เมื่อโลกของผม...หมุนรอบตัวคุณ (Yaoi) [END]

ตอนที่ 11 : 10:50 - เชื่อในคุณ 100 per

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,316
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 624 ครั้ง
    16 เม.ย. 61

B
E
R
L
I
N
 

เชื่อในคุณ



“จะเอาแบบนี้จริงๆเหรอวะ” คำถามหลุดออกมาจากปากของอินหลังจากที่ภายในห้องตกอยู่ในความเงียบมานานเกือบยี่สิบนาที

ตั้งแต่ที่เข้ามาในห้องหยงก็ไม่พูดอะไรอีก ตั้งหน้าตั้งตาเก็บของ ส่วนพี่ชายของหยงก็ยืนรออยู่หน้าหอพักเพราะระเบียบหอพักไม่ให้คนนอกขึ้นตึก ความจริงเขาก็ขึ้นไม่ได้ แต่เพราะบอกคนดูแลว่ามาช่วยเพื่อนย้ายของคนดูแลเลยอนุญาตให้เขาขึ้นมา ดีแล้วที่เขาสามารถขึ้นมาได้คนเดียว ไม่อย่างนั้นบรรยากาศในห้องตอนนี้คงมาคุกว่าเดิม

“หยง กูรู้มึงไม่โอเค” การที่หยงเงียบไม่พูดอะไรมันทำให้เขาเป็นห่วงมากกว่าตอนที่พูด “มึงระบายกับกูได้ อยากพูดอะไรก็ได้ เงียบแบบนี้ไม่ใช่มึงเลยว่ะ”

“ให้พูดอะไร” หยงละมือจากเสื้อผ้าที่กำลังเอาออกมาจากไม้แขวนเสื้อ “พูดแล้วมันได้อะไรขึ้นมา” เขารู้จักครอบครัวเขาดี แม้จะไม่ได้เข้มงวดเท่าครอบครัวคนอื่น แต่ก็ไม่ได้ปล่อยเป็นอิสระทุกอย่าง

ใจเขาก็อยากจะรอรูมเมทกลับมาแล้วถามถึงเรื่องที่เกิดขึ้น ถ้าไม่ใช่รูมเมทจะเป็นใครไปได้ มีแค่คนนี้เท่านั้นที่รู้ว่าเขาไม่นอนที่หอ แต่รอไปก็แค่นั้นในเมื่อเขารู้คำตอบดีอยู่แล้ว ถามมากกว่านี้ก็เปลี่ยนอะไรไม่ได้อยู่ดี

เหอะ...

“หยง” อินเรียกชื่อเพื่อนสนิทก่อนจะถอนหายใจออกมา “กูคุยให้มึงได้จริงๆนะ”

“อืม กูรู้”

“…”

“แต่กูรู้จักพี่กูดี”

“ยังไงล่ะ ไหนบอกกู”

“พูดคำไหนคำนั้น”

“…”

“นั่นแหละพี่กู”




หอพักในกำกับมหาวิทยาลัยเป็นที่ที่ไม่ค่อยได้ผ่านถ้าไม่มีความจำเป็น วันนี้เป็นอีกวันที่เขาจำเป็นต้องมาที่นี่ แม้อีกคนจะไม่ได้บอกให้เขามา แต่เขาปล่อยให้เรื่องทุกอย่างเป็นแบบนี้ไม่ได้ เรื่องที่เกิดขึ้นส่วนหนึ่งก็เป็นความผิดของเขาที่ขอให้หยงมาอยู่ด้วยจนน้องไม่ยอมกลับหอพัก

อยากให้หยงอยู่สบายๆ

แต่เขาคิดน้อยไป

“เอาจริงเหรอวะไอ้มืด” คนที่ขอติดมาด้วยเพราะเป็นห่วงเอ่ยถามเมื่อเดินมาหยุดอยู่หน้าหอพัก

“อืม จริง” เขาตอบกลับไปอย่างมั่นใจก่อนที่สายตาจะหันไปเห็นร่างสูงที่ยืนกดโทรศัพท์อยู่หน้าประตูทางเข้า 

คนนี้แหละพี่ชายของหยง...หยก พี่ชายของหยง

“ให้กูเข้าไปด้วยได้ป่ะ...คือ...กูเป็นห่วงมึง” ฟรายเอ่ยออกมาอย่างกล้าๆกลัวๆ เขาไม่ใช่คนสู้คน แต่ก็พร้อมจะอยู่ข้างๆถ้าอีกคนต้องการ

ดูท่าทีพี่ชายของหยงจะโหดไม่เบา

“ไม่เป็นไร”

“แต่ว่า...”

“แค่คุย” เขาเอ่ยสั้นๆ แม้ลึกๆจะมีความกังวลอยู่บ้าง แต่คงเทียบไม่ได้กับสิ่งที่หยงแบกรับไว้ “รอตรงนี้” 

แม้ไม่รู้ว่าจะต้องเปิดประโยคยังไง จะเริ่มพูดจากตรงไหน แต่เขาไม่อยากปล่อยให้เรื่องทุกอย่างเป็นแบบนี้ หยงเป็นคนสร้างโลกใหม่ให้กับเขา และเขาจะไม่ยอมเสียโลกใบนี้ไป

โลกของเงียบ

ที่รู้ว่าคนๆนั้นคือพี่ชายของหยงเพราะเขาทันเห็นตอนที่หยงเดินออกมาจากห้องพอดี ตอนแรกเขาตั้งใจจะเดินเข้าไปคุยกับหยง แต่พอเห็นอีกคนที่ไม่คุ้นเคยก็เลยยืนดูเงียบๆไม่เข้าไปขัดอะไร

ทำไมตอนนี้เหลือแค่พี่ชายของหยง

หยงอยู่ไหน

“มืด…มึงไหวแน่นะ”

“อืม” เขาทิ้งท้ายไว้แค่นั้นก่อนจะตัดสินใจเดินออกมา

ปกติเป็นคนไม่พูดไม่อธิบายอะไรอยู่แล้ว แต่พออยู่ในจุดที่เขาต้องพูดเพื่อรักษาสิ่งสำคัญไว้เขาก็ต้องทำ แม้ผลที่ออกมาจะดีหรือไม่ดีเขาก็พร้อมที่จะยอมรับ

ดีกว่าไม่ทำอะไรเลย

“ขอ…” คำแรกสะดุดลงเมื่อใบหน้าคมเข้มเงยหน้าขึ้นมาสบตากับเขาพร้อมกับเลิกคิ้วสงสัย “พี่...หยก?” เขาเรียกชื่อคนตรงหน้าอย่างไม่มั่นใจ

“ครับ” น้ำเสียงนิ่งๆตอบกลับพร้อมกับร่างสูงที่เปลี่ยนท่ายืนเล็กน้อย “รู้จักกันเหรอ?” หยกถามพร้อมกับนึกประมวลใบหน้าของคนที่เขาไม่คุ้น

รู้จักชื่อของเขาได้ยังไง

“ไม่รู้จัก” เขาตอบกลับ ที่เรียกคนตรงหน้าว่าพี่ก็เพราะเดาว่าคนๆนี้น่าจะอายุมากกว่าเขา “แต่รู้จักหยง”

“อ่อ” เหมือนคนตรงหน้าจะเข้าใจได้ในทันทีที่เขาเอ่ยชื่อของอีกคน “เพื่อนหยงเหรอ” แต่ที่จำได้หยงมีเพื่อนสนิทที่ชื่ออิน นอกนั้นก็ไม่ได้สนิทมากเท่าไหร่

“เปล่า...รุ่นพี่” เขาพยายามจะพูดให้มากกว่าเดิม แต่พอเห็นสายตาที่มองมาคำพูดทุกอย่างของเขาก็เหมือนถูกกลืนกลับเข้าไป

“อ่อ…แล้ว?”

“หยงอยู่ไหน”

“ข้างบน” หยกชี้นิ้วไปบนตึก “กำลังเก็บของ”

“เก็บของ?”

“ย้ายกลับไปอยู่บ้าน” เขาตอบกลับอย่างไม่คิดอะไร “มีอะไรจะคุยกับหยงรึเปล่า อีกสักพักคงจะลงมาแล้ว”

“ย้ายกลับไปทำไม” เขาถามต่อทันที “คือ...หมายถึง...”

“จะพูดอะไรก็พูดมาเลยดีกว่า” หยกถอนหายใจหนักๆ เขาเริ่มรู้สึกแปลกๆกับคนตรงหน้า “สงสัยอะไร อยากถามอะไร”

“ทำไมต้องย้ายกลับ” 

ไม่ย้ายได้ไหมหยง

“ผมไม่จำเป็นต้องตอบ” หยกสบตาคนตรงหน้า “มีอะไรกับน้องผมรึเปล่า”

“มีกับพี่” เขาสบตาคนตรงหน้าตอบ “หมายถึง...ถ้าจะย้ายเพราะเรื่องที่หยงไม่ยอมกลับบ้าน...ก็อยากจะมาอธิบายเรื่องนั้น”

“อธิบาย?”

“อืม” 

“ทำไม”

“เป็นคนขอหยงให้ไปอยู่ด้วยเอง”

“…”

“ถ้าจะว่า...ก็ว่าที่ผม” เขายอมรับทุกอย่าง ถ้าเขาไม่พูดวันนั้นหยงก็คงไม่มาอยู่กับเขาบ่อยจนเกิดเรื่องนี้ขึ้น ยิ่งเขารู้ว่าหยงจะย้ายกลับไปอยู่บ้านเขายิ่งรู้สึกไม่ดี

ไม่อยากให้ไป

ไม่ต้องมาอยู่กับเขาทุกวันแล้วก็ได้

แค่...อย่าไปไกลกว่าเดิม

เขาไม่เก่งเรื่องความรู้สึก

แต่รู้...ว่าต้องการหยง

“คุณเองเหรอ” หยกถามออกมา ร่างสูงเปลี่ยนท่าทางเป็นยืนกอดอกก่อนจะถอนหายใจหนักๆ “แล้วยังไงต่อ อยากจะพูดอะไรอีกไหม”

“แล้วอยากฟังอะไร” ไม่ได้ตั้งใจจะกวน เขาแค่ไม่รู้ว่าจะเริ่มเล่าตรงไหน

แค่ถามมา...เขาก็พร้อมจะเล่า

“ทุกอย่าง”

“…”

“นอกจากเป็นพี่...แล้วเป็นอะไรอีก” ไม่ใช่ว่าเขาไม่รู้ว่าหยงเป็นยังไง แต่การที่จู่ๆคนที่ทำให้เกิดเรื่องเดินเข้ามาสารภาพกับเขาตรงๆมันค่อนข้างจะแปลกไปหน่อย

“ยังไม่ได้เป็น”

“…”

“รอหยงอยู่” ถามตรงเขาก็พร้อมจะตอบตรงๆ 

“แล้วรู้จักกันมานานแค่ไหน...หยงถึงติดไม่ยอมกลับมานอนหอตัวเองขนาดนี้”

“ไม่นาน”

“อืม ก็รู้นิ”

“แต่ไม่ได้แปลว่าไม่จริงจัง” เขาสบตาคนตรงหน้าอย่างไม่ยอมแพ้ ถ้าจะวัดความรู้สึกของเขากับระยะเวลาเขาก็พร้อมจะบอกว่ามันเอามาเทียบกันไม่ได้

เทียบไม่ได้เลยจริงๆ

“ใครๆก็พูดได้”

“ไม่ใช่ทุกคนที่จะทำได้”

“แล้วรู้ได้ยังไงว่าตัวเองทำได้ ที่เป็นอยู่อาจจะแค่หลง เดี๋ยวก็เบื่อ”

“ไม่ใช่ทุกคนที่คิดแบบนี้” เขาคือหนึ่งในนั้น เขาไม่เคยคิดว่าสิ่งที่เป็นอยู่ตอนนี้เรียกหลง ไม่ได้คิดว่านานๆไปจะรู้สึกเบื่อ 

รู้ความความสัมพันธ์มันซับซ้อนกว่าที่คิด แต่เขารู้ตัวเองว่ารู้สึกอะไร มั่นใจและมั่นคงกับความรู้สึกนี้มาโดยตลอด กำแพงที่เคยสร้างไว้มันถูกหยงทุบแตกจนไม่เหลือชิ้นดี

หยงทำให้เขาเปลี่ยนไป

หยงทำให้รู้ว่าการรักใครสักคนเป็นยังไง

“คุณพึ่งอายุเท่าไหร่ อย่าพูดเหมือนมั่นใจขนาดนั้น”

“แล้วจะให้ทำยังไง”

“อะไร”

“จะให้ทำยังไงถึงจะเชื่อ...ว่าที่พูดไปรู้สึกแบบนั้นจริงๆ”

“ไม่รู้ คิดเอง” ไม่จำเป็นที่เขาจะต้องช่วยคิด แค่เรื่องงานกับเรื่องที่บ้านก็หนักมากพอที่เขาจะไม่คิดเรื่องอื่นแล้ว 

“ยังไงหยงก็จะย้ายกลับบ้าน...ใช่ไหม” เขาถามย้ำเพื่อความแน่ใจ

“อืม”

“ให้ย้ายกลับไปทำไม” ทั้งที่อยู่หอตรงนี้ก็ใกล้ดีอยู่แล้ว อีกอย่างปีหนึ่งกิจกรรมก็เยอะ บางครั้งก็มีงานที่ต้องช่วยกันทำกว่าจะเสร็จก็เที่ยงคืนตีหนึ่ง

เหนื่อยเดินทาง

“อยู่ที่นี่หยงมีความสุข”

“แล้วรู้ได้ยังไงว่ากลับบ้านไปหยงจะไม่มีความสุข” ที่บ้านสบายกว่าหอในหลายเท่า เขาเคยบอกน้องตั้งแต่แรกแล้วว่าให้เดินทางไปกลับเพราะไม่อยากให้ไปอยู่หอข้างนอก แต่ตอนนั้นหยงดื้อบอกจะอยู่หอ ที่บ้านก็เลยให้อยู่หอใน

“ความสุขหยงอยู่ที่นี่”

“เหรอ” เขากระตุกยิ้ม “รู้จักหยงดีกว่าพี่ชายตัวเองอีก”

“ถ้าหยงไม่มีความสุข...ให้หยงกลับมานะ” รู้ว่ามันดูเห็นแก่ตัวที่เขาพูดออกไปแบบนั้น รู้ว่าไม่ควรจะพูด “ให้หยงกลับมานะ”

“ชอบหยงใช่ไหม”

“อืม”

“ยอมรับง่ายดี” หยกหัวเราะออกมาเบาๆ “จะกลับมาหรือไม่กลับมามันก็ไม่เกี่ยวกับคุณ”

“…”

“มันคือเรื่องในครอบครัวของผม”

“อืม รู้”

หยงก็เป็นครอบครัวของเขาเหมือนกัน

ครอบครัวที่มีแค่หยงคนเดียว

“ถ้าชอบหยง...ก็อย่าทำให้หยงดื้อ”

“…”

“หมายถึง...ช่วงเวลาที่หยงกลับไปอยู่ที่บ้าน ไม่ต้องติดต่อกัน”

“…”

“จะได้รู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้น...คุณคิดไปคนเดียวหรือน้องผมมันรู้สึกแบบนั้นด้วย” ที่เกิดขึ้นอาจเป็นอารมณ์ชั่ววูบ ความรักในวัยนี้รักง่ายก็เลิกรักง่าย

“ถ้าไม่ติดต่อ...แล้วหยงอยากกลับมา”

“…”

“ให้กลับมาได้ไหม”

“…”

“ถ้าได้...จะทำให้”

เขาเชื่อในตัวเอง และเชื่อในความรู้สึกของหยง

เชื่อมาตลอด

“ได้”

“…”

“รักษาคำพูดด้วย”




ของทุกอย่างถูกยกขึ้นรถยนต์คันใหญ่ ประตูรถปิดลงพร้อมกับใบหน้านิ่งเรียบที่ไม่แสดงอาการ อินมองเพื่อนตัวเองสลับกับพี่ชายที่ยืนอยู่ข้างๆก่อนจะลอบถอนหายใจออกมาอย่างอดไม่ได้

นี่มันเรื่องบ้าอะไรวะ...ยุคไหนแล้ว

“หยง…พรุ่งนี้กูจะเจอมึงใช่ไหม”

“แค่พาหยงกลับบ้าน” พี่หยกที่ได้ยินตอบแทนน้องชายตัวเอง “พรุ่งนี้จะมาส่ง ไม่เข้าเรียนสาย”

“ผมถามหยง” อินไม่แม้แต่จะหันไปมองคนที่ตอบ เขาไม่เห็นด้วยกับเรื่องนี้ แม้ว่าหยงมีส่วนผิด แต่มันไม่ได้ผิดถึงขั้นที่ไปทำให้ใครเดือดร้อน

ถ้าเป็นเขา...ก็คงเลือกอยู่กับคนที่สบายใจ

“ขอคุยกับอิน...พี่หยกขึ้นรถไปก่อน”

“อืม” คนตัวสูงตอบกลับสั้นๆก่อนจะยอมเปิดประตูขึ้นรถไป

หยงหันกลับมามองเพื่อนสนิทก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆเมื่อเห็นสีหน้าที่ดูไม่พอใจพี่ชายของเขา ไม่แปลกที่อินจะเป็นแบบนี้ การเจอกันครั้งแรกของอินกับพี่ชายของเขาไม่น่าประทับใจสักเท่าไหร่

“อย่าทำหน้าเครียดแบบนั้นดิวะ” พอเห็นสีหน้าของเพื่อนก็ทำให้ความเครียดที่มีคลายลง “กลับไปอยู่บ้านสบายกว่าอยู่หอในอีก”

“หยง”

“อิน กูขออะไรอย่าง”

“อย่ามาซึ้ง กูไม่อิน”

“มึงอิน”

“นั่นชื่อกู” เขาหัวเราะออกมา “จะขออะไร”

“เปิดใจ”

“…?” เขาเลิกคิ้วขึ้นอย่างไม่เข้าใจในสิ่งที่หยงพูดออกมา “เปิดใจอะไร”

“มึงน่าจะรู้ดีกว่าตัวกู” หยงยิ้ม “มันไม่ได้แย่อย่างที่มึงคิดหรอก...มึงเข้าใจใช่ไหม” ตอนที่ยังมีเวลาก็อยากให้ใช้เวลานั้นให้มากที่สุด

ไม่อยากให้นึกเสียดายทีหลัง

“เออ คิดว่าเข้าใจ”

“พรุ่งนี้เจอกัน”

“หยง…อยากฝากกูบอกอะไรเขาไหม”

“ไม่ต้องหรอก” รอยยิ้มบางๆเผยออกมาอีกครั้ง

“…”

“กูเชื่อว่าเขาเข้าใจทุกอย่าง”

เพราะเป็นพี่เงียบ...ไม่มีอะไรให้น่าเป็นห่วงเลย

“กูไม่เข้าใจพวกมึงเลยจริงๆ”

“เหมือนที่กูไม่เข้าใจพี่ฟรายนั่นแหละ”

“เกี่ยวอะไร” พอได้ยินชื่อบุคคลที่สามคิ้วทั้งสองก็ขมวดเข้าหากันทันที ไม่รู้ทำไมได้ยินชื่อนี้ทีไรรู้สึกปวดหัวทุกที เหมือนเป็นชื่อต้องห้ามที่เวลาได้ยินต้องเกิดเรื่องอะไรขึ้นเสมอ

“มึงเห็นพุ่มไม้ตรงนั้นปะ” หยงชี้นิ้วไปยังพุ่มไม้ที่อยู่ถัดจากตึกหอในไป

“เออ ทำไม”

“กูว่าพุ่มตรงนั้นมันแปลกๆ”

“มึงจะบอกว่า?”

“เออ เข่าเสื่อมละมั้ง” หยงหัวเราะออกมา “เห็นก้มๆเงยๆมาสักพักแล้ว”

“พี่แม่งก็เป็นแบบนี้” อินถอนหายใจหนักๆ พี่ฟรายชอบทำตัวประหลาดแบบนี้อยู่เสมอ “ไปเถอะ พรุ่งนี้เจอกัน”

“เออ” 

“…”

“พรุ่งนี้เจอกัน”

ประตูรถฝั่งข้างคนขับปิดลงพร้อมกับรถยนต์ที่ค่อยๆเคลื่อนตัวออกไป อินโบกมือตามหลังก่อนจะหันไปมองพุ่มไม้ที่เพื่อนเขาชี้ให้ดูอีกครั้ง เมื่อกี้เห็นเหมือนร่างอะไรสักอย่างผลุบๆโผล่ๆ คงจะจริงอย่างที่หยงบอก

เจอกันแบบปกติสักครั้งโลกจะแตกหรือยังไง

มีเรื่องให้ลุ้นอยู่ตลอดจริงๆ

“นี่”

“…”

“นี่!” อินเรียกเสียงดังขึ้นเพื่อให้ร่างที่หลบอยู่หลังพุ่มไม้ยอมโผล่หน้าขึ้นมาคุยกับเขา “ตัวเล็กมากหรือไง...คิดว่าหลบแบบนี้ผมจะไม่เห็นเหรอ”

“พี่ว่าพี่เนียนนะ” คนถูกจับได้ค่อยๆโผล่หน้าขึ้นมาพร้อมรอยยิ้มแห้งๆ “น้องอินเห็นเหรอครับ”

“ไม่เห็นเลยมั้ง”

ตัวเองเนียนมาก

“รู้หรอกว่าประชด” ฟรายค่อยๆลุกขึ้นยืน

สงสัยนั่งนานไป...ปวดขาชะมัด

“มาทำอะไรตรงนี้”

“ถ้าบอกว่ามาเดินเล่นก็คงไม่เนียนใช่ไหม”

“พี่เคยเนียนด้วยเหรอ” ตั้งแต่ที่รู้จักกันมาไม่เคยเห็นมุมนั้น เห็นแต่มุมแปลกๆอยู่ตลอด

“อ่า…คงไม่เคย” ฟรายหัวเราะ “พี่ก็พาไอ้มืดมาหาหยง แต่ว่ามืดมันกลับไปแล้ว แต่พี่ยังไม่อยากกลับ เขาว่ากันว่าแดดตอนบ่าย...”

“พอพี่พอ” เขายกมือห้ามก่อนที่คนตรงหน้าจะแถไปมากกว่านี้ “ตกลงคือมาเป็นเพื่อนเพื่อน?”

“ครับ”

“แล้วทำไมยังไม่กลับ”

“ก็แดดตอน...”

“พี่” เขาเรียกคนตรงหน้าเสียงนิ่งอย่างต้องการคำตอบจริงๆ

เหตุผลจริงๆที่ยังอยู่

“ทุกทีสินะ” คนโกหกไม่เนียนถอนหายใจออกมา ต่อให้หาเหตุผลมากมายแค่ไหนสุดท้ายอินก็รู้อยู่ดีว่าจุดประสงค์จริงๆของเขาคืออะไร “ก็เห็นน้องอินยังอยู่...พี่เลยอยู่ด้วย”

“อยู่แบบหลบหลังพุ่มไม้อะนะ?”

“อ่า…ก็ใช่”

ไม่ได้ตั้งใจจะให้เห็น แค่อยากอยู่รอดูจนกว่าน้องจะเดินกลับไปที่คณะ

ทั้งที่ไม่มีอะไรให้ห่วง...แต่ก็ห่วง

“ทำไมพี่ชอบทำอะไรประหลาดๆวะ” อินอดหัวเราะออกมาไม่ได้ “แค่เดินมาหามันยากมากเหรอ”

“พี่ทำได้เหรอ”

“รอผมอยู่หลังพุ่มไม้พี่ยังทำได้เลย”

“ไม่ได้ว่าพี่ใช่ไหมครับ”

“พี่คิดไปเองแล้ว”

“คงงั้นแหละเนอะ” ฟรายหัวเราะออกมา “งั้นคราวหน้าพี่จะเดินเข้าไปหา ไม่หลบหลังพุ่มไม้อีกแล้ว”

“อืม ก็แค่นั้น”

“น้องอินจะไปไหนต่อรึเปล่า ให้พี่ไปส่งไหม” ถามเพราะอยากไปส่งจริงๆ แต่ครั้งนี้คงทำได้แค่เดินไปส่ง เขาไม่ได้ขับรถมา และดูเหมือนว่าอีกคนจะไม่อยากนั่งรถเขาซ้ำเป็นครั้งที่สอง

ก็พอเข้าใจอยู่

“หิวข้าว”

“อ่อ”

“พี่หิวไหม”

“จริงๆก็ไม่หิว คือพี่กินมาก่อนแล้ว แต่ว่าพี่ควรจะตอบว่าหิวใช่ไหม”

“พี่คุยกับใคร?”

“อ่า…นั่นสิ” ฟรายยกมือขึ้นเกาหัวแก้เขิน พอเป็นคนตรงหน้าเขาก็แสดงท่าทางรประหลาดๆออกมาอย่างห้ามไม่ได้ ไม่เท่เลยสักนิด

“ตกลงหิวไหม”

“ถ้าตอบว่าหิว...น้องอินจะชวนไปกินข้าวด้วยไหมครับ”

“เรื่องอะไร”

“…”

“หิวก็ไปกินข้าวนะพี่”

“ถ้าไม่ติดว่าเป็นน้องอิน...” เขาเว้นประโยคหลังให้อีกคนไปทำความเข้าใจเอาเอง “ตกลงไปกินข้าวเนอะ”

“คือผมชวนพี่แล้ว?”

“พี่ชวนตัวเองก็ได้ครับ”

“ห้ะ?”

“ไปกินข้าวร้านไหนดี”

“แล้วแต่พี่เถอะ” อินหัวเราะออกมา

ไม่มีปัญหาอยู่แล้วถ้าพี่ฟรายจะไปด้วย เขาแค่ไม่รู้จะเอ่ยปากชวนยังไง

ปกติแทบจะหนีหน้าทุกครั้งที่เจอ แต่ช่วงหลังมานี้เขากลับรู้สึกว่าการเจอกันไม่ได้แย่ อย่างน้อยคนๆนี้ก็ทำให้เขาประหลาดใจได้ทุกครั้ง

สีสันของชีวิตดี




บุหรี่ซองใหม่ถูกหยิบขึ้นมาพร้อมกับไฟแช็กในมือ จากที่เคยบอกกับอีกคนไว้ว่าจะเลิกแต่พอถึงเวลาที่ไม่มีอีกคนอยู่เขากลับรู้สึกต้องการมันขึ้นมา วันนี้เป็นวันที่เขาไม่อยากกลับมาที่ห้องของตัวเอง อาจเพราะรู้ว่าในห้องของเขาไม่ได้มีใครอีกคนอยู่เหมือนอย่างที่เคยเป็น

ลมหายใจพ่นออกมาพร้อมกับควันสีขาวที่ฟุ้งไปทั่วบริเวณ นิ้วยาวคีบมวนบุหรี่ไว้ก่อนที่สายตาจะทอดมองออกไปไกลสุดลูกตา เขาทำตามที่ได้ตกลงไว้อย่างไม่มีข้อยกเว้น การทำแบบนั้นทำให้เขาไม่สามารถรู้ได้ว่าตอนนี้เกิดอะไรขึ้นบ้าง ไม่รู้ว่าป่านนี้จะเป็นยังไง

ไม่มีสิทธิ์รู้อะไรเลย

จู่ๆความกลัวก็เข้ามาแทนที่ จากที่เคยอยู่คนเดียวมาตลอดแต่พอวันหนึ่งที่มีใครอีกคนเข้ามา คนที่เข้ามาเติมเต็มโลกทั้งใบให้แก่เขามันทำให้เขาไม่ต้องการที่จะอยู่คนเดียวอีกต่อไป และความสุขก็อยู่กับเขาได้ไม่นาน โลกที่กำลังจะสดใสถูกทำลายลงเพียงเพราะเรื่องที่อาจเกิดเพราะเขาเป็นตัวต้นเหตุ

ถ้าวันนั้นไม่พูดออกไป...หยงคงไม่เป็นแบบนี้

ยังไม่ทันที่จะผ่านคืนแรกไปความคิดในหัวของเขาก็ตีกันวุ่นไปหมด หลายสิ่งหลายอย่างที่วิ่งวนอยู่ในหัวทำให้เขาต้องหยิบบุหรี่มวนใหม่ขึ้นมาจุดสูบ

ถ้าหยงรู้คงโดนบ่นยาวๆ

อยากโดนบ่นแล้ว

คิดถึงแล้ว

โทรศัพท์มือถือไม่มีการแจ้งเตือนใดๆนอกจากข้อความของเครือข่ายโทรศัพท์ นิ้วยาวกดเข้าไปยังแอปพลิเคชั่นที่คุ้นเคย ห้องแชทปรากฏขึ้นมาซึ่งมีเพียงไม่กี่แชทที่เขาคุยเป็นประจำ ชื่อที่สะดุดตาทำให้เขายิ้มออกมา หลังจากที่เจอหยงบ่อยๆเขาก็แทบไม่ได้คุยกับหยงในห้องแชทอีกเลย

ป่านนี้งอนพี่รหัสคนนี้ไปแล้วมั้ง...

มืออยากจะกดเข้าไปในห้องแชทแล้วส่งข้อความหา แต่ทำได้แค่เลื่อนผ่านแล้วปิดหน้าจอโทรศัพท์ลง เขาทำแบบนั้นไม่ได้ แม้ว่าอีกฝ่ายจะไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร

แต่ก็ทำไม่ได้


Y : คิดถึงผมไหม?


ยังไม่ทันที่จะเก็บโทรศัพท์ลงข้อความใหม่ก็ปรากฏขึ้น หัวใจเต้นผิดจังหวะทันทีที่เห็นรายชื่อที่ทักมา ทั้งที่ปกติก็อยู่ด้วยกันกับหยงแทบทุกวันจนเริ่มชินกับจังหวะการเต้นของหัวใจ แต่ตอนนี้เขาพึ่งรู้ว่า...เขาไม่เคยชินเลยสักครั้ง


Y : ไม่ได้คุยกันนานเลย

Y : คิดถึงผมไหม 


ข้อความพิมพ์ส่งมาไม่หยุดหลังจากที่เขาเลือกที่จะอ่านผ่านแจ้งเตือน แต่ไม่กดเข้าไปยังหน้าแชท เขากำลังทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับพี่ของหยง เขาไม่อยากเป็นคนผิดสัญญา

ถ้าถามว่าตอนนี้รู้สึกยังไง...ตอบได้ว่าแย่

อยากพิมพ์ตอบจะแย่

อยากไปหาจะแย่

เป็นห่วงจะแย่


Y : สงสัยไม่ว่างตอบผมแน่ๆเลย

Y : งั้นผมบ่นให้พี่ฟังได้ใช่ไหม?

Y : พี่ไม่เคยว่าอะไรผมอยู่แล้วนี่นา 55555555

Y : วันนี้ผมกลับมาที่บ้าน เคลียร์กับที่บ้านยาวเลย พึ่งได้จับโทรศัพท์เมื่อกี้ ตอนนี้ผมมีปัญหานิดหน่อย จริงๆก็ไม่นิดนะ 55555 แต่ก็มองว่ามันเป็นปัญหาเล็กๆ

Y : อยู่บ้านไม่เหมือนอยู่ที่มหาวิทยาลัย อยู่ที่นี่ผมเหงา ไม่มีใครคุยด้วย

Y : ปกติจะอยู่กับพี่เงียบ คุยกับพี่เงียบ

Y : พี่ยังจำพี่เงียบได้อยู่ใช่ไหม? 55555555

Y : เราไม่ได้คุยกันนานจนผมลืมว่าเล่าอะไรไปแล้วบ้าง

Y : ผมจะถือว่าพี่จำได้นะ :)

Y : เหงาดี พี่ก็ไม่ตอบผม

Y : พี่ครับ ผมอยากจะฝากพี่ไปบอกพี่เงียบว่า

Y : ผมคิดถึงพี่เงียบนะ

Y : เชื่อในตัวผม เหมือนที่ผมเชื่อในตัวพี่นะ


เชื่อมาตลอด...และมันยังคงเป็นแบบนั้น

อยากจะพิมพ์ข้อความกลับไปแต่ก็ทำได้แค่อ่านผ่านการแจ้งเตือนที่เด้งขึ้นมารัวๆ ลมหายใจร้อนพ่นออกมาระบายความอึดอัดภายในใจ วันนี้ไม่มีรอยยิ้มที่สดใสเหมือนทุกวัน ไม่มีเสียงหัวเราะ ไม่มีกอดอุ่นๆก่อนนอน

แค่วันเดียว...ยังแย่ขนาดนี้

“หยง”

จะทนได้นานแค่ไหน

“พี่คิดถึงหยง”

ไม่รู้ว่าอีกนานเท่าไหร่ที่หยงจะได้กลับมาอยู่ใกล้เขาอีกครั้ง แต่เขาไม่ปล่อยให้มันนานเกินความอดทน ถ้าวันหนึ่งที่ความคิดถึงมันอยู่ในจุดที่ทนไม่ได้...จะไปหา

Y : อีกไม่นานเราก็จะได้เจอกันแล้ว

Y : ถึงวันนั้นผมจะได้รู้สักทีว่าพี่เทคของผมเป็นใคร

Y : วันนั้นเราจะเจอกันใช่ไหมครับ?


ใช่

เราจะเจอกัน


Y : ถ้าวันนั้นมาถึง

Y : อย่าลืมบอกผมนะ

Y : ชื่อของพี่

Y : ผมยังรอฟังอยู่

Y : รอมาตลอด



ลมหายใจร้อนๆพ่นออกมาพร้อมใบหน้าเบื่อหน่ายเมื่อถึงเวลาเลิกเรียน โทรศัพท์มือถือมีแจ้งเตือนข้อความของพี่ชายเข้ามาตั้งแต่สิบห้านาทีที่แล้ว แต่เขาไม่ได้สนใจและปล่อยให้ข้อความค้างไว้แบบนั้นไม่เปิดอ่าน

อ่านไม่อ่านผลก็เหมือนกัน...เขาต้องกลับบ้าน

“ทำไมทำหน้าเบื่อโลกแบบนั้น” อินพยายามชวนคุยเพื่อให้หยงคลายความตึงเครียดลงบ้าง “ไปหาอะไรกินกันไหม ยังไม่ได้กินข้าวเที่ยงเลยว่ะ”

“ไปได้”

“เย้!!!”

“แต่พี่กูไปด้วยนะ”

“กูไม่หิวแล้ว” เขาตอบกลับทันควัน แค่ได้ยินคำว่าพี่ออกจากปากหยงก็ไม่อยากจะพูดอะไรต่อ “ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวกูไปหาอะไรกินเอง”

“ขอโทษว่ะ” ถ้าเป็นปกติเขาก็ไปด้วยได้แท้ๆ

“เออ ไม่เป็นไร” ไม่ใช่เรื่องที่จะโกรธหรือน้อยใจ “แล้ววันปิดประชุมเชียร์มึงจะอยู่ได้ป่ะวะ”

เขากับหยงก็เข้าห้องเชียร์บ่อย ถึงจะมีบางครั้งที่แอบโดดกันไปบ้าง แต่ก็ถือว่าเข้าบ่อยถ้าเทียบกับเพื่อนในชั้นปีเดียวกัน อีกไม่กี่วันก็จะถึงวันปิดประชุมเชียร์แล้ว คงรู้สึกเสียดายหน่อยๆถ้าหยงไม่ได้อยู่ร่วมด้วยกัน

เข้าห้องเชียร์ด้วยกันเกือบทุกครั้ง

“อยู่ดิวะ วันสำคัญเลยนะ” หยงหัวเราะออกมา “ไม่อยู่มึงก็เสียใจแย่ดิ”

“ให้กูคุยกับพี่มึงให้ไหม”

“คุยหรือจะหาเรื่อง กูให้พูดใหม่”

“พี่มึงกวนกูก่อนนะ มึงก็รู้กูไม่ชอบหาเรื่องใคร”

“พอกันทั้งมึงทั้งพี่กู” 

“เออ ตกลงจะให้กูคุยให้ไหมล่ะ” ถ้าเขาคุยให้อย่างน้อยก็น่าจะช่วยยืนยันได้ว่าหยงไม่ได้ไปเถลไถลที่ไหน หยงอยู่กับเขา อยู่ร่วมกิจกรรมของคณะ

“ไม่เป็นไร เดี๋ยวกูคุยกับพี่เอง”

“เอาให้แน่นะ”

“เออ พี่กูก็ไม่ได้โหดขนาดนั้นหรอก” เขายิ้มให้อินอีกครั้งก่อนจะยกกระเป๋าขึ้นสะพายข้าง “กลับละ ขี้เกียจโดนบ่นถ้าปล่อยให้รอนาน”

“อืม เจอกันพรุ่งนี้”

“เจอกัน” หยงทิ้งท้ายไว้แค่นั้นก่อนจะเดินออกมาจากห้อง 

แอปพลิเคชั่นที่คุ้นเคยถูกเปิดออกพร้อมกับห้องแชทที่แจ้งเตือน หยงพิมพ์ตอบข้อความกลับไปสั้นๆให้คนที่รออยู่รู้ว่าเขากำลังไปหา นิ้วเลื่อนดูห้องแชทอื่นๆที่มีแจ้งเตือนค้างไว้ ส่วนมากเป็นข้อความจากแอคเค้าท์หลัก ไม่มีแชทไหนดึงดูดเขาได้ดีกว่าแชทที่ส่งข้อความไปหาตั้งแต่เมื่อคืน

ห้องแชทที่เมื่อก่อนเขาเปิดเข้าไปตอบข้อความทุกวัน

แต่ตอนนี้...ไม่มีแม้แต่ข้อความตอบกลับ ไม่มีสถานะที่ขึ้นว่าอ่านแล้ว

เกิดอะไรขึ้น...

ไม่เห็นจริงๆ หรือเห็นแต่ไม่ตอบ

ขออย่าให้เป็นอย่างหลังเลย...

“พอเห็นพี่แล้วทำหน้าเป็นตูด” เสียงเรียบเอ่ยขึ้นพร้อมกับร่างสูงที่ยืนพิงรถอยู่

เท่มากมั้ยวะพี่หยก...

“ก็น่าจะรู้ว่าเบื่อหน้า” หยงตอบกลับไปตรงๆ เขาแสดงออกทุกครั้งว่าเบื่อที่เห็นพี่ตัวเอง แต่เหมือนยิ่งทำพี่ก็ยิ่งมาให้เห็นหน้าบ่อยขึ้น

“เบื่อไปก็แค่นั้น ยังไงก็ต้องเจอจนตาย” ไม่พูดเปล่า มือเอื้อมไปดึงกระเป๋าน้องมาสะพายไว้ “หิวไหม เรียนตั้งแต่เช้าไม่ได้พักเลยนิ”

“อืม หิวมาก” หยงรับคำก่อนจะเดินไปเปิดประตูรถ “จะพาไปกินอะไรล่ะ”

“ซื้อมาให้แล้ว กินบนรถ เวลานี้รถติดจะพาไปไหนได้”

“อืม นั่นสิ”

พี่หยกไม่ใช่พี่เงียบ

อยากซื้ออะไรก็ซื้อ ไม่ได้ถามว่าอยากได้ไหม

“เมื่อไหร่หยงจะได้กลับมาอยู่หอ” เขาเอ่ยออกมาพร้อมกับเอื้อมมือไปหยิบถุงอาหารที่วางอยู่เบาะหลัง “แค่วันเดียวก็เบื่อจะแย่”

ไม่ใช่เด็กๆที่ต้องมีผู้ปกครองมาคอยรับคอยส่ง

เขาโตแล้ว

“เมื่อทำตัวดี” หยกตอบก่อนจะปรับแอร์ภายในรถ “เลิกตรงเวลาดี คราวหลังจะได้กะเวลาออกมารับถูก”

“ไม่ขี้เกียจเหรอ บ้านกับมหาลัยไม่ได้ใกล้กันเลย”

“ขี้เกียจแล้วทำยังไงได้” เขาหันไปมองน้องชายตัวเอง “มันหน้าที่พี่”

“พี่หยกก็ช่วยพูดกับป๊าดิ”

“จะให้ช่วยยังไง” เสียงถอนหายใจหนักๆดังขึ้น เขาไม่ชอบที่น้องชายทำตัวแบบนี้ แต่ก็ไม่ใช่ว่าเขาจะไม่เข้าใจ ในมุมมองเขาก็พอจะเข้าใจได้อยู่บ้าง แต่ในมุมมองของพ่อกับแม่มันไม่เหมือนกัน

หยงก็ยังเป็นเด็กในสายตาคนในครอบครัว

ห่วงเป็นเรื่องธรรมดา

“หยงอยากอยู่หอ”

“อยากอยู่หอหรืออยากอยู่กับคนนั้น”

“ถ้าตอบตรงๆจะโกรธไหมล่ะ” เขาหันไปมองพี่ชายเล็กน้อย “พูดไปก็ไม่เข้าใจอยู่ดี หยงอธิบายอะไรไป พูดอะไรไปพี่ก็ไม่เคยฟัง”

“พูดมา”

“…”

“พูดมาสิ” หยกย้ำคำเดิม “ฟังอยู่”

“เฮ้อ มันต้องไม่ใช่แบบนี้สิ” หยงเบนสายตามองออกไปนอกรถ

รู้ว่าลึกๆพี่ชายตัวเองเป็นคนยังไง แต่ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงไม่ช่วยพูดกับพ่อแม่ในตอนที่เขาต้องการความช่วยเหลือ ทั้งที่แต่ก่อนตอนพี่หยกเรียนพ่อแม่ก็ไม่เห็นเคยว่าเรื่องออกไปอยู่หอใกล้มหาวิทยาลัย แต่พอเป็นเขา ทำไมถึงโดนห้าม

ก็ลูกชายเหมือนกัน

“จะให้เป็นแบบไหน” เขาไม่ใช่คนละเอียดอ่อนที่จะเข้าใจทุกอย่างได้ด้วยตัวเอง “พูดมาสิ”

“…”

“คิดแต่ว่าตัวเองโตแล้ว มองว่าพ่อแม่เป็นห่วงเกินเหตุ จะไม่ให้ห่วงได้ไง มีน้องอยู่คนเดียว” เขาเอ่ยออกมา “ตอนที่ร้องไห้เสียใจใครอยู่ข้างๆ ตอนที่เจ็บ อดข้าวอดน้ำ ใครอยู่กับมึงวะหยง”

เพราะเห็นภาพเหล่านั้นเลยไม่อยากกลับไปเห็นอีก

คิดว่าการทำแบบนี้มันทำให้เขารู้สึกดีรึไง...เขาไม่ได้อยากบังคับน้อง

“แต่นี่มันไม่เหมือนกัน”

“ตอนนั้นก็พูดแบบนี้” วันที่เขาเห็นน้องตัวเองร้องไห้กินไม่ได้นอนไม่หลับ ใจของคนเป็นพี่มันเจ็บที่ไม่สามารถช่วยอะไรน้องได้

เขาช่วยน้องไม่ได้เลย

“รู้ว่าไม่ชอบให้บังคับ รู้ว่าไม่ชอบให้ถูกจับตามอง”

“…”

“แต่หยงเป็นคนทำให้ต้องทำแบบนี้เอง”

“…”

“มีอะไรไม่ยอมบอก พอเกิดปัญหาใครที่ต้องคอยตามแก้”

“…”

“ที่เป็นอยู่แบบนี้ไม่ใช่เพราะกูห่วงมึงเหรอหยง”

ปกติเขาจะไม่ใช้คำหยาบกับน้อง ด้วยความที่อายุห่างกันเกือบห้าปีทำให้เกิดช่องว่างระหว่างอายุมากพอสมควร หยงไม่ได้เอาเรื่องทุกอย่างมาปรึกษากับเขาอย่างที่ครอบครัวอื่นทำ ทุกครั้งเวลามีปัญหาหยงมักจะแก้มันด้วยตัวเองและหลายครั้งที่การแก้ปัญหาของหยงมันทำให้ปัญหาใหญ่ขึ้น

“มึงคิดแต่ว่ากูกดดันมึง...กูกดดันมันไม่ได้ครึ่งที่กูกดดันตัวเองหรอก”

“…”

“คิดว่ากูทำเพื่อตัวเอง...แต่กูทำเพื่อมึงทั้งนั้น”

เพราะไม่เคยบอกน้องเลยไม่รู้ว่าที่ทำไปทุกอย่างเพื่อใคร

ไม่เคยบอกว่าที่ตั้งใจเรียนเพราะไม่อยากให้พ่อแม่เอาความคาดหวังไปลงที่หยง เขาพร้อมจะรับความคาดหวังนั้นไว้กับตัวเองเพื่อให้น้องได้ทำในสิ่งที่อยากทำ เขาไม่เคยคิดว่าการที่ทำแบบนั้นจะทำให้พ่อแม่พลอยคาดหวังในตัวหยงไปด้วย

เพราะถ้ารู้ว่าเป็นแบบนั้น...อาจจะช่วยน้องได้มากกว่านี้

เขาไม่พูด หยงไม่ถาม มันเลยทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างพี่น้องไม่ดีเท่าที่ควร

ไม่แปลกที่น้องจะเกลียดเขา

“พี่หยก” หยงเอื้อมมือไปแตะแขนพี่ชายเบาๆ “โกรธใช่ไหม”

“…” หยกเลือกที่จะเงียบแทนคำตอบ ลมหายใจร้อนๆพ่นออกมาระบายความรู้สึกอัดอั้นที่อยู่ภายในจิตใจ 

อย่าบอกว่าเขาไม่รักน้อง...เขารัก แต่อาจแสดงออกในรูปแบบที่ไม่เหมือนครอบครัวอื่น

“พี่หยก”

“…”

“หยงขอโทษ...ขอโทษ” หยงเอ่ยออกมาเสียงเบา เขาไม่เคยเห็นพี่ชายของตัวเองเป็นแบบนี้มาก่อน ไม่เคยสักครั้งที่พี่หยกจะพูดอะไรยาวๆออกมาโดยที่มีเขาเป็นคนนั่งฟัง

“เลิกคิดว่ากูไม่รักมึง กูไม่ห่วงมึง”

“…”

“กูแสดงออกได้แค่นี้”

“…”

“กูไม่โกรธมึง...แค่อยากให้มึงเลิกคิดเรื่องที่ไม่เป็นจริง”

“รู้ว่าเป็นห่วง...แต่หยงขอเลือกเองไม่ได้เหรอ” เขาเอ่ยเสียงเบา “กับคนนี้ เขาไม่เหมือนคนก่อน”

“ก็ให้มันทำให้เห็นว่ามันรักหยงเหมือนที่หยงรักมัน”

“เขาไม่ใช่คนพูดเก่ง...คือ...”

“ถ้าวันหนึ่งมึงต้องการอะไรมากๆ...มึงรู้ว่าสิ่งที่จะได้มามันยาก และมึงไม่ถนัดเลย แต่มึงอยากได้ มึงจะไม่พยายามเลยเหรอวะ”

“…”

“จะปล่อยให้สิ่งนั้นหายไปเพียงเพราะตัวเองไม่ถนัดงั้นเหรอ”

“…”

“ไม่มีใครเกิดมาเก่งทุกอย่าง ไม่มีใครมีความกล้าทุกอย่าง”

“…”

“แต่ถ้าวันหนึ่งของสำคัญหายไปแล้วอยากได้มันคืน”

“…”

“ก็ต้องทำทุกอย่างเพื่อให้สิ่งนั้นกลับมา”

“…”

“ถึงมันจะยาก...แต่ก็มีหนทาง”

“…”

“อย่าคิดว่าเขาทำไม่ได้...เพียงเพราะรู้จักเขาแค่นั้น”

“แล้วถ้าเขาพยายามแล้ว แต่ไม่มีคนเห็นความพยายามนั้นล่ะ”

“ขึ้นชื่อว่าความพยายาม...ไม่ว่าจะมากหรือน้อย ยังไงก็ต้องมีคนเห็น”

“…”

“ให้เวลากับมันหน่อย...ทุกอย่างเป็นไปตามเวลา อย่าไปรีบร้อน”

“…”

“ถ้ามันจะใช่...ยังไงมันก็ใช่”




Y : ไม่อ่านข้อความของผมเลย

Y : ยุ่งเหรอครับ?

Y : ปีสองเรียนหนักขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย

Y : ผมถึงบ้านแล้วนะ

Y : บอกทำไมก็ไม่รู้ แต่บอกไว้เผื่อพี่อยากรู้

Y : ตั้งใจทำงานนะครับ

Y : ว่างเมื่อไหร่ก็ตอบผมหน่อยนะ

Y : อยากคุยกับพี่ :)




“ไม่ตอบข้อความหน่อยเหรอวะ สั่นรัวเป็นเจ้าเข้าทรงเลย” ฟรายเอ่ยขึ้นหลังจากได้ยินเสียงสั่นจากโทรศัพท์ที่วางอยู่บนโต๊ะทำงาน

“…” เจ้าของโทรศัพท์ไม่ตอบอะไร นิ้วเลื่อนอ่านข้อความผ่านการแจ้งเตือนบนหน้าจอ

ตั้งแต่เมื่อวานเขาก็ไม่ได้เปิดอ่านข้อความ ไม่ได้ส่งข้อความกลับไป วันนี้ก็เหมือนกัน เขายังคงทิ้งแชทนั้นค้างไว้ปล่อยให้อีกฝั่งพิมพ์ข้อความทิ้งไว้ ใจอยากจะตอบกลับไปตั้งแต่ข้อความแรก แต่ก็ทำไม่ได้

“ฟราย”

“หืม? ว่าไง” คนที่นั่งทำงานเงยหน้าขึ้นมาทันทีที่ถูกเรียกชื่อ

“ถ้าจะโทรไปหาคนหนึ่ง...ช่วยคุยแทนทีได้ไหม”

“หืม? โทรหาใครวะ” 

“น้อง”

“แล้วทำไมไม่คุยเอง”

“คุยไม่ได้”

“ฮะ?” คำตอบของเพื่อนทำให้เขางงหนักขึ้นไปอีก มืดจะสื่อว่าอะไรกันแน่วะ “คือมึงจะให้กูคุยกับน้องมึงแทนตัวมึงที่นั่งอยู่ตรงนี้ถูกไหม?”

“อืม”

“แล้วกูต้องทำยังไงบ้าง”

“โทรไป เดี๋ยวจะเขียนคำถามให้อ่าน”

“ต้องขนาดนั้นเลยเหรอวะ”

“อืม ขนาดนั้นแหละ”

เป็นวิธีเดียวที่จะรู้ว่าอีกฝ่ายสบายดี และไม่ผิดคำสัญญาที่ให้ไว้กับพี่ชายหยง

“เออๆ ก็ได้แหละ” ถึงจะไม่เข้าใจแต่ก็ยอมช่วยตามที่เพื่อนขอ “เอาโทรศัพท์มาดิ”

“ใช้โทรศัพท์มึงได้ไหม”

“ของกู?”

“อืม”

“เออ ก็ได้” คนที่ปะติดปะต่อเรื่องไม่ได้ยกโทรศัพท์ส่งให้ คนตรงหน้ากดเลขสิบหลักก่อนจะส่งคืนให้เขา “แล้วจะให้พูดว่ายังไงบ้าง”

“เป็นยังไงบ้าง สบายดีไหม”

“จะให้กูเกริ่นว่าอะไรล่ะ” ฟรายถอนหายใจกับความซื่อบื้อของเพื่อนตัวเอง

“ต้องมีเกริ่นด้วยเหรอ”

“ไอ้มืด โว๊ยยยยยยยยยย” เขายีหัวตัวเองก่อนจะพูดต่อ “มันมีเหรอวะคนที่โทรไปแล้วถามว่าเป็นยังไงบ้าง สบายดีไหมโดยที่ไม่บอกว่าเป็นใครน่ะ เดี๋ยวเขาก็คิดว่าโรคจิต”

“คุณพระอาทิตย์”

“ฮะ?” ฟรายเลิกคิ้ว “อะไรนะ”

“ให้บอกว่า...คุณพระอาทิตย์ฝากถาม”

“เขาจะรู้เหรอวะ”

“อืม”

“…”

“ถ้าเป็นคนนี้...ยังไงก็รู้”





------------------------------------------------

อยากรับสายคุณพระอาทิตย์บ้างจังเลยค่ะ ;-;



1 คอมเม้นท์ =1 กำลังใจ

คอมเม้นท์กันหน่อยน้าาา เค้าจะได้มีกำลังใจอัพบ่อยๆ


พูดคุยกันได้ที่ Fan page : Perlina หรือทางทวิตเตอร์ @perlinjun

ไปเล่นแท็กกันนน #เมื่อโลกของผม

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 624 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,035 ความคิดเห็น

  1. #2011 pkcyhst (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 2 กันยายน 2563 / 04:46
    พี่เขาพยายามอยู่นะ
    #2,011
    0
  2. #1976 space_NPW (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2563 / 09:56
    ;-; เอแงงงงง
    #1,976
    0
  3. #1761 WSwen (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 28 มกราคม 2562 / 22:33
    แงแอบน้ำตาซึมพาร์ทพี่หยกเฉยเลย
    #1,761
    0
  4. #1675 nannapas331 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2561 / 22:44
    เมื่อไรจะได้กลับมาอยู่ด้วยกันสงสาร
    #1,675
    0
  5. #1413 nichanannnn (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2561 / 19:53
    โอ้ยยยเศร้าเลย สู้ๆคุณพระอาทิตย์
    #1,413
    0
  6. #1374 pparpbebi。 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 30 กันยายน 2561 / 11:51
    ถึงจะเข้าใจครอบครัวหยงแล้วแต่มันก็อดไม่ได้ง่ะ ฮึ่ยยยยวปล่อยน้องไปปป พี่มืดฉันเรียบเรียงประโยคพูดยังลำบากเลยย สงสารพี่เค้าหน่อยซี่
    #1,374
    0
  7. #1356 Mint S (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 29 กันยายน 2561 / 12:34
    เข้าใจพี่หยก เข้าใจป๊าม้าหยง
    แต่แบบเราก็หมั่นไส้พี่หยกอยู่ดีค่ะ55555
    #1,356
    0
  8. #1272 chali_23 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 13 กันยายน 2561 / 20:56
    ได้เข้าใจพี่หยกมากขึ้นอีกเยอะเลยยยย
    #1,272
    0
  9. #965 chimpleesky (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2561 / 16:34
    พยายามเข้านะคะทั้งสองคน ได้กลับมาอยู่ด้วยกันเหมือนเดิมแน่ๆ ; - ;
    #965
    0
  10. #884 Kayja_Giftkay (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2561 / 21:50
    น่ารักแบบหน่วงๆ
    #884
    0
  11. #803 PMJK (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 18 เมษายน 2561 / 00:37
    เห็นใจพี่เงียบสุดๆๆ แงชอบแบบหน่วงๆ แต่ก็ชอบแบบตอนเค้าอยู่ด้วยกันด้วย55 ฮือ
    #803
    0
  12. #777 Indigo, 2 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 17 เมษายน 2561 / 12:43
    เข้าใจทุกคนนะ
    แต่ที่ไม่เข้าใจคือ ประเด็นชื่อพี่เงียบ
    มันนานไปอะ ที่ไม่คืบหน้าเลย
    เลยเบื่อ ๆ แล้ว
    ไว้ค่อยกลับมาอ่านตอน END แล้วเนอะ
    #777
    1
    • #777-1 perlina(จากตอนที่ 11)
      17 เมษายน 2561 / 13:19
      ต้องขออภัยที่ทำให้รู้สึกแบบนั้นนะคะ เราได้วางพลอตมาแบบนี้ ซึ่งเราไม่ได้ตั้งใจจะดึงให้ยืดเยื้อแต่รอเวลาที่เหมาะสมค่ะ ถ้ารู้สึกว่ามันไม่คืบหน้าเลยต้องขออภัยด้วยนะคะ
      #777-1
  13. #776 Lynk (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 17 เมษายน 2561 / 08:54
    ไม่ชอบอากาศร้อน ไม่ชอบพระอาทิตย์ แต่ถ้าพระอาทิตย์เป็นพี่เงียบ บอกเรยว่า แผดเผาหนูทีฮือออ จะนั่งโง่ๆ ไม่ยอมลุกไปไหน เอาให้ไหม้ เอาให้เกรียม ถ้ามองในมุมมองของพี่ ก็น่าเข้าใจพี่หยกนะคะ ยอมทำทุกอย่างให้ความกดดันไปลงอยู่กับน้องน้อยที่สุด แต่เหมือนจะมีประเด็นที่ทำให้พี่หยกต้องเป็นห่วงแบบนี้เลย ความรักครั้งก่อนหรือเปล่า? สู้นะน้องหยง สู้นะพี่เงียบ นุเปงกำลังใจ ขอให้ผ่านไปได้นะค้า อยากเห็นทั้งคู่อยู่ด้วยกันแล้ววว เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รอเสมอค่า

    ขอบคุณสำหรับนิยายดีๆนะคะ💛
    #776
    0
  14. #775 earnnaruk (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 17 เมษายน 2561 / 06:05
    โกรธพี่หยกเว้ยยย​ เข้าใจว่าห่วงแต่พี่คะ​ บอกให้โอกสสก็ช่วยให้ไรที่เป็นรูปธรรมหน่อยมะ​ ให้รออย่างเดียวจะได้อะไร
    #775
    0
  15. #774 insinsutee (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 17 เมษายน 2561 / 03:40
    สวสารจัง
    #774
    0
  16. #773 pcard (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 17 เมษายน 2561 / 00:36
    ทุกคนต่างก็มีเหตุผลของตัวเองเนาะ เข้าใจพี่หยกนะ :)
    บางเรื่องอาจจะต้องใช้ความพยายาม และเวลาพิสูจน์ เอาใจช่วยพี่เงียบกับหยงจ้าาาา ~^^
    #773
    0
  17. #772 Sujin.K (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 17 เมษายน 2561 / 00:28
    พี่หยกรีบๆใจอ่อนน๊าาา
    #772
    0
  18. #771 Lซ็Jโลก (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 17 เมษายน 2561 / 00:14
    หยงมีอดึตสินะ งืมๆ อย่าม่าเลยเด้ออ
    #771
    0
  19. #770 ooy1565 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 เมษายน 2561 / 23:47
    ฟรายช่วยมืดหน่อยนะเพราะว่าให้คำสัญญาไว้กับพี่หยก จะได้รู้ข่าวคราวของหยงด้วย หวังว่าหยงจะรู้นะว่าคุณพระอาทิตย์คือพี่มืด
    #770
    0
  20. #769 typedef34 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 เมษายน 2561 / 23:40
    สงสารน้อง แต่ก็เข้าใจพี่ชายแหละที่เป็นห่วง
    #769
    0
  21. #768 Jct. (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 เมษายน 2561 / 23:37
    ฮือพี่เงียบสู้ๆน้าหยงด้วยย
    #768
    0
  22. #767 ~~... แมวน้อย...~~ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 เมษายน 2561 / 23:14
    สงสารทั้งคู่เลย
    #767
    0
  23. #766 gwiwfwt (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 เมษายน 2561 / 23:11
    เป็นห่วงน้องก็เข้าใจ แต่ให้ดูแลห่างๆไม่ได้รึไง น้องก็โตแล้ว ให้มีชีวิตด้วยตัวเองเถอะ
    #766
    0
  24. #765 Gluttonii (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 เมษายน 2561 / 22:57

    ตายห่าพออ่านพาร์ทของหยกร้องไห้ยับเลยกู

    รักพี่หยกนะงับ

    เราเป็นพี่ชายคนโตจากพี่น้องสองคนเหมือนกัน และน้อยครั้งที่เราจะบอกว่าเฮ้ยเรารักน้องนะ รักมากๆ ไม่อยากให้อะไรมาทำร้ายน้องของเรา

    แต่ไม่ค่อยแสดงออก ส่วนมากจะเงียบๆ ไม่บอกอะไร แต่ใช้การกระทำ บางทีไม่ค่อยบอกอะไรตรงๆหรอก

    ยิ่งตอนเรียนมหาลัยนี่คุยนับครั้งได้

    มีแต่แบบตั้งใจมากๆมีไฟมากๆพ่อแม่จะได้ไม่ต้องคาดหวังที่น้องมาก

    แต่ต้องแลกกับการห่างเหินกับน้องสาวตัวเอง

    บางทีก็สงสัยว่า

    คุ้มไหมวะที่ทำไปแบบนั้น

    #765
    0
  25. #764 Massya (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 เมษายน 2561 / 22:47
    รออต่อไป#ฟรานอิน
    #764
    0