เมื่อโลกของผม...หมุนรอบตัวคุณ (Yaoi) [END]

ตอนที่ 10 : 09:51 - ให้ไปหมดแล้ว 110 per

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11,374
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 544 ครั้ง
    25 มี.ค. 61

B
E
R
L
I
N
 

ให้ไปหมดแล้ว



“เสร็จสักที” เสียงที่อ่อนล้าเต็มทนเอ่ยออกมาก่อนจะมองผลงานที่ใช้เวลาร่วมหกชั่วโมงในการทำ จำได้ว่าตอนเข้ามาพระอาทิตย์ยังไม่ตกดิน แต่ตอนนี้ไม่มีแม้แต่เงาของแสงอาทิตย์

สี่ทุ่มกว่าแล้ว...

“โห่ไรวะ” เสียงโอดครวญของเพื่อนที่นั่งอยู่โต๊ะด้านหน้าดังขึ้น “ของกูยังไม่เสร็จเลย” อินหันมาพร้อมใบหน้าที่อ่อนล้าไม่ต่างกัน

“ให้กูช่วยป่าว” หยงเอ่ยขณะเก็บของใส่กระเป๋า “ส่งพรุ่งนี้ก่อนเที่ยงนะมึง เสร็จทันใช่ไหม”

“ทันอยู่แล้ว” อินตอบ “ไม่ต้องช่วยหรอก เดี๋ยวกูทำต่อเอง”

“เหลืออีกเยอะไหมวะ” เขาถามพร้อมกับเดินไปยังโต๊ะของเพื่อน “ก็ไม่เยอะแล้วนิ เหลือตัดเส้น”

“เออ นั่นแหละ” อินถอนหายใจหนักๆ “แล้วนี่จะกลับไปหอยังไง เลยเวลาเข้าหอแล้วนิ” เขาถามอย่างเป็นห่วง บอกให้หยงย้ายมาอยู่ด้วยกันหยงก็ไม่ยอม

แน่ล่ะ...เขาอยู่กับเมท ถ้าหยงมาอยู่ก็จะกลายเป็นอยู่สามคน คงอึดอัดกันน่าดู

“ก็ไม่กลับหอไง” หยงยิ้มกว้าง “เดี๋ยวไปนอนกับพี่เงียบ”

“เอาอีกแล้วนะมึง” ทันทีที่ได้ยินชื่อเขาก็ขมวดคิ้วเข้าหากันทันที ช่วงนี้มันบ่อยเกินไปหน่อย ถามทีไรก็บอกไปนอนกับคนนี้ทุกที “ไม่ย้ายไปอยู่เลยล่ะ” เขาประชด

“ไม่ล่ะ เอาแบบนี้แหละ กูเกรงใจ” ความจริงก็ไม่ใช่อย่างนั้นซะหมด เขาแค่อยากให้พี่เงียบมีพื้นที่ส่วนตัว ไม่อยากให้การที่เขาไปอยู่ด้วยทำให้พื้นที่ส่วนตัวของพี่เงียบหายไป

“นี่คือเกรงใจแล้วถูกไหม” อินถาม “แล้วตกลงมึงกับพี่เขานี่ยังไง”

“ก็อย่างที่เล่าให้มึงฟัง”

“ไม่มีอะไรมากกว่านั้น?” ไม่ได้ตั้งใจจะละลาบละล้วง เขาแค่เป็นห่วง ถึงฝ่ายนั้นจะดูเงียบๆไม่ประสีประสาอะไร แต่มันก็ไม่แน่ว่าจะเป็นแบบนั้นเวลาอยู่สองต่อสอง

“มึงอยากให้มีอะไรล่ะ” หยงยิ้มออกมาอย่างรู้ทัน “โอ๊ย! ตีกูทำไม” เสียงหัวเราะชอบใจของเขาดังขึ้นเมื่อเห็นปฏิกิริยาของเพื่อนสนิท

จะไปมีอะไรได้ยังไง...มากสุดก็แค่จูบกัน

“หยง มึงจะเกินไปแล้วนะ”

“เกินอะไรของมึง” เขาหัวเราะ “มันไม่มีอะไร”

“เออ”

“ถ้ามีเดี๋ยวบอกคนแรกเลย”

“หยง!” อินขึ้นเสียงดุ 

“ล้อเล่นน่า” พอเห็นท่าทางจริงจังเขาก็ไม่อยากแกล้งต่อ รู้แล้วว่าเป็นห่วง แต่เขาไม่มีอะไรให้น่าห่วงสักหน่อย

ก็เป็นผู้ชายเหมือนกัน ถ้าวันหนึ่งมันเกิดขึ้นจริงๆ...ก็คงขึ้นอยู่กับอารมณ์ตอนนั้น

เวลานั้นยังไม่มาถึง คิดไปก็เท่านั้น

“มึงนี่จริงๆเลย” อินถอนหายใจออกมา เป็นแบบนี้จะไม่ให้เขาเป็นห่วงได้ยังไง “แล้วจะไปหาเขายังไง ใครไปส่ง หรือมึงไปคนเดียว”

ถ้าไปคนเดียวจะเดินไปส่งเป็นเพื่อน

“เดี๋ยวไปหาพี่เงียบที่ห้อง พี่เงียบทำงานกับเพื่อนอยู่เหมือนกัน”

“อ่อ…”

กลุ่มเพื่อนงั้นเหรอ กลุ่มนั้นจะมีคนนั้นอยู่ด้วยรึเปล่า...

คนน่ารำคาญ

“ตกลงไม่มีอะไรให้ช่วยจริงๆใช่ไหม” หยงถามย้ำหลังจากเก็บของเตรียมจะกลับ “อยู่ช่วยได้นะถ้ามึงต้องการ”

“ไม่เป็นไร กลับไปพักผ่อนเถอะ กูทำเองได้” เขาไม่ชอบขอความช่วยเหลือจากใครถ้าเป็นงานเดี่ยว ไม่อยากกินแรงเพื่อน อยากทำด้วยตัวเอง

“อืม งั้นกูไปก่อนนะ” หยงยกกระเป๋าเป้ขึ้นสะพายข้าง “ไว้เจอกันพรุ่งนี้ อย่านอนดึกมากนะมึง”

“เออ กูรู้แล้วน่า” อินพูดพร้อมกับโบกมือลาเพื่อนที่เดินออกไป

ประตูห้องปิดลงพร้อมกับความเงียบภายในห้อง แม้จะมีคนอื่นๆอยู่เกือบสิบคน แต่นั่นไม่ได้ทำให้บรรยากาศภายในห้องเขียนแบบครึกครื้นขึ้นมา อาจเพราะทุกคนมีสมาธิจดจ่ออยู่กับงานที่ต้องส่ง และเขาเองก็เป็นแบบนั้น

ปวดหลัง...

แกร๊ก!

ประตูห้องเปิดออกอีกครั้งทำให้คนที่กำลังบิดขี้เกียจหันไปมองตามเสียงประตู ร่างในชุดนักศึกษาโผล่ใบหน้ามาครึ่งเดียวพร้อมกับสอดส่องมองไปรอบๆห้อง ทันทีที่สายตาหยุดลงที่เขาใบหน้านั้นก็โผล่พ้นประตูออกมาพร้อมกับรอยยิ้มที่สดใส

บางทีก็นึกสงสัยว่าปีสองมันว่างขนาดนั้นเลยรึไง...ทำไมคนๆนี้ถึงดูสดใสได้ตลอดเวลา

อินถอนหายใจหนักๆทันทีที่เดาสถานการณ์ในอีกไม่ถึงหนึ่งนาทีข้างหน้าได้ ใจอยากจะแกล้งฟุบหลับ แต่ก็รู้ว่าทำไปก็ไม่เนียนอยู่ดี ร่างของคนพี่เดินตรงเข้ามาที่โต๊ะของเขาพร้อมกับรอยยิ้มที่ประดับอยู่บนใบหน้า ฟันเรียงสวยครบสามสิบสองซี่ ดูเป็นคนที่อารมณ์ดีอยู่ตลอดเวลาและน่ารำคาญมากเช่นกัน

“ทำงานเหรอครับน้องอิน”

ไม่เห็นรึไง

“ครับ” เขาพยักหน้ารับ แม้ในใจมีเป็นหมื่นล้านคำที่อยากจะพูดออกไป

“เห็นไอ้มืดไหม มันลืมหนังสือไว้” ฟรายพูดพร้อมกับยกหนังสืออ่านเล่นให้คนตรงหน้าดู “พี่นึกว่ามันจะมาที่นี่”

“ไม่เห็นครับ” เขาตอบก่อนจะหยิบดินสอเตรียมลงเส้น “หยงพึ่งออกไปเมื่อกี้ สงสัยคงออกไปกันแล้ว”

“อ่อ” เขาพยักหน้า “งั้นแสดงว่าพี่ต้องเก็บไว้ให้มัน”

“ครับ ก็คงจะเป็นแบบนั้น” เขาตอบเลี่ยงๆเพื่อให้บทสนทนาจบให้ไวที่สุด

ไม่อยากคุย...ขนาดข้อความที่แชทส่งมาหาเขาทุกวันเขายังไม่อยากอ่าน

“หิวข้าวรึเปล่าเรา งานเหลืออีกเยอะไหมครับ” ฟรายถามคนตรงหน้าอย่างอารมณ์ดี แม้จะรู้ว่าอินไม่อยากจะตอบคำถามของเขาสักเท่าไหร่ “อืม...งานละเอียดเหมือนกันนะเรา”

“ครับ” อินรับคำสั้นๆ

“อ่า…หิวไหม เดี๋ยวพี่...”

“ผมต้องการสมาธิครับ” เขาเงยหน้าขึ้นสบตากับคนตรงหน้า ทันทีที่เขาพูดจบสีหน้าของพี่ฟรายก็เปลี่ยนไปทันที สีหน้าของเขาเจื่อนลงเล็กน้อยเหมือนเด็กโดนดุ

ก็เขาต้องการสมาธิจริงๆ...

“หมายถึง...ผมไม่หิวครับ” พอเห็นสีหน้าท่าทางก็อดรู้สึกผิดไม่ได้ เขาพยายามควบคุมตัวเองไม่ให้แสดงท่าทีมากจนเกินไปว่ารู้สึกยังไงกับอีกคน แต่บางทีก็เก็บไว้ไม่ไหวจริงๆ

ไม่ชอบก็คือไม่ชอบ

“อ่อ…โอเค” เขาพยักหน้าเข้าใจ รอยยิ้มบางๆเผยออกมาให้คนที่นั่งอยู่ได้เห็น “ไม่อยากกินก็ไม่เป็นไรครับ งั้นพี่ไปก่อนนะ”

“ครับ”

“น้องอิน”

“ครับ?” เขาเงยหน้าขึ้นพร้อมกับเลิกคิ้วเชิงถาม “มีอะไรอีกเหรอ”

“ขอโทษนะครับ”

“…”

“ที่ทำตัวน่ารำคาญ”

“…” คำพูดของคนตรงหน้าแม้จะไม่ดังมาก แต่เขาได้ยินมันชัดเจนทุกประโยค สีหน้าและแววตาที่มองมาผิดแปลกไปจากทุกครั้งที่เจอกัน

“คิดว่าน้องคงรู้ว่าพี่รู้สึกยังไง” เขาเอ่ยออกมาพร้อมรอยยิ้มที่ยังไม่จางหายไป “แล้วก็รู้ว่าน้องไม่ชอบพี่”

“…”

“ที่พี่ทำอยู่มันอาจจะน่ารำคาญ พี่ก็ขอโทษด้วยครับ”

“…”

“พี่ไม่เคยชอบใคร...เลยไม่รู้ว่าแบบไหนถึงจะเรียกว่าพอดี”




ประตูห้องเขียนแบบปิดลงพร้อมกับร่างสูงที่ยืนรออยู่หน้าห้องราวกับรู้เวลาที่เขาจะออกมา หยงยิ้มให้กับคนตรงหน้าก่อนที่แขนทั้งสองข้างจะอ้าออกแล้วเดินเข้าไปกอดคนตัวสูงไว้แน่น ความเหนื่อยล้าทั้งวันหายไปในพริบตาทันทีที่มืออุ่นๆลูบที่เส้นผมของเขาอย่างเบามือ

“พี่มารอนานรึยัง” หยงถามคนที่รออยู่ก่อน

“พึ่งออกมา”

“อ่อ…งั้นก็ไม่นาน” หยงกระชับอ้อมกอด กลิ่นหอมอ่อนๆของน้ำหอมที่พี่เงียบใช้ประจำทำให้เขารู้สึกผ่อนคลายอย่างบอกไม่ถูก “หอมจัง”

“เหนื่อยเหรอ” เขาถามพร้อมกับมือที่ลูบหัวคนขี้อ้อน “อ้อนจังเลยวันนี้”

“เหนื่อยงาน...แต่หยงทำเสร็จแล้วนะ” เขาเงยหน้าตอบ “จะได้กลับไปนอนเลย ไม่ต้องทำงานต่อ”

“รู้แล้ว” เขายิ้มออกมา “หิวรึเปล่า ไปกินอะไรก่อนไหม”

“ไม่หิวเท่าไหร่ พี่หิวรึเปล่าครับ”

“ไม่ค่อย กลับห้องเลยก็ได้”

“โอเค” หยงยิ้มกว้าง “เหนื่อยจะแย่ ปวดหลังด้วย ผมนั่งทำตั้งแต่เย็น พึ่งเสร็จเมื่อกี้นี้เอง”

“เดี๋ยวกลับไปนวดให้” เขาพูดพร้อมขยี้ผมอย่างหมั่นเขี้ยว แค่หยงแบบปกติเขาก็รับมือยากแล้ว ยิ่งหยงอ้อนแบบนี้เขายิ่งทำตัวไม่ถูก

ชอบเวลาที่หยงอ้อน แต่มากเกินไปมันก็ไม่ดีกับตัวเขา

เพราะยังไม่ได้เป็นอะไรกันเลยทำให้เขาต้องขีดเส้นความสัมพันธ์ไว้ให้ชัดเจน ไม่อยากจะทำอะไรที่ทำให้หยงรู้สึกอึดอัดหรือไม่สบายใจ ไม่อยากล่วงเกิน

แต่ถ้าหยงเป็นแบบนี้บ่อยๆ...เขาคงเชื่อใจตัวเองไม่ได้

ไม่ได้เป็นคนมีความอดทนสูงขนาดนั้น

และ...เขาไม่ใช่คนดีขนาดนั้นเหมือนกัน

มือเอื้อมไปสอดประสานกับมือของอีกคนไว้แน่น เป็นสิ่งที่พวกเขามักทำด้วยกันเวลาเดินกลับไปที่คอนโด แม้ความสัมพันธ์จะยังอยู่ที่คนคุยหรือที่คนทั่วไปเข้าใจว่า ‘จีบ’ แต่เอาเข้าจริงเขากลับรู้สึกว่ามันเกินคำว่าจีบไปหลายขั้น

บางทีคำว่าจีบของแต่ละคนอาจไม่เหมือนกัน

“คิดอะไรอยู่เหรอครับ” หยงถามขึ้นเมื่อเห็นว่าคนข้างตัวเงียบไป “พี่เหนื่อยเหรอ”

“เปล่า” เขาตอบก่อนจะหันไปยิ้มให้ “คิดอะไรเรื่อยเปื่อย”

“อ่อ…นึกว่าเครียดอะไร”

“ไม่เครียด” เขาไม่มีอะไรให้ต้องเครียด “งานก็ใกล้เสร็จแล้ว”

“ดีจัง” หยงยิ้ม “พี่ดูไม่มีงานที่ต้องเร่งส่งเลย ดูผมสิ ต้องมาเร่งเอาวันท้ายๆ” ความจริงก็ไม่อยากจะดองงานไว้ แต่เพราะอาจารย์สั่งมาหลายงานเลยทำให้เขาแบ่งเวลาทำงานแต่ละอย่างได้ไม่ค่อยดี

คงต้องใช้เวลาปรับตัวอีกสักพัก

“ก็บอกว่าจะช่วย” เขาเคยบอกหยงหลายครั้งแล้ว งานของหยงเขาเคยทำมาแล้วทั้งนั้น มันไม่ยากไปกว่าที่เคยทำเลย “หยงไม่ให้ช่วยเอง”

“ก็มันเป็นงานของผมนี่นา” 

“อยากช่วย”

“ช่วยเป็นกำลังใจก็พอครับ” เขายิ้มกว้างก่อนจะกระชับมือที่จับอยู่ “ผมต้องการกำลังใจมากๆเลย” คงเป็นสิ่งเดียวที่เขาต้องการในตอนนี้

“อืม…มีให้อยู่แล้ว”

มีให้ตลอดอยู่แล้ว...

“พี่กำลังทำให้ผมติดพี่นะ” เขาเอ่ยออกมาตามที่คิด เวลาที่อยู่กับใครแล้วสบายใจเขาก็มักจะติดคนนั้น จะว่าดีมันก็ดี แต่เขากลัวว่ามันจะไม่ดี

ไม่อยากล้ำความเป็นส่วนตัว

“ไม่ดีเหรอ” เขาถามกลับ “พี่ห้ามเหรอ”

“พี่ไม่ได้ห้าม...แต่ผมว่ามันไม่ดีกับตัวผมแน่ๆ”

“ไม่ดียังไง”

“หลายอย่างเลย” หยงถอนหายใจออกมา เขาจะอธิบายให้อีกคนฟังยังไง ไม่รู้ว่าความต้องการของเขามันจะตรงกับอีกคนไหม

“ลองบอกมา...อยากฟัง”

“ก็…เวลาผมติดใครผมจะชอบอยู่กับคนนั้นตลอดเวลา อยากเจอ อยากอยู่ด้วย ไม่อยากไปไหน”

“ครับ”

“อยากกอด อยากอ้อน อยากได้รับพลังงาน”

“หยงก็ทำมาตลอดอยู่แล้ว” เขายิ้มมุมปาก “เราก็อ้อนพี่ตลอด”

“แล้วพี่ไม่รำคาญเหรอ”

“ไม่”

“…”

“ชอบครับ” เขาหันไปสบตาคนข้างๆ “ชอบให้อ้อน”

“เนี่ย ก็เป็นคนแบบนี้” กลายเป็นหยงที่ต้องหันหน้าหลบสายตาที่มองมา เขารู้สึกถึงอุณหภูมิในร่างกายที่ผิดปกติไป มันร้อนที่หน้าแปลกๆ

เป็นแบบนี้ทุกครั้งที่อยู่กับอีกคน

“อยากกอดเมื่อไหร่ก็ให้กอด”

“อย่าไปพูดแบบนี้กับใครนะ” ยอมรับเลยว่าเขาหวง หวงทุกอย่างที่เป็นพี่เงียบ

“ไม่พูด” เขาเอื้อมมือไปลูบเส้นผมนิ่ม “พูดกับหยง”

“อื้อ”

“อยากทำอะไรพี่ก็ให้ทำหมด”

“ทุกอย่างเลยเหรอ” หยงแอบยิ้มออกมา

อา...สติหยงสติ อย่าคิดไปไกล

“คิดอะไรอยู่ล่ะ” เหมือนคนถูกถามจะรู้ทัน พี่เงียบหัวเราะออกมาก่อนจะหยุดเดิน เขาหันไปมองคนข้างตัวชัดๆ สายตาประสานสายตา “หยงคิดอะไรอยู่ครับ”

“เอ่อ...คือ...หยง...”

กลายเป็นเขาเองที่ตะกุกตะกักขึ้นมาซะงั้น

จะให้ตอบยังไง...จะให้เขาพูดออกไปได้ยังไง!!!!

“ก็ทุกอย่าง...ถ้าอยากทำ” ร่างสูงเอ่ยออกมา

ทุกอย่างที่หมายถึง...ก็ทุกอย่างจริงๆ

สิ่งหนึ่งที่อยากให้รู้ไว้ เขาจะไม่ทำถ้าหยงไม่อยากให้ทำ...เขาจะไม่เริ่มถ้าหยงไม่อยากให้เริ่ม

“ผมคิดไปไกลแล้ว” คนที่ฟังหน้าแดงขึ้นมาจนสังเกตได้ชัด หยงหน้าแดงลามไปจนถึงใบหูทั้งสองข้าง “ผมคงต้องกลับไปคิดใหม่ พี่เงียบไม่ซื่ออย่างที่ผมคิด”

“อืม ก็จริง”

“…”

“คงไม่ซื่ออีกแล้ว”

“ยอมรับด้วย?” หยงหัวเราะออกมา

“ครับ ยอมรับ”

“งั้นแสดงว่าเมื่อกี้ที่พูดไป...พี่หมายความเหมือนที่ผมเข้าใจ?” เขาเลิกคิ้วขึ้น พยายามจะกลั้นยิ้มแต่ยิ่งทำก็ยิ่งฝืน เอาจริงๆตอนนี้หัวใจเขาเต้นรัวมากจนแทบจะหลุดออกมาจากอก

บ้าเอ๊ย!...ถามอะไรออกมาวะหยง

“หยงเข้าใจว่าอะไร”

นั่นไง...ถามแบบนี้อีกแล้ว

จะให้ตอบกลับไปว่ายังไง เขาตอบไม่ได้

ตอบอย่างที่เข้าใจไม่ได้

“พี่ก็เข้าใจตามหยง”

“…!!!!”

“เราเข้าใจแบบไหน...ก็เข้าใจแบบนั้นครับ”



00:24 น.

“เสร็จแล้วโว๊ยยยยยย!!” น้ำเสียงอัดอั้นของคนที่ทำงานมาร่วมแปดชั่วโมงเอ่ยออกมา อินลุกขึ้นยืนบิดขี้เกียจก่อนจะหันไปยิ้มให้กับเพื่อนอีกสามสี่คนที่ยังทำงานอยู่ในห้อง

“ดีใจด้วยมึง” หนึ่งในนั้นเอ่ยออกมาก่อนจะถามต่อ “ได้กลับแล้วอะดิ”

“เออ ง่วงชิบหาย” อินหันไปเก็บของเตรียมกลับ

ครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายที่เขาจะทำแบบนี้ ถ้าทำตั้งแต่แรกก็คงไม่ต้องเร่งทำวันสุดท้ายก่อนส่งแบบนี้

“กลับยังไงวะ”

“เดิน ป่านนี้วินมอไซค์ไม่มีให้เรียกแล้ว” 

ปกติก็เรียกวินมอเตอร์ไซค์กลับหอทุกวัน ถ้าวันไหนกลับเร็วหน่อยก็เดินกลับ วันไหนขี้เกียจก็นั่งรถกลับ แต่วันนี้คงต้องเดินกลับเพราะไม่มีรถให้กลับ

ทั้งง่วงทั้งเหนื่อย

“กูไปก่อนนะพวกมึง ขอให้งานเสร็จทัน” อินยกกระเป๋าขึ้นสะพายก่อนจะโบกมือลาเพื่อนที่ยังทำงานต่อ

“เออ เจอกัน” เสียงหนึ่งตอบกลับ

ประตูห้องปิดลงพร้อมกับลมหายใจร้อนๆ รู้สึกอ่อนเพลีย อยากจะกลับไปล้มตัวลงนอนบนเตียงนุ่มๆแล้วตื่นขึ้นมาอีกทีก็ตอนเช้าเลย 

มหาวิทยาลัยตอนเที่ยงคืนเป็นช่วงเวลาปกติสำหรับการเดินกลับหอของเขา รอบข้างคือความมืดมีเพียงแสงไฟจากตึกต่างๆที่สว่างพอให้เห็นทางเดินข้างหน้า ถ้าเทียบดูแล้วตอนกลางคืนคณะของเขาเป็นคณะที่เปิดไฟสว่างที่สุดเพราะมีนักศึกษาจำนวนมากที่อยู่ทำงาน

เขาก็เป็นหนึ่งในนั้น

“วันนี้ไม่มีอะไรให้นะ ร้านลูกชิ้นเขากลับไปกันหมดแล้ว” เสียงที่ลอยมาจากอีกฝั่งของตึกเรียกความสนใจของคนที่กำลังเดินผ่านได้ไม่น้อย

อินหันไปมองตามต้นเสียงก่อนจะพบกับผู้ชายร่างสูงที่ย่อตัวนั่งลงมือข้างหนึ่งถือถุงพลาสติกพะรุงพะรังกำลังนั่งคุยกับหมาประจำคณะของเขา หมาตัวอ้วนที่เขามักจะเอาขนมให้กินทุกครั้งที่เจอ มือที่ข้างที่ว่างลูบหัวหมาตัวนั้นซ้ำๆอย่างนึกเอ็นดู ใบหน้าที่ยิ้มตลอดเวลาก็ยังทำหน้าที่นั้นได้ดี รอยยิ้มที่ดูสดใสกำลังยิ้มให้กับหมาตัวอ้วนที่นั่งอยู่ตรงหน้าเหมือนกับว่ากำลังนั่งฟังอีกคนอยู่อย่างตั้งใจ

“ไว้พรุ่งนี้จะซื้อลูกชิ้นให้สองไม้”

“…”

“สัญญาเกี่ยวก้อยเลย” ไม่พูดเปล่า นิ้วก้อยยื่นไปตรงหน้าก่อนที่เขาจะหัวเราะออกมา “ทำไมหยิ่งล่ะไอ้อ้วน ยกมือขึ้นมาเกี่ยวก้อยกันหน่อย”

“…”

“หยิ่งแบบนี้ไม่ซื้อให้กินน๊าาา~” เขาลากเสียงอย่างคนขี้เล่น

“หึ” อินหัวเราะออกมาเบาๆอย่างอดไม่ได้ เขาไม่เคยเห็นใครนั่งคุยกับหมาเป็นเรื่องเป็นราวขนาดนี้มาก่อน ริมฝีปากเผยยิ้มออกมาเมื่อเห็นรอยยิ้มของอีกคน

“พี่ฟรายไปก่อนนะ เดี๋ยวเพื่อนมันจะด่า ป่านนี้หิวกันแล้ว” ร่างสูงค่อยๆลุกขึ้นยืนก่อนจะยกถุงขนมที่อาสาออกมาซื้อให้เพื่อนที่ยังทำงานกันอยู่

“นี่” เสียงหนึ่งดังขึ้นทำให้คนที่กำลังจะเดินออกไปหยุดชะงัก เขาหันไปมองทางต้นเสียงก่อนที่รอยยิ้มจะปรากฏขึ้นทันทีที่เห็นว่าเป็นเสียงของใคร

“น้องอิน” น้ำเสียงร่าเริงเอ่ยออกมา ขายาวเปลี่ยนทิศทางเดินมายังจุดสนใจทันที “พึ่งทำงานเสร็จเหรอ”

“อืม แล้วทำไมยังไม่กลับ”

“อ่อ…ก็ว่าจะกลับแล้วแหละ” เขาหัวเราะนิดๆ “งานกลุ่มพี่เสร็จนานแล้ว แต่อยู่ช่วยเพื่อนน่ะ”

“แล้วนี่จะไปไหน”

“เอาขนมไปให้พวกมัน...ทำงานมาหลายชั่วโมงยังไม่ได้กินไรกันเลย พี่ทำงานเสร็จแล้วเลยอาสาออกมาซื้อของให้”

“เอามา เดี๋ยวช่วยถือ” เขายื่นมือรอรับถุงขนมจากอีกคน 

“เฮ้ย ไม่เป็นไรๆ แค่นี้เอง พี่ถือได้” เขายิ้มกว้าง “แล้วน้องอินจะกลับยังไง ดึกแล้วนะ”

“ก็เดี๋ยวเดินกลับ” อินตอบ “พอดีเดินผ่านแล้วได้ยินคนคุยกับหมา”

“คนนั้นต้องหล่อมากแน่ๆเลย” เขายิ้มน้อยยิ้มใหญ่ “เรารอพี่แป๊บนึงได้ไหม เดี๋ยวพี่เอาขนมไปให้พวกมันเสร็จแล้วพี่จะไปส่ง”

“ไม่เป็นไร เดินกลับเองได้”

“แต่มันดึกแล้วนะ มืดด้วย คือพี่...เอารถมา”

“หออยู่หน้ามอเอง ไม่ไกล”

“อ่า…”

หมดข้ออ้างแล้วฟราย...

“เอาถุงมา...จะช่วยถือ”

“พี่ถือ...”

“พูดมากว่ะพี่” อินถอนหายใจหนักๆก่อนจะเอื้อมไปดึงถุงขนมในมือของอีกคนมาถือไว้ “แค่ยื่นให้แค่นี้ไม่ยาก...ยิ้มอะไร” เขาถามเมื่อเห็นปฏิกิริยาของคนตรงหน้า

เพี้ยนจริงๆ

“เรารู้ไหมทำไมพี่ถึงชอบเรา”

“อะไรของพี่”

“เพราะเราเป็นแบบนี้ไง” ฟรายยิ้มออกมา เพราะน้องเป็นแบบนี้เขาเลยชอบ 

“แบบไหน” เขาถามอย่างไม่เข้าใจ

ต้องการจะสื่ออะไรกันแน่

“ใจดี...มีน้ำใจ”

“เหรอ...ตรงไหน” มันเป็นเรื่องปกติ ไม่เห็นจะดูพิเศษตรงไหน

ใครๆก็ทำ

“ก็เราใจดีกับทุกคนไง...ขนาดพี่เรายังใจดีเลย”

“…”

“ทั้งๆที่เราไม่ได้อยากคุยกับพี่สักเท่าไหร่” เขาหัวเราะออกมาแม้ในใจจะไม่ได้รู้สึกแบบนั้น มันคือความจริงที่เขาต้องยอมรับว่าอีกคนไม่ได้รู้สึก

ทั้งที่พึ่งเริ่ม...แต่รู้สึกแพ้ตั้งแต่ยังไม่เริ่ม

“ตัดพ้อเก่งนะ” อินเอ่ย “ก็มาคุยด้วยแล้วไง”

“…”

“อยากไปส่งใช่ไหม...ได้”

“…”

“รีบไปส่งด้วย ง่วง อยากนอนแล้ว” เขาเอ่ยออกมา สายตามองทางข้างหน้าแต่กลับรู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างวิ่งผ่านตัวเขาไปพร้อมกับดึงถุงในมือเขาไปด้วย

“ไม่เกินสามนาทีครับน้องอิน”

“แล้วจะวิ่งทำไม...” เขาตะโกนถามอย่างไม่เข้าใจ ทั้งที่ดูเป็นคนประหลาดไม่ค่อยเต็ม แต่ตอนนี้เขากลับหัวเราะออกมาเพราะการกระทำแปลกๆ

พี่ฟราย...พี่แม่งแปลกจริงๆว่ะ





แสงไฟที่สว่างอยู่ในห้องทำงานทำให้คนที่พึ่งอาบน้ำเสร็จรู้ว่าอีกคนยังคงนั่งทำงานอยู่ ประตูที่ไม่ได้ปิดสนิททำให้เห็นร่างที่คุ้นเคยกำลังนั่งดูหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่มีตัวเลขเรียงรายจนน่าปวดหัว เขารู้ว่านอกจากเรียนแล้วอีกคนยังทำงานไปด้วย แต่บางครั้งก็อดเป็นห่วงไม่ได้

อยู่ตัวคนเดียวมานาน...เหนื่อยมากใช่ไหม

หยงเดินเข้าไปในห้องทำงานเงียบๆ อ้อมแขนโอบกอดร่างสูงจากทางด้านหลัง เขากอดคนตรงหน้าไว้หลวมๆสายตามองไปยังตัวเลขที่เขาดูไม่รู้เรื่องเลยสักนิด กลิ่นหอมแชมพูอ่อนๆที่คุ้นเคยทำให้รู้สึกดีทุกครั้งที่ได้ใกล้กับคนๆนี้

“ทำอะไรอยู่...ดึกแล้วนะ”

“เช็คหุ้น” ร่างสูงตอบกลับพร้อมรอยยิ้มบางๆ “ง่วงแล้วเหรอเรา”

“อืม…ก็นิดนึง” จริงๆก็ง่วงมาสักพักแล้ว “แต่นอนตอนนี้ไม่ได้ ผมยังไม่แห้งเลย” 

“บอกให้สระผมตอนเช้าไง”

“มันขี้เกียจตื่นนี่นา” หยงหัวเราะออกมา “แล้วเช็คใกล้เสร็จรึยัง พรุ่งนี้พี่มีเรียนเช้านะ”

“จำได้แล้วเหรอเรา” เขาถามออกมาพร้อมรอยยิ้ม มือเอื้อมไปหยิกแก้มอย่างหมั่นเขี้ยว อยู่กับหยงทีไรมักเป็นแบบนี้ทุกที น้องน่ารักจนเขาอดใจไม่ไหว

อยากแกล้ง

“ผมจำได้นานแล้ว” หยงเอ่ยออกมาด้วยความมั่นใจ “ไปนอนกัน ไหนบอกเคลียร์งานเสร็จแล้วไง” เขางอแงออกมาเหมือนเด็กๆ

ก็แค่อยากอ้อน

อยากอยู่ด้วยนานๆ

“ครับ เสร็จแล้ว” เสียงหัวเราะเบาๆดังออกมาพร้อมกับหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ดับลง “กอดพี่แบบนี้จะให้พี่ลุกยังไง”

“ไม่รู้ ไม่ปล่อยด้วย”

“หยง” เขาเรียกชื่ออีกคน “ก็เป็นแบบนี้...แย่”

“หืม? ว่าผมเหรอ”

“ว่าตัวเอง” เขาถอนหายใจออกมา แย่ที่คิดแต่เรื่องที่ไม่ควรคิด เขาพยายามที่จะเป็นคนดีและรอเวลาที่สมควร แต่สิ่งที่หยงทำมันทำให้เขาทำไม่ได้

ห้ามใจตัวเองไม่ได้เลยจริงๆ

“หยง” เขาเรียกชื่อคนที่ยังคงกอดเขาอยู่ท่าเดิม

“ครับ?”

“ปล่อยก่อน”

“…”

“คือ…จะจูบ”

“…!!!”

“จูบไม่ถนัด”

“พี่…” หยงเอ่ยออกมาอย่างไม่เชื่อหู น้ำเสียงเรียบๆที่เอ่ยออกมาแต่ชัดเจนในความต้องการ แขนที่โอบรอบคออยู่ค่อยๆคลายออก ไม่ใช่เพราะเขาทำตามสิ่งที่อีกคนบอก

แต่เขากำลังอึ้งอยู่

“ไม่ได้เหรอ” ร่างสูงลุกขึ้นจากเก้าอี้ตัวใหญ่ก่อนจะหันหน้าไปประจันหน้ากับคนที่ยังอึ้งไม่หาย รอยยิ้มเจ้าเล่ห์เผยออกมาก่อนที่ขาทั้งสองข้างจะก้าวเข้าไปใกล้คนตรงหน้าทีละนิด

“คือ…พี่...” ขาทั้งสองข้างพาลถอยหลังอย่างห้ามไม่ได้ ยิ่งเห็นรอยยิ้ม ยิ่งเห็นท่าทางเขายิ่งรู้สึกว่าตัวเองไม่ปลอดภัย

ภาพลักษณ์พี่เงียบในวันแรกกับพี่เงียบในวันนี้มันพลิกไปหลายตลบจนเขาตั้งตัวไม่ทัน คนที่เคยมองว่าซื่อไม่ประสีประสาเรื่องความรัก คือคนเดียวกับที่ขอจูบเขาเมื่อไม่กี่นาทีที่แล้ว

จริงอยู่ที่เขามานอนที่ห้องพี่เงียบบ่อย แต่มันก็จบที่การนอนกอดกันแล้วหลับไป

หลังจากจูบวันนั้น...เขาก็ไม่ได้ทำอะไรแบบนั้นอีก

เอ่อ...หมายถึง ไม่ได้จูบกันอีก

“ตกลง...ไม่ได้เหรอ” ถามออกมาพร้อมกับร่างที่หยุดยืนอยู่ตรงหน้า แขนข้างหนึ่งดันกำแพงไว้ไม่ให้หนีไปไหนได้ มือข้างที่ว่างเชยคางอีกคนขึ้นมาให้สบตากับเขา “พี่ไม่ใช่คนดี”

“…!!”

“หมายถึง...ไม่ใช่คนเก็บอารมณ์เก่ง”

“…”

“ที่ผ่านมา...ก็คิดว่าเก่งระดับหนึ่ง”

“…”

“แต่ตอนนี้...ไม่อยากเก็บ”

“…”

“อยากทำ”

“พี่เงียบ!!” หยงเรียกคนตรงหน้าเสียงดัง คำพูดที่ไม่อ้อมค้อมทำให้เขารู้สึกร้อนไปทั่วทั้งตัว สายตาที่มองมาผิดแปลกไปจากทุกครั้ง สายตาแฝงความต้องการภายในที่ถูกถ่ายทอดออกมาทางคำพูด

แววตาบ่งบอกชัดเจนว่า...ไม่ได้พูดเล่น

“ตรงสุดแล้ว”

“รู้แล้วว่าตรง!!!”

ไม่อ้อมค้อมเลยให้ตาย...

“หรือต้องอ้อมก่อน?”

“มันอ้อมไม่ทันแล้วไง” หยงหลบสายตาลงต่ำ

สบตาตอนนี้ไม่ได้จริงๆ

ไอ้หยงเอ๊ย...ไม่น่าไปเล่นกับไฟ

แต่ถ้าให้ยอมรับตรงๆ...เขาไม่รู้สึกโกรธกับสิ่งที่คนตรงหน้าพูดออกมา

อาจเพราะลึกๆแล้ว...เขาก็อยากทำ

“พี่ขออนุญาตเราอยู่” เขายิ้มออกมาเมื่อเห็นว่าคนตรงหน้าเงียบไป จริงอยู่ที่เก็บอารมณ์ไม่เก่ง แต่ถ้าไม่พร้อม เขาก็จะไม่เซ้าซี้ “ถ้าไม่อยากให้ทำ...จะไม่ทำ”

“แค่จูบใช่ไหม...ที่ถาม”

“อืม”

“…”

“อยากให้ขอมากกว่านั้นเหรอ”

“…!!!!”

“ถาม...เพราะพี่ไม่รู้”

“พี่ไม่เคยรู้อะไรเลย” หยงถอนหายใจออกมาอย่างคนยอมแพ้ เขาสู้ต่อไปไม่ไหวแล้วจริงๆ ขาเริ่มอ่อนแรง ยืนต่อไม่ไหว เขารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังเสียศูนย์ “เวลาจูบใครเขาขอกัน”

“พี่ไง”

“แล้วคนตอบจะตอบว่ายังไง ถ้าตอบว่าอยากก็จะ...อื้ออ!!!!” ไม่ทันที่จะพูดจบลมหายใจก็ถูกช่วงชิงไปจากริมฝีปากอุ่นที่ทาบทับลงมา

ความอบอุ่นแผ่ซ่านไปทั่ว ริมฝีปากทั้งสองประสานกันราวกับต้องการเป็นหนึ่งเดียวกัน จูบที่อ่อนโยน ไม่รุกล้ำทำให้เขารู้สึกเหมือนขาจะอ่อนลงไปดื้อๆ และเหมือนคนพี่จะรู้ทันทำให้มืออีกข้างหนึ่งเอื้อมมากอดเอวเขาไว้เพื่อประคองให้ร่างของเขายังยืนอยู่ได้ ลิ้นร้อนลากผ่านริมฝีปากช้าๆก่อนที่จะสอดเข้ามาหยอกเย้าในโพรงปากหวาน ความหวานจากจูบครั้งที่สองทำให้เขาเกือบหยุดหายใจไปชั่วขณะ

หัวใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้ มือทั้งสองที่ว่างอยู่เอื้อมไปกอดแผ่นหลังกว้างไว้แน่น มือของเขามันไม่เคยอยู่นิ่งๆ และมันกำลังทำให้อารมณ์ของเขาพุ่งสุดจนต้านทานตัวเองไม่ไหว นิ้วเรียวลากผ่านแผ่นหลังก่อนจะหยุดลงตรงแผงอกที่ผ่านการออกกำลังกายมาอย่างหนัก นิ้วเรียวค่อยๆไล้ขึ้นไปเรื่อยๆก่อนที่จะหยุดลงเมื่อมือของอีกคนคว้ามือของเขาไว้

เสียงหัวเราะในลำคอทำให้เขารู้ว่าอีกคนกำลังแกล้งเขาอยู่ จูบหนักๆที่ตามมาทำให้สติที่มีเหลืออยู่น้อยนิดแตกกระเจิง เขาพยายามสะบัดมือออกเพื่อทำการสำรวจร่างกายต่อไป แต่ดูเหมือนว่าเขาจะไม่ได้ทำตามสิ่งที่เขาหวัง

“พี่ขอแค่จูบไง” ริมฝีปากผละออกมาพร้อมกับรอยยิ้มของคนเจ้าเล่ห์ “หยงจะทำอะไรครับ” เสียงแหบพร่าที่กระซิบอยู่ที่ข้างหูทำให้เขาควบคุมอารมณ์ไม่ได้อีกต่อไป

แล้วในสถานการณ์แบบนี้คนเขาทำอะไรกันล่ะ!!!

นั่นแหละคือสิ่งที่เขาอยากทำ

“พี่แกล้งผมอยู่ใช่ไหม” เขาถามออกมาอย่างอดไม่ได้

มันไม่สุด พี่เข้าใจไหมว่ามันไม่สุด!!!!

“เปล่า...จะแกล้งเราทำไม” คนตรงหน้าระบายยิ้มออกมา มือวางลงบนกลุ่มผมนิ่มก่อนที่จะขยี้เบาๆอย่างอ่อนโยน “ชอบนะ”

“…”

“อยากให้พร้อมจริงๆ...หมายถึง...”

“…”

“ทุกเรื่อง”

“พี่กังวลอะไรอยู่”

“ไม่ได้กังวล...ตอนนี้คิดว่าชัดเจนมากแล้ว” ไม่ใช่ว่าเขาไม่รู้ว่าหยงต้องการอะไร ไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากทำ แต่เพราะสถานะที่ยังเป็นแค่คนคุยเลยทำให้เขาเลือกที่จะหยุดไว้แค่นี้

แค่จูบ...ยังรู้สึกว่าไม่ควร

แต่จะให้ทำยังไง...เขาห้ามตัวเองไม่ไหวจริงๆ

สิ่งที่หยงต้องการ ไม่ใช่แค่หยงคนเดียวที่ต้องการ

เขาเองก็ต้องการไม่ต่างกัน

“ชัดเจนว่าอะไรครับ” หยงถามออกมา หัวใจกลับมาเต้นแรงอีกครั้งเมื่อสบตาคนตรงหน้า แววตาที่ดูจริงจังมองมาที่เขาพร้อมรอยยิ้มที่อบอุ่น

ผมแพ้แล้วพี่เงียบ...ผมแพ้พี่แล้วจริงๆ

“หยงอยากได้ยินตอนนี้ หรืออยากจะพูดพร้อมๆกับพี่”

“…”

“ถ้าอยากได้ยินตอนนี้...พี่จะพูด”

“ผมอยากจะพูดพร้อมกับพี่...พี่รอได้ใช่ไหม” หยงถามออกมา ไม่ใช่ว่าตอนนี้เขาไม่มั่นใจในความรู้สึกของตัวเอง เขามั่นใจดีแล้วและรู้ว่าพี่เงียบก็รู้ว่าเขารู้สึกยังไง

แค่อยากจะใช้เวลาอีกสักนิด

ไม่อยากรีบร้อนในความสัมพันธ์...เขาอยากจะคบใครสักคนไปนานๆ

นานจนไม่ต้องมาเสียใจเพราะการตัดสินใจที่ด่วนสรุป

“พี่เคยบอกว่าจะไม่รอเราไหม”

“ไม่เคยครับ”

“อืม”

“…”

“พี่จะรอ”

“…”

“รอวันที่มั่นใจ...เหมือนที่พี่มั่นใจตอนนี้”

“อืม” หยงพยักหน้านิดๆก่อนจะโถมตัวเข้ากอดคนตรงหน้าแน่น ความรู้สึกในตอนนี้แทบจะไม่มีอะไรให้ลังเล ขอแค่เวลาต่อจากนี้อีกสักหน่อย

ไม่นานหรอก...อีกไม่นาน

“อยู่ให้กอดแบบนี้นะ...ผมชอบกอดพี่ที่สุดเลย”

“อืม”

“…”

“พี่ก็ชอบกอดหยงที่สุดเหมือนกัน”





ครืดดดดดดดดดดดดดด!!!

โทรศัพท์ที่ไม่เคยมีสายโทรเข้าในยามเช้าสั่นขึ้น ทำให้คนที่นอนหลับสนิทถูกปลุกด้วยแรงสั่นที่สะเทือนจนเขาต้องควานหาก่อนจะกดรับอย่างห้ามไม่ได้เมื่อเห็นรายชื่อบนหน้าจอ

“อือ…ว่าไงครับ” น้ำเสียงงัวเงียเอ่ยออกมาอย่างคนไม่ตื่นเต็มตา

โทรมาทำไมเวลานี้

( ยังไม่ตื่นเหรอ ) ปลายสายถามกลับเสียงเรียบ

“อือ…พี่มีอะไร”

( หยงอยู่ไหน )

“หอไง”

( พี่อยู่หน้าหอ )

“หืม?” คำตอบของพี่ชายทำให้เขาเด้งตัวลุกขึ้นมาอัตโนมัติ ตาสว่างทันทีที่ได้ยินคำพูดของพี่ “พี่บอกว่าอยู่ไหนนะ?” เขาทวนถามอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ

( หน้าหอหยง )

“พี่…”

( ลงมาหาพี่เดี๋ยวนี้ )

“…”

รับรู้ได้ในทันทีว่าการที่พี่โทรมาในเวลาเช้าตรู่แบบนี้ไม่ใช่เรื่องดีแน่ๆ ในใจเขาคิดเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้เลยนอกจากเรื่องที่เขาแอบกลัวอยู่ลึกๆ

ไม่จริงใช่ไหม...

"ไว้ค่อยลงไปได้ไหม หยงง่วง”

มันคือสิ่งเดียวที่เขาสามารถทำได้ตอนนี้ เขาไม่สามารถลงไปหาพี่ได้อย่างที่พี่ขอแน่ๆ เขาไม่ได้อยู่ที่หอ และเขาไม่สามารถบอกความจริงได้ว่าเขาอยู่ที่ไหน

( ไม่ได้ ลงมา )

“พี่หยก” หยงถอนหายใจออกมาเสียงดัง ประตูห้องนอนเปิดออกพร้อมกับร่างของอีกคนที่เหมือนจะตื่นก่อนเขาพักใหญ่ “หยงบอกว่าง่วงไง”

หยงเงยหน้าขึ้นสบตากับคนที่เข้ามา เขาหลุบสายตาลงต่ำก่อนจะฟังสิ่งที่ปลายสายพูดออกมา หัวใจเต้นแรงขึ้นเรื่อยๆเมื่อสิ่งที่เขากลัวมาตลอดมันเกิดขึ้นจริง

( ไม่ยอมลงเพราะง่วง หรือเพราะหยงไม่ได้อยู่ที่หอ )

“พี่หยกหมายความว่ายังไง” ใจเขาเต้นแรงกว่าเดิมเมื่อพี่ชายพูดเหมือนรู้ว่าเขาอยู่ที่ไหน

มือของอีกคนเอื้อมมาจับมือเขาไว้หลวมๆ แม้จะไม่รู้ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นกับหยง แต่แค่เห็นใบหน้าที่คิ้วขมวดจนแทบจะผูกเป็นปมก็ไม่จำเป็นต้องถามอะไรให้มากความ พอจะเดาออกว่าตอนนี้คนตรงหน้ากำลังรู้สึกยังไง

หยงไม่เคยแสดงสีหน้าแบบนี้ให้เขาเห็น และเขาไม่อยากเห็นหยงเป็นแบบนี้

เกิดอะไรขึ้น

เขาช่วยอะไรได้ไหม

หยงบีบมือเขากลับก่อนที่สายตาจะสอดประสานสายตา เขาเห็นดวงตากลมเริ่มมีน้ำใสคลอบริเวณขอบตา หัวใจเขาเหมือนโดนบีบแน่น เขาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ไม่รู้ว่าจะช่วยหยงยังไง สิ่งที่ทำได้ตอนนี้คือจับมือหยงไว้แน่นๆเพื่อให้หยงรู้ว่าเขาอยู่ตรงนี้

อยู่ตรงนี้กับหยง

“ค่อยคุยกันได้ไหม หยงมีเรียนแปดโมง”

( ไม่ได้ ต้องคุยตอนนี้ )

“พี่หยก...” เขาถอนหายใจอีกครั้ง

นิสัยอยากได้อะไรก็ต้องได้ของพี่ชายเขาคงแก้ไม่หายจริงๆ

( มาคุยให้รู้เรื่อง มีหลายอย่างที่พี่ต้องรู้ )

“นี่มันเรื่องของหยงไหมอะ” อารมณ์ภายในเริ่มปะทุขึ้นมา ไม่บ่อยที่เขาจะพูดแบบนี้กับพี่ชาย แต่ครั้งนี้เขาไม่ไหว เขารู้สึกเหมือนโดนจับตามองทุกฝีก้าว

เขาไม่ใช่เด็กอายุสิบขวบ

เขาโตแล้ว ดูแลตัวเองได้แล้ว

( ก่อนที่จะเข้าเรียนที่นี่หยงพูดว่าไง )

“…”

( ทำไมทำตัวเหลวไหลแบบนี้ )

“…”

( วันนี้ว่างทั้งวัน ถ้าเรียนเช้าเดี๋ยวจะรอแถวนี้ )

“กลับไปก่อนเถอะ หยงเรียนนาน พี่ไม่อยากรอหรอก”

( จะหนีไปไหนอีกล่ะ )

“หยงไม่ได้หนี”

( อืม งั้นก็จะรอ ส่งตารางเรียนมาด้วย ส่งห้องที่เรียนมาด้วย )

“มากไปแล้วนะ นี่หยงโตแล้วนะพี่หยก”

( โตแล้วทำไมยังทำตัวเด็กแบบนี้ ) ปลายสายเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบๆแต่แฝงไปด้วยคำพูดที่ทิ่มแทงใจจนเขาไม่อยากจะฟังต่อ 

ไม่ว่าผ่านไปกี่ปีเขาก็ยังดูเด็กในสายตาพี่อยู่เสมอ

“ตกลงจะคุยกับหยงให้ได้เลยใช่ไหม”

( ไม่ใช่แค่พี่ )

“…”

( ป๊าด้วย )

“พี่หยกบอกป๊าเหรอ”

( อืม )

“เหอะ” เขาแค่นยิ้ม “แล้วยังอยากรู้อะไรจากหยงอีก ตอนนี้พี่น่าจะรู้ทุกอย่างดีอยู่แล้ว ไม่ต้องถามหยงพี่ก็ได้คำตอบทุกอย่าง”

( อย่าประชด )

“หยงประชดตรงไหน หรือที่หยงพูดมันไม่จริง”

( หยง )

“อืม เข้าใจแล้ว”

( อืม )

“เดี๋ยวจะส่งทุกอย่างให้ อยากทำอะไรก็ทำเลย”

( … )

“หยงไม่เคยขัดอะไรได้อยู่แล้ว”

( … )

“ไม่เคยมีอิสระอยู่แล้ว”

พูดจบเขาก็กดตัดสายทันที มือทั้งสองสั่นเพราะความโกรธที่ประทุขึ้นมา เขาสบตาคนตรงหน้าก่อนที่น้ำใสๆจะไหลออกมาอย่างเก็บไว้ไม่อยู่ เขารู้ว่าสักวันเรื่องพวกนี้ต้องเกิดขึ้น แต่เขาไม่คิดว่ามันจะเกิดขึ้นเร็วขนาดนี้ ไม่คิดว่าเวลาความสุขจะหมดเร็วจนตั้งตัวไม่ทัน

“พี่เงียบ” หยงเรียกชื่อคนตรงหน้าเสียงสั่น “ผม...”

“ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว” 

แขนทั้งสองดึงร่างตรงหน้ามากอดไว้แน่น มือของเขาลูบหลังอย่างปลอบโยน ร่างของหยงสะอื้นอยู่ในอ้อมกอดของเขา น้ำตาหยดแล้วหยดเล่าที่เปียกชุ่มไหล่เขาทำให้เขารู้สึกเจ็บไม่ต่างจากหยง เขาไม่อยากฟังว่ามันเกิดอะไรขึ้นถ้าหยงไม่พร้อมจะเล่า

“ไม่ชอบแบบนี้เลย ไม่ชอบเลย” หยงพูดประโยคเดิมซ้ำๆพร้อมกับน้ำตาที่ไหลอาบแก้ม

เขาไม่ชอบ

ไม่ชอบเลย...

ความรู้สึกตอนนี้เหมือนโลกที่กำลังสดใสถูกค้อนปอนด์ใหญ่ๆทุบให้แหลกในครั้งเดียว ไม่มีลางสังหรณ์ ไม่มีสัญญาณเตือน รู้อีกทีโลกที่เขากำลังสร้างมันขึ้นมาก็ถูกทำลายลงในพริบตา 

อาจผิดที่เขาทำตัวเหลวไหลอย่างที่พี่บอก

แต่มันผิดมากรึไง...เขาแค่ต้องการความสุข

ความสุขจริงๆ

และตอนนี้เขาเจอความสุขจริงๆของเขาแล้ว...แต่เขาคงเจอมันช้าไป

“พี่เงียบ”

“ครับ” 

“ผมเป็นเด็กไม่ดีรึเปล่า”

“…”

“ผมเป็นคนเหลวไหล ไม่รู้จักโตใช่ไหม”

“ไม่ครับ”

“…”

“หยงเป็นเด็กดี” เขาไม่ได้พูดเพื่อให้อีกคนสบายใจ แต่มันคือความจริงที่เขารู้สึกตั้งแต่ที่ได้รู้จักกับหยง หยงเป็นเด็กสดใสร่าเริง เป็นเด็กที่น่ารักและเป็นเด็กที่ควรได้รับความรัก

ทำไมถึงถามคำถามนี้ออกมา

“แล้วทำไมคนที่ผมอยากให้เขาพูดแบบนี้...เขาไม่พูด”

“…”

“ทำไมไม่มีใครเข้าใจผมเลย”

“พี่เข้าใจ” เขาเอ่ย “พี่เข้าใจหยงนะ” เขาไม่รู้วิธีการปลอบคน ถ้าจะให้พูดตรงๆก็คือเขาไม่รู้อะไรเลย ไม่รู้ว่าควรทำตัวยังไงในทุกสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

ที่ทำได้ดีที่สุดก็คือกอดหยงไว้แน่นๆ

ดีที่สุดที่เขาทำได้ในตอนนี้

“พี่เงียบ”

“ครับ”

“หลังจากวันนี้...พี่จะคิดถึงผมทุกวันไหม”

“ทำไม...ถามแบบนี้”

“ผมอาจจะไม่ได้มาเจอพี่บ่อยๆ ไม่ได้มานอนห้องพี่ ไม่ได้มาดูดาวเหมือนที่เราชอบทำด้วยกัน” ยิ่งพูดเขายิ่งเจ็บ เขาทำทุกอย่างจนกลายเป็นกิจวัตรประจำวัน

กินข้าวพร้อมกัน

ทำงานด้วยกัน

นอนด้วยกัน

กอดกัน

ทุกอย่างที่ทำด้วยกัน...มันกลายเป็นสิ่งที่เขาต้องการมากขึ้นและไม่อยากให้หายไป

แต่วันนี้ทุกอย่างมันกำลังจะหายไป

“บางครั้งผมก็อิจฉาพี่นะ...พี่เก่งที่ทำให้ตัวเองมีทุกอย่าง พี่อยู่ได้โดยไม่ต้องแคร์ใครเลย” หยงฝืนยิ้ม “แต่ผมน่ะ...ไม่เหมือนพี่หรอกนะ”

“…”

“ผมอยู่บนความคาดหวังทุกอย่าง”

“…”

“คาดหวังว่าต้องเก่งเหมือนพี่ชาย ต้องเป็นเด็กดีเหมือนพี่ชาย ต้องทำทุกอย่างให้ได้เหมือนพี่ชาย”

“…”

“บางครั้งมันทำให้ผมอึดอัด...ผมกดดัน...จะดิ้นไปไหนก็ไม่ได้” เขาผละออกก่อนจะสบสายตากับคนที่อยู่ในสายตาเขามาตลอด “แต่อย่างน้อยผมก็ได้เรียนในสิ่งที่ผมชอบ”

“…”

“นั่นคงเป็นสิ่งที่ดีเรื่องเดียวของผม”

“…”

“จนผมได้เจอพี่...พี่กลายเป็นเรื่องดีของผมนะ” หยงบีบมือคนตรงหน้าแน่น ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ที่เขาจะสามารถทำแบบนี้ได้อีก เขารู้ดีว่าเรื่องที่เกิดขึ้นมันหนักหนาสำหรับเขามากแค่ไหน

รู้ดีว่าหลังจากนี้จะเป็นยังไง

“คาดหวังบ้างได้ไหม”

“หืม” คำพูดของพี่เงียบทำให้เขาเลิกคิ้วขึ้นอย่างไม่เข้าใจสิ่งที่อีกคนต้องการจะสื่อ “คาดหวัง?”

“คาดหวังว่าหยงจะมาเจอพี่บ่อยๆ”

“…”

“คาดหวังว่าหยงจะมานอนที่นี่ มาดูดาวด้วยกัน”

“…”

“ตั้งแต่ที่อยู่กับหยง...ดูดาวคนเดียวไม่สวยเลย”

“ผมจะกล้ารับปากพี่ได้ยังไงล่ะ” หยงหัวเราะออกมาพร้อมกับน้ำตาที่หยดลงบนมือ ยอมรับว่าสิ่งที่พี่เงียบพูดทำให้หัวใจเขาเต้นแรง เลือดสูบฉีดไปทั่วร่างกาย

แต่ก็แค่นั้น...

ยังไงความจริงมันโหดร้ายเสมอ

อยากจะพูดว่า ‘เราหนีไปด้วยกันไหม’ แต่ก็ทำอย่างที่ใจคิดไม่ได้ เขาไม่ใช่เด็กๆที่จะทำอะไรตามใจชอบ โลกไม่ได้หมุนรอบเขาทั้งสองคน และโลกของเขาก็ไม่ได้มีแค่พี่เงียบ เขายังมีครอบครัว ยังมีคนข้างหลังให้คอยดูแล ความคิดที่จะหนีปัญหาเพื่อไปอยู่กันสองคนมันไม่มีทางเกิดขึ้นจริง

ไม่มีทางทำได้

“พี่เงียบ”

“ครับ”

“อยู่ข้างๆผมนะ”

“อืม” มือข้างที่ว่างเอื้อมมาโยกหัวคนตรงหน้าเบาๆ “พี่เคยหายไปไหม”

“ไม่เคย”

“ครับ”

“…”

“อยู่ตลอด”

“…”

“อยู่ข้างๆหยงนะ”




คลาสเรียนจบลงพร้อมกับเพื่อนในห้องที่ต่างเก็บของเพื่อกลับไปทำงานค้างที่ต้องส่งภายในสัปดาห์นี้ คนที่นั่งเหม่อถูกสะกิดจากเพื่อนสนิทที่คอยสังเกตอาการตั้งแต่เริ่มคลาสจนจบคลาส อินมองหยงด้วยความเป็นห่วง เขาพอจะรับรู้เรื่องราวคร่าวๆจากที่หยงเล่า แต่ก็ไม่ได้รู้ละเอียดจนถึงขั้นที่จะช่วยอะไรหยงได้ เขารู้แค่ตอนนี้เพื่อนเขาไม่โอเค

“ไหวป่ะวะ ให้กูไปคุยกับพี่มึงด้วยไหม”

“คุยไปเขาก็ไม่ฟังมึงหรอก” หยงตอบกลับก่อนจะยกกระเป๋าขึ้นพาดบ่า “ตอนนี้คงรออยู่หน้าห้องแล้ว”

“เกินไป เขาไม่มานั่งรอหรอก”

“ถ้าเป็นคนอื่นอาจใช่...แต่นี่มันพี่กู”

“แล้วจะเอายังไงต่อ”

“คนตัดสินใจไม่ใช่กูว่ะ ตอบไม่ได้” หยงแค่นยิ้ม มือผลักประตูออกไปก่อนที่สายตาจะสะดุดเข้ากับร่างสูงโปร่งที่ยืนพิงเสาเล่นโทรศัพท์รออยู่

หึ...เคยทายผิดซะที่ไหน

“เลิกแล้ว” หยงเดินเข้าไปหาคนที่ยืนรออยู่ “นี่เพื่อน...ชื่ออิน” เขาแนะนำเพื่อนอย่างห้ามไม่ได้เมื่อสายตาของพี่เขาหันไปมองคนที่ยืนอยู่ข้างๆ

“สวัสดี” พี่หยกยิ้มนิดๆให้เพื่อนของเขาก่อนจะหันมาสบตากับเขา “หิวรึยัง”

“ไม่หิว” หยงตอบ “อินมึงกลับไปก่อนก็ได้ เดี๋ยวเจอกันพรุ่งนี้”

“ให้เพื่อนอยู่ก่อนสิ” 

“ให้อยู่ทำไม” หยงถามกลับอย่างไม่เข้าใจ

“อยู่ช่วยเก็บของไง”

“อะไรนะ...”

“เก็บของที่หอหยง”

“…!!!”

“แล้วย้ายกลับบ้าน”







------------------------------------------

ตัดอารมณ์กันแบบสุดๆ........

ได้โปรดอย่าปามีดใส่เรา ;-;

เคยมีคนทายถูกด้วยว่าหยงมีปมเรื่องครอบครัว...


ชี้แจงจ้าาา~

นักอ่านหลายท่านคงจะสังเกต (?) ว่าเราพิมพ์ชื่อหยง เป็น หย๋ง มาตลอด

ซึ่งเรารู้ในจุดนี้น้าว่าความจริงชื่อนี้ไม่ต้องใส่จัตวา แต่เราอยากให้ชื่อมันดูไม่ซ้ำกับใคร ._.

ซึ่งพอลงไปหลายๆตอนมันทำให้คนอ่านรู้สึกขัดใจ ขัดกับหลักภาษาไทย ซึ่งในจุดนี้เราต้องขออภัยนะคะ

และจากที่เราคิดดูแล้วเราจึงตัดสินใจแก้เป็นชื่อที่ถูกต้อง เพื่อความสบายใจของนักอ่านทุกคน ^^

ขออภัยด้วยนะคะ ถ้าหากทำให้หลายๆคนรู้สึกงงๆกับชื่อของตัวเอก 

หลังจากตอนนี้ไปเราจะเปลี่ยนจาก หย๋ง เป็น หยง น้า ^_^ ขอบคุณทุกคนติชมจริงๆค่ะ


เรามาๆหายๆ (?) แต่ตอนนี้กลับมาแล้วจ้าาาา

ชีวิตเทอมสองนี่มันทรหดยิ่งนัก T-T น้ำตาไหลลลลล

จะพยายามมาบ่อยๆทุกคนจะได้หายคิดถึง <3


คอมเม้นท์เป็นสิ่งสำคัญ เม้นท์เยอะเราก็มาไว

ที่มาไวเพราะมีกำลังใจแต่ง รู้ว่ามีคนรอ ไม่ได้มาม่าน้า แค่อยากได้กำลังใจจ .____.

สุดท้ายยังไงเราก็รักทุกคนนนนนนน <3


แวะไปพูดคุย ติดแท็กกันได้ที่ #เมื่อโลกของผม

แล้วเจอกันตอนหน้าจ้าาาาาาาา ~

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 544 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,035 ความคิดเห็น

  1. #2010 pkcyhst (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 2 กันยายน 2563 / 04:34
    แงงงง อย่าแยกเขาาา
    #2,010
    0
  2. #1975 space_NPW (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2563 / 08:59
    สะดุดอีกแน้วววววว ;-;
    #1,975
    0
  3. #1907 PPsry (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2562 / 21:31
    แงงงง เค้าพึ่งมีความสุขกันเองงงงงว
    #1,907
    0
  4. #1864 Kim-kibom (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2562 / 21:25
    เฮ้อ..เศร้าเลย
    #1,864
    0
  5. #1800 Juuzou61 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 8 มีนาคม 2562 / 09:34
    อิหยังหว่าาาา
    #1,800
    0
  6. #1788 sonsawanya22 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2562 / 15:14
    พี่หยกอย่าเอาน้องไปปปป
    #1,788
    0
  7. #1756 WSwen (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 มกราคม 2562 / 17:53
    พี่หยกฟังน้องก่อน!!!!!
    #1,756
    0
  8. #1674 nannapas331 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2561 / 22:28
    กำลังฟินเลยคะพี่น้องมาทำไม...
    #1,674
    0
  9. #1643 บัวเครือ อุชื่น (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2561 / 16:51

    ง่าาไม่เอาแบบนี้สิ..อิพี่หยกใจร้ายพี่จะมาหักดิบพวกเขาสองคนแบบนี้ไม่ด๊ายยยยยย

    #1,643
    0
  10. #1412 nichanannnn (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2561 / 19:25
    หู้วว ขะเป็นแบบนี้ไม่ได้น่ะ
    #1,412
    0
  11. #1373 pparpbebi。 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 30 กันยายน 2561 / 11:40
    แง้กำลังอุ่นใจอยู่ดีๆเหมือนโดนน้ำสาดเลยง่ะ อย่าทำความรักของเค้าพังสิพี่หยกกกก อย่าบงการหยงขนาดนี้
    #1,373
    0
  12. #1355 Mint S (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 กันยายน 2561 / 12:18
    เรากำลังยิ้มอยู่ดีๆน้ำตาก็พรากเลยค่ะ
    โอ้ยยยย
    #1,355
    0
  13. #1309 mummummi (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 23 กันยายน 2561 / 08:54
    อย่าทำแบบนี้กับหยงนะ
    #1,309
    0
  14. #1147 ปากวัยรุ่น (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2561 / 13:45
    ดราม่าแล้วโอ้ยอย
    #1,147
    0
  15. #1123 Bacon & Bear (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2561 / 03:35

    อ่านไปอ่านมา รู้สึกว่าอินน่ารักมากเลยง่ะะ พี่ฟรายด้วย ละเขินตอนที่อินจะช่วยถือถุงขนม และยอมให้พี่ฟรายไปส่งมากกก >< ส่วนคู่พี่เงียบหยงนี่ก็พัฒนามาก เดี๋ยวนี้เจอกันแล้วมีกอดมีลูบหัว มีอ้อน โง้ยยย ยิ่งตอนจะขอจูบ โอ้โหหห บอกเลยว่าพี่เงียบนี่เริ่มไม่ซื่อแล้วจริงๆ _________________________________________

    พอเ้าครึ่งหลังแล้วแบบ มาม่าเลย

    #1,123
    0
  16. #964 chimpleesky (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2561 / 16:19
    อย่าแยกเค้าออกจากกันเลยค่ะแงงง ทำไมพี่หยกใจร้ายงี้อะ จะจับมาปั้นๆละกลืนลงท้องเลย ค่ดโกดดดด แต่เอาจริงๆนะคะ เราชอบชื่อหย๋งมากกว่าหยงอีกค่ะ แหวกแนวดีออก ควรทำอะไรตามใจไรท์ดีกว่านะคะเราว่า เหมือนโดนบีบบังคับให้ทำในสิ่งที่เราไม่คิดจะทำมันตั้งแต่ทีแรกเลยง่ะ แต่ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ยังไงเราก็จะติดตามอ่านเหมือนเดิมเด้อ สู้ๆนะคะ /)____(\
    #964
    0
  17. #700 เปาะแปะๆ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 มีนาคม 2561 / 04:57
    เราเหมือนจะชินความดราม่านะ แต่ก็ไม่ 555
    อยากจะบอกว่านั่งอ่านนิยายของไรท์จบไปประมาณเรื่องสองเรื่อง แล้วก็เรื่องนี้ อ่านตอนประมาณเที่ยงคืน ตอนนี้ตีห้า ยังไม่ได้นอนเลย แล้วต้องตื่นแต่เช้า 555 อ่านเพลินมากค่ะ จะไปตามอ่านให้ครบทุกเรื่องนะคะ ♥
    #700
    0
  18. #694 mekimeki (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 มีนาคม 2561 / 10:44
    ฮื่อออออย่าพลากเขาจากกันเลย..
    #694
    0
  19. #693 panapupae (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 มีนาคม 2561 / 22:52
    รักพี่เงียบ สู้ๆนะน้องหยง เดี๋ยวมาม่าก็ผ่านไป
    #693
    0
  20. #691 fffan (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 มีนาคม 2561 / 00:15
    มาแบบ ไรวะ เห้ออออออ อึดอัดจริงจัง ทำเกินไปไหม?
    อ่า.. โทดๆ อินจัด 😈
    #691
    0
  21. #690 PP5_JJ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 26 มีนาคม 2561 / 23:02
    งงเลยหวานมาทั้งตอน ไม่สิ หวานมาตลอดแท้ๆ เราว่าเราตั้งใจอ่านทุกตอนนะ ทำไมไม่ตะหงิดปมนี้เลยอ่ะ 555555 ไรท์นี่เขียนดราม่าแบบให้เราโกรธได้ตลอดจริงๆ ตั้งแต่เรื่องก่อนๆ55555 อย่าม่านานเน้อออ
    #690
    0
  22. #689 Yujin:-D (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 26 มีนาคม 2561 / 18:23
    อิพี่หยกนี้โดนพ่อแมกดดันมากจนมากดดันน้องตัวเองรึเปล่า มาระบายที่น้องตัวเองงี้ แทนที่ในสมองจะอยากให้น้องมีความสุข
    #689
    0
  23. #688 ooy1565 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 26 มีนาคม 2561 / 14:06
    ทำไมเป็นแบบนี้สงสารน้องหยงกับพี่เงียบจังเลย
    #688
    0
  24. วันที่ 26 มีนาคม 2561 / 08:05
    มาค่ะ จัดมา ดราม่าเหล่านี้มันของคู่กับนิยายวายอยู่แล้ว //ปาดน้ำตา
    #687
    0
  25. #686 Kayja_Giftkay (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 26 มีนาคม 2561 / 06:44
    เฮ้อ!!! มาม่าาาาา!!! ไม่เอาเยอะนะ! เสียสุขภาพ!!! งือออออ!!
    #686
    0