน้าแทนคำตอบ

ไม่มี

หมายถึง...มีแค่เขาคนเดียว

“งั้นผมนั่งด้วยได้ไหม?”

“…”

อืม ได้สิ

มันเป็นเพียงความคิดที่ไม่มีเสียง เขาไม่ได้ตอบอะไรกลับไป เพียงแต่พยักหน้าให้คนตรงหน้ารับรู้ว่านั่งได้ พอบทที่จะต้องพูดออกไป เขากลับพูดไม่ออก

อาจเพราะ...ไม่ได้คุยกับใครมานานเกินไป

“พี่จำผมไม่ได้หรอเนี่ย” คนตรงหน้าหัวเราะออกมา “เสียเซลฟ์เลย”

“…”

จำได้สิ...จำได้อยู่แล้ว

“เพื่อนผมมันเดินไปซื้อข้าวอยู่ เดี๋ยวผมนั่งคุยกับพี่รอมันก่อนก็ได้” เขานั่งลงตรงข้ามกับคนที่นั่งกินข้าวอยู่ก่อนแล้ว “พี่เรียนคณะนี้เหมือนกันหรอ”

“…” เขาพยักหน้านิดๆ

“งั้นครั้งก่อนเรียกว่าผมหนีเสือปะจรเข้ได้ไหมนะ” หย๋งหัวเราะออกมา “พี่ไม่ได้ไปฟ้องใครใช่ไหมว่ามีปีหนึ่งหนีห้องเชียร์”

“…” เปล่า เขาไม่ได้ทำแบบนั้น

“ผมเหมือนคนบ้าเลย คุยอยู่คนเดียว” เขาหัวเราะอีกครั้ง “แต่ก็แปลก เหมือนผมเข้าใจที่พี่จะบอก ทั้งๆที่พี่ยังไม่พูดกับผมสักประโยคเลย”

“…”

อืม...เขาก็รู้สึกแบบนั้น

แปลกดี

“พี่อยู่ปีไหนหรอ ผมคงไม่ต้องบอกมั้งว่าผมอยู่ปีไหน” หย๋งยิ้มออกมาพร้อมกับชูป้ายที่ห้อยคออยู่ให้อีกคนเห็นชัดๆ “หย๋ง ปีหนึ่งครับ”

ส่วนเขา...ปีสอง

“พี่ไม่อยากคุยกับผมรึเปล่าเนี่ย” พอพูดอยู่คนเดียวนานๆเขาก็เริ่มตั้งคำถามขึ้นมา “ผมพูดมากไปจนทำให้พี่รำคาญใช่ไหม”

“…” เปล่า ไม่ใช่แบบนั้น

“งั้นผมจะ...”

“หย๋ง! กูหามึงตั้งนาน” เสียงของอีกคนดังขึ้นพร้อมกับใบหน้ายุ่งๆที่เดินตรงมาที่โต๊ะที่เพื่อนเขานั่งอยู่ “ซื้อข้าวมาเผื่อแล้ว อยู่โต๊ะนู้น” อินพูดพร้อมกับชี้นิ้วไปยังโต๊ะอีกฟากของโรงอาหาร

“เอ้า ไหนมึงบอกให้กูหาโต๊ะไง”

“เออ ตอนแรกก็ให้มึงหา แต่พวกพี่เชนชวนไปนั่งด้วย”

“อ่อ เออโอเค” เขาพยักหน้าเข้าใจ 

“กูจะไปซื้อน้ำ มึงเอาน้ำอะไร”

“กูเอา...” เขาลากเสียงอย่างใช้ความคิดก่อนที่สายตาจะหยุดลงที่ขวดน้ำเปล่าตรงหน้า “เอาน้ำเปล่า”

“เออๆ” อินพูดพร้อมกับเหลือบสายตามองคนที่กำลังกินข้าวอยู่ ถึงจะไม่เคยเห็นหน้าแต่คิดว่าคงจะเป็นรุ่นพี่ในคณะ “งั้นเจอกันที่โต๊ะนู้นนะ”

“ครับผม~” หย๋งรับคำอย่างอารมณ์ดีก่อนจะหันกลับมาหาคนตรงหน้า “งั้นผมไปก่อนนะพี่”

“…”

“ไว้เจอกันใหม่นะ”

“สอง” เขาเอ่ยออกมาเสียงเบา เบาจนแทบจะถูกกลืนเข้าไปในลำคอ

“ครับ?” หย๋งเลิกคิ้วอย่างไม่เข้าใจ “ว่ายังไงนะ”

“อยู่...ปีสอง”

“อ่อ” เขายิ้มออกมาอีกครั้ง “กว่าจะยอมพูด” อดไม่ได้ที่จะแซวคนตรงหน้า

“…”

“ฝากตัวด้วยนะครับ พี่ปีสอง” เขายิ้มกว้างให้กับคนตรงหน้าอีกครั้งก่อนจะเดินออกมา

ร่างที่เดินออกไปยังคงอยู่ในสายตาของเขาทุกฝีก้าว ใบหน้าที่ยิ้มแย้มกับท่าทีเป็นมิตรกับทุกๆคนทำให้เขาเผลอมองอย่างลืมตัว ใบหน้าได้รูปเวลาที่ยิ้มออกมาดูสดใสและเป็นธรรมชาติ

พึ่งเคยรู้สึก...อยากจ้องมองสิ่งอื่นนอกจากดวงอาทิตย์



นาฬิกาบอกเวลาหกโมงตรง ร่างสูงเดินลงมาจากตึกพร้อมกับตาทั้งสองข้างที่ใกล้จะปิดลง การเรียนคณะนี้สิ่งที่สำคัญคือเวลา ทั้งเวลาในการทำงานและเวลาในการนอน ซึ่งดูเหมือนอย่างหลังเขาจะได้รับน้อยกว่าที่ควรจะเป็น

ร่างสูงหยุดลงที่กระดานแผ่นใหญ่ที่มีโพสอิทแปะไว้หลากหลายสีอย่างไม่เป็นระเบียบ เขากวาดสายตามองไปจนหยุดลงที่โพสอิทสีเขียวสะดุดตา คำในโพสอิทยิ่งทำให้เขาขยับตัวเข้าไปอ่านเนื้อหาในกระดาษชัดๆ


  หย๋ง 002

น้องหย๋งอยากเจอพี่เทคนะครับ ‘-‘ 

ID LINE : yongyongyonggnoy


กระดาษโพสอิทถูกดึงออกมาทันทีที่อ่านจบ อย่างน้อยก็คงทำให้อีกฝ่ายรับรู้ว่าพี่เทคได้อ่านข้อความในกระดาษแล้ว 

ไม่คิดว่าจะมีคนอื่นนอกจากเขาแอดไลน์ไปหาหรือไง...



เพิ่มคุณจาก LINE ID


โทรศัพท์ที่วางอยู่บนโต๊ะสั่นขึ้นพร้อมกับข้อความแจ้งเตือน คนที่กำลังกินข้าวอยู่ถึงกับวางช้อนส้อมลงก่อนจะรีบกดเปิดดูรายชื่อที่เพิ่มเข้ามาใหม่

“อะไรของมึง” อินที่นั่งอยู่ข้างๆอดสงสัยไม่ได้

“มีคนแอดมา” หย๋งพูดพร้อมกับเคี้ยวข้าวในปาก

วันนี้เขามากินข้าวกับเพื่อนๆในคณะร่วมสิบคนได้หลังจากที่เลิกจากห้องเชียร์ ดีหน่อยที่วันนี้ห้องเชียร์ปล่อยเร็วเลยได้มีเวลาออกมาหาอะไรกินก่อนจะกลับเข้าหอใน

ใช่...เขาอยู่หอใน และคิดว่าจะย้ายออกในเทอมหน้า

การให้เข้าหอพักก่อนสี่ทุ่มเป็นอะไรที่ยากสำหรับเขา...

“ใครแอดมาวะ” อินถามต่อ

“พี่เทคกูรึเปล่า” ความทรงจำเมื่อกลางวันย้อนกลับมา เขาจำได้ว่าเขาไปแปะไอดีไลน์ไว้บนกระดานเผื่อว่าพี่เทคจะผ่านมาเห็น

ต้องใช่แน่ๆ

“จะไปรู้มึงหรอ แปะไว้ใหญ่ขนาดนั้น อาจจะเป็นคนอื่นที่แอดมาปั่นก็ได้”

“หรอวะ” เขาเริ่มเอนเอียง ถ้าจะคิดแบบที่เพื่อนคิดก็คงไม่แปลก “ไม่ใช้รูปตัวเองด้วยว่ะ”

รูปพระอาทิตย์ที่ใช้แทนรูปภาพโปรไฟล์ไม่ได้เป็นประโยชน์กับเขาสักเท่าไหร่ แต่ในเมื่อขึ้นว่าแอดมา อีกสักพักก็คงจะทักมาแหละมั้ง


: สวัสดี


คนที่รอคอยขอความจากอีกฝั่งยิ้มออกมาเมื่อสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นไปตามที่เขาคิดไว้ แม้จะเริ่มไม่มั่นใจว่าคนที่แอดมาเป็นใคร แต่คุยไปก่อนก็ไม่เสียหาย

ยังไงก็คงไม่ใช่ใครอื่นนอกจากคนในคณะของเขา


Y : สวัสดีครับ :)

Y : ใครครับ

: อยากให้เป็นใครล่ะ

Y : แล้วพี่อยากเป็นใครล่ะครับ

: แล้วอยากให้เป็นใคร

Y : พี่กวนนะเนี่ย 

Y : 5555555555555

Y : งั้น...ผมอยากให้เป็นพี่เทคของผมมั้ง

: อืม

: งั้นก็พี่เทค

: โอเคไหม

: น้องเทค

Y : จะโอเคกว่านี้ถ้าผมได้ขนมจากพี่เทค~

: ขนมอะไร

: บอกมา

Y : พี่เลือกให้ผม 

Y : พี่เทคซื้ออะไรให้น้องหย๋งก็กินทั้งนั้นแหละครับ~


“จะกินไหมข้าวอะ” อินที่นั่งอยู่ข้างๆอดที่จะเอ่ยแซวขึ้นมาไม่ได้ เห็นเพื่อนนั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่แล้วหมั่นไส้ “หรือว่าอิ่มแล้ว กูจะได้ขอไก่”

“เรื่องอะไร” เขาวางโทรศัพท์ลงทันทีที่เพื่อนทำท่าจะแย่งไก่จากเขาไปจริงๆ “กูก็แค่ดีใจที่พี่เทคแอดมา”

“ตกลงแน่ใจว่าเป็นพี่เทคแล้ว?”

“อืม คิดว่างั้นนะ” เขายักคิ้วกวน “กินข้าวเถอะ อย่าพูดมาก”

“กูกินจะหมดอยู่แล้ว ไม่เหมือนมึง” อินหัวเราะออกมาเมื่อเพื่อนบ่นอะไรไม่ยอมดูจานข้าวของตัวเอง “รีบกินเลย กลับเข้าหอไม่ทันกูไม่รู้ด้วยนะ”

“เออ ย้ำกูจังไอ้พวกหอนอก” เขาถอนหายใจออกมา

ทั้งโต๊ะมีแค่เขาคนเดียวที่อยู่หอใน นี่ถ้าไม่ติดว่าจ่ายค่าหอไปแล้วเขาคงย้ายออกตั้งแต่เดือนแรก ความจริงที่บ้านก็คงไม่ขัดอะไรถ้าเขาจะขอออกมาอยู่หอนอก แต่ในเมื่อจ่ายไปแล้วก็อยู่ไป แค่เทอมเดียวเอง

หวังว่าจะทนได้จนจบเทอม

“พรุ่งนี้อย่าลืมเอาป้ายชื่อมานะมึง อย่าโดดเชียร์ด้วย” อินเตือนเพื่อนที่นั่งข้างๆอีกครั้ง เขายังจำได้ว่าเพื่อนตัวดีวิ่งหนีเขาในวันเข้าห้องเชียร์วันแรก

ถ้าไม่ติดว่าวันนั้นเป็นวันเกิดของหย๋ง...เขาคงโกรธไปหลายวัน

จะโดดไม่ยอมบอกกันสักคำ

“เออรู้แล้ว ถึงกูจะขี้เกียจอยู่ลึกๆก็เถอะ” เขาเอ่ยออกมาตามความรู้สึกจริงๆ บางทีก็ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องเข้าห้องเชียร์เกือบทุกวัน

เจอหน้ารุ่นพี่บ่อยกว่าเจอหน้าอาจารย์อีก

ข้อความที่ส่งมาแต่ยังไม่ได้รับการตอบกลับ ร่างสูงที่พึ่งเดินออกมาจากห้องน้ำหลังจากที่เข้าไปอาบน้ำมาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดอ่าน แววตาไร้อารมณ์มองข้อความตรงหน้าก่อนจะกดเปิดห้องแชทเพื่อตอบข้อความกลับไป

เขาเป็นพวกไม่ถนัดพูด...แต่ถ้าให้พิมพ์ ก็พอได้


: เลือกไม่ถูก

: อยากกินอะไรเป็นพิเศษไหม?

Y : ผมกินได้หมดเลย กินจุมากด้วย~


เขารับรู้ถึงความสดใสของอีกฝ่ายที่ส่งผ่านมายังตัวอักษร แม้ไม่ได้ยินเสียงแต่ก็รับรู้ได้ว่าอีกฝ่ายดูอารมณ์ดีมากแค่ไหน ผิดกับเขาที่ไม่ได้มีความรู้สึกแบบนั้นมานานมากแล้ว

ก็ไม่รู้เมื่อไหร่ที่กลายเป็นแบบนี้

: งั้นจะซื้อไปให้เยอะๆ

: เลือกไม่ได้ก็เอาไปให้หมด

Y : นี่ไม่ได้ประชดผมอยู่ใช่ไหม?

: เปล่า

: ไม่รู้จะซื้ออะไรให้ไง

Y : 555555555555

Y : ครับ :)

: สักเที่ยงๆ จะเอาขนมไปวางไว้ให้

Y : ทำไมไม่เอามาให้ผมเอง

Y : อยากเจอ~

: ไม่

: ไม่หลงกลหรอก

Y : เบื่อคนรู้ทัน 5555555

Y : ว่าแต่พี่ชื่ออะไรครับ คุยกันมาผมยังไม่รู้ชื่อพี่เลย

: ไม่บอก

: บอกเดี๋ยวหย๋งรู้


แบบนี้ก็ได้หรอ...

รอยยิ้มบางๆเผยออกมาจากคนอารมณ์ดี เขากดพิมพ์ข้อความกลับไปยังปลายทางที่ส่งมา แม้จะไม่รู้ว่าคนที่คุยอยู่เป็นใคร แต่อีกไม่นานเดี๋ยวก็ได้รู้

แค่รู้ช้าหรือรู้เร็วก็เท่านั้น


Y : งั้นหย๋งยังไม่รู้ก็ได้ครับ

: อืม

: ทำอะไรอยู่

Y : กำลังเดินกลับหอ

Y : พึ่งไปกินข้าวกับเพื่อนเสร็จ 

Y : ผมอยู่หอใน 

Y : อยากย้ายออกไปอยู่หอนอกแล้ววววววววว


คิ้วหนาเลิกขึ้นเล็กน้อยเมื่ออีกฝ่ายรัวแชทมาไม่หยุด เขาอ่านข้อความตรงหน้าพร้อมกับหันไปดูนาฬิกาบนหัวเตียง อีกไม่กี่นาทีก็สี่ทุ่มแล้ว


: ระวังด้วย

: ดึกแล้ว

Y : รู้แล้วน่า

Y : แล้วพี่ทำอะไรอยู่ครับ?

: ไม่ได้ทำอะไร

: คุยกับหย๋งอยู่

Y : ไม่ได้ทำอย่างอื่นเลย?

: ใช่

Y : ดีจังเนอะ :)

: ดี?

Y : เปล่าครับ~


เขาหัวเราะออกมาเมื่อแกล้งพี่เทคของตัวเองสำเร็จ ความจริงไม่ได้มีความหมายแฝงอะไร ก็แค่แกล้งให้พี่รู้สึกอยากรู้ไปงั้น เขาเป็นคนที่อัธยาศัยดี เข้ากับคนง่าย เลยไม่แปลกที่จะมีเรื่องชวนใครๆคุยไม่หยุด

แต่บางทีเขาก็อยากลดลงบ้าง...เข้าสังคมมากไปมันก็เหนื่อยเหมือนกัน

Y : พี่ครับ


ข้อความที่เด้งขึ้นมาทำให้คนที่กำลังตั้งใจทำงานอยู่ละสายตาจากงานตรงหน้ามาสนใจโทรศัพท์ ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าเป็นข้อความจากใคร

ก็มีแค่คนเดียวที่เขาคุย...

Y : พี่ว่าเราจะได้เจอกันเมื่อไหร่?

Y : ผมอยากเจอพี่จัง :)


ข้อความตรงหน้าทำให้เขาตอบกลับไม่ถูก ไม่รู้จะใช้คำไหนที่ทำให้อีกฝ่ายรู้สึกดี ไม่รู้ว่าจะตอบยังไงให้อีกฝ่ายไม่รู้สึกผิดหวัง

อยากจะบอกไปตรงๆเหมือนกันว่า...คุยแบบนี้อาจจะดีที่สุด

การคุยแบบนี้อาจทำให้คุยกันนานกว่า

เขาก็เป็นแค่คนหนึ่ง ที่ไม่มีอะไรน่าสนใจ ไม่มีอะไรน่าดึงดูด

เป็นพระอาทิตย์ที่ไม่มีแสงสว่างในตัวเอง

เป็นแบบนั้นจริงๆ


: ยิ่งมองหา ยิ่งไม่เห็น


ข้อความที่ตอบกลับมาหลังจากเว้นช่วงไปหลายนาทีทำให้คนที่กำลังเล่นแอปพลิเคชั่นอื่นอยู่ถึงกับขมวดคิ้ว สิ่งที่พี่ตอบกลับมาไม่ได้ทำให้เขาเข้าใจได้ในทันที

ต้องการจะสื่ออะไรกันแน่นะ


Y : หมายความว่ายังไงหรอครับ?

Y : บอกให้ผมไม่ต้องหาพี่อย่างนั้นหรอ

: อืม

: ถ้าถึงเวลา

: พี่จะไปหาเราเอง


ถ้าถึงเวลางั้นหรอ

อืม...ชักรู้สึกสนใจขึ้นมาแล้วสิ


Y : ได้ครับ

Y : จะรอนะ :)


เปิดเทอมปีหนึ่งก็แทบจะรู้ชะตากรรมในแต่ละปีต่อจากนี้ หย๋งยกมือขึ้นปิดปากหาวหลังจากที่เดินออกมาจากห้องเลคเชอร์ที่มีเรียนตั้งแต่เก้าโมงเช้ายันเที่ยงตรง ท้องไส้ปั่นป่วนเพราะไม่ได้กินอะไรมาตั้งแต่เช้า

วันนี้ตื่นสาย เกือบเข้าห้องเรียนไม่ทันอาจารย์เช็กชื่อ

“แวะไปที่โต๊ะก่อนได้ป่ะวะ” หย๋งหันไปถามอินที่เดินหาวออกมาข้างๆกัน “วันนี้พี่เทคบอกจะเอาขนมมาให้”

“ไปไหนก็ไป เอามาแบ่งกูด้วย”

“เรื่องอะไร พี่ซื้อให้กู กูก็ต้องกินดิวะ” หย๋งหัวเราะออกมา “มึงได้จากพี่บ่อยแล้ว”

“ขี้งกว่ะ” เขาเอ่ยออกมา “ว่าแต่พี่มึงเป็นผู้ชายหรือผู้หญิงวะ”

“เอ่อ...ไม่รู้ว่ะ” เขาลืมคิดเรื่องนี้ไปเลย “แต่น่าจะผู้ชายมั้ง จากความรู้สึก”

“คุยกันแต่ไม่รู้ว่าพี่เป็นผู้ชายหรือหญิง?”

“เออดิ ก็คุยกันผ่านแชท ไม่ได้โทรคุยกันสักหน่อย”

“มีรูปปะ”

“มี” เขายิ้มออกมา “พระอาทิตย์”

“ฮะ?”

“พี่กูเป็นพระอาทิตย์” 

เขาทิ้งท้ายไว้แค่นั้นก่อนจะเดินไปยังโต๊ะที่มีเพื่อนๆยืนรุมอยู่ก่อนแล้ว วันนี้ที่โต๊ะฝากของดูจะมีคนเยอะเป็นพิเศษ คงเพราะรุ่นพี่เริ่มเทคน้องอย่างจริงจัง

“หย๋งมาแล้วๆๆๆ” เสียงของเพื่อนคนหนึ่งดังขึ้นพร้อมกับคนอื่นๆที่หันมาหาเขาอย่างให้ความสนใจ

“อะไรหรอ” เขาเอ่ยออกมาอย่างไม่เข้าใจ “มีอะไรรึเปล่า”

“หย๋งดูเองดีกว่า” เพื่อนอีกคนเอ่ยพร้อมกับขยับตัวหนีให้เขาเดินเข้าไปในวงที่เพื่อนๆยืนอยู่

ภาพตรงหน้าทำให้เขาเงียบไปชั่วขณะ ชื่อของเขาที่แปะอยู่ที่กล่องลังขนาดกลางค่อนไปทางใหญ่ทำให้คิ้วทั้งสองข้างขมวดเข้าหากันทันที ขนมหลากหลายชนิดที่อัดแน่นอยู่ในกล่องทำให้ความทรงจำในแชทเมื่อคืนหวนกลับมา


‘งั้นจะซื้อไปให้เยอะๆ เลือกไม่ได้ก็เอาไปให้หมด’


ใครจะคิดว่าพี่เทคของเขาจะเอาจริง

“บ้าไปแล้ว” หย๋งเอ่ยออกมาแต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าเขากำลังยิ้มอยู่ “แบบนี้ก็เกินไป”

“เกินไปแล้วมึงยิ้มทำไม” อินที่พึ่งเข้าวงมาเห็นเอ่ยขัด “เจอพี่เทคปุ๊บก็ได้ของเยอะเลยนะมึง คิดถึงวันเฉลยสายไม่ออกเลยว่ะ”

“เออ คิดไม่ออกเหมือนกัน” หย๋งยิ้มออกมาก่อนจะยกกล่องลังที่ติดชื่อตัวเองขึ้นมา “ไปเถอะ”

“มึงไม่เอาฝากไว้แถวนี้ก่อนหรอวะ?”

“ไม่ล่ะ ถือไปด้วยนี่แหละ ไม่ได้หนักอะไร”

“ขี้เห่อชะมัด”

“ก็พอตัว” เขายักคิ้วกวน

ภาพรอยยิ้มสดใสตรงหน้าทำให้คนที่แอบยืนดูอยู่ไกลๆรู้สึกพอใจไม่น้อย เขาไม่รู้จะเลือกซื้ออะไรให้ เห็นอะไรก็หยิบใส่ตะกร้าหมด รู้ตัวอีกทีก็เยอะจนต้องไปหากล่องลังมาใส่

หวังว่าจะชอบ

เพราะเขาเต็มใจทำให้



Y : จะให้ผมกลิ้งได้เลยหรือไง?


ข้อความที่เด้งขึ้นมาหลังจากที่ร่างของอีกคนเดินออกไปเรียกสติให้คนที่ยืนแอบดูอยู่หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดอ่าน ข้อความสั้นๆแต่กลับทำให้เขาหัวเราะออกมาเบาๆ

เปล่าสักหน่อย

แค่ไม่รู้จะซื้ออะไรให้


: เยอะไปเหรอ

Y : พี่ไม่ควรถามคำถามนี้อะ 55555555555555

Y : ผมชอบมาก ขอบคุณนะครับ

: รู้ว่าชอบ

: ก็เรากอดไว้ซะขนาดนั้น

Y : เห็นผมด้วยหรอ?

Y : แล้วพี่อยู่ตรงไหน

: ไม่บอก

: เดี๋ยวหย๋งรู้

Y : ตลอดดดดดดด

Y : แต่ยังไงก็ขอบคุณสำหรับขนมนะครับ

Y : ผมชอบมากเลย :)

: อืม

: ดีใจที่ชอบเหมือนกัน


เป็นปกติเหมือนทุกวันที่เวลาเรียนมักจะไม่เป็นไปตามตารางที่กำหนด ร่างสูงถอนหายใจออกมาหลังจากที่นั่งเขียนแบบมากว่าสามชั่วโมงในห้องที่สว่างจ้าจนปวดตา งานที่อาจารย์สั่งและต้องส่งภายในวันพรุ่งนี้ทำให้เขาเลือกที่จะทำงานที่คณะยาวเพราะไม่อยากย้ายงานไปหลายที่ 

อีกนิดก็เสร็จแล้ว

ร่างสูงลุกขึ้นยืนหลังจากที่นั่งเขียนแบบมาหลายชั่วโมง ความเมื่อยล้าทำให้เขาอยากเปลี่ยนอิริยาบถเพื่อให้ตัวเองรู้สึกผ่อนคลาย เขาเป็นคนชอบทำงานทันทีหลังจากที่ได้รับคำสั่ง เลยไม่ค่อยมีปัญหากับเวลาที่ต้องส่งงาน แต่เวลาที่งานมาพร้อมๆกันก็ทำเอาเขาแทบไม่ได้นอนไปหลายวัน

คณะสถาปัตยกรรมในเวลาสองทุ่มคงไม่ต่างอะไรกับเวลาปกติ เสียงพูดคุยที่ลานคณะทำให้เขารู้ว่าคงไม่เหมาะที่จะเดินลงไปในตอนนี้ เขาเปลี่ยนเส้นทางไปยังด้านหลังตึกที่เปิดไฟไว้เพียงบางจุดเพื่อทำธุระส่วนตัวของตัวเอง

ไม่บ่อยครั้งนักที่เขาจะหยิบมวนบุหรี่ขึ้นมาจุดสูบ เป็นบางช่วงเวลาที่รู้สึกอยากสูบ และก็มีบางช่วงที่เขาไม่อยากแม้แต่จะหยิบขึ้นมาจุดไฟ

บางทีตัวเขาเองก็ตามอารมณ์ตัวเองไม่ทันเหมือนกัน

ควันบุหรี่พวยพุ่งออกมาพร้อมกับดวงตาทั้งสองข้างที่มองไปยังบรรยากาศรอบๆข้าง การสูบบุหรี่บนตึกแน่นอนว่าผิด แต่ถ้าไม่โดนจับได้ทุกอย่างก็จบ ที่ผ่านมาก็ไม่เคยมีปัญหาเพราะเรื่องนี้

ไม่ใช่เขาคนเดียวที่ทำ

“ผมโตแล้วนะ พี่ไม่ต้องห่วงหรอกน่า” เสียงหนึ่งดังขึ้นเรียกความสนใจจากคนที่กำลังคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย “หย๋งรู้แล้วครับ หย๋งเข้าใจแล้วไง”

ชื่อที่เอ่ยออกมาทำให้เขารู้ตัวเลยทันทีว่าเจ้าของเสียงนี้คือใคร บุหรี่ที่เหลืออยู่ครึ่งมวนถูกบี้ลงกับพื้นก่อนที่จะรีบหยิบใส่ถังขยะเพื่อไม่ให้อีกคนเห็น แม้ว่าจุดที่เขายืนอยู่จะค่อนข้างมืดแต่ไม่ได้มืดขนาดที่คนผ่านไปมาจะมองไม่เห็น

ไม่คิดว่าเวลานี้จะมีใครผ่านมาแถวนี้

“บอกป๊าด้วยว่าหย๋งติดงานที่คณะ อาทิตย์นี้คงไม่ได้กลับบ้าน” เสียงที่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆทำให้เขาทำตัวไม่ถูก ใจอยากจะเดินกลับเข้าไปในห้อง

แต่อีกใจก็อยากยืนอยู่ที่เดิม

จะจำได้ไหม...

ความคิดแรกที่แว๊บขึ้นมาในหัว และถูกตัดออกไปอย่างรวดเร็ว เขาไม่ควรหวังว่าใครจะมาจำเขาได้ แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าการที่น้องจำเขาได้มันทำให้เขารู้สึกดี

“กำลังจะกลับครับ พึ่งเลิกประชุม...อ้าว” เสียงที่คุยโทรศัพท์อยู่ดังขึ้นพร้อมกับขาทั้งสองข้างที่หยุดลงตรงหน้าเขา “เปล่าไม่มีอะไร แค่นี้ก่อนนะ หย๋งจะกลับหอแล้ว”

“…” เขามองกล่องที่เขาเป็นคนซื้อให้ก่อนจะเงยหน้ามองคนตรงหน้า

รอยยิ้มไม่เคยหายไป...ไม่เคยเลยจริงๆ

“สวัสดีครับพี่ปีสอง” น้ำเสียงร่าเริงเอ่ยทัก “ยังไม่กลับบ้านอีกหรอครับ”

“…” เขาส่ายหน้าแทนคำตอบ

“เจอผมทีไรก็ไม่ยอมพูดกับผมสักทีสินะ” หย๋งหัวเราะออกมา “พี่จะกลับเลยรึเปล่า”

“…” เขาหยุดคิดไปพักหนึ่ง “น่าจะ”

“กลับพร้อมกันไหม ผมกำลังจะกลับหอในพอดี” เขาพูดออกมาพร้อมรอยยิ้ม “พี่อยู่หอในหรือว่าอยู่หอนอกครับ?”

“คอนโด” เขาตอบออกมา “อยู่คอนโด”

“โหหหหหหหห น่าอิจฉาจัง” ใบหน้าสดใสยู่ลงเล็กน้อย “ผมนะอยากจะอยู่คอนโด แต่ที่บ้านไม่ยอมให้อยู่ อิจฉาพี่จัง”

“…”

ไม่ต้องอิจฉา...ไม่ได้น่าอิจฉาเลยสักนิด

“งั้นผมไปก่อนนะ คงไม่ได้กลับทางเดียวกัน” เขาเอ่ยออกมาหลังจากที่เห็นว่าคนตรงหน้าเงียบไป เจอกันกี่ที บทสนทนาก็จะเป็นเรื่องทั่วๆไปที่มีแต่เขาพูด

พี่ปีสองคนนี้ดูลึกลับจริงๆ

“ไปส่งไหม”

“ครับ?”

“ให้…พี่...ไปส่งไหม” เขาเอ่ยออกมาอย่างไม่มั่นใจ เขาหลุบตาลงต่ำแสดงออกถึงความไม่มั่นใจที่มีอยู่ลึกๆ แม้ว่าจะไม่รู้ว่าเหตุผลที่จะไปส่งคืออะไรก็ตาม

แต่ถ้าคนตรงหน้าอยากให้ไปส่ง...เขาก็เดินไปส่งได้

“รบกวนพี่ซะเปล่า” หย๋งเอ่ยออกมา “ผมเดินกลับได้ ไม่เป็นไรน่า”

“…”

“แต่คิดดูแล้ว...ถ้าพี่อยากไปส่ง ผมก็ไม่ขัดนะ” เขายิ้มออกมา พอเห็นสายตาของคนตรงหน้าเขาก็ไม่รู้จะปฏิเสธยังไง อีกอย่างวันนี้ดูพูดเยอะกว่าทุกครั้งที่เคยเจอกัน

แปลกดี

“อืม…ไปสิ” เขาพยักหน้า “แต่ขอไปเอาของก่อน”

“ได้ครับ ผมไปด้วย” หย๋งยิ้มกว้าง “ปกติพี่กลับดึกแบบนี้ทุกวันเลยหรอครับ”

“…” เขาส่ายหน้าแทนคำตอบ “ทำงานเพลิน”

“อ่อ…ผมเข้าใจ” เขาหัวเราะออกมา “งานเยอะแบบนี้ตลอดใช่ไหมครับ”

“ใช่”

“ผมต้องตายแน่ๆเลย แค่รับน้องผมก็เหนื่อยจะแย่” เขารู้สึกว่าเวลาในแต่ละวันหมดไปอย่างรวดเร็ว พลังงานในร่างกายเขาก็เหมือนกัน

เหนื่อยจนอยากจะกลับไปแอดมิชชั่นใหม่

คิดถูกหรือคิดผิดวะเนี่ยยยยย!!!

“ผมรอตรงนี้นะ” หย๋งเอ่ยออกมาเมื่อเดินมาหยุดลงหน้าห้องที่เปิดไฟสว่างจนเห็นเด่นชัด

หย๋งมองร่างสูงที่เดินเข้าไปในห้องพร้อมรอยยิ้ม เขาเป็นแบบนี้เสมอ เขาชอบคุยกับคนรอบข้าง การได้คุยกับคนมากหน้าหลายตาทำให้เขาได้แนวความคิดที่แปลกใหม่ มันเป็นตัวช่วยทำให้เขามีไอเดียใหม่ๆในการทำงานเสมอ

“เร็วจัง” เขายิ้มเมื่อประตูบานใหญ่เปิดออก “ให้ผมช่วยถือไหม”

“…” เขามองคนตรงหน้าที่กอดกล่องขนมด้วยแขนทั้งสองข้างก่อนจะส่ายหน้าแทนคำตอบ

ถือกล่องขนมอย่างเดียวก็พอแล้ว

“พี่จำผมได้ไหมเนี่ย” หย๋งถามออกมาอย่างไม่มั่นใจ เจอกันน่าจะเป็นครั้งที่สามได้ แต่เขาไม่รู้ว่าอีกคนจะจำเขาได้ไหม “ผมชื่ออะไร”

“หย๋ง” เขาตอบกลับอย่างไม่ต้องคิดนาน “จำได้”

“เก่งจัง” รอยยิ้มที่เผยออกมาทำให้คนที่เดินข้างๆเผลอมองอย่างลืมตัว

“…”

“แล้วพี่ชื่ออะไร ผมถามพี่มาครั้งที่สามแล้วนะ”

“…”

“จะไม่บอกผมจริงๆหรอ”

“เปล่า”

ไม่ใช่ไม่อยากบอก...แต่รู้ไปก็แค่นั้น

มันเป็นคำถามที่ไม่ได้สำคัญอะไร 

“งั้นผมเรียกพี่ว่า...พี่เงียบนะ” เขาเสนอชื่อที่คิดขึ้นมาเองออกมา “ถ้าพี่ไม่ยอมบอก ผมก็จะเรียกแบบนี้”

“…” เขาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ยอมรับว่าเป็นชื่อที่คาดไม่ถึงมาก่อน

“ตกลงไหมครับ?”

“…”

“พี่ครับ ตอบผมหน่อยยย สัญญาณไม่ดีหรอ” หย๋งถามซ้ำอีกครั้งพร้อมกับเอื้อมมือไปจิ้มแขนคนข้างๆเบาๆ “เลขหมายที่หย๋งเรียกไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้...”

“ตกลง”

“…”

“พี่เงียบ” เขาเอ่ยออกมาพร้อมรอยยิ้มบางๆ

ตามใจอีกคน อยากเรียกอะไรเขาก็ให้เรียกทั้งนั้น

แล้วแต่น้อง

“พี่ทำให้ผมเหมือนเป็นคนบ้าเลย” หย๋งเอ่ยออกมา “เหมือนผมบ่นคนเดียว แต่ก็ตลกดีเหมือนกัน”

“…”

“พี่เงียบแบบนี้มาตลอดเลยหรอ แล้วเวลาต้องเทคน้องพี่เทคยังไงเนี่ยยยยย”

“…” เขาหันไปมองกล่องที่หย๋งถืออยู่ในมือ

ก็เทคแบบนี้...

“พี่ได้ชวนน้องเทคคุยบ้างรึเปล่าครับ”

“…” เขาพยักหน้า

“แล้วคุยกันเยอะไหม”

“…”

แล้วหย๋งคิดว่าเยอะไหม

“แต่ผมคุยกับพี่เทคเยอะนะ เยอะมากเลย” รอยยิ้มเล็กๆที่เผยออกมาทำให้เขาหันไปมองอีกครั้ง

รอยยิ้มมีเสน่ห์มากจริงๆ

“ขนมกล่องนี้พี่เทคให้ผมมา ซื้อมาให้เยอะมากเลย พี่หิวไหม ผมแบ่งให้ได้นะ”

“ไม่เป็นไร” 

เก็บไว้กินเถอะ...เขาตั้งใจซื้อให้

“ผมอยากเห็นหน้าพี่เทคเร็วๆจัง อยากรู้ว่าจะเป็นคนแบบไหน อยากรู้ว่าผมจะเข้ากับพี่เทคได้ไหม” คุยในแชทไม่เหมือนคุยกับตัวจริงอยู่แล้ว

“…”

ไม่รู้ว่าจะเข้ากันได้ไหม แต่...จะพยายาม

“แล้วพี่เงียบเจอน้องรึยังครับ”

“เจอแล้ว”

“เป็นยังไงบ้างครับ ผมรู้จักรึเปล่า”

“คิดว่ารู้จัก”

“ใครหรอ คนไหน ชื่ออะไรๆ” หย๋งดูตื่นเต้นขึ้นมาอย่างปิดไม่มิด “พี่ฝากของให้ผมเอาไปให้น้องพี่ได้นะ ผมสัญญาว่าจะไม่บอกว่าพี่ฝากมา”

“…”

ไม่ต้องหรอก...ถ้าฝากเจ้าตัวคงรู้ทันที

“คนไหนนะน้องเทคพี่”

“…” เขาหัวเราะออกมาเบาๆเมื่อเห็นท่าทางครุ่นคิดของอีกคน

“ผมว่าผมก็ไม่ได้รู้จักคนเยอะนะ”

ไม่จริง...ข้อนี้เขาขอเถียง

“ใครกันนะ”

“น้องพี่...”

“…?”

“เป็น...เด็กน่ารัก”

สิ่งที่เขารู้ตอนนี้มีแค่นี้...

บอกได้แค่นี้

“โหยยย บอกแค่นี้ผมเดาไม่ออกหรอก” หย๋งเอ่ยออกมา “คนน่ารักในปีหนึ่งเยอะจะตาย พี่บีบให้แคบลงกว่านี้หน่อยไม่ได้หรือไง”

“แคบแล้ว”

“แคบตรงไหนเล่าาา”

“เขาเป็นคนเดียว”

“…”

“ที่พี่มองว่า...น่ารัก”








----------------------------------------------

พูดน้อย ต่อยหนักจริงๆค่ะพี่ ;_____;


ขออภัยที่มาช้านะคะ เรื่องนี้ค่อนข้างยากสำหรับเราในการแต่งตัวเอก

ด้วยความที่ชอบแต่งตัวละครพูดมาก พอแต่งตัวละครไม่ค่อยพูดมันเลยค่อนข้างยาก

แต่แปลกที่แต่งแล้วรู้สึกชอบในคาแร็กเตอร์แบบนี้

อย่าพึ่งเบื่อพี่เขานะคะ คอยเอาใจช่วยพี่เขาไปเรื่อยๆ

สัญญาว่าตอนจบพี่เขาจะพูดมากกว่าเดิมค่ะ 555555555


ฝากติดตามนิยายเรื่องนี้ด้วยนะคะ เราตั้งใจมากและหวังว่าคนอ่านจะชอบกัน

แวะพูดคุยทักทายกันได้ทางแฟนเพจ Perlina หรือทางทวิตเตอร์ @perlinjun

ปล. ทางทวิตเตอร์เราติ่งวง Wanna One หนักมาก หากใครจะตามอาจจะรำคาญกันได้ ;_;


สุดท้ายนี้อยากบอกว่า อย่าลืมติดแท็กพูดคุยกันนะคะ <3 #เมื่อโลกของผม

เจอกันใหมตอนหน้า ขอบคุณค่าาาา~

B
E
R
L
I
N
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 764 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,035 ความคิดเห็น

  1. #2002 pkcyhst (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 กันยายน 2563 / 23:18
    ก้เราไงงงหย๋งงง คนนี้เลยยยย
    #2,002
    0
  2. #1994 whitelava blue (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2563 / 21:44
    เขิลๆ คนพี่
    #1,994
    0
  3. #1967 space_NPW (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2563 / 14:51
    แง่งงงงง

    น่ารักกกกก
    #1,967
    0
  4. #1966 myloveisV (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2563 / 23:00
    งุ้ยยยยย ‘เป็นคนเดียวที่พี่มองว่าน่ารัก’
    #1,966
    0
  5. #1951 ฟักทองซึน (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 มีนาคม 2563 / 23:45
    ชอบบบบบบ นิ่งๆพูดน้อยแต่การกระทำชัดเจนคือดีย์
    #1,951
    0
  6. #1932 Baeklittle (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2563 / 22:26
    น้องเป็นคนเดียวที่พี่จะเทค..#พี่เงียบ
    #1,932
    0
  7. #1925 tangthaiparichat (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2563 / 21:19
    แอคแทคแรงมากค้าบ
    #1,925
    0
  8. #1879 pncmjs (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 กันยายน 2562 / 22:42
    โอ้โหหห เเอทเเทคมาก!
    #1,879
    0
  9. #1876 chickchick0412 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2562 / 16:58
    เขินนนน
    #1,876
    0
  10. #1856 Kim-kibom (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2562 / 19:12
    น้องพูดเก่ง..พี่พูดน้อย
    #1,856
    0
  11. #1854 marionette202 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2562 / 23:50

    โอ๊ยตาย ฉันตายแล้วค่ะ หลงเสน่ห์พี่เงียบแล้ว
    #1,854
    0
  12. #1837 Lolo02 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 เมษายน 2562 / 15:13

    งื้อออออ

    #1,837
    0
  13. #1827 SkmilkSk (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 เมษายน 2562 / 23:24
    อย่าให้พี่ได้พูด5555 ถ้าน้องเป็นฝ่ายบรรยายเราคงจะคิดว่าพี่เป็นพระเอกที่เย็นชา สุขุม หยิ่งๆ แล้วนะเนี่ยยย
    #1,827
    0
  14. #1820 Chompoo_mg (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 เมษายน 2562 / 14:47
    ชอบแนวนี้ ฮือออทำไมมาเจอช้า ชอบความมีปมดึงให้อานต่อ อุแงงง เขิน
    #1,820
    0
  15. #1816 Mew (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 เมษายน 2562 / 14:57

    พี่เทคความลับเยอะนะ

    #1,816
    0
  16. #1785 sonsawanya22 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2562 / 10:34
    พี่น่ารักกก
    #1,785
    0
  17. #1777 RealThxnB (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2562 / 13:13
    แม่เจ้า ทำไมนู๋เขินนนนน
    #1,777
    0
  18. #1750 JutakanWhanyan (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 มกราคม 2562 / 21:21
    ไรท์~~~~ สงสานพระเอกมากคือม่มีเพื่อนเลยหรอ55555
    #1,750
    0
  19. #1749 ภรรยาปาร์ค (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 มกราคม 2562 / 18:23
    พุดน้อยน่ารักของแท้ฮือออ
    #1,749
    0
  20. #1740 GbFg (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 มกราคม 2562 / 20:55
    เขินแพ็พ/////
    #1,740
    0
  21. #1670 nannapas331 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2561 / 22:30
    พี่พูดมาทีนี้ไปไม่เป็นเลย
    #1,670
    0
  22. #1508 Jurietta (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2561 / 23:46
    ฮืออออ เขินนน//////
    #1,508
    0
  23. #1456 findmamaa (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2561 / 01:50
    ไม่ไหวเด้อออออ ฉันเนี้ยไม่ไหวเด้ออออ
    #1,456
    0
  24. #1365 pparpbebi。 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 กันยายน 2561 / 09:43
    โอ๋ยยยยยเขินคำพูดพี่เงียบ;//;
    #1,365
    0
  25. #1346 Mint S (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 กันยายน 2561 / 21:25
    เอ๋ โพยังไงน้าาา
    #1,346
    0